ประสบการณ์ตรงโดนมากับตัวเอง
เกือบตายคาถนนไปแล้วถ้าไม่สวมหมวกนิรภัย
วันนี้(๑๔ ธค ๕๔) เวลาประมาณเที่ยงวัน ปั่นจักรยานไปทำงานตามปกติ แต่วันนี้นึกยังงัยไม่รู้เอาหมวกกันน๊อคสำหรับปั่นจักรยานมาใส่ ปกติจะใส่หมวกแก๊ปสีดำ คือตั้งแต่เช้าแล้วตอนที่ปั่นๆ เอาลังเบียร์ไปขายที่ร้านรับซื้อของเก่าจนปั่นๆ มาทำงาน
เหมือน วันนี้จะมีลางบอกเหตุอะไรสักอย่าง ตั้งแต่ที่สามแยกบายพาสนนท์ตรงสปีดไทม์ ปั่นมาติดไฟแดงรองเลี้ยวขวา ก็ปั่นไปรอไฟเขียวให้เลี้ยวขวากลางสามแยก รถกระบะคันขาวก็ปาดขวาออกมาจะจอดรอที่กลางแยกเหมือนกัน ก็เกือบจะเฉี่ยวโดนกัน ตอนนี้ก็ผ่านไปได้ด้วยดี แต่ในที่สุดก็เกิดเหตุจนได้ที่กลางสามแยกตลาด อตก. เราก็ปั่นชิดซ้ายที่เลนกลาง จะเลี้ยวไปทางขวา ปกติปั่นชิดเลนขวาไม่ได้เพราะรถมาเร็วเลยต้องชิดซ้ายเลนกลาง ทุกๆ ครั้งที่ผ่านมาก็ผ่านไปได้ด้วยดี แต่วันนี้ไม่
รถจักรยาน เฉียวชนกับรถกระบะสีเขียว จักรยานอยู่ชิดซ้ายเลนกลางแล้วเลี้ยวขวา แต่รถกระบะที่ตามมาจะวิ่งตรงไป ผลจักรยานก็เลยล้มกลิ้งลงไปวัดพื้นถนน ดีที่รถขับมาไม่เร็วไม่งั้นอาจเจ็บหนักกว่านี้ จักรยานผิดที่ไม่ให้สัญญาณเลี้ยวขวาล่วงหน้า รถหลังในทางตรงเลยไม่รู้แต่เราปั่นจักรยานปล่อยมือขวาเพื่อยกมือให้สัญญาณ ไม่ได้ และประมาทไม่ได้เหลี่ยวหน้าไปดูรถหลังที่ตามมา เพราะความเคยชินที่คิดว่ารถที่ตามหลังมาจะชลอรถให้และเลนนี้รถมักจะเลี้ยว ขวามากกว่าตรงไป แต่ครั้งนี้ไม่ เขาคิดว่าเราจะปั่นตรงไปก็เลยไม่ชลอรถ เราก็เลยเลี้ยวไปเฉี่ยวช่วงกลางๆ รถกระบะ
รถจักรยานล้มลง เราคนปั่นก็ลงไปวัดพื้นถนน ไหลขวา ศอกขวา หัวเขาขวา ถลอกได้แผล ตะโพกขวาฟกช้ำ ดีที่ใส่เสื้อยืดแขนยาวและกางเกงขาเลยหัวเขาแผลจึงไม่ถลอกแบบสาหัสนัก ถุงมือขวาตรงอุ้งมือถลอกขาดเพราะตอนล้มคงเอามือท้าวพื้นด้วย ที่สำคัญที่สุดถ้าไม่ใส่หมวกกันน๊อคศรีษะคงแตกสลบน๊อคคาพื้นถนนไปแล้ว รู้สึกได้เลยขณะที่รถล้มว่าหัวด้านขวาเยื้องมาข้างหลังมันกระทบพื้นถนนเสียง ดังจากแรงกระแทกของหมวกที่โดนพื้นถนน หมวกช่วงที่โดนพื้นแตกเห็นรอยแยกภายในได้ชัดเจน (ขณะพิมพ์นี้ยังรู้สึกมึนๆเป็นบางขณะ) เป็นประสบการณ์เฉียดตายอีกครั้งในชีวิต
สรุป..ผมผิดที่ปั่นจักรยานโดยประมาทไม่ให้สัญญาณก่อนเลี้ยว แต่คนขับรถบนถนนก็ไม่คิดระวังรถจักรยานเพราะเขาคิดว่าจักรยานต้องระวัง รถยนต์สถานเดียว จนกว่าเขาจะมาปั่นจักรยานร่วมกับรถยนต์บนถนนถึงจะรู้ได้เองว่าต้องระวังจักรยานอย่างไร ถ้ามีทางจักรยานอุบัติเหตุแบบนี้คงไม่เกิดขึ้นแต่ประเทศนี้ให้ความสำคัญกับ เรื่องนี้น้อยมาก
เมื่อผมขับรถเวลาเจอจักรยานที่ใช้ทางร่วม กัน ผมจะเว้นระยะห่างทั้งทางด้านข้าง หรือด้านหน้า ไม่ขับเบียดหรือจี้ท้าย ขับตามรถจักรยานไปถ้าเส้นทางนั้นคับขันหรือไม่สามารถที่จะขับแซงได้ เพราะผมปั่นจักรยานเองถึงรู้ว่าเวลาขับรถยนต์ต้องระวังจักรยานอย่างไร ใจเขาใจเราเป็นสิ่งสำคัญ
จะผิดจะถูกอย่างไรเหตุการณ์ครั้ง เตือนใจผมได้เป็นอย่างดี ถ้าขาดหมวกกันน๊อคใบนี้ ชีวิตผมคงเปลี่ยนไปหรือชีวิตอาจจะจบลงบนพื้นถนนหัวน๊อคพื้นอยู่ตรงสามแยก นั้นนั่นเอง
ขากลับก็เกือบโดนอีก ตรงสี่แยกบายพาสเลี่ยงเมืองนนท์ใกล้ๆวัดทินกรนิมิต เราก็จะไปตรงรอติดสัญญาณไฟแดง รถกระบะคันขาวก็มาเลี้ยวซ้ายปาดหน้าเรา มันขับตามหลังไม่เป็นหรือยังงัยกัน ดีที่ชลอรถเตรียมไว้คิดว่ามันปาดหน้าแน่ๆ ขับรถตามจักรยานแค่นี้มันจะตายกันหรืออย่างไรกัน มีจังหวะปลอดภัยก็ค่อยขับแซงไปก็ได้ ทางร่วมทางแยกนี่รถใหญ่ต้องระวังรถเล็กให้มาก ช้านิดช้าหน่อยจะได้ปลอดภัยกันทุกฝ่ายไม่มีใครบาดเจ็บเสียหาย
ผ่านมาหนึ่งคืนตอนนี้รู้สึกเคล็ดๆที่ต้นคอ แสบแผลตอนอาบน้ำ และแผลระบบนิดหน่อย