ขอซักกระทู้สำหรับพวกบ้ากล้าม

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity

รูปประจำตัวสมาชิก
แมวทอง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 8671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2010, 08:47
team: อันนี้ลิงค์เข้า facebook ครับ https://www.facebook.com/songkran.kook

Re: ขอซักกระทู้สำหรับพวกบ้ากล้าม

โพสต์ โดย แมวทอง »

สมัยเด็กๆ
ผมเห็นหนังสือกลศาสตร์ของพี่ผมวางอยู่ที่ชั้นหนังสือ
แค่เปิดอ่านหน้าแรกก็มึนเลยครับ อ ลู
(ผลจากการโดด ฟิสิกซ์ หลับเคมี เหล่สาวชีวะ โยนโพยคณิต พิชิตสาวนักธรรม เจ้ากรรมโดดอังกฤษอีก) :lol:

พอตกเย็น ยกแก็งค์หมอบ ท้ากับเด็กฝั่งรังสิต ไปอัดจักรยานกัน หลัง สน ดอน
ตามด้วย แอบโดดน้ำลงสระทั้งกางเกงจักรยาน เนียรเลย
เสร็จก็ไปซ้อมดนตรีกัน กลับบ้านก็ราสามทุ่ม
พอเช้าก็ปั่นจักรยานขี้หูขี้ตาแหก ไปโรงเรียนกันแทบไม่ทั่น
สรุปวันๆ มานั่งนึกกัน ไม่เห็นเรียนกันตอนใหนเลย
วะอะอะอะอะอะ :lol:
ปล
ในแก็งค์นั้น มีรอดไปเป็น อ. คนนึงครับ
มันไปอย่างไรกันเนี้ยยยยยยยยยย :mrgreen:
แมวทองคือแมวน้ำแมวน้ำคือแมวทะเล
รูปประจำตัวสมาชิก
SekRanger
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 677
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ต.ค. 2011, 12:11
team: ห่อหมกทีม
Bike: หมอบ Masi Alare สีดำเดิมๆ
ตำแหน่ง: ถ.เทพารักษ์ กม.3 สมุทรปราการ

Re: ขอซักกระทู้สำหรับพวกบ้ากล้าม

โพสต์ โดย SekRanger »

lucifer เขียน:
macdical เขียน:
คนที่เล่นเพาะกายแบบจริงจัง ในช่วงที่สร้างกล้ามเนื้อเขาจะพยายามไม่ออกกำลังกายแบบ aerobic ที่ต้องทำติดต่อกันนานๆ เพราะมันจะสลายกล้ามเนื้อมาเป็นพลังงาน :shock: :shock: เพราะธรรมชาติของร่างกาย หลังจากดึงน้ำตาลจากร่างกายมาใช้แล้ว แหล่งต่อไปก็คือกล้ามเนื้อครับ แล้วถึงจะดึงไขมันมาใช้ (ร่างกายเรารักไขมันมาก :lol: :lol: )
ไปเอามาจากไหน คร๊าบบบบบ :mrgreen:
นั่นมันผิดธรรมชาติของร่างกายแล้วนะครับ แบบนี้ผมมิต้องฉีกตำราทิ้งเลยหรือเนี่ย ฮ่า ฮ่า ( จริงๆแล้วมีหลายเรื่องที่เหล่านักเพาะกายในfitnessเข้าใจอะไรผิด เพียงแต่มันไม่ได้มีผลเสียอะไร ไม่ได้ทำร้ายใครให้เป็นอันตราย และเป้าประสงค์หลักคือกล้ามใหญ่ๆ ทรงสวยๆ เวลาคุยกับเพื่อนๆผมในฟิตเนส ผมก็เลยไม่อยากจะไปเถียงด้วย เพราะบนพื้นฐานที่ผมเคยสอนวิชาphysiologyมาก่อน อย่างน้อย ผมก็ควรจะทราบว่าอะไรที่มันถูกต้องตามธรรมชาติ อะไรที่ฝืนธรรมชาติ และอะไรที่ธรรมชาติมิได้เป็นเช่นนั้น )

นักเพาะกาย มีกล้ามโต เพราะองค์ประกอบได้แก่
1. เส้นใยกล้ามเนื้อมีขนาดใหญ่ขึ้น
2. มีการสะสมน้ำในกล้ามเนื้อมากขึ้น

ร่างกายจะเอาproteinจากกล้ามเนื้อมาใช้เป็นพลังงานก็คือ ภาวะขาดอาหารครับ
การแปลงโปรตีนจากกล้ามเนื้อมาใช้เป็นพลังงาน จะเป็นกระบวนการที่ใช้เวลาและขั้นตอนมากกว่าปกติ รวมถึงผลลัพธ์สุดท้ายจะได้สารพิษที่ร่างกายไม่ประสงค์ จึงเป็นสิ่งที่จะถูกเลือกทำเป็นกรณีหลังๆ
และที่สำคัญ เราไม่มีทางที่จะดึงน้ำตาลทั้งหมดที่สะสมออกมาได้ง่ายๆอย่างที่คาดกันหรอกครับ ขั้นตอนมันเยอะมากกว่าที่คิดนะครับ

นักเพาะกล้ามนั้น จะกินอาหารเสริมชนิดหนึ่ง คือ Creatine ซึ่งสารอาหารตัวนี้จะเป็นสารตั้งต้นของแหล่งพลังงานพื้นฐานของกล้ามเนื้อ เมื่อมันเข้าสู่กล้ามเนื้อและสะสมในกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น จะทำให้กล้ามเนื้อมีขนาดใหญ่ขึ้นมา โดยมีกลไกทั้งจากการเพิ่มขนาดของเซลล์กล้ามเนื้อ และจากการดึงน้ำเข้ามาสะสมในกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น แต่การที่กล้ามเนื้อเพิ่มขนาดขึ้นมานี้จะเป็นผลโดยตรงจากการสะสมน้ำมากกว่าการเพิ่มขนาดของเซลล์

การออกกำลังกายในลักษณะaerobic ในลักษณะของการburn fat ไม่ทำให้กล้ามเนื้อมีขนาดใหญ่ขึ้น แถมยังดึงน้ำในกล้ามเนื้อเข้าไปใช้กับปฏิกิริยาการสันดาปน้ำตาลด้วยออกซิเจนเสียอีก ผลคือกล้ามเนื้อจะเล็กลง ( ไม่ได้เล็กเพราะลดขนาดใยกล้ามเนื้อ แต่เล็กเพราะมีน้ำสะสมลดลง ) และไม่ได้ทำให้ performance ของกล้ามเนื้อลดลง แต่formของกล้ามเนื้อจะไม่ได้ดังใจต้องการ

เพราะการสร้างกล้ามเนื้อของนักเพาะกาย เป็นการสร้าง"Form" เป็นสำคัญ เพราะformประกอบด้วยcontent หลักๆคือ เซลกล้ามเนื้อ และน้ำที่สะสมในเซลกล้ามเนื้อ เซลกล้ามเนื้อสร้างด้วยการฝึก ส่วนน้ำสะสมด้วยการบริโภคและผลจากการฝึก รวมไปถึงเครื่องทุ่นแรงอย่าง creatine และที่สำคัญการเล่นaerobic exercise นานๆ จะเปลืองเวลามาก รวมไปถึงเป้าประสงค์ของนักเพาะกาย กับ คนที่ต้องการเน้นperformanceในลักษณะองค์รวมนั้นแตกต่างกัน

เคยได้ยินศัพท์ที่เรียกว่า "aerobic weight training" บ้างไหมครับ เคยอ่านเจอ แล้วก็เคยพยายามจะลองดู แค่setแรก ก็ยอมแพ้แล้วครับ เหนื่อยกว่าปั่นจักรยานเยอะเลย :lol: :lol: :lol:
ผมขอเสริม อาจารย์ป๋าลูซิเฟอร์ต่ออีกหน่อยครับ

ในช่วงที่สร้างกล้ามเนื้อเราก็ออกกำลังกายตามปกติครับ แต่เน้นไปที่แบบ Anaerobic มากกว่า ไม่ใช่งด Aerobic เลยซะทีเดียว
ส่วนการออกกำลังแบบ Aerobic หรือ Cardio Vasqular หรือที่พวกบ้ากล้ามเรียกสั้นๆ ว่า Cardio นั้นก็ต้องทำ
ไปใน Day off เพื่อพยายามเผาผลาญไขมันส่วนเกินครับ

เล่นกล้ามก็มี Day on, Day off เหมือนกัน
มือใหม่ก็เล่นวันเว้นวันครับ เสาร์อาทิตย์หยุด จำง่ายดี

วันที่ไม่ได้ยกเวทก็ไปวิ่ง ปั่นจักรยานเพื่อเผาไขมันส่วนเกินให้กล้ามเนื้อขึ้นลายสวยงามครับ
แต่ถ้าระดับโปรฯ ก็ไม่ค่อยจะสนใจทำ Cardio เท่าไร
ปล่อยอ้วนเลยแล้วก็ไปลดเอาตอนช่วงก่อนฤดูแข่งขัน หรือช่วง On Season ครับ
เป้าหมายแรกของมือใหม่ แซงขาแรงที่สนามบินฯ ด้วยรถเดิมๆ

[เอ็น - ดู - หลาน]
รูปประจำตัวสมาชิก
kiattiwong
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 247
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.ค. 2010, 16:57
team: MRBike Chiang Mai
Bike: Focus cayo
ตำแหน่ง: 1/2 หมู่ 4 ต.ป่าป้อง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ 50220

Re: ขอซักกระทู้สำหรับพวกบ้ากล้าม

โพสต์ โดย kiattiwong »

ชนะพวกผอมได้แต่สปรินท์ระยะสั้น ยาวๆทนๆ เสร็จมันหมด ไม่ว่าจะทางเรียบยาวๆ ก็ได้แค่ไล่จี้ ขึ้นเขาไม่ต้องพูดถึง ถ้ายาวๆ มันหายไปเลย
ถ้าสั้นๆ ขึ้นๆ ลง ๆ ยังสวนกันได้อยู่ แต่สปรินท์นี่กู้หน้าได้อย่างเดียวเลย ไม่รู้ว่าแล้ว แต่กล้ามเนื้อของแต่ละคนด้วยไหมนะครับ
กล้ามเนื้อ ขาว กล้ามเนื้อแดง
รูปประจำตัวสมาชิก
แมวทอง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 8671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2010, 08:47
team: อันนี้ลิงค์เข้า facebook ครับ https://www.facebook.com/songkran.kook

Re: ขอซักกระทู้สำหรับพวกบ้ากล้าม

โพสต์ โดย แมวทอง »

ไวน์แดง ไว้ทานกับ เนื้อ
ไวน์ขาว ไว้ทานกับ อาหารทะเล
แมวทองคือแมวน้ำแมวน้ำคือแมวทะเล
รูปประจำตัวสมาชิก
lucifer
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6393
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
Bike: Only 2-wheels bike
ติดต่อ:

Re: ขอซักกระทู้สำหรับพวกบ้ากล้าม

โพสต์ โดย lucifer »

kiattiwong เขียน:ชนะพวกผอมได้แต่สปรินท์ระยะสั้น ยาวๆทนๆ เสร็จมันหมด ไม่ว่าจะทางเรียบยาวๆ ก็ได้แค่ไล่จี้ ขึ้นเขาไม่ต้องพูดถึง ถ้ายาวๆ มันหายไปเลย
ถ้าสั้นๆ ขึ้นๆ ลง ๆ ยังสวนกันได้อยู่ แต่สปรินท์นี่กู้หน้าได้อย่างเดียวเลย ไม่รู้ว่าแล้ว แต่กล้ามเนื้อของแต่ละคนด้วยไหมนะครับ
กล้ามเนื้อ ขาว กล้ามเนื้อแดง
ก็เกี่ยวครับ กล้ามเนื้อแดงจะมี Myoglobinอยู่มาก พวกนี้จะหดตัวช้า แต่ล้าช้าเพราะมีตัวจับออกซิเจนไว้ใช้สำหรับกระบวนการ aerobic ได้ดีกว่า ส่วนกล้ามเนื้อขาวจะมีmyoglobin น้อยกว่า ล้าไวกว่า แต่หดตัวได้ไวกว่า

สัดส่วนของกล้ามเนื้อ 2 ชนิด ในแต่ละคนไม่เท่ากัน ในการแข่งขันกีฬาบางอย่าง เช่น กรีฑา ซึ่งจะมีทั้งวิ่งระยะสั้น และวิ่งระยะยาว ในบางครั้งเขาจะทำ Needle biopsy โดยใช้เข็มแทงตัดเข้าไปแล้วดูดใยกล้ามเนื้อมาตรวจหาสัดส่วนกันเลยว่า นักกีฬาคนนี้ควรจะปั้นไปในทางใด แบบนี้เขาเรียกว่า"พรสวรรค์"

แต่ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่เรียกว่า "พรแสวง" เพราะกล้ามเนื้อจริงๆแล้วไม่ได้แบ่งออกชัดเจนเป็น 2 กลุ่มหรอกครับ ยังอีกมีกลุ่มทีี่คาบลูกคาบดอก ไม่ขาวไม่แดง อย่างชัดเจน เคยอ่านเจอในหนังสือเกี่ยวกับกีฬาเวชศาสตร์บอกว่า ผลของการฝึกสามารถทำให้กล้ามเนื้อกลุ่มนี้มีคุณสมบัติไปในด้านที่ต้องการได้ เพียงแต่พรสวรรค์ทำให้การฝึกเป็นไปได้ง่ายขึ้น แต่คนก็ยังฝืนลิขิตสวรรค์ได้ด้วยการใช้กล้ามเนื้อกลุ่มนี้มาเปลี่ยนชะตากรรม :lol: :lol: :lol:
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
รูปประจำตัวสมาชิก
JADE555
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 7581
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.พ. 2009, 06:31
Tel: อยากรู้ให้โทรมาถาม (- -")
team: CARBON ASS!!!
Bike: เหล็กมาร

Re: ขอซักกระทู้สำหรับพวกบ้ากล้าม

โพสต์ โดย JADE555 »

หนีน้ำท่วมไปสองวัน ขนของกระจาย ได้ใช้กล้ามเนื้อหมดทุกเม็ด :evil:

เห็นด้วยกับแมวทองครับ ในฐานะที่ผมเป็นว่าที่ครู เราควรเปลี่ยนหลังสูตรมาเรียนนอกห้องเรียน

เห็นด้วยที่จะนำวิชาด้านสายวิทย์มาเรียนบนหลังหมอบ (มันจะสอนกันอีท่าไหนค่อยว่ากัน)
ส่วนวิชาของสายศิลป์ให้เรียนบนรถ mini / tandam เพราะสามารถซอกแซกในเมือง พบปะพูดคุยกับผู้คนต่างๆ

ส่วนตัวเกเร(เช่นผม เรียนแมร้งสองสาย ไม่งั้นไม่จบ) จะเรียนบนรถอะไรดียังไม่รู้

ฝากถึงรัฐบาลชุดปัจจุบัน กระทรวงศึกษาฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
"ช่วยเปลี่ยนจากแจกแทบเบล็ตเป็นแจกหมอบได้ไหมครับ" :mrgreen:
ปั่นต่อไป จนกว่าตูดจะไหม้เป็นเถ้าถ่าน CARBON ASS TEAM

เฟรมบุบกลาง ยางก็แบน แฮนด์ก็หลุด
โซ่สะดุด ล้อสะบัด เฟืองก็แหลม
ยางนอกโล้น ขอบล้อแตก ยางในแพลม
สนิมแจม ลูกปืนร้าว รองเท้าพัง!!
รูปประจำตัวสมาชิก
SekRanger
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 677
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ต.ค. 2011, 12:11
team: ห่อหมกทีม
Bike: หมอบ Masi Alare สีดำเดิมๆ
ตำแหน่ง: ถ.เทพารักษ์ กม.3 สมุทรปราการ

Re: ขอซักกระทู้สำหรับพวกบ้ากล้าม

โพสต์ โดย SekRanger »

แมวทอง เขียน:ไวน์แดง ไว้ทานกับ เนื้อ
ไวน์ขาว ไว้ทานกับ อาหารทะเล
white whisky (เหล้าขาว) ล่ะครับพี่แมวทอง :lol: :lol: :lol:
ยังมีบรั่นชุนอีกอย่างนะ :roll:
เป้าหมายแรกของมือใหม่ แซงขาแรงที่สนามบินฯ ด้วยรถเดิมๆ

[เอ็น - ดู - หลาน]
รูปประจำตัวสมาชิก
CAVOK
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1668
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ส.ค. 2008, 11:23
Tel: 081-684-9900
team: N/A
Bike: Cervelo P2, Giant Anthem X
ตำแหน่ง: บางแสน ชลบุรี + รัชโยธิน กรุงเทพฯ

Re: ขอซักกระทู้สำหรับพวกบ้ากล้าม

โพสต์ โดย CAVOK »

StoneRoses เขียน:ขอไม่พูดถึงล่ำแบบนักเพาะกายนะ
พวกนั้นล่ำเพราะกินเยอะ ออกแรงแบบเน้นแรง ไม่เน้นความทน กล้ามเนื้อถึงจะมีแรงมาก แต่ขาดประสิทธิภาพในการทำงาน (หมายถึงใช้พลังงานเปลือง ทำให้ไปโหลดระบบหายใจและการไหลเวียนเลือดเยอะ)

นักจักรยานแบบ sprinter มักจะจะมีกล้ามเนื้อล่ำและตัวใหญ่กว่านักไต่เขา เพราะต้องการระเบิดพลังในช่วงสั้นๆ ต้องใช้กล้ามเนื้อและการออกกำลังแบบ anaerobic ในช่วง sprint

และพวก TT specialist ก็เช่นกัน กล้ามใหญ่น้อยกว่า sprinter แต่มักจะตัวใหญ่ เพราะเน้นทางราบ นน. ตัวมีผลน้อย ตัวใหญ่แรงเยอะมีกำลัง watt มากกว่า ทำให้ได้เปรียบ เพราะแรงต้านอากาศตอนขี่ ถึงคนตัวใหญ่มีแรงต้านมากกว่าคนตัวเล็กแต่ก็เพิ่มในอัตราที่น้อยกว่า เรื่องของกำลังของคนตัวใหญ่ที่มีมากกว่าคนตัวเล็ก

ส่วนนักไต่เขา วัดกันที่กำลังต่อน้ำหนัก (watt/kg) พวกตัวเบาเลยได้ปรียบ
ฝากถามเป็นความรู้นิดนึงครับ :geek:
นักปั่น 3 ประเภทหลักๆของเสือหมอบ ค่อนข้างเห็นความแตกต่างทางด้านรูปร่างชัดเจน

แล้วสำหรับเสือภูเขาล่ะครับ มีความได้เปรียบเสียเปรียบตรงนี้แค่ไหน
รูปร่าง หรือ กล้ามเนื้อแบบไหนจะได้เปรียบ ขี่ได้ดี

เพราะเท่าที่เห็นระดับหัวแถวของ UCI World cup อย่าง Absalon, Sauser, Nino, Hermida...
ดูแล้วรูปร่างสมส่วน เป็นผู้เป็นคนกว่า
ไม่แห้งเกินหรือล่ำเกินแบบเสือหมอบอ่ะ :lol:
"Everyone dies, but not everyone LIVES"

ขายครับ ชุดล้อเสือหมอบ Token T50SL เบาหวิว พร้อมยาง TUFO S33Pro/Special อุปกรณ์ครบ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &t=1174026
รูปประจำตัวสมาชิก
StoneRoses
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3149
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 เม.ย. 2009, 16:12
Bike: Pinarello Dogma F8, Trek Speed Concept 9.9

Re: ขอซักกระทู้สำหรับพวกบ้ากล้าม

โพสต์ โดย StoneRoses »

เสือภูเขาพวกออกแรงหนัก ใช้แรงกดสูงกว่าขี่ควงรอบขาแบบเสือหมอบ แต่ใช้กำลังหนักสลับเบาไปตลอด ช่วงที่หนักก็กดหนักมากไปถึงช่วง anaerobic แต่จะมีเบาให้ได้พัก ต่างจากหมอบที่ออกกำลังแบบสม่ำเสมอแบบ aerobic กันยาวๆ มีช่วงพักน้อย และการควบคุมรถเสือภูเขา ต้องใช้ร่างกายช่วงบนเยอะ รูปร่างเลยสมส่วนกว่า ไม่ล่ำไม่ผอม เพราะตัวล่ำไปก็ไม่ดี เสียเปรียบตอนขึ้นเขา ตัวเบาไปก็อัดทอร์กได้ไม่พอ

เสือหมอบ ไม่ค่อยใช้ร่างกายช่วงบนเท่าไหร่ เลยออกแนวขาใหญ่ ตัวเล็ก เพราะถ้าตัวใหญ่ ก็จะหนักโดยไม่ได้ใช้งาน เสียเปรียบอีก

พี่แลนซ์แกหุ่นเท่ นั่นผมว่าเป็นกรณียกเว้น เพราะอดีตเป็นนักไตรฯ ดาวรุ่ง มาเอาดีกับจักรยาน ร่างกายเลยแข็งแรงสมส่วนกว่าคนอื่นๆ ที่ซ้อมปั่นอย่างเดียว แกเลยได้ทั้งเขา และ TT

จะว่าไป Cadel Evans ก็มาฟอร์มเดียวกับ Lance เตี้ยกว่า 3cm เบากว่า 2kg ขึ้นเขาได้ดี และ TT เทพมากๆ
รูปประจำตัวสมาชิก
Khan Yuk Yik
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 41
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ม.ค. 2012, 00:25

Re: ขอซักกระทู้สำหรับพวกบ้ากล้าม

โพสต์ โดย Khan Yuk Yik »

ติดตามอ่านคร้าาาบ :roll: :roll:
jim jazz
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4868
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ธ.ค. 2008, 19:26
Tel: 089 7292709
team: ถลางจ ภูเก็ต
Bike: cannondale
ติดต่อ:

Re: ขอซักกระทู้สำหรับพวกบ้ากล้าม

โพสต์ โดย jim jazz »

เนื้อๆเลยกระทู้นี้ :lol:
ตอบกลับ

กลับไปยัง “เสือหมอบ (roadbike)”