เรื่องของล้อเหวี่ยง เหวี่ยงทั้งสองล้อ กับเหวี่ยงล้อเดียว
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
- lokoong
- ขาประจำ
- โพสต์: 409
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ย. 2011, 16:53
- Bike: Canyon Aeroad CF
เรื่องของล้อเหวี่ยง เหวี่ยงทั้งสองล้อ กับเหวี่ยงล้อเดียว
ปกติผมจะปั่นทางเรียบ กับขึ้นเขาที่ชันๆหน่อยน่ะครับ ตอนนี้ผมมีล้อสำหรับขึ้นเขาแล้วชุดนึง ซึ่งมันเบาแต่มันไม่เหวี่ยงเลย
เลยอยากรู้ว่า ทางเลือกไหนจะเวิร์คกว่าครับ
A ล้อแม็คใส่ล้อหลังล้อเดียว
B ล้อแม็คใส่ล้อหน้าล้อเดียว
C ล้อขอบสูง 50 ชุดนึง
อันไหนจะเวิร์คกว่าครับ ในเรื่องของการรักษาความเร็วซัก 30-35 ในทางเรียบไว้ให้ได้นานๆ
ปล. ใจไปทางข้อ A ครับอิอิ
เลยอยากรู้ว่า ทางเลือกไหนจะเวิร์คกว่าครับ
A ล้อแม็คใส่ล้อหลังล้อเดียว
B ล้อแม็คใส่ล้อหน้าล้อเดียว
C ล้อขอบสูง 50 ชุดนึง
อันไหนจะเวิร์คกว่าครับ ในเรื่องของการรักษาความเร็วซัก 30-35 ในทางเรียบไว้ให้ได้นานๆ
ปล. ใจไปทางข้อ A ครับอิอิ
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: เรื่องของล้อเหวี่ยง เหวี่ยงทั้งสองล้อ กับเหวี่ยงล้อเดียว
ถ้าจะไหลไปเรื่อยๆบนทางเรียบที่ 30-35 แนะนำข้อ C ครับ เน้นว่าไหลเรื่อยๆนะครับ
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
- tamvader
- ขาประจำ
- โพสต์: 937
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 เม.ย. 2010, 15:58
- team: 99 Craft / storm bike / CMDF line: tamvader
- Bike: TREK BIANCHI
Re: เรื่องของล้อเหวี่ยง เหวี่ยงทั้งสองล้อ กับเหวี่ยงล้อเดียว
ข้อ c ผมมีอยู่คู่นึง 30-35 ไม่เหวี่ยงครับ
ต้อง 35++
ต้อง 35++
บริการบ้านพัก@เกาะสีชัง
http://thaimtb.com/forum/viewtopic.php? ... 8#p4561448
http://thaimtb.com/forum/viewtopic.php? ... 8#p4561448
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: เรื่องของล้อเหวี่ยง เหวี่ยงทั้งสองล้อ กับเหวี่ยงล้อเดียว
ความจริงเนี่ย เรื่องเหวี่ยงนี่ มันก็พูดกันจนฟังแล้ว งงๆ
ผมว่ามันขึ้นกับ เรี่ยวแรง และวิธีการปั่น ตลอดจนถึงความต้องการในการจะรักษารอบขาด้วย
เพราะเอาเข้าจริงๆ เรื่องแบบนี้มันก็คล้ายกับ Flywheelของเครื่องยนต์ครับ ขอบล้อมวลสูง (ไม่ได้บอกว่าขอบสูงเสมอไปนะครับ) เมื่อมันหมุนแล้ว มันก็ไม่อยากจะหยุดหมุน และเมื่อมันหยุดหมุน มันก็ไม่อยากจะหมุน
ซึ่งตรงกันข้ามกับขอบล้อมวลเบาที่เมื่อหมุนแล้วก็อยากจะหยุดหมุน เมื่อหยุดหมุนก็ง่ายต่อการจะทำให้หมุนอีก
ขอบล้อมวลสูง มันก็ไต่รอบได้ช้าหน่อย ถ้าจะต้องการให้มันไต่รอบได้เร็วก็ต้องแข็งแรงมากหน่อย พอมันหมุนไปถึงจุดๆหนึ่ง มันก็มีความเฉื่อยเชิงมุมที่จะรักษาการหมุนของมันไปได้ต่อๆไป ถ้ามันหมุนได้เร็วมาก แรงเฉื่อยก็จะมากพอจะเติมการหมุนไปได้ครับ ร่วมกับแรงที่เราส่งลงไปที่บันได ก็จะช่วยให้มันหมุนต่อไปได้เรื่อยๆ
ระหว่างที่รถวิ่งไปข้างหน้า ก็จะพบกับแรงต้านทานอยู่ 2 อย่างใหญ่ๆ คือ แรงต้านทานต่อการหมุนของล้อ ( ความฝืดของยางต่อพื้นถนน + ความฝืดของจุดหมุนและระบบขับเคลื่อนทั้งหลาย + ความเฉื่อยเชิงมุมของการหมุนของล้อในกรณีที่ต้องการเร่งความเร็ว ) กับ สิ่งที่หนักหนาที่สุดก็คือแรงต้านอากาศ ซึ่งจะบรรเทาลงด้วยท่าร่าง และตัวจักรยาน ( เอาเข้าจริงๆแล้ว ตัวคนปั่นเองมีพื้นที่หน้าตัดมากกว่าตัวจักรยานเยอะ ผลจากตัวคนปั่นจึงโดดเด่นที่สุด ดังนั้นหากท่าร่างดี ปรับตัวได้ลู่ลมดี ค่านี้ก็จะลดลง )
สิ่งที่ตรงข้ามกับแรงต้านทาน ก็คือ แรงขับเคลื่อน ซึ่งจะประกอบด้วย แรงของผู้ปั่นที่จะส่งลงไปที่บันไดไปหมุนล้อ + ความเฉื่อยของรถเอง ซึ่งประกอบด้วยตัวรถและความเฉื่อยเชิงมุมอันเกิดจากความเร็วของล้อ
น้ำหนักของล้อก็เปรียบเหมือนน้ำหนักของFlyWheel หากหนักแต่เครื่องยนต์แรงน้อย มันก็ไต่รอบได้ช้า แล้วก็มีรอบที่จำกัด คล้ายกับล้อที่มีมวลของขอบมาก แต่ถ้าเครื่องยนต์มีแรงมาก ถึงแม้ว่าFlywheelจะหนักหน่อย แต่เมื่อลากรอบขึ้นไปได้สูงมาก ความเฉื่อยเชิงมุมที่รอบการหมุนสูงๆก็จะมีมากตามไปด้วย ทำให้มันยังคงรักษารอบต่อไปได้
เรื่องทั้งหมดจึงมาตกอยู่ที่แรงของผู้ปั่นเองเป็นสำคัญ เพราะหากจะต้องปั่นให้ล้อหมุนขึ้นไปจนถึงความเร็วที่มากกว่า 35 กม/ชม. ได้ ผู้ปั่นต้องแข็งแรงพอที่จะต้องเอาชนะแรงเฉื่อยเชิงมุมต่อการหมุนเพิ่มรอบของล้อที่มีมวลของขอบมากๆ + ต้องเอาชนะแรงต้านของลมที่จะเพิ่มขึ้นเป็นยกกำลัง2ของความเร็วที่เพิ่มขึ้น ( เร่งจาก 20 กม/ชม เป็น 40กม/ชม ความเร็วเพิ่มขึ้น 2เท่า แรงต้านอากาศเพิ่มขึ้น 4 เท่านะครับ )
ดังนั้นคนที่แข็งแรงมาก ขาแข็ง ขาเทพ จึงรู้สึกว่าพวกล้อขอบสูงนั้นมันจะเหวี่ยงที่ความเร็วสูงๆ เพราะที่ความเร็วสูงๆนั้น ตัวเองมีแรงมากพอจะปั่นขึ้นไปให้ถึงได้ และที่ความเร็วสูง ความเฉื่อยเชิงมุมในการรักษารอบการหมุนของล้อขอบมวลมากก็จะมีค่ามากตามไปด้วย มันจึงช่วยรักษาความเร็วเอาไว้ได้นั่นเอง
แต่สำหรับคนที่มีความแข็งแรงอยู่ในระดับเฉลี่ย ก็อาจจะไม่สามารถพาล้อขอบมวลสูงขึ้นไปหมุนที่ความเร็วสัก 35 -40 ได้นานๆ เพราะกว่าจะขึ้นไปถึงก็เจอแรงต้านมากมายซึ่งบั่นทอนเรี่ยวแรงไปมาก พอไปถึงความเร็วที่ 35 ขึ้นไป ก็เอาชนะแรงต้านอากาศไม่ไหว ความเฉื่อยของการหมุนของล้อก็ไม่สามารถจะช่วยอะไรได้
การช่วยรักษารอบการหมุนของล้ออันเป็นผลมาจากมวลของขอบล้อนั้น ตามหลักฟิสิกส์แล้ว มันจึงมีผลทุกๆความเร็วครับ แรงไม่มากพอจะฝ่าลมขึ้นไปได้ ก็ใช้ความเร็วแค่ 30 ไปเรื่อยๆ ไม่เร่งความเร็ว ไม่กดดันตัวเอง แรงเหวี่ยงของล้อขอบสูงมวลมากก็ช่วยส่งเสริมตรงนี้ได้เช่นกัน
ตรงนี้ผมสัมผัสได้จากการที่เริ่มกลับมาปั่นจักรยานใหม่ ลองมันหมดทั้งขอบ 32mm ขอบ 50mm สิ่งที่ผมพบก็คือ ในตอนแรกๆที่ไม่ค่อยจะฟิตเลยนั้น ล้อขอบ 32 mm จะไปได้ราวๆ 27-28 เจอลมเข้าหน่อยก็ร่วง ถ้าไม่มีลมส่งท้ายไม่มีลมดันหน้า ก็เลี้ยงสบายๆไปที่ 27-28 ได้สบาย เร็วกว่านั้นชักจะเหนื่อย พอเอาล้อ 52mm มาใช้ ตัวล้อเองก็หนัก ขอบก็หนัก ( อลู + คาร์บอน ) ผมกัดฟันขึ้นไปถึง 30ได้ จากนั้นก็ไปเรื่อยๆ เพราะล้อมันหนัก มันหมุนไปด้วยตัวของมันได้ง่ายขึ้น โดนลมดันหน้าก็ร่วงช้าหน่อย โดนลมดันหลังก็ไหลขึ้นไปและคงความเร็วไว้ได้นานขึ้น
ความแข็งแรงของผู้ปั่นนั่นแหละครับที่มีผลต่อเรื่องนี้ ยิ่งแข็งแรงเท่าไหร่ก็ยิ่งปั่นต้านลมปะทะขึ้นไปได้มาก ยิ่งเร็วเท่าไหร่แรงเฉื่อยในการรักษารอบการหมุนก็ยิ่งมากขึ้น มันเป็นเรื่องที่วิ่งไปด้วยกันแหละครับ
คิดกันดีๆ มองกันรอบๆ แล้วจะได้เลิกพูดกันถึงเรื่องเหวี่ยงๆ เขวี้ยงๆ พวกนี้กันซะที
มือใหม่มาอ่านดู ก็เล่นขอบสูงกันเลย บอกว่ามันเหวี่ยงดี แต่ปั่นได้ไม่กี่ทีก็ท้อ เพราะอัดยังไงๆก็ไปไม่ถึงความเร็วนั้น ทั้งๆที่ลองปั่นธรรมดาๆ เอาแค่aerobicไปก่อน แล้วก็จะพบว่าล้อขอบสูงมวลมาก มันก็ยังไหลไปได้เรื่อยๆอยู่ดี แต่อัดแล้วไม่ขึ้นหรือขึ้นช้า ก็เท่านั้นแหละ ( เคยเจอขอบ 80 - 90 ที่ร้านชิน เด็กมือใหม่อยากได้ บอกสวยดี บอกเหวี่ยงดี ปั่นได้พักหนึ่งก็เอามาฝากขาย
)

ผมว่ามันขึ้นกับ เรี่ยวแรง และวิธีการปั่น ตลอดจนถึงความต้องการในการจะรักษารอบขาด้วย
เพราะเอาเข้าจริงๆ เรื่องแบบนี้มันก็คล้ายกับ Flywheelของเครื่องยนต์ครับ ขอบล้อมวลสูง (ไม่ได้บอกว่าขอบสูงเสมอไปนะครับ) เมื่อมันหมุนแล้ว มันก็ไม่อยากจะหยุดหมุน และเมื่อมันหยุดหมุน มันก็ไม่อยากจะหมุน
ซึ่งตรงกันข้ามกับขอบล้อมวลเบาที่เมื่อหมุนแล้วก็อยากจะหยุดหมุน เมื่อหยุดหมุนก็ง่ายต่อการจะทำให้หมุนอีก
ขอบล้อมวลสูง มันก็ไต่รอบได้ช้าหน่อย ถ้าจะต้องการให้มันไต่รอบได้เร็วก็ต้องแข็งแรงมากหน่อย พอมันหมุนไปถึงจุดๆหนึ่ง มันก็มีความเฉื่อยเชิงมุมที่จะรักษาการหมุนของมันไปได้ต่อๆไป ถ้ามันหมุนได้เร็วมาก แรงเฉื่อยก็จะมากพอจะเติมการหมุนไปได้ครับ ร่วมกับแรงที่เราส่งลงไปที่บันได ก็จะช่วยให้มันหมุนต่อไปได้เรื่อยๆ
ระหว่างที่รถวิ่งไปข้างหน้า ก็จะพบกับแรงต้านทานอยู่ 2 อย่างใหญ่ๆ คือ แรงต้านทานต่อการหมุนของล้อ ( ความฝืดของยางต่อพื้นถนน + ความฝืดของจุดหมุนและระบบขับเคลื่อนทั้งหลาย + ความเฉื่อยเชิงมุมของการหมุนของล้อในกรณีที่ต้องการเร่งความเร็ว ) กับ สิ่งที่หนักหนาที่สุดก็คือแรงต้านอากาศ ซึ่งจะบรรเทาลงด้วยท่าร่าง และตัวจักรยาน ( เอาเข้าจริงๆแล้ว ตัวคนปั่นเองมีพื้นที่หน้าตัดมากกว่าตัวจักรยานเยอะ ผลจากตัวคนปั่นจึงโดดเด่นที่สุด ดังนั้นหากท่าร่างดี ปรับตัวได้ลู่ลมดี ค่านี้ก็จะลดลง )
สิ่งที่ตรงข้ามกับแรงต้านทาน ก็คือ แรงขับเคลื่อน ซึ่งจะประกอบด้วย แรงของผู้ปั่นที่จะส่งลงไปที่บันไดไปหมุนล้อ + ความเฉื่อยของรถเอง ซึ่งประกอบด้วยตัวรถและความเฉื่อยเชิงมุมอันเกิดจากความเร็วของล้อ
น้ำหนักของล้อก็เปรียบเหมือนน้ำหนักของFlyWheel หากหนักแต่เครื่องยนต์แรงน้อย มันก็ไต่รอบได้ช้า แล้วก็มีรอบที่จำกัด คล้ายกับล้อที่มีมวลของขอบมาก แต่ถ้าเครื่องยนต์มีแรงมาก ถึงแม้ว่าFlywheelจะหนักหน่อย แต่เมื่อลากรอบขึ้นไปได้สูงมาก ความเฉื่อยเชิงมุมที่รอบการหมุนสูงๆก็จะมีมากตามไปด้วย ทำให้มันยังคงรักษารอบต่อไปได้
เรื่องทั้งหมดจึงมาตกอยู่ที่แรงของผู้ปั่นเองเป็นสำคัญ เพราะหากจะต้องปั่นให้ล้อหมุนขึ้นไปจนถึงความเร็วที่มากกว่า 35 กม/ชม. ได้ ผู้ปั่นต้องแข็งแรงพอที่จะต้องเอาชนะแรงเฉื่อยเชิงมุมต่อการหมุนเพิ่มรอบของล้อที่มีมวลของขอบมากๆ + ต้องเอาชนะแรงต้านของลมที่จะเพิ่มขึ้นเป็นยกกำลัง2ของความเร็วที่เพิ่มขึ้น ( เร่งจาก 20 กม/ชม เป็น 40กม/ชม ความเร็วเพิ่มขึ้น 2เท่า แรงต้านอากาศเพิ่มขึ้น 4 เท่านะครับ )
ดังนั้นคนที่แข็งแรงมาก ขาแข็ง ขาเทพ จึงรู้สึกว่าพวกล้อขอบสูงนั้นมันจะเหวี่ยงที่ความเร็วสูงๆ เพราะที่ความเร็วสูงๆนั้น ตัวเองมีแรงมากพอจะปั่นขึ้นไปให้ถึงได้ และที่ความเร็วสูง ความเฉื่อยเชิงมุมในการรักษารอบการหมุนของล้อขอบมวลมากก็จะมีค่ามากตามไปด้วย มันจึงช่วยรักษาความเร็วเอาไว้ได้นั่นเอง
แต่สำหรับคนที่มีความแข็งแรงอยู่ในระดับเฉลี่ย ก็อาจจะไม่สามารถพาล้อขอบมวลสูงขึ้นไปหมุนที่ความเร็วสัก 35 -40 ได้นานๆ เพราะกว่าจะขึ้นไปถึงก็เจอแรงต้านมากมายซึ่งบั่นทอนเรี่ยวแรงไปมาก พอไปถึงความเร็วที่ 35 ขึ้นไป ก็เอาชนะแรงต้านอากาศไม่ไหว ความเฉื่อยของการหมุนของล้อก็ไม่สามารถจะช่วยอะไรได้
การช่วยรักษารอบการหมุนของล้ออันเป็นผลมาจากมวลของขอบล้อนั้น ตามหลักฟิสิกส์แล้ว มันจึงมีผลทุกๆความเร็วครับ แรงไม่มากพอจะฝ่าลมขึ้นไปได้ ก็ใช้ความเร็วแค่ 30 ไปเรื่อยๆ ไม่เร่งความเร็ว ไม่กดดันตัวเอง แรงเหวี่ยงของล้อขอบสูงมวลมากก็ช่วยส่งเสริมตรงนี้ได้เช่นกัน
ตรงนี้ผมสัมผัสได้จากการที่เริ่มกลับมาปั่นจักรยานใหม่ ลองมันหมดทั้งขอบ 32mm ขอบ 50mm สิ่งที่ผมพบก็คือ ในตอนแรกๆที่ไม่ค่อยจะฟิตเลยนั้น ล้อขอบ 32 mm จะไปได้ราวๆ 27-28 เจอลมเข้าหน่อยก็ร่วง ถ้าไม่มีลมส่งท้ายไม่มีลมดันหน้า ก็เลี้ยงสบายๆไปที่ 27-28 ได้สบาย เร็วกว่านั้นชักจะเหนื่อย พอเอาล้อ 52mm มาใช้ ตัวล้อเองก็หนัก ขอบก็หนัก ( อลู + คาร์บอน ) ผมกัดฟันขึ้นไปถึง 30ได้ จากนั้นก็ไปเรื่อยๆ เพราะล้อมันหนัก มันหมุนไปด้วยตัวของมันได้ง่ายขึ้น โดนลมดันหน้าก็ร่วงช้าหน่อย โดนลมดันหลังก็ไหลขึ้นไปและคงความเร็วไว้ได้นานขึ้น
ความแข็งแรงของผู้ปั่นนั่นแหละครับที่มีผลต่อเรื่องนี้ ยิ่งแข็งแรงเท่าไหร่ก็ยิ่งปั่นต้านลมปะทะขึ้นไปได้มาก ยิ่งเร็วเท่าไหร่แรงเฉื่อยในการรักษารอบการหมุนก็ยิ่งมากขึ้น มันเป็นเรื่องที่วิ่งไปด้วยกันแหละครับ
คิดกันดีๆ มองกันรอบๆ แล้วจะได้เลิกพูดกันถึงเรื่องเหวี่ยงๆ เขวี้ยงๆ พวกนี้กันซะที
มือใหม่มาอ่านดู ก็เล่นขอบสูงกันเลย บอกว่ามันเหวี่ยงดี แต่ปั่นได้ไม่กี่ทีก็ท้อ เพราะอัดยังไงๆก็ไปไม่ถึงความเร็วนั้น ทั้งๆที่ลองปั่นธรรมดาๆ เอาแค่aerobicไปก่อน แล้วก็จะพบว่าล้อขอบสูงมวลมาก มันก็ยังไหลไปได้เรื่อยๆอยู่ดี แต่อัดแล้วไม่ขึ้นหรือขึ้นช้า ก็เท่านั้นแหละ ( เคยเจอขอบ 80 - 90 ที่ร้านชิน เด็กมือใหม่อยากได้ บอกสวยดี บอกเหวี่ยงดี ปั่นได้พักหนึ่งก็เอามาฝากขาย
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
-
army ittichai
- ขาประจำ
- โพสต์: 2088
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ส.ค. 2008, 22:23
- Tel: 0804662415
- team: ไร้สังกัด ปั่นกันแถวๆศูนย์การบินทหารบก ลพบุรีครับ
- Bike: cannondale f1000 sobe team , cannondale f4000 , cannondale caad5 team saeco , cannondale six13 team saeco , cannondale system six , ginat nrs xtc team
- ตำแหน่ง: กองบินปีกหมุนที่1 ศูนย์การบินทหารบก ลพบุรี
- ติดต่อ:
Re: เรื่องของล้อเหวี่ยง เหวี่ยงทั้งสองล้อ กับเหวี่ยงล้อเดียว
รบกวนขอถามครับว่าเห็นบางท่านที่ปั่นหมอบใส่ล้อหน้าขอบต่ำ ลัอหลังขอบสูงมันช่วยอะไรได้บ้างครับ
[color=#0000BFเลขบัญชี 391-0-96569-2 ธ.กรุงเทพ สาขา สระแก้ว-ลพบุรี ชื่อบัญชี อิทธิชัย ประทัยเทพ ครับผม ขอบคุณครับ[/color]
- เสืออ้วน 129
- ขาประจำ
- โพสต์: 886
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.พ. 2011, 20:15
- team: สมาคม หาดใหญ่ปีโป้ เอ็นดูร้านซ์ คลับ , ปั่นตามหลัง เด็ก สตรี และคนชรา
- Bike: เสือภูเข็น , เสือหอบ
Re: เรื่องของล้อเหวี่ยง เหวี่ยงทั้งสองล้อ กับเหวี่ยงล้อเดียว
หน้า35 หลัง 50 กำลังดีครับ เอนกประสงค์สำหรับทางเรียบ พอใช้ได้
ขึ้นเขา ก็ไม่ขี้เหร่ ครับ
ขึ้นเขา ก็ไม่ขี้เหร่ ครับ
ตัวหนัก ปั่นช้า แรงน้อย แต่ไม่เคยหันหัวรถกลับ
รับรันอินล้อทุกชนิด ติดต่อทาง PM
You'll Never Ride Alone
รับรันอินล้อทุกชนิด ติดต่อทาง PM
You'll Never Ride Alone
- lokoong
- ขาประจำ
- โพสต์: 409
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ย. 2011, 16:53
- Bike: Canyon Aeroad CF
Re: เรื่องของล้อเหวี่ยง เหวี่ยงทั้งสองล้อ กับเหวี่ยงล้อเดียว
ตามที่คุณ Lucifer ตอบไว้อย่างชัดเจน มันก็ได้อย่างเสียอย่างสินะครับ แต่ถ้าเป็นลูกผสมๆระหว่าง ล้อ มวลน้อยกับมวลเบา
มันจะได้คุณสมบัติกลางๆรึป่าวนะ
มันจะได้คุณสมบัติกลางๆรึป่าวนะ
-
somchai peampool
- ขาประจำ
- โพสต์: 195
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ก.พ. 2011, 18:12
- Tel: 0887007809
- team: เสือ
- Bike: merrida tfr300
Re: เรื่องของล้อเหวี่ยง เหวี่ยงทั้งสองล้อ กับเหวี่ยงล้อเดียว
..หากเป็นพี่ คงต้องเลือก C นะครับ เพราะการปั่นแต่ละครั้ง คงมีทางเรียบมากกว่าขึ้นเขา (แม้ขอบสุงจะด้อยตอนขึ้นเขาเนิน) หากต้องการปั่นระดับความเร็วที่ 30-35 ซึ่งเป็นความเร็วระดับที่ดี สามารถปั่นไปได้ไกลๆ ไม่อ่อนล้าเท่าไร ...
หากเกิน 35-40 รับรองปั่นไม่ได้นาน ..หากไม่ขาแรงจิรงๆๆ .... แต่ถ้าให้ดีที่สุดๆ พี่ว่าขอบสูงซัก 32 MM เพราะได้ทุกสถานการณ์ ... หากต้องการรักษาระดับความเร็วจริงๆๆ มันต้องซ้อมๆๆๆๆ อย่างเดียว เรื่องขอบสูงขอบต่ำนั้นมีผลระดับรอง.... อย่างอาจารย์ LU กล่าวไว้
...สุดท้ายน้องต้องซ้อมๆๆๆ เข้าไว้ ท่องๆๆ ในใจ ...
ดั่งที่ว่า ซ้อมบ่อยก็แรงดี แรงดีก็วิ่งได้เร็ว มิต้องเสียตางค์มากมาย
...สุดท้ายน้องต้องซ้อมๆๆๆ เข้าไว้ ท่องๆๆ ในใจ ...
- JADE555
- ขาประจำ
- โพสต์: 7581
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.พ. 2009, 06:31
- Tel: อยากรู้ให้โทรมาถาม (- -")
- team: CARBON ASS!!!
- Bike: เหล็กมาร
Re: เรื่องของล้อเหวี่ยง เหวี่ยงทั้งสองล้อ กับเหวี่ยงล้อเดียว
ผมว่าดูสถานที่ปั่นก็ดีนะครับ ขึ้นเขาไม่ดีแน่นอน
เมืองติดทะเลลมแรงๆ ถึงจะทางราบมันก็เหนื่อยนะ เพราะลมมันตีขอบล้อตัวเองนั่นแหละ
ล้อขอบสูงมีดีคือ
1.หล่อ
2.ลู่ลม
3.ต้านลม
เอ๊ะ ยังไง!!!
เมืองติดทะเลลมแรงๆ ถึงจะทางราบมันก็เหนื่อยนะ เพราะลมมันตีขอบล้อตัวเองนั่นแหละ
ล้อขอบสูงมีดีคือ
1.หล่อ
2.ลู่ลม
3.ต้านลม
เอ๊ะ ยังไง!!!
ปั่นต่อไป จนกว่าตูดจะไหม้เป็นเถ้าถ่าน CARBON ASS TEAM
เฟรมบุบกลาง ยางก็แบน แฮนด์ก็หลุด
โซ่สะดุด ล้อสะบัด เฟืองก็แหลม
ยางนอกโล้น ขอบล้อแตก ยางในแพลม
สนิมแจม ลูกปืนร้าว รองเท้าพัง!!
เฟรมบุบกลาง ยางก็แบน แฮนด์ก็หลุด
โซ่สะดุด ล้อสะบัด เฟืองก็แหลม
ยางนอกโล้น ขอบล้อแตก ยางในแพลม
สนิมแจม ลูกปืนร้าว รองเท้าพัง!!
- ton11kop
- ขาประจำ
- โพสต์: 1125
- ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ส.ค. 2011, 08:20
- Tel: 032691414
- team: vangang // ทองเนื้อเก้า
- Bike: TREK // MERRIDA
- ตำแหน่ง: บมจ.สหวิริยาสตีลอินดัสตรี
Re: เรื่องของล้อเหวี่ยง เหวี่ยงทั้งสองล้อ กับเหวี่ยงล้อเดียว
ชอบตรงอาจารย์ LU ตอบครับเปรียบเทียบกับรถยนต์แล้วผมเข้าใจง่ายดีและผมก็รู้แล้วว่าถ้าจะปั่น 35 UP ยาวๆต้องลดห่วงยางที่เอวด่วน
ส่วนล้อขอบสูงผมเคยลองของเพือนในกลุ่มแล้วขึ้นทางชันยาวๆ 4 เนิน ปั่นซ้อมกันอาทิตย์ละ 100 กม..
( แถวบ้านผมมีครบ..ลมแรงติดทะเล..ทางชัน..)ผมขอกลับไปใช้อลูขอบต่ำดีกว่า จริงๆนะ..
( แถวบ้านผมมีครบ..ลมแรงติดทะเล..ทางชัน..)ผมขอกลับไปใช้อลูขอบต่ำดีกว่า จริงๆนะ..
-
beeggs
- ขาประจำ
- โพสต์: 3180
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ก.ย. 2008, 16:51
- Tel: 0947963336
- team: kNightBIKE
- Bike: oltre, cervelo s5, super6 evo, canyon ult slx
- ติดต่อ:
Re: เรื่องของล้อเหวี่ยง เหวี่ยงทั้งสองล้อ กับเหวี่ยงล้อเดียว
ส่วนใหญ่ขอบสูงที่ราคาไม่แพงมากน้ำหนักดูจะส่งผลต่อการออกแรงในช่วงต้นจนไม่อยากปั่น ส่วนตัวแนะนำหน้าเตี้ยหลังสูง ปั่นจนแข็งแล้วค่อยเปลี่ยนเป็นขอบสูงยกชุด แต่ว่าไปมันก็มีน้ำหนักที่พอดีอยู่ช่วง 1.2-1.4กก ต่อคู่ที่ปั่นแล้วสนุก
วัยทำงาน มีแรง มีตังค์ ไม่มีเวลา
- DOCTORCHAN
- ขาประจำ
- โพสต์: 2072
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ก.ย. 2010, 19:56
- team: Happy Saturday
- Bike: CERVELO R3. R 5
Re: เรื่องของล้อเหวี่ยง เหวี่ยงทั้งสองล้อ กับเหวี่ยงล้อเดียว
lucifer เขียน:ความจริงเนี่ย เรื่องเหวี่ยงนี่ มันก็พูดกันจนฟังแล้ว งงๆ
ผมว่ามันขึ้นกับ เรี่ยวแรง และวิธีการปั่น ตลอดจนถึงความต้องการในการจะรักษารอบขาด้วย
เพราะเอาเข้าจริงๆ เรื่องแบบนี้มันก็คล้ายกับ Flywheelของเครื่องยนต์ครับ ขอบล้อมวลสูง (ไม่ได้บอกว่าขอบสูงเสมอไปนะครับ) เมื่อมันหมุนแล้ว มันก็ไม่อยากจะหยุดหมุน และเมื่อมันหยุดหมุน มันก็ไม่อยากจะหมุน
ซึ่งตรงกันข้ามกับขอบล้อมวลเบาที่เมื่อหมุนแล้วก็อยากจะหยุดหมุน เมื่อหยุดหมุนก็ง่ายต่อการจะทำให้หมุนอีก
ขอบล้อมวลสูง มันก็ไต่รอบได้ช้าหน่อย ถ้าจะต้องการให้มันไต่รอบได้เร็วก็ต้องแข็งแรงมากหน่อย พอมันหมุนไปถึงจุดๆหนึ่ง มันก็มีความเฉื่อยเชิงมุมที่จะรักษาการหมุนของมันไปได้ต่อๆไป ถ้ามันหมุนได้เร็วมาก แรงเฉื่อยก็จะมากพอจะเติมการหมุนไปได้ครับ ร่วมกับแรงที่เราส่งลงไปที่บันได ก็จะช่วยให้มันหมุนต่อไปได้เรื่อยๆ
ระหว่างที่รถวิ่งไปข้างหน้า ก็จะพบกับแรงต้านทานอยู่ 2 อย่างใหญ่ๆ คือ แรงต้านทานต่อการหมุนของล้อ ( ความฝืดของยางต่อพื้นถนน + ความฝืดของจุดหมุนและระบบขับเคลื่อนทั้งหลาย + ความเฉื่อยเชิงมุมของการหมุนของล้อในกรณีที่ต้องการเร่งความเร็ว ) กับ สิ่งที่หนักหนาที่สุดก็คือแรงต้านอากาศ ซึ่งจะบรรเทาลงด้วยท่าร่าง และตัวจักรยาน ( เอาเข้าจริงๆแล้ว ตัวคนปั่นเองมีพื้นที่หน้าตัดมากกว่าตัวจักรยานเยอะ ผลจากตัวคนปั่นจึงโดดเด่นที่สุด ดังนั้นหากท่าร่างดี ปรับตัวได้ลู่ลมดี ค่านี้ก็จะลดลง )
สิ่งที่ตรงข้ามกับแรงต้านทาน ก็คือ แรงขับเคลื่อน ซึ่งจะประกอบด้วย แรงของผู้ปั่นที่จะส่งลงไปที่บันไดไปหมุนล้อ + ความเฉื่อยของรถเอง ซึ่งประกอบด้วยตัวรถและความเฉื่อยเชิงมุมอันเกิดจากความเร็วของล้อ
น้ำหนักของล้อก็เปรียบเหมือนน้ำหนักของFlyWheel หากหนักแต่เครื่องยนต์แรงน้อย มันก็ไต่รอบได้ช้า แล้วก็มีรอบที่จำกัด คล้ายกับล้อที่มีมวลของขอบมาก แต่ถ้าเครื่องยนต์มีแรงมาก ถึงแม้ว่าFlywheelจะหนักหน่อย แต่เมื่อลากรอบขึ้นไปได้สูงมาก ความเฉื่อยเชิงมุมที่รอบการหมุนสูงๆก็จะมีมากตามไปด้วย ทำให้มันยังคงรักษารอบต่อไปได้
เรื่องทั้งหมดจึงมาตกอยู่ที่แรงของผู้ปั่นเองเป็นสำคัญ เพราะหากจะต้องปั่นให้ล้อหมุนขึ้นไปจนถึงความเร็วที่มากกว่า 35 กม/ชม. ได้ ผู้ปั่นต้องแข็งแรงพอที่จะต้องเอาชนะแรงเฉื่อยเชิงมุมต่อการหมุนเพิ่มรอบของล้อที่มีมวลของขอบมากๆ + ต้องเอาชนะแรงต้านของลมที่จะเพิ่มขึ้นเป็นยกกำลัง2ของความเร็วที่เพิ่มขึ้น ( เร่งจาก 20 กม/ชม เป็น 40กม/ชม ความเร็วเพิ่มขึ้น 2เท่า แรงต้านอากาศเพิ่มขึ้น 4 เท่านะครับ )
ดังนั้นคนที่แข็งแรงมาก ขาแข็ง ขาเทพ จึงรู้สึกว่าพวกล้อขอบสูงนั้นมันจะเหวี่ยงที่ความเร็วสูงๆ เพราะที่ความเร็วสูงๆนั้น ตัวเองมีแรงมากพอจะปั่นขึ้นไปให้ถึงได้ และที่ความเร็วสูง ความเฉื่อยเชิงมุมในการรักษารอบการหมุนของล้อขอบมวลมากก็จะมีค่ามากตามไปด้วย มันจึงช่วยรักษาความเร็วเอาไว้ได้นั่นเอง
แต่สำหรับคนที่มีความแข็งแรงอยู่ในระดับเฉลี่ย ก็อาจจะไม่สามารถพาล้อขอบมวลสูงขึ้นไปหมุนที่ความเร็วสัก 35 -40 ได้นานๆ เพราะกว่าจะขึ้นไปถึงก็เจอแรงต้านมากมายซึ่งบั่นทอนเรี่ยวแรงไปมาก พอไปถึงความเร็วที่ 35 ขึ้นไป ก็เอาชนะแรงต้านอากาศไม่ไหว ความเฉื่อยของการหมุนของล้อก็ไม่สามารถจะช่วยอะไรได้
การช่วยรักษารอบการหมุนของล้ออันเป็นผลมาจากมวลของขอบล้อนั้น ตามหลักฟิสิกส์แล้ว มันจึงมีผลทุกๆความเร็วครับ แรงไม่มากพอจะฝ่าลมขึ้นไปได้ ก็ใช้ความเร็วแค่ 30 ไปเรื่อยๆ ไม่เร่งความเร็ว ไม่กดดันตัวเอง แรงเหวี่ยงของล้อขอบสูงมวลมากก็ช่วยส่งเสริมตรงนี้ได้เช่นกัน
ตรงนี้ผมสัมผัสได้จากการที่เริ่มกลับมาปั่นจักรยานใหม่ ลองมันหมดทั้งขอบ 32mm ขอบ 50mm สิ่งที่ผมพบก็คือ ในตอนแรกๆที่ไม่ค่อยจะฟิตเลยนั้น ล้อขอบ 32 mm จะไปได้ราวๆ 27-28 เจอลมเข้าหน่อยก็ร่วง ถ้าไม่มีลมส่งท้ายไม่มีลมดันหน้า ก็เลี้ยงสบายๆไปที่ 27-28 ได้สบาย เร็วกว่านั้นชักจะเหนื่อย พอเอาล้อ 52mm มาใช้ ตัวล้อเองก็หนัก ขอบก็หนัก ( อลู + คาร์บอน ) ผมกัดฟันขึ้นไปถึง 30ได้ จากนั้นก็ไปเรื่อยๆ เพราะล้อมันหนัก มันหมุนไปด้วยตัวของมันได้ง่ายขึ้น โดนลมดันหน้าก็ร่วงช้าหน่อย โดนลมดันหลังก็ไหลขึ้นไปและคงความเร็วไว้ได้นานขึ้น
ความแข็งแรงของผู้ปั่นนั่นแหละครับที่มีผลต่อเรื่องนี้ ยิ่งแข็งแรงเท่าไหร่ก็ยิ่งปั่นต้านลมปะทะขึ้นไปได้มาก ยิ่งเร็วเท่าไหร่แรงเฉื่อยในการรักษารอบการหมุนก็ยิ่งมากขึ้น มันเป็นเรื่องที่วิ่งไปด้วยกันแหละครับ
คิดกันดีๆ มองกันรอบๆ แล้วจะได้เลิกพูดกันถึงเรื่องเหวี่ยงๆ เขวี้ยงๆ พวกนี้กันซะที
มือใหม่มาอ่านดู ก็เล่นขอบสูงกันเลย บอกว่ามันเหวี่ยงดี แต่ปั่นได้ไม่กี่ทีก็ท้อ เพราะอัดยังไงๆก็ไปไม่ถึงความเร็วนั้น ทั้งๆที่ลองปั่นธรรมดาๆ เอาแค่aerobicไปก่อน แล้วก็จะพบว่าล้อขอบสูงมวลมาก มันก็ยังไหลไปได้เรื่อยๆอยู่ดี แต่อัดแล้วไม่ขึ้นหรือขึ้นช้า ก็เท่านั้นแหละ ( เคยเจอขอบ 80 - 90 ที่ร้านชิน เด็กมือใหม่อยากได้ บอกสวยดี บอกเหวี่ยงดี ปั่นได้พักหนึ่งก็เอามาฝากขาย![]()
![]()
)
![]()
![]()
![]()
ผู้ชนะ ที่เหนือ ผู้ชนะ ทั้งปวง
คือ ชนะทั้ง การแข่งขัน และ ชนะ ใจ ผู้ร่วมแข่งขัน ด้วย
คือ ชนะทั้ง การแข่งขัน และ ชนะ ใจ ผู้ร่วมแข่งขัน ด้วย
-
army ittichai
- ขาประจำ
- โพสต์: 2088
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ส.ค. 2008, 22:23
- Tel: 0804662415
- team: ไร้สังกัด ปั่นกันแถวๆศูนย์การบินทหารบก ลพบุรีครับ
- Bike: cannondale f1000 sobe team , cannondale f4000 , cannondale caad5 team saeco , cannondale six13 team saeco , cannondale system six , ginat nrs xtc team
- ตำแหน่ง: กองบินปีกหมุนที่1 ศูนย์การบินทหารบก ลพบุรี
- ติดต่อ:
Re: เรื่องของล้อเหวี่ยง เหวี่ยงทั้งสองล้อ กับเหวี่ยงล้อเดียว
รบกวนสอบถามหน่อยครับถ้าปัจจุบันผมปั่นยืนความเร็ว30ต้นๆได้แล้วตอนนี้ใส่ขอบสูงหน้าหลังถ้าไปใส่ขอบต่ำล้อหน้าล้อหลังขอบสูงมันจะทำให้แรงเหวี่ยงลดลงมั๊ยครับbeeggs เขียน:ส่วนใหญ่ขอบสูงที่ราคาไม่แพงมากน้ำหนักดูจะส่งผลต่อการออกแรงในช่วงต้นจนไม่อยากปั่น ส่วนตัวแนะนำหน้าเตี้ยหลังสูง ปั่นจนแข็งแล้วค่อยเปลี่ยนเป็นขอบสูงยกชุด แต่ว่าไปมันก็มีน้ำหนักที่พอดีอยู่ช่วง 1.2-1.4กก ต่อคู่ที่ปั่นแล้วสนุก
[color=#0000BFเลขบัญชี 391-0-96569-2 ธ.กรุงเทพ สาขา สระแก้ว-ลพบุรี ชื่อบัญชี อิทธิชัย ประทัยเทพ ครับผม ขอบคุณครับ[/color]
- Sympho
- ขาประจำ
- โพสต์: 953
- ลงทะเบียนเมื่อ: 22 พ.ค. 2010, 23:06
- Bike: Fuji Tahoe , Bianchi 1885
- ตำแหน่ง: CMU
Re: เรื่องของล้อเหวี่ยง เหวี่ยงทั้งสองล้อ กับเหวี่ยงล้อเดียว
ถ้าคุยเรื่องนี้ สำหรับล้อ ขอบสูง-ต่ำ หนัก-เบา
ต้องแยกเรื่องมวลของล้อ(โมเมนต์ความเฉื่อย)
กับความสูงของขอบ(แอร์โรไดนามิกส์ แรงต้านอากาศ กระแสอากาศปั่นป่วน)
ด้วยรึปล่าวครับ ตามที่เรียนมา มันมี2เรื่องปนกันอยู่
แล้วผมก็เคยถามในนี้แหละว่า มวลของล้อเท่ากัน ขอบ สูง กับ ขอบต่ำ จะมีความเหวี่ยงที่ว่าต่างกันมั้ย ก็ได้คำตอบว่า ขอบสูงเหวี่ยงกว่า
ทุกวันนี้ผมก็ยังไม่เข้าใจ จะไปหาล้อมาทดลองด้วยตัวเองก็ไม่มีตัง

ต้องแยกเรื่องมวลของล้อ(โมเมนต์ความเฉื่อย)
กับความสูงของขอบ(แอร์โรไดนามิกส์ แรงต้านอากาศ กระแสอากาศปั่นป่วน)
ด้วยรึปล่าวครับ ตามที่เรียนมา มันมี2เรื่องปนกันอยู่
แล้วผมก็เคยถามในนี้แหละว่า มวลของล้อเท่ากัน ขอบ สูง กับ ขอบต่ำ จะมีความเหวี่ยงที่ว่าต่างกันมั้ย ก็ได้คำตอบว่า ขอบสูงเหวี่ยงกว่า
ทุกวันนี้ผมก็ยังไม่เข้าใจ จะไปหาล้อมาทดลองด้วยตัวเองก็ไม่มีตัง
-
Cycling B®y
- ขาประจำ
- โพสต์: 19808
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 10:41
- team: RAWAI Criterium Team. Phuket.
Re: เรื่องของล้อเหวี่ยง เหวี่ยงทั้งสองล้อ กับเหวี่ยงล้อเดียว
ล้อที่ดีมันต้องอยู่ที่ความลื่นไหล และน้ำหนักเป็นหลัก..
ถ้าล้อขอบต่ำ แต่หนัก มันก็ขี่ขึ้นเขาไม่ได้ดีเท่าล้อขอบสูงแต่เบาครับ..
โปรทัวร์ระดับโลกที่ผ่านๆมาในระยะหลัง พวกนักไตเขาหลายคนเลือกใช้ขอบสูง ปั่นขึ้นเขากันครับ..แล้วก็ชนะด้วย.
ป้ายบอกความชัน....

สูงถึงเมฆเลย....

ดูเส้นทางหฤโหดของเขาลูกนี้...



Juan Jose Cobo ใช้ล้อขอบสูงเบาๆพิชิตเส้นทางเขาชันๆโหดๆแบบนี้ ได้อย่างเหนือชั้น...คว้าแชมป์ Vuelta a Espana 2011... ใครที่เคยคิดว่าล้อขอบสูงขึ้นเขาไม่ได้ดี หยุดความคิดนั้นไว้ได้เลย....

ถ้าล้อขอบต่ำ แต่หนัก มันก็ขี่ขึ้นเขาไม่ได้ดีเท่าล้อขอบสูงแต่เบาครับ..
โปรทัวร์ระดับโลกที่ผ่านๆมาในระยะหลัง พวกนักไตเขาหลายคนเลือกใช้ขอบสูง ปั่นขึ้นเขากันครับ..แล้วก็ชนะด้วย.
ป้ายบอกความชัน....

สูงถึงเมฆเลย....

ดูเส้นทางหฤโหดของเขาลูกนี้...



Juan Jose Cobo ใช้ล้อขอบสูงเบาๆพิชิตเส้นทางเขาชันๆโหดๆแบบนี้ ได้อย่างเหนือชั้น...คว้าแชมป์ Vuelta a Espana 2011... ใครที่เคยคิดว่าล้อขอบสูงขึ้นเขาไม่ได้ดี หยุดความคิดนั้นไว้ได้เลย....

▄▀▄▀ รายงายสด ผลการแข่ง พร้อมวีดีโอ การแข่งจักรยานโปรทัวร์ https://www.facebook.com/groups/183810108467489/ ▄▀▄▀
__________________________________________________________________________________
__________________________________________________________________________________