ผมและพี่ดาบกว่าจะเดินถึงร้านภูเพียงฟ้า ก็เกือบ 2 ทุ่ม พวกเราเลยสั่งอาหารทานกันที่นั่นเลยเพราะถ้ารอลงไปยัง บ้านภูคูน ก็ตั้งอีก 10 โล ถึงจะเป็นทางลงเขาแต่เราก็ไม่สามรถทำความเร็วได้เนื่องจากเป็นตอนกลางคืนเดือนมืดถึงเราจะมีไฟฉายก็ตามแต่ก็ไม่สามารถให้เห็นเส้นทางได้สว่างเหมือนตอนกลางวัน เมื่อเรา 4 คนทานอาหารเสร็จแล้วก็ออกเดินทางกันต่อเพื่อไปยัง เฮือนพัก ภูคูน เมื่อไปถึงก็ถามกับทางเจ้าของเฮือนพักว่ามีเพื่อนของเรามาพักหรือไม่ ทางเจ้าของบอกว่าไม่มี แต่เห็นนั่งรถเลยไป พวกเราเลยต้องขี่รถไปอีก 5 กม.เพื่อที่จะไปสามแยก ภูคูน และเราก็พบกับ พี่ไพศาล เขยลาว ที่เฮือนพักตรง สามแยก ผมสอบถามพี่ไพศาลว่า ทำไมไม่พักที่ เฮือนพัก ศาลาภูคูน พี่ไพศาลบอกว่าไม่รู้ว่าอยู่ตรงใหน เนื่องจากรถที่ขออาศัยมานั้นพามาส่งที่นี่ ที่ภูคูน นี้อากาศหนาวมากในตอนที่เราไปถึง อุณหภูมิน่าจะต่ำกว่า 10 องศา แถมที่พักไม่มีน้ำอุ่นให้อาบด้วย แต่พวกเราก็ต้องอาบและสระผมเนื่องจากเหนื่อยมาทั้งวันแล้วอยากอาบน้ำให้สะบายตัวหน่อย
ในรูปเป็นเช้าวันใหม่ เราออกเดินทางกันประมาณ 9 โมงเช้าซึ่งเป็นฤกษ์ดีของพวกเราเพราะทุกวันกว่าจะทานอาหารและธุระส่วนตัวเสร็จและได้เวลาออกก็จะเป็นเวลานี้ทุกวัน ส่วนพี่ดาบและพี่ไพศาล ผมส่งขึ้นรถโดยสารให้ไปหลวงพระบางเลย โดยผมเขียนแผนที่และ เฮือนพักที่จะให้ไปพักรวมทั้งถ้าหากไม่ได้ที่พักที่ผมเขียนไปให้แล้วไปได้ที่อื่น ก็เขียนแผนที่ให้ไปคอยอยู่ที่แยก ร้านกาแฟ ประชานิยม

ตอนเช้าที่อยู่ที่ที่พัก ภูคูน นั้นหมอกลงจัดมาก มองอะไรแทบไม่เห็น ถ้าเกิน 10 เมตร ไปแล้วมองไม่เห็นครับ พอออกจากที่พักมาได้หน่อยช่วงขี่ขึ้นเขาผมก็โซ่ขาดต้องทำการตัดต่อโซ่กันใหม่ เมื่อต่อโซ่เสร็จแล้วก็ขี่รถกันมาได้สักพัก พอหมอกเริ่มจางอากาศคายหนาวแล้วก็จอดถอดเสื้อคลุมออก และหยุดถ่ายรูปกัน

หลังจากที่ขี่ขึ้นเขากันมาเกือบครึ่งวันแล้วก็ดิ่งลงมาเจอสะพานข้ามแม่น้ำตรงนี้ก็เลยหยุดถ่ายรูปกัน รูปนี้ คุณ ตู่ หมวกแตก

คุณ จิตติ กระทิงแดง

อันนี้รูปผม ทูรย์ ท่องเที่ยว
