ฝากมาจากพี่จารึก ไม้ค้ำตะวัน ครับ

รายงาน/รูป "สรุปทริป" จากที่ได้ปั่นมา
ตอบกลับ
รูปประจำตัวสมาชิก
น้าเป็ด...
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 7114
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2008, 16:56

ฝากมาจากพี่จารึก ไม้ค้ำตะวัน ครับ

โพสต์ โดย น้าเป็ด... »

รูปประจำตัวสมาชิก
พิงธรรม์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 13:35
Tel: 08-7938-2688
team: สถาบันการปั่นท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ
Bike: ทัวริ่ง Trek 470
ตำแหน่ง: 181 ซอยพระรามเก้า 41 ถนนเสรีเก้า เขตสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพ 10250
ติดต่อ:

Re: ฝากมาจากพี่จารึก ไม้ค้ำตะวัน ครับ

โพสต์ โดย พิงธรรม์ »

5555...เมื่อวานหลวงจารณ์ ผมเรียกชื่อเพื่อนตามธรรมเนียมปักษ์ใต้ครับ เอาคำว่า"หลวง"นำหน้าชื่อเพื่อน ใช้เรียกติดปากคนที่ผ่านการบวชเรียนมา เช่นหลวงพี่...หลวงน้า...หลวงจารณ์ นี่ถือว่าเรียกชื่อเพื่อนรุ่นเดียวกัน ขออธิบายยาวเพราะไม่ได้มีเพื่อนเป็นเชื้อเจ้าหรอกครับท่าน :lol: :lol: ...

หลวงโทรฯตามผมบอกน้าเป็ดหาเรื่องซะแล้ว ยึดฟิล์มยึดกล้องของท่านหลวงจารณ์เอาไปโพสต์นำไปล่วงหน้า ให้หลวงจารณ์เล่าเรื่องกันต่อไป

หลวงจารณ์โทรตามผม บอกตอนปั่นๆตามลูกเดียวไม่ได้จดไม่ได้บันทึก เรื่องยาวสนุกๆมันลืมหมดแล้ว

แต่ที่ไม่ลืม...ก็เรื่องเงื่อนไขที่ผมกำหนดไว้ ขอไปแบบอนาถา

หลวงจารณ์จำได้แม่นยำ เราสองคนปั่นกันนับจากชายแดนเวียดตรงปลายแดนลาว ที่เรียกว่าด่าน...ชื่อด่านลาวบาว นับเงินเบ็ดเสร็จจากที่แรกได้แรกไป ๖๐ US$ ได้เงินดอง ๑๗,๐๐๐ ดองต่อหนึ่งยูเอส

ปั่นเที่ยวกัน ๘ วันในถิ่นแดนเวียด ขากลับอีกทีตอนจะเข้าด่านเพื่อกลับแดนลาว หลวงจารณ์ล้วงค้นหาดองสุดท้าย ต่อรองนายด่านที่ขอเก็บบอกว่าเป็นค่าธรรมเนียมหลวงท่านจ้างงานให้เฝ้าด่านตอนทำล่วงเวลา

นายด่านท่านเรียกเก็บคนละ ๒๐,๐๐๐ดอง หลวงจารณ์หน้าเบ้ให้ผมบอกท่านเงินเราเหลือเพียง ๒๐,๐๐๐ดองที่มีในมือเท่านี้แหละท่าน

นายด่านใจดี บอกไม่เป็นไรสองคนก็ได้เอาแค่ ๒๐,๐๐๐(ดอง)

ครับ...เที่ยวกับหลวงจารณ์ในแดนเวียดนามอยู่ ๘ วัน ปั่นเที่ยวในเส้นทางป่า ๖ วันนอนกะแค้มป์คนงานหนึ่งคืน ขออาศัยนอนบ้านชาวบ้านแค่ว่าห้าโมงเย็นแบบว่าขี้เกียจปั่น ชี้ไปที่แคร่ที่วางหน้าบ้าน แบบว่าขอนอนเสียดื้อๆ...ภายหลังรู้กันอีกทีเพื่อนพูดไทยได้ ถึงขั้นโอบคอโอบไหล่กินเหล้าที่จัดหามาเลี้ยงเราสองคน ออกปากดีใจพบเราคนไทย เวียดนามคนไทยเป็นเพื่อนกันนะ

ครับคืนนั้นก็อบอุ่นในน้ำใจเพื่อนเวียดนาม และก็มึนกะเหล้า...น่าจะเหล้าข้าวโพดนะผมว่า

หลวงจารณ์ออกปากเสียดายเพื่อนเวียดไม่นิยมอุ่นให้ร้อนก่อนเสริร์ฟ กลิ่นมันเหมือนสาเก หอมชื่นดีจริง กลิ่นละมุนเหลือเกิน เพื่อนเติมกี่ครั้งรินหายเข้าคอไม่สะดุดขึดคัด ไม่เหมือนเหล้าโรงแถวๆบ้านเราที่กลืนลำบากยากเข็นเหลือทน กลืนกินกว่าจะลงกลั้นหน้ากลัวเบ้หมดท่าทุกที

เงิน ๖๐ US$ เริ่มใช้วันแรกในการกินในเวียดนามก็มาหมดพอดีที่ด่านนั่นละครับ

ส่วนค่าที่อยู่ผมบอกหลวงจารณ์กันเอาไว้ซัก ๑๐๐US$ ใช้จริงๆคืนละหกบ้างเจ็ดบ้างแปดซักสองสามคืนไม่มีคืนไหนถึงสบดอลล์ ถัวว่าเจ็ดดอลล์คูณแปดคืนที่นอนในเวียด ก็แค่ซัก ๕๐ US$

ครับ...ผมสนุกครับ ทุกทีหากไปได้ด้วยเงินที่ได้ใช้แบบอนาถาแล้วนี่ มันสนุกใจ ก็หมดเหมารวมสองคน ปั่นในเวียดนาม ๘ วันซัก ๑๑๐US$ ก็ประมาณ ๓,๗๔๐บาทไทยครับ

ทั้งได้เข้าไปเที่ยวนอนในเว้ห์หนึ่งคืน กะนอนในฮอยอันอีกหนึ่งคืน เราสองคนถือว่าเป็นของแถม เพราะต่างก็อยากจะกลับเข้าไปปั่นในเส้นโฮจิมินห์เสียมากกว่า

ทั้งนี้ทั้งนั้น...การเดินทางแบบนี้ผมถือธรรมเนียมขอไปอาศัยบ้านใคร เป็นกติกาที่ผมถูกพรรคพวก(บังคับให้ฝึกตน)มาอีกต่อ

หนึ่ง...ไม่ควรไปกวนเขาตอนมืดค่ำ หากจะขอนอนก็พึงตัดสินใจเสียตอนยังเห็นหน้ากันชัดๆจะขอได้ง่ายกว่า

สอง...ไม่ควรรบกวนอาหารมื้อเย็นเขา (เขาน่าจะยุ่งยากเกินไป)

สาม...ไม่ควรรบกวนอาหารมื้อเช้าเขา เพราะเขาจะได้รีบไปไร่ไปนา

ทั้งข้อสองและข้อสามนี่ ผมใช้วิธีตุนหรือจัดการหุงหาเอาเองครับ ทีนี้ส่วนใหญ่พอแค่เราเตรียมท่าจะหุงหาเอง หากเขาสะดวกเขาก็จะมาห้ามเราเองละครับ ทั้งออกปากทำนองเชื้อเชิญให้ร่วมกินกะเขา

สี่...พึงให้เงินตอบแทนเขาเท่าที่เราจะพอให้ได้ ผมถือเป็นกติกาจ่ายให้เทียบเท่าที่เราจะต้องจ่ายค่าที่พักหากเราแค่ได้พัก หากเขามีน้ำใจทำอาหารให้ก็ต้องตอบแทนราคาไม่น้อยกว่าการซื้อขายที่เราจะหาได้ในย่านนั้น

ที่น่าบันทึกสำหรับการเที่ยวครั้งนี้ของผม คืออุปนิสัยของหนุ่มๆที่แค้มป์คนงานที่ผมไปกวนขอนอนกลางคืนหนึ่งคืน เพราะตกค้างถึงเกือบสามทุ่มอยู่กลางป่า มีพนักงานขับรถแทรคเตอร์หนึ่งคนพูดภาษาอังกฤษได้รู้เรื่อง ออกปากห้ามอย่าให้เราสองคนปั่นกันต่อเลย นอนกับพวกเขาในป่านี่แหละ ขืนปั่นไปก็ลำบากกว่าจะถึงเมืองที่มีที่พักก็เกือบจะหกสิบกิโลเมตรข้างหน้า ซ้ำเป็นทางภูเขา

ที่ต้องจำเรื่องนี้มีสองเรื่อง

หนึ่ง...ก็เรื่องน้ำใจของคนทำงานและหนุ่มน้อยคนที่ได้เล่าไปนี้ ทุกคนไม่ยอมรับเงินที่เราพยายามจะยัดเยียดใส่มือ ด้วยกลางคืนที่เราตัดสินใจพักนั้นทุกคน...ห้าหกคนกุลีกุจอช่วยกันปัดกวาดแคร่ให้เป็นที่นอนของผมและหลวงจารณ์

ทั้งเพิ่งเห็นเด็กหนุ่มๆชาวเวียดจะเดินผ่านผม ซึ่งคงแก่พอควรในสายตาเขา ทุกคนเดินแบบก้มตัวโค้งเพื่อจะเดินผ่านเราครับ

ผมไม่เคยเจอกริยาแบบนี้ของเด็กหนุ่งๆชาวเวียดในเมืองเลย

อ้อ...ในกรุงเทพนี่ผมว่าก็ไม่ค่อยจะเห็นแล้วนะครับ ความมีคาระวะของผู้น้อยต่อผู้ใหญ่

สอง...เหตุที่เป็นเหตุให้ผมต้องตกที่นั่งปั่นบนภูเขากลางค่ำกลางคืน แบบไม่รู้ว่าจะหาที่นอนได้ที่ไหนนี่ ต้องอธิบายกันยาวครับ

จะมาต่อวันพรุ่งนี้นะครับ และจะมาทำรายละเอียดประกอบรูปและแผนที่เพิ่มในโอกาสหลัง

วันนี้ขอแนะนำให้กดลิ้งค์เข้าไปเพิ่มคะแนนกระดาน Thaincc ของน้าเป็ดไปพลางก่อนนะครับ

แหม...น้าเป็ดก้าวหน้าจัง วิธีทำรูปใส่รูปแบบกระดานของน้าเป็ดที่เมื่อกี้ผผมลองเข้าไปดู ใส่รูปได้หมดกล้องเลยนะนั่น

หวังว่าทุกท่านคงสนุกกะการดูรูปที่น้เป็ดลงทุนเหนื่อยทำให้นะครับ

ส่วนผมจะพยายามใส่ข้อมูลครับ เผื่อเป็นประโยชน์ได้บ้าง

ขอบคุณครับ


Touring in Style...by Jaruek
ประวัติคนเกษียณชวนปั่นประเพณีปีละครั้ง ฉบับย่อ

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=885
รูปประจำตัวสมาชิก
น้าเป็ด...
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 7114
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2008, 16:56

Re: ฝากมาจากพี่จารึก ไม้ค้ำตะวัน ครับ

โพสต์ โดย น้าเป็ด... »

ผมเก็บฝากรูปไว้ที่นั่นเพื่อให้ใครก็ได้ได้ดูได้ใช้และรับประกันไม่หายไปไหนในเวลาสิบปี ตามรูปแบบของเทคโนโลยี่สมัยนี้ หากว่ามันก้าวหน้าจนสามารถเก็บไว้ได้แม้ว่าโลกแตกสลาย มันก็จะยังคงอยู่ต่อไปแน่นอนตามเทคนอลอยี่ครับ

พี่จารึกไปหยิบรูปมาแล้วนำมาอธิบายเลือกเอาตามสบายครับ อันไหนไม่จำเป็นนักก็ผ่านไปได้เลย
ขอบคุณครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
พิงธรรม์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 13:35
Tel: 08-7938-2688
team: สถาบันการปั่นท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ
Bike: ทัวริ่ง Trek 470
ตำแหน่ง: 181 ซอยพระรามเก้า 41 ถนนเสรีเก้า เขตสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพ 10250
ติดต่อ:

Re: ฝากมาจากพี่จารึก ไม้ค้ำตะวัน ครับ

โพสต์ โดย พิงธรรม์ »

รูปภาพ

ผมเข้าเที่ยวเวียดนามงวดนี้กะหลวงจารณ์ ยังคงใช้แผนที่ฉบับนี้คลำเส้นทางครับ




เส้นทางที่นั่งรถเมล์ในลาว จากที่ข้ามฝั่งโขงฝั่งไทยที่มุกดาหารสู่ลาวฝั่งตรงข้ามชื่อเมืองสะหวันนะเขตสู่ชายแดนเวียดนามที่ด่านลาวบาว
(รายละเอียดเรื่องท่ารถและค่าโดยสารขอมาเติมวันหลัง)
รูปภาพ


Touring in Style...by Jaruek
ประวัติคนเกษียณชวนปั่นประเพณีปีละครั้ง ฉบับย่อ

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=885
รูปประจำตัวสมาชิก
พิงธรรม์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 13:35
Tel: 08-7938-2688
team: สถาบันการปั่นท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ
Bike: ทัวริ่ง Trek 470
ตำแหน่ง: 181 ซอยพระรามเก้า 41 ถนนเสรีเก้า เขตสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพ 10250
ติดต่อ:

Re: ฝากมาจากพี่จารึก ไม้ค้ำตะวัน ครับ

โพสต์ โดย พิงธรรม์ »

เปิดแผนที่เวียดนามแสดงเฉพาะส่วนของเส้นทางหมายเลข9 เริ่มจากด่านลาวบาว ปั่นซัก ๑๘กม.ขึ้นไปนอนที่กีชาน...Khe Sanh

รูปภาพ

ส่วนตัวผมอยากแนะนำครับ ข้ามด่านเข้ามาแดนเวียดแล้วหากไม่ติดขัดอะไรปั่นขึ้นไปนอนบนกีชานเถอะครับ อากาศดีกว่าที่ด่านเยอะ ตื่นเช้าอาหารมื้อเช้าที่ตลาดสดก็ถูกประหยัดครับ

ผมเข้าไปกับหลวงจารณ์งวดนี้ข้ามด่านก็เกือบจะทุ่มหนึ่งแล้ว (เจ้าหน้าที่บอกว่าด่านปิดหนึ่งทุ่ม) ผมปรึกษากะหลวงจารณ์ทำนองทนถ่างตาหน่อยปั่นขึ้นไปหาที่พักบนกีชานเถอะ อากาศเย็นปั่นกลางคืนบนถนนเรียบกริบ แป้ปเดียวก็ถึงครับ

หาที่พักราคาไม่เกิน ๘ เหรียญไอ้กัน...มีหลายแห่งครับ ไม่นับที่ๆมันแพงกว่านี้ก็มีเยอะเมื่อถึงกีชาน


Touring in Style...by Jaruek
ประวัติคนเกษียณชวนปั่นประเพณีปีละครั้ง ฉบับย่อ

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=885
รูปประจำตัวสมาชิก
พิงธรรม์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 13:35
Tel: 08-7938-2688
team: สถาบันการปั่นท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ
Bike: ทัวริ่ง Trek 470
ตำแหน่ง: 181 ซอยพระรามเก้า 41 ถนนเสรีเก้า เขตสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพ 10250
ติดต่อ:

Re: ฝากมาจากพี่จารึก ไม้ค้ำตะวัน ครับ

โพสต์ โดย พิงธรรม์ »

(วันนี้ขออัดรูปพวกแผนที่ให้ครบกับเส้นทางปั่น แล้วจะมาเติมรายละเอียดในอีกซักสามสัปดาห์หน้านะครับ พอดีรับจ๊อบพาพรรคพวกไปเที่ยวฮานอยครับ)

รูปภาพ
แผนที่แสดงเส้นทางปั่นรวม ๘ วันในเวียดนาม

วันที่หนึ่ง...จากกีชานไปนอนที่เมือง A Luoi
รูปภาพ

วันที่สอง...จากเมือง A Luoi ไปนอนเมืองเว้
รูปภาพ

วันที่สาม...จากเมืองเว้ไปนอนที่หาดลังโก Lang Co

วันที่สี่...จากหาดลังโก ปั่นขึ้นเขาไฮวันพาสไปดานัง เข้านอนที่เมืองฮอยอัน(ฉันรักเธอ)

วันที่ห้า...ออกจากฮอยอัน หาทางกลับเส้นทางโฮจิมินห์ ตอนเย็นนอนกับชาวบ้านก่อนถึงเมือง Thanh My แค่ ๒ กิโลเมตร
หากผมไปอีกทีก็คงจะเลือกที่จะนอนกับชาวบ้านละครับ เพราะซดเหล้าผูกใจเป็นเพื่อนกันแล้ว) เมืองทานมี่เป็นเมืองที่มีที่พักครับ

ขอเผ่นไปทำธุระก่อนครับ แล้วจะมาทะยอยเติมรูปและรายละเอียดให้พอเป็นประโยชน์ได้ในภายหลังนะครับ

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามดูและให้กำลังใจแก่ผมตลอดมา


Touring in Style...by Jaruek
ประวัติคนเกษียณชวนปั่นประเพณีปีละครั้ง ฉบับย่อ

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=885
รูปประจำตัวสมาชิก
พิงธรรม์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 13:35
Tel: 08-7938-2688
team: สถาบันการปั่นท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ
Bike: ทัวริ่ง Trek 470
ตำแหน่ง: 181 ซอยพระรามเก้า 41 ถนนเสรีเก้า เขตสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพ 10250
ติดต่อ:

Re: ฝากมาจากพี่จารึก ไม้ค้ำตะวัน ครับ

โพสต์ โดย พิงธรรม์ »

:D :D :D

สวัสดีครับ

ผมกลับมาค้นกระทู้นี้

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3#p6454953

มานั่งทำให้จบแบบสรุปทริป ด้วยพอดีเมื่อวาน...วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ห่างจากโพสครั้งแรกกว่าสองปี :roll: :roll: พรรคพวกนักทำกิจกรรมชวนปั่นถามความเห็นผม ช่วงสงกรานต์ปี ๒๕๕๕ นี้ หากมีเวลาแค่ วันที่ ๑๓ ถึง ๑๗ เมษายน หากจะปั่นเที่ยวเล่นๆต่างแดน ไปไหนดี :?: :?:

ผมก็เลยมาคุ้ยกระทู้นี้ และคิดว่าหากจัดการหารถบัสขนคนและรถจักรยานนั่งกันไปจากกรุงเทพ ข้ามสะพานมิตรภาพไทยลาวที่มุกดาหาร ผ่านแดนลาวเพื่อเริ่มปั่นที่ชายแดนลาวเข้าเวียดนาม

ตามกระทู้นี้ ผมเลือกเริ่มปั่นที่ด่านลาวเข้าเวียดนาม ปั่นเที่ยวในเวียดนามเส้นทางโฮจิมินห์ แล้ววกเข้าเว้ ปั่นเส้นทางหลังขึ้นไฮหวันพาส สู่ดานังเที่ยวฮอยอัน แล้ววกกลับเข้าเส้นโฮจิมินห์ กลับด่านเดิม คือปั่นเป็นวงกลมครับแล้วนั่งรถบัสกลับไทยจะประหยัดเวลาไม่ปั่นในลาว ซึ่งหากจะปั่นคงต้องใช้เวลาปั่นไปกลับรวมสี่วัน

แผนปั่นจะเป็นดังนี้


วันที่หนึ่ง หลังจากข้ามด่านลาวเวียดนาม ปั่นขึ้นเขาพอแค่ออกแรงหนืดๆ ซัก ๒๗ กิโลเมตร เข้าที่พักบนที่สูงอากาศหนาวทั้งปี พักที่ Khe Sanh

วันที่สอง ตื่นเช้าหาของกินแบบชาวบ้านในตลาด พกสเบียงเตรียมมื้อเที่ยง แล้วเริ่มปั่น ระยะประมาณ ๑๑๕ กิโลเมตร เข้าที่พักในเมือง A Loui มีที่พักระดับโรงแรมสามดาว ติดแอร์มีน้ำอุ่นอาบ

เส้นทางปั่น ๑๑๕ กิโลเมตร พองามไม่เหนื่อยมาก เกือบครึ่งทางในช่วงแรก ปั่นเลียบริมน้ำDa Kroung จริงๆคำว่า Da ดูเหมือนจะแปลว่าแม่น้ำ ถนนตัดไปในแนวสันเขาแนวเขาอยู่ด้านซ้าย ลำน้ำไหลรินอยู่ทางขวามือ ไปช่วงร้อนตอนเมษาได้ความเย็นของสายน้ำลดความร้อนลงได้บ้าง

เส้นทางช่วงครึ่งหลัง น่าจะเกือบ ๖๐ กิโลเมตร เป็นการปั่นขึ้นเขาลงเขาเป็นลูกคลื่น ไม่โหดหรอก แค่พอปะมาณ ตอนผมปั่น...อ่านข้อมูลว่าเป็นแนวเขายาวขวางประเทศและเป็นตัวกั้นอากาศ เป็นผลให้เวียดนามเหนือกะเวียดนามใต้อากาศต่าง เพราะเทือกเขาลูกนี้แหล่ะกั้นลมหนาวจากเหนือไม่ให้ลงใต้ เคยปั่นผ่านฮานอยตอนกุมภาหนาวตับสั่น พอพ้นไฮหวันพาสลงดานัง ร้อนตับแลบ :o :o

ปั่นจริงนั้นไม่โหดครับ ถนนตัดผ่านเขาบ้านเราโหดกว่าเป็นหลายเท่า

ปั่นถึง A Loui ตอนบ่ายๆถึงเกือบเย็นแบบสบายๆครับ

วันที่สาม ตื่นมาหาของกินในตัวเมือง พกเสบียงมื้อหว่างทางตามธรรมเนียมปั่นแบบทัวริ่ง ปั่นออกจากเมือง A Loui ซักแค่ประมาณกิโลเมตรหรือกว่าๆ จะเจอสามแยกมีป้ายบอกทางให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนหมายเลข49 เป็นถนนเชื่อมระหว่างถนนโฮจิมินห์กับเส้นทางหลวงหมายเลข 1

เราเข้าสู่ถนนหมายเลข 49 เพื่อมุ่งหน้าสู่เมืองเว้ ที่อยู่เลียบทะเลทางด้านริมขอบประเทศเวียดนามทางด้านตะวันออกไงละครับ ส่วนที่เราปั่นตามเส้นทางโฮจิมินห์นี่...เป็นเส้นทางเลียบราวป่าของพรมแดนเวียดนามที่ติดกะลาว เส้นทางโฮจิมินห์นี่เป็นเส้นทางประวัติศาสตร์การรบของเวียกงกับเทวดาอเมริกันละครับท่าน

วันนี้ปั่นเส้นทางราบเข้าไปในสวน ผ่านหลายหมู่บ้านครับ สุดเงียบและสงบด้วยท้องทุ่งและร่มไม้ริมถนน ดูเหมือนจะมีทะเลสาบอยู่ปลายทางก่อนถึงเว้

ถนนนี้จะพาเข้าเข้าตัวเมือง...ต้องระวังถามชาวบ้านซะหน่อยก็จะดี หากปั่นอยู่ดีๆดันเจอไฮเวย์ เพราะอยู่ดีๆจะเจอถนนแบบซุปเปอร์ไฮเวย์ ซึ่งอย่าหลงไปปั่นตาม...มันจะพาไปไหนผมก็ไม่รู้

ถนนสู่เมืองเว้เป็นถนนที่ตัดย่อยจากไฮเวย์ลงไปครับ พูออีกทีเดิมเป็นถนนเส้นเดียวกะหมายเลข 49 แล้วภายหลังมีไฮเวย์ตัดพาดผ่าน แปลว่าพอถึงไฮเวย์ใหญ่ ก็ปั่นข้ามถนนไฮเวย์ไปปั่นต่อในเส้นทางเล็กฝั่งตรงข้ามของไฮเวย์ จะเป็นเส้นทางเลียบลำน้ำ ปั่นต่ออีกซักห้าหกกิโลเมตรก็ถึงเมืองเว้

เที่ยวเมืองเว้ สนุกครับ มีเวลาน้อยก็พักซักแค่หนึ่งคืน อาจจะไม่ทันได้ดูอะไรมากนัก

วันที่สี่ ตื่นให้เช้า แต่ออกจากเมืองให้สาย แปลว่าปั่นเที่ยวตัวเมืองเว้ เอาแค่ไปดมดอมดูวังและเสาธงใหญ่ของเมืองเว้ ซักสิบเอ็ดโมงเช้าค่อยออกจากเว้ ปั่นไปนอนที่ลังโก Lang Co เป็นทางค่อนข้างราบระยะทางแค่ ๕๐ กิโลเมตรประมาณนั้น ลังโกนี่เป็นที่กินอาหารทะเลและท่องเที่ยวของชาวเวียดนามนะครับ

วันที่ห้า ออกจากลังโกแล้วจะได้ปั่นในเส้นทางที่สุดยอดเส้นทางนึงครับ ปั่นบนไฮหวันพาส ขึ้นก็๑๕-๑๘ กิโลเมตร ถึงจุดสุดยอดความสูงแล้วก็ลง ลงก็ ๑๕-๑๘ กิโลเมตร จำระยะแม่นๆไม่ได้ซักกะที

บนยอดไฮหวันนี่ หน้าร้อนเดือนเมษาก็ยังหนาวแบบดอยอินทนนท์บ้านเราละครับ

แล้วก็ปั่นลงไปแป้บเดียวก็ถึงดานัง หากไม่อยากหลงเส้นทางก็ปั่นตรงต่อไป อีกสามสิบกิโลเมตรก็ถึงฮอยอัน...ฉันรักเธอ หากอยากเที่ยวดานัง...ก็ไม่ยากครับ จากเส้นทางที่ปั่นตรงมาตลอดมันก็ผ่านใจกลางเมืองดานัง เส้นทางหลักที่เราปั่นมันผ่านใจกลางเมืองดานังครับ

พอออกจากเมืองดานัง แนะนำให้ถามชาวบ้านครับ ด้วยเส้นทางที่จะปั่นไปฮอยอันมีสองเส้น เส้นที่หนึ่งก็ทางหลวงสายหลัก หมายเลข1 อย่าเลือกเส้นนี้เลยครับ มันเป็นถนนสายหลักจริงๆเต็มไปด้วยรถสารพัดทั้งรถบรรทุก รถเก๋ง รถมอเตอร์ไซต์เต็มครืดดดด...ไปหมด เลือกเส้นที่เขาสร้างเพื่อเป็นเส้นทางการท่องเที่ยวจากดานังสู่ฮอยอันโดยเฉพาะดีกว่า เป็นถนนสี่ถึงหกเลนเลียบชายทะเล แต่อาจจะต้องปั่นสู้ลมแรงหน่อย หากฤดูลมมันดันไม่ส่งตูด

ถึงฮอยอันก็พอดีเวลาเช็คอิน คลำหาที่พักได้ง่ายไม่ทันมืดครับ

วันที่หก เช็คเอ้าท์ออกจากฮอยอัน ก็เวลามันไม่มีพอให้เที่ยวนี่ครับ หากมีเวลาก็จะนอนฮอยอันซักสองคืน :cry: :cry: ถามชาวบ้านคลำเส้นทางปั่น หาถนนที่มันจะปั่นกลับสู่เส้นทางโฮจิมินห์ ขอยอมรับครับมันซับซ้อนนิดหนึ่ง แต่ก็คุ้มครับที่จะเลือกกลับทางเส้นโฮจิมินห์ ตอนผมปั่นเที่ยวแกะเส้นทางจากแผนที่ก็แกะไม่ออก พอดีเจอหนุ่มน้อยพนักงานเก็บเงินจากองค์กรอะไรซักอย่าง แต่ขี่มิเตอร์ไซค์ทำหน้าที่เก็บเงินทำนองเจ้าหน้าที่เรียกเก็บค่าไฟฟ้าประมาณนี้ ผมก็สอบถาม แกมีแผนที่พื้นที่แถวนี้โดยละเอียด ก็ถ่ายสำเนาให้ผมหนึ่งแผ่น ละเอียดยิบ

ขนาดมีแผนที่อย่างดี กว่าจะคลำทางให้มันมาออกทางเชื่อมกะถนนสายหลักสายโฮจิมินห์ก็สนุกพอควร แต่ก็คุ้มครับ เพราะผมตั้งใจจะปั่นวงกลมเอาทางโฮจิมินห์เป็นสายหลักในการปั่น เพราะเส้นทางเป็นเส้นผ่านภูเขาและแผ่นน้ำมากกว่าทางหลวงสายหลักหมายเลข 1 ที่เต็มไปด้วยสารพัดรถและสารพัดเสียงของแตรที่มันตะบันกดสุดจะแสบหู :evil: :evil:

จากฮอยอัน พยายามหาทางเชื่อมถนนโฮจิมินห์คือถนนหมายเลข 14B หาจริงๆ...ไม่ง่ายนักครับ มันจะพามาถึงเมือง Thanh My

ตอนที่ผมปั่น มันมืดก่อนจะถึงเมืองเพราะออกจากฮอยอันสายมาก ไปขอนอนกับชาวบ้าน...เพราะอยากหาเรื่องอาศัยชาวบ้านอยู่แล้ว แต่พอตื่นเช้าปั่นออกมา ปั่นแค่ไม่เกินสองกิโลเมตรก็ถึงตัวเมือง Thanh My ชึ่งมีโรงแรมขนาดเล็กสร้างใหม่น่าพักอยู่หนึ่งหลังครับ

วันที่เจ็ด จาก Thanh My ปั่นไม่ถึง ๑๐๐ กิโลเมตรก็วนกลับมาถึงเมือง A Loui นอนพักที่เดิมซักหนึ่งคืน

วันที่แปด ปั่นอัดทำเวลาหน่อย ปั่นกลับสู่ด่านเวียดนาม/ลาว

จบทริปครับ

หมายเหตุ เส้นทางโฮจิมินห์ช่วงนี้ทั้งหมด เป็นเส้นทางปั่นเชิงเขา ขึ้นภูเขา ลงภูเขา ที่น่าปั่นมากครับ ไม่ชันจนโหดเกิน ไม่ดิ่งเกินจนจะเกิดป้าบอันตรายได้ ช่วงที่ผมปั่นเป็นช่วงที่ผ่านน้ำท่วมหนัก สะพงสะพานชำรุดหลายจุด เป็นเหตุให้ไม่มีรถใหญ่หรือรถเก่งวิ่งได้เลย ผมปั่นสองคนกับคุณวิจารณ์เลยใช้สิทธิ์ครอบครองถนนเพียงสองคน นานเต็มทีถึงจะมีรถมอเตอร์ไซต์ของชาวบ้านวิ่งผ่าน เป็นเส้นทางที่นานๆถึงจะเจอหมู่บ้านคนครับ และนานเต็มทีจนแทบจะจนใจว่าจะเจอร้านอาหาร

เมื่อไหร่ที่เจอ กินเสียก่อน ก่อนจะนึกเสียใจเมื่อหาอีกทีก็ไม่เจอหากปั่นผ่าน :lol: :lol: :lol:


ขอให้สนุกกะการปั่นนะครับ :D :D :D


Touring in Style...by Jaruek
ประวัติคนเกษียณชวนปั่นประเพณีปีละครั้ง ฉบับย่อ

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=885
รูปประจำตัวสมาชิก
น้าเป็ด...
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 7114
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2008, 16:56

Re: ฝากมาจากพี่จารึก ไม้ค้ำตะวัน ครับ

โพสต์ โดย น้าเป็ด... »

รูปภาพ

ปี๒๕๕๐วันที่๒๘ธันวาคม ผมไปส่งพี่จารึก หลวงสูตรและหลวงจาน ไปปั่นที่ลาว ก่อนทริปตามกระทู้นี้ที่ไปเวียดนามต่อนะครับ พอดีเพิ่งค้นแผ่นภาพเจอ รับมาจากหลวงจานนานแล้ว เพิ่งโหลดภาพขึ้นไปเก็บเมื่อค่ำนี้

รูปภาพ

ชมภาพพี่จารึก หลวงจานและหลวงสูตรไปลาว.....กดครับ
ตอบกลับ

กลับไปยัง “สรุปทริป / รายงานการปั่น”