แนะนำวิธี set รถ ก่อนขึ้นอินทนนท์ เดือนหน้านี้ให้หน่อยครับ

คำถามพูดคุยเกี่ยวกับจักรยานเสือภูเขาหรืออุปกรณ์ต่างๆ

ผู้ดูแล: seven@klein, Cycling B®y, tntm, เสือ Spectrum

Jr1
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 227
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ต.ค. 2010, 14:54
Tel: 0830311474
Bike: Raly

Re: แนะนำวิธี set รถ ก่อนขึ้นอินทนนท์ เดือนหน้านี้ให้หน่อยครับ

โพสต์ โดย Jr1 »

อย่าให้อายรถพับละ

เคยลองเอาหมอบไปคิดว่าจะดีเพราะได้เบา
พอเอาจริงไม่ไหวขึ้นทางชันยาวๆส่งไม่ได้แบบนี้ไม่เหมาะ
ลองเปลี่ยนเอาเฟือง MTB ใส่ก็ดีขึ้นแต่ก็ไม่ไหวอยู่ดี

ถ้าใครแรงดียกก้นได้ยาวๆก็แจ๋วเลยรถเบามันก็ไปได้เบาๆ
แต่ทำได้ไม่นานก็หมดขึ้นอยู่กับคน

คิดว่ารถพับทดดีๆน่าจะเหมาะเพราะล้อเล็กๆปได้เรื่อยๆ


ตอนลงระวังให้มากความเร็วสะสมมาก 60 ประมาทจะอันตรายอย่างยิง
อากาศข้างบนบางเราจะตัดสินใจอะไรช้าลงลดความเร็วให้เหมาะดีกว่า
ถ้าตอนเช้ายังมีหมอกเยอะมาก เบรคกันมือชาไปเลยตอนลงหนาวมากมือแข็ง
รถผมวีเบรกกดเป็นระยะ ลองเอามือแตะร้อนมาก ค่อยๆลงดีกว่า

ใช้เวลาทั้งวันหาที่พักแถวนั้นได้เลย
ในดอยอินยังมีที่เที่ยวด้วยจักรยานอีกมากลองหาดู
อย่าพลาดไปเดินป่าเส้นเรื่องรักจัง ทั้งสองที่จะได้คุ้มที่มา

ก่อนกลับเชียงใหม่ไปดิ่งดอยปุย ขุนช่างเคี่ยน ห้อยตึงเฒ่า อีกรอบ จะได้ครบๆ

ไปกี่คนครับ ของแบบนี้ถ้าตั่งใจต้องไปให้ถึง ได้ทำซักครั้งก็ยังดี

รถให้พร้อมแบบธรรมดาๆก็พอแล้ว
สำคัญที่คน พักผ่อนให้พอ คิดว่ามาสนุก ขอให้ถึง อย่าเร่ง ถ่ายรูปเยอะๆ
ใครจะไปก็ไปเราอยากถ่ายรูป ถึงช้าก็ถึงอยู่ดี อย่าเร่งเป็นตะคริวแบบนี้ไม่ถึงแน่
หัวใจวายไปแบบนี้ก็ไม่ถึง ถ้าได้ยินเสียงหัวใจเต้นโครมๆก็หยุดถ่ายรูปเถิดหัวใจมันเรียกร้องแล้ว

เป็นกำลังใจให้ครับ
ไฟล์แนบ
doi4.JPG
doi4.JPG (108.06 KiB) เข้าดูแล้ว 289 ครั้ง
konfang
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 355
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 พ.ย. 2011, 11:06

Re: แนะนำวิธี set รถ ก่อนขึ้นอินทนนท์ เดือนหน้านี้ให้หน่อยครับ

โพสต์ โดย konfang »

ขอบคุณพี่ O'Pern และ P'Jr1 อีกครั้งนะครับ

ผมคงไปคนเดียวอ่ะครับ ไม่รู้จักใคร เลยไม่รู้จะไปพึ่งใครด้วยอ่ะครับ :) :)

ปล.ใครอยากให้ผมช่วยแชร์ค่ารถ ค่านำมัน ชวนผมได้ครับ อิอิ
รูปประจำตัวสมาชิก
demolisher
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6654
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2009, 14:38
Bike: Cannondale, Trek, Gary Fisher

Re: แนะนำวิธี set รถ ก่อนขึ้นอินทนนท์ เดือนหน้านี้ให้หน่อยครับ

โพสต์ โดย demolisher »

konfang เขียน:ขอบคุณพี่ O'Pern และ P'Jr1 อีกครั้งนะครับ

ผมคงไปคนเดียวอ่ะครับ ไม่รู้จักใคร เลยไม่รู้จะไปพึ่งใครด้วยอ่ะครับ :) :)

ปล.ใครอยากให้ผมช่วยแชร์ค่ารถ ค่านำมัน ชวนผมได้ครับ อิอิ


จริงดิ ? ลืมนึกเรื่องนี้ไปเลย


รถตู้ Commuter ที่ผมจ้างไปยังว่างอีก 1 ที่ เขาจุได้ 6 คันกับ 7 คน ตอนนี้มาแล้ว 5 คัน 5 คนครับ ออกจากสำนักงานเขตสาทร 07.00 น. วันศุกร์ ขากลับออกเดินทางจากเชียงใหม่เย็นวันอาทิตย์ที่ขึ้นดอยฯ เลยครับ ระหว่างปั่นถ้าตกลงร่วมกันว่าจะจ้างเขา service ด้วยเขาคิดเพิ่ม 1,000.- เองครับ หารกันก็คงอีกคนละสองร้อยบาท


เคยคำนวณกับเพื่อนๆ ว่าถ้าเอารถไปเอง เป็นรถกระบะของเพื่อนท่านหนึ่งจุจักรยานได้ 5 คันกับรถอีกคันที่จุคนได้ซัก 5 คน รถอีกคันนี้ให้เราเดินทางสบายหน่อยกับเผื่อระหว่างที่อยู่เชียงใหม่จะได้ไปไหนมาไหนด้วยกันได้หมด คำนวณแล้วไม่ได้ประหยัดกว่ารถตู้เท่าไหร่แฮะ คิดว่าแพงกว่าจ้างรถตู้ไปอีกด้วยซ้ำอะเพราะเปลืองค่าเชื้อเพลิงรถตู้แค่คันเดียวส่วนถ้าไปเองก็ต้องมี 2 คันแถมไปรถตู้ก็ไม่มีใครต้องเหนื่อยขับรถขึ้นล่องด้วย บลา บลา บลา บลา


ค่าที่พัก+น้ำ+ไฟฟ้าน่าจะไม่เสียนะแต่ว่าต้องเตรียมอุปกรณ์การนอนพวกหมอน ผ้าห่ม ที่รองนอน ไปเองครับ เป็นบ้านหลังๆ ที่ไม่ค่อยมีคนอยู่ มีแม่บ้านคอยดูแล-เราจะไปก็เสียเงินเป็นน้ำใจจ้างแม่บ้านทำความสะอาดนิดหน่อยเอง


เบ็ดเสร็จค่าใช้จ่ายประมาณ 3,000.-/ท่านนะครับ อาจมากหรือน้อยกว่านี้ได้หน่อยหนึ่ง จ่ายก่อนขึ้นรถที่เขตสาทรจ้า... ว่างอีก 1 ที่เท่านั้น ถ้าสนใจก็บอกล่วงหน้านะครับเพราะผมจะได้ไปปรึกษา+ขออนุญาตสมาชิกด้วย


ปล.
ผมเคยเอาจักรยานขึ้นเครื่องแต่ตอนนั้นมันใส่กล่องเหมือนของใหม่อยู่ เขาให้ไปไว้ที่ "สัมภาระขนาดใหญ่" ก็ไม่ลำบากอะไรและไม่เสียค่าใช้จ่ายอะไรเพิ่มเติมเลยครับ แรกๆ ยังไม่เข้าใจระบบก็งงหน่อยแค่นั้น ส่วนถ้า "เข็น" ขึ้นเครื่องเลยเนี่ยให้ลูกน้องตรวจสอบแล้วน่าจะไม่มีแล้วอะครับไม่ว่าจะสายการบินอะไรเว้นแต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายต่างหาก (คงจะไปไว้ที่ "สัมภาระขนาดใหญ่" เหมือนกันนี่แหละ) ซึ่งต้องลองถามการบินไทยดูครับ สายการบินอื่นผมคิดว่าไม่รับกรณีนี้โดยสิ้นเชิงด้วย เกรงว่ารวมๆ ค่าใช้จ่ายจะค่อนข้างสูงเนาะ

แต่ถ้าแพ็คใส่กล่องเองได้กับประกอบเองได้แน่นหนาแม่นยำดีก็ขนขึ้นเครื่องได้ฟรี คิดว่าสายการบินส่วนใหญ่ยินดีรับนะครับ

ผมว่าที่ลำบากกว่าไม่ได้อยู่ที่สนามบินหรือบนเครื่องบินแหละ มันลำบากตอนขนไปสนามบินกับขนกลับที่พัก ! รถ taxi มันแคบกว่าจักรยานหรือเปล่าเหอะ ตอนนั้นกว่าผมจะยัดเข้า taxi ได้นี่เล่นเอาลุ้นแทบแย่ เป็นรถภูเขานะครับ ยาวกว่าหมอบเยอะเหมือนกัน ถ้าเป็น taxi สัมปทานก็เกี่ยงน้อยหน่อย ถ้าเป็น taxi เวียน ...demand แถวนั้นล้นหลามก็อาจจะลำบากกว่า
konfang
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 355
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 พ.ย. 2011, 11:06

Re: แนะนำวิธี set รถ ก่อนขึ้นอินทนนท์ เดือนหน้านี้ให้หน่อยครับ

โพสต์ โดย konfang »

demolisher เขียน:
konfang เขียน:ขอบคุณพี่ O'Pern และ P'Jr1 อีกครั้งนะครับ

ผมคงไปคนเดียวอ่ะครับ ไม่รู้จักใคร เลยไม่รู้จะไปพึ่งใครด้วยอ่ะครับ :) :)

ปล.ใครอยากให้ผมช่วยแชร์ค่ารถ ค่านำมัน ชวนผมได้ครับ อิอิ


ออกจากสำนักงานเขตสาทร 07.00 น. วันศุกร์
07.00 น. วันศุกร์ AM. or PM. ครับ

ถ้า AM ผมไม่ได้แน่อะครับ เพราะยังต้องทำงานวันศุกร์อยู่อะครับพี่
O'Pern
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3148
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 16:58
Tel: 081-813-6627
team: Authentic Bike Packer / Travelling Solo
Bike: ธนูไฟ
ตำแหน่ง: Bkk, TH
ติดต่อ:

Re: แนะนำวิธี set รถ ก่อนขึ้นอินทนนท์ เดือนหน้านี้ให้หน่อยครับ

โพสต์ โดย O'Pern »

โห สาธิต มีดีลดีๆ แบบนี้ด้วย ไปกับพวก AC หรือเปล่าครับ

ผมอยากไปมาก แต่ไม่กล้าเสียบ

แนะนำเพิ่มเติม
- ออกเดินทางเย็นวันอาทิตย์อาจต้องเผื่อเวลาไว้เยอะหน่อยนะครับ เพราะนักปั่นแต่ละท่านจะใช้เวลาต่างกันหลายชั่วโมง โดยเฉพาะมือใหม่ (มีไปหรือเปล่า)
- ถ้าไม่เจ๋งจริง ไม่แนะนำให้ขี่ลงครับ มีล้มกลิ้งกันทุกปี (ทำความเร็วได้ถึง 100) โดยเฉพาะขี่ลงตอนเย็นมากๆ มันจะมืดก่อนจะถึงพื้่นราบ
- ถ้าจะให้รถตู้เซอร์วิส ก็แค่ให้เขาไปรอบนยอดเขา รอให้ทุกคนมาครบ แล้วก็รับลงมาจะดีกว่า เพราะถ้าให้เขาขับตาม เขาก็ไม่รู้จะไปตามนักปั่นคนใด
- เตรียมอาหารว่างรองท้องไว้ในรถตู้ด้วยก็ไม่เลวครับ เพราะเข้าเส้นชัยแล้วก็มีแต่นั่งรอเพื่อน มันไม่มีอะไรทำ นอกจากแค่ถ่ายรูปเล่น

ขอให้เดินทางปลอดภัยทุกท่านครับ
fear is a mind killer
รูปประจำตัวสมาชิก
demolisher
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6654
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2009, 14:38
Bike: Cannondale, Trek, Gary Fisher

Re: แนะนำวิธี set รถ ก่อนขึ้นอินทนนท์ เดือนหน้านี้ให้หน่อยครับ

โพสต์ โดย demolisher »

O'Pern เขียน:โห สาธิต มีดีลดีๆ แบบนี้ด้วย ไปกับพวก AC หรือเปล่าครับ

ผมอยากไปมาก แต่ไม่กล้าเสียบ

แนะนำเพิ่มเติม
- ออกเดินทางเย็นวันอาทิตย์อาจต้องเผื่อเวลาไว้เยอะหน่อยนะครับ เพราะนักปั่นแต่ละท่านจะใช้เวลาต่างกันหลายชั่วโมง โดยเฉพาะมือใหม่ (มีไปหรือเปล่า)
- ถ้าไม่เจ๋งจริง ไม่แนะนำให้ขี่ลงครับ มีล้มกลิ้งกันทุกปี (ทำความเร็วได้ถึง 100) โดยเฉพาะขี่ลงตอนเย็นมากๆ มันจะมืดก่อนจะถึงพื้่นราบ
- ถ้าจะให้รถตู้เซอร์วิส ก็แค่ให้เขาไปรอบนยอดเขา รอให้ทุกคนมาครบ แล้วก็รับลงมาจะดีกว่า เพราะถ้าให้เขาขับตาม เขาก็ไม่รู้จะไปตามนักปั่นคนใด
- เตรียมอาหารว่างรองท้องไว้ในรถตู้ด้วยก็ไม่เลวครับ เพราะเข้าเส้นชัยแล้วก็มีแต่นั่งรอเพื่อน มันไม่มีอะไรทำ นอกจากแค่ถ่ายรูปเล่น

ขอให้เดินทางปลอดภัยทุกท่านครับ

จุ๊ๆ อย่าเอ็ดไป 5 5 5 5 ขอบคุณมากครับสำหรับข้อแนะนำ แต่อยากจะบอกว่า เมื่อกี้ เฮียเสริฐเพิ่งเขียนบอกในกระทู้บอกว่าชวน "พี่ใหญ่" พระราม 9 ไปด้วยแล้วหละ เห็นถามว่ารถจุจักรยานได้กี่คัน ยังไม่รู้ว่าจะจบอะไรยังไงเลย


อยากรู้จังว่าปีที่ O'Pern เอาล้อเล็กขึ้นดอยอินทนนท์เป็นไงมั่งอะ ? ถึงยอดกี่โมง ? สภาพไหน ? เคยเห็นแต่รูปถ่าย

กะลังเลว่าจะไปเล่นใน web รถยนต์อันนั้นอยู่เหมือนกันนะ แว๊บๆ เข้าไปดูอยู่เนืองๆ แต่ว่ายังนึกตัวเองไม่ออกว่าจะเริ่มยังไงดี :D :D :D :D :D
แก้ไขล่าสุดโดย demolisher เมื่อ 31 ม.ค. 2012, 22:13, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
demolisher
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6654
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2009, 14:38
Bike: Cannondale, Trek, Gary Fisher

Re: แนะนำวิธี set รถ ก่อนขึ้นอินทนนท์ เดือนหน้านี้ให้หน่อยครับ

โพสต์ โดย demolisher »

konfang เขียน:
demolisher เขียน:
konfang เขียน:ขอบคุณพี่ O'Pern และ P'Jr1 อีกครั้งนะครับ

ผมคงไปคนเดียวอ่ะครับ ไม่รู้จักใคร เลยไม่รู้จะไปพึ่งใครด้วยอ่ะครับ :) :)

ปล.ใครอยากให้ผมช่วยแชร์ค่ารถ ค่านำมัน ชวนผมได้ครับ อิอิ


ออกจากสำนักงานเขตสาทร 07.00 น. วันศุกร์
07.00 น. วันศุกร์ AM. or PM. ครับ

ถ้า AM ผมไม่ได้แน่อะครับ เพราะยังต้องทำงานวันศุกร์อยู่อะครับพี่

AM อะครับผม ไม่ได้แกล้งนะ คือคิดว่าขาไปอยากจะเหลือเวลาให้เพลียน้อยที่สุด (จะได้ไม่มีใครใช้เป็นข้ออ้าง :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: เปล่าหรอก คือทุกคนก็อยากจะพร้อมอยากจะปั่นให้ได้ดีที่สุดอะครับ) ครับ
konfang
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 355
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 พ.ย. 2011, 11:06

Re: แนะนำวิธี set รถ ก่อนขึ้นอินทนนท์ เดือนหน้านี้ให้หน่อยครับ

โพสต์ โดย konfang »

ขอบคุณที่ชวนนะครับพี่ ถ้าเป็น AM ผมคงอดอ่ะ เสียดายเลย
O'Pern
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3148
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 16:58
Tel: 081-813-6627
team: Authentic Bike Packer / Travelling Solo
Bike: ธนูไฟ
ตำแหน่ง: Bkk, TH
ติดต่อ:

Re: แนะนำวิธี set รถ ก่อนขึ้นอินทนนท์ เดือนหน้านี้ให้หน่อยครับ

โพสต์ โดย O'Pern »

อยากรู้จังว่าปีที่ O'Pern เอาล้อเล็กขึ้นดอยอินทนนท์เป็นไงมั่งอะ ? ถึงยอดกี่โมง ? สภาพไหน ? เคยเห็นแต่รูปถ่าย
ผมไปกับ KHS F20-W ครับ รถพับล้อ 20 นิ้ว ไม่ได้ฟิตซ้อมร่างกายอะไรนัก ในปี 52 เป็นปีที่หนาวนาน หนาวจัด เดือน กพ แล้วแต่ที่จุดสตาร์ทอุณหภูมิ 15C แต่ที่เส้นชัยจะเหลือ 2C

ตัวเองก็ไม่เคยขี่ขึ้นเขาใดๆ มาก่อนเลยเจอภูเขาลูกแรกในชีวิต ก็เล่นอินทนนท์เลย ใช้เวลาไปประมาณ 7 ชม (รวมพักขา และพักกินข้าว) ขี่ตลอดทาง แบบไม่ลงจูง ไม่เข็น

ออกแรงขี่่แบบช้าๆ มาตลอดทาง พอเจอ 5 กม สุดท้ายนี่แหละครับ ถึงได้รู้ซึ้งกับคำว่าอินทนนท์ ผมว่านี่คือเสน่ห์ของมันนะ เอาจุดที่ยากสุด ชันสุด มาอยู่สุดท้าย เพราะถ้ามันอยู่กลางทางล่ะก็ ครั้นเราขี่ผ่านมาแล้ว ที่เหลือก็จะดูจืดชืดไปทันที

5 กม สุดท้าย บางช่วงผมขี่จนความเร็วเหลือ 2 กม/ชม รถแทบจะตั้งไม่ได้ ณ ความเร็วระดับนี้ คนอื่นเขาลงจูงเข็นกันหมดแล้ว เพราะเดินเร็วกว่าขี่ แต่ผมตั้งใจไว้ว่าจะไม่เข็น ก็เลยทนฝืนไปเรื่อยๆ

พอเข้าเส้นชัยก็ได้รับพวงมาลัยคล้องต้อนรับ และเหรียญที่ระลึก ประกาศนียบัตร

ผมยกให้งานขี่ขึ้นอินทนนท์เป็นงานยิ่งใหญ่อันดับ 1 ของประเทศครับ
fear is a mind killer
รูปประจำตัวสมาชิก
demolisher
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6654
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2009, 14:38
Bike: Cannondale, Trek, Gary Fisher

Re: แนะนำวิธี set รถ ก่อนขึ้นอินทนนท์ เดือนหน้านี้ให้หน่อยครับ

โพสต์ โดย demolisher »

นักปั่นที่ผมนับถือท่านหนึ่ง รุ่นๆ เดียวกับเรานี่แหละที่เขาปั่นเก่งมาก เขาให้กำลังใจไว้ว่าตอนที่เหลือ 2 km/hr เอ็งก็คิดดูละกันว่าทำใจเตรียมปั่นแบบนี้ไปซัก 2 ชั่วโมงกว่าๆ เอง :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: หยุดก็ยากเริ่มใหม่ก็ยาก...


ท่านที่ผ่านไปได้นี่...ลูกผู้ชายมั่กๆ
konfang
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 355
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 พ.ย. 2011, 11:06

Re: แนะนำวิธี set รถ ก่อนขึ้นอินทนนท์ เดือนหน้านี้ให้หน่อยครับ

โพสต์ โดย konfang »

ฟังแล้วเลือดลมฉีดพล่านเต็มตัวเลยผม จะได้รู้ซึ้งซะที อยากไปปั่นสุดๆ
O'Pern
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3148
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 16:58
Tel: 081-813-6627
team: Authentic Bike Packer / Travelling Solo
Bike: ธนูไฟ
ตำแหน่ง: Bkk, TH
ติดต่อ:

Re: แนะนำวิธี set รถ ก่อนขึ้นอินทนนท์ เดือนหน้านี้ให้หน่อยครับ

โพสต์ โดย O'Pern »

เห็นว่าเลือดสูบฉีดจนพล่านเต็มตัว เลยคัดลอกจากไดอารี่ส่วนตัวของผมมาให้อ่านเพิ่ม

15 กพ 52
น้าชูตะโกนปลุกเรียกผมอยุ่นาน ผมก็ยังไม่ตื่นสักที นั่นเป็นเพราะผมใส่ Ear Plug อุดหูอยู่ครับ
ผมชอบพวกจักรยานตรงที่ทุกคนล้วนตื่นแต่เช้า และมากันตรงเวลาดีมาก เราออกเดินทางจากลำปางไปถึงอำเภอจอมทองก็ใช้เวลาไปชั่วโมงกว่า พอถึงก็ต้องรีบไปลงทะเบียน ผมได้เบอร์ 338 เดาว่าคงเป็นนักแข่งลำดับที่ 338 ของวันนั้น ทราบภายหลังว่ามีคนลงทะเบียนถึง 600 กว่าท่าน และอีกมากมายที่มาร่วมปั่นเฉยๆ ไม่ได้ลงทะเบียนแข่งขัน
ผมลงทะเบียนในรุ่น 50 กม รุ่นนี้จะต้องปั่นกันตั้งแต่พื้นราบ แต่มีอีกรุ่นคือ 16 กม รุ่นนี้จะมีรถพาไปปล่อยด้านบนเกินครึ่งทางไปเยอะมากแล้ว เขาจะปั่นกันตั้งแต่จุดกางเต้นท์ หน้าที่ทำการของอุทยาน
ปล่อยตัวอย่างเป็นทางการก็สัก 7 โมงกว่า ผมรออยุ่ท้ายกลุ่มกับพรรคพวกที่ไปด้วยกันจากลำปาง แต่พอออกตัวแป๊บเดียว เขาก็เร่งฝีเท้ากันใหญ่ ความเร็วราว 20 แต่ผมไม่อยากปั่นขนาดนั้นในตอนออกตัว ร่างกายที่ไม่ได้วอร์มจะหมดแรงได้ง่าย อาหารเช้าก็ทานแค่กล้วยสองลูก ข้าวเหนียวคำเล็กๆ คำเดียว อากาศก็เย็นยะเยือก แถมทราบมาว่าบนยอดดอยจะหนาวกว่านี้อีกเยอะมาก
“เปิ้ล เอ็งปั่นขึ้นอินทนนท์น่ะ มีแรงอย่างเดียวยังไม่พอ เอ็งต้องเอาใจมาเยอะๆ ด้วย” น้าชูบอกผมแบบนี้อยุ่หลายครั้ง หลายหน
ผมเริ่มทำการเติมกำลังใจให้ตัวเอง ด้วยการดูรูปภรรยาและลูกที่นำติดตัวไปด้วย หากหมดแรง ก็ดูรูปหรืออาจแค่นึกถึงเขาสองคนนั้น
ผมจะเอาใบประกาศนียบัตรและเหรียญไปอวดลูก ทำเช่นเดียวกับตอนที่ลูกแข่งกีฬาชนะและนำเหรียญมาอวดผมเสมอๆ
เผลอแป๊บเดียว ระยะทางแค่ 2 กม ด้านหลังผมมีแค่รถพยาบาลตามมา นั่นหมายถึงว่าผมคือคนสุดท้ายของขบวน
ช่วงนี้เส้นทางค่อนข้างราบเรียบ ค่อยๆ ลาดขึ้นทีละน้อยๆ ใครๆ ก็ปั่นได้สบาย สักพักมาถึงช่วงเนินแรกที่เหมือนออเดิฟ เพราะชันมาก แถมเป็นโค้งเอสเล็กๆ อีกด้วย ถึงตรงนี้ผมแซงไปได้ 3 คน ผ่านแค่เนินแรกขาก็ตึงแล้วครับ ระยะทางที่เหลืออีกยาวไกลเหลือเกิน
ผมเห็นคนยางแตกบ้าง จอดพักดื่มน้ำบ้าง จอดทานอาหารที่เตรียมไปบ้าง แต่ผมยังไม่จอด ไม่อยากเอาเท้าลงพื้น อยากลองวัดใจตัวเองดู กะว่าจะให้ขาแตะพื้นก็เฉพาะจุดให้น้ำเท่านั้น เพราะผมต้องจอดเติมถึงสองกระติกโตๆ
ระหว่างทางต้องจิบน้ำสลับกับเกลือแร่บ่อยๆ สิ่งที่ผมกลัวตอนปั่นจักรยานทางไกลก็คือเรื่องตะคริว เคยเป็นอยู่หนหนึ่งตอนออกทริปที่บางไทรกับกลุ่ม TCC ตอนนั้นยังไม่ค่อยรู้เรื่องโภชนาการอะไรเลย ถึงแม้ร่างกายจะแกร่งสักปานใด แต่ถ้าตะคริวกินก็จบสิ้น จะปั่นต่อก็สามารถทำได้ แต่มันแทบจะเร่งความเร็วอีกไม่ได้เลย นอกจากจะหยุดพักนานๆ
อากาศหนาวเริ่มหายไป กลายเป็นแดดแรงจ้า ร้อนมากๆ ครับ ถ้ายิ่งร้อนจัดก็จะยิ่งเป็นตะคริวได้ง่าย เพราะร่างกายสูญเสียเหงื่อเยอะ เราต้องเติมเกลือแร่และน้ำให้ทัน ถ้าไม่ทันก็เสร็จมัน
ผมเปิดมาตรวัดให้แสดงเวลาแทนที่จะเป็นระยะทางเหมือนที่ตอนปั่นปกติ แต่ก็ไม่ค่อยได้ก้มดูสักเท่าไหร่หรอก มองดูข้างทางบ้าง คิดใจลอยไปโน่นนี่บ้าง แต่ขาก็ยังไม่หยุดปั่น ถึงเนินชันทีไร เป็นได้ใช้เกียร์ 1-1 ตลอดเลย (ใช้จานหน้าใบเล็กสุด จานหลังใบใหญ่สุด)
จะว่าไปแล้วช่วงเวลานี้แหละที่ผมคิดเรื่องธุรกิจได้มากมาย เรื่องใดค้างคาใจมานานก็กลับคิดหาข้อสรุปได้ง่ายๆ เลย อืมม การหลั่งเหงื่อทำให้สมองเราโล่งโปร่งได้เพียงนี้เชียวหรือนี่ ผมปั่นความเร็วราว 15 กม/ชม เพื่อเป็นการวอร์ม ปั่นวอร์มแบบนี้มาสัก 10 กม ผมยังคงเป็นคนในกลุ่มหลังๆ รถพยาบาลเบื่อที่จะตามผมแล้ว เขาใช้วิธีเร่งไปดักรอบนเนินข้างหน้าแทน ผ่านทางลาดชันมาสองสามอัน เห็นบางคนพักเชิงเนินประปราย
พอผมแซงผ่านใคร ก็จะทักทาย “สวัสดีครับ” ไปเรื่อย ไม่รู้จะคุยอะไรก็ถามว่ามาจากไหนครับ อะไรทำนองนี้ มีพี่คนหนึ่งใช้ Trek สีขาว ปั่นและเข็นสลับกัน ไปพร้อมๆ กับผมตลอดทาง ผมจะมาแซงเขาตอน 3 กม สุดท้ายแค่นั้นเอง
ปั่นมาสัก 30 กม ยังไม่เจอจุดให้น้ำเลย โหห… โหดสมชื่อ รถเซอร์วิสของกลุ่มลุ่มน้ำวังของพรรคพวกผมก็คงอยู่ด้านหน้า ผมประหยัดน้ำด้วยการหยิบของขบเคี้ยวมาทาน หนึ่งในนั้นคือบ๊วยหวานแบบไม่มีเมล็ด อมแล้วเค็มๆ ได้เกลือดี เหมาะมากแก่ร่างกายขณะนี้ อมสักพักค่อยเคี้ยว จะได้รสชาติหวานๆ ชุ่มคอ ประหยัดน้ำดีจริงๆ ผมมีบ๊วยแบบนี้ 1 ถุงใหญ่ แต่แจกพรรคพวกไปเยอะแล้ว เหลือไว้เองแค่สิบกว่าเม็ด ไม่รู้จะเพียงพอหรือไม่
แต่ไม่เป็นไร เพราะยังมีของกินอีกเยอะ มีเซียงจาด้วย เป็นขนมของจีนที่ผมชอบกินตอนเด็กๆ เปรียวๆ หวานๆ
มีอาหารเจล คล้ายพวก Power Gel แต่ไม่ใช่ ของผมเป็นแบบเน้นบำรุงสุขภาพ มิใช่เพื่อนักกีฬา ด้านในบรรจุสารสกัดจากสาหร่ายทะเลน้ำลึก แต่หน้าตาของหลอดคล้ายกันมาก ของผมยี่ห้อ Agel UMI มีสองรส แอ๊ปเปิ้ลและองุ่น
สุดท้ายคือช็อคโกแลตดาร์คของโปรด ผมเตรียมไว้สองชิ้น แต่จะกินตอนเข้าเส้นชัยแล้ว 1 ชิ้น และจะกินตอนขับรถกลับอีก 1 ชิ้น
เป็นการให้รางวัลแก่ตัวเอง
ปั่นแบบไม่รู้ร้อนรู้หนาวจนมาถึงจุดให้น้ำจุดแรก ผมเติมเสียเต็มสองกระติก อันแรกใส่น้ำเปล่า อีกอันใส่ผงเกลือแร่ ช่วงนี้ผมจอดเพื่อทานแซนวิชที่ภรรยาน้าชูให้ตอนก่อนออกเดินทาง ทานเสร็จก็ปั่นต่อเลย
ทางเริ่มลาดชันมาขึ้นเรื่อยๆ ต่างจากช่วงแรกทีมีลงเนินพอให้เร่งส่งต่อไปเนินหน้ากันได้บ้าง
นับจากจุดนี้ ผมเห็นคนลงเข็นกันมากมาย ผมเองแม้จะปั่นไหว แต่ความเร็วมันก็ไม่ได้มากมายอะไรเลย ตอนช่วงขึ้นเนินชันความเร็วของผมเหลือแค่ 5 กม/ชม เท่านั้นเอง คนเข็นยังแซงผมเลย
ชันมากๆ ขามันก็ล้า มันจะหมดแรงเอา ก็เลยใช้วิธีปั่นซิกแซกตัดขวางถนน ปั่นวิธีนี้จะลดความชันของเนินลงได้ แต่ข้อเสียคือเราต้องปั่นระยะทางไกลกว่าคนอื่น แถมถนนนี้ก็ยังมีรถวิ่งขึ้นลงตลอดเวลาอีกด้วย ทำให้ผมต้องคอยหันหน้าดูตลอดเวลาทุกครั้งที่ปั่นตัดขวางถนน
เนินโหดๆ ผมมักจับบาร์เอนโยกขึ้นบ้าง กดลงบ้าง ทำให้มันเป็นจังหวะกับการกดบันได ใช้ลำตัวท่อนบนกดลงบนแฮนด์ช่วยอีกที
บางช่วงของเส้นทาง เหลือแค่ผมเพียงคนเดียวบนท้องถนน ด้านหน้ามองไปก็ไม่เห็นใคร ส่วนด้านหลังเขาก็ยังเข็นกันขึ้นมาไม่ถึง
เห็นรถคันหนึ่งจอดวางนอนอยู่ข้างทาง ผมตกใจมาก คิดว่าล้มหรือเป็นลมไป เลยรีบหยุดรถดู มองไปก็ไม่เห็นใคร ไม่เห็นร่องรอยเบรกของรถยนต์ จักรยานก็ไม่เสียหาย สุดท้ายก็รู้ อ้อ.. เขาปวดท้องขี้นี่เอง
ถึงช่วงนี้ก็มาได้สักครึ่งทางแล้วครับ ระยะทางเต็มของเขาคือ 50 กม มิใช่ 45 แบบที่ผมได้ข้อมูลมา ครึ่งทางแรกนั้นพอไหว เพราะแม้มีเนินสูงก็จริง แต่มีช่วงให้พักขาเป็นทางราบและมีลงเขาบ้างนิดหน่อย แต่ไอ้ครึ่งหลังนี้สิ มีแต่ขึ้น ขึ้น ขึ้น ขึ้น ไปเรื่อยๆ นานๆ จะมีลงสักอันให้ผมยืนเพื่อพักผ่อนก้นจากแรงกดบนอาน
ปั่นนานๆ ก็มีอาการชาตามเท้าบ้าง ผมแก้ด้วยการยกขาดึงบันไดขึ้น แทนที่จะกดลงเหมือนปกติ การเปลี่ยนอิริยาบทเช่นนี้ แม้ไม่ช่วยในเรื่องสมรรถนะการปั่น แต่ช่วยลดความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดี นี้คืออีกหนึ่งข้อดีของบันไดแบบ Clipless ที่ผมค้นพบตอนปั่นแบบทัวริ่ง
อาการมือชาก็เช่นกัน มันหายได้ง่ายๆ ด้วยการจับ Bar End ดีๆ สักชุด จากเดิมที่ผมมักจะชาบ่อยๆ แปลกที่วันนี้แทบไม่ชาเลยแม้แต่น้อย สุดยอดมากๆ เลย
ตะคริวก็ไม่เป็น มือก็ไม่ชา เท้าก็ไม่ชา ผมไร้ซึ่งอุปสรรคใดๆ แล้ว ที่เหลือก็คือแค่แรงกายและแรงใจของผมเท่านั้นเอง
ใจผมน่ะสู้เสมอครับ ใจผมคิดว่าตัวเองต้องไปไหว ผมมาดอยอินทนนท์เพื่อปั่นจักรยานขึ้นไปยอดดอย ผมจะไม่มีวันนั่งรถเซอร์วิสขึ้นไป มีคนลำปางอีกกลุ่มหนึ่งคอยเฝ้ามองผมอยู่ ผมต้องแสดงฝีมือให้เขาเห็นว่าคนกรุงเทพฯ ที่วันๆ ปั่นแต่ทางเรียบก็สามารถขึ้นเขาได้ ผมต้องการไปบอกลูกผมว่าผมปั่นขึ้นจุดสูงสุดของประเทศไทยมาแล้ว แม้ว่าเขาอาจจะยังไม่รับรู้อะไรนักก็ตามที
ผมสร้างเงื่อนไขในใจขึ้นมาเรื่อยๆ นานๆ เข้าไปใจมันก็แกร่ง เคยเห็นมดแบกซากแมลงกันไหมครับ มดตัวนิดเดียว แต่แบกซากแมลงชิ้นโตๆ ได้ หรือกระทั่งมดรวมพลังกันก็ยังสามารถแบกของหนักกว่าตัวเองเป็นสิบเท่าได้สบาย หรือที่สุดยอดที่สุดคือมดต่อตัวกันทำแพข้ามน้ำผมก็เคยเห็นมาแล้ว
ความท้อแท้ไม่เคยมีอยู่ในยีนของมด
มดตัวนี้กำลังปั่น KHS F20-W ของมันอยู่ มันปั่นต่อไปเรื่อยๆ อย่างกับไม่รู้จักคำว่าเหน็ดเหนือย แม้บางช่วงบางตอนความเร็วจะลดลงเหลือแค่ 3-4 กม/ชม เท่านั้น มันก็ยังไม่ยอมลงเข็น แม้ว่าการเข็นจะเร็วกว่าก็ตามที
สักพักใหญ่แต่ห่างไกลกันแค่ไม่กี่กิโลก็มาถึงจุดให้น้ำอีกจุด ขณะนี้เป็นเวลาเที่ยงวัน ผมพักเติมน้ำเต็มสองกระติก เจ้าหน้าที่ชวนทานข้าวกล่อง แถมให้ผมเลือก กล่องหนึ่งเป็นข้าวขาหมู อีกกล่องเป็นข้าวหมูแดง มีไข่ต้มครึ่งฟอง ผมเลือกข้าวหมูแดงแน่ เพราะมีไข่ ยังไงก็ดีกว่ากินข้าวขาหมูมันๆ อยู่แล้ว อาหารรสชาติแย่มาก เย็นชืด หมูก็มีแค่ไม่กี่ชิ้น แถมหั่นเสียบางเป็นกระดาษ น้ำราดยังต้องพัฒนา จะน่าสนใจก็ตรงไข่ครึ่งฟองนั้น เพราะมันคือแหล่งโปรตีนชั้นดี
แต่แล้ว ผมก็ทานข้าวมื้อนั้นจนหมดเกลี้ยงกล่อง เป็นอันว่าผมได้พลังงานช่วงบ่ายแล้ว ต่อไปอีกราว 15 กม ผมจะถึงเส้นชัยที่อยู่บนยอดดอย
แล้วขาผมก็ทำงานต่อ ปั่นซอยไปเรื่อยๆ แต่แรงกดลูกบันไดมันน้อยลงทุกทีๆ จนความเร็วมันเหลือเพียงแค่ 2 กม/ชม เท่านั้น ผมไม่เคยปั่นได้ช้าแบบนี้มาก่อน กว่าจะทำให้บันไดหมุนแต่ละรอบนั้นช่างแสนยากเย็น
ที่ความเร็วต่ำขนาดนั้น รถแทบจะทรงตัวตั้งอยู่ไม่ได้ จึงต้องหักแฮนด์เพื่อปรับสมดุลย์อยู่ตลอดเวลา ใครอยู่แถวนั้นจะเห็นว่าผมปั่นแล้วแฮนด์โยกเยกยึกยัก ยังกะคนขี่รถไม่เป็นเลย
แต่ที่เด็ดสุดก็คือ ปั่นแล้วล้อหน้าลอย เนินมันชันจนผมไม่รู้จะสรรหาคำอะไรมาบรรยายจริงๆ กลัวจะหงายหลังยกล้อ เลยต้องก้มหน้าโน้มตัวจนคางไปวางอยู่บน Stem
เมื่อยก็เมื่อย ล้าก็ล้า แถมต้องออกแรงปั่นท่าก้มๆ แบบนี้อีกด้วย
ปั่นต่อไปอีกชั่วโมงกว่า แต่เดินทางได้ไม่เกิน 3 กม เกลือแร่ของผมหมด ต้องใช้เกลือแร่จากอาหารเสริมแทน ทะยอยกินบ๊วยหวานไปเรื่อยๆ จนถึงจุดให้น้ำอีกครั้ง พบคุณลุงท่านหนึ่งแจกเกลือแร่แก่นักปั่น ลุงแจกผม 1 ซอง ผมเห็นแกมีอีกเยอะ เลยขอมาอีก 1 ซอง เพราะกระติกของผมใบใหญ่ หากจะให้ถูกสเปค ต้องใส่ถึง 3 ซอง
จิบเกลือแร่แก้ตะคริวไปเรื่อยๆ หากหมดแรง ท้อแท้ ก็ดูรูปภรรยาและลูกสลับไปพลาง ทำให้จิตใจฮึกเหิมขึ้นมาบ้าง แต่ตอนนี้ผมเริ่มเจ็บก้นบ้างแล้ว
ผ่านจุดชมวิวที่แสนจะชัน มีช่วงหนึ่งผมเห็นยอดของพระธาตุอยู่ไกลลิบๆ เห็นถนนคดเคี้ยวไต่ระดับขึ้นไปอีกสูงมากๆ มีนักปั่นหลายท่านแวะจอดกันตรงนี้ ถ่ายรูปเล่นกันก็เยอะ จากจุดนี้ไปพระธาตุที่มองเห็นเหมือนลอยอยู่บนฟ้านั้นราว 5 กม และเส้นชัยจะอยู่ถัดไปอีกสัก 5 กม หากเจ้าหน้าที่บอกผมไม่ผิด
หากผมปั่นได้ 5 กม/ชม นั่นคือผมต้องปั่นอีกราวสองชั่วโมง
อีกสองชั่วโมงเท่านั้นเอง
โห อีกตั้งสองชั่วโมงแน่ะ
ยังไงก็หนีสองชั่วโมงไม่พ้น ใจจะคิดแบบใดก็ช่าง ยังไงผมก็ต้องปั่น ผมไม่ลงเข็น ไม่จอดพักบ่อยๆ ไม่ลงมาจูง ผมมีโอกาสมาปั่นไม่ง่ายนัก ผมไม่ใช่คนพื้นที่นี้ที่จะมาเมื่อไหร่ก็ได้ ผมมีแค่เพียงโอกาสเดียว และอาจมีเพียงครั้งเดียวก็เป็นได้
ผมพยายามหาเงื่อนไขมาผูกมัดตัวเองให้มากเข้าไว้ มันทำให้จิตใจแกร่งขึ้นได้นิดหน่อย ใจผมยังสู้ แต่ขามันอ่อนล้าเหลือเกิน กดบันไดแต่ละครั้งรถก็เคลื่อนเป็นระยะทางแค่คืบ
ท้องอิ่มแล้ว ไม่รู้สึกหิว แต่ร้อนจัด และเหนื่อยอ่อนมาก ผมจิบแต่เกลือแร่ และตัดสินใจเอาน้ำเปล่าอีกกระติกมาเทราดหลังให้ชุ่มเย็น ลดอาการเสียน้ำจากแสงแดดที่แผดเผา
กัดฟันปั่นจนถึงพระธาตุ มองย้อนลงมาเห็นเส้นทางที่เราผ่านแล้วมันแสนจะภูมิใจ และจะยิ่งภูมิใจกว่านี้หากผมไปถึงยอดดอย ถึงตอนนี้ผมเหลืออีก 5 กม แต่เส้นทางมันยังคงชันต่อเนื่อง แม้ไม่โหดเท่าที่ผ่านมา แต่ขามันล้าจนอ่อนแรงแล้ว
สุดท้ายเลยต้องสะกดจิตตัวเองบังคับให้ร่างกายระงับความเจ็บปวด เพิ่งสมาธิไปที่การปั่น ช่วงนี้ผมเริ่มปวดหัวเข่าด้านซ้ายนิดๆ (เหตุเกิดเมื่อตอนก่อนออกทริปอัมพวา)
หวังว่าจะปั่นได้ความเร็ว 5 กม/ชม แต่เอาเข้าจริงมันเหลือแค่ 2-3 เท่านั้น ตัดใจหยิบช็อคโกแลตดาร์คที่เตรียมไว้กินฉลองบนยอดดอย เอามาเข้าปากเสียหนึ่งชิ้น เพื่อเติมน้ำตาลบ้าง เผื่อจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น
ปกติแล้วผมไม่ชอบเติมน้ำตาลล้วนๆ เลย ผมชอบแหล่งพลังงานจากผลไม้ และโปรตีนมากกว่า เพราะผมอยากลดน้ำหนักไปด้วยนั่นเอง
ได้ของโปรดเข้าปากแล้วรู้สึกดีเหลือเกิน จะยิ่งรู้สึกผิดมากหากปั่นไม่จบด้วยซ้ำไป
ผ่านจุดให้น้ำอันสุดท้าย จุดนี้ผมไม่ได้พัก ผมไม่เติมน้ำแล้ว น้ำเปล่าผมก็เอามาฉีดราดตัวจนหมดแล้ว เพื่อเพิ่มความเย็น และลดน้ำหนักรถไปด้วย จะได้ไม่ต้องแบกหนัก เทน้ำหมดกระติกทิ้งนี้ก็ลดน้ำหนักไปได้ราว 750 กรัม
ถึงตอนนี้มันรู้สึกหนักหนามากเหลือเกิน ปั่นจนไม่ได้ชมวิวอันสวยงามรอบข้าง ได้สูดแต่กลิ่นป่า ได้ยินแต่เสียงหัวใจตัวเองเต้น และลมหายใจเข้าออกฟืดฟาดๆ
นึกถึงหน้าเพื่อนๆ แต่ละคน นึกถึงเพื่อนฝรั่ง ผมพูดออกมาเสียงดังว่า
Althought I’am a slow cyclist, but I never stop.
ปั่นความเร็วแค่ 2-3 กม/ชม มาตลอดหลายชั่วโมง หัวเข่าเริ่มรู้สึกตึงๆ แต่พอพ้นเนินลูกใหญ่ที่เป็นทางโค้ง ผมก็เห็นซุ้มเส้นชัยอยู่ลิบๆ
สูดลมหายใจเข้าแรงๆ สองสามครั้ง แต่ก็ยังไม่มีแรงกดบันไดให้รถมันวิ่งมากไปกว่าที่ผ่านมาเลย ผมยังคงไต่เนินชันด้วยความเร็วเท่าเดิม
ใกล้เส้นชัย เพื่อนๆ กลุ่มลุ่มน้ำวัง จังหวัดลำปาง วิ่งออกมาปรมมือต้อนรับ บางคนตบหลัง ตบไหล่ จับแขน ทุกคนมาแสดงความยินดีกับผม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือน้าชู
เพราะน้าชูรู้ว่าผมไม่เคยปั่นขึ้นเนินใดมาก่อนเลย ผมเคยปั่นแต่ทางเรียบ อย่างเก่งก็ปั่นวันละ 200 กม แต่ก็เพียงแค่หนเดียวเท่านั้น ถือว่าเป็นนักปั่นที่พื้นฐานน้อยก็ว่าได้ ต่างจากคนย่านนี้ที่มีดอยมีภูให้ซ้อมปั่นกันทุกเย็น
คุณลุงอาวุโสมามอบดอกไม้ชื่อ “คำปู้จู้” ให้ผมที่จุด Finish เพื่อนๆ ผมทุกคนล้วนปั่นกันขึ้นมารอผมหลายชั่วโมงแล้ว ยังมีน้ำใจเหลือข้าวไว้ให้ผมสองห่อ แต่ผมทานไม่ลง
ไม่มีเวลาชื่นชมกับยอดดอยอันสวยงาม ผมต้องรีบกลับลำปาง ต้องขับรถยนต์อีกร้อยกว่ากิโลเมตร


การขึ้นเขาครั้งนี้จะเป็นประสพการณ์ที่ผมจะจำแบบไม่มีวันลืม

ขอบคุณ
- น้าชู และเพื่อนกลุ่มลุ่มน้ำวัง
- Mu – you’re my inspiration
- Cheri – the very best girl behind


ปล ระยะทาง 5 กม สุดท้าย จะใช้เวลาประมาณ 2 ชม (มือใหม่) แต่อยากจะบอกเพิ่มเติมว่ามันต้องไต่ระดับความสูงราว 1000 เมตร ครับ
fear is a mind killer
รูปประจำตัวสมาชิก
demolisher
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6654
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2009, 14:38
Bike: Cannondale, Trek, Gary Fisher

Re: แนะนำวิธี set รถ ก่อนขึ้นอินทนนท์ เดือนหน้านี้ให้หน่อยครับ

โพสต์ โดย demolisher »

ขอบพระคุณมากครับ ผมเอาไป post ไว้ในห้องของโรงเรียนแล้วด้วยนะ ...ก็ชอบอะ :oops: :oops: :oops: :oops: :oops:



มันมีความรู้สึกหนึ่ง เผื่อสำหรับท่านที่อยากจะขึ้นภูเขายากๆ หรือที่ๆ ไม่เคยไปแล้วมีคนบอกว่ามันยากนะครับ มันคงคล้ายๆ กับเรื่องของคุณ O'Pern นี่แหละคืออย่างตอนผมขึ้นเขาใหญ่ครั้งแรก ผมไม่เคยขึ้นเขาเลยซักครั้ง แต่เพราะตั้งใจตั้งแต่แรกว่าจะไม่จูง และไม่เลิก ! พอดีเพื่อนท่านหนึ่งชื่อ sanevent เคยบอกให้เน้นรอบขา...ประมาณนี้ ปรากฏว่าผมขึ้นถึงปลายทางเป็นคนแรกของกลุ่มมือใหม่เลยนะครับทั้งๆ ที่เพิ่งปั่นจักรยานมาแค่ไม่ถึง 4 เดือนเอง ก่อนหน้านั้นก็ไม่รู้จักเรื่องซ้อมอะไรด้วยครับ-ปั่นสัปดาห์ละครั้งเดียวเองด้วย คืออยากจะบอกเหมือนกับท่านอื่นๆ ว่าบางทีความตั้งใจและ "เข้มงวด" กับแผนการปั่นครั้งนั้นๆ อย่างดีก็คงมีส่วนสำคัญที่ช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายได้ครับ ไม่ได้ถึงเร็วนะ...ก็แค่ "ถึง" โดยไม่จูงเอง :D :D :D :D :D พอดีคนอื่นอีกเป็นสิบคนเขาไม่ค่อยถึงกัน


ขอแสดงความยินดีกับผู้พิชิตดอยอินทนนท์เป็นครั้งแรกทุกท่าน...ล่วงหน้าคร้าบบบบบ
konfang
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 355
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 พ.ย. 2011, 11:06

Re: แนะนำวิธี set รถ ก่อนขึ้นอินทนนท์ เดือนหน้านี้ให้หน่อยครับ

โพสต์ โดย konfang »

ขอบคุณพี่ O'Pern ที่นำประสบการณ์ดีๆมาให้อ่านครับ
ผมมีข้อสงสัยสองสามข้อครับพี่
1. ผมควรจะเปลี่ยนบันไดหรือป่าวครับ เพราะตอนนี้บันไดผมยังเป็นแบบธรรมดาอยู่อ่ะครับ แล้วถ้าเป็นแบบธรรมดามันจะขึ้นทางชั่นได้หรือป่าว
2. Power Gel ยี่ห้อ Agel UMI หาซื้อได้ที่ไหนครับ ผมจะได้เตรียมไป
3. ตอนนี้ผมเปลี่ยนยางแล้วครับเป็น 1.75 ต้องสูบลมเท่าไหร่ดีถึงจะเหมาะครับ ยางรับได้ที่ 44 - 60PSI ตอนนี้ผมเติม 50PSI
4. ผมไม่ได้เตรียมยางในสำรองไป แต่ว่ามีสูบ ที่ปะยาง ที่งัดยาง แค่นี้น่าจะพอหรือป่าวครับ
5. ปีนี้พี่ไปหรือป่าวครับ
konfang
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 355
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 พ.ย. 2011, 11:06

Re: แนะนำวิธี set รถ ก่อนขึ้นอินทนนท์ เดือนหน้านี้ให้หน่อยครับ

โพสต์ โดย konfang »

demolisher เขียน:ขอบพระคุณมากครับ ผมเอาไป post ไว้ในห้องของโรงเรียนแล้วด้วยนะ ...ก็ชอบอะ :oops: :oops: :oops: :oops: :oops:



มันมีความรู้สึกหนึ่ง เผื่อสำหรับท่านที่อยากจะขึ้นภูเขายากๆ หรือที่ๆ ไม่เคยไปแล้วมีคนบอกว่ามันยากนะครับ มันคงคล้ายๆ กับเรื่องของคุณ O'Pern นี่แหละคืออย่างตอนผมขึ้นเขาใหญ่ครั้งแรก ผมไม่เคยขึ้นเขาเลยซักครั้ง แต่เพราะตั้งใจตั้งแต่แรกว่าจะไม่จูง และไม่เลิก ! พอดีเพื่อนท่านหนึ่งชื่อ sanevent เคยบอกให้เน้นรอบขา...ประมาณนี้ ปรากฏว่าผมขึ้นถึงปลายทางเป็นคนแรกของกลุ่มมือใหม่เลยนะครับทั้งๆ ที่เพิ่งปั่นจักรยานมาแค่ไม่ถึง 4 เดือนเอง ก่อนหน้านั้นก็ไม่รู้จักเรื่องซ้อมอะไรด้วยครับ-ปั่นสัปดาห์ละครั้งเดียวเองด้วย คืออยากจะบอกเหมือนกับท่านอื่นๆ ว่าบางทีความตั้งใจและ "เข้มงวด" กับแผนการปั่นครั้งนั้นๆ อย่างดีก็คงมีส่วนสำคัญที่ช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายได้ครับ ไม่ได้ถึงเร็วนะ...ก็แค่ "ถึง" โดยไม่จูงเอง :D :D :D :D :D พอดีคนอื่นอีกเป็นสิบคนเขาไม่ค่อยถึงกัน


ขอแสดงความยินดีกับผู้พิชิตดอยอินทนนท์เป็นครั้งแรกทุกท่าน...ล่วงหน้าคร้าบบบบบ
ขอบคุณครับพี่ ตอนนี้ผมก็ฝึกรอบขาอยู่อ่ะครับ แต่ว่าไม่รู้ว่าตัวเองฝึกถูกหรือป่าวเพราะไม่มีนาฬิกาจับอ่ะ แบบว่านับเอาในใจเอาแล้วไม่เปลี่ยนเกียร์ แล้วพยายามรักษาความเร็วให้คงทีอ่ะ ไม่รู้ถูกตามหลักหรือป่าวนะครับ
ตอบกลับ

กลับไปยัง “อุปกรณ์จักรยานทั่วไป (MTB)”