
ออกจากเมืองมุน ข้ามเรือเพื่อไปเส้นทางสาย 13 มุ่งลงใต้ต่อไป ระยะทางประมาณ 50 กิโล ทางดำ เรียบๆ มีเนินยาวๆ ซึมๆ แดดร้อนเปรี้ยง หลังจากเมื่อวานขี่กันอย่างเพลิดเพลินทำให้วันนี้ขาดความสุนทรีในการขับขี่ไปเยอะ ได้แต่ตั้งหน้าตั้งตาซัดกันอย่างเดียว ประมาณเที่ยงกว่าๆ ก็ถึงบ้านนากะสัง ที่นี่แหล่งท่องเที่ยวเต็มตัว มีท่าเรือไปดอนเด็ด เป็นท่ารถไปที่ต่างๆ มากมาย แล้วก็พวกหน้าม้าหากินกับนักท่องเที่ยวก็เป็นปกติสำหรับแหล่งท่องเที่ยวแบบนี้ แต่วิ่งมากันข้าวเช้ายังไม่ได้กิน ต้องหาข้าวกินกันก่อน ไปเจอร้านข้างทางเจ้าของเคยอยู่เมืองไทย เลยได้กันผัดกระเพราไข่ดาวกันสมใจ ถึงรสชาดจะสู้บ้านเราไม่ได้ แต่ก็เหมือนกับบ้านเรามากที่สุดแล้วนะ หลังจากสอบถามข้อมูลต่างๆ สำหรับสถานการข้างหน้า เราก็สรุปกันว่า กินข้าวเสร็จไปย้อนไปคอนพะเพ็งบ่ายนี้เลย จากนั้นค่อยไปนอนดอนเด็ด พรุ่งนี้ก็ไป น้ำตกหลี่ผี เป็นที่สุดท้าย เรืองอื่นค่อยคิดกัน ตอนนี้อยากไปคอนพะเพ็งกันแล้ว
ระหว่างรอข้าวแอบไปดูท่าเรือซะหน่อย

จากนากะสัง ย้อนกลับทางเดิมแล้วเลี้ยวขวารวมแล้วก็ 10 กิโลพอดี ระหว่างที่ขี่บนทางเส้นนี้ถนนว่างมากส่วนมากจะมีแค่รถประจำทาง รถทัววิ่งผ่าน เริ่มสังเกตได้ว่าคนลาวขับรถระวังข้างทางมาก อาจเพราะเจอวัวควายตัดหน้าบ่อยๆ เวลาเจอพวกเราจะออกไปวิ่งกลางถนน ทิ้งระยะพอสมควร ถ้ากระชันชิดก็จะชลอความเร็ว ไม่เหมือนรถพี่ไทย ทั้งทัวใหญ่ ทั้งทัวตู้ ชอบผ่านเราไปอย่างกระชันฃิด ทั้งๆ ถนนก็ว่าง ขอแค่พอไม่ชนเป็นใช้ได้ แล้วก็จะขับจี้ๆ กันเป็นขบวน มีอยู่ทีโดนรถบัสใหญ่แซงไประยะกะชั้นชิด ลมตีออก รถแถไปเกือบเกี่ยวกัน ช่างน่าสมเพชจริงๆ ต่างบ้านต่างเมืองแท้ๆ ยังตามมารังแกกัน

คอนพะเพ็งเสียค่าเข้าคนละ 80 บาท นำจักรยานขี่เข้าไปได้เลย ไปบ่ายๆ นักท่องเที่ยวเยอะพอสมควร ทั้งไทยเรา แล้วคนลาวก็นิยมมาเที่ยวกัน เป็นน้ำตกใหญ่ วันนั้นน้ำคงน้อยไปหน่อย แต่ก็สวยดี เราก็ถ่ายรูปเล่นกันพักใหญ่ค่อยเดินทางกลับ

มันใหญ่โต รุนแรง แต่เราไม่สามารถเข้าไปใกล้ๆ ได้ เลยทำให้รู้สึกเฉยๆ ไปหน่อย

คนไทยไม่เคยเห็น ต้องชี้ให้ดูเป็นหลักฐาน

โป้งตามเคย

แล้วก็เหมียวตามเคย

แล้วก็เหมียวกับโป้งตามเคย

ประสงค์บ้าง

กลุ่มนี้กำลังรออะไรกันละ ถือกล้องเตรียมพร้อมกันทุกคน

จิตรอีกตามเคย

แถมอีกรูป

เอาพี่หมวยเล็กบ้าง บังแดดมิดเลย

รูปนี้เมฆสวยดี

พลังของสายน้ำ

กว่าจะกลับถึงนากะสังก็เกือบจะเย็นแล้ว เรืองที่พักบนดอนเด็ดไม่มีปัญหา มีเหลือเฟือ ไม่น่าห่วง ห่วงเรื่องรถพรุ่งนี้มากกว่า สอบถามเรื่องรถกลับสำหรับวันพรุ่งนี้กันก่อนข้ามเรือ โดยปกติ ถ้ากลับรถประจำทางไปได้แค่ หลักสอง คือแถวๆ ปากเซ คนละ 100 จักรยานอีกเท่ากับคน รวม 200 ใช้เวลาประมาณ 4 ชม แล้วเราคงต้องเหมารถไปช่องเม็กอีก แต่ที่สำคัญ รถหมดแค่ 10 โมง คงต้องตาลีตาเหลือก แทบไม่ต้องทำอะไรกันเลย เลยคิดว่าถ้าจะเหมารถกลับปากเซเลยจะดีไหม แล้วก็ไม่ต้องรีบร้อนด้วย ไหนๆ ก็มาแล้ว ถือว่าจ่ายเงินซื้อเวลาแล้วกัน แล้วเราก็หาอย่างรวดเร็วมาได้ราคา 3000 บาท ส่งถึงปากเซเลย จะว่าแพงก็แพง แต่ถ้าเที่ยบกับวิธีอื่นก็ถือว่าคุ้ม ควรจะถูกกว่านี้ไหม แต่มาในนามนักท่องเที่ยวคงเลี่ยงหน้าม้าหากินเปอร์เซ็นต์ได้ยาก ดูจะยืนราคานี้กันหมด ไม่ว่าเจ้าไหน เพราะต้องแบ่งหลายต่อ สารพัดหัวคิว อีกทั้งเวลาก็กระชันเข้ามา ก็ต้องแบ่งรับแบ่งสู้เอาไว้ก่อน รีบข้ามไปดอนเด็ดดีกว่า

มาเที่ยวแบบนี้คงต้องทำใจ เรื่องโดนฟันถือเป็นเรื่องธรรมดา แ่ต่ยังพอรับได้ ผมก็ผ่านประสบการณ์หากินกับนักท่องเที่ยวมาพอสมควร คนลาวฟันไม่หนัก ไม่เนียน จะเล่นขึ้นราคากันดื้อๆ ซะมากกว่า ไม่เหมือนคนไทย ฟันหนัก ฟันเนียน ไม่เสียความรู้สึก แต่รู้ทีหลังเจ็บกระดองใจเชียวละ

ช่วงนี้ยังนึกอะไรไม่ออก ดูรูปไปพลางๆ

รูปรถตัวเองบ้าง





















