>>>...รู้เท่าทันการหมกเม็ดของบริษัทขายจักรยาน...<<<

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity

รูปประจำตัวสมาชิก
แมวทอง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 8671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2010, 08:47
team: อันนี้ลิงค์เข้า facebook ครับ https://www.facebook.com/songkran.kook

Re: >>>...รู้เท่าทันการหมกเม็ดของบริษัทขายจักรยาน...<<<

โพสต์ โดย แมวทอง »

ปูเป้ เขียน:
แมวทอง เขียน:ป๋าลู คลาสสิคยิ่งนัก

ผมงง :?:
WTFcyclist เขียน:
แมวทอง เขียน: นี่คือบทสรุปของ อุตสาหกรรมจักรยานครับ
อยู่ในเนื้อเพลงนี้แล้ว
[youtube]9cefqqyj3ZQ&feature[/youtube]
นี่คือบทสรุปของอุตสาหกรรมจักรยานของอิตาลีครับ อยู่ในเนื้อเพลงนี้แล้ว "Caruso"
http://www.youtube.com/watch?v=I8A61eY1Efg

เนื้อเพลงกล่าวถึงจุดจบของ Caruso และโลกมารยาของอิตาเลียนโอเปรา คล้ายๆกับโลกมารยาของอุตสาหกรรมจักรยานของอิตาลี :mrgreen: :mrgreen:
คลาสสิคยิ่งนัก เราจะลำลึกถึงท่าน Pavarotti
[youtube]UtcGlYmoINc&feature[/youtube]
แมวทองคือแมวน้ำแมวน้ำคือแมวทะเล
รูปประจำตัวสมาชิก
kru_jr
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 418
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.พ. 2010, 14:55
Tel: 0815315798
team: นครน่าน , Chondaen Bike
Bike: Specialized M5 & Giant TCR ADVANCE

Re: >>>...รู้เท่าทันการหมกเม็ดของบริษัทขายจักรยาน...<<<

โพสต์ โดย kru_jr »

Cycling B®y เขียน:นี้แหละ สาเหตุหนึ่งที่ผมขี่ Giant เพราะ Giant เป็นของไตหวัน...ทำเองขายเอง ไม่ได้จ้างใคร...ราคาก็เลยไม่ได้แพงเวอร์เหมือนยี้ห้ออื่นๆ..และได้มารตฐานคุ้มค่ากับราคาที่ซื้อ..

ผมเคยลองขี่เฟรมราคาเป็นแสน แต่ความรู้สึกไม่ได้ต่างกันเลยกับเฟรมราคาสามหมื่นกว่าของ Giant..ผมไม่สนใจหรอก กับคำที่คนชอบพูดว่า..เสือหมอบต้อง Made in Italy เท่านั้น...

ยี้ห้ออื่นๆ จ้างไตหวันทำ...แล้วเอากลับไปขาย.. ค่าจ้าง +ค่าขนส่ง + ค่าโน้นค่านี้สารพัด.. ราคามันเลยแพงเวอร์.

+10 ครับ เหมือนผมเลย...Giant... ใช้ตัวเดียวกันครับผม 555
การเดินทางนับหมื่นลี้ ต้องเริ่มที่ก้าวแรกเสมอ
รูปประจำตัวสมาชิก
oan200sx
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 15
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ธ.ค. 2011, 14:08
Tel: -083-698-9992
Bike: Focus Izalco Max

Re: >>>...รู้เท่าทันการหมกเม็ดของบริษัทขายจักรยาน...<<<

โพสต์ โดย oan200sx »

http://gallery.roadbikereview.com/showp ... 3/size/big

รูปภาพ
สงสัยบริเวณนั้นเป็นจุดเปราะของ pina ในรูปอีกคันครับจุดใกล้เคียงกันเลย
ArtKorat
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4210
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ม.ค. 2009, 18:48
team: เสือเฒ่าโคราชทวีผล / PCS Cycling Team
Bike: Colnago Master 55

Re: >>>...รู้เท่าทันการหมกเม็ดของบริษัทขายจักรยาน...<<<

โพสต์ โดย ArtKorat »

lucifer เขียน:MSI มาจาก million pounds per square inch
KSI มาจาก kilopounds per square inch

( ในบางเวป อาจจะใช้อักษรตัวเล็ก ซึ่งผิดความหมาย msi ต้องเขียนเป็น MSI เพราะ m = milli 1/1000 , แต่ M เท่ากับ Mega = 10ยกกำลัง 6 , = 1kilo ยกกำลัง 3 )

***********************************************

KSI เป็นหน่วยที่เรียกขานกันมานานกว่า 10ปีแล้วครับ หมายถึง 1000 lb per square inch ( K = 1,000 lb ) ( นานๆจะเจอ MSI ซะทีนะครับ เพราะค่ามันมากจริงๆ )

สมัยเมื่อสัก 10ปีก่อนที่ผมเริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับวัสดุที่ใช้ทำเฟรม ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า กลุ่มแรกๆที่เขายอมรับมาตรฐานการใช้หน่วย KSI นี่เขามาจากไหนกัน ถึงได้ใช้ตัวย่อที่เข้าใจยากแบบนี้
จะเขียนเป็น 1,000 PSI ก็น่าจะได้อยู่ แต่เกรงว่าตัวย่อจะยืดยาวออกเป็น KPSI หรือเปล่าก็ไม่ทราบ รู้แต่ว่ามาตรฐานหน่วยทั้งหลายนี่ ถ้าย่อกันก็มักจะไม่ค่อยเกิน 3 พยางค์ หรือ กลัวว่ามันจะไปพ้องกับ PSI ที่นิยมใช้เป็นหน่วยในการวัดแรงดัน ( หน่วย SI จะใช้เป็น Pascal )

พอมาใช้กับ strength ไม่ว่าจะเป็น Yield Strength ( YS )หรือจะเป็น Ultimate tensile strength ( UTS ) ก็ใช้หน่วย KSI กับชิ้นส่วนที่เป็นโลหะ

การใช้ตัวย่อของมันจึงดูเป็นหัวมงกุฎท้ายมังกร พิลึกๆ :mrgreen: เพราะ K = kilo = 10ยกกำลัง 3 มันเป็นprefix ที่ใช้กันบ่อยๆในหน่วย SI ( International System of Units )
แต่ Pound , inch มันเป็น Imperial unit

( บางครั้งหน่วยเหล่านี้ เช่น US. Gallon กับ Imperial Gallon ก็มีปริมาตรไม่เท่ากัน เวลาฝรั่งมันพูดคำว่า Gallon อย่างเดียว ผมต้องย้อนกลับไปดูเสมอๆว่า ฝรั่งคนนั้นมันเป็นคนชาติไหน เพราะผมเคยเถียงอจ.ที่ออกข้อสอบมาแล้ว เพราะข้อสอบที่ผมใช้สอบกันจะนำมาจาก poll ข้อสอบมาตรฐาน โจทย์ให้หน่วยเป็น Gallon แต่ค่าสัมประสิทธิ์ต่างๆที่เราใช้กันนั้น ส่วนใหญ่มันเป็นหน่วย SI ผมแย้งว่า มันเป็น Imperial หรือ US Gallon เพราะมันไม่เท่ากัน , เผอิญเราเองก็ดันแกล้งโง่ เพราะส่วนใหญ่ poll ข้อสอบพวกนี้จะมาจากทางอเมริกา :lol: :lol: )

ปัจจุบันผมไม่เคยสนใจกับค่าstrength หรือ ค่า modulus เหล่านี้เลย เพราะจักรยานทุกๆคัน จะผลิตขึ้นมาโดยมีคุณสมบัติองค์รวม เช่น มีความแข็งแรงเพียงพอกับการใช้งานในลักษณะที่คล้ายๆกัน รับน้ำหนักสูงสุดได้คล้ายๆ นอกจากนี้แล้ว หน่วยวัดค่าstrength เหล่านี้ ต้องเข้าใจที่มาก่อนว่า เขาวัดเทียบเอาจากmodelรูปกระดูกหมา ( ส่วน modulus นี่ผมลืมไปแล้ว ) แต่พอมาเป็นท่อกลม รี กลวง ยังมีอีกหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นเส้นผ่าศูนย์กลาง ความหนาของผนังท่อ ซึ่งส่งผลให้ค่าstrengthโดยองค์รวมของท่อมีความแตกต่างกันไปอีก

ดังนั้นค่าเหล่านี้มันก็เป็นเพียงค่าที่ผู้ผลิตนำมากรอกหู ถ่างตา บรรดาคนใช้ หรือ คนซื้อ ให้ดูว่าวัสดุของค่ายตรูนั้นดีมากๆ
เพราะพอมาค้นความจริง อย่าง อลูมิเนียม มันมีค่า UTS อยู่แถวๆ 75 KSI เท่านั้นแหละ ส่วนเหล็กกล้าดีๆ มันล่อไปตั้งเกือบ 200 KSI แต่พอมาทำเป็นจักรยานทั้งคันแล้ว ความแข็งแรงทั้งคันก็ไม่ได้แตกต่างกันในแง่ของการใช้งานรวมๆ

ข้อมูลเหล่านี้จึงเป็นสิ่งที่รู้ไปก็แค่ประดับปัญญาเท่านั้นครับ ถ้าเราไม่ได้เป็นวิศวกรที่ร่วมออกแบบผลิตภัณฑ์ มันก็แทบจะไม่ให้แก่นสารอะไรกับความเป็น"จักรยาน"แก่เรามากนักหรอก

ขอบคุณมากครับที่ช่วยชี้ให้กระจ่างขึ้น ผมทำงานวัสุดแต่หลักๆให้DINจับJISไม่ได้ใช้หน่วยที่ว่านี้ครับ และไม่รู้จริงๆ เท่าที่เคยจำได้ก็เป็นปอนด์ต่อตารางมิลอย่างที่ผมเขียนผมเลยไม่คุ้นกับหน่วยย่อครับ แต่ถ้าคุณลูซิเฟอร์คุ้นเคยแสดงว่าน่าจะรู้พวกเรื่องโครงสร้างก่อสร้าง ส่วนผมเองเป็นพวกเครื่องกลครับไม่ได้ใช้หน่วนKSI MSIเลยตลอด14ปีที่ทำงานในอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งไทยและญี่ปุ่นครับ แต่ก็ขอบคุณครับที่นำมาบอกกันครับ ค่าที่เอามาบอกนั้นตัวที่สำคัญคือยังโมดูลังหรือเทนไซล์โมดูสครับ Stress/Strain และเทนไซล์สเตรงค์ มันมีความสำคัญครับไม่ใช่แค่มีเฉยๆให้พวกเราคิดว่าเค้าเอามาไว้เฉยๆ เพราะว่าสินค้าทุกชนิดมีข้อกำหนดว่ารับน้ำหนักได้เท่าไหร่ ทำมั่วซั่วไม่ได้กำหนดหรือคำนวณให้ถูกต้องได้เจอไลบิลิตี้ลอว์แน่นอนครับ ในเมกาเป็นการฟ้องแบบเปิดเรียกค่าความเสียหายเกินจริงได้ ดังนั้นมันไม่ใช่แค่เครื่องมือการตลาดแต่เพียงอย่างเดียว ที่ผมซื้อเฟรมแล้วต้องไปดูก็เพราะว่าตอนนั้นผมนักเกือบ100กิโลผมพยายามดูว่าถ้าซื้อเฟรมคาร์บอนตัวล่างๆมันจะรับน้ำหนักผมได้จริงๆหรือเปล่าเลยทำการศึกษาประสานักวิจัยครับ
ArtKorat
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4210
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ม.ค. 2009, 18:48
team: เสือเฒ่าโคราชทวีผล / PCS Cycling Team
Bike: Colnago Master 55

Re: >>>...รู้เท่าทันการหมกเม็ดของบริษัทขายจักรยาน...<<<

โพสต์ โดย ArtKorat »

ผมเรียนขอเจ้าของกระทู้ถ้าไม่นอกเรื่องก็กรุณานิดนึงว่า อย่าเพิ่งทาสีผู้ผลิตเลยครับ อย่าเพิ่งแตกประเด็นจากหัวข้อกระทู้เลยครับ กระทู้บอกว่าผู้ผลิตหมกตอนนี้เค้าดูแล้วเหมือนกับไม่ได้หมกดังนั้นก็ควรจะจบได้นะครับถ้าจะไปเรื่องเฟรมหักก็แยกไปอีกกระทู้ละกันครับ

ผมไม่รู้จักหน่วยทางที่คุณหามาจริงๆลองไปเปิดJIS DIN ดูมันไม่มีค่าที่ว่าครับ ผมก็จำได้สมัยเรียนว่ามันเป็น กิโลกรัมต่อตารางมิลหรือไม่ก็ปอนด์ต่อตารางมิล กรุณาอ่านดูนะครับผมเขียนไว้ชัดว่ามันเป็นปอนด์ต่อตารางมิลนี่หว่าทำไมเขียนเป็น MSI หรือ KSI ผมไม่รู้ว่าMSI กับ KSI มันเป็นหน่วยย่อมาจากปอนด์ต่อตารางมิล ผมว่าผมไม่ได้ผิดนะ คุณลูซิเฟอร์พูดมีเหตุผลเพราะว่าปอนด์ต่อตารางมิลมันอาจไปซ้ำกับแรงดัน แต่กิโลกรัมต่อตารางมิลมันก็ซ้ำกับหน่วยแรงดันเหมือนกัน ผมจำแค่ว่าหน่วยมันเป็นอะไรไม่ได้จำตัวย่อครับเพราะว่าตัวย่อมีเยอะแยะครับจำไม่หมดจำแค่หลักของมันมาใช้ครับ KSI MSI ผมจะได้จำไว้ว่ามันแปลเป็นปอนด์ต่อตารางมิล

ขอโทษด้วยครับ หน่วยอิมพีเรียลเป็นปอนด์ต่อตารางนิ้วครับ :oops: ไม่อยากแก้ครับจะได้เห็นว่าผมพิมพ์ไม่ถูกต้อง แต่โดยหลักการผมก็ยืนยันว่ามันเป็นแรงที่กระทำต่อพื้นที่ เพราะว่าอย่างที่บอกครับผมไม่คุ้นกับหน่วยนิ้วเลยจริงๆครับ ส่วนมากผมจะใช้เป็นกิโลกรัมต่อตารางมิล ตารางเซ็นต์ก็ไม่ค่อยได้ใช้เพราะว่ามันเปลี่ยนยูนิทเป็นแรงดันยากครับ ตกๆหล่นๆแล้วยุ่งยากครับ

สุดท้ายครับ เทนไซส์สเตรงคือค่าที่วัสดุจะรับแรงได้สูงสุด ซึ่งเค้าเลยทำการตัดวัสดุให้มีหน้าตัดหนึ่ง คำนวณพื้นที่ว่าเป็นกีตารางมิล เอาค่านั้นใส่ลงไปแล้วให้เครื่องดึง กร๊าฟของแรงที่ใช้ในการดึงจะออกมาและวัดค่าการยืดตัวไว้ด้วย จากนั้นเส้นกราฟที่ได้ก็จะเอามาประเมินหาค่าtensile Strength และค่าอื่นๆของวัสดุครับ ส่วนค่าเทนไซล์โมดูลัสเราก็ดึงครับใส่ค่าที่แกนลดลงจากแรงดึงแล้วเครื่องก็จะหาออกมาให้ จะคำนวณมือเอาเองก็ได้ตามสูตรคุณหมอนั่นแหละครับ แต่สุดท้ายมันจะเท่ากันไม่ว่าขนาดแซมเปิ้ลที่ใช้นั้นจะเป็นขนาดใดก็ตาม อย่าเอาเล็กเป็นเข็มก็แล้วกันครับค่าความผิดพลาดในการอ่านแต่ละครั้งจะสูง วัดก็ยาก ความแน่นอนต่ำครับ ค่าเทนไซล์โมดูลัสนั้นจะเอาค่าของแรงมาหารด้วยสเตรนหรือค่าที่วัสดุเปลี่ยนรูปร่างก็ตรงๆตามสูตรล่ะครับ มันหมายถึงค่าตัวหนึ่งที่บอกว่าถ้าเราเอาแรงใส่เข้าไปแล้ววุสดุจะทีความสามารถในการต้านทางการเปลี่ยนรูปแค่ไหน มันก็คือหลักการของค่าความสติฟครับหรือการให้ตัวของวัสดุครับ ค่านี้จะสูงมากเมื่อตัวหารเข้าสู่0 หรือแรงเข้าสู่อินฟินิตี้ครับ พอได้ค่านี้เราก็จะรู้ว่าวัสดุที่เราเลือกนั้นสติฟแค่ไหน แต่มันไม่มีประโยชน์อะไรเลยถ้าค่าStressนั้นต่ำมากๆและค่าStrainเป็น0เราก็จะได้วัสดุที่สติฟเหมือนกันแต่ดันค่าเท็นไซล์ก็เตี้ยติดดินครับ จับยังกรอบร่วงกับมือครับ ต้องดูสองค่านี้ควบคู่กันอยู่แล้วในทางวัสดุศาสตร์ครับ ขอโทษที่ลากไปทางวิชาการ พอเราเข้าใจที่มาที่ไปแล้วเราไม่จำเป็นต้องไปนั่งจำตัวย่อครับจำแค่ว่ามันเป็นแรงที่กระทำต่อพื้นที่ก็เท่านั้นครับจะหน่วยอะไรก็ตาม แต่ถ้ามาเล่นเป็นหน่วยชื่อย่อผมก็ไม่รู้จริงๆเพราะว่าไม่คุ้นเคยครับ


60000 kgf/mm2 ก็คือ 60Ton Force/mm2 นะครับ ตัวเลขก็สอดคล้องกับที่เค้าเขียนไว้หรือไม่ครับ วานแก้ไขเรื่องหมกเม็ดค่าเท็นไซล์ด้วยก็แล้วกันครับ ;)
แก้ไขล่าสุดโดย ArtKorat เมื่อ 22 ก.พ. 2012, 21:42, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
lucifer
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6393
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
Bike: Only 2-wheels bike
ติดต่อ:

Re: >>>...รู้เท่าทันการหมกเม็ดของบริษัทขายจักรยาน...<<<

โพสต์ โดย lucifer »

เดี๋ยวว่างจากงาน จะมาร่ายให้ฟังครับ ว่าทำไมไม่ต้องใส่ใจกับมันจนทุกข์ใจ
พอดีใช้ iPhone อยู่ คนเคยพิมพ์สัมผัส ต้องมาจิ้ทีละตัว มันจะขาดใจ
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
ArtKorat
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4210
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ม.ค. 2009, 18:48
team: เสือเฒ่าโคราชทวีผล / PCS Cycling Team
Bike: Colnago Master 55

Re: >>>...รู้เท่าทันการหมกเม็ดของบริษัทขายจักรยาน...<<<

โพสต์ โดย ArtKorat »

อีกอย่างนะครับเป็นเรื่องสุดท้ายจริงๆ ด้วยความรู้หางอื่ง การหักของวัสดุนั้นไม่ได้มาจากการส่งแรงเกินเทนไซล์ของวัสดุแต่เพียงอย่างเดียวครับ การแตกหักนั้นอาจเกิดจากการหักที่เรียกวา ฟาทีคก็ได้ครับ ซึ่งวัสดุที่ทนต่อการแตกหักจำพวกฟาทีคจะใช้คำว่า ฟาทีครีซิสสแตนท์ ซึ่งมันเกี่ยวกับการออกแบบและเทคโนโลยีเป็นอย่างมากครับ การมีกระบวนการออกแบบและการผลิตที่ดีจะแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้เป็นอย่างมาก เวลาเรารับแรงหนักๆถึงแม้ว่าอยู่ภายใต้เทนไซล์สเตรงค์ของวัสดุก็ตาม แต่การที่วัสดุรับแรงเป็นไซเคิ้ลที่มีช่องกว้างมากๆหรือมีการรับแรงสะเทือนต่อจุดกระทำมากๆลงไปที่จุดๆเดียวนานพอ วัสดุก็จะเกิดการแตกหักได้ในที่สุดครับ

ดังนั้นมันสำคัญครับที่พวกเราคนธรรมดาควรจะรู้ว่าวัสดุที่จักรยานใช้นั้นจะทนแรงได้แค่ไหน จ่ายเงินทั้งทีเลือกดีๆหน่อย เลือกที่เหมาะกับเรา เรื่องต่อมาคือเรื่องฟาทีครีซิสแตนท์ครับ ถ้าวัสดุมีการกระทำเป็นไซเคิ้ลจำนวนมากๆต่อเนื่องกี่แสนกี่ล้านไซเคิ้ลมันจะหัก การทดสอบพวกนี้จะบอกได้ถึงฝีมือในการผลิตงานอย่างแท้จริงครับ เพราะว่าวัสดุเดียวกันแต่กรรมวิธีต่างกันก็ส่งผลต่อความแข็งแรงไม่เท่ากัน ในอุตสาหกรรมยานยนต์นอกจากเราจะชุบแข็งเพื่อเพิ่มเท็นไซล์แล้วยังมีโพรเซสที่เรียกว่าการสร้างรีเทนสเตรสที่อยู่สวนทางทิศทางของแรงที่จะเข้ามากระทำเอาไว้ที่ผิวงานหรือแม้กระทั่งในตัวงานครับ สิ่งนี้แหละครับที่จะทำให้เราสามารถลดขนาดวัสดุลงได้และเพิ่มความต้านทางต่อการหักชนิดฟาทีค ซึ่งลองคิดดูละกันนะครับ ปืนใหญ่ลำกล้องนิดเดียวทำไมทนแรงระเบิดมหาศาลที่พาเอาลูกระเบิดหนัก50กิโลลอยไป20กิโลเมตรด้วยความเร็วเหนือเสียงได้ ถ้าแรงกระทำเท่ากับแรงถูกกระ ระหว่างลูกกระสุนอยู่ในลำกล้องปืนใหญ่แรงกระทำเท่าเทียบกันก็กำลังกระทำต่อลำกล้องปืนเช่นกัน ถ้าไม่มีกระบวนการพิเศษนี้ ไม่ช้าไม่นานคนยิงก็ตายกันทั้งหมดเนื่องจากปืนระเบิดครับ อยากฝากไว้นิดนึงให้พวกเราได้เข้าใจ และตรงนี้ล่ะครับที่ทำให้เกิดมูลค่าเพิ่มระหว่างทำได้ กับคิดว่าตัวเองก็ทำได้

และเผื่อเพื่อนๆที่ไม่รู้นะครับอุปกรณ์จำพวกคาร์บอนไฟเบอร์มันรับฟาทีคเข้าไปมากๆเวลามันจะหักมันไม่แสดงอาการล่วงหน้าครับ (ที่จริงล่วงหน้าแต่สั้นมาก) โดยสรุปได้ว่าถ้ามันรับแรงจนเข้าสู่วิกฤติแล้ว ตอนมันจะหักมันจะไม่แสดงแบบโลหะทั่วไป มันจะหักมันหักเลยครับ ดังนั้นการเอารูปมาดูแล้วบอกว่าแค่นี้นะหัก ผมว่าเป็นการตัดสินที่ไม่เป็นธรรมเท่าไหร่หรอกครับ ถ้าเป็นอลูมันร้าวให้เห็นก่อนก็เลยไม่เป็นอย่างที่เฟรมคาร์บอนเป็นครับ เป็นสาเหตุที่เราต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนครับ เราตัวหนักใช้ของเบามากๆแถมเป็นของก๊อปผมว่าไม่ช้าก็เร็วล่ะครับ เอาชีวิตไปเสี่ยงกับราคาที่ต่างกันระหว่างแท้เทียมปลอมไม่เกิน50000บาท เราก็คงให้ค่าชีวิตเราแค่นั้น บางคนเล่ยของเบาเอาเบาเข้าว่าทั้งๆที่ตัวหนักมากเราก็เสี่ยงเช่นเดียวกัน หรือถนนบ้านเรานี่แสนขรุขระแต่เลือกคาร์บอนรับแรงได้น้อยๆมาใช้งาน ชีวิตเราก็เสี่ยงเช่นกัน ผมว่าการระทำของเราเองล่ะครับจะเป็นตัวบอกว่าเราให้ค่าในชีวิตของเราแค่ไหน

ไม่ได้หมายความว่าของแพงแล้วดีนะครับ ซื้อของมีคุณภาพราคาถูกก็ดีครับ มีคุณภาพและมีเงินจ่ายค่าแบรนด์ได้ยิ่งดี กระเป๋าใครกระเป๋ามันนะครับ แต่ใครก็ตามในภาษานาฬิกาที่เรียกว่าตกควาย(เอาของห่วยมาหลอกขาย)อันนี้ควรประนามครับ แต่ผมไม่คิดว่าเจ้าของกระทู้มีข้อมูลมากพอที่มายืนยันคำอ้างที่ว่าบริษัทผลิตจักรยานพีนาเรลโร่หมกเม็ดหลอกผู้ซื้อครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
lucifer
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6393
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
Bike: Only 2-wheels bike
ติดต่อ:

Re: >>>...รู้เท่าทันการหมกเม็ดของบริษัทขายจักรยาน...<<<

โพสต์ โดย lucifer »

คำคมจากนิยายบู๊ลิ้ม "มิต่อตี มิได้สหาย" :lol:

ก่อนอื่นผมออกตัวเอี๊ยดใหญ่ๆเลยว่า ผมไม่ใช่วิศวกร ผมเป็นวิสัญญีแพทย์ครับ แต่ชีวิตของผมตั้งแต่เด็กมันผูกพันกับงานช่าง งานโรงงานเพราะที่บ้านทำโรงงานขนาดเล็กๆที่เลี้ยงพวกเราจนก้าวต่อไปเรียนหนังสือสูงๆได้
จริงๆผมก็คงจะเลือกไปเรียนวิศวะแล้ว แต่พ่ออยากให้เรียนแพทย์ จึงทำตามประสงค์ของท่านนะ แต่มุมมองเรื่องช่างยังคงติดตัวผมมาตลอด , งานที่ผมทำอยู่ ทำให้ผมต้องยังคงต้องรู้เรื่องเหล่านี้ เพราะผมต้องดูระบบกาซของโรงพยาบาลที่ผมทำงานอยู่ อย่างน้อยผมจะรู้ปัญหาที่เกิดและแนวทางในการแก้ไขได้ดีกว่าช่างในโรงพยาบาล และเมื่อต้องปรึกษากับวิศวกร ก็สามารถพูดคุยกันเข้าถึงปัญหาได้ง่ายกว่า

เอาหละ ผมเข้าเรื่องหละนะ

ที่คุณ ArtKorat กล่าวมานั้น ไม่ใช่ tensile strength ครับ แต่ดูเหมือนจะเป็น Young's modulus หรือ tensile modulus ซึ่งมีค่าเท่ากับ Stress / strain
Screen shot 2012-02-22 at 5.13.26 PM.png
Screen shot 2012-02-22 at 5.13.26 PM.png (46.98 KiB) เข้าดูแล้ว 480 ครั้ง
ส่วนอีกสองคำ คือ

Yield strength, is defined in engineering as the amount of stress that a material can undergo before moving from elastic deformation into plastic deformation.

Ultimate Tensile Strength , - UTS - of a material is the limit stress at which the material actually breaks, with sudden release of the stored elastic energy

เดิมทีผมก็ไม่ค่อยเข้าใจเรื่อง tensile modulus เท่าไหร่นักหรอก แต่พออ่านที่คุณ ArtKorat กล่าวไว้ ผมก็เลยเข้าใจขึ้นมา แล้วไปหาเพิ่มเติม
ส่วนนิยมของ YS กับ UTS นั้น ผมเองรู้มาตั้งแต่เริ่มสนใจจักรยานเมื่อสัก 10 ปีแล้ว

วิธีการหาค่า Strength เขาจะนำโลหะมาขึ้นรูปเป็นทรงแท่งกลมมาตรฐาน ซึ่งจะเรียกกันง่ายๆว่า "กระดูกหมา" คือ มีหัวท้ายที่ใหญ่ และตรงกลางที่เล็ก
จากนั้นก็จะนำชิ้นงานมาเข้าเครื่องจับ และใช้แรงดัน( stress ) จนกระทั่งชิ้นงานงอแล้วไม่กลับคืนรูปเดิม ก็จะเรียกว่า Yield strength ส่วน Ultimate tensile strength ก็จะเป้นค่าที่สูงไปกว่า YS เพราะจะดันจนชิ้นงานหัก ( ภายใต้เงื่อนไขที่เขียนเอาไว้ )

( There are a number of standard sizes for tensile tests. The most common are found in ASTM E9 and ASTM D638. For thin metallic materials, such as rolled sheet metal, the standard size is 8.5 inches in length by 0.75 inch in width. For plastic and composite materials, the standard size is 6.5 inches in length by 0.75 inch in width. Each specimen has a reduced width in the center of 0.5 inch. These standards allow for many different geometries including round specimens. )

ในวงเล็บข้างบนนี่ก็แทบจะบอกอะไรได้บ้างแล้วใช่ไหมครับว่า ตัวเลขเหล่านี้อาจจะมีค่าไม่เท่ากันก็ได้ ถ้าใช้ size of tensile test ไม่เท่ากัน



แต่สิ่งที่เราทราบมานั้น หากจะนำไปใช้ประโยชน์กับงานก่อสร้าง งานโครงสร้าง เราจะไม่สามารถนำค่าพวกนี้ไปใช้ได้โดยตรง เพราะไม่ว่าจะเป็น YS หรือ UTS ซึ่งเป็นค่าที่ผู้ผลิตอ้างถึงนั้น มันเป็นค่าที่เกิดจากการทดสอบโดยอิงจากวัตถุต้นแบบที่มีรูปทรงมาตรฐาน


เฟรมจักรยานนั้นมีเงื่อนไขที่มากไปกว่านั้น ลำพังแค่ขนาดท่ออย่างเดียวก็สร้างเงื่อนไขได้มากกว่าสิ่งที่เขียนมาเป็นตัวเลข ยกตัวอย่างง่ายๆ ท่อโครโมผ่านheat-treat บางตัวมีค่า tensile strength มากถึง 200 KSI กับ อลูมิเนียม 7000 ที่มีค่า tensile strengthเพียง 60-70 KSI สามารถนำมาสร้างเป็นจักรยานที่รับน้ำหนักคนเป็น 100 กก.ได้พอๆกันครับ ทั้งนี้ขึ้นกับการออกแบบท่อ การเลือกเส้นผ่าศูนย์กลาง การเลือกความหนาของท่อ ( แค่เรื่อง surface tension เรื่องเดียว ก็คุยกันไม่รู้จบแล้ว , ผมบายนะครับ ผมรู้แค่นิดเดียว แต่มันเป็นสิ่งที่ผมเคยถูกป้อนมาให้รู้ เพราะตอนเรียนกลศาสตร์ตอนปี 1 มันต้องเรียนพวกที่ไม่รู้ว่าจะต้องเรียนไปทำไม เป็นหมอนะครับ ไม่ได้ไปเป็นวิศวะ ฮ่า ฮ่า )

นอกจากนี้การเลือกพื้นที่หน้าตัดของชิ้นงานก็มีผลต่อการกระจายแรงstress ด้วยเช่นกัน


วกมาที่เฟรมจักรยานหรือ ชิ้นงานใดๆก็ช่าง มันจะมีส่วนที่เรียกว่า Stress raiser หรือ Stress riser ซึ่งหมายถึงจุดที่รับความเค้นไปตรงๆ หรือ สะสมความเค้นไปเต็มๆนั่นแหละ จักรยานที่หักตรงท่อบนและท่อล่างที่ชิดกับท่อคอนั้น ก็คือ ส่วนที่เป็น stress raiser นั่นเอง ลองอ่านดูเล่นๆที่ http://en.wikipedia.org/wiki/Stress_concentration

การที่เฟรมทำจากวัสดุที่แข็งมากมาย หรือ รับแรงเค้น แรงเครียดได้มากมาย ไม่ได้หมายถึงว่ามันจะไม่แตก ไม่หัก

ของจะดีไม่ดีนั้น ขึ้นกับ การผลิต และ ผู้ใช้

ถ้าหากออกแบบมาไม่ดี ไม่ได้ทำ R&D ที่ยาวนานพอ ไม่รู้ว่าจุดใดเป็น Stress raiser ทำให้ไม่ได้ไปเสริมความแข็งแรงตรงนั้น เป็นไปได้ว่าตรงนั้นอาจจะมีจำนวนชั้นของคาร์บอนไฟเบอร์ไม่มากพอ วางแนวเส้นใยที่ไม่เหมาะสมเพียงพอที่จะกระจายstress ออกไป กลายเป็นสะสมไว้ที่เดียว จนถึงจุดที่เรียกว่า Fatigue failure

คาร์บอนไฟเบอร์นั้น ไม่เหมือนกับโลหะนะครับ จริงอยู่ที่ลำพังตัวเส้นใยอย่างเดียว มันแข็งกว่าเส้นใยโลหะที่มีขนาดเท่าๆกับมันอย่างมาก แต่มันไม่ใช่วัสดุเนื้อเดียว ( มันเป็น composite ) แค่การวางแนวเส้นใย และการเลือกใช้ชนิดของ epoxy resin ก็ส่งผลต่อคุณภาพของชิ้นงานแล้วครับ ดังนั้นการจะดูจากค่าตัวเลขเหล่านั้น จึงไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องเลย ไม่ถูกต้องเลยจริงๆ เพราะมันไม่ได้ใช้เส้นใยเพียงอย่างเดียว แต่มันต้องใช้กาวประสาน ใช้การวาง และใช้มือคน

มือคนนี่แหละ ที่อาจจะมีมาตรฐานไม่เท่ากัน หากผู้ผลิตไม่มีระบบคุณภาพที่ดีพอ งานที่ได้ก็ไม่แน่นอน เหมือนกับเฟรมโลหะของอิตาลีที่ผมกล่าวไปแล้วว่า ใช้ๆไป ท่อคอร้าวเอง เพราะทนแรงเครียดจากถ้วยคอไม่ได้ ซึ่งอาจจะมาจากท่อคอไม่ได้ขนาดที่เหมาะสมพอ คือ อาจจะmillเอาเนื้อโลหะออกมาน้อยกว่าที่ควรจะเป็นเพียงนิดเดียว แต่นั่นมันเป็นงานทำมือ โอกาสไม่แม่นยำ จึงเกิดขึ้นได้ครับ

TREK เป็นผู้ผลิตที่บอกชัดเลยๆว่า จักรยานเสือหมอบทุกๆรุ่น ถูกออกแบบมาให้รับน้ำหนักผู้ขับขี่ 125กก ได้อย่างปลอดภัย ไม่จำเป็นต้องบอกว่าใช้เส้นใยอะไร เส้นใยมีค่า Modulus เท่าไหร่ Tensile Strength เท่าใด เพราะค่าสุดท้ายที่ได้ คือ ค่าความแข็งแรงโดยรวมของเฟรมจักรยาน เกิดมาจากทุกภาคส่วนของรถ เกิดจากการออกแบบ ส่วนที่ควรหนาเพราะรับแรงมาก ก็ควรหนา , ส่วนที่ควรจะกระจายแรงจะได้ไม่เป็น stress raiser ก็ควรจะกระจายแรง

ส่วน user failure นั้น คงไม่ต้องพูดถึงหรอก มันมีทุกประเทศแหละ

ขอแค่นี้พอแล้วนะ ผมว่าคนที่มุมมองแบบช่างด้่วยกัน อ่านแค่นี้ก็น่าจะเข้าใจที่ผมเขียนแล้วหละ

มีความสุขกับการปั่นจักรยานดีกว่าครับ ถ้าเกรงว่ารถมันรับน้ำหนักเราไม่ได้ ก็แนะนำให้ใช้รถที่เขากล้าบอกว่า limitationของเขามีมากน้อยแค่ไหน ถ้าตรงจริตกับเรา ก็ซื้อมาใช้ครับ


ผมเองไม่ใส่ใจว่าใครผลิตนะ แต่ใส่ใจว่าผลิตออกมาภายใต้ R&D ที่เหมาะสมหรือไม่มากกว่าครับ

พอหละ ขอไปปั่นจักรยานก่อน เดี๋ยวลงแดงพอดี

สุดท้ายนะครับ KSI ไม่ใช่ พันปอนด์ต่อตารางมิลนะครับ แต่เป็นต่อตารางนิ้ว สงสัยคุณอาร์ตคงจะพิมพ์เพลินครับ แก้ให้ก็แล้วกัน

JIS ใช้หน่วยวัดแรงดันเป็น kg/sq.cm ครับ ( ส่วนจะแปลงย่อยเป็น ต่อ sq.mm. ก็คงจะเป็นในกรณีที่ต่อ sq.cm มันมากมายเกินไป หรือ พื้นที่ผิวงานมันเล็กมาก พูดเป็นsq.mm. อาจจะมองเห็นอะไรเป็นรูปธรรมง่ายกว่า
imperial และ มะกัน ใช้ PSI
SI ใช้ pascal

ปวดหัวเวลาที่ต้องมานั่ง convert หน่วยเหล่านี้เวลาที่ต้องมานั่งดู pressure guage ที่ใช้มาตรฐานคนละอันกัน สุดท้ายก็ต้องconvert มาเป็น bar อยู่ดี
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
รูปประจำตัวสมาชิก
ชิน
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4152
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 09:27
Tel: 083-248-5558
team: Nich-100Plus
Bike: Nich
ตำแหน่ง: อ่อนนุช
ติดต่อ:

Re: >>>...รู้เท่าทันการหมกเม็ดของบริษัทขายจักรยาน...<<<

โพสต์ โดย ชิน »

รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กวิทย์ขึ้นมาทันที เมื่อ่อ่านกระทู้นี้เรื่อยๆ :lol:
www.nichcycling.com
รูปประจำตัวสมาชิก
แมวทอง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 8671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2010, 08:47
team: อันนี้ลิงค์เข้า facebook ครับ https://www.facebook.com/songkran.kook

Re: >>>...รู้เท่าทันการหมกเม็ดของบริษัทขายจักรยาน...<<<

โพสต์ โดย แมวทอง »

พี่ชิน!!!!! :o :!: :o
แมวทองคือแมวน้ำแมวน้ำคือแมวทะเล
รูปประจำตัวสมาชิก
nbonite
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 51
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 มิ.ย. 2009, 00:19
Tel: 085-0300045
team: อิสระ
Bike: TREK
ตำแหน่ง: ป่าดงดิบ

Re: >>>...รู้เท่าทันการหมกเม็ดของบริษัทขายจักรยาน...<<<

โพสต์ โดย nbonite »

เป็นเช่นนี้นี่เอง อยากได้ของดี ราคาถูก ....
เลยมาโจมตีของเเพงๆ :lol:
รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
ชิน
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4152
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 09:27
Tel: 083-248-5558
team: Nich-100Plus
Bike: Nich
ตำแหน่ง: อ่อนนุช
ติดต่อ:

Re: >>>...รู้เท่าทันการหมกเม็ดของบริษัทขายจักรยาน...<<<

โพสต์ โดย ชิน »

แมวทอง เขียน:พี่ชิน!!!!! :o :!: :o
เรียกทำมะไร๋?
www.nichcycling.com
รูปประจำตัวสมาชิก
phongsiri
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 5777
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ก.พ. 2009, 11:25
Tel: -
team: Nong Khai Cycling Club

Re: >>>...รู้เท่าทันการหมกเม็ดของบริษัทขายจักรยาน...<<<

โพสต์ โดย phongsiri »

ได้ความรู้เพียบผมเชื่อว่ามีหลายคนที่ยังไม่รู้เรื่องนี้แต่แม้ผมจะรู้มาบ้างแล้วแต่อ่านดูก็ได้ความรู้ดี จขกท.คงอยากบอกว่ามีจักรยานอีกหลายยี่ห้อที่ดีและราคาถูกเพราะไม่ต้องเสียเงินไปกับค่าการตลาดและอื่นๆที่ผมไม่อาจกล่าวได้ ขอบคุณมากครับ
ชีวิตที่ผ่านมานั้นมันคุ้มค่าจริงหรือ และตอนนี้ได้ทำอะไรเพื่อจะก้าวต่อไปแล้วหรือยัง
If not now. When? Let's get start.
คิดมากเกินไป ก็ออกทะเลไปเรื่อยๆ
ArtKorat
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4210
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ม.ค. 2009, 18:48
team: เสือเฒ่าโคราชทวีผล / PCS Cycling Team
Bike: Colnago Master 55

Re: >>>...รู้เท่าทันการหมกเม็ดของบริษัทขายจักรยาน...<<<

โพสต์ โดย ArtKorat »

เรียนคุณหมอผมว่าลองอ่านดูดีๆครับผมพูดถึงค่าสองตัวด้วยกัน ตัวแรกคือเทนไซล์สเตรงค์ซึ่งวัสดุโทเรก้าตัวM60JBมีค่าเท่ากับ390 และมีเทนไซล์โมดูลัสที่60000ผมรู้ว่าผมพูดถึงอะไรอยู่ครับ ผมชี้ให้เห็นว่าเท็นไซล์โมดูลัสคือค่าความสติฟของวัสดุและค่าเท็นไซล์ของมันคือค่าความแข็งแรงของวัสดุต้องดูควบคู่กันเพราะว่ามันอาจชี้นำผิดทางได้ถ้าเราไม่เข้าใจว่ามันมาอย่างไรครับ ผมเรียนไว้เช่นนี้เพราะว่ามันยากที่จะอธิบายให้คนเข้าใจว่าแต่ละตัวต่างกันอย่างไรจนกว่าจะได้เห็นวิธีเค้าทดสอบกัน และผมก็ชี้แจงให้ทราบและเข้าใจว่าคุณหมอแปลจากวิกีนะครับ

ค่าอื่นๆคุณหมออย่าเขียนมาลงเลยครับ เขียนมาลงโดยการอ่านเอาอย่างเดียวเดี๋ยวทำเอาคนที่ไม่รู้สับสนกว่าเดิมได้ง่ายๆ คุณหมอขอให้ดูซักนิดหน่วยของทุกตัวมันเป็นแรงต่อพื้นที่ครับ พื้นที่มากแรงกระทำมาก พื้นที่น้อยแรงกระทำน้อยแต่พอหารต่อพื้นที่แล้วมันจะเท่ากันครับ แรงที่เกิดขึ้นผมใช้เป็นกิโลกรับฟอร์สต่อตารางมิลเพราะว่าสามารถเปลี่ยนเป็นหน่วยเมกะปาสคัลได้ง่ายกว่า (N/mm2) อยากเปลี่ยนก็หารด้วย1ล้านครับ เปลี่ยนเป็นบาร์ก็หารด้วย1แสนครับ คิดง่ายดีแปลงไปกลับง่ายด้วยเช่นกันครับ

และอีกเช่นกันการอบชุบนั้นอบให้ดีก็มีอบแล้วนิ่มก็มีครับ ถ้าคนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจทรีเฟสไดอะแกรมแล้วเอามาพูดมันจะผิดพลาดได้ครับ เหล็กตัวเดียวกันสามารถทำให้นิ่มสุดๆหรือแข็งสุดๆด้วยกระบวนการอบชุบที่อุณหภูมิต่างกันและการเย็นตัวที่ไม่เท่ากัน เหล็กนี่มีโครงสร้างเหมือนเวลาเราผสมปูนครับ แต่ฟาทีครีสิตแตนท์นี่คนละเรื่องกับที่เราพูดกันโดยสิ้นเชิงครับ ผมจะเรียนเสนอมุมมองหลักการแท้จริงของเรื่องฟาทีครีซิสแตนท์ที่น้อยนักคนจะเข้าใจครับ เหล็กทั่วไปที่คุณหมอบอกนั้นผมไม่อยากจะพูดถึงมันเท่าไหร่เพราะว่าผมไม่รู้ว่าหน่วยของมันเป็นอย่างไร แต่เอาหน่วยที่ผมเข้าใจและทำงานอยู่ละกัน เหล็กแท่งหนึ่งมีเท็นไซล์สเตรงค์ที่800เมกะปาสคัล เราเจาะรูมันออกทำเป็นโพรงแล้วทำการอัดแรงดันเข้าไป200เมกะปาสคัล เหล็กนี้จะไม่เป็นอะไรเลยใช่หรือไม่ คำตอบคือใช่และไม่ใช่ ถ้ามันดันเข้าไปทีเดียวมันก็จะไม่เป็นไรเพราะว่าเหล็กยังรับได้อยู่ แต่ทำไมแรงดัน200เมกะปาสคัลอัดเข้าแล้วปล่อยออกจำนวนมากประมาณล้านครั้งแล้วเจ้าเหล็กที่มีความแข็งแรงสูงกว่าถึง4เท่าถึงแตกได้ครับ มาพูดถึงลำกล้องปืนใหญ่กันบ้างถ้าลำกล้องปืนใหญ่มีความแข็งแรงที่800เมกะปัสคัลแต่ยิงปืนใหญ่ที่ต้องใช้แรงดันสูงเกือยเท่ากับ800แต่มันไม่แตกมันเป็นไปได้อย่างไร มันไม่น่าจะเป็นได้แต่ทำไมเป็นเช่นนั้น คนที่ไม่รู้ก็บอกว่าใส่ค่าเซฟตี้ไม่พอใส่เข้าไปอีกหน้าขึ้นกว่าเดิมเพิ่มความแข็งให้มากกว่าเดิม ผลก็คือว่ามันเพิ่มได้ครับแต่สุดท้ายมันก็แตกอยู่ดี และใช้เนื้อวัสดุเพิ่มขึ้นอย่างมาก คำถามนี้ถ้าคนเข้าใจที่ผมพูดจะไม่ตอบในลักษณะว่าเพิ่มความหนา เราจะทำให้มันหนาขึ้นเมื่อพื้นที่ไม่พอที่จะรับแรง แต่ถ้าพูดเรื่องทนเราจะพูดถึงการทำให้มีฟาทีครีสิสแตนท์ไม่ได้เกี่ยวกับการเพิ่มพื้นที่ครับ ผมอยากเรียนทุกท่านให้เข้าใจว่าเจ้าฟาทีครีซิสแตนท์ของวัสดุหรือโลหะนั้นมันไม่ได้เกี่ยวกับเท็นไซล์แต่เพียงอย่างเดียว มันเกี่ยวข้องกับความเข้าใจของโครงสร้างวัสดุศาสตร์เป็นอย่างมาก ถ้าเราเข้าใจก็จะบอกได้ว่าทำไมพวกเพรเชอร์เวซเซลต้องการเทคโนโลยี่นี้เป็นอย่างมาก (ยังไม่มีคนเอามาทำกะถังซีเอ็นจีมันเลยต้องหนักตึ้งอยู่แบบนี้)

พูดถึงเรื่องอบชุบเพื่อเพิ่มความทนทานผมเรียนให้ทุกท่านฟังดังนี้นะครับ การอบชุบอย่างเดียวนั้นเป็นเทคโนโลยี40-50ปีที่แล้วสมัยสงครามโลกล่ะครับ เทคโนโลยีทุกวันนี้เค้าพูดถึงเรื่องอื่นครับทำอยากไรให้วัสดุทนทานมิได้เกี่ยวกับการเพิ่มขนาดเสริมความแข็งเสมอไปครับ เมื่อก่อนคนไม่เข้าใจจะทำให้ทนก็เพิ่มแต่ขนาด ทั้งๆที่จริงแล้วมันไม่ใช่เช่นนั้น คาร์บอนไฟเบอร์จะแข็งแรงทนต่อการหักจำพวกฟาทีคหรือไม่มันมีความแตกต่างมากถ้ากระบวนการผลิตไม่เหมือนกันครับ เช่นการเอาเส้นไยคาร์บอนมาฟ๊อจขึ้นรูปกับเรซิ่นด้วยแรงอัดสูง ดูขาจานจักรยานครับทำอย่างไรเค้าพยายามเก็บเงียบไม่บอกแต่มันเป็นกระบวนการForge Carbon ลองเสิร์ชดูเอาเองละกันนะครับ เจ้าเส้นไยคาร์บอนและเรซินจะมีแรงที่เรียกว่ารีเทนสเตรสฟอสค้างอยู่ เจ้ารีเทนสเตรสฟอสนั้นมีทั้งเสริมความแข็งแรงและถ้าผิดที่มันก็ทำให้วัสดุอ่อนแอลง ถ้าเราเข้าใจมันเราจะทำให้มันไปในทิศทางที่ต้องรับแรงเราก็จะได้วัสดุที่แข็งแรงขึ้นโดยที่ไม่ต้องทำอะไรเลย อันนี้เป็นเทคโนโลยีใหม่จริงๆและบอกได้เลยครับว่าน้อยคนที่จะเข้าใจ มันมองไม่เห็นด้วยตาครับแต่วัดได้ด้วยเครื่องเอ็กเรย์ดีแฟรกโตมิเตอร์ หรือจะต้องใช้แบบเดสตรักทีฟเทสโดยการเจาะรูเล็กๆเข้าไปที่ชิ้นงานแล้วเอาเลเซอร์ตรวจจับการบิดตัวของวัสดุหลังเจ้าเข้าไปแล้ว วัดค่าออกมาแล้วคำนวนกลับเป็นรีเทนนิ่งฟอร์สในชิ้นงาน และเว็กเตอร์ของมันไปทางไหน ความเข้าใจต่อเจ้านี่จะทำให้เราลดขนาดวัสดุที่ใช้ แต่ยังทนทานต่อการใช้งานที่ดีกว่าเดิม หนึ่งในเทคโนโลยีที่รู้กันมานานและใช้ในการทำเฟืองที่มีขนาดบางๆหรือสปริงที่มีความทนทานสูงทดกดได้เป็นล้านๆครั้งมิใช่มาจากการชุบเพิ่มเทนไซล์(เพราะว่าเพิ่มเทนไซล์สูงขนาดใหญ่ขึ้นค่าKเปลี่ยน) แต่มาจากการเลือกวัสดุที่มีความทนทานต่อการแตกหักโดยเพิ่มสารจำพวกแมงกานีสและทำช๊อทพีน และยังมีอื่นๆอีกมากครับที่สามารถสร้างเรีเทนสเตรสฟ๊อสในโลหะหรืออะโลหะและเทคโนโลยีขึ้นเฟรมส่งผลต่างต่อฟาทีครีสิสแตนท์ครับ มากกว่าเท็นไซล์ของมันเท็นไซล์มาไงก็มางั้นแหละครับ ทางเทรคเลยคุยนักคุยหนากับเทคโนโลยีที่เค้ามี

อย่างที่ผมจะบอกเท็นไซล์หรือจะเอายีลสเตรงเป็นตัวเลือกก็ตามแต่แล้วแต่ความถนัดของวิศวะกร ผมเรียนเช่นนี้ครับว่าถ้าไม่เข้าใจว่ามันเป็นแรงที่รับได้ต่อตารางมิลก็จะเจอคำตอบแบบว่าคุณหมอตอบครับ ทำไมวัสดุหนึ่งทนแรง200MSIผมก็ไม่รู้ได้ว่ามันประมาณเท่าไหร่กี่กิโลกรัมฟอร์สขี้เกรียจหา แล้วมาเทียบกับ75MSIทำไมทำเฟรมรับน้ำหนักได้พอๆกัน ก็ผมคิดว่าต้องไปลืมว่ามันเป็นแรงต่อพื้นที่ครับ ถ้าจะทำให้รับแรงได้เท่ากันก็ต้องเพิ่มพื้นที่เข้าไป (อย่าลืมนะครับแรงด้านไหนอยากเพิ่มก็เพิ่มพื้นที่เข้าไปตรงที่มีแรงกระทำมากจะได้ไม่หักคาเท้าตั้งแต่ตอนตืบครั้งแรก) แล้วเพิ่มขนาดทำไมยังเบากว่า ก็เพราะว่าความถ่วงจำเพาะไม่เท่ากันครับ แล้วอลูก็มีหลายเกรดด้วย กระบวนการขึ้นรูปของอลูก็มีรีเทนสเตรสฟอสสูงกว่ากระบวนการขึ้นรูปเย็นของเหล็กครับ และที่สำคัญสามารถทำการอบชุบT6ให้เกิดagr hardeningได้แข็งตัวจากการตกผลึกของทองแดงในอลูมิเนียม (ไม่ต้องตกใจนะครับวิชาโลหะศาสตร์201ครับ ใครลืมส่งครูไปแล้วก็เอาไปเปิดดูใหม่ครับ) ส่วนพวกเท็นไซล์นี่เรียนกันในวิชาสแตติกปี2ของวิดวะครับ 21ปีแล้วแต่ยังพอจำได้คร่าวๆ ดังนั้นต้องเข้าใจว่ามันเป็นแรงที่รับได้ต่อพื้นที่ อยากให้รับได้มากก็เพิ่มพื้นที่รับแรง อยากให้ทนทานไม่หักก็ทำการสร้างเรีเทนสเตรสเข้าไป ไฮโดรฟอร์มก็เป็นหนึ่งในนั้น ;)

สองเรื่องหน่วยที่ใช้เป็นหน่วยเดียวกันแต่มีความหมายคนละอย่างครับ ความแข็งแรงของวัสดุ และความทนทานฟาทีครีสิตแตนท์มันไม่ได้เป็นเรื่องเดียวกัน และผมอยากจะชี้ว่ามันไม่เป็นธณรมกับผู้ผลิตเท่าไหร่นักถ้าเราไม่ได้รู้ว่าเฟรมตัวนี้ผ่านการใช้งานเป็นอย่างไรมาจนถึงวันนี้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งลักษณะของคาร์บอนไฟเบอร์ไม่ได้มีการแสดงการเสื่อมสภาพให้เห็นเหมือนโลหะทั่วไป บทมันจะไปมันไปเลยครับไม่มีคำว่าค่อยๆไป
แก้ไขล่าสุดโดย ArtKorat เมื่อ 22 ก.พ. 2012, 21:54, แก้ไขแล้ว 5 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
mhonglio
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 654
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ต.ค. 2009, 14:47
Tel: 0863549963
team: Lingbaa XS, 99 City Bike,DTK
Bike: Pinarello FP 4:13

Re: >>>...รู้เท่าทันการหมกเม็ดของบริษัทขายจักรยาน...<<<

โพสต์ โดย mhonglio »

อา......เห็น F4:13 หักแล้วปวดใจเราจะหักบ้างมั๊ยเนี่ย เฮ้อออออออออ
ตอบกลับ

กลับไปยัง “เสือหมอบ (roadbike)”