การอุทธรณ์ก็เป็นสิ่งที่สามารถกระทำได้อยู่แล้วครับ ขึ้นกับประเด็นที่ทางจำเลยจะใช้อุทธรณ์
ปกติการตรวจหาสารใดๆก็ตาม จะมีการตรวจอยู่ 2 แบบ คือ
1. การตรวจโดยคุณภาพวิเคราะห์ ให้ผลว่า บวก หรือ ลบ ซึ่งวิธีนี้ง่าย แต่อาจจะไม่ไว เช่น อาจจะมีผลบวกเทียม อย่างฉี่สีม่วงก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นสารเสพติดต้องห้ามเสมอไป หรือ อาจจะเป็นผลลบเทียม เช่น กินยาบางตัวกลบหรือ เร่งการขับออกมา หรือ ยาที่กินเสริมไปรบกวนผลการตรวจให้เป็นผลลบเทียม
2. การตรวจโดยปริมาณวิเคราะห์ จะเป็นการตรวจที่ละเอียดกว่า เช่น ตรวจหาสาร A ก็จะตรวจได้รายละเอียดเลยว่า มีความเข้มข้นหรือปริมาณเท่าไหร่ ซึ่งการตรวจวิธีนี้จะแม่นยำ และไวกว่า ถึงแม้ว่าอาจจะมีความผิดพลาด เช่น มีการรบกวนจากสารบางตัวที่อาจจะส่งเสริมหรือหักล้างการตรวจวัดได้บ้างก็ตาม
การตรวจจับdope เท่าที่ทราบนั้น จะเริ่มตรวจหยาบโดยตรวจฉี่โดยการใช้คุณภาพวิเคราะห์ ร่วมกับการสุ่มตรวจเจาะเลือดเพื่อตรวจหาในระดับปริมาณวิเคราะห์ ( อีตาlance เขียนไว้ในหนังสือ ว่าโดนจับตรวจฉี่ตลอดทุกครั้ง แถมโดนสุ่มตรวจเลือดด้วย แต่ก็ยังรอดพ้นมาได้ทุกครั้ง พวกทางยุโรปค่อนข้างจะจงเกลียดจงชังแกมาก เหตุผลก็รู้ๆกันอยู่ เอาเป็นว่าถ้าผลตรวจมันเกิดเป็นบวกขึ้นมาสักครั้ง ก็คงจะวุ่นดีแหละ )
การต่อสู้คดี น่าจะพยายามทำให้ศาลเชื่อว่า การตรวจพบนั้นไม่สามารถแยกแยะการปนเปื้อนในอาหารออกจากการตั้งใจdopeจริงๆ ซึ่งตรงนี้ ฝ่ายโจทก์จะต้องมีผลการพิสูจน์ทางห้องปฏิบัติการณ์ในลักษณะปริมาณวิเคราะห์ และจะต้องมีค่ามาตรฐานเทียบให้เห็นว่า ถ้าปนเปื้อนมาจากอาหารจริง ผลตรวจสอบก็ไม่ควรจะมีค่าสูงเกินกว่าเท่าไหร่ ถ้าผลการตรวจสอบพบว่าค่าที่ได้สูงจริง ก็คงจะไม่สามารถหักล้างคำตัดสินของศาลชั้นต้นได้อย่างแน่นอน แต่ถ้าค่าที่ได้ไม่สามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างการปนเปื้อน กับ การ dope ได้ แบบนี้ผลคือยกประโยชน์ให้จำเลย เพราะวัตถุพยานหรือหลักฐานมีเพียงแค่ผลการตรวจเท่านั้น หากสามารถลดความน่าเชื่อถือของผลตรวจได้ ฝ่ายจำเลยก็จะชนะ
อันที่จริงแล้ว ผมเชื่อว่าความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา มันก็มีทั้งฝ่ายโลกมืด และฝ่ายธรรมะ มันวิ่งคู่ขนานกันไป
dopeอย่างไรไม่ให้ถูกจับได้ ก็๋ยังคงเป็นเรื่องที่ยังมีอยู่ตลอดเวลา เช่น ใช้ยาที่มีผลระยะสั้น ถูกทำลายหรือขับออกไปจากร่างกายได้เร็ว หรือ เป็นสารโมเลกุลใหญ่ที่ไม่ถูกขับมาทางปัสสาวะ เช่น EPO ( Erythropoietin ) ( สมัยก่อนอาจจะตรวจได้ยาก ปัจจุบันดูจากเปอร์เซนต์ของเม็ดเลือดแดง , จำนวนเม็ดเลือดแดง และเจาะเลือดนำไปตรวจแบบปริมาณวิเคราะห์ เพราะEPOเป็นสารที่ร่างกายสร้างได้เอง หากมีปริมาณสูงกว่าค่าปกติ ร่วมกับความน่าสงสัยเรื่องจำนวนเม็ดเลือดแดง ก็จบข่าว )
อีกฝ่ายก็พยายามตรวจจับให้ได้ว่า dope หรือไม่ พยายามพัฒนากระบวนการในห้องปฏิบัติการณ์เพื่อให้แม่นขึ้น ไวขึ้น ผิดพลาดน้อยลง
การสารภาพนั้น มีอยู่ 2 ลักษณะ
1. คุณธรรมสูงส่ง แมนสุดๆ ผิดก็ยอมรับว่าผิด
2. จำนนต่อหลักฐาน เห็นแจ้งเห็นชัดแล้วว่าหลักฐานมัดแน่น ปฏิเสธไปก็แค่นั้น สารภาพไปเลยดีกว่า สังคมยังพอให้อภัย
