แต่สิ่งที่ผมพบในยุคนั้นก็คือ เมื่อไหร่ที่ใช้ โซ่Shimano , จานหน้า Hyperdrive เฟืองหลัง Hyperglide ก็จะพบกับความสุขในการเปลี่ยนเกียร์ ไม่ว่าจะใช้ shifterค่ายไหน หรือ ตีนผีค่ายใด
จำได้แม่นกับ Ritchey Niti ที่ให้เกียร์ 2x9 ( 9 นี่ คือ 8 + 1 นะครับ ไม่ใช่ 9 มาตรฐาน )SRAM Grip shift รุ่นพิเศษ กับโซ่ Sachs จานหน้าของRitchey เอง ผมมีปัญหาชีวิตกับโซ่ของ Sachsมากมาย เพราะในหลายๆจังหวะที่โซ่กระโดดลงจากจานใหญ่ลงจานเล็ก แล้วหล่นออกไปกองอยู่ที่กระโหลก
บรรดาผู้ผลิตจานหน้าอิสระในยุคนั้น ไม่ว่าจะเป็น RaceFace , FSA หรือ จานเบาๆทั้งหลาย ก็ล้วนแต่มีปัญหาเรื่องการเปลี่ยนเกียร์ขึ้นจานใหญ่ ยังไงๆก็สู้จานหน้า Shimano ที่มีหมุดวิดโซ่ และProfile ที่เซาะร่อง ที่Shimano เรียกว่า hyperdrive ไม่ได้ ถ้าจะขึ้นคล่องก็หมายถึงว่าต้องปรับแต่งสับจานกันอย่างสุดฤทธิ์สุดเดช และต้องเปลี่ยนมาใช้ Grip shift เพราะมันบิดได้เกิน สำหรับช่วยดันเบาๆก่อน มันจึงจะเข้าที่
ยังไงๆ Shimano ก็ยังพัฒนา Profile ของโซ่ ( รุ่นปัจจุบัน กลายเป็น profile ที่วิ่งทางเดียว ขึ้นเฟืองหลังใหญ่ ใช้ด้านหนึ่ง ลงเฟืองหลังเล็กใช้อีกด้านหนึ่ง ) Profile ของเฟือง , Profile ของใบจานหน้า บรรดาช่างที่รู้จักกัน รวมทั้งผมเองที่ทำตัวเป็นช่างยามว่าง เราก็จะรู้ว่า Shimanoปรับจูนได้ง่าย ยิ่งรุ่นสูง แค่ใช้มือจับยัด ตาจับเล็ง แล้วยึด จูนง่ายๆไม่กี่ทีก็ลงตัว ในขณะที่ค่ายมักกะโรนีที่เป็นผู้ผลิตshifterมาก่อน พัฒนาระบบเกียร์มาก่อน กลับเป็นกรณีที่ช่างหลายคนบ่นเรื่องความยากในการปรับจูนให้เกียร์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะสับจานหน้า กว่าจะลงตัวก็ต้องใช้เวลานาน
ใบRotor เวลาใช้กับโซ่ของ Shimano ผมก็ยังรู้สึกเลยว่ามันทำงานง่ายมาก แต่เพราะมันเป็นใบเบี้ยว ต้องเผื่อระยะที่ใบใหญ่ที่สุดเอาไว้อย่างฉิวเฉียดๆ เพื่อจะได้ระยะที่ใบเล็กสุดไม่ต่ำเกินไปจากช่วงที่สับจานจะทำงานได้เป็นอย่างดี ตรงนี้แหละที่สับจาน Shimano เก่ง , Rotorชุดแรกผมใช้กับ FD-7800 ที่มีค่า Front difference ( ความแตกต่างของฟันของใบจานใหญ่สุด - ใบจานเล็กสุด ) เท่ากับ 14T แต่ผมเอามาใช้กับจานหน้าRotor 52-36 ซึ่งห่างกันเท่ากับ 16T แถมยังเป็นจานเบี้ยวอีกต่างหาก ระยะทำงานมันแทบๆจะกลายเป็น Front difference อย่างน้อยก็น่าจะเป็น 18-19T แต่สับจานตัวนี้ก็ยังทำงานได้เป็นอย่างดี ไม่มีปัญหาสับจานไม่ขึ้น ไม่มีปัญหาโซ่หล่น หรือ ล้นจาน ( อย่างว่าแหละนะ รู้จัก Shimanoมานาน การปรับจูนของยี่ห้อนี้ มันเหมือน"ขนมหวาน" ไม่ใช่ยาขมเหมือนกับบางยี่ห้อ ) ภายหลังสำนึกได้ว่า เรี่ยวแรงไม่ได้มากเหมือนสมัยเมื่อ 10ปีที่แล้ว แถมยังขี้เกียจ หยุดปั่นไป 4 ปี ก็เลยไม่มีปัญญาขึ้นจานใหญ่ ก็เลยยอมลดมาเป็น 50-36 คราวนี้ยิ่งจูนได้ง่ายใหญ่ แล้วพอยิ่งเปลี่ยนสับจานมาเป็น FD-6700 ซึ่งมี Front difference 16T งวดนี้ยิ่งสบายหายห่วงกว่าเดิมอีกครับ
ก็อะนะ SRAM เองก็พัฒนาขึ้นมาเยอะมาก ตั้งแต่ทุนหนา ทำการtake over RockShoc , ควบรวมกิจการกับผู้ผลิตaccessoriesรายอื่นๆอีก ก็ดูเหมือนจะยิ่งเข้มแข็งขึ้นไป
แต่Shimano ก็มีมุมมองแบบทุนนิยมญี่ปุ่น ที่มองอะไรขาด มานาน เพราะถ้าติดตามผลิตภัณฑ์ของเขา แล้วคิดสักนิด ก็จะเข้าใจกระบวนการคิดและการพัฒนาไม่ยากนัก ของบางอย่างสำเร็จก็ทำต่อ บางอย่างไม่ราบรื่นก็เลิกทำ บางอย่างไม่รู้จะทำไปทำไม ก็ไม่พัฒนาต่อ , อย่างเกียร์ไฟฟ้า Di2 นี่ก็อีกเหมือนกัน ผมทึ่งในกระบวนการคิดที่พยายามจะขึ้นเป็นผู้นำอย่างไม่หยุดพักเลย มันเป็นแรงกระตุ้นให้หลายค่ายปฏิเสธไม่ได้ที่จะต้องพัฒนาตามขึ้นมา
SRAM เอง ผมว่าคงความมีเอกลักษณ์ของ SRAM มาตลอดนะครับ โดยเฉพาะความดิบๆ แข็งๆ ซึ่งใครที่ใช้ GripShift มาก่อนจะทราบดีว่า เอกลักษณ์ของยี่ห้อนี้มันเป็นแบบนี้ แม้แต่ระบบเกียร์ของเสือหมอบ ก็ยังคงเอกลักษณ์ไว้
น่าศรัทธากับระบบ double trap มากครับ ฉีกแนวไปหมด ไม่ซ้ำใครดี เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ไม่ชอบเหมือนใคร ไม่ชอบความจำเจ , เพียงแต่ภายในของshifterเขาดูจะซับซ้อน ภายใต้พื้นที่เล็กๆ ชิ้นส่วนก็คงจะไม่ใหญ่ ยิ่งซับซ้อน ยิ่งเปราะบาง ยิ่งน่าจะต้องเอาใจใส่กันมากๆ
สับจานของ SRAM เอง ผมไม่ได้เคยลองใช้ แต่ผมเชื่อว่าการที่มันไม่ค่อยจะเสถียรนักเมื่อใช้กับ Q-ring ก็น่าจะเป็นเรื่องความยืดหยุ่นในเรื่องของ Front difference ( ความแข็งของวัสดุ ก็คงจะพูดกันไปแล้ว ) ด้วย เพราะสับจานจะทำงานได้ดีที่สุด ก็ต่อเมื่อความแตกต่างระหว่างจำนวนฟันของใบใหญ่สุด และใบเล็กสุด แตกต่างกันไม่เกินค่าที่ผู้ผลิตออกแบบมา ถ้าไม่ยืดหยุ่นพอ ปัญหามันมีแน่นอนครับ ความราบรื่นในการทำงานก็คงจะถูกกระทบอย่างแน่นอน แต่ผมว่า SRAMเองก็คงจะไม่หยุดแค่ตรงนี้หรอกครับ คงจะต้องพัฒนาอะไรๆให้มันดีขึ้น ตามประสาหลักการตลาดในโลกของทุนนิยม
เทคโนโลยี่เป็นเรื่องที่ล้าสมัยเสมอๆครับ ของปีที่แล้วคือของที่ล้าสมัย อยู่ที่ผู้ใช้จะมี life styleแบบใด จะเป็นพวกหัวโบราณ เอ๊ย อนุรักษ์นิยมที่ชอบแบบไหนก็ใช้แบบนั้นไป ( ทุกวันนี้ผมยังใช้ชอคคอนิ้ว กับ XTR 8สปีด กับ วีเบรค อยู่เลยครับ ) หรือ จะเป็นพวกแนวล้ำสมัย อะไรใหม่ ฉันต้องเข้าให้ถึง ( กลุ่มลูกค้าหลักที่ marketting ของผู้ผลิตรักมากๆเลยแหละ ฮ่า ฮ่า )
และ เทคโนโลยี่ คือ เรื่องที่ทำให้เราไม่เบื่อ ไม่เหงา เพราะมีเพื่อนใหม่ๆเข้ามาคุยกันได้เรื่อยๆ ปีใหม่อีกก็มีเรื่องใหม่มาให้คุยกัน
Shimano กับ SRAM จึงเป็นอีกคู่หนึ่ง อีกกรณีหนึ่ง ที่จะยังคุยกันได้อีกยาว


