จักรยานสำหรับไตรกีฬาและtime trial

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity

รูปประจำตัวสมาชิก
โต้งหลังอนามัย
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3542
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 เม.ย. 2010, 11:35
Tel: 0848507344
team: นาคาไบท์ ภูเก็ต
Bike: อยากได้ s3 เรด ซิป
ตำแหน่ง: ภูเก็ตครับ

Re: จักรยานสำหรับไตรกีฬาและtime trial

โพสต์ โดย โต้งหลังอนามัย »

ไม่แน่ใจ แข่งถนน เค้าเช็คเรื่องเบาะด้วยหรือปล่าว แต่ทาม์ไทร์งานสมาคมฯเช็คแน่นอน...
ส่วนระยะของจักรยาน งานแข่งไตรฯ นี่ไม่น้อยน่ะคับ ลากูน่า 50 กว่าโล 70.3 90 กว่า ยิ่งฟลูไอรอนแมนนี่รู้สึกจะ 180 โล เดี่ยวๆ
ส่วนตอนลงจากจักรยานแล้วมาวิ่งต่อ เคยลองแล้วคับ ขาพันกันคับ โหวง เหวง กว่าจะจับจุดได้ต้องวิ่งเบาๆไปซักพักก่อน แต่เป็นแค่การซ้อมเฉยๆ แบบลงแข่งเต็มตัวยังไม่เคยลองคับ ขึ้นครูเมื่อไหร่มาโม้ขี่แตกแน่... :lol:
ภูมิใจเถอะทูนหัว มีผัวขี่จักรยาน 555
รูปประจำตัวสมาชิก
StoneRoses
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3149
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 เม.ย. 2009, 16:12
Bike: Pinarello Dogma F8, Trek Speed Concept 9.9

Re: จักรยานสำหรับไตรกีฬาและtime trial

โพสต์ โดย StoneRoses »

ไตรเขาขี่กันไกลว่าแข่ง TT โดยทั่วไปเยอะเลยครับ ระยะ โอลิมปิกเริ่มที่ 40km ระยะ Half ก็ 90km และ Full ก็ 180km

ในขณะที่ TT ในทัวร์เล่นกันแค่ 10-20km (เพราะถ้าไกลกว่านี้ เดี๋ยวชนะกันขาดเกินไปกว่า stage อื่นๆ) เต็มที่ก็ไม่เกิน 50km

การตั้ง Setback 5cm เพื่อเซฟหัวเข่าผมว่าไม่ใช่เลยครับ ขี่แบบไตรมันก็ไม่ได้โหลดหัวเข่าแต่อย่างใด และจริงๆ การขี่จักรยานนี่เป็นกีฬาที่เซฟหัวเข่าสุดๆ แล้ว เมื่อเทียบกับอย่างอื่น
รูปประจำตัวสมาชิก
keepmoment
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1480
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มิ.ย. 2010, 21:50
Bike: P2

Re: จักรยานสำหรับไตรกีฬาและtime trial

โพสต์ โดย keepmoment »

ขอตอบจากการที่ช่วงนี้หาข้อมูลเกี่ยวกับ รถไตรอย่างมากกกกกครับ
เพราะผมพยามเซตท่าขี่ไตรกีฬาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้อยู่ครับ

นักไตรส่วนใหญ่ มักจะเซตเบาะมาด้านหน้ากระโหลกโดยหวังผลเพื่อให้ "กระืทืบ" "กด" บันไดได้อย่างหนักหน่วง เหมือนการวิ่งครับ

แต่ผมก็รู้สึกเช่นเดียวกันกับพี่โต้งหลังอนามัยครับ ว่าผมถนัีดกับการเซตเบาะให้เท่ากันหรือหลังกระโหลกมากกว่าครับ เพราะตามจริงๆแล้ว
ถ้าสำหรับนักปั่นแล้วเนี่ย เบาะมาด้านหลังมันจะมีแรงดึงกลับมาและขี่ได้ดีกว่าครับ เพราะผมเคยลองแบบเซต Forward ตามส่วนใหญ่นักไตรแล้ว
ผมขี่ไม่ถนัดครับ เมื่อยและขามันโหวงเหวงพิกลครับ

อาจจะมาจากผมแทบไม่ค่อยได้วิ่งเท่าไร คือก็วิ่ง แต่ happy กับการปั่นจักรยานมากกว่าครับ


ผมเองก็เพิ่งลงไตรกีฬามาจริงๆจังๆ แค่ครั้งเดียวนะครับ แต่ก็ซ้่อมทุกอย่างไปเรื่อยๆ อยู่เสมอๆครับ ศึกษาเกี่ยวกับท่าปั่นของนักไตรกีฬาหลายๆ คนครับ
ซึ่งทำให้ผมได้รู้ว่า นักไตรกีฬา ไม่จำเป็นครับที่จะต้อง เซตเบาะมาข้างหน้าครับ

ผมขอยกตัวอย่าง2-3คนที่เป็น Idol ผมในเรื่องไตรกีฬานะครับ ผมใช้เวลาอยู่หลายวันมากๆ ในการหารูปและ Youtube ดูท่าปั่นและดูจักรยานที่เขาตั้งไว้แล้วมีตากล้องไปถ่ายตามตอนช่วงเปลี่ยนชนิดกีฬา จากว่ายน้ำเป็นปั่นจักรยาน ผมพยามดูตอนเขาลากจักรยานและตอนที่จักรยานจอดอยู่ ว่าตำแหน่งเบาะของเขาอยู่ตรงไหน

คนแรก Chris lieto ครับ เป็นนักไตรกีฬาที่ปั่นจักรยานได้เรียกว่าแทบจะดีที่สุดของวงการนะครับ คนนี้ก็ไม่ได้เซตเบาะมาข้างหน้าครับ
เพราะเขาถนัดกับการปั่นจักรยานโดยเอาเบาะเยื้องหลังมากกว่า เพราะจะได้แรงมากกว่าครับ ลองดูรูปประกอบครับ

รูปภาพ

รูปภาพ

สองรูปข้างบนพอจะบอกได้ว่า เค้าเซตเบาได้แบบนักปั่นเราๆ คือ มาหลังกระโหลก ซึ่งผมว่าได้พละกำลังในการดึงสูงกว่าเยอะ
อย่าลืมว่า ถ้าปั่นแบบ Forward seat กระทืบแรงจริงครับ แต่แรงดึงแทบไม่มีครับ แรงดึงของขาซ้าย มันก็คือแีรงกระทืบส่งจากขาขวาครับ
ถ้าใครอยากลองจริงๆ ต้องขึ้นเทรนเนอร์ครับ ลองปั่นดู แล้วปรับเบาะไปหน้าไปหลัง แล้วลองเอามือจับขาไปเรื่อยๆเปลี่ยนตำแหน่งจากน่องแล้วจับความรู้สึกขึ้นไปจนถึงต้นขา ..... ช่วงกล้ามเนื้อที่เราเกร็ง คนละส่วนกันเลยครับ


คนที่สองนะครับ นักปั่นที่มีชื่อเสียงที่สุดในทศวรรษที่แล้ว Lance Armstrong ครับ ทุกวันนี้เค้ากลับมาเล่นไตรกีฬาอีกครั้ง หลังจากเลิกปั่นจักรยานอาชีพไปครับ ผมพยามดูการเซตเบาะของเค้า จากรายกาย ironman 70.3 ที่ Panama ครับ

รูปภาพ

lance เซตเบาะคงไม่ได้ถูกกฏ UCI ปรับเดินหน้ามากกว่ากฎ UCI แต่ก็ไม่ได้ไปหน้าเหมือนนักไตรส่วนใหญ่ แถมจมูกเบาะก็ยาวเป็นปกติไม่ต้องตัดปลายเบาะแต่อย่างใด ซึ่งผมก็เซตประมาณนี้แล้วปั่นสนุกครับ ปั่นได้ยาวกว่า แต่อาจจะเมื่อยหลังมากกว่าหน่อย เพราะต้องยืดตัว และแขนไม่ได้เป็นมุมฉากตามแบบฉบับนักไตรครับ เพราะความยืดหยุ่นของร่างกายแบบมือสมัครเล่นแบบผมนั้นสู้โปรๆ ไม่ได้ครับ

เอาเข้าจริงแล้ว ช่วงแรกผมพยามเซตเบาะให้ไปหน้าตามแบบนักไตรทั่วไป แต่ เหมือนว่าผมก็พยามนั่งไปทางหลังเบาะมากกว่าปกติเพราะ
1. เจ็บจู๋ :oops:
2.ไม่มีแรงดึง

จึงเป็นที่มาของการลองเซตเบาะให้ระยะอยู่ที่กลางกระโหลกหรือถอยหลังไปหน่อยครับ


คนที่สามที่จะให้ดูคือ แชมป์โลกไตรกีฬาฝ่ายหญิง Chrissie Wellington

รูปภาพ

ในรูปอาจไม่ชัดว่าเดินหน้าแค่ไหน อยู่ที่มุมกล้องด้วย แต่ลองดูครับ เบาะเลื่อนมาหน้าสุดราง

รูปภาพ

รูปนี้เช่นกันครับ สังเกตรางเบาะ ทุกวันนี้เธอเปลี่ยนมาใช้ Cannondale Slice เธอก็ยังเซตรางเบาะแบบเดิมครับ


Chrissie Wellington สูง 170 แ่ต่ใช้รถ Size 54 ซึ่งมีท่อนอนยาว 53.5 และใช้สเต็ม 105mm. ซึ่งตอนแรกผมงงมากว่าเค้าขี่ได้ยังไง
แต่ก็ไม่ได้สงสัยอะไรมาก เพราะว่า ถ้าขี่ไม่ได้ แล้วจะเป็นแชมป์โลกได้ไงฟระ ...

เมื่อมาเทียบกับผม สูง 174.5 ผมก็ซื้อรถ Size 54 มาเหมือนกัน (ถ้าคิดใหม่ไ้ด้ ผมจะซื้อ size 51 ซึ่งมีท่อนอนยาว 52 ด้วยซ้ำครับ) เพราะ
ตอนนี้ผมใช้ Stem 90 ยังคิดๆอยู่ว่ายาวไปมั้ย ยังลองใช้ Stem 80 อยู่เลยคิดว่าอาจจะเหมาะกว่า (เห็นมั้ยครับว่ามันเซตยากแค่ไหนให้พอดีไม่เมื่อยและออกแรงได้พอดี) ซึ่งลองเทียบกันแล้ว จะเห็นได้ว่า ถ้า Chrissie จะขี่ได้นั้น ต้องเซตเบาะไปข้างหน้าเยอะมากๆ เลย อย่างต่ำนี่มี 2.5 Cm แน่ๆ (ตามที่ผมเคยอ่านมา คือ 3.5cm)


อันนี้เอาของคนดังๆในวงการ triathlon มาให้ชมครับ

Marko Albert
รูปภาพ

Mike Aigroz
รูปภาพ

Chris Lieto ครับ ดูจะถอยหลังมากกว่าชาวบ้านหน่อยครับ
รูปภาพ



สุดท้ายนะครับ สรุปผมว่า ปั่นท่าไหนแล้วถนัดสุด ปั่นไปเหอะครับให้สบายและออกแรงได้ดีที่สุดครับ เคล็ดลับของคนที่ถนัดปั่นโดยถอยหลังเบาะลงหลัง ซึ่งอาจจะเป็นข้อเสียเปรียบในช่วงปรับกล้ามเนื้อเวลาเข้าสู่การวิ่งก็คือ เวลาจะเข้าใกล้เส้นในช่วงจักรยาน ก็เริ่มนั่งมาปลายเบาะด้านหน้าเพื่อเริ่มวอร์มขาในส่วนของการวิ่งให้พร้อมสู่การวิ่งต่อไปครับ ..........ผมก็ำทำแบบนั้นครับ เพราะไม่งั้นจะเอ๋อๆในช่วงวิ่งอยู่สักพักครับ


ถ้าผมไม่คิดไปเอง Lance Armstrong ก็ใช้เวลาในช่วง Transition จากปั่นมาวิ่งเยอะเหมือนกันครับ (แต่แกก็ได้เวลาในส่วนของการปั่นจักรยานเป็นที่ 2 เลยนะครับ ถ้าจำไม่ผิด .... แกเล่นนั่งใส่ถุงเท้าสักพักเลย แถมตอนใส่เหมือนขาหมดแรงเป๋ๆหน่อยๆด้วย ส่วนคนอื่นนั้น เก็บจักรยาน สวมรองเท้าแล้วไปเลยไม่สนใจอะไร ลองดูคลิปครับ
[youtube]1ZW5Seja0Ps&NR=1&feature=endscreen[/youtube]


ส่วนอันนี้เป็นระยะเวลาที่ Lance ใช้ครับ สังเกตว่า .... ช่วงเปลี่ยนกีฬา ใช้เวลาเยอะหน่อยครับ แต่ก็ยังเข้าที่สองนะเออออ

รูปภาพ

ตอบเท่าที่ศึกษามานะครับ ถ้าขาดตกบกพร่อมตรงไหน ขอภัยครับ หวังว่าคงมีประโยชน์บ้างครับ

สุดท้าย ขอจบด้วยรูปจักรยานของผมที่เพิ่งจะเสร็จได้ไม่นาน ยังขี่ไม่ลงตัวเท่าไร ต้องปรับไปเรื่อยๆครับ

รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
โต้งหลังอนามัย
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3542
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 เม.ย. 2010, 11:35
Tel: 0848507344
team: นาคาไบท์ ภูเก็ต
Bike: อยากได้ s3 เรด ซิป
ตำแหน่ง: ภูเก็ตครับ

Re: จักรยานสำหรับไตรกีฬาและtime trial

โพสต์ โดย โต้งหลังอนามัย »

^
พอดูได้หน่อย (ดูดีกว่าตอนเซททีแรก) ไม่โกรธกันน่ะ พูดตรงๆ... :D
....สังเกตุจากรถของโปรฯแล้ว ผมใช้จานหน้าเหมือนโปรฯหลายคน... :lol: :lol:
ภูมิใจเถอะทูนหัว มีผัวขี่จักรยาน 555
รูปประจำตัวสมาชิก
keepmoment
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1480
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มิ.ย. 2010, 21:50
Bike: P2

Re: จักรยานสำหรับไตรกีฬาและtime trial

โพสต์ โดย keepmoment »

รูปแรกที่พี่เห็นผมยังไม่ได้ขึ้นคร่อมเลยย ขี้เห่อ เอามาถ่ายรูปก่อนประกอบอีก ก๊ากๆๆ แต่ตอนนี้ผมลด Stem ลงเหลือ 80 เบาะเตี้ยลงและไปหลังนิดนึงครับ แต่เบา่ะเตี้ยมาก เอาจริงๆ ผมว่า ผมเล่นผิดไซส์ :cry:
รูปประจำตัวสมาชิก
StoneRoses
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3149
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 เม.ย. 2009, 16:12
Bike: Pinarello Dogma F8, Trek Speed Concept 9.9

Re: จักรยานสำหรับไตรกีฬาและtime trial

โพสต์ โดย StoneRoses »

รูปภาพ

รูปภาพ

สองคันนี้ผมเอาไม้บรรทัดทาบๆ ดูในจอแล้ว setback ไม่ถึง 5cm แน่นอน กะดูคร่าวๆ ก็น่าจะประมาณ 2cm เท่านั้น แถมตอนขี่ยังขึ้นมานั่งบนจมูกอานบ่อยๆ อีกต่างหาก

รถ SC9 ถ้าจะให้ได้ setback ต้องเอาหัวจับอานแบบ offset -3cm มาใช้และเลื่อนเบาะเกือบสุดรางครับ ตัวของ lance และ chris น่าจะเป็น -1cm เท่านั้น (เบอร์ standard ติดรถ)

รูปภาพ

เท่าที่ดู pad ค่อนข้างสูง ขี่แล้วหัวโด่หรือเปล่าครับ?
ถ้าเป็นแบบนั้น ลองพิจารณาเอา pad ลงอีกซักนิด (ถ้าเอาออกได้) และอาจจะเอา stem มุมกดมากๆ และอาจจะสั้นกว่าเดิมอีกครับ (70mm)
รูปประจำตัวสมาชิก
keepmoment
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1480
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มิ.ย. 2010, 21:50
Bike: P2

Re: จักรยานสำหรับไตรกีฬาและtime trial

โพสต์ โดย keepmoment »

ขอบคุณพี่ Stoneroses ที่ลากเส้นให้ดูครับ

ผมมองดูจาก Youtube ในทุกๆ VDO
Chris นั่งหลังมากๆเมื่อเทียบกับนักไตรคนอื่นๆ ส่วน Lance เขยิบเบาะขึ้นหน้ากว่าตอนขี่ TT อาจเพื่อผลประโยชน์ในด้านกล้ามเนื้อ แต่ก็ไม่เกินกะโหลกอยู่ดีครับ

ผมเองก็งงเหมือนกันว่า นักไตรปั่นกันได้อย่างไร เบาะไปข้างหน้า แรงผมไม่มีจริงๆครับ
เท่าที่ผมเซตรถตอนนี้ ปั่นได้ดีและโอเคที่สุดคือ เบาะอยู่ที่กระโหลกพอดีหรือหลังลงไปนิดนึงครับ แต่หลังมากๆไม่ได้ รถผมมันใหญ่เกินไป แต่ผมก็ไม่นั่งปลายเบาะนะครับ เจ็บน้อง...

ไม่ทราบว่ารถ TT พี่ โต้งและ Stoneroses ใช้ Stem เท่าไรกันบ้างครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
StoneRoses
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3149
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 เม.ย. 2009, 16:12
Bike: Pinarello Dogma F8, Trek Speed Concept 9.9

Re: จักรยานสำหรับไตรกีฬาและtime trial

โพสต์ โดย StoneRoses »

ผมใช้ SC9 Size S
Stack 492mm
Reach 390mm
Stem ใช้เบอร์ 100/45 (ยาว 100mm สูง 45mm เป็น stem แบบพิเศษใช้เฉพาะ SC9 เท่านั้น ติดรถมาจะเป็นเบอร์ 60/45)

ผมสูง 178cm Inseam 82.5cm ค่อนข้างคอยาว (เทียบกับคนสูง 178 เหมือนกันผมจะไหล่เตี้ยกว่า)

รูปในลายเซนต์เป็นรูปที่ถ่ายตอนได้มาแรกๆ ครับ เดี๋ยวไปถ่ายรูปเซ็ตอัพปัจจุบันมาอีกที หลักๆ คือปรับอานไปหลังมากขึ้นและสูงขึ้นนิดนึง และรอง pad สูงขึ้นครับ

ลองหาข้อมูล Cannondale Slice
Size 54
Stack 509mm
Reach 398mm

คุณเตี้ยกว่าผมหน่อยนึงแต่รถใหญ่กว่า ถ้าเป็นไปได้เอา stem ลงอีกน่าจะดีครับ
แก้ไขล่าสุดโดย StoneRoses เมื่อ 16 มี.ค. 2012, 13:21, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
โต้งหลังอนามัย
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3542
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 เม.ย. 2010, 11:35
Tel: 0848507344
team: นาคาไบท์ ภูเก็ต
Bike: อยากได้ s3 เรด ซิป
ตำแหน่ง: ภูเก็ตครับ

Re: จักรยานสำหรับไตรกีฬาและtime trial

โพสต์ โดย โต้งหลังอนามัย »

ผมว่ารถไม่ใหญ่ไปหรอก น่าจะอยู่ในช่วงปรับตัวและเซท ท่าคับ
ของผมเด๋วประกอบก่อน จะโชว์คับ ตอนนี้อะไหล่ไปกันคนล่ะทางอยู่ พร้อมวิธีหาค่าต่างๆ แบบบ้านๆที่คุณทำได้เอง แต่คุณภาพระดับโลก... :lol: :lol:
ปล.ผมล่ะอิจฉาคนที่ได้ภาษา จริงๆ... :mrgreen:
ภูมิใจเถอะทูนหัว มีผัวขี่จักรยาน 555
griz
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4116
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 20:05
ติดต่อ:

Re: จักรยานสำหรับไตรกีฬาและtime trial

โพสต์ โดย griz »

lucifer เขียน:สำหรับผู้ที่ไม่เคยวิ่งหลังจากที่ปั่นจักรยานมา ผมแนะนำว่าลองดูเลยครับ ระหว่างจักรยานแบบปกติที่เราใช้กัน ปั่นมาสัก 5-10กม. ก็พอ แล้วลงจากจักรยานมาวิ่งต่อเลย รับรองว่า"ไปไม่เป็น" ฮ่า ฮ่า

สมัยวัยรุ่นผมเป็นพวกนักวิ่งระยะกลาง วิธีในการวิ่งก็ได้รับการสั่งสอนมาพอสมควร วันหนึ่งก็อยากจะรู้ก็เลยปั่นเสือหมอบตรา Tiger 2x5 เกียร์ยุคโบราณคันละ 2,400 ( ตอนนี้ขายกันราคาบ้าเลือดมาก ฮ่า ฮ่า ) ด้วยรองเท้าผ้าใบ ในระยะทางแค่ราวๆ 5 กม. เข้าไปที่สนามกีฬา แล้วลงจากจักรยานแล้วก็มาวิ่งเลย ผมถึงกับวิ่งไม่ออก ออกอาการไปไม่เป็น

หลังจากนั้นจึงได้เริ่มมาปั่นเสือภูเขา และเสือหมอบ แล้วหาความรู้เกี่ยวกับจักรยานชนิดต่างๆ เลยมาถึงบางอ้อว่าทำไมวันนั้นถึง"ไปไม่เป็น"

อันที่จริงในสมัยนั้นก็มีการพูดถึงเรื่องของการออกแบบรถไตรกีฬามาเพื่อเอื้อต่อนักวิ่ง อันที่จริงควรจะต้องบอกว่าออกแบบมาเพื่อเอื้อกันทั้งการปั่นและการวิ่ง เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องได้ดี และไม่ต้องเสียเวลาในการปรับร่างกายให้คุ้นเคยกับการวิ่ง เพราะนักวิ่งจะมีกล้ามเนื้อในส่วนที่ใช้ในการก้าวย่างแข็งแรงกว่า ในขณะที่พวกนักปั่นซึ่งส่วนใหญ่จะมีกล้ามเนื้อมัดหน้าขาที่แข็งแรงกว่า

ตำแหน่งในการนั่งอานในจักรยานแบบปกติที่เราใช้กันนั้น การปั่นจะใช้กล้ามเนื้อหลักๆคนละส่วนกับกล้ามเนื้อหลักๆของการวิ่ง การออกแบบจักรยานจึงพยายามออกแบบมาให้ปั่นในท่าที่เอื้อกับท่าวิ่งให้มากที่สุด จนเป็นที่มาของคำว่า "วิ่งอยู่บนบันได"

อานของรถไตรจึงต้องตั้งไว้ล้ำหน้ากว่ารถถนนทั่วไป รวมถึงใช้อานที่มีจมูกอานนุ่มและอวบใหญ่ เนื่องจากการดันเบาะไปด้านหน้าจนสุดก็ยังมีข้อจำกัดเรื่องของรางอานและหลักอาน อย่ากระนัั้นเลย นั่งที่จมูกอานด้วยซะเลย ( สงสัยจังว่ามันจะสบายตรงไหนนะ :lol: )
ไม่ได้มาตอบคำถาม..เพราะไม่ค่อยรู้เรื่องกติกา TT
มาเสริมที่ป๋าลูบอก อาการวิ่งไม่ไป หรือวิ่งไม่เป็นหลังปั่นจักรยาน เป็นอาการที่เรียก Heavy-Leg ซีนโดรม สะกดไม่ถูก ป๋าลูน่าจะอธิบายได้ดีกว่าผม
คร่าวๆคืออาการที่สมองสั่งการ เลือดไปเลี้ยงขาน้อย เพราะนึกว่ากำลังมันกับการปั่น พอเดินๆวิ่งๆสักพัก ก็จะปรับสภาพได้
ปัจจุบัน มีวิธีการฝึกซ้อมแก้อาการนี้ ด้วยวิธีที่เรียกว่า Brick คือ ปั่นๆ วิ่งๆ สลับไปมา
พวกโปรอาชีพ มักทำการวิ่งระยะสั้นหลังการซ้อมการปั่น ฝึกเป็นประจำสัก 1 เืดือน รับรองวิ่งจู๊ดดดด..หลังปั่น
"You're better than you think you are. You can do more than you think you can."
If you're a triathlete, we're families.
รูปประจำตัวสมาชิก
blacksheep
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 220
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 มี.ค. 2011, 16:17
Bike: Specialize Shiv Tri+Dura ace Di2+HED jet 6/9

Re: จักรยานสำหรับไตรกีฬาและtime trial

โพสต์ โดย blacksheep »

StoneRoses เขียน:ผมใช้ SC9 Size S
Stack 492mm
Reach 390mm
Stem ใช้เบอร์ 100/45 (ยาว 100mm สูง 45mm เป็น stem แบบพิเศษใช้เฉพาะ SC9 เท่านั้น ติดรถมาจะเป็นเบอร์ 60/45)

ผมสูง 178cm Inseam 82.5cm ค่อนข้างคอยาว (เทียบกับคนสูง 178 เหมือนกันผมจะไหล่เตี้ยกว่า)

รูปในลายเซนต์เป็นรูปที่ถ่ายตอนได้มาแรกๆ ครับ เดี๋ยวไปถ่ายรูปเซ็ตอัพปัจจุบันมาอีกที หลักๆ คือปรับอานไปหลังมากขึ้นและสูงขึ้นนิดนึง และรอง pad สูงขึ้นครับ

ลองหาข้อมูล Cannondale Slice
Size 54
Stack 509mm
Reach 398mm

คุณเตี้ยกว่าผมหน่อยนึงแต่รถใหญ่กว่า ถ้าเป็นไปได้เอา stem ลงอีกน่าจะดีครับ
ผมใช้ speed concept 9 เหมือนกัน stem เดียวกัน สูง 177 inseam 82
Pad stack 645
Pad reach 475
เบาะ setback 30 mm ผมกลับตัวจับเบาะ

ต่างกันเยอะพอควรเลย stack ผมสูงกว่า 130 mm น่าจะเพราะร่างกายผมไม่ค่อย flex เท่าไหร่ก้มไม่ลง หรือไม่ก็ติดพุง :D reach น่าจะมาจากเรื่องคอยาวของคุณ stonerose หรือไม่ก็ยังเซ็ตไม่ค่อยถูก ว่าว่างๆจะลองขึ้น Trainne แล้วถ่ายvdoมาดูแล้วลองปรับอีกที

ผมเห็นด้วยกับคุณ stonerose ว่า canondale ใหญ่ไป ยกเว้นว่าจะเป็นพวกขาสั่นตัวยาวมากๆ
รูปประจำตัวสมาชิก
StoneRoses
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3149
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 เม.ย. 2009, 16:12
Bike: Pinarello Dogma F8, Trek Speed Concept 9.9

Re: จักรยานสำหรับไตรกีฬาและtime trial

โพสต์ โดย StoneRoses »

ด้านบนนั่นมัน stack เฟรมครับ

Pad Stack สูงกว่านั้น ผมรอง pad ด้วยตัวเสริมขนาดเล็กสุดข้างละ 2 ชั้น พบว่าขี่ดีกว่าเดิมมากๆ พึ่งรู้ตัวว่าขี่ต่ำไป

ไปวัดมาพบว่า
Pad Stack 61cm
Pad Reach 45cm (วัดถึงกึ่งกลาง Pad)
Basebar Stack 55cm
Basebar Reach 66cm
Saddle Setback -1cm (จมูกอานอยู่หลังกระโหลก 1cm)
Saddle Height 72.5cm

โดยประมาณนะ

ผมสูง 178 inseam 82.5
แก้ไขล่าสุดโดย StoneRoses เมื่อ 18 มี.ค. 2012, 00:45, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
blacksheep
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 220
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 มี.ค. 2011, 16:17
Bike: Specialize Shiv Tri+Dura ace Di2+HED jet 6/9

Re: จักรยานสำหรับไตรกีฬาและtime trial

โพสต์ โดย blacksheep »

StoneRoses เขียน:ของผมนั่นมัน stack เฟรมครับ

Pad Stack สูงกว่านั้น ผมรอง pad ด้วยตัวเสริมขนาดเล็กสุดข้างละ 2 ชั้น พบว่าขี่ดีกว่าเดิมมากๆ พึ่งรู้ตัวว่าขี่ต่ำไป
ถ้างั้นก็พอกันครับ ผมรองตัวเสริมตัวเล็กบวกตัวใหญ่อย่างละหนึ่งตัวครับ ต้องขอบคุณครับที่ได้แชร์ข้อมูลการเซ็ต เพราะไม่ค่อยแน่ใจว่าที่ใช้อยู่ที่คิดว่าพอดีแล้วมันดีจริงรึเปล่า ได้เทียบกับคนสรีระใกล้เคียงกันค่อยมั่นใจหน่อย ข้อมูลการเซ็ต speed concept 9 ใน internet ก็ไม่ค่อยมีไม่ว่าบอร์ดไทยบอร์ดนอกก็น้อยมาก
รูปประจำตัวสมาชิก
StoneRoses
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3149
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 เม.ย. 2009, 16:12
Bike: Pinarello Dogma F8, Trek Speed Concept 9.9

Re: จักรยานสำหรับไตรกีฬาและtime trial

โพสต์ โดย StoneRoses »

blacksheep เขียน:
StoneRoses เขียน:ของผมนั่นมัน stack เฟรมครับ

Pad Stack สูงกว่านั้น ผมรอง pad ด้วยตัวเสริมขนาดเล็กสุดข้างละ 2 ชั้น พบว่าขี่ดีกว่าเดิมมากๆ พึ่งรู้ตัวว่าขี่ต่ำไป
ถ้างั้นก็พอกันครับ ผมรองตัวเสริมตัวเล็กบวกตัวใหญ่อย่างละหนึ่งตัวครับ ต้องขอบคุณครับที่ได้แชร์ข้อมูลการเซ็ต เพราะไม่ค่อยแน่ใจว่าที่ใช้อยู่ที่คิดว่าพอดีแล้วมันดีจริงรึเปล่า ได้เทียบกับคนสรีระใกล้เคียงกันค่อยมั่นใจหน่อย ข้อมูลการเซ็ต speed concept 9 ใน internet ก็ไม่ค่อยมีไม่ว่าบอร์ดไทยบอร์ดนอกก็น้อยมาก
ผมเสริมตัวเล็ก (1cm) เข้าไปข้างละ 2 ตัวครับ สูงจากแบบเตี้ยสุดมา 2cm

ผมสงสัยนิดนึงนะครับ saddle setback คุณ 3 cm จริงๆ หรือครับ

ผมใช้หลักยึดอานที่มากับรถ มันเป็นเป็นสเป็กที่ +1cm หรือ -1cm แล้วแต่ทิศการใส่ ผมใส่แบบจับอานเยื้องไปด้านหลัง และอานก็เลื่อนไปด้านหลังๆ แล้วยังได้ setback แค่ 1cm เอง ของคุณทำยังไงได้ 3cm แถม pad reach เยอะกว่าผมอีก (วัดจากกระโหลกถึงกลาง pad)
รูปประจำตัวสมาชิก
StoneRoses
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3149
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 เม.ย. 2009, 16:12
Bike: Pinarello Dogma F8, Trek Speed Concept 9.9

Re: จักรยานสำหรับไตรกีฬาและtime trial

โพสต์ โดย StoneRoses »

รถ SC9 ของ Lance ที่ใช้แข่งไตร เซ็ตอัพแบบคนละเรื่องกับที่แข่ง TT แบบชนิดคนละไซส์เลย

ลองไปอ่านดูครับ
http://triathlon.competitor.com/2012/02 ... cted_47629

Lance Armstrong’s Speed Concept Dissected
Armstrong’s technical advisor Matt Shriver gives the intimate details of his Trek Speed Concept.

Lance Armstrong will be racing a Trek, of course, in his first road triathlon since 1990, and his Speed Concept 9-series frame has a few unique adaptions to meet the needs of the former cycling champion. Armstrong’s technical advisor and Trek team liaison Matt Shriver is in Panama to make sure everything runs smoothly this weekend, and he gave Triathlete.com an inside look at Armstrong’s bike.

Armstrong completely overhauled his road time trial position for triathlon. The UCI, cycling’s governing body, restricts fore-aft saddle position, which is one of the biggest differences between many road TT positions and triathlon positions. Despite spending decades in a UCI-legal setup, Armstrong decided to move has saddle forward—“much more forward,” says Shriver—now that he is free of those regulations.

Since Armstrong now has to run after getting off the bike, he wants a position that is “still a little bit aero but more comfortable” than his time trial position, recounts Shriver. Armstrong and his longtime consultant Steve Hed of Hed Cycling worked closely to find that balance. The pair made the dramatic adjustments to his fit on the road before going to the wind tunnel.

“We had him on a medium Speed Concept on the road and that was the correct size to get him within the UCI guidelines, but being able to have a fit outside the UCI rules, it made sense to go with a bike that’s a little larger. We bumped him up to a [size] large for stability and for fit [reasons],” Shriver says. “He wanted to have his hands a little higher” so they used one of the more conservative proprietary Speed Concept stem pieces. He is riding the 45mm x 100mm option, which brought his aerobars up and substantially reduced the drop from his saddle to aerobars compared to his road setup. Armstrong’s aerobar extensions are tilted upward as well. “He’s adapted to a triathlete fit, for sure,” says Shriver. “He still has really good power and is still pretty aero but a lot more comfortable.” After initially setting up his position with Hed, Armstrong went to the wind tunnel and Shiver says they “did tweak a few things to make him a little more aero but still keep that comfort.”

Although Armstrong often time trialed on Hed3 wheels while racing on the road, he is now using a Bontrager Aeolus D3 7 front wheel, the second deepest iteration of Bontrager’s new wheel line. Armstrong opted for this wheel rather than the 9, which has an additional 2cm of rim depth, because “even though the 9 is slightly faster, it’s difficult to handle a wheel of that depth in winds that exceed 9mph, so if you have high winds you’re fighting it,” explains Shriver. The Texan is fully committed to Trek and its family of brands, but its wheel label Bontrager doesn’t make a disc, so Armstrong rides the Lightweight Disc painted to match his Speed Concept. Shriver says they selected this specific wheel because “it’s stiffer, it’s as aero as [the other discs] and it’s the lightest.” Both wheels are wrapped with Bontrager’s Race XXX Lite Tubular tires.

Armstrong is riding a prototype Bontrager triathlon saddle called the Hilo. Shriver says it has a “nice wide channel running down the center and a soft wide nose. It’s not quite as extreme as the Adamo. This is in between a road saddle and the Adamo.” The Hilo has a carbon shell, titanium rails and a synthetic cover. Armstrong has Speedplay pedals, presumably Zeros, mounted to his Speed Concept.

He has a standard SRM power meter with SRAM aero chainrings, but Dave Bolch, one of Armstrong’s mechanics, TIG welded the SRM Power Control mount to one of the aerobar pad brackets. It positions the computer “right between his extensions just above his stem,” says Shriver.

Despite using a triathlon bike in a distinctly triathlon-specific position, Armstrong elects to go with an “old school” hydration setup instead of using a bottle between the arms or behind the saddle. “He’s running a regular round bottle on the seat tube and one on the downtube. He wants to be able to drink as much as he can. We have a lot of bottles and different setups we run with our athletes, but you get a bottle on your handlebars with that extra weight up high on a technical course and the bike doesn’t handle as well. We’re going to lose a little bit of aerodynamics by playing it safe to keep him fueled and have a bike that just handles awesome,” says Shriver.

The original SRAM Red drivetrain is on Armstrong’s Speed Concept instead of the new group that was unveiled last week. Shiver says they are waiting for new chainrings before swapping Armstrong over to the new components. He is also using unlabeled Zipp VukaR2C shift levers, which are built upon internals created by SRAM, and Bontrager RXXXL Aero brake levers.
ตอบกลับ

กลับไปยัง “เสือหมอบ (roadbike)”