เรื่องราวคือผมกำลังปั่นกลับบ้านอยู่ประมาณกลางเลนของเลนซ้ายสุด แล้วมีรถจอดอยู่หน้าเซเว่นตรงหน้าซ.21 ผมปั่นเป็นเส้นตรง ยังไม่ได้หักออกเลนข้าง ๆ เพื่อหลบรถที่จอดอยู่นั้น อยู่ ๆ ก็รู้สึกเหมือนจักรยานผมถูกกระแทก เพราะตัวผมเองไม่รู้สึกว่าโดนแรงปะทะเข้าโดยตรง กะระยะประมาณ 4-5 เมตรก่อนถึงรถที่จอดคันนั้น รถเสียหลักล้ม ผมร่วงจากรถโดยเอาหลังลง และตัวกระเด็นไปข้างหน้าโดยไถลไปกับพื้นถนนประมาณเมตรหนึ่ง และหัวกระแทกพื้นโดยมีหมวกกันน็อกป้องกันไว้ รองเท้าข้างหนึ่งกระเด็นหลุดไปไกลขึ้นไปบนฟุตปาธ
ผมลุกขึ้นมาได้และยังมึนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมถามตัวเองว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร ไฟหน้าเรามี ไฟท้ายเรามี ไฟที่ซี่ล้อเราก็ยังมี สว่างแสบตาด้วย หมวกกันน๊อกเราก็ใส่ จังหวะที่ถูกชนก็ยังไม่ได้หันหัวเปลี่ยนเลนแต่อย่างใด คำถามมากมายถามไปก็ไม่ได้คำตอบอะไรขึ้นมา คิดอะไรไม่ออกเลยหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปความเสียหายของทางนั้นไว้เสียหน่อย

กระจกมองข้างทางนั้นหลุดอย่างที่เห็น ส่วนผมหางปลาหัก และแน่นอนว่าทางนั้นหนีไปอย่างรวดเร็ว ผมมีแผลถลอกที่หลังพอควร และที่ใต้ตา โชคดีที่ไม่บาดเจ็บไปมากกว่านั้น หัวไม่เป็นอะไร นับเป็นโชคดีของผมที่ตรวจเช็คสายรัดหมวกทุกครั้งว่าพอดีกับหัว ไม่หลวม ไม่โยกเยก ตอนนี้ไม่มึนด้วยครับ กะโหลกสบายดี ที่ไปอ่านหนังสือห้องสมุดวันนั้นยังจำได้อยู่ ชื่อตัวเองก็ยังจำได้ครับ แค่แสบหลังเท่านั้น
ผมโทรหาที่บ้านบอกพ่อว่าถูกรถเฉี่ยวชน กำลังเดินจูงรถกลับบ้าน (บ้านผมอยู่ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุนัก เดินอีกประมาณ 20 นาทีก็ถึง) เมื่อถึงบ้านก็ให้พ่อดูรูป พ่อผมวิเคราะห์จากลักษณะของกระจกมองข้างแล้วเดาว่าเป็นพวกรถแต่งของพวกวัยรุ่น... จริงเท็จอย่างไรไม่อาจทราบได้จริง ๆ เพราะลุกขึ้นมารถคันดังกล่าวก็หายไปแล้วอย่างที่ได้เล่าไป

ครั้งนี้นับเป็นโชคดีของผมที่ความเสียหายมีเพียงหมวก Prowell 1 ใบกับหางปลาของจักรยาน Scott SUB30 อีก 1 ชิ้นเท่านั้น (แต่ตอนนี้ยังสงสัยอยู่ว่าจะหาจากไหนมาเปลี่ยนดี...) ส่วนอาการบาดเจ็บก็มีเพียงแผลถลอกที่ด้านหลัง และอาการปวดกล้ามเนื้อหลังและคอในวันนี้เท่านั้น ยังสามารถไปเรียนได้ตามปกติ ไม่ต้องไปโรงพยาบาลแต่อย่างใด
เหตุการณ์ครั้งนี้ที่มาเล่าให้ฟัง แค่เพียงต้องการสื่อให้เพื่อน ๆ นักปั่นทุกท่านทราบว่าถนนในกรุงเทพฯอันตรายเสมอแม้เราจะปั่นปลอดภัยอย่างไร ต่อให้ทำดีที่สุดแล้วก็ลงไปวัดพื้นได้อยู่ดี ในสถานการณ์ไม่คาดฝันเช่นนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือหมวกกันน็อกครับ ต้องใส่เสมอ และให้มั่นใจด้วยว่าใส่แล้วกระชับดีกับหัว ไม่โยกเยกไปมา
ผมอยากสื่อถึงเพื่อน ๆ ฟิกซ์เกียร์เป็นพิเศษ ไม่ใช่ว่าผมปั่นฟิกซ์หรอกครับ แต่ผมเห็นชาวฟิกซ์หลายคนชอบปั่นดึก ๆ แล้วเป็นประชากรจักรยานกลุ่มที่ผมเห็นบ่อยว่ามักไม่ใส่หมวกกัน อยากบอกว่าใส่เถอะครับ ถ้าหมวกสมัยใหม่มันไม่เท่ ก็หาหมวกวินเทจมาใส่ก็ยังดีครับ
ด้วยความเป็นห่วง
ขอบคุณครับ สวัสดีครับ