ขอตอบข้อแรกก่อนนะครับ 1. ร่างกายเมื่อได้รับคาร์โบไฮเดรตจะย่อยกลายเป็นน้ำตาล หรือ กลูโคส ซึ่งเป็นหน่วยย่อยสุดของคาร์โบไฮเดรต จากนั้นถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือด และจะเก็บไว้เป็น น้ำตาลในเลือดซึ่งเป็นแหล่งพลังงานของสมอง และระบบประสาททั่วร่างกาย จากนั้นกลูโคสในเลือดจะถูกเปลี่ยนไปเป็นไกลโคเจนซึ่งเป็นแหล่งพลังงานให้แก่กล้ามเนื้อเพื่อทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของร่างกายตามการสั่งงานของสมองและจิตใจ ถ้ากล้ามเนื้อมากก็มีการสะสมไกลโคเจนมากตามลำดับ จากนั้นจะเก็บไกลโคเจนในตับ โดยไกลโคเจนในตับมีหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานสำรองให้แก่สมองและระบบประสาท โดยจะเปลี่ยนไกลโคเจนไปเป็นน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด กล้ามเนื้อใช้ไกลโคเจนจากกล้ามเนื้อครับไม่ได้เอามาจากตับ นอกจากจำเป็นจริงๆคือเกิดภาวะการอดอาหาร ส่วนว่าทำไมถึงไม่กินน้ำตาลโดยตรง เช่นพวกน้ำหวานหรือน้ำผึ้ง จริงๆกินได้ครับ แต่คาร์โบไฮเดรตจากกล้วย ขนมปัง แป้งจากข้าว จะให้พลังงานที่ยาวนานกว่า ขึ้นอยู่กับการย่อยอาหารนะครับ น้ำหวานไม่ต้องย่อย ดุดซึมได้เลย ร่างกายนำไปใช้ไม่ทัน แต่ถ้าค่อยๆย่อยค่อยๆใช้จะเหมาะสมกว่า และสามารถนำไปเปลี่ยนเป็นไกลโคเจนได้ดีกว่าครับBlack Tiger เขียน:ขอบคุณสำหรับความรู้ที่เป็นประโยชน์มากๆ.... อยากขอความรู้เพิ่มเติมครับ
1) ตอนที่ร่างกายออกแรงหรือกำลังมากๆ ร่างกายต้องการพลังงานที่เติมเข้าไปหรือไม่ก็ใช้พลังงานที่สะสมเอาไว้ ตามบทความที่เขียนไว้น่าจะเป็นคาร์โบไฮเดรตที่เก็บไว้ที่ตับเเป็นแหล่งต้นๆ ...ทีเห็นเวลาเขาแข่งเทนนิสหรือกีฬาอื่นๆ มักจะเห็นเขากินกล้วยหอม กับน้ำเกลือแร่ สงสัยว่าทำไมเขาไม่โดปคาร์โบไฮเดรตที่อยู่ในรูปของโมเลกุลย่อยเช่น น้ำหวานหรือน้ำผึ้งเพื่อให้ร่างกายนำไปใช้เป็นพลังงานครับ ถ้าเราจะเตรียมน้ำผึ้งที่ขายเป็นหลอดๆไว้ดูดเวลาแข่งจะมีปัญหาข้างเคียงไหมครับ
2) เวลาออกกำลังมากๆ สิ่งที่ได้จากกระบวนการเผาผลาญคือกรดแลคติคที่อยู่ในกระแสเลือด....ทำให้เกิดตะคริวที่กล้ามเนื้อได้ ถ้าเราต้องออกกำลังมากๆนานๆ เราจะสามารถกินอาหารหรืออาหารเสริมที่มีสภาพเป็นด่างหรือเบสเพื่อไปบาลานซ์ กรดที่เกิดขึ้นได้ไหมครับ ถ้าได้ขอคำแนะกลุ่มอาหารหรืออาหารเสริมหน่อยครับ ... เพราะเคยเจอปัญหาตะคริวครับ
ขอบคุณในบทความดีๆจะติดตามแบบตามดร้าฟเลยครับ
2. กรดแลกติกสะสมในร่างกาย เนื่องจากการออกกำลังแบบ แอนแอโรบิค ซิสเต็ม จะเกิดการสะสมภายในกล้ามเนื้อทำให้ไปบล็อกการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ เกิดเป็นตะคริวหรือทำให้การเคลื่อนไหวช้าลง การแก้ไข คือ การฝึกให้กล้ามนเนื้อทนทานต่อกรดแลกติกครับ และฝึกให้ร่างกายสามารถขจัดกรดแลกติกออกไปโดยเร็ว ดดยการหายใจเอาออกวิเจนเข้าไปสลายกรดแลกติกครับ อาหารที่จะลดการเกิดกรดแลกติกไม่มีผลการทดลองที่มีข้อมูลสนับสนุนอย่างเห็นได้ชัด มีแต่คำโฆษณาทางการค้าของบริทผลิตอาหารเสริม เช่น การใช้ แอล คาร์นิทีนเพื่อเพิ่มให้ร่างกายใช้พลังงานแบบแอนแอโรบิคได้ดีขึ้น แต่ก้ไม่เกี่ยวกับการลดปริมาณกรดแลกติกที่สะสมในกล้ามเนื้อ มีแนวคิดว่าปริมาณกล้ามเนื้อที่มากขึ้น และความหนาแน่นของกล้ามเนื้อที่มากขึ้นจะทำให้ทนทานต่อกรดแลกติกครับ ผมเห็นด้วยกับความคิดนี้ครับ เช่น คนที่ฝึกเวทเรนนิ่งที่เหมาะสม จะสามารถปั่นจักรยานได้นานกว่า เร็วกว่า ทนกว่าคนที่ไม่ได้ฝึกเวทเทรนนิ่งแต่ฝึกแค่ปั่นจักรยานเพียงอย่างเดียว ครับ