พื้นฐานของโภชนาการอาหารสำหรับนักกีฬา (Sports Nutrition Fundamental)
- Django R
- ขาประจำ
- โพสต์: 725
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ย. 2010, 17:03
- Tel: ooooooooo0
- team: COFA Cycling club, Rock riders
- Bike: Cervelo R3, Cervelo S5, Cervelo P3, Pinarello Degoma Think 2
Re: พื้นฐานของโภชนาการอาหารสำหรับนักกีฬา (Sports Nutrition Fundamental)
ขอเก็บไว้อ่านด้วยคนนะครับ 
คนดีกับคนรวยน่ะมันคนละอย่างกันนะเฟ้ย
Bianchi Dolomiti Size 53 mint condition for sale
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=3&t=381821
Bianchi Dolomiti Size 53 mint condition for sale
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=3&t=381821
- เสือรถฝืด
- ขาประจำ
- โพสต์: 9680
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 20:26
- team: ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพจังหวัดสุโขทัย,เทียนทะเล(TTL)
- Bike: Trek3900, bianchi
Re: พื้นฐานของโภชนาการอาหารสำหรับนักกีฬา (Sports Nutrition Fundamental)
ปักหมุด ค่ะ ^^
สุโขทัย ชวนคุย7 http://thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=397&t=124
เทียนทะเล เฮฮาสรรหามาเล่า http://thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=397&t=209336
เทียนทะเล เฮฮาสรรหามาเล่า http://thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=397&t=209336
-
carabao09
- ขาประจำ
- โพสต์: 217
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มิ.ย. 2011, 18:49
- Tel: 024613686
- team: พระประแดง
- Bike: Giant tcr aluxxx
Re: พื้นฐานของโภชนาการอาหารสำหรับนักกีฬา (Sports Nutrition Fundamental)
ขอบคุณสำหรับ ข้อมูลดีๆมีประโยชน์
พี่ทำให้วงการดีจากที่อบอุ่นอยู่แล้ว ยิ่งมีความอบอุ่นขึ้นอีกเลยละครับ
ขอบคุณสำหรับการเสียสละเวลามาให้ข้อมูลกับเราครับ

พี่ทำให้วงการดีจากที่อบอุ่นอยู่แล้ว ยิ่งมีความอบอุ่นขึ้นอีกเลยละครับ
ขอบคุณสำหรับการเสียสละเวลามาให้ข้อมูลกับเราครับ
ฝันให้ไกล ไปให้ถึง พึ่งตัวเอง
- openroad
- ขาประจำ
- โพสต์: 384
- ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2010, 23:30
- Tel: 08-3090-2004
- team: No Team
- Bike: colnago
- ตำแหน่ง: กรุงเทพมหานคร
Re: พื้นฐานของโภชนาการอาหารสำหรับนักกีฬา (Sports Nutrition Fundamental)
ขอโทษที่ไม่ได้อัพเดตบทความเลยครับ เนื่องจาก notebook ที่ใช้พังเลยไม่ได้ทำงานเกี่ยวกับเอกสารเลย ตอนนี้กำลังตัดสินใจเอาไปซ่อม หรือซื้อใหม่ดี ของเก่าที่ใช้อยู่เป็นของ dell ซึ่งการซ่อมแพงพอๆกับซื้อใหม่ ตอนนี้เลยใช้แต่ไอโฟนในการต่อออนไลน์เพียงอย่างเดียวครับ
Believe?
-
carabao09
- ขาประจำ
- โพสต์: 217
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มิ.ย. 2011, 18:49
- Tel: 024613686
- team: พระประแดง
- Bike: Giant tcr aluxxx
Re: พื้นฐานของโภชนาการอาหารสำหรับนักกีฬา (Sports Nutrition Fundamental)
รอติดตามอยู่นะครับพี่หมอ
ปล.ซื้อใหม่เลยครับ
ราคาซ่อมกับซื้อใหม่พอๆกัน

ปล.ซื้อใหม่เลยครับ
ฝันให้ไกล ไปให้ถึง พึ่งตัวเอง
- aobbyhahaha
- ขาประจำ
- โพสต์: 476
- ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ส.ค. 2008, 08:27
- Tel: 089-4443732
- team: RaceReg.net
- Bike: Fermented Fish MTB รุ่น Sperm ไร้พ่าย
Re: พื้นฐานของโภชนาการอาหารสำหรับนักกีฬา (Sports Nutrition Fundamental)
ขอบคุณมากครับ สำหรับบทความดีๆ
อ่านแล้ว คิดถึงอดีต สมัยเรียน Biochem กะ Cell Bio เลย
ผมว่าซื้อใหม่ไปเลยครับ ได้ up tech ใหม่ๆ ด้วย
อ่านแล้ว คิดถึงอดีต สมัยเรียน Biochem กะ Cell Bio เลย
ผมว่าซื้อใหม่ไปเลยครับ ได้ up tech ใหม่ๆ ด้วย
- openroad
- ขาประจำ
- โพสต์: 384
- ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2010, 23:30
- Tel: 08-3090-2004
- team: No Team
- Bike: colnago
- ตำแหน่ง: กรุงเทพมหานคร
Re: พื้นฐานของโภชนาการอาหารสำหรับนักกีฬา (Sports Nutrition Fundamental)
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ รู้จักไบโอเคมแสดงว่าพวกเดียวกัน ตอนมหาลัยกว่าจะผ่านได้สะบักสะบอมเลยครับ เดียวนี้ถ้าไปสอบใหม่รับรองว่าเกรดเอแน่นอน โน๊ตบุ๊คช่างบอกว่าติดไวรัสครับ แก้ไขเรียบร้อยเดียววันพุธคงได้เริ่มทยอยลงบทความให้อ่านกันครับaobbyhahaha เขียน:ขอบคุณมากครับ สำหรับบทความดีๆ
อ่านแล้ว คิดถึงอดีต สมัยเรียน Biochem กะ Cell Bio เลย![]()
ผมว่าซื้อใหม่ไปเลยครับ ได้ up tech ใหม่ๆ ด้วย
Believe?
- Frogman_twin
- ขาประจำ
- โพสต์: 5678
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ก.ค. 2011, 19:32
- team: KCC, DEEP TEAM
- Bike: Klein
Re: พื้นฐานของโภชนาการอาหารสำหรับนักกีฬา (Sports Nutrition Fundamental)
รออ่านทุกวันเลยครับopenroad เขียน:ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ รู้จักไบโอเคมแสดงว่าพวกเดียวกัน ตอนมหาลัยกว่าจะผ่านได้สะบักสะบอมเลยครับ เดียวนี้ถ้าไปสอบใหม่รับรองว่าเกรดเอแน่นอน โน๊ตบุ๊คช่างบอกว่าติดไวรัสครับ แก้ไขเรียบร้อยเดียววันพุธคงได้เริ่มทยอยลงบทความให้อ่านกันครับaobbyhahaha เขียน:ขอบคุณมากครับ สำหรับบทความดีๆ
อ่านแล้ว คิดถึงอดีต สมัยเรียน Biochem กะ Cell Bio เลย![]()
ผมว่าซื้อใหม่ไปเลยครับ ได้ up tech ใหม่ๆ ด้วย
ไม่ต้องประสบความสำเร็จทุกอย่าง แต่สิ่งที่เลือกทำขอให้ทำให้เต็มที่น๊ะลูก
- openroad
- ขาประจำ
- โพสต์: 384
- ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2010, 23:30
- Tel: 08-3090-2004
- team: No Team
- Bike: colnago
- ตำแหน่ง: กรุงเทพมหานคร
Re: พื้นฐานของโภชนาการอาหารสำหรับนักกีฬา (Sports Nutrition Fundamental)
หลังจากเอาคอมกลับมาใช้ พอใช้ได้ซักพักมีอาการหน้าจอดับไป และพอเปิดแล้วหน้าจอกลายเป็นสีดำ ช่างใหญ่บอกว่า ไม่ใช่ไวรัสละ น่าจะเป็นการ์ดจอหรือหน้าจอ LCD เสื่อม ขอดูอาการ 2 วัน สงสัยจะได้เปลี่ยนใหม่ครับ อยากได้ macbook 555
Believe?
- aobbyhahaha
- ขาประจำ
- โพสต์: 476
- ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ส.ค. 2008, 08:27
- Tel: 089-4443732
- team: RaceReg.net
- Bike: Fermented Fish MTB รุ่น Sperm ไร้พ่าย
Re: พื้นฐานของโภชนาการอาหารสำหรับนักกีฬา (Sports Nutrition Fundamental)
คงได้ฤกษ์แล้วครับ macbook จัดปาย อิๆ
openroad เขียน:หลังจากเอาคอมกลับมาใช้ พอใช้ได้ซักพักมีอาการหน้าจอดับไป และพอเปิดแล้วหน้าจอกลายเป็นสีดำ ช่างใหญ่บอกว่า ไม่ใช่ไวรัสละ น่าจะเป็นการ์ดจอหรือหน้าจอ LCD เสื่อม ขอดูอาการ 2 วัน สงสัยจะได้เปลี่ยนใหม่ครับ อยากได้ macbook 555
- openroad
- ขาประจำ
- โพสต์: 384
- ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2010, 23:30
- Tel: 08-3090-2004
- team: No Team
- Bike: colnago
- ตำแหน่ง: กรุงเทพมหานคร
Re: พื้นฐานของโภชนาการอาหารสำหรับนักกีฬา (Sports Nutrition Fundamental)
การบริโภคอาหารหรือการได้รับพลังงาน (Energy intake) มีหลักการสำคัญอยู่ 2 ข้อ คือ
1. การได้รับพลังงาน(Calories) อย่างเพียงพอ องค์ประกอบแรกในการทำให้สมรรถนะของนักกีฬาอยู่ในสภาพที่ดีที่สุดสำหรับการฝึกซ้อมและการแข่งขัน โค้ชหรือนักโภชนาการอาหารในทีมจำเป็นต้องแน่ใจว่าโปรแกรมอาหารที่นักกีฬาได้รับจำเป็นต้องมีพลังงานเพียงพอต่อกิจกรรมที่ออก เพื่อชดเชยพลังงานที่สูญเสียไป ผมนำเอาตารางมาแสดงให้เห็นถึงระดับการใช้พลังงานในแต่ละชนิดของการฝึกซ้อมมาให้ดูครับ
ชนิดการออกกำลัง ปริมาณการออกกำลัง พลังงานที่ต้องใช้ พลังงานที่ใช้ประจำวัน
การออกกำลังภายในยิมแบบทั่วไป 30-40 นาที/วัน 3 วัน/สัปดาห์ 200-400 kcal/ครั้ง 25-35 kcal/กก./วัน
(กิโลกรัมน้ำหนักตัว)
การออกกำลังระดับนักกีฬา ฝึกฝนแบบปานกลาง 2-3 ชม./วัน 5-6 วัน/สัปดาห์ 600-1200 kcal/ครั้ง 50-80 kcal/กก./วัน
(กิโลกรัมน้ำหนักตัว)
การออกกำลังระดับนักกีฬา ฝึกฝนแบบสูง 3-6 ชม./วัน 5-6 วัน/สัปดาห์ 600-1200 kcal/ครั้ง 50-80 kcal/กก./วัน
(กิโลกรัมน้ำหนักตัว)
ในนักกีฬาระดับท็อปการใช้พลังงานระหว่างการฝึกซ้อมที่หนักมากๆหรือที่แข่งขันนานมากๆ เช่น นักกีฬาเทนนิส(ล่าสุด โนเล่ตีเทนนิสรอบชิงออสเตรเลียน โอเพ่นกับนาดาลใช้เวลา 5. 47 ชม.) นักปั่นจักรยานทางไกล นักวิ่งมาราธอน นักฟุตบอลที่ต้องแข่งถึงช่วงต่อเวลา อาจต้องใช้พลังงานสูงมากกว่า 12,000 กิโลแคลอรี่(นมเปรี้ยวเมจิไร้ไขมัน ราคา 19 บาท มี 120 กิโลแคลอรี่ เท่ากับต้องกิน 100 ขวด จึงจะเท่ากับ 12,000 กิโลแคลอรี่) โดยเฉพาะนักปั่นจักรยานทางไกลในทัวร์นาเมนต์ระดับโลกอย่าง ตูร์ เดอ ฟรองซ์(สำหรับนักปั่นที่มีน้ำหนักตัว 60-80 กิโลกรัม และต้องการพลังงาน 150-200 กิโลแคลอรี่ต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัวต่อวัน) นอกจากนี้ยังต้องคิดถึงนักกีฬาที่มีน้ำหนักตัวเกินกว่ามาตรฐานกีฬา หรือในกีฬาที่ต้องตัวใหญ่ๆเช่น รักบี้ อเมริกันฟุตบอล มวยปล้ำ (น้ำหนักตัวอาจมากกว่า 100 กิโลกรัมขึ้นไป) มีการโต้เถียงกันอย่างมากมายว่า การกินอาหารให้เพียงพอต่อนักกีฬาเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ในมุมมองของโค้ชระดับโลกและนักโภชนาการอาหารสำหรับนักกีฬานั้น การออกโปรแกรมอาหารให้นักกีฬาภายในทีมมีความยุ่งยากอย่างมาก เพราะต้องให้ระดับพลังงานสมดุลกับตัวนักกีฬา ระดับการฝึกซ้อม ระดับความคาดหมายที่จะเกิดในการแข่งเพื่อให้สามารถตอบสนองต่อการวางแผนในระยะยาว การที่นักกีฬาได้รับอาหารน้อยเกินไปมีผลทำให้ร่างกายได้รับพลังงานไม่เพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระหว่างการฝึกซ้อม และการแข่งขันนั้น จะนำไปสู่การสูญเสียน้ำหนักตัว การสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลดลง เกิดอาการป่วยจากภาวะขาดน้ำตาลในเลือด อาการล้าที่เกิดภายหลังจากการแข่งจะฟื้นฟูไม่ทัน(โดยเฉพาะกีฬาที่แข่งแบบทัวร์นาเมนต์) หรืออย่างเลวร้าย คือ เกิดอาการบาดเจ็บจากการฝืนร่างกาย ทำให้มีผลต่อสมรรถนะของนักกีฬาลดลงในระยะยาว ดังนั้นเราควรมาให้ความสำคัญกับการวางแผนการกินอาหารให้พอเพียงต่อการซ้อม ต่อการแข่ง ต่อการใช้ชีวิตปกติ และเมื่อเราจะนำเอาโปรแกรมการกินอาหารมาใช้อย่างจริงจัง จะพบอุปสรรคที่ขัดขวางการได้รับอาหารอยู่มากมาย
อย่างแรกเลยคือ ในช่วงแรกของการฝึกหนักร่างกายนักกีฬาจะมีอาการต่อต้านอาหารภายหลังจากการฝึกเสร็จสิ้น มีแต่ความรู้สึกอยากนอน เพลีย ความอยากอาหารจะหายไปหรือเปลี่ยนรูปแบบความหิวเป็นหิวแต่น้ำหรือของหวาน โค้ชหรือตัวนักกีฬาเองจำเป็นต้องฝืนหรือบังคับให้ทานอาหารให้ได้ตามโปรแกรม และยังพบว่าเมื่อได้รับอาหารจำนวนมาก(เพราะต้องชดเชยพลังงานที่สูญเสียไป)แล้วจะมีอาการอาหารไม่ย่อย เกิดแก๊สขึ้นภายในกระเพาะและร่างกายไม่ย่อยอาหาร เรียกว่า Gastrointestinal distress ต้องฝึกครับ บังคับให้ร่างกายย่อยให้ได้ ให้ร่างกายทนต่อสภาวะอาการแบบนี้เพื่อให้เกิดการปรับตัวให้สามารถนำเอาอาหารที่ได้รับไปเปลี่ยนเป็นพลังงาน ต้องทำให้ชิน
อย่างที่สองคือ เป็นปัญหาที่สำคัญของนักกีฬาไทยที่ไม่ได้ไปเรียนหรือใช้ชีวิตที่เมืองนอกคือ การปรับตัวต่อการกินอาหารได้ต่ำเมื่อเทียบกับฝรั่ง จะเกิดผลมากเมื่อต้องเดินทางไปแข่งขันต่างถิ่น ต่างประเทศ และต้องวางแผนการฟิตซ้อมควบคู่กันไปด้วย ทำให้มีเวลาทำอาหารได้น้อย ต้องกินอาหารง่ายๆ เช่น ขนมปัง นม ซีเรียล อาหารสำเร็จ(แต่ไม่ใช่อาหารขยะแบบในเซเว่น) ทำให้ร่างกายไม่เคยชินและมีปัญหาต่อสภาพจิตใจเมื่อต้องกินเป็นระยะเวลานานๆ(เลี่ยน) โค้ชหรือนักโภชนาการควรฝึกให้นักกีฬาเคยชินกับอาหารที่จัดเตรียมได้ง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องหุงหา ต้ม ทอด แต่ต้องมีคุณภาพของอาหารสูงและครบถ้วนต่อความต้องการของร่างกาย การฝึกซ้อมและการแข่งขัน(ไม่ใช่กินข้าวซึ่งย่อยง่าย ใช้หมดได้เร็ว) อีกทั้งต้องมีการเสริมอาหารเสริมระหว่างอาหารมื้อหลักระหว่างการซ้อมเสมอ เช่น ผลไม้(ยอดนิยม คือ กล้วยหอม) น้ำเกลือแร่(แนะนำแบบซองผสมน้ำ) แซนวิช(แหล่งคาร์โบไฮเดรตที่ดี) ถ้ามีทุนทรัพย์ก็อาจหาซื้อ โปรตีนหรือคาร์โบ บาร์มากิน(หาได้ง่ายขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะครับ) ต้องแบ่งมื้ออาหารเป็น 4-6 มื้อ และระหว่างมื้อทุกๆ 2 ชั่วโมง
สรุปว่า การวางตารางการฝึกซ้อมที่ดีจำเป็นต้องวางควบคู่กับโปรแกรมการกินอาหารที่สมดุลด้วย เพื่อเพิ่มสมรรถภาพของนักกีฬาให้อยู่ในสภาวะที่ดีที่สุดต่อการฝึกซ้อม ต่อการแข่งขัน และยังช่วยพัฒนา สรีรร่างกายได้อีกทางหนึ่ง เดียวมาต่อข้อที่สองซึ่งเกี่ยวกับ การบริโภคอะไรบ้างให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
1. การได้รับพลังงาน(Calories) อย่างเพียงพอ องค์ประกอบแรกในการทำให้สมรรถนะของนักกีฬาอยู่ในสภาพที่ดีที่สุดสำหรับการฝึกซ้อมและการแข่งขัน โค้ชหรือนักโภชนาการอาหารในทีมจำเป็นต้องแน่ใจว่าโปรแกรมอาหารที่นักกีฬาได้รับจำเป็นต้องมีพลังงานเพียงพอต่อกิจกรรมที่ออก เพื่อชดเชยพลังงานที่สูญเสียไป ผมนำเอาตารางมาแสดงให้เห็นถึงระดับการใช้พลังงานในแต่ละชนิดของการฝึกซ้อมมาให้ดูครับ
ชนิดการออกกำลัง ปริมาณการออกกำลัง พลังงานที่ต้องใช้ พลังงานที่ใช้ประจำวัน
การออกกำลังภายในยิมแบบทั่วไป 30-40 นาที/วัน 3 วัน/สัปดาห์ 200-400 kcal/ครั้ง 25-35 kcal/กก./วัน
(กิโลกรัมน้ำหนักตัว)
การออกกำลังระดับนักกีฬา ฝึกฝนแบบปานกลาง 2-3 ชม./วัน 5-6 วัน/สัปดาห์ 600-1200 kcal/ครั้ง 50-80 kcal/กก./วัน
(กิโลกรัมน้ำหนักตัว)
การออกกำลังระดับนักกีฬา ฝึกฝนแบบสูง 3-6 ชม./วัน 5-6 วัน/สัปดาห์ 600-1200 kcal/ครั้ง 50-80 kcal/กก./วัน
(กิโลกรัมน้ำหนักตัว)
ในนักกีฬาระดับท็อปการใช้พลังงานระหว่างการฝึกซ้อมที่หนักมากๆหรือที่แข่งขันนานมากๆ เช่น นักกีฬาเทนนิส(ล่าสุด โนเล่ตีเทนนิสรอบชิงออสเตรเลียน โอเพ่นกับนาดาลใช้เวลา 5. 47 ชม.) นักปั่นจักรยานทางไกล นักวิ่งมาราธอน นักฟุตบอลที่ต้องแข่งถึงช่วงต่อเวลา อาจต้องใช้พลังงานสูงมากกว่า 12,000 กิโลแคลอรี่(นมเปรี้ยวเมจิไร้ไขมัน ราคา 19 บาท มี 120 กิโลแคลอรี่ เท่ากับต้องกิน 100 ขวด จึงจะเท่ากับ 12,000 กิโลแคลอรี่) โดยเฉพาะนักปั่นจักรยานทางไกลในทัวร์นาเมนต์ระดับโลกอย่าง ตูร์ เดอ ฟรองซ์(สำหรับนักปั่นที่มีน้ำหนักตัว 60-80 กิโลกรัม และต้องการพลังงาน 150-200 กิโลแคลอรี่ต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัวต่อวัน) นอกจากนี้ยังต้องคิดถึงนักกีฬาที่มีน้ำหนักตัวเกินกว่ามาตรฐานกีฬา หรือในกีฬาที่ต้องตัวใหญ่ๆเช่น รักบี้ อเมริกันฟุตบอล มวยปล้ำ (น้ำหนักตัวอาจมากกว่า 100 กิโลกรัมขึ้นไป) มีการโต้เถียงกันอย่างมากมายว่า การกินอาหารให้เพียงพอต่อนักกีฬาเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ในมุมมองของโค้ชระดับโลกและนักโภชนาการอาหารสำหรับนักกีฬานั้น การออกโปรแกรมอาหารให้นักกีฬาภายในทีมมีความยุ่งยากอย่างมาก เพราะต้องให้ระดับพลังงานสมดุลกับตัวนักกีฬา ระดับการฝึกซ้อม ระดับความคาดหมายที่จะเกิดในการแข่งเพื่อให้สามารถตอบสนองต่อการวางแผนในระยะยาว การที่นักกีฬาได้รับอาหารน้อยเกินไปมีผลทำให้ร่างกายได้รับพลังงานไม่เพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระหว่างการฝึกซ้อม และการแข่งขันนั้น จะนำไปสู่การสูญเสียน้ำหนักตัว การสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลดลง เกิดอาการป่วยจากภาวะขาดน้ำตาลในเลือด อาการล้าที่เกิดภายหลังจากการแข่งจะฟื้นฟูไม่ทัน(โดยเฉพาะกีฬาที่แข่งแบบทัวร์นาเมนต์) หรืออย่างเลวร้าย คือ เกิดอาการบาดเจ็บจากการฝืนร่างกาย ทำให้มีผลต่อสมรรถนะของนักกีฬาลดลงในระยะยาว ดังนั้นเราควรมาให้ความสำคัญกับการวางแผนการกินอาหารให้พอเพียงต่อการซ้อม ต่อการแข่ง ต่อการใช้ชีวิตปกติ และเมื่อเราจะนำเอาโปรแกรมการกินอาหารมาใช้อย่างจริงจัง จะพบอุปสรรคที่ขัดขวางการได้รับอาหารอยู่มากมาย
อย่างแรกเลยคือ ในช่วงแรกของการฝึกหนักร่างกายนักกีฬาจะมีอาการต่อต้านอาหารภายหลังจากการฝึกเสร็จสิ้น มีแต่ความรู้สึกอยากนอน เพลีย ความอยากอาหารจะหายไปหรือเปลี่ยนรูปแบบความหิวเป็นหิวแต่น้ำหรือของหวาน โค้ชหรือตัวนักกีฬาเองจำเป็นต้องฝืนหรือบังคับให้ทานอาหารให้ได้ตามโปรแกรม และยังพบว่าเมื่อได้รับอาหารจำนวนมาก(เพราะต้องชดเชยพลังงานที่สูญเสียไป)แล้วจะมีอาการอาหารไม่ย่อย เกิดแก๊สขึ้นภายในกระเพาะและร่างกายไม่ย่อยอาหาร เรียกว่า Gastrointestinal distress ต้องฝึกครับ บังคับให้ร่างกายย่อยให้ได้ ให้ร่างกายทนต่อสภาวะอาการแบบนี้เพื่อให้เกิดการปรับตัวให้สามารถนำเอาอาหารที่ได้รับไปเปลี่ยนเป็นพลังงาน ต้องทำให้ชิน
อย่างที่สองคือ เป็นปัญหาที่สำคัญของนักกีฬาไทยที่ไม่ได้ไปเรียนหรือใช้ชีวิตที่เมืองนอกคือ การปรับตัวต่อการกินอาหารได้ต่ำเมื่อเทียบกับฝรั่ง จะเกิดผลมากเมื่อต้องเดินทางไปแข่งขันต่างถิ่น ต่างประเทศ และต้องวางแผนการฟิตซ้อมควบคู่กันไปด้วย ทำให้มีเวลาทำอาหารได้น้อย ต้องกินอาหารง่ายๆ เช่น ขนมปัง นม ซีเรียล อาหารสำเร็จ(แต่ไม่ใช่อาหารขยะแบบในเซเว่น) ทำให้ร่างกายไม่เคยชินและมีปัญหาต่อสภาพจิตใจเมื่อต้องกินเป็นระยะเวลานานๆ(เลี่ยน) โค้ชหรือนักโภชนาการควรฝึกให้นักกีฬาเคยชินกับอาหารที่จัดเตรียมได้ง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องหุงหา ต้ม ทอด แต่ต้องมีคุณภาพของอาหารสูงและครบถ้วนต่อความต้องการของร่างกาย การฝึกซ้อมและการแข่งขัน(ไม่ใช่กินข้าวซึ่งย่อยง่าย ใช้หมดได้เร็ว) อีกทั้งต้องมีการเสริมอาหารเสริมระหว่างอาหารมื้อหลักระหว่างการซ้อมเสมอ เช่น ผลไม้(ยอดนิยม คือ กล้วยหอม) น้ำเกลือแร่(แนะนำแบบซองผสมน้ำ) แซนวิช(แหล่งคาร์โบไฮเดรตที่ดี) ถ้ามีทุนทรัพย์ก็อาจหาซื้อ โปรตีนหรือคาร์โบ บาร์มากิน(หาได้ง่ายขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะครับ) ต้องแบ่งมื้ออาหารเป็น 4-6 มื้อ และระหว่างมื้อทุกๆ 2 ชั่วโมง
สรุปว่า การวางตารางการฝึกซ้อมที่ดีจำเป็นต้องวางควบคู่กับโปรแกรมการกินอาหารที่สมดุลด้วย เพื่อเพิ่มสมรรถภาพของนักกีฬาให้อยู่ในสภาวะที่ดีที่สุดต่อการฝึกซ้อม ต่อการแข่งขัน และยังช่วยพัฒนา สรีรร่างกายได้อีกทางหนึ่ง เดียวมาต่อข้อที่สองซึ่งเกี่ยวกับ การบริโภคอะไรบ้างให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
Believe?
- Triathlete
- ขาประจำ
- โพสต์: 1199
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ต.ค. 2009, 19:35
- Tel: 08-6889-0444
Re: พื้นฐานของโภชนาการอาหารสำหรับนักกีฬา (Sports Nutrition Fundamental)
สวัสดีครับ....
ขอตามมาเก็บเกี่ยวความรู้เพิ่มเติมครับ ....เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาผมไปเข้าร่วมแข่งวิ่งมาราธอนที่จ.ขอนแก่น กะว่าจะทำเวลาให้ดีกว่าปีก่อนที่จอมบึงและซ้อมมาดีกว่ามากๆ แต่ผลกับผิดคาดเวลามากกว่าเดิมยี่สิบนาทีกว่าๆแถมเจ็บหนักด้วย ข้อความที่ผมอ่านล่าสุดของพี่ openroad ที่บอกว่าถ้ากินไม่พอก็ส่งผลต่อการบาดเจ็บ
ปล.มื้อเย็นก่อนแข่งผมทานแค่สุกี้แต่มีโรตีสองแผ่นนะครับเพื่อเพิ่มความหวานกับแป้ง พอรุ่งเข้าก่อนแข่งก็ขนมปังไส้ทูน่าหนึ่งชิ้นแค่นั้น พอเริ่มแข่งผ่านกิโลที่ยี่สิบเริ่มวิ่งไม่ออก กิโลที่ยิสิบห้าเริ่มเจ็บหน้าขาด้านนอกเหมือนจะเป็นตะคริว พอฝืนวิ่งไปเรื่อยๆจึงเริ่มเจ็บแต่ฝืนวิ่งจนถึงเส้นชัยแบบเดินมากกว่าวิ่งแทบไม่อยากแข่งมาราธอนอีกเลยทรมานสุดๆ (ไม่ทราบว่าอาหารมีส่วนมากกว่าการซ้อมไม่ถึงมากน้อยแค่ไหนครับ)
------------------ขอบพระคุณล่วงหน้าครับ---------------
ขอตามมาเก็บเกี่ยวความรู้เพิ่มเติมครับ ....เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาผมไปเข้าร่วมแข่งวิ่งมาราธอนที่จ.ขอนแก่น กะว่าจะทำเวลาให้ดีกว่าปีก่อนที่จอมบึงและซ้อมมาดีกว่ามากๆ แต่ผลกับผิดคาดเวลามากกว่าเดิมยี่สิบนาทีกว่าๆแถมเจ็บหนักด้วย ข้อความที่ผมอ่านล่าสุดของพี่ openroad ที่บอกว่าถ้ากินไม่พอก็ส่งผลต่อการบาดเจ็บ
ปล.มื้อเย็นก่อนแข่งผมทานแค่สุกี้แต่มีโรตีสองแผ่นนะครับเพื่อเพิ่มความหวานกับแป้ง พอรุ่งเข้าก่อนแข่งก็ขนมปังไส้ทูน่าหนึ่งชิ้นแค่นั้น พอเริ่มแข่งผ่านกิโลที่ยี่สิบเริ่มวิ่งไม่ออก กิโลที่ยิสิบห้าเริ่มเจ็บหน้าขาด้านนอกเหมือนจะเป็นตะคริว พอฝืนวิ่งไปเรื่อยๆจึงเริ่มเจ็บแต่ฝืนวิ่งจนถึงเส้นชัยแบบเดินมากกว่าวิ่งแทบไม่อยากแข่งมาราธอนอีกเลยทรมานสุดๆ (ไม่ทราบว่าอาหารมีส่วนมากกว่าการซ้อมไม่ถึงมากน้อยแค่ไหนครับ)
------------------ขอบพระคุณล่วงหน้าครับ---------------
- openroad
- ขาประจำ
- โพสต์: 384
- ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2010, 23:30
- Tel: 08-3090-2004
- team: No Team
- Bike: colnago
- ตำแหน่ง: กรุงเทพมหานคร
Re: พื้นฐานของโภชนาการอาหารสำหรับนักกีฬา (Sports Nutrition Fundamental)
การฝึกซ้อมไม่ถึงต่อให้กินอาหารมากขนาดไหนก้ไม่ช่วยให้วิ่งถึง 42 กิโลเมตร ซ้อมถึงแต่กินอาหารไม่ถึงก้ทำให้วิ่งครบ 42 กิโลเมตร แต่ผลที่ตามมาคือ เจ็บ เพราะต้องฝืนร่างกาย ข้อต่อ กล้ามเนื้อให้ทำงานภายใต้สภาวะขาดพลังงาน ร่างกายจำเป็นต้องเปลี่ยนดปรตีนในกล้ามเนื้อไปเป็นพลังงานทำให้สูญเสียมวลกล้ามเนื้อและเกิดการบาดเจ็บจากการฉีกขาดของกล้ามเนื้อครับ การฝึกซ้อม การแข่งขันและการกินอาหาร มีความสำคัญทั้งคู่ระดับ 100% เต็มถ้าอยากเป็นนักกีฬาที่เก่งจริงTriathlete เขียน:สวัสดีครับ....
ขอตามมาเก็บเกี่ยวความรู้เพิ่มเติมครับ ....เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาผมไปเข้าร่วมแข่งวิ่งมาราธอนที่จ.ขอนแก่น กะว่าจะทำเวลาให้ดีกว่าปีก่อนที่จอมบึงและซ้อมมาดีกว่ามากๆ แต่ผลกับผิดคาดเวลามากกว่าเดิมยี่สิบนาทีกว่าๆแถมเจ็บหนักด้วย ข้อความที่ผมอ่านล่าสุดของพี่ openroad ที่บอกว่าถ้ากินไม่พอก็ส่งผลต่อการบาดเจ็บ
ปล.มื้อเย็นก่อนแข่งผมทานแค่สุกี้แต่มีโรตีสองแผ่นนะครับเพื่อเพิ่มความหวานกับแป้ง พอรุ่งเข้าก่อนแข่งก็ขนมปังไส้ทูน่าหนึ่งชิ้นแค่นั้น พอเริ่มแข่งผ่านกิโลที่ยี่สิบเริ่มวิ่งไม่ออก กิโลที่ยิสิบห้าเริ่มเจ็บหน้าขาด้านนอกเหมือนจะเป็นตะคริว พอฝืนวิ่งไปเรื่อยๆจึงเริ่มเจ็บแต่ฝืนวิ่งจนถึงเส้นชัยแบบเดินมากกว่าวิ่งแทบไม่อยากแข่งมาราธอนอีกเลยทรมานสุดๆ (ไม่ทราบว่าอาหารมีส่วนมากกว่าการซ้อมไม่ถึงมากน้อยแค่ไหนครับ)
------------------ขอบพระคุณล่วงหน้าครับ---------------
Believe?
- Frogman_twin
- ขาประจำ
- โพสต์: 5678
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ก.ค. 2011, 19:32
- team: KCC, DEEP TEAM
- Bike: Klein
Re: พื้นฐานของโภชนาการอาหารสำหรับนักกีฬา (Sports Nutrition Fundamental)
ขอบคุณครับ 
ไม่ต้องประสบความสำเร็จทุกอย่าง แต่สิ่งที่เลือกทำขอให้ทำให้เต็มที่น๊ะลูก
- เสือสองแคว
- ขาประจำ
- โพสต์: 2107
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 11:07
- Tel: 096-9488-099
- team: อิสระ
- Bike: giant xtc team
Re: พื้นฐานของโภชนาการอาหารสำหรับนักกีฬา (Sports Nutrition Fundamental)
ขอบคุณครับ สำหรับบทความดี ๆ