คิดว่าอุบัติเหตุแนวนี้ในเมืองจะเยอะขึ้นเรื่อยๆ ครับ เป็นเรื่องที่ต้องทำใจว่าการเปลี่ยนแปลงอะไรมันต้องผ่านบททดสอบและความเจ็บปวดมาก่อน คนปั่นจักรยานในเมืองมากขึ้นทุกทีไม่ว่าจะเป็น แนว Bike to Work / Fixy / เสือที่อยากใช้จักรยานแทนรถยนต์ รวมไปถึง ระดับชาวบ้านทั่วไป จักรยานขายล๊อตเตอรี่ สาวยาคูลท์บางส่วน ฯลฯ ถ้ายังไม่มีการ "จัดระเบียบ" ทั้งฝั่งจักรยานและฝั่งรถยนต์ มันก็ต้องมีเรื่องแบบนี้ไปเรื่อยๆ ละครับ ขนาดทางจักรยานถนนประดิษฐมนูธรรมทุกวันนี้ก็ยังมีเรื่องจุกจิกตลอดครับ ตั้งแต่ร้านขายต้นไม้เอาเลนเป็นที่วางต้นไม้ ร้านประดับยนต์เอารถลูกค้ามาจอดบนทางจักรยาน มอเตอร์ไซด์วิ่งสวนทาง ฯลฯ จักรยานก็ต้องหนีลงไปปั่นฯ บนถนนให้เสี่ยงรถชนอีกตามเคย
ผมว่าปัญหาจักรยานใน กทม. ตอนนี้เป็นเรื่อง "งูกินหาง" มากๆ เลยครับ
พูดถึงตรงนี้แล้วทำให้นึกถึงกระทู้ใน Pantip ที่คุยกันถึงเรื่องเหตุระเบิดที่สุขุมวิท บางความเห็นบอกว่าที่เหตุป่วนเมืองทำไม่ค่อยสำเร็จในเมืองไทยเพราะเหตุผลเดียวคือ "ที่นี่เมืองไทย" อะไรที่ไม่คาดหมายสามารถเกิดขึ้นได้หมด
โบกแท็กซี่แล้ว แท็กซี่ไม่จอดรับก็มีที่เมืองไทยนี่แหละ
วิ่งหนีตำรวจหรือผู้ร้ายแล้วสะดุดฟุตบาทหรือฝาท่อ กทม. ก็ที่เมืองไทยอีกนั่นแหละ
วางระเบิดแทนที่ชาวบ้านจะวิ่งหายไปหมด กลับมี "ไทยมุง" จนวางแผนทำอะไรไม่ถูก
กลับมาเรื่องส่วนตัวบ้าง
"safe before fast" นั้นใช่เลยครับ ปรกติเวลาข้ามถนนในซอยผมมักเตือนตัวเองเสมอว่า "ลงจากจักรยานก่อน" แต่บางครั้งใจร้อนครับ รถติดในซอยพอได้ช่องเราก็ปั่นฯ แทรกเข้าไป เจอ มอเตอร์ไซด์แซงซ้ายสุด กลับรถไม่ได้อีก พอรถติดเริ่มคลายซึ่งเหตุการณ์มันต่อเนื่องในเวลาแค่ไม่กี่วินาที ผมแทบตายอยู่กลางถนนเลยครับ ตั้งแต่นั้นไม่ว่าจะเป็นยังไงข้ามถนนผมลงจูงตลอดครับ
ป.ล. - กรมอุตุฯ บอกปีนี้หน้าร้อนมาเร็ว ตอนนี้เริ่มเข้าสู่หน้าร้อนแล้วครับ
อังคารหน้าไปแค่
วัดสำแลใหมครับ ไม่ไกลและไม่ใกล้เกินไป จะไปต่อทาง
วัดไผ่ล้อม ก็กลัวไปเจอรายการยกผิวถนนหนีน้ำอีก