lucifer เขียน:macdical เขียน:
คนที่เล่นเพาะกายแบบจริงจัง ในช่วงที่สร้างกล้ามเนื้อเขาจะพยายามไม่ออกกำลังกายแบบ aerobic ที่ต้องทำติดต่อกันนานๆ เพราะมันจะสลายกล้ามเนื้อมาเป็นพลังงาน

เพราะธรรมชาติของร่างกาย
หลังจากดึงน้ำตาลจากร่างกายมาใช้แล้ว แหล่งต่อไปก็คือกล้ามเนื้อครับ แล้วถึงจะดึงไขมันมาใช้ (ร่างกายเรารักไขมันมาก

)
ไปเอามาจากไหน คร๊าบบบบบ
นั่นมันผิดธรรมชาติของร่างกายแล้วนะครับ แบบนี้ผมมิต้องฉีกตำราทิ้งเลยหรือเนี่ย ฮ่า ฮ่า ( จริงๆแล้วมีหลายเรื่องที่เหล่านักเพาะกายในfitnessเข้าใจอะไรผิด เพียงแต่มันไม่ได้มีผลเสียอะไร ไม่ได้ทำร้ายใครให้เป็นอันตราย และเป้าประสงค์หลักคือกล้ามใหญ่ๆ ทรงสวยๆ เวลาคุยกับเพื่อนๆผมในฟิตเนส ผมก็เลยไม่อยากจะไปเถียงด้วย เพราะบนพื้นฐานที่ผมเคยสอนวิชาphysiologyมาก่อน อย่างน้อย ผมก็ควรจะทราบว่าอะไรที่มันถูกต้องตามธรรมชาติ อะไรที่ฝืนธรรมชาติ และอะไรที่ธรรมชาติมิได้เป็นเช่นนั้น )
นักเพาะกาย มีกล้ามโต เพราะองค์ประกอบได้แก่
1. เส้นใยกล้ามเนื้อมีขนาดใหญ่ขึ้น
2. มีการสะสมน้ำในกล้ามเนื้อมากขึ้น
ร่างกายจะเอาproteinจากกล้ามเนื้อมาใช้เป็นพลังงานก็คือ ภาวะขาดอาหารครับ
การแปลงโปรตีนจากกล้ามเนื้อมาใช้เป็นพลังงาน จะเป็นกระบวนการที่ใช้เวลาและขั้นตอนมากกว่าปกติ รวมถึงผลลัพธ์สุดท้ายจะได้สารพิษที่ร่างกายไม่ประสงค์ จึงเป็นสิ่งที่จะถูกเลือกทำเป็นกรณีหลังๆ
และที่สำคัญ เราไม่มีทางที่จะดึงน้ำตาลทั้งหมดที่สะสมออกมาได้ง่ายๆอย่างที่คาดกันหรอกครับ ขั้นตอนมันเยอะมากกว่าที่คิดนะครับ
นักเพาะกล้ามนั้น จะกินอาหารเสริมชนิดหนึ่ง คือ Creatine ซึ่งสารอาหารตัวนี้จะเป็นสารตั้งต้นของแหล่งพลังงานพื้นฐานของกล้ามเนื้อ เมื่อมันเข้าสู่กล้ามเนื้อและสะสมในกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น จะทำให้กล้ามเนื้อมีขนาดใหญ่ขึ้นมา โดยมีกลไกทั้งจากการเพิ่มขนาดของเซลล์กล้ามเนื้อ และจากการดึงน้ำเข้ามาสะสมในกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น แต่การที่กล้ามเนื้อเพิ่มขนาดขึ้นมานี้จะเป็นผลโดยตรงจากการสะสมน้ำมากกว่าการเพิ่มขนาดของเซลล์
การออกกำลังกายในลักษณะaerobic ในลักษณะของการburn fat ไม่ทำให้กล้ามเนื้อมีขนาดใหญ่ขึ้น แถมยังดึงน้ำในกล้ามเนื้อเข้าไปใช้กับปฏิกิริยาการสันดาปน้ำตาลด้วยออกซิเจนเสียอีก ผลคือกล้ามเนื้อจะเล็กลง ( ไม่ได้เล็กเพราะลดขนาดใยกล้ามเนื้อ แต่เล็กเพราะมีน้ำสะสมลดลง ) และไม่ได้ทำให้ performance ของกล้ามเนื้อลดลง แต่formของกล้ามเนื้อจะไม่ได้ดังใจต้องการ
เพราะการสร้างกล้ามเนื้อของนักเพาะกาย เป็นการสร้าง"Form" เป็นสำคัญ เพราะformประกอบด้วยcontent หลักๆคือ เซลกล้ามเนื้อ และน้ำที่สะสมในเซลกล้ามเนื้อ เซลกล้ามเนื้อสร้างด้วยการฝึก ส่วนน้ำสะสมด้วยการบริโภคและผลจากการฝึก รวมไปถึงเครื่องทุ่นแรงอย่าง creatine และที่สำคัญการเล่นaerobic exercise นานๆ จะเปลืองเวลามาก รวมไปถึงเป้าประสงค์ของนักเพาะกาย กับ คนที่ต้องการเน้นperformanceในลักษณะองค์รวมนั้นแตกต่างกัน
เคยได้ยินศัพท์ที่เรียกว่า "aerobic weight training" บ้างไหมครับ เคยอ่านเจอ แล้วก็เคยพยายามจะลองดู แค่setแรก ก็ยอมแพ้แล้วครับ เหนื่อยกว่าปั่นจักรยานเยอะเลย

ผมขอเสริม อาจารย์ป๋าลูซิเฟอร์ต่ออีกหน่อยครับ
ในช่วงที่สร้างกล้ามเนื้อเราก็ออกกำลังกายตามปกติครับ แต่เน้นไปที่แบบ Anaerobic มากกว่า ไม่ใช่งด Aerobic เลยซะทีเดียว
ส่วนการออกกำลังแบบ Aerobic หรือ Cardio Vasqular หรือที่พวกบ้ากล้ามเรียกสั้นๆ ว่า Cardio นั้นก็ต้องทำ
ไปใน Day off เพื่อพยายามเผาผลาญไขมันส่วนเกินครับ
เล่นกล้ามก็มี Day on, Day off เหมือนกัน
มือใหม่ก็เล่นวันเว้นวันครับ เสาร์อาทิตย์หยุด จำง่ายดี
วันที่ไม่ได้ยกเวทก็ไปวิ่ง ปั่นจักรยานเพื่อเผาไขมันส่วนเกินให้กล้ามเนื้อขึ้นลายสวยงามครับ
แต่ถ้าระดับโปรฯ ก็ไม่ค่อยจะสนใจทำ Cardio เท่าไร
ปล่อยอ้วนเลยแล้วก็ไปลดเอาตอนช่วงก่อนฤดูแข่งขัน หรือช่วง On Season ครับ