>สรุปทริป4Fs+ ปั่นทางไกล ไปวันละไม่ไกลมาก กรุงเทพฯ-หลังสวน <
- >>BANGNANบางมด<<
- ขาประจำ
- โพสต์: 10507
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 21:34
- Tel: 0805577643
- team: บางมด
- Bike: CANNONDALE
- ติดต่อ:
Re: >สรุปทริป4Fs+ ปั่นทางไกล ไปวันละไม่ไกลมาก กรุงเทพฯ-หลังสวน <
บังบี๊บ สบายดีครับ พี่ตู๋ เมื่อวานก็ปั่นไปมหาชัยกันมา วันนี้ตอน 19.30 ก็ปั่นไปเจดีย์กันมาครับ ...บังบี๊บไม่ค่อยได้เข้าเน็ต พี่ตู๋ สบายดีนะครับ ไม่ได้ไปทริปไหนหรือครับ ช่วงนี้ มีโอกาศคงได้ร่วมทริปกันอีกนะครับ.....>>บังนันบางมด<<
- ตู่ 87
- ขาประจำ
- โพสต์: 6630
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 12:49
Re: >สรุปทริป4Fs+ ปั่นทางไกล ไปวันละไม่ไกลมาก กรุงเทพฯ-หลังสวน <
สวัสดีครับ อ.จารึก พี่ตู๋ และทุกๆท่าน
หายไปหลายวัน กลับมาถึงเมื่อวานเย็นๆ ไปเกาะช้าง ทริปน้าเป็ดครับ
http://www.thaicycling.com/board/viewto ... 27edd23947
http://thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=56&t=59760
ไว้ว่างจะลงภาพที่เหลือต่อให้นะครับ
หายไปหลายวัน กลับมาถึงเมื่อวานเย็นๆ ไปเกาะช้าง ทริปน้าเป็ดครับ
http://www.thaicycling.com/board/viewto ... 27edd23947
http://thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=56&t=59760
ไว้ว่างจะลงภาพที่เหลือต่อให้นะครับ
แก้ไขล่าสุดโดย ตู่ 87 เมื่อ 10 พ.ค. 2009, 22:43, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
- พิงธรรม์
- ขาประจำ
- โพสต์: 3400
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 13:35
- Tel: 08-7938-2688
- team: สถาบันการปั่นท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ
- Bike: ทัวริ่ง Trek 470
- ตำแหน่ง: 181 ซอยพระรามเก้า 41 ถนนเสรีเก้า เขตสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพ 10250
- ติดต่อ:
Re: >สรุปทริป4Fs+ ปั่นทางไกล ไปวันละไม่ไกลมาก กรุงเทพฯ-หลังสวน <
สวัสดีครับคุณตู่ 87 และคุณตู๋_ครับ รวมทั้งบังนันท์และทุกท่าน(อ้อ...อีกทั้งบังบี้บ ต้องเน้นเพราะคิดถึงมาก)
ผมไปทริปน้าเป็ดคราวนี้ ได้เพื่อน(ที่รู้สึก)สนิท(ใจ)เพิ่มอีกหลายคน หวังว่ามื้อหน้าคงจะได้ปั่นร่วมทางกันอีก
ช่วงนี้ก็หมั่นเปิดมาดูรายงานของคุณตู่ 87
เกือบปีที่ผมไม่ค่อยได้เข้ากระดานข่าวของ ไทยเอ็มทีบี นับแต่เปลี่ยนโฉมใหม่ ทำให้ตามข่าวตามเรื่องไม่ได้ง่ายนัก เพราะไม่รู้ว่าเรื่องที่อยากตามดู...เพื่อนๆไปโพสตรงกระดานย่อย(ตรง)ไหนกัน
ก็บ่นพึมพัม แบบคน(แก่)ติดของเก่าละครับ
ส่วนตัวผมเองคุ้นและสิงอยู่แต่กระดาน Bikeloves ของป๋าลู รู้สึกเป็นที่เหมาะกะนิสัยที่ชอบเขียน(มีที่ทางให้เขียน แบบคอยบันทึกเรื่องเที่ยวเตร็ดเตร่ทิ้งเอาไว้...เอาไว้อ่านทวนความจำของตัวเอง)
ช่วงรอคุณตู่ 87 หายเหนื่อยแล้วมาลงรูปให้ดูต่อ (รออยู่นะครับ)
ผมขอตัดเอาส่วนเขียนการปั่นเข้าด่านมาเลย์ตรงด่านสะเดา และการเอารถจักรยานขึ้นรถไฟของมาเลย์มาขัดตาทัพก่อน (เขียนโดยเสือน้อย ฯ คู่แฝดผม ในกระดานถามตอบ ของ Bikeloves.com กระทู้ http://www.bikeloves.com/board_qa/show_ ... p?qID=7599 ความเห็นที่ ๓๒)
04 พ.ค. 52 13:21:17 น. # 32
สวัสดีครับ
กลายเป็นผมขอยึดเอากระทู้นี้ เป็นที่ให้ผมใช้จดบันทึกโดยคร่าวๆถึงการเที่ยวต่างแดนด้วยจักรยาน โดยขอเน้นเขียนเล่ารายละเอียดเฉพาะการผ่านด่านแต่ละด่านให้มากหน่อย
งวดนี้ช่วงวันที่ ๑๐-๑๕ เมษายน ๒๕๕๒ ผมกับพรรคพวกอีกสองคนซึ่งรับปาก"น้าเป็ด" แห่ง TCC ไว้ล่วงหน้านับเดือนแล้ว ขอร่วมขบวนจักรยานปั่นทางไกล "กรุงเทพ-หลังสวน" ที่น้าเป็ดประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้นักปั่น ไปหัดปั่นเที่ยวทางไกลกัน (แบบซำเหมา) ซึ่งนักปั่นแต่ละท่านต้องหอบหิ้วเครื่องนอนเสื้อผ้าใส่กระเป๋าติดรถไปตามแต่ละวิธีการของแต่ละคน
รวมปั่นกับกลุ่ม"น้าเป็ด" ร่วม ๒๕ คนไปถึงหลังสวน ส่วนใหญ่ก็กลับกรุงเทพกัน
แต่ผมกับเพื่อนอีกสองคน...ถัดจากนั้น ก็อาศัยเส้นทางปั่นกับเพื่อนใหม่อีกสองคนเป็นห้า ปั่นต่อ...ไปอำเภอนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้เพื่อนใหม่ในกลุ่มของน้าเป็ดสองท่านนี้พาเที่ยวพากินและนอนพักอย่างดีที่บ้านเกิดพอหายเหนื่อย
พักอยู่ที่นาสาร ๒ คืนก็แยกย้ายกัน โดยผมและเพื่อนอีกสองคนที่นัดแนะได้เตรียมพาสปอร์ตติดตัวไว้ เผื่อใจมันอยากปั่นต่อจะได้ปั่นเข้าไปเที่ยวมาเลเซีย ตกลงใจไปมาเลย์กันต่อ ก็เอาเงินแต่ละคนมากองลงขันคนละสี่พันบาท ไปถึงไหนเงินหมดก็กลับ
การเดินทางต่อช่วงนาสารถึงหาดใหญ่ พวกผมอาศัยนั่งรถไฟฟรีของการรถไฟแห่งประเทศไทย
กลายเป็นครั้งแรกที่นั่งรถไฟไทยแล้วได้ประสบการณ์ใหม่ที่หายาก
วันนั้น...รถไฟเข้าที่สถานีที่รอ ถึงปลายทางหาดใหญ่ตรงเวลาเป๊ะๆ (ได้โทรฯคุยให้เพื่อนฟังได้เป็นเรื่องใหญ่โตพอควรสำหรับผม เมื่อถึงหาดใหญ่เย็นวันนั้น)
รุ่งขึ้นก็ปั่นไปเข้ามาเลเซียที่ด่านสะเดา (รู้สึกชาวบ้านหรือผมสมัยเด็กจะคุ้นกับคำว่าด่านจังโหลน) เป็นด่านระดับด่านสากลทั้งฝั่งไทยและมาเลเซีย แค่กรอกเอกสารให้ครบถ้วนก็ไปยื่นแสดงพาสปอร์ตให้เจ้าหน้าที่ประทับตรา จบกรรมวิธีในไม่ถึงสามนาที
ผมมีเกร็ดย่อยอันหนึ่ง ทั้งฝั่งด่านไทยและด่านมาเลเซียมีช่องผ่านด่านแบบคนผ่านและรถยนต์ผ่าน
ผมมองดูห้องตรวจพาสปอร์ตแบบคนผ่าน เห็นมีคนเรียงคิวรอกันมากกว่ายี่สิบต่อหนึ่งช่อง รู้สึกจะมีซักสองสามช่อง
ส่วนช่องตรวจแบบขับรถยนต์ผ่าน ซึ่งมีหลายช่องเช่นกัน...ค่อนข้างจะว่าง เพราะจำนวนรถช่วงที่ผมผ่านแดน (เกือบเที่ยง) ไม่มากนัก
ผมถือว่ารถจักรยานผมก็เป็นยานพาหนะ ก็ถือสิทธิ์ผ่านด่านโดยจูงรถเข้าไปในช่องขับรถยนต์ผ่าน ยื่นเอกสารให้เจ้าหน้าที่ ซึ่งก็ตีตราให้ได้เช่นกัน แล้วจูงรถออกไป ง่ายดีครับ
แถมอีกเรื่องหนึ่ง
ที่ด่านฝั่งไทย...ผมทนอั้นปวดฉี่ เพราะหน้าห้องฉี่มีคนคอยเฝ้าหน้าห้องน้ำคอบเก็บตังค์ผู้ใช้บริการ โน่นแหละครับ...ผมไปใช้ห้องน้ำฝั่งมาเลเซียที่ด่านเขามีห้องน้ำฟรี
งวดนี้การปั่นเที่ยวมาเลเซีย ตั้งใจจะปั่นเข้า Alor Setar แล้วปั่นเส้นทางเชื่อมด้านตะวันตกกะตะวันออกไปเมือง Kelantan เพื่อหาบรรยากาศบ้านและคนไทย จากที่พอรู้ว่าแถบแถวนี้เดิมเป็นรัฐในการปกครองของสยาม แล้วปั่นย้วยกลับมาทางตะวันตกอีกครั้ง เพื่อเที่ยวเมือง Melaka เมืองที่รู้จักชื่อมานานทั้งจากหนังสือประวัติศาสตร์ที่เคยเรียนและจากแหล่งอื่น ก่อนปั่นกลับขึ้นทางเหนือมาเมืองกัวลาลัมเปอร์เพื่อนั่งรถไฟกลับหาดใหญ่
ก็ทำได้ค่อนข้างครบ เพียงแต่ช่วงจากเมือง Kota Bharu ถึงเมือง Melaka ต้องนั่งรถไฟแทนการปั่น เพราะคำนวณระยะปั่นแล้วต้องปั่นกัน ๔ วัน ค่าใช้จ่ายมากกว่าการนั่งรถไฟแค่หนึ่งคืน
พูดง่ายๆก็คือ เจอปัญหาค่ากินค่าพักในการเที่ยวงวดนี้แพงกว่าที่คิด ทำให้เงินที่ลงขันกันไปไม่พออยู่พอกิน ต้องลดวันปั่น จึงไม่ได้ปั่นเส้นทางเลียบฝั่งทะเลด้านตะวันออก หรืออีกเส้นทางหนึ่งคือเส้นทางผ่ากลางประเทศจากเหนือลงใต้ ซึ่งฟังว่ายังแทบจะเป็นเส้นทางไร้หมู่บ้าน (ต้องกลับไปปั่นอีกรอบครับ)
ผมเข้ามาเลย์วันที่ ๒๐ เม.ย. กลับไทยถึงหาดใหญ่ก็วันที่ ๓๐ เม.ย. นับรวมกับวันที่ปั่นกับกลุ่มใหญ่จากกรุงเทพลงมารวมทริปนี้เกือบ ๒๐ วัน ก็ถือว่าได้ปั่นฟื้นสภาพครับ จากวันแรกที่ปั่นนี่ก้นนิ่มเป็นทารกเพราะเว้นการปั่นร่วมแปดเดือน ทั้งเจ็บก้นทั้งป้อแป้เต็มทีก็พอฟื้นได้ในวันหลังๆ
ในส่วนการใช้รถไฟในมาเลเซีย
ครั้งนี้ผมใช้บริการรถไฟมาเลย์สองครั้ง
เที่ยวที่หนึ่งจากสถานี Kewaf Bharu อยู่ห่างประมาณ๓ กิโลเมตรจากเมือง Kota Bharu เมืองหลวงของรัฐ Kelantan ที่ในหนังสือเรียนประวัติศาสตร์ของเราเขียนว่าเมืองกาลันตัน เป็นเมืองเคยอยู่ในปกครองของสยามเช่นกัน อยู่ใต้และใกล้อำเภอสุไหงโกลกของเรานิดเดียว เสียดายงบเที่ยวผมหมด เลยไม่ได้ปั่นเที่ยวแถวนี้
นั่งรถไฟไปลงสถานี Tampin...สถานีใกล้สุดที่จะไปเมือง Melaka จ่ายค่ารถไป ๓๗ เหรียญมาเลย์ (ประมาณ ๑๐ บาทต่อเหรียญ)
ครั้งที่สอง ตอนนั่งรถกลับจากกัวลาลัมเปอร์ถึงหาดใหญ่ ค่ารถ ๕๒ เหรียญมาเลย์ รถออกประมาณ ๒ ทุ่มถึงหาดใหญ่เกือบสิบโมงเช้า
ขั้นตอนการตีประทับพาสปอร์ตเพื่อออกจากมาเลย์และเข้าไทย ทั้งสองประเทศมีการบริการจัดทำด่านถาวรอยู่ภายในอาคารของสถานีรถไฟ Padang Bezar (ตอนนี้ยังไม่ได้ค้นครับว่า Padung Bezar เป็นพื้นที่ของไทยหรือมาเลย์)
ผู้โดยสารเพียงแต่ลงจากรถไฟเดินเข้าไปในตัวอาคาร เดินตีตราออกจากมาเลเซียแล้วเดินไปอีกช่องหนึ่งไปตีตราเข้าไทย จบเสร็จในไม่เกินนานของการรอคิวเรียงกันของผู้โดยสารทั้งขบวน(เหลือไม่มากนัก) ไม่ถึงสิบนาที
นั่งรอรถไฟที่จะจัดการตัดขบวนให้เหลือสั้นแค่สองสามโบกี้ที่จะเข้าหาดใหญ่ ซักกว่าครึ่งชั่วโมง ก็ไม่ถึงกับนั่งรอครับ เพราะจัดการเรื่องเข้าห้องน้ำ หาอาหารกาแฟกินได้สะดวกสบาย เขาทำส่วนนั่งรอในห้องติดแอร์เย็นฉ่ำก็มี นั่งรอบริเวณชานชลาหน้าห้องแอร์ก็ได้ ที่ทางออกเยอะแยะ สำหรับการนั่งรอรถที่แล่นไปสับขบวนหรืออะไรซักอย่าง
อ้อ...การลงมาจากตู้นอน/ตู้นั่ง เพื่อลงมาตีตรา ผมถือเอาสะดวกครับ คือไม่ได้ขนสิ่งของสมบัติลงมาด้วย
ก็เห็นทุกคนลงกันมาตัวเปล่า
ซักพักรถไฟก็ชักขบวนมาเทียบ เราก็กลับไปนั่งที่ตู้เดิม นั่งต่อเข้าหาดใหญ่
ส่วนการนำจักรยานขึ้นรถไฟของมาเลย์ ตามกฎของเขาห้ามนำจักรยานของกีดขวางขึ้นบนรถครับ แต่เราสามารถปรับแต่ง(ถอด)จักรยานให้เป็นสัมภาระหิ้วกระเตงขึ้นตู้นอนที่เราจะนอนได้ครับ (เขาอนุโลม)
ขบวนรถนั่งของมาเลย์เขาไม่มีตู้สัมภาระนะครับ การขนจักรยานหากทำให้ถูกต้องต้องตีตั๋วให้มัน แล้วเขาจะส่งไปโดยอีกขบวนหนึ่ง (อันนี้ผมใช้แต่รถเร็ว ไม่แน่ใจในรถธรรมดาของเขา จะเป็นอย่างไร)
เรื่องค่ารถจักรยาน เรื่องที่ผมจะเล่านี่ต้องฟังหูไว้หูนะครับ คือผมมีประสบการณ์ที่ไม่ตรงกันในการใช้บริการของรถไฟมาเลเซีย
ที่แน่ๆ...เรื่องการห้ามนำจักรยานขึ้นตู้นอนหรือตู้นั่งน่ะ เขามีกฎห้ามแน่นอน
แต่เมื่อถอดล้อ และมัดให้เรียบร้อย (สามารถใส่กล่องได้ยิ่งดี...บ่งบอกความเป็นสัมภาระติดตัว) ขึ้นรถได้ครับ แต่ที่ขัดแย้งกันตามประสบการณ์ผมคือ เขาเก็บตังค์หรือไม่เก็บตังค์ อันนี้ไม่แน่
ที่ตอบว่าไม่แน่ เรื่องมันเป็นอย่างนี้
ผมเคยปั่นเข้ามาเลย์ครั้งหนึ่งเมื่อเกือบสองปีก่อนกับกลุ่มไม้ค้ำตะวัน ปั่นทางด้านตะวันตกไปจบมากัวลาลัมเปอร์ แล้วยกรถขึ้นรถไฟ (ขบวนรถเร็วตู้นอนแบบเดียวกันนี่แหละ) ครั้งนั้นเจ้าหน้าที่บนรถบริการผมอย่างดี ทั้งแนะนำและพาให้เอารถไปเก็บในช่องเก็บของ ซึ่งมีอยู่ทุกตู้นั่ง หนึ่งช่องที่มีต่อหนึ่งโบกี้นั่งเก็บจักรยานได้ซักสี่คัน (ผมซื้อตั่วโบกี้ตู้รถนนอน ซึ่งไม่มีช่องที่ว่านี้)
ครั้งนั้น...ผมกลับมาถึงบ้าน ผมก็โพนทะนาชื่นชมให้พรรคพวกฟังถึงการบริการที่ดีเยี่ยมของพนักงานรถไฟมาเลเซีย
แต่ไปครั้งนี้ ไม่รู้แฮะ...
ตอนซื้อตัวรถไฟครั้งแรกที่เมือง Wakaf Bharu ผมก็สอบถามขอคำยืนยันจากพนักงานขายตั๋วว่าผมจะรื้อจักรยานและสัมภาระเป็นส่วนย่อยนะ จะขอนำติดตัวขึ้นรถไฟไปด้วย พนักขายตั๋วยืนยันว่าแน่นะต้องรื้อจักรยานนะ จะเอาขึ้นไปแบบเกะกะชาวบ้านไม่ได้นะ ผมตอบแน่นอนทั้งเจ้าหน้าที่ดังกล่าวก็โทรศัพท์สอบถามเจ้านาย ตกลงเป็นที่แน่นอนผมและเพื่อนรวมจักรยานนสามคัน ขึ้นได้แน่
แต่...ครับมันมีแต่... เจ้าหน้าที่(สาวและสวยเสียด้วย) แนะนำว่าขึ้นรถไฟไปแล้ว ต้องไปจ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่บนรถไฟเขาหน่อยนะ
นี่เรื่องมันเป็นอย่างนี้ละครับท่าน ส่วนที่ผมถามเจ้าหน้าที่สาวต่อว่าว่ามันเป็นเงินที่ต้องเสียให้การรถไฟหรือให้ส่วนตัวเจ้าหน้าที่ เธอตอบว่าคงจะเป็นเงินให้ส่วนตัวจ้า พร้อมหัวเราะแบบออกเขินผม...ที่ผมถามอะไรก็ไม่รู้
ตอนจ่ายจริงบนรถไฟ เจ้าหน้าที่ที่เรียกเก็บเงินเขาก็ออกใบรับเงินให้ ก็ดูดีครับ
ครับ...นั่งรถไป Melaka ผมโดนเก็บค่าจักรยานบนรถไฟคันละ ๑๙ เหรียญมาเลย์ ส่วนการนั่งรถกลับหาดใหญ่โดนเข้าไปคันละ ๒๐ มาเลย์
เขียนเล่าเสียยาวก็ไม่ได้คับแค้นใจอะไรหรอกครับ แต่หากเดินทางคนเดียวผมคงออกฤทธิ์เดชมากกว่านี้ เที่ยวนี้ไปกับเพื่อนๆเขาออกปากเที่ยวให้สนุกดีกว่าอย่าเสียดายเงินที่ต้องเสียเลย
งั้นใครจะถามผมว่า ต้องจ่ายเงินค่าเอาจักรยานขึ้นรถไฟไหม ผมก็คงตอบยืดยาวแบบที่เล่านี่แหละครับ

จารึก หลังสวน
ปล.เพิ่มเติม หลังการเที่ยวข้ามแดนแต่ละทริป ผมอาศัยเกาะกระทู้ที่ทำลิ้งค์อันนี้ละครับ ให้เสือน้อยแกเขียนเล่าเรื่องการผ่านด่าน ซึ่งบางเรื่องที่เขียนไปแล้วอาจจะไม่ทันสมัยในปัจจุบัน หรือเรื่องเดียวกันในแต่ละท่านอาจจะโดนไม่เหมือนกัน ใครโดนต่างกันช่วยเล่าเสริมก็ดีครับ

ผมไปทริปน้าเป็ดคราวนี้ ได้เพื่อน(ที่รู้สึก)สนิท(ใจ)เพิ่มอีกหลายคน หวังว่ามื้อหน้าคงจะได้ปั่นร่วมทางกันอีก
ช่วงนี้ก็หมั่นเปิดมาดูรายงานของคุณตู่ 87
เกือบปีที่ผมไม่ค่อยได้เข้ากระดานข่าวของ ไทยเอ็มทีบี นับแต่เปลี่ยนโฉมใหม่ ทำให้ตามข่าวตามเรื่องไม่ได้ง่ายนัก เพราะไม่รู้ว่าเรื่องที่อยากตามดู...เพื่อนๆไปโพสตรงกระดานย่อย(ตรง)ไหนกัน
ก็บ่นพึมพัม แบบคน(แก่)ติดของเก่าละครับ
ส่วนตัวผมเองคุ้นและสิงอยู่แต่กระดาน Bikeloves ของป๋าลู รู้สึกเป็นที่เหมาะกะนิสัยที่ชอบเขียน(มีที่ทางให้เขียน แบบคอยบันทึกเรื่องเที่ยวเตร็ดเตร่ทิ้งเอาไว้...เอาไว้อ่านทวนความจำของตัวเอง)
ช่วงรอคุณตู่ 87 หายเหนื่อยแล้วมาลงรูปให้ดูต่อ (รออยู่นะครับ)
ผมขอตัดเอาส่วนเขียนการปั่นเข้าด่านมาเลย์ตรงด่านสะเดา และการเอารถจักรยานขึ้นรถไฟของมาเลย์มาขัดตาทัพก่อน (เขียนโดยเสือน้อย ฯ คู่แฝดผม ในกระดานถามตอบ ของ Bikeloves.com กระทู้ http://www.bikeloves.com/board_qa/show_ ... p?qID=7599 ความเห็นที่ ๓๒)
04 พ.ค. 52 13:21:17 น. # 32
สวัสดีครับ
กลายเป็นผมขอยึดเอากระทู้นี้ เป็นที่ให้ผมใช้จดบันทึกโดยคร่าวๆถึงการเที่ยวต่างแดนด้วยจักรยาน โดยขอเน้นเขียนเล่ารายละเอียดเฉพาะการผ่านด่านแต่ละด่านให้มากหน่อย
งวดนี้ช่วงวันที่ ๑๐-๑๕ เมษายน ๒๕๕๒ ผมกับพรรคพวกอีกสองคนซึ่งรับปาก"น้าเป็ด" แห่ง TCC ไว้ล่วงหน้านับเดือนแล้ว ขอร่วมขบวนจักรยานปั่นทางไกล "กรุงเทพ-หลังสวน" ที่น้าเป็ดประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้นักปั่น ไปหัดปั่นเที่ยวทางไกลกัน (แบบซำเหมา) ซึ่งนักปั่นแต่ละท่านต้องหอบหิ้วเครื่องนอนเสื้อผ้าใส่กระเป๋าติดรถไปตามแต่ละวิธีการของแต่ละคน
รวมปั่นกับกลุ่ม"น้าเป็ด" ร่วม ๒๕ คนไปถึงหลังสวน ส่วนใหญ่ก็กลับกรุงเทพกัน
แต่ผมกับเพื่อนอีกสองคน...ถัดจากนั้น ก็อาศัยเส้นทางปั่นกับเพื่อนใหม่อีกสองคนเป็นห้า ปั่นต่อ...ไปอำเภอนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้เพื่อนใหม่ในกลุ่มของน้าเป็ดสองท่านนี้พาเที่ยวพากินและนอนพักอย่างดีที่บ้านเกิดพอหายเหนื่อย
พักอยู่ที่นาสาร ๒ คืนก็แยกย้ายกัน โดยผมและเพื่อนอีกสองคนที่นัดแนะได้เตรียมพาสปอร์ตติดตัวไว้ เผื่อใจมันอยากปั่นต่อจะได้ปั่นเข้าไปเที่ยวมาเลเซีย ตกลงใจไปมาเลย์กันต่อ ก็เอาเงินแต่ละคนมากองลงขันคนละสี่พันบาท ไปถึงไหนเงินหมดก็กลับ
การเดินทางต่อช่วงนาสารถึงหาดใหญ่ พวกผมอาศัยนั่งรถไฟฟรีของการรถไฟแห่งประเทศไทย
กลายเป็นครั้งแรกที่นั่งรถไฟไทยแล้วได้ประสบการณ์ใหม่ที่หายาก
วันนั้น...รถไฟเข้าที่สถานีที่รอ ถึงปลายทางหาดใหญ่ตรงเวลาเป๊ะๆ (ได้โทรฯคุยให้เพื่อนฟังได้เป็นเรื่องใหญ่โตพอควรสำหรับผม เมื่อถึงหาดใหญ่เย็นวันนั้น)
รุ่งขึ้นก็ปั่นไปเข้ามาเลเซียที่ด่านสะเดา (รู้สึกชาวบ้านหรือผมสมัยเด็กจะคุ้นกับคำว่าด่านจังโหลน) เป็นด่านระดับด่านสากลทั้งฝั่งไทยและมาเลเซีย แค่กรอกเอกสารให้ครบถ้วนก็ไปยื่นแสดงพาสปอร์ตให้เจ้าหน้าที่ประทับตรา จบกรรมวิธีในไม่ถึงสามนาที
ผมมีเกร็ดย่อยอันหนึ่ง ทั้งฝั่งด่านไทยและด่านมาเลเซียมีช่องผ่านด่านแบบคนผ่านและรถยนต์ผ่าน
ผมมองดูห้องตรวจพาสปอร์ตแบบคนผ่าน เห็นมีคนเรียงคิวรอกันมากกว่ายี่สิบต่อหนึ่งช่อง รู้สึกจะมีซักสองสามช่อง
ส่วนช่องตรวจแบบขับรถยนต์ผ่าน ซึ่งมีหลายช่องเช่นกัน...ค่อนข้างจะว่าง เพราะจำนวนรถช่วงที่ผมผ่านแดน (เกือบเที่ยง) ไม่มากนัก
ผมถือว่ารถจักรยานผมก็เป็นยานพาหนะ ก็ถือสิทธิ์ผ่านด่านโดยจูงรถเข้าไปในช่องขับรถยนต์ผ่าน ยื่นเอกสารให้เจ้าหน้าที่ ซึ่งก็ตีตราให้ได้เช่นกัน แล้วจูงรถออกไป ง่ายดีครับ
แถมอีกเรื่องหนึ่ง
ที่ด่านฝั่งไทย...ผมทนอั้นปวดฉี่ เพราะหน้าห้องฉี่มีคนคอยเฝ้าหน้าห้องน้ำคอบเก็บตังค์ผู้ใช้บริการ โน่นแหละครับ...ผมไปใช้ห้องน้ำฝั่งมาเลเซียที่ด่านเขามีห้องน้ำฟรี
งวดนี้การปั่นเที่ยวมาเลเซีย ตั้งใจจะปั่นเข้า Alor Setar แล้วปั่นเส้นทางเชื่อมด้านตะวันตกกะตะวันออกไปเมือง Kelantan เพื่อหาบรรยากาศบ้านและคนไทย จากที่พอรู้ว่าแถบแถวนี้เดิมเป็นรัฐในการปกครองของสยาม แล้วปั่นย้วยกลับมาทางตะวันตกอีกครั้ง เพื่อเที่ยวเมือง Melaka เมืองที่รู้จักชื่อมานานทั้งจากหนังสือประวัติศาสตร์ที่เคยเรียนและจากแหล่งอื่น ก่อนปั่นกลับขึ้นทางเหนือมาเมืองกัวลาลัมเปอร์เพื่อนั่งรถไฟกลับหาดใหญ่
ก็ทำได้ค่อนข้างครบ เพียงแต่ช่วงจากเมือง Kota Bharu ถึงเมือง Melaka ต้องนั่งรถไฟแทนการปั่น เพราะคำนวณระยะปั่นแล้วต้องปั่นกัน ๔ วัน ค่าใช้จ่ายมากกว่าการนั่งรถไฟแค่หนึ่งคืน
พูดง่ายๆก็คือ เจอปัญหาค่ากินค่าพักในการเที่ยวงวดนี้แพงกว่าที่คิด ทำให้เงินที่ลงขันกันไปไม่พออยู่พอกิน ต้องลดวันปั่น จึงไม่ได้ปั่นเส้นทางเลียบฝั่งทะเลด้านตะวันออก หรืออีกเส้นทางหนึ่งคือเส้นทางผ่ากลางประเทศจากเหนือลงใต้ ซึ่งฟังว่ายังแทบจะเป็นเส้นทางไร้หมู่บ้าน (ต้องกลับไปปั่นอีกรอบครับ)
ผมเข้ามาเลย์วันที่ ๒๐ เม.ย. กลับไทยถึงหาดใหญ่ก็วันที่ ๓๐ เม.ย. นับรวมกับวันที่ปั่นกับกลุ่มใหญ่จากกรุงเทพลงมารวมทริปนี้เกือบ ๒๐ วัน ก็ถือว่าได้ปั่นฟื้นสภาพครับ จากวันแรกที่ปั่นนี่ก้นนิ่มเป็นทารกเพราะเว้นการปั่นร่วมแปดเดือน ทั้งเจ็บก้นทั้งป้อแป้เต็มทีก็พอฟื้นได้ในวันหลังๆ
ในส่วนการใช้รถไฟในมาเลเซีย
ครั้งนี้ผมใช้บริการรถไฟมาเลย์สองครั้ง
เที่ยวที่หนึ่งจากสถานี Kewaf Bharu อยู่ห่างประมาณ๓ กิโลเมตรจากเมือง Kota Bharu เมืองหลวงของรัฐ Kelantan ที่ในหนังสือเรียนประวัติศาสตร์ของเราเขียนว่าเมืองกาลันตัน เป็นเมืองเคยอยู่ในปกครองของสยามเช่นกัน อยู่ใต้และใกล้อำเภอสุไหงโกลกของเรานิดเดียว เสียดายงบเที่ยวผมหมด เลยไม่ได้ปั่นเที่ยวแถวนี้
นั่งรถไฟไปลงสถานี Tampin...สถานีใกล้สุดที่จะไปเมือง Melaka จ่ายค่ารถไป ๓๗ เหรียญมาเลย์ (ประมาณ ๑๐ บาทต่อเหรียญ)
ครั้งที่สอง ตอนนั่งรถกลับจากกัวลาลัมเปอร์ถึงหาดใหญ่ ค่ารถ ๕๒ เหรียญมาเลย์ รถออกประมาณ ๒ ทุ่มถึงหาดใหญ่เกือบสิบโมงเช้า
ขั้นตอนการตีประทับพาสปอร์ตเพื่อออกจากมาเลย์และเข้าไทย ทั้งสองประเทศมีการบริการจัดทำด่านถาวรอยู่ภายในอาคารของสถานีรถไฟ Padang Bezar (ตอนนี้ยังไม่ได้ค้นครับว่า Padung Bezar เป็นพื้นที่ของไทยหรือมาเลย์)
ผู้โดยสารเพียงแต่ลงจากรถไฟเดินเข้าไปในตัวอาคาร เดินตีตราออกจากมาเลเซียแล้วเดินไปอีกช่องหนึ่งไปตีตราเข้าไทย จบเสร็จในไม่เกินนานของการรอคิวเรียงกันของผู้โดยสารทั้งขบวน(เหลือไม่มากนัก) ไม่ถึงสิบนาที
นั่งรอรถไฟที่จะจัดการตัดขบวนให้เหลือสั้นแค่สองสามโบกี้ที่จะเข้าหาดใหญ่ ซักกว่าครึ่งชั่วโมง ก็ไม่ถึงกับนั่งรอครับ เพราะจัดการเรื่องเข้าห้องน้ำ หาอาหารกาแฟกินได้สะดวกสบาย เขาทำส่วนนั่งรอในห้องติดแอร์เย็นฉ่ำก็มี นั่งรอบริเวณชานชลาหน้าห้องแอร์ก็ได้ ที่ทางออกเยอะแยะ สำหรับการนั่งรอรถที่แล่นไปสับขบวนหรืออะไรซักอย่าง
อ้อ...การลงมาจากตู้นอน/ตู้นั่ง เพื่อลงมาตีตรา ผมถือเอาสะดวกครับ คือไม่ได้ขนสิ่งของสมบัติลงมาด้วย
ก็เห็นทุกคนลงกันมาตัวเปล่า
ซักพักรถไฟก็ชักขบวนมาเทียบ เราก็กลับไปนั่งที่ตู้เดิม นั่งต่อเข้าหาดใหญ่
ส่วนการนำจักรยานขึ้นรถไฟของมาเลย์ ตามกฎของเขาห้ามนำจักรยานของกีดขวางขึ้นบนรถครับ แต่เราสามารถปรับแต่ง(ถอด)จักรยานให้เป็นสัมภาระหิ้วกระเตงขึ้นตู้นอนที่เราจะนอนได้ครับ (เขาอนุโลม)
ขบวนรถนั่งของมาเลย์เขาไม่มีตู้สัมภาระนะครับ การขนจักรยานหากทำให้ถูกต้องต้องตีตั๋วให้มัน แล้วเขาจะส่งไปโดยอีกขบวนหนึ่ง (อันนี้ผมใช้แต่รถเร็ว ไม่แน่ใจในรถธรรมดาของเขา จะเป็นอย่างไร)
เรื่องค่ารถจักรยาน เรื่องที่ผมจะเล่านี่ต้องฟังหูไว้หูนะครับ คือผมมีประสบการณ์ที่ไม่ตรงกันในการใช้บริการของรถไฟมาเลเซีย
ที่แน่ๆ...เรื่องการห้ามนำจักรยานขึ้นตู้นอนหรือตู้นั่งน่ะ เขามีกฎห้ามแน่นอน
แต่เมื่อถอดล้อ และมัดให้เรียบร้อย (สามารถใส่กล่องได้ยิ่งดี...บ่งบอกความเป็นสัมภาระติดตัว) ขึ้นรถได้ครับ แต่ที่ขัดแย้งกันตามประสบการณ์ผมคือ เขาเก็บตังค์หรือไม่เก็บตังค์ อันนี้ไม่แน่
ที่ตอบว่าไม่แน่ เรื่องมันเป็นอย่างนี้
ผมเคยปั่นเข้ามาเลย์ครั้งหนึ่งเมื่อเกือบสองปีก่อนกับกลุ่มไม้ค้ำตะวัน ปั่นทางด้านตะวันตกไปจบมากัวลาลัมเปอร์ แล้วยกรถขึ้นรถไฟ (ขบวนรถเร็วตู้นอนแบบเดียวกันนี่แหละ) ครั้งนั้นเจ้าหน้าที่บนรถบริการผมอย่างดี ทั้งแนะนำและพาให้เอารถไปเก็บในช่องเก็บของ ซึ่งมีอยู่ทุกตู้นั่ง หนึ่งช่องที่มีต่อหนึ่งโบกี้นั่งเก็บจักรยานได้ซักสี่คัน (ผมซื้อตั่วโบกี้ตู้รถนนอน ซึ่งไม่มีช่องที่ว่านี้)
ครั้งนั้น...ผมกลับมาถึงบ้าน ผมก็โพนทะนาชื่นชมให้พรรคพวกฟังถึงการบริการที่ดีเยี่ยมของพนักงานรถไฟมาเลเซีย
แต่ไปครั้งนี้ ไม่รู้แฮะ...
ตอนซื้อตัวรถไฟครั้งแรกที่เมือง Wakaf Bharu ผมก็สอบถามขอคำยืนยันจากพนักงานขายตั๋วว่าผมจะรื้อจักรยานและสัมภาระเป็นส่วนย่อยนะ จะขอนำติดตัวขึ้นรถไฟไปด้วย พนักขายตั๋วยืนยันว่าแน่นะต้องรื้อจักรยานนะ จะเอาขึ้นไปแบบเกะกะชาวบ้านไม่ได้นะ ผมตอบแน่นอนทั้งเจ้าหน้าที่ดังกล่าวก็โทรศัพท์สอบถามเจ้านาย ตกลงเป็นที่แน่นอนผมและเพื่อนรวมจักรยานนสามคัน ขึ้นได้แน่
แต่...ครับมันมีแต่... เจ้าหน้าที่(สาวและสวยเสียด้วย) แนะนำว่าขึ้นรถไฟไปแล้ว ต้องไปจ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่บนรถไฟเขาหน่อยนะ
นี่เรื่องมันเป็นอย่างนี้ละครับท่าน ส่วนที่ผมถามเจ้าหน้าที่สาวต่อว่าว่ามันเป็นเงินที่ต้องเสียให้การรถไฟหรือให้ส่วนตัวเจ้าหน้าที่ เธอตอบว่าคงจะเป็นเงินให้ส่วนตัวจ้า พร้อมหัวเราะแบบออกเขินผม...ที่ผมถามอะไรก็ไม่รู้
ตอนจ่ายจริงบนรถไฟ เจ้าหน้าที่ที่เรียกเก็บเงินเขาก็ออกใบรับเงินให้ ก็ดูดีครับ
ครับ...นั่งรถไป Melaka ผมโดนเก็บค่าจักรยานบนรถไฟคันละ ๑๙ เหรียญมาเลย์ ส่วนการนั่งรถกลับหาดใหญ่โดนเข้าไปคันละ ๒๐ มาเลย์
เขียนเล่าเสียยาวก็ไม่ได้คับแค้นใจอะไรหรอกครับ แต่หากเดินทางคนเดียวผมคงออกฤทธิ์เดชมากกว่านี้ เที่ยวนี้ไปกับเพื่อนๆเขาออกปากเที่ยวให้สนุกดีกว่าอย่าเสียดายเงินที่ต้องเสียเลย
งั้นใครจะถามผมว่า ต้องจ่ายเงินค่าเอาจักรยานขึ้นรถไฟไหม ผมก็คงตอบยืดยาวแบบที่เล่านี่แหละครับ
จารึก หลังสวน
ปล.เพิ่มเติม หลังการเที่ยวข้ามแดนแต่ละทริป ผมอาศัยเกาะกระทู้ที่ทำลิ้งค์อันนี้ละครับ ให้เสือน้อยแกเขียนเล่าเรื่องการผ่านด่าน ซึ่งบางเรื่องที่เขียนไปแล้วอาจจะไม่ทันสมัยในปัจจุบัน หรือเรื่องเดียวกันในแต่ละท่านอาจจะโดนไม่เหมือนกัน ใครโดนต่างกันช่วยเล่าเสริมก็ดีครับ
Touring in Style...by Jaruek
ประวัติคนเกษียณชวนปั่นประเพณีปีละครั้ง ฉบับย่อ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=885
-
ตู๋-ครับ
- ขาประจำ
- โพสต์: 122
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ย. 2008, 21:53
- team: ไม้ค้ำตะวัน
- Bike: เสือภูเขา
Re: >สรุปทริป4Fs+ ปั่นทางไกล ไปวันละไม่ไกลมาก กรุงเทพฯ-หลังสวน <
ขอบใจมากบังนัน ที่ส่งข่าวบังบี๊บ อิจฉากลุ่มบางมดจริงๆมีเวลาปั่น มีเวลาซ้อมกันทุกวัน
ผมไม่ค่อยมีเวลาออกทริปหรอก นานๆจะได้ออกทริปที แต่เป็นทริปยาวๆทุกครั้ง
ตู่กลับมาแล้ว หายเหนื่อยแล้วลงภาพต่อนะ ทริปเกาะช้างด้วย จะคอยตาม
หวัดดีพี่จารึก/พิงธรรนม์/เสือน้อย....เขียนยาวรายละเอีดยยิบ ชัดเจนดีครับ
ผมไล่ตามอ่านอยู่ครับ
สวัสดีทุกคนครับ ขอไปตามดูทริปเกาะช้าง และทริปลังกาวีต่อ ....บาย
ผมไม่ค่อยมีเวลาออกทริปหรอก นานๆจะได้ออกทริปที แต่เป็นทริปยาวๆทุกครั้ง
ตู่กลับมาแล้ว หายเหนื่อยแล้วลงภาพต่อนะ ทริปเกาะช้างด้วย จะคอยตาม
หวัดดีพี่จารึก/พิงธรรนม์/เสือน้อย....เขียนยาวรายละเอีดยยิบ ชัดเจนดีครับ
ผมไล่ตามอ่านอยู่ครับ
สวัสดีทุกคนครับ ขอไปตามดูทริปเกาะช้าง และทริปลังกาวีต่อ ....บาย
- ตู่ 87
- ขาประจำ
- โพสต์: 6630
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 12:49
Re: >สรุปทริป4Fs+ ปั่นทางไกล ไปวันละไม่ไกลมาก กรุงเทพฯ-หลังสวน <
วันที่ 16 เม.ย.52
ม.แม่โจ้ชุมพร ( ละแม ) - บ.พุมเรียง (ไชยา )
ม.แม่โจ้ชุมพร ( ละแม ) - บ.พุมเรียง (ไชยา )
- ไฟล์แนบ
-
- P4161262.jpg (73.52 KiB) เข้าดูแล้ว 219 ครั้ง
-
- P4161261.jpg (73.75 KiB) เข้าดูแล้ว 219 ครั้ง
-
- P4161260.jpg (74.84 KiB) เข้าดูแล้ว 221 ครั้ง
- ตู่ 87
- ขาประจำ
- โพสต์: 6630
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 12:49
Re: >สรุปทริป4Fs+ ปั่นทางไกล ไปวันละไม่ไกลมาก กรุงเทพฯ-หลังสวน <
.
- ไฟล์แนบ
-
- P4161269.jpg (74.41 KiB) เข้าดูแล้ว 219 ครั้ง
-
- P4161266.jpg (69.51 KiB) เข้าดูแล้ว 219 ครั้ง
-
- P4161264.jpg (72.9 KiB) เข้าดูแล้ว 219 ครั้ง
-
- P4161263.jpg (73.76 KiB) เข้าดูแล้ว 221 ครั้ง
- ตู่ 87
- ขาประจำ
- โพสต์: 6630
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 12:49
Re: >สรุปทริป4Fs+ ปั่นทางไกล ไปวันละไม่ไกลมาก กรุงเทพฯ-หลังสวน <
.
- ไฟล์แนบ
-
- P4161277.jpg (73.9 KiB) เข้าดูแล้ว 220 ครั้ง
-
- P4161276.jpg (72.89 KiB) เข้าดูแล้ว 220 ครั้ง
-
- P4161274.jpg (73.1 KiB) เข้าดูแล้ว 220 ครั้ง
-
- P4161275.jpg (65.69 KiB) เข้าดูแล้ว 220 ครั้ง
- ตู่ 87
- ขาประจำ
- โพสต์: 6630
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 12:49
Re: >สรุปทริป4Fs+ ปั่นทางไกล ไปวันละไม่ไกลมาก กรุงเทพฯ-หลังสวน <
.
- ไฟล์แนบ
-
- P4161282.jpg (73.48 KiB) เข้าดูแล้ว 219 ครั้ง
-
- P4161281.jpg (65.52 KiB) เข้าดูแล้ว 219 ครั้ง
-
- P4161279.jpg (74.68 KiB) เข้าดูแล้ว 218 ครั้ง
-
- P4161280.jpg (66.04 KiB) เข้าดูแล้ว 219 ครั้ง
- ตู่ 87
- ขาประจำ
- โพสต์: 6630
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 12:49
Re: >สรุปทริป4Fs+ ปั่นทางไกล ไปวันละไม่ไกลมาก กรุงเทพฯ-หลังสวน <
.
- ไฟล์แนบ
-
- P4161288.jpg (74 KiB) เข้าดูแล้ว 217 ครั้ง
-
- P4161287.jpg (71.9 KiB) เข้าดูแล้ว 218 ครั้ง
-
- P4161285.jpg (66.85 KiB) เข้าดูแล้ว 217 ครั้ง
- ตู่ 87
- ขาประจำ
- โพสต์: 6630
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 12:49
Re: >สรุปทริป4Fs+ ปั่นทางไกล ไปวันละไม่ไกลมาก กรุงเทพฯ-หลังสวน <
.
- ไฟล์แนบ
-
- P4161293.jpg (74.11 KiB) เข้าดูแล้ว 218 ครั้ง
-
- P4161292.jpg (74.03 KiB) เข้าดูแล้ว 218 ครั้ง
-
- P4161291.jpg (74.23 KiB) เข้าดูแล้ว 216 ครั้ง
-
- P4161289.jpg (71.66 KiB) เข้าดูแล้ว 218 ครั้ง
- ตู่ 87
- ขาประจำ
- โพสต์: 6630
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 12:49
Re: >สรุปทริป4Fs+ ปั่นทางไกล ไปวันละไม่ไกลมาก กรุงเทพฯ-หลังสวน <
.
- ไฟล์แนบ
-
- P4161299.jpg (74.75 KiB) เข้าดูแล้ว 211 ครั้ง
-
- P4161297.jpg (73.94 KiB) เข้าดูแล้ว 214 ครั้ง
-
- P4161294.jpg (74.92 KiB) เข้าดูแล้ว 216 ครั้ง
- ตู่ 87
- ขาประจำ
- โพสต์: 6630
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 12:49
Re: >สรุปทริป4Fs+ ปั่นทางไกล ไปวันละไม่ไกลมาก กรุงเทพฯ-หลังสวน <
.
- ไฟล์แนบ
-
- P4171322.jpg (74.46 KiB) เข้าดูแล้ว 211 ครั้ง
-
- P4161318.jpg (70.32 KiB) เข้าดูแล้ว 212 ครั้ง
-
- P4161319.jpg (74.31 KiB) เข้าดูแล้ว 211 ครั้ง
- ตู่ 87
- ขาประจำ
- โพสต์: 6630
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 12:49
Re: >สรุปทริป4Fs+ ปั่นทางไกล ไปวันละไม่ไกลมาก กรุงเทพฯ-หลังสวน <
.
- ไฟล์แนบ
-
- P4161304.jpg (74.96 KiB) เข้าดูแล้ว 211 ครั้ง
-
- P4161306.jpg (66.16 KiB) เข้าดูแล้ว 210 ครั้ง
-
- P4161303.jpg (74.87 KiB) เข้าดูแล้ว 212 ครั้ง
-
- P4161302.jpg (74.03 KiB) เข้าดูแล้ว 212 ครั้ง
- ตู่ 87
- ขาประจำ
- โพสต์: 6630
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 12:49
Re: >สรุปทริป4Fs+ ปั่นทางไกล ไปวันละไม่ไกลมาก กรุงเทพฯ-หลังสวน <
.
- ไฟล์แนบ
-
- P4161312.jpg (72.87 KiB) เข้าดูแล้ว 210 ครั้ง
-
- P4161309.jpg (74.43 KiB) เข้าดูแล้ว 210 ครั้ง
-
- P4161307.jpg (74.89 KiB) เข้าดูแล้ว 211 ครั้ง
-
- P4161308.jpg (74.84 KiB) เข้าดูแล้ว 211 ครั้ง
- ตู่ 87
- ขาประจำ
- โพสต์: 6630
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 12:49
Re: >สรุปทริป4Fs+ ปั่นทางไกล ไปวันละไม่ไกลมาก กรุงเทพฯ-หลังสวน <
.
- ไฟล์แนบ
-
- P4171321.jpg (73.76 KiB) เข้าดูแล้ว 210 ครั้ง
-
- P4161314.jpg (74.17 KiB) เข้าดูแล้ว 210 ครั้ง
-
- P4161311.jpg (74.95 KiB) เข้าดูแล้ว 211 ครั้ง