Bontrager XXX lite Stem problem
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
-
namsiri12
- ขาประจำ
- โพสต์: 180
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ส.ค. 2008, 13:47
- Tel: 091-832 3855
- team: เซฟวัน
- Bike: Madone 2.3
- ตำแหน่ง: โคราช
- ติดต่อ:
Re: Bontrager XXX lite Stem problem
เกรียงศักดิ์ แบงค์ กรุงเทพ..749-00 19101
ชีวิตของเรา ใช้ ซะ...
ชีวิตของเรา ใช้ ซะ...
- Django R
- ขาประจำ
- โพสต์: 725
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ย. 2010, 17:03
- Tel: ooooooooo0
- team: COFA Cycling club, Rock riders
- Bike: Cervelo R3, Cervelo S5, Cervelo P3, Pinarello Degoma Think 2
Re: Bontrager XXX lite Stem problem
5555555 สเตมนั้นของแท้แน่ๆครับเพราะผมไปซื้อมาจากร้านใหญ่แถวหลังสวนกับมือ ก็ได้ลองติดต่อทางร้านแล้วครับ เขาก็ถ่ายรูปเอาไว้เพื่อจะเมล์คุยกับทางต่างประเทศดูว่าจะทําอะไรได้บ้าง เพราะเท่าที่ผ่านมายังไม่เคยมีการเคลมเลยครับ. พนักงานหลายท่านเช่นคุณหวาน นี่ช่วยเหลือดีมากๆครับ ผมบอกไว้ตรงนี้เลยว่าถึงจะเคลมไม่ได้ก็ไม่โกรธเพราะอย่างน้อยเขาก็พยายามดูแลลูกค้าอย่างสุดความสามารถ แต่ร้านนี้ช่างมารยาทแย่มากครับ ไม่ต้อนรับลูกค้า มองกวนๆ มองนานจนเราไม่รู้จะทําไงเลยยิ้มให้ เขาก็ไม่ยิ้มตอบ -_-" กลัวเหมือนกัน ผมนั่งยองๆอยู่ข้างรถตัวเองกําลังชี้จุดที่ต้องการซ่อมไอ้หมอก็เดินข้ามหลังกันเลยแบบไม่มีเกรงใจกันล่ะ ( บริเวณนั้นมันเป็นซอกแคบๆ ใครเคยไปจะรู้). ไม่เอ่ยขอโทษซักคํา พระเพอะผมหนีหมด เสียความรู้สึกจริงๆครับ แอบบ่นหน่อยเพราะรู้สึกทุกครั้งนะเวลาไปร้านนี้ ก็ได้แต่หวังแหละว่าน่าจะปรับปรุงนิดนึง อาจจะเพิ่มวันหยุดให้ช่างบ้าง เพราะดูท่าทางเหนื่อยอ่ะ -_-
คนดีกับคนรวยน่ะมันคนละอย่างกันนะเฟ้ย
Bianchi Dolomiti Size 53 mint condition for sale
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=3&t=381821
Bianchi Dolomiti Size 53 mint condition for sale
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=3&t=381821
- koboku
- ขาประจำ
- โพสต์: 6637
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ส.ค. 2009, 14:08
- team: ต่อนยอน
- Bike: FALCON & TCR
Re: Bontrager XXX lite Stem problem
ขอโทษครับ ผมยังสงสัยอยู่ รบกวนแกดูข้างในหน่อยครับ ถ้ามันเป็นสี่เหลี่ยม แบบในนี้ http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 9&t=438635
ผมว่าไม่น่าใช่นะครับ
ผมว่าไม่น่าใช่นะครับ
- Django R
- ขาประจำ
- โพสต์: 725
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ย. 2010, 17:03
- Tel: ooooooooo0
- team: COFA Cycling club, Rock riders
- Bike: Cervelo R3, Cervelo S5, Cervelo P3, Pinarello Degoma Think 2
Re: Bontrager XXX lite Stem problem
อะไรเหรอครับเป็นสี่เหลี่ยม ? ไม่เข้าใจคําถามน่ะครับ กระทู้นั้นผมเข้าไปดูแล้วล่ะ ตัว X ขลดไม่ขาดอะไรนั่น ผมเห็นที่แขวนๆขายอยู่ตัวเอ็กซ์มันก็ไม่ขาดนี่ครับ ก็เต็มหมดนะ ซื้อที่นั่นเลย แกะจากแพ๊คกับมือ ถ้าวิธีดูตัวเอ๊กซ์ที่ว่าเป็นวิธีดูของจริงของปลอมล่ะก็ ผมว่าอาจจะใช้วิธีนี้ไม่ได้แล้วล่ะมั๊งครับ อาจจะต้องดูอย่างอื่นประกอบด้วย เพราะผมไม่เชื่อว่าร้านใหญ่และเก่าแก่อย่างโปรไบค์จะเอาของปลอมมาขายให้เสียชื่อ โดยเฉพาะของยี่ห้อที่ทางร้านเองเป็นตัวแทนจําหน่ายเองด้วยน่นะครับ ( แอบรักนะเนี่ย ^_^)
คนดีกับคนรวยน่ะมันคนละอย่างกันนะเฟ้ย
Bianchi Dolomiti Size 53 mint condition for sale
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=3&t=381821
Bianchi Dolomiti Size 53 mint condition for sale
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=3&t=381821
- koboku
- ขาประจำ
- โพสต์: 6637
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ส.ค. 2009, 14:08
- team: ต่อนยอน
- Bike: FALCON & TCR
Re: Bontrager XXX lite Stem problem
ผมหมายถึงไอ้ด้านในสเต็มครับไอ้ตัวนนี้

พอดีพี่เค้าว่าไอ้ตัวนี้ของปลอม ส่วนที่ผมไปดูเว็บ Bontrager มา มันเป็นแบบนี้ครับ

http://bontrager.com/model/08366
ผมดูแล้วราคาตั้งในเว็บมัน 7000 กว่าบาท

พอดีพี่เค้าว่าไอ้ตัวนี้ของปลอม ส่วนที่ผมไปดูเว็บ Bontrager มา มันเป็นแบบนี้ครับ

http://bontrager.com/model/08366
ผมดูแล้วราคาตั้งในเว็บมัน 7000 กว่าบาท
- Django R
- ขาประจำ
- โพสต์: 725
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ย. 2010, 17:03
- Tel: ooooooooo0
- team: COFA Cycling club, Rock riders
- Bike: Cervelo R3, Cervelo S5, Cervelo P3, Pinarello Degoma Think 2
Re: Bontrager XXX lite Stem problem
ครับ อันที่ผมได้มาไม่เป็นสี่เหลี่ยมนขครับข้างใน ตัวบีก็เอียงหน่อยเหมือนแบบอันล่าง แต่ตัวเอ็กซ์นั้นเต็มครับ ราคาตั้ง 6800บาทครับ อาจจะปป็นของล็อตใหม่ล่ะมั๊งครับ ลวดลายเลยเปลี่ยนรึเปล่า
คนดีกับคนรวยน่ะมันคนละอย่างกันนะเฟ้ย
Bianchi Dolomiti Size 53 mint condition for sale
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=3&t=381821
Bianchi Dolomiti Size 53 mint condition for sale
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=3&t=381821
- nextstep
- ขาประจำ
- โพสต์: 4416
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ม.ค. 2010, 16:02
- ติดต่อ:
Re: Bontrager XXX lite Stem problem
เสต็มมันยาวตัว xxx เลยเต็มมั้งครับ อยากดูด้านในมากกว่าว่าเป็นเหลี่ยมๆหรือโค้งตามทรงด้านนอก
ชอบปั่นจักรยานมาก แต่ปั่นเท่าไรก็ขึ้นเขาไม่ค่อยไหวเลยต้องมาวิ่งช่วยเพิ่มแรงขา
พอมาวิ่งก็เจ็บ ต้องว่ายน้ำช่วยรักษา นับนิ้วแล้ว เออ..3 อย่างพอดี ไปไตรละกัน :mrgreen:
พอมาวิ่งก็เจ็บ ต้องว่ายน้ำช่วยรักษา นับนิ้วแล้ว เออ..3 อย่างพอดี ไปไตรละกัน :mrgreen:
- Hopeless
- ขาประจำ
- โพสต์: 127
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.พ. 2011, 20:01
- team: ปั่นคนเดียว
- Bike: Bianchi via Nirone7
- ตำแหน่ง: สี่แยกปฐมพร ชุมพร
Re: Bontrager XXX lite Stem problem
ผมว่าส่งเคลมดูก็ได้ครับ ถ้ามันเกิดเป็นของปลอมเดี๋ยวเขาก็ตีกลับมาเอง
ปล. ผมเองก็ดูไม่ออกครับยี่ห้อนี้
ปล. ผมเองก็ดูไม่ออกครับยี่ห้อนี้
หน้าตาก็สุดทน รถยนต์ไม่มีขับ โทรศัพท์กล้องก็เสีย ข้อดีไม่มีเมีย ข้อเสียไม่มีตังค์
- pskorat
- ขาประจำ
- โพสต์: 1538
- ลงทะเบียนเมื่อ: 31 พ.ค. 2009, 07:13
- Tel: 044-257259
- Bike: TREK2300,GIANT NRS I , JAMIS XENITH
Re: Bontrager XXX lite Stem problem
เมื่อวันที่ผมประกอบหมอบ( Speciclized )ให้หลานชายคนหนึ่ง บังเอิญอ่านไปพบคำแนะนำในคู่มือเพื่อการไล่ขันกวดสกรูที่ฝาปิดด้านหน้าของคอแฮนด์ในกรณีที่มีมากกว่า 2 ตัว(นั่นคือ 4 ตัว) ว่าให้ขันไล่จะทวนเข็มหรือตามเข็มนาฬิกาตามถนัด ห้ามไล่แบบทะแยงมุม(ตามที่ผม และเชื่อว่าอีกหลายๆท่านเคยเข้าใจกันมาครับ)แมวทอง เขียน:การขันน็อท ในบ้างชิ้นของอุปกรณ์ ต้องมีการ ขันไขว้ไปไขว้มา เพื่อกระสายแรงกดให้เท่ากันทุกพื้นที่ เช่น สเต็ม จานหน้า ใบดิทส์ เป็นต้น
หากขันไม่ถูกต้อง ชิ้นส่วนอุปกรณ์ก็จะได้รับความเสียหายแม้จะขันด้วยค่าที่ถูกต้องแล้ว
แต่
ถ้าหากทำทุกอย่างถูกต้องแล้ว
ก็ยังพัง แนะนำ
ติดต่อผู้จำหน่ายจะดีที่สุดครับ
ของใหม่โลด![]()
โฮ้งงง
และเสริมอีกนิดนะครับ ถ้า Maximum Torque กำหนดไว้ว่า 5 Nm. หมายความว่า...ไม่เกิน 5 Nm. ... ผมจะตั้งค่าครั้งแรกที่ 4Nm. ขันไล่ตามทิศที่คู่มือแนะนำ รอบสองเป็น 4.5 Nm. กวดขันไล่ครั้งที่สอง ทดสอบด้วยแรงมือโดยไมไช้ Torque wrench จับความรู้สึก ถ้ายังมีเข้าได้อีกนิดหนึ่ง ผมจะตั้งครั้งสุดท้ายที่ 4.8 Nm. กวดครั้งสุดท้ายครับ โดยมากอาจจะยุติที่ 4.6-4.8 ครับ ไม่เคยขันเข้าไปที่ max.torque ตามกำหนดเพราะนั่นคือ max. upper limit ถ้ามากเกินจะเกิดความเครียดมากเกินไปได้
-
Rocket_yuta
- ขาประจำ
- โพสต์: 113
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 06:18
- Tel: -
- team: -
- Bike: TREK MADONE 7.9 (2013) : AEOLUS 5 + DURA ACE DI2 (9000)
- ติดต่อ:
Re: Bontrager XXX lite Stem problem
เรื่องลวดลาย แบบตัวโลโก ผมเห็นที่ PROBIKE เหมือนที่เจ้าของกระทู้กล่าวครับDjango R เขียน:ครับ อันที่ผมได้มาไม่เป็นสี่เหลี่ยมนขครับข้างใน ตัวบีก็เอียงหน่อยเหมือนแบบอันล่าง แต่ตัวเอ็กซ์นั้นเต็มครับ ราคาตั้ง 6800บาทครับ อาจจะปป็นของล็อตใหม่ล่ะมั๊งครับ ลวดลายเลยเปลี่ยนรึเปล่า
ถ้ายาว 90 มม. หรือ 100 มม. โลโก XXX จะเต็มตามแบบที่เจ้าของกระทู้ซื้อมาครับ
ผมเพิ่งจะไปซื้อเมื่อวันที่ 2 กพ. ที่ผ่านมาครับ ซื้อสีดำ ยาว 100 มม.ครับ
กรณีของเจ้าของกระทู้ผมคิดว่าเพราะเป็นสีขาวครับ สีที่พ่นไม่จับกับชิ้นงานด้านล่าง จึงย่นเห็นเป็นชั้น
ผมซื้อมาเป็นสีดำมันจะเป็นแลคเกอร์ใส ใช้รุ่นนี้มา 2 อันแล้ว ไม่เจอปัญหาครับ
ถ้าเครมได้ขอเปลี่ยนเป็นสีดำจะดีกว่าครับ
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: Bontrager XXX lite Stem problem
ทำไมเขาห้ามไล่แบบทะแยงมุมหละครับpskorat เขียน:เมื่อวันที่ผมประกอบหมอบ( Speciclized )ให้หลานชายคนหนึ่ง บังเอิญอ่านไปพบคำแนะนำในคู่มือเพื่อการไล่ขันกวดสกรูที่ฝาปิดด้านหน้าของคอแฮนด์ในกรณีที่มีมากกว่า 2 ตัว(นั่นคือ 4 ตัว) ว่าให้ขันไล่จะทวนเข็มหรือตามเข็มนาฬิกาตามถนัด ห้ามไล่แบบทะแยงมุม(ตามที่ผม และเชื่อว่าอีกหลายๆท่านเคยเข้าใจกันมาครับ)แมวทอง เขียน:การขันน็อท ในบ้างชิ้นของอุปกรณ์ ต้องมีการ ขันไขว้ไปไขว้มา เพื่อกระสายแรงกดให้เท่ากันทุกพื้นที่ เช่น สเต็ม จานหน้า ใบดิทส์ เป็นต้น
หากขันไม่ถูกต้อง ชิ้นส่วนอุปกรณ์ก็จะได้รับความเสียหายแม้จะขันด้วยค่าที่ถูกต้องแล้ว
แต่
ถ้าหากทำทุกอย่างถูกต้องแล้ว
ก็ยังพัง แนะนำ
ติดต่อผู้จำหน่ายจะดีที่สุดครับ
ของใหม่โลด![]()
โฮ้งงง
และเสริมอีกนิดนะครับ ถ้า Maximum Torque กำหนดไว้ว่า 5 Nm. หมายความว่า...ไม่เกิน 5 Nm. ... ผมจะตั้งค่าครั้งแรกที่ 4Nm. ขันไล่ตามทิศที่คู่มือแนะนำ รอบสองเป็น 4.5 Nm. กวดขันไล่ครั้งที่สอง ทดสอบด้วยแรงมือโดยไมไช้ Torque wrench จับความรู้สึก ถ้ายังมีเข้าได้อีกนิดหนึ่ง ผมจะตั้งครั้งสุดท้ายที่ 4.8 Nm. กวดครั้งสุดท้ายครับ โดยมากอาจจะยุติที่ 4.6-4.8 ครับ ไม่เคยขันเข้าไปที่ max.torque ตามกำหนดเพราะนั่นคือ max. upper limit ถ้ามากเกินจะเกิดความเครียดมากเกินไปได้
โดยlogicแล้ว ผมว่ามันไม่น่าจะแตกต่างจากการขันน้อตล้อรถยนต์ หรือ ขันกวดฝาสูบของเครื่องยนต์เลยนะครับ
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
- koboku
- ขาประจำ
- โพสต์: 6637
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ส.ค. 2009, 14:08
- team: ต่อนยอน
- Bike: FALCON & TCR
Re: Bontrager XXX lite Stem problem
ทำไมขันแบบทวนหรือตามเข็มล่ะ
เกิดมันดึงฝั่งไหนไปมากกว่ากัน เบี้ยว แตกอีก
เกิดมันดึงฝั่งไหนไปมากกว่ากัน เบี้ยว แตกอีก
- Art_Project
- ขาประจำ
- โพสต์: 782
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2009, 10:42
- Tel: 089-843-7655
- team: www.Trialbikez.com
- Bike: trial : Koxx Foxx 20" ,Road : colnago prima
- ติดต่อ:
Re: Bontrager XXX lite Stem problem
http://bontrager.com/model/08366
ลองเมลล์ไปถามเว็ป bontrager ดูสิครับ ว่ามีรุ่นใหม่หรือเปล่า
เว็ประดับโลก เค้าคงไม่ปล่อยให้เว็ปเค้าตกรุ่นหรอกมั้งครับ หรือไม่มีการอัพเดทเลย หรือยังไงผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันนะครับ E-mail ถามดูครับ
ลองเมลล์ไปถามเว็ป bontrager ดูสิครับ ว่ามีรุ่นใหม่หรือเปล่า
เว็ประดับโลก เค้าคงไม่ปล่อยให้เว็ปเค้าตกรุ่นหรอกมั้งครับ หรือไม่มีการอัพเดทเลย หรือยังไงผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันนะครับ E-mail ถามดูครับ
ประวัติ,วิธีเล่นและกฏกติกา Trialbike นำเสนออุปกรณ์ในการเล่น NEON, BECAUSE,BORN, ECHO>>> กดที่นี่ <<<
จำหน่าย Trialbike , StreetBike FB :TrialbikeZ << คล๊ิกขวา OPEN
การค้าขายอย่าได้หวังแต่ผลกำไร ควรหวังให้ได้มาซึ่งใจคน ~อิมซัมอ๊ก ยอดพ่อค้าหัวใจทรนง~
จำหน่าย Trialbike , StreetBike FB :TrialbikeZ << คล๊ิกขวา OPEN
การค้าขายอย่าได้หวังแต่ผลกำไร ควรหวังให้ได้มาซึ่งใจคน ~อิมซัมอ๊ก ยอดพ่อค้าหัวใจทรนง~
- น้องหนึ่ง
- ขาประจำ
- โพสต์: 10662
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 04:07
- Tel: 0891441866
- ตำแหน่ง: http://www.thaimtb.com/forum/viewforum.php?f=528
- ติดต่อ:
Re: Bontrager XXX lite Stem problem
คู่มือของเสต็มหลายยี่ห้อ เช่นยี่ห้อที่ฝาแตกบ่อย เค้าบอกให้ขันเรียงตัวไปเรื่อยๆ ไม่ให้ทะแยงมุมครับlucifer เขียน:ทำไมเขาห้ามไล่แบบทะแยงมุมหละครับ![]()
โดยlogicแล้ว ผมว่ามันไม่น่าจะแตกต่างจากการขันน้อตล้อรถยนต์ หรือ ขันกวดฝาสูบของเครื่องยนต์เลยนะครับ
ผมเลยเข้าใจเอาเองว่าที่ฝาแตกกันนั่น ส่วนนึงเพราะขันทะแยงมุมหรือเปล่า แม้จะใช้ประแจปอนด์ขันไม่เกินแรงที่กำหนดก็ตาม
ร้านจักรยานฝีมือดี มาดึกๆได้
www.thaimtb.com/forum/viewforum.php?f=528
www.facebook.com/HomeMadeBicycle
www.thaimtb.com/forum/viewforum.php?f=528
www.facebook.com/HomeMadeBicycle
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: Bontrager XXX lite Stem problem
ไม่ทราบเหมือนกันนะครับ เรื่องฝาแตก แต่การที่คู่มือเตือนไว้ก็น่าจะมีเหตุผลสำคัญของมันอย่างแน่นอน
ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่า ถ้าขันไม่เป็น แล้วฝาเป็นพวกคาร์บอนหรืออะไรบางๆที่พร้อมจะแตก โอกาสที่ขันทะแยงมุมแล้วทำให้ฝาบิดตัวมากจนเกิดความเค้นได้นั้นก็มีได้ ซึ่งน่าเป็นลักษณะจับใส่แล้วอัดเลย แบบนี้ก็ไม่น่ารอด
แต่ถ้าขันเป็น จะขันแบบใด ( จะไขว้ หรือ ไล่เวียน ) ก็ไม่แตกทั้งนั้นครับ
วิธีการขันสกรูไม่ให้เกลียวรูด ไม่ให้เกลียวขาด ไม่ให้ชิ้นงานเสียหาย ตามทฤษฎีแล้วก็ต้องพึ่งประแจปอนด์อยู่แล้วครับ แต่สำหรับช่างลูกทุ่งแบบผม ผมไม่เคยต้องใช้ประแจปอนด์ แล้วก็ไม่เคยขันแน่นจนพังหรือขันหลวมจนคลาย
เพราะเมื่อสัก 20ปีก่อน สมัยที่ผมเล่นรถ RC ล่าถ้วย แล้วทำรถเอง ผมขันสกรูโลหะกับเกลียวตัวเมียที่เป็นชิ้นงานพลาสติกจนเกลียวรูดอยู่บ่อยๆ จนจับประเด็นได้ว่าก่อนเกลียวจะรูดนั้นมันจะมีสิ่งบอกเหตุให้ทราบว่า เกินกว่านี้ บ๊ายบาย
สุดท้ายก็จะทำให้เราเรียนรู้ว่าจะไม่เพิ่มแรงจนไม่เกินเลยไปจากจุดนั้น ( ถ้าเป็นสกรูโลหะกับงานอลูมิเนียม มันก็จะจับความรู้สึกได้แบบหนึ่ง หรือสกรูเหล็กหรือสเตนเลสกับงานเหล็ก มันก็จะจับความรู้สึกได้อีกแบบหนึ่ง )
เทคนิคการขันสกรู 4 ตัว บนฝาปิดหน้าstem โดยไม่เคยมีปัญหามาเลย (ไม่พังเพราะแน่นเกิน ไม่คลายเพราะหลวมเกิน) ไม่ต้องใช้loctite ก็คือ ตอนวางฝาหน้านั้น ให้ใช้มือหมุนสกรูเข้าไปก่อนทั้ง 4 ตัว ( จะใช้กุญแจหกเหลี่ยมนำเลยก็ได้ แต่ต้องเบามือ ป้องกันการปีนเกลียวตอนแรกก่อน ) จากนั้นใช้กุญแจหกเหลี่ยมขันต่อเบาๆ เช็คระยะห่างระหว่างฝาหน้ากับตัวstem บริเวณสกรูทั้ง 4 ตัวให้เท่ากัน ไม่เอียงคว่ำหน้า หงายหลัง ไม่เอียงซ้าย ไม่เอียงขวา ตรงนี้สำคัญเพราะมันเป็นจุดเริ่มต้นของงานทั้งหมด
ถ้าได้ระยะที่สมมาตรกันดีแล้ว ฝาปิดหน้าด้านบนและด้านล่างห่างจากตัวstemเท่าๆกัน ผมจะเริ่มออกแรงขัน โดยจับกุญแจหกเหลี่ยมที่ด้านสั้น เอาปลายยาวสอดเข้าหัวสกรูก่อน แล้วออกแรงบิดไล่ไปทีละน้อย ( ไม่ใช่ขันให้แน่นเลย แต่ขันให้สกรูหมุนลงไปทีละนิด ) ตรงนี้แหละครับ ที่จะขันไล่อย่างไรก็ได้ เพราะแรงที่เพิ่มขึ้นมามันน้อยมาก ฝาหน้าของstemจะหนีบแฮนด์อย่างสมมาตรกันทุกๆจุดได้ แล้วค่อยๆเพิ่มแรงไล่ไปเรื่อยๆจนขันไม่ลง จากนั้นจึงจะเปลี่ยนมาใช้ด้านสั้นสอดเข้าไป แล้วจับที่ด้านยาว ซึ่งท่าในการจับก็ไม่ใช่ว่าจับเต็ม 4 นิ้วแล้วบิดนะครับ ผมจะใช้นิ้วโป้งประคองแกน แล้วใช้นิ้วชี้กับนิ้วกลางวางในตำแหน่งใกล้ๆกับจุดหมุน ( ยิ่งวางห่าง ยิ่งผ่อนแรง ยิ่งขันได้แรง ยิ่งพลั้งมือได้ง่าย ) ไล่ความตึงไปเรื่อยๆ เพิ่มทีละน้อย
ถ้ามีประแจปอนด์ ประแจปอนด์จะเป็นตัวขันตัวสุดท้ายครับ ไม่ใช่ขันตั้งแต่ต้น
มือจะเป็นสิ่งที่ถูกใช้ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งตึงมือแล้วจึงปิดงานด้วยประแจปอนด์
ปัญหาจึงอยู่ที่ว่าจะใช้มือขันแค่ไหน แรงที่กวดลงไปแค่ไหนจึงพอ แค่ไหนจึงถือว่าตึงมือสำหรับกวดต่อด้วยประแจปอนด์ ( หรือ ถ้าไม่มีประแจปอนด์แบบผม จะกวดต่ออีกแค่ไหนจึงถึงจุดที่เรียกว่า"พอ" )
เรื่องนี้อยู่ที่ประสพการณ์ครับ ถ้าเคยทำชิ้นงานเสียมาก่อน ก็จะจำได้เองแหละ
สำหรับฝาปิดหน้าที่ว่าแตกง่าย ผมเชื่อว่าขั้นตอนสำคัญที่จะให้ขันเรียงแบบเวียนเทียน ก็คือ ขั้นตอนของการกวดไล่ความตึงระยะสุดท้ายมากกว่าครับ แต่ถ้ามันแตกง่ายจริงๆ หรือ วัสดุมันไม่เหมาะสำหรับการใช้งานอย่างคงทนจริงๆแล้ว ผมว่าจะขันเวียนเทียนหรือขันไขว้ทะแยงก็ตาม ถ้าสุดท้ายแล้วยังขันซะ overtorque ก็คงแตกอยู่ดีแหละครับ ประแจปอนด์น่าจะเป็นคำตอบสุดท้ายสำหรับของพวกนี้ โดยเฉพาะท่านที่ยั้งแรงไม่เป็น ( ขันไม่เป็น
)
การขันฝาปิดหน้าstemเป็นเรื่องที่ผมเบื่อที่สุด เพราะเสียเวลาในการไล่กวดมากจริงๆครับ เนื่องจากต้องใจเย็นและตั้งใจทำมากๆ ( เคยมีน้องที่ซื้อแฮนด์คาร์บอนผมไป ถามว่าทำไมแฮนด์ผมไม่มีรอยยุบตรงที่ขันstemหละ มีเทคนิคอย่างไร ผมตอบง่ายๆว่าไม่มีเทคนิคอะไรเป็นพิเศษ แต่อาศัยความใจเย็นและความเที่ยงของน้ำหนักมือเป็นสำคัญ สงสัยต้องหาซื้อประแจปอนด์ตัวเล็กๆมาใช้บ้างแล้วครับ )
ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่า ถ้าขันไม่เป็น แล้วฝาเป็นพวกคาร์บอนหรืออะไรบางๆที่พร้อมจะแตก โอกาสที่ขันทะแยงมุมแล้วทำให้ฝาบิดตัวมากจนเกิดความเค้นได้นั้นก็มีได้ ซึ่งน่าเป็นลักษณะจับใส่แล้วอัดเลย แบบนี้ก็ไม่น่ารอด
แต่ถ้าขันเป็น จะขันแบบใด ( จะไขว้ หรือ ไล่เวียน ) ก็ไม่แตกทั้งนั้นครับ
วิธีการขันสกรูไม่ให้เกลียวรูด ไม่ให้เกลียวขาด ไม่ให้ชิ้นงานเสียหาย ตามทฤษฎีแล้วก็ต้องพึ่งประแจปอนด์อยู่แล้วครับ แต่สำหรับช่างลูกทุ่งแบบผม ผมไม่เคยต้องใช้ประแจปอนด์ แล้วก็ไม่เคยขันแน่นจนพังหรือขันหลวมจนคลาย
เพราะเมื่อสัก 20ปีก่อน สมัยที่ผมเล่นรถ RC ล่าถ้วย แล้วทำรถเอง ผมขันสกรูโลหะกับเกลียวตัวเมียที่เป็นชิ้นงานพลาสติกจนเกลียวรูดอยู่บ่อยๆ จนจับประเด็นได้ว่าก่อนเกลียวจะรูดนั้นมันจะมีสิ่งบอกเหตุให้ทราบว่า เกินกว่านี้ บ๊ายบาย
สุดท้ายก็จะทำให้เราเรียนรู้ว่าจะไม่เพิ่มแรงจนไม่เกินเลยไปจากจุดนั้น ( ถ้าเป็นสกรูโลหะกับงานอลูมิเนียม มันก็จะจับความรู้สึกได้แบบหนึ่ง หรือสกรูเหล็กหรือสเตนเลสกับงานเหล็ก มันก็จะจับความรู้สึกได้อีกแบบหนึ่ง )
เทคนิคการขันสกรู 4 ตัว บนฝาปิดหน้าstem โดยไม่เคยมีปัญหามาเลย (ไม่พังเพราะแน่นเกิน ไม่คลายเพราะหลวมเกิน) ไม่ต้องใช้loctite ก็คือ ตอนวางฝาหน้านั้น ให้ใช้มือหมุนสกรูเข้าไปก่อนทั้ง 4 ตัว ( จะใช้กุญแจหกเหลี่ยมนำเลยก็ได้ แต่ต้องเบามือ ป้องกันการปีนเกลียวตอนแรกก่อน ) จากนั้นใช้กุญแจหกเหลี่ยมขันต่อเบาๆ เช็คระยะห่างระหว่างฝาหน้ากับตัวstem บริเวณสกรูทั้ง 4 ตัวให้เท่ากัน ไม่เอียงคว่ำหน้า หงายหลัง ไม่เอียงซ้าย ไม่เอียงขวา ตรงนี้สำคัญเพราะมันเป็นจุดเริ่มต้นของงานทั้งหมด
ถ้าได้ระยะที่สมมาตรกันดีแล้ว ฝาปิดหน้าด้านบนและด้านล่างห่างจากตัวstemเท่าๆกัน ผมจะเริ่มออกแรงขัน โดยจับกุญแจหกเหลี่ยมที่ด้านสั้น เอาปลายยาวสอดเข้าหัวสกรูก่อน แล้วออกแรงบิดไล่ไปทีละน้อย ( ไม่ใช่ขันให้แน่นเลย แต่ขันให้สกรูหมุนลงไปทีละนิด ) ตรงนี้แหละครับ ที่จะขันไล่อย่างไรก็ได้ เพราะแรงที่เพิ่มขึ้นมามันน้อยมาก ฝาหน้าของstemจะหนีบแฮนด์อย่างสมมาตรกันทุกๆจุดได้ แล้วค่อยๆเพิ่มแรงไล่ไปเรื่อยๆจนขันไม่ลง จากนั้นจึงจะเปลี่ยนมาใช้ด้านสั้นสอดเข้าไป แล้วจับที่ด้านยาว ซึ่งท่าในการจับก็ไม่ใช่ว่าจับเต็ม 4 นิ้วแล้วบิดนะครับ ผมจะใช้นิ้วโป้งประคองแกน แล้วใช้นิ้วชี้กับนิ้วกลางวางในตำแหน่งใกล้ๆกับจุดหมุน ( ยิ่งวางห่าง ยิ่งผ่อนแรง ยิ่งขันได้แรง ยิ่งพลั้งมือได้ง่าย ) ไล่ความตึงไปเรื่อยๆ เพิ่มทีละน้อย
ถ้ามีประแจปอนด์ ประแจปอนด์จะเป็นตัวขันตัวสุดท้ายครับ ไม่ใช่ขันตั้งแต่ต้น
มือจะเป็นสิ่งที่ถูกใช้ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งตึงมือแล้วจึงปิดงานด้วยประแจปอนด์
ปัญหาจึงอยู่ที่ว่าจะใช้มือขันแค่ไหน แรงที่กวดลงไปแค่ไหนจึงพอ แค่ไหนจึงถือว่าตึงมือสำหรับกวดต่อด้วยประแจปอนด์ ( หรือ ถ้าไม่มีประแจปอนด์แบบผม จะกวดต่ออีกแค่ไหนจึงถึงจุดที่เรียกว่า"พอ" )
เรื่องนี้อยู่ที่ประสพการณ์ครับ ถ้าเคยทำชิ้นงานเสียมาก่อน ก็จะจำได้เองแหละ
สำหรับฝาปิดหน้าที่ว่าแตกง่าย ผมเชื่อว่าขั้นตอนสำคัญที่จะให้ขันเรียงแบบเวียนเทียน ก็คือ ขั้นตอนของการกวดไล่ความตึงระยะสุดท้ายมากกว่าครับ แต่ถ้ามันแตกง่ายจริงๆ หรือ วัสดุมันไม่เหมาะสำหรับการใช้งานอย่างคงทนจริงๆแล้ว ผมว่าจะขันเวียนเทียนหรือขันไขว้ทะแยงก็ตาม ถ้าสุดท้ายแล้วยังขันซะ overtorque ก็คงแตกอยู่ดีแหละครับ ประแจปอนด์น่าจะเป็นคำตอบสุดท้ายสำหรับของพวกนี้ โดยเฉพาะท่านที่ยั้งแรงไม่เป็น ( ขันไม่เป็น
การขันฝาปิดหน้าstemเป็นเรื่องที่ผมเบื่อที่สุด เพราะเสียเวลาในการไล่กวดมากจริงๆครับ เนื่องจากต้องใจเย็นและตั้งใจทำมากๆ ( เคยมีน้องที่ซื้อแฮนด์คาร์บอนผมไป ถามว่าทำไมแฮนด์ผมไม่มีรอยยุบตรงที่ขันstemหละ มีเทคนิคอย่างไร ผมตอบง่ายๆว่าไม่มีเทคนิคอะไรเป็นพิเศษ แต่อาศัยความใจเย็นและความเที่ยงของน้ำหนักมือเป็นสำคัญ สงสัยต้องหาซื้อประแจปอนด์ตัวเล็กๆมาใช้บ้างแล้วครับ )
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน