TGCAT เขียน:![]()
ตายหงส์ ตายห่านได้ครับ....
![]()
เสือหมอบยุคใหม่ใช้ disc brake
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
- BoyMTB
- ขาประจำ
- โพสต์: 2785
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 09:36
- Tel: 084-0222-910
- team: Boy'z Bike
- Bike: Giant Anthem,Giant XTC A1,Specialized Allez Alu/Carbon
- ตำแหน่ง: เด็กดอนเมือง
- ติดต่อ:
Re: เสือหมอบยุคใหม่ใช้ disc brake
สินค้า
Park Tool,Hope, Buff ,Shimano, Topeak,
Line @ BoyMTB
Park Tool,Hope, Buff ,Shimano, Topeak,
Line @ BoyMTB
- Auddy23
- ขาประจำ
- โพสต์: 3336
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 12:50
- Tel: 088-5639986 / 064-3532604
- team: ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพ จังหวัดหนองคาย
- Bike: Litespeed Tricycle Mini 2003
Re: เสือหมอบยุคใหม่ใช้ disc brake
HOPE ก็มีนะครับ 
- ไฟล์แนบ
-
- 2-GA0001-FE-058501-l.jpg (48.9 KiB) เข้าดูแล้ว 3187 ครั้ง
-
- 2-GA0001.jpg (68.52 KiB) เข้าดูแล้ว 3187 ครั้ง
รวมรถ : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=70&t=49907
Line ID : auddybike23
ที่อยู่ : กีรติ เลืองยวี 587 ถ.ประจักษ์ อ.เมือง จ.หนองคาย 43000
Bank : ไทยพาณิชย์ / สาขาหนองคาย / 624-247-1851 / กีรติ เลืองยวี
Line ID : auddybike23
ที่อยู่ : กีรติ เลืองยวี 587 ถ.ประจักษ์ อ.เมือง จ.หนองคาย 43000
Bank : ไทยพาณิชย์ / สาขาหนองคาย / 624-247-1851 / กีรติ เลืองยวี
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: เสือหมอบยุคใหม่ใช้ disc brake
ข้อสังเกตเกี่ยวกับ Disc Brake กับเสือหมอบ ที่ทำไมหลายปีมาแล้วมันก็ยังไม่เคยได้รับการยอมรับซะที ทั้งๆที่ดิสเบรคพัฒนามามากกว่า 10ปีแล้ว และ เสือหมอบใส่ disc brake ก็มีมานานแล้วเช่นกัน เพียงแต่ไม่ได้มีให้เห็นในรถยี่ห้อดังๆ หรือ ยี่ห้อที่ทำรถลงแข่งขัน จะว่า UCI ban ก็คงจะเหตุผลหนึ่ง แต่มาดูเหตุผลอื่นๆกันบ้าง
1. น้ำหนัก ไม่ว่ามันจะเป็นดิสสาย หรือ ดิสน้ำมัน น้ำหนักรวมๆของมันย่อมจะมากกว่าระบบเบรคก้ามปูอยู่แล้ว แค่หนักกว่าเพียงนิดเดียวก็ไม่น่าสนใจแล้วใช่ไหมครับ
2. ความเหมาะสมกับการใช้งานจริงบนถนน เสือหมอบผิดกับเสือภูเขาตรงที่การใช้งานอยู่บนถนนเสียเป็นส่วนใหญ่ ยกเว้นบางแมทช์พิเศษจริงๆ ที่ว่ากันอีกเรื่องหนึ่ง ใครๆก็รู้ว่าดิสเบรคมันสามารถควบคุมแรงเบรคได้ดีกว่าrim brake เพราะโดยระบบแล้วมันต้องใช้แรงกระทำกับจานเบรคมากกว่ากระทำกับขอบล้อ การจัดสรรแรงเบรคบนดิสเบรคจึงทำได้ง่ายกว่า ภาษาปะกิตเขาเรียกว่า modulate เบรคได้เนียนกว่า สำหรับMTBดิสเบรคจึงเป็นความสุขในการบังคับรถ โดยเฉพาะการลงเขายาวๆ ที่ริมเบรคจะทำให้ขอบล้อร้อนจนหัวศรหรือจุ๊บลมละลายจนลมรั่วได้ หรือ ในทางร่วนซุย ริมเบรคสามารถทำให้ล้อล้อคตายได้อย่างง่ายดาย แต่เสือหมอบไม่ใช่ เพราะแทรคชั่นบนพื้นถนนกับผิวหน้ายางอยู่ในระดับที่สูงมาก ร่วมกับมือเบรคของเสือหมอบเอง ก็ออกแบบมาให้บริหารแรงเบรคได้อย่างนุ่มนวลกว่าของเสือภูเขาอยู่แล้ว ข้อดีของดิสเบรคที่เหนือกว่าริมเบรคในเสือภูเขา จึงไม่ค่อยให้ความเหนือกว่าอย่างชัดเจนบนรถถนน
3. ดุมหน้ามีความกว้าง 100 mm ส่วนของปีกดุมหรือ flange จะเป็นตัวเกี่ยวกับหัวซี่ลวด , ส่วนตะเกียบของเสือหมอบจะมีลักษณะที่ด้านบนตีบแคบ แล้วมาบานผายด้านล่าง ผิดกับชอคหน้าของเสือภูเขาที่ด้านบน(crown)จะกว้าง ขาชอคจะทิ่งดิ่งตรงลงมาอย่างขนานกัน ทำให้การติดตั้งดิสเบรคบนเสือภูเขาเป็นเรื่องง่าย เพราะตะเกียบเสือภูเขาแบบใส่ดิสเบรคหรือชอคหน้า จะมีส่วนcrownที่กว้างเพื่อให้ใช้กับล้อกว้างๆ ก็เลยเป็นประโยชน์สำหรับให้ใบดิสสามารถมีที่อยู่ได้ แต่การใช้crown กว้าง ก็ทำให้ลดความstiff ของชอคหน้าหรือตะเกียบหน้าลง ตะเกียบของเสือหมอบที่ส่วนบนสุดแคบ หนา แล้วค่อยบานออกด้านล่างจึงเป็นคำอธิบายของความstiffของตะเกียบเสือหมอบ หากจะทำให้ตะเกียบเสือหมอบติดตั้งดิสเบรคได้ ก็จะต้องเปลี่ยนแปลงรูปทรงของมัน แล้วต้องเพิ่มความหนาขึ้นชดเชย เพื่อรักษาความstiffเอาไว้ --> น้ำหนักเพิ่มขึ้น
4. ระยะห่างระหว่างปีกดุมทั้ง 2 ข้าง ถ้าเราดูปีกดุมของดุมหน้าเสือหมอบ เราจะพบว่าปีกดุมจะขยายออกไปจนเกือบๆจะสุดดุม แต่ดุมสำหรับดิสเบรคนั้น ปีกดุมด้านซ้าย ( ส่วนที่ยึดกับใบดิสเบรค )จะต้องหลุบเข้ามาด้านในเพื่อหลบที่ให้กับใบดิส ถึงแม้ว่าดุมของshimanoที่ออกแบบการยึดใบดิสในลักษณะของcentral hub เพื่อลดการเบียดบังที่ของปีกดุมด้านซ้าย ทำให้ระยะห่างของปีกดุม 2 ข้างกว้างขึ้น แต่ก็ยังไม่มีทางกว้างกว่าดุมที่ไม่ได้ออกแบบมาใช้กับดิสเบรค ---> เรื่องจริงที่ต้องทราบคือ ความstiff ของชุดล้อนั้นมาจากขอบล้อ และแรงดึงของซี่ล้อ ล้อที่ปีกดุม2 ข้างห่างกันมากเท่าไหร่ มุมของซี่ล้อยิ่งลาดเอียงลงมา ทำให้แตกแรงออกมาได้แรงดึงทางด้านข้างเพิ่มขึ้น ทำให้ล้อมี lateral stiffness หรือ ความstiff ทางด้านข้างเพิ่มขึ้น --> ดังนั้นล้อหน้าเสือหมอบที่ใส่ดิสเบรค โดยยังคงใช้ดุมกว้าง 100mm เท่าเดิม ย่อมต้องลดความห่างระหว่างปีกดุมทั้ง2 ข้างลงเพื่อหลบทางให้ดิสเบรค ล้อนั้นย่อมจะเสียความstiff ทางด้านข้างลง โปรทั้งหลายย่อมไม่โปรดอย่างแน่นอน เพราะเวลายืนโยกหน้าเส้นบนล้อหน้าที่ไม่stiffพอ ย่อมไร้ซึ่งรสชาดและความสุขอย่างไม่ต้องสงสัย
วิธีแก้ คือ ใช้ซี่ล้อที่ใหญ่ขึ้น ตึงขึ้น ขอบล้อที่แข็งมาก ( แต่ก็ยังชดเชยstiffทางด้านข้างที่ลดลงได้ไม่ดี ผิดกับการเพิ่มระยะห่างระหว่างปีกดุมให้มากขึ้น หรือ เพิ่มความสูงของปีกดุมให้สูงขึ้น เพื่อมุมของซี่ล้อจะได้มีมากขึ้น แต่นั่นก็หมายถึงน้ำหนักของชุดล้อที่จะต้องเพิ่มขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย
รวมความแล้วทั้งจาก 3 และ 4 ล้วนแต่ส่งผลต่อความstiff ของชุดล้อหน้า และตะเกียบหน้า อย่างไม่ต้องสงสัย
ส่วนดุมหลังที่กว้างเพียง 130mm ซึ่งปีกดุมด้านขวาก็โดนเบียดบังไปกับชุดเฟืองแล้ว แล้วถ้าด้านซ้ายก็โดนเบียดบังเข้าไปอีก คิดต่อเอาเองก็แล้วกัน
5. ดิสเบรคเป็นระบบเบรคที่ไม่สมมาตร ริมเบรคเป็นระบบเบรคที่สมมาตร
เพราะดิสเบรคจะวางจานเบรคไว้ทางด้านซ้ายของตะเกียบหน้า เมื่อดิสเบรคทำงาน ชุดแคลิปเปอร์ของเบรคที่ยึดอยู่กับปลายขาตะเกียบด้านซ้ายจะรับแรงที่ทำให้เกิดการบิดตัว แต่ขาตะเกียบด้านขวาไม่ต้องรับloadอันใด สำหรับประเด็นนี้เคยเป็นที่ถกเถียงกันมาในครั้งที่ดิสเบรคเริ่มเข้ามามีบทบาทกับเสือภูเขา เราก็จะพบว่าชอครุ่นแรกๆที่ทำมาให้ใช้กับดิสเบรค จะมีปัญหาเรื่องของบูชชิ่งของขาชอคด้านซ้ายเกิดอาการคลอน และหลวม โยกเยก หลังจากใช้งานไปได้สักพักหนึ่ง ส่วนด้านขวาปกติ ทั้งนี้เพราะแรงที่กระทำโดยดิสเบรคต่อขาชอคด้านซ้ายเพียงด้านเดียว ซึ่งผู้ผลิตชอคจึงจำเป็นต้องออกแบบขาบนและกระบอกล่างให้แข็งแรงขึ้น ออกแบบบูชชิ่งให้ใหญ่ ยาว และแข็งแรงขึ้นกว่าเดิม เพื่อทนทานต่อการรับแรงในลักษณะการบิดตัวให้ได้
ย้อนมาที่เสือหมอบ ยุคนี้ตะเกียบคาร์บอนไฟเบอร์คือสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐาน แต่ส่วนของดรอปเอาท์ที่ยึดกับแกนดุมล้อก็ยังคงต้องเป็นโลหะอยู่ดี ดังนั้นจึงต้องเชื่อมปลายขาตะเกียบคาร์บอนเข้ากับดรอปเอาท์โลหะอย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งจุดเชื่อมนี้จะเป็นจุดที่เรียกว่า stress raiser แล้วถ้าหากทำการติดตั้งชุดยึดกับอแดปเตอร์สำหรับยึดแคลิปเปอร์ของดิสเบรค ซึ่งก็หมายถึงว่าปลายดรอปโลหะจะต้องยืดยาวขึ้นมาอีกเพื่อจะได้มีพื้นที่มากพอจะรับกับชุดแคลิปเปอร์ได้ ( ไปคิดต่อเอาเองในเรื่องแขนของคานที่ยาวขึ้น กับการรับแรงกระทำต่อ stress raiser ) แต่ที่เหนืออื่นใด เมื่อดิสเบรคทำงาน แรงกระทำต่อจุดที่เป็นstress raiser จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก ความที่รอยต่อระหว่างปลายขาตะเกียบกับดรอปเอาท์โลหะที่ไม่ใช่วัตถุชิ้นเดียวกัน แต่เชื่อมต่อกันด้วยกาวอีปอกซี่เรซิน ก็ต้องตั้งคำถามให้ตอบให้ได้ว่า กาวมันทนแรงเค้น แรงบิด แรงหมุนในลักษณะซ้ำๆซากๆได้แค่ไหน แล้วเนื้อคาร์บอนไฟเบอร์ที่ถัดขึ้นมาจากปลายของดรอปเอาท์ที่ฝังอยู่ด้านใน มันจะทนได้แค่ไหน เพราะถึงกาวจะทนได้ แล้วคาร์บอนไฟเบอร์ทนไหวไหม ต้องชดเชยความหนา ขนาด เส้นใย กันแค่ไหน???
อุทธาหรณ์เรื่องนี้มาจากเสือภูเขารุ่นทอปของรถค่ายหนึ่ง ที่ใช้คาร์บอนไฟเบอร์โมโนคอค แล้วเกิดรอยแตกในส่วนของปลายตะเกียบโซ่ด้านซ้ายที่เชื่อมกับดรอปเอาท์ที่ยึดกับตัวดิสเบรค แม้ว่าทางโรงงานผู้ผลิตจะตะแบงเอาข้างๆคูๆว่า ความร้อนจากดิสเบรคทำให้เกิดการเสื่อมของกาวหรือเนื้อคาร์บอนที่เชื่อมกันอยู่ ซึ่งคิดดูง่ายๆว่า ความร้อนบนใบดิสแผ่นบางๆ มันไม่ได้สะสมมากมายจนสามารถแผ่่รังสีความร้อนผ่านอากาศเป็นระยะทาง 2-3 ซม. ไปทำลายกาวหรือทำลายโครงสร้างของคาร์บอนไฟเบอร์ตรงนั้นได้อย่างแน่นอน ( ดิสเบรคเสือภูเขา ไม่ใช่ดิสเบรครถแข่งนะครับ ขนาดรถธรรมดา ขับรถเขายาวๆ เหยียบเบรคแช่กันลงมา น้ำมันเบรคมาตรฐานที่ใช้กันอยู่ก็ยังไม่เดือดเลย ซึ่งจุดเดือดของน้ำมันเบรคมันอยู่ต่ำกว่าความสามารถในการทนความร้อนของกาวอีปอกซี่มาก ) เรื่องนี้จึงอธิบายด้วยเหตุผลที่มาจากความล้มเหลวของการออกแบบ และstress raiser จนทำให้เกิดการแตกหักในที่สุด
ดังนั้นหากจะนำดิสเบรคมาใช้กับเสือหมอบได้อย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และคงทน ไม่บั่นทอนโครงสร้างหลักอื่นๆ สิ่งที่ต้องตามมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ก็คือ น้ำหนักโดยรวมที่จะต้องเพิ่มขึ้นมา ทั้งจากตัวดิสเบรค ใบจาน และ ต้องไปปรับปรุงดุมล้อใหม่เพื่อชดเชยความstiff ของล้อ และปรับปรุงโครงสร้างของเฟรมและตะเกียบ
เมื่อเทียบกับริมเบรคหรือเบรคก้ามปูในปัจจุบันที่ไม่ได้มีอะไรที่ด้อยกว่าในเรื่องการใช้งาน รวมถึงอุปกรณ์ชุดล้อ เฟรม ต่างก็เข้ากันได้โดยไม่ต้องปรับปรุงอะไรใหม่อยู่แล้ว ก็เลยเป็นอะไรที่บ่งบอกได้ว่าดิสเบรคคงจะเจริญได้ยากพอสมควร
เสือหมอบดิสเบรคจะเหมาะสำหรับคนที่ต้องการอะไรที่ไม่เหมือนใคร โดยไม่คำนึงถึงประสิทธิภาพหรือประโยชน์ใช้สอยและสิ่งอื่นๆที่ประกอบขึ้นร่วมกัน
1. น้ำหนัก ไม่ว่ามันจะเป็นดิสสาย หรือ ดิสน้ำมัน น้ำหนักรวมๆของมันย่อมจะมากกว่าระบบเบรคก้ามปูอยู่แล้ว แค่หนักกว่าเพียงนิดเดียวก็ไม่น่าสนใจแล้วใช่ไหมครับ
2. ความเหมาะสมกับการใช้งานจริงบนถนน เสือหมอบผิดกับเสือภูเขาตรงที่การใช้งานอยู่บนถนนเสียเป็นส่วนใหญ่ ยกเว้นบางแมทช์พิเศษจริงๆ ที่ว่ากันอีกเรื่องหนึ่ง ใครๆก็รู้ว่าดิสเบรคมันสามารถควบคุมแรงเบรคได้ดีกว่าrim brake เพราะโดยระบบแล้วมันต้องใช้แรงกระทำกับจานเบรคมากกว่ากระทำกับขอบล้อ การจัดสรรแรงเบรคบนดิสเบรคจึงทำได้ง่ายกว่า ภาษาปะกิตเขาเรียกว่า modulate เบรคได้เนียนกว่า สำหรับMTBดิสเบรคจึงเป็นความสุขในการบังคับรถ โดยเฉพาะการลงเขายาวๆ ที่ริมเบรคจะทำให้ขอบล้อร้อนจนหัวศรหรือจุ๊บลมละลายจนลมรั่วได้ หรือ ในทางร่วนซุย ริมเบรคสามารถทำให้ล้อล้อคตายได้อย่างง่ายดาย แต่เสือหมอบไม่ใช่ เพราะแทรคชั่นบนพื้นถนนกับผิวหน้ายางอยู่ในระดับที่สูงมาก ร่วมกับมือเบรคของเสือหมอบเอง ก็ออกแบบมาให้บริหารแรงเบรคได้อย่างนุ่มนวลกว่าของเสือภูเขาอยู่แล้ว ข้อดีของดิสเบรคที่เหนือกว่าริมเบรคในเสือภูเขา จึงไม่ค่อยให้ความเหนือกว่าอย่างชัดเจนบนรถถนน
3. ดุมหน้ามีความกว้าง 100 mm ส่วนของปีกดุมหรือ flange จะเป็นตัวเกี่ยวกับหัวซี่ลวด , ส่วนตะเกียบของเสือหมอบจะมีลักษณะที่ด้านบนตีบแคบ แล้วมาบานผายด้านล่าง ผิดกับชอคหน้าของเสือภูเขาที่ด้านบน(crown)จะกว้าง ขาชอคจะทิ่งดิ่งตรงลงมาอย่างขนานกัน ทำให้การติดตั้งดิสเบรคบนเสือภูเขาเป็นเรื่องง่าย เพราะตะเกียบเสือภูเขาแบบใส่ดิสเบรคหรือชอคหน้า จะมีส่วนcrownที่กว้างเพื่อให้ใช้กับล้อกว้างๆ ก็เลยเป็นประโยชน์สำหรับให้ใบดิสสามารถมีที่อยู่ได้ แต่การใช้crown กว้าง ก็ทำให้ลดความstiff ของชอคหน้าหรือตะเกียบหน้าลง ตะเกียบของเสือหมอบที่ส่วนบนสุดแคบ หนา แล้วค่อยบานออกด้านล่างจึงเป็นคำอธิบายของความstiffของตะเกียบเสือหมอบ หากจะทำให้ตะเกียบเสือหมอบติดตั้งดิสเบรคได้ ก็จะต้องเปลี่ยนแปลงรูปทรงของมัน แล้วต้องเพิ่มความหนาขึ้นชดเชย เพื่อรักษาความstiffเอาไว้ --> น้ำหนักเพิ่มขึ้น
4. ระยะห่างระหว่างปีกดุมทั้ง 2 ข้าง ถ้าเราดูปีกดุมของดุมหน้าเสือหมอบ เราจะพบว่าปีกดุมจะขยายออกไปจนเกือบๆจะสุดดุม แต่ดุมสำหรับดิสเบรคนั้น ปีกดุมด้านซ้าย ( ส่วนที่ยึดกับใบดิสเบรค )จะต้องหลุบเข้ามาด้านในเพื่อหลบที่ให้กับใบดิส ถึงแม้ว่าดุมของshimanoที่ออกแบบการยึดใบดิสในลักษณะของcentral hub เพื่อลดการเบียดบังที่ของปีกดุมด้านซ้าย ทำให้ระยะห่างของปีกดุม 2 ข้างกว้างขึ้น แต่ก็ยังไม่มีทางกว้างกว่าดุมที่ไม่ได้ออกแบบมาใช้กับดิสเบรค ---> เรื่องจริงที่ต้องทราบคือ ความstiff ของชุดล้อนั้นมาจากขอบล้อ และแรงดึงของซี่ล้อ ล้อที่ปีกดุม2 ข้างห่างกันมากเท่าไหร่ มุมของซี่ล้อยิ่งลาดเอียงลงมา ทำให้แตกแรงออกมาได้แรงดึงทางด้านข้างเพิ่มขึ้น ทำให้ล้อมี lateral stiffness หรือ ความstiff ทางด้านข้างเพิ่มขึ้น --> ดังนั้นล้อหน้าเสือหมอบที่ใส่ดิสเบรค โดยยังคงใช้ดุมกว้าง 100mm เท่าเดิม ย่อมต้องลดความห่างระหว่างปีกดุมทั้ง2 ข้างลงเพื่อหลบทางให้ดิสเบรค ล้อนั้นย่อมจะเสียความstiff ทางด้านข้างลง โปรทั้งหลายย่อมไม่โปรดอย่างแน่นอน เพราะเวลายืนโยกหน้าเส้นบนล้อหน้าที่ไม่stiffพอ ย่อมไร้ซึ่งรสชาดและความสุขอย่างไม่ต้องสงสัย
วิธีแก้ คือ ใช้ซี่ล้อที่ใหญ่ขึ้น ตึงขึ้น ขอบล้อที่แข็งมาก ( แต่ก็ยังชดเชยstiffทางด้านข้างที่ลดลงได้ไม่ดี ผิดกับการเพิ่มระยะห่างระหว่างปีกดุมให้มากขึ้น หรือ เพิ่มความสูงของปีกดุมให้สูงขึ้น เพื่อมุมของซี่ล้อจะได้มีมากขึ้น แต่นั่นก็หมายถึงน้ำหนักของชุดล้อที่จะต้องเพิ่มขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย
รวมความแล้วทั้งจาก 3 และ 4 ล้วนแต่ส่งผลต่อความstiff ของชุดล้อหน้า และตะเกียบหน้า อย่างไม่ต้องสงสัย
ส่วนดุมหลังที่กว้างเพียง 130mm ซึ่งปีกดุมด้านขวาก็โดนเบียดบังไปกับชุดเฟืองแล้ว แล้วถ้าด้านซ้ายก็โดนเบียดบังเข้าไปอีก คิดต่อเอาเองก็แล้วกัน
5. ดิสเบรคเป็นระบบเบรคที่ไม่สมมาตร ริมเบรคเป็นระบบเบรคที่สมมาตร
เพราะดิสเบรคจะวางจานเบรคไว้ทางด้านซ้ายของตะเกียบหน้า เมื่อดิสเบรคทำงาน ชุดแคลิปเปอร์ของเบรคที่ยึดอยู่กับปลายขาตะเกียบด้านซ้ายจะรับแรงที่ทำให้เกิดการบิดตัว แต่ขาตะเกียบด้านขวาไม่ต้องรับloadอันใด สำหรับประเด็นนี้เคยเป็นที่ถกเถียงกันมาในครั้งที่ดิสเบรคเริ่มเข้ามามีบทบาทกับเสือภูเขา เราก็จะพบว่าชอครุ่นแรกๆที่ทำมาให้ใช้กับดิสเบรค จะมีปัญหาเรื่องของบูชชิ่งของขาชอคด้านซ้ายเกิดอาการคลอน และหลวม โยกเยก หลังจากใช้งานไปได้สักพักหนึ่ง ส่วนด้านขวาปกติ ทั้งนี้เพราะแรงที่กระทำโดยดิสเบรคต่อขาชอคด้านซ้ายเพียงด้านเดียว ซึ่งผู้ผลิตชอคจึงจำเป็นต้องออกแบบขาบนและกระบอกล่างให้แข็งแรงขึ้น ออกแบบบูชชิ่งให้ใหญ่ ยาว และแข็งแรงขึ้นกว่าเดิม เพื่อทนทานต่อการรับแรงในลักษณะการบิดตัวให้ได้
ย้อนมาที่เสือหมอบ ยุคนี้ตะเกียบคาร์บอนไฟเบอร์คือสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐาน แต่ส่วนของดรอปเอาท์ที่ยึดกับแกนดุมล้อก็ยังคงต้องเป็นโลหะอยู่ดี ดังนั้นจึงต้องเชื่อมปลายขาตะเกียบคาร์บอนเข้ากับดรอปเอาท์โลหะอย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งจุดเชื่อมนี้จะเป็นจุดที่เรียกว่า stress raiser แล้วถ้าหากทำการติดตั้งชุดยึดกับอแดปเตอร์สำหรับยึดแคลิปเปอร์ของดิสเบรค ซึ่งก็หมายถึงว่าปลายดรอปโลหะจะต้องยืดยาวขึ้นมาอีกเพื่อจะได้มีพื้นที่มากพอจะรับกับชุดแคลิปเปอร์ได้ ( ไปคิดต่อเอาเองในเรื่องแขนของคานที่ยาวขึ้น กับการรับแรงกระทำต่อ stress raiser ) แต่ที่เหนืออื่นใด เมื่อดิสเบรคทำงาน แรงกระทำต่อจุดที่เป็นstress raiser จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก ความที่รอยต่อระหว่างปลายขาตะเกียบกับดรอปเอาท์โลหะที่ไม่ใช่วัตถุชิ้นเดียวกัน แต่เชื่อมต่อกันด้วยกาวอีปอกซี่เรซิน ก็ต้องตั้งคำถามให้ตอบให้ได้ว่า กาวมันทนแรงเค้น แรงบิด แรงหมุนในลักษณะซ้ำๆซากๆได้แค่ไหน แล้วเนื้อคาร์บอนไฟเบอร์ที่ถัดขึ้นมาจากปลายของดรอปเอาท์ที่ฝังอยู่ด้านใน มันจะทนได้แค่ไหน เพราะถึงกาวจะทนได้ แล้วคาร์บอนไฟเบอร์ทนไหวไหม ต้องชดเชยความหนา ขนาด เส้นใย กันแค่ไหน???
อุทธาหรณ์เรื่องนี้มาจากเสือภูเขารุ่นทอปของรถค่ายหนึ่ง ที่ใช้คาร์บอนไฟเบอร์โมโนคอค แล้วเกิดรอยแตกในส่วนของปลายตะเกียบโซ่ด้านซ้ายที่เชื่อมกับดรอปเอาท์ที่ยึดกับตัวดิสเบรค แม้ว่าทางโรงงานผู้ผลิตจะตะแบงเอาข้างๆคูๆว่า ความร้อนจากดิสเบรคทำให้เกิดการเสื่อมของกาวหรือเนื้อคาร์บอนที่เชื่อมกันอยู่ ซึ่งคิดดูง่ายๆว่า ความร้อนบนใบดิสแผ่นบางๆ มันไม่ได้สะสมมากมายจนสามารถแผ่่รังสีความร้อนผ่านอากาศเป็นระยะทาง 2-3 ซม. ไปทำลายกาวหรือทำลายโครงสร้างของคาร์บอนไฟเบอร์ตรงนั้นได้อย่างแน่นอน ( ดิสเบรคเสือภูเขา ไม่ใช่ดิสเบรครถแข่งนะครับ ขนาดรถธรรมดา ขับรถเขายาวๆ เหยียบเบรคแช่กันลงมา น้ำมันเบรคมาตรฐานที่ใช้กันอยู่ก็ยังไม่เดือดเลย ซึ่งจุดเดือดของน้ำมันเบรคมันอยู่ต่ำกว่าความสามารถในการทนความร้อนของกาวอีปอกซี่มาก ) เรื่องนี้จึงอธิบายด้วยเหตุผลที่มาจากความล้มเหลวของการออกแบบ และstress raiser จนทำให้เกิดการแตกหักในที่สุด
ดังนั้นหากจะนำดิสเบรคมาใช้กับเสือหมอบได้อย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และคงทน ไม่บั่นทอนโครงสร้างหลักอื่นๆ สิ่งที่ต้องตามมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ก็คือ น้ำหนักโดยรวมที่จะต้องเพิ่มขึ้นมา ทั้งจากตัวดิสเบรค ใบจาน และ ต้องไปปรับปรุงดุมล้อใหม่เพื่อชดเชยความstiff ของล้อ และปรับปรุงโครงสร้างของเฟรมและตะเกียบ
เมื่อเทียบกับริมเบรคหรือเบรคก้ามปูในปัจจุบันที่ไม่ได้มีอะไรที่ด้อยกว่าในเรื่องการใช้งาน รวมถึงอุปกรณ์ชุดล้อ เฟรม ต่างก็เข้ากันได้โดยไม่ต้องปรับปรุงอะไรใหม่อยู่แล้ว ก็เลยเป็นอะไรที่บ่งบอกได้ว่าดิสเบรคคงจะเจริญได้ยากพอสมควร
เสือหมอบดิสเบรคจะเหมาะสำหรับคนที่ต้องการอะไรที่ไม่เหมือนใคร โดยไม่คำนึงถึงประสิทธิภาพหรือประโยชน์ใช้สอยและสิ่งอื่นๆที่ประกอบขึ้นร่วมกัน
แก้ไขล่าสุดโดย lucifer เมื่อ 17 ม.ค. 2012, 07:45, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
- แมวทอง
- ขาประจำ
- โพสต์: 8671
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2010, 08:47
- team: อันนี้ลิงค์เข้า facebook ครับ https://www.facebook.com/songkran.kook
Re: เสือหมอบยุคใหม่ใช้ disc brake
ตามป๋าลูว่าไว้ครับ
คลาสสิกยิ่งนัก
ดิสท์เบรค นั้นเป็นข่าวดีของ ไซค์โครครอส (หมอบคลุกโคลน)
ยิ่งรถ TT คงไม่ต้องบอกมั้ง เพราะไม่ค่อยจะเบรคกันอยู่แล้ว
คลาสสิกยิ่งนัก
ดิสท์เบรค นั้นเป็นข่าวดีของ ไซค์โครครอส (หมอบคลุกโคลน)
ยิ่งรถ TT คงไม่ต้องบอกมั้ง เพราะไม่ค่อยจะเบรคกันอยู่แล้ว
แก้ไขล่าสุดโดย แมวทอง เมื่อ 11 ม.ค. 2012, 10:32, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
แมวทองคือแมวน้ำแมวน้ำคือแมวทะเล
- chaiwat1885
- ขาประจำ
- โพสต์: 1524
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ส.ค. 2008, 22:48
- Tel: 081 530 2823
- team: bianchi club
- Bike: Bianchi1885.. Nirone 7.. TREK1000.. หลานหลวง..DRAGON.. MTB .. BF speeding tikit.. BF Pocket Rocket.. BT
- ตำแหน่ง: CHIANGMAI
Re: เสือหมอบยุคใหม่ใช้ disc brake
ก้ามเบรคเสือหมอบรุ่นทั่วไปน้ำหนัก ก้ามหน้ารวมก้ามหลัง 300 กรัมนิดหน่อย
ถ้ารุ่นสูงน้ำหนักรวมหน้าหลังจะต่ำกว่า 300 กรัม บางรุ่นหน้าหลังไม่ถึง 200 กรัม
ประสิทธิภาพเมื่อใช้บนถนนทั่วไปหรือลงเขายาวก็ เอาอยู่
ดิสถ้าใส่แล้วน้ำหนักเกิน 300 กรัม คงเกิดกับเสือหมอบบนถนน ยากกก
ถ้ารุ่นสูงน้ำหนักรวมหน้าหลังจะต่ำกว่า 300 กรัม บางรุ่นหน้าหลังไม่ถึง 200 กรัม
ประสิทธิภาพเมื่อใช้บนถนนทั่วไปหรือลงเขายาวก็ เอาอยู่
ดิสถ้าใส่แล้วน้ำหนักเกิน 300 กรัม คงเกิดกับเสือหมอบบนถนน ยากกก
I LOVE 1885
- P0K
- สมาชิก
- โพสต์: 93
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ธ.ค. 2011, 14:13
- Tel: 080-0707870
- team: Udon MTB
- Bike: Slayer SXC30
- ตำแหน่ง: 422 ม.1 ซ.รจนา 5 ต.บ้านเลื่อม อ.เมือง จ.อุดรธานี 41000
Re: เสือหมอบยุคใหม่ใช้ disc brake
น้ำหนังเบาลงไหมอ่าครับ 
เลขบัญชี 512-2-22836-5 ธ.กสิกรไทย ออมทรัพย์
ชื่อบัญชี่ Kittituch Promnoi
------------------------------------------
•Freeride Downhill•
------------------------------------------
กรุณาส่ง
นาย กิตติธัช พรหมน้อย
422 ม.1 ซ.รจนา 5 ต.บ้านเลื่อม อ.เมือง จ.อุดรธานี 41000
ชื่อบัญชี่ Kittituch Promnoi
------------------------------------------
•Freeride Downhill•
------------------------------------------
กรุณาส่ง
นาย กิตติธัช พรหมน้อย
422 ม.1 ซ.รจนา 5 ต.บ้านเลื่อม อ.เมือง จ.อุดรธานี 41000
- DrNeung
- ขาประจำ
- โพสต์: 954
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ก.ย. 2009, 01:11
- team: SAGAI YALA
- Bike: RMB, VENGE
- ตำแหน่ง: NeuroSx BHH
Re: เสือหมอบยุคใหม่ใช้ disc brake
อ่านบทความของอาจารย์ลู ซะเพลินเลย
ยอดมาก
ยอดมาก
ขอให้ทุกๆคนมีสุขภาพดี และปลอดภัยครับ
- WTFcyclist
- ขาประจำ
- โพสต์: 428
- ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ม.ค. 2012, 03:54
- Tel: 000
- team: 000
- Bike: WTF(Wide Tire Fits) Bicycles
Re: เสือหมอบยุคใหม่ใช้ disc brake
ถ้าเป็น disc-cyclocross ตามข่าวนี้ รถต้นแบบของ Cannondale น้ำหนักก็ไม่มากจนน่ากลัวนะครับ อยู่ที่ 7.48kg (ตามกฎ UCI ต้อง >=6.8kg)lucifer เขียน:ดังนั้นหากจะนำดิสเบรคมาใช้กับเสือหมอบได้อย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และคงทน ไม่บั่นทอนโครงสร้างหลักอื่นๆ สิ่งที่ต้องตามมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ก็คือ น้ำหนักโดยรวมที่จะต้องเพิ่มขึ้นมา ทั้งจากตัวดิสเบรค ใบจาน และ ต้องไปปรับปรุงดุมล้อใหม่เพื่อชดเชยความstiff ของล้อ และปรับปรุงโครงสร้างของเฟรมและตะเกียบ
เมื่อเทียบกับริมเบรคหรือเบรคก้ามปูในปัจจุบันที่ไม่ได้มีอะไรที่ด้อยกว่าในเรื่องการใช้งาน รวมถึงอุปกรณ์ชุดล้อ เฟรม ต่างก็เข้ากันได้โดยไม่ต้องปรับปรุงอะไรใหม่อยู่แล้ว ก็เลยเป็นอะไรที่บ่งบอกได้ว่าดิสเบรคคงจะเจริญได้ยากพอสมควร
เสือหมอบดิสเบรคจะเหมาะสำหรับคนที่ต้องการอะไรที่ไม่เหมือนใคร โดยไม่คำนึงถึงประสิทธิภาพหรือประโยชน์ใช้สอยและสิ่งอื่นๆที่ประกอบขึ้นร่วมกัน
http://www.cxmagazine.com/tim-johnsons- ... cross-bike

แล้วตามข่าวนั้นใช้ BB7 mechanical disc (หน้าหลังรวมกันประมาณ 680g) แถมยังใช้ขอบล้อที่ไว้ใช้กับริมเบรคอีก ดังนั้นถ้ารออีกหน่อยก็น่าจะมี shifter/brake+hydraulic disc brake น้ำหนักเบาๆ rotor เล็กลง ขอบล้อก็น่าจะทำให้เบาลงได้เพราะไม่ต้องทนแรงอัดด้านข้าง ถึงน้ำหนักรวมจะมากขึ้นหน่อยแต่ rotational weight น่าจะน้อยลงเพราะขอบล้อมันเบาลง ถ้าเป็น road bike ทำออกมาแล้วไม่หนักก็อาจจะมีโปรเอาไปใช้บางช่วงของการแข่งขัน
ส่วนคนที่ไม่ได้จะลงแข่ง road bike แต่ขี่เยอะขี่ไปทุกที่ทุกสภาพอากาศแบบผม ขอ cyclocross disc brake ดีกว่าครับ เพราะขอบล้อใช้ได้หลายปีคุ้มเงินกว่า
“Political tags -- such as royalist, communist, democrat, populist, fascist, liberal, conservative, and so forth - are never basic criteria. The human race divides politically into those who want people to be controlled and those who have no such desire.” -- Robert A Heinlein
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: เสือหมอบยุคใหม่ใช้ disc brake
กว่าจะถึงตอนนั้นก็คงจะต้องพัฒนาด้านวัสดุให้มันทนความเครียดดังที่บอกไปแล้วก่อนหละครับ สังเกตพวกตะเกียบสำหรับดิสเบรค เห็นเป็นตะเกียบโลหะกันแทบจะทั้งนั้น เจอตะเกียบคาร์บอนบ้างไหมครับ ผมว่าถ้ามี ก็น่าจะติดตามว่าถ้าเจ้าของใช้งานมันแบบดุเดือด มันจะมีการcrackตรงรอยเชื่อมระหว่างขาdropที่ยึดเบรค กับขาตะเกียบคาร์บอนเหมือนกับในกรณีของเสือภูเขาดังที่กล่าวไปแล้ว
คงจะต้องรอกันไปครับ แต่ผมก็ยังว่า ณ ชม. นี้ คงจะต้องเฝ้าดูกันต่อไปครับ
คงจะต้องรอกันไปครับ แต่ผมก็ยังว่า ณ ชม. นี้ คงจะต้องเฝ้าดูกันต่อไปครับ
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
-
viper_ttt
- ขาประจำ
- โพสต์: 568
- ลงทะเบียนเมื่อ: 20 ม.ค. 2009, 23:08
- ติดต่อ:
Re: เสือหมอบยุคใหม่ใช้ disc brake
ความคิดผม เชื่อว่า อีกไม่นานนักเบรคดิสต้องออกมาแน่ เหมือนกับช่วงดิสกับเสือภูเขาในช่วงแรกๆ แต่เสือหมอบง่ายหน่อย เพราะไซโคครอสกรุยทางไว้แล้ว อีกทั้งเทคโนโลยีดิส ก็ถูกเสือภูเขาปั้นขัดเกลามา10กว่าปีแล้ว ..
และทุกวันนี้ คนบ้ารถเบา ก็ทำน้ำหนักเบากว่าUCIกำหนดไปหลายขุม และด้วยการตลาดและวิศวะกรรม ย่อมทำให้หมอบดิส เบาเท่าน้ำหนักขั้นต่ำได้แน่นอน
และทุกวันนี้ คนบ้ารถเบา ก็ทำน้ำหนักเบากว่าUCIกำหนดไปหลายขุม และด้วยการตลาดและวิศวะกรรม ย่อมทำให้หมอบดิส เบาเท่าน้ำหนักขั้นต่ำได้แน่นอน
- koboku
- ขาประจำ
- โพสต์: 6637
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ส.ค. 2009, 14:08
- team: ต่อนยอน
- Bike: FALCON & TCR
Re: เสือหมอบยุคใหม่ใช้ disc brake
แค่เบรคก้ามปูก็เบรคกันหัวทิ่มหัวตำกันแล้ว เอาดิสเบรคมาละ

-
giro
- ขาประจำ
- โพสต์: 3090
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
- Tel: 0865040751
- team: Team Bike And Body Cycoling
- Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
- ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
- ติดต่อ:
Re: เสือหมอบยุคใหม่ใช้ disc brake
ป๋าลูใว้มายาว ผมขอสั้นๆ ย้ำหลายรอบครับ
ไซโคลครอสไม่ใช่เสือหมอบ อย่าเอาหน้าตาของมันมาวัดครับ จำแนกกติกาและรูปแบบการแข่งต่างกันสิ้นเชิงครับ
ที่สำคัญ กำเนืดดิสค์มีเพื่อแก้ปัญหาการลดด้อยประสิทธิภาพการเบรคเมื่อมีดินโคลนติดขอบล้อครับ ไม่ใช่เรื่องกำลังเบรค
รถถนนไม่ต้องการครับ อยากได้โมกันเอาเองมีเยอะครับเป็นรถผสม
กติกายูซไอหลายข้อมีเพื่อความปลอดภัยคนับ ถึงอยากขายยังไง แต่ถ้าไม่เหมาะก็ทำตลาดกว้างๆไม่ได้ตรับเพราะดลไกมันผูกกับการทำตลาดด้วยการแข่งครับ
ไซโคลครอสไม่ใช่เสือหมอบ อย่าเอาหน้าตาของมันมาวัดครับ จำแนกกติกาและรูปแบบการแข่งต่างกันสิ้นเชิงครับ
ที่สำคัญ กำเนืดดิสค์มีเพื่อแก้ปัญหาการลดด้อยประสิทธิภาพการเบรคเมื่อมีดินโคลนติดขอบล้อครับ ไม่ใช่เรื่องกำลังเบรค
รถถนนไม่ต้องการครับ อยากได้โมกันเอาเองมีเยอะครับเป็นรถผสม
กติกายูซไอหลายข้อมีเพื่อความปลอดภัยคนับ ถึงอยากขายยังไง แต่ถ้าไม่เหมาะก็ทำตลาดกว้างๆไม่ได้ตรับเพราะดลไกมันผูกกับการทำตลาดด้วยการแข่งครับ
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
- Son of Liberty
- ขาประจำ
- โพสต์: 251
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 มี.ค. 2010, 06:32
- team: PMC Cycling
- Bike: BMC teammachine , LDG
Re: เสือหมอบยุคใหม่ใช้ disc brake
แต่ที่แน่ๆ อยากมีcyclocrossไว้ขี่เล่นในเมืองสักคัน เจอถนนเลวๆ ท่อต่างๆจะได้ไม่ต้องมาคอยหลบ
ล้านเหตุผลที่คนจะชอบปั่นจักรยาน จะน้อยมาก เวลานานหรือสั้น ก็หาใช่สำคัญไม่
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: เสือหมอบยุคใหม่ใช้ disc brake
ไม่ว่าจะเป็นเรืื่ององศา ความยาว เพราะมันเกิดมาเพื่อความเสถียรบนความเร็วที่ต่ำกว่ากัน และเกิดมาสำหรับรสชาดบนเส้นทางที่แตกต่างกัน
เห็นด้วยในเรื่องของดิสเบรคที่ทำมาสำหรับประสิทธิภาพในการเบรค โดยเฉพาะเรื่องของ modulation หรือ การเนียนเบรค ตรงนี้คนที่ปั่นเสือภูเขาในทางเละๆมาก่อน จะเข้าใจดีว่าวีเบรคบนทางโคลน มันกินยางเบรคและขอบล้อแค่ไหน เบรคยากเพียงใด
ถ้าเอาเรื่องอดีตมาคุยกัน Cyclocross มันฮิตในยุโรป ส่วน MTB มันฮิตในอเมริกา พอโลกาภิวัฒน์ ( ยุคที่มีกาในวัด แต่คนเข้าไม่ถึงวัด
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
-
ก้อย
- ขาประจำ
- โพสต์: 5452
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 22:29
- Tel: 0909094825/0896896722
- team: K-45
- Bike: เสือหมอบtrek madone /mtb ritchey/fix fuji/touring darkrock
- ตำแหน่ง: ทรงกลด สงขกุล 1141ม.7 ต.เทพารักษ์ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ10270
- ติดต่อ:
Re: เสือหมอบยุคใหม่ใช้ disc brake
เสือรุ่นล่าสุดที่ผมใช้เป็นทั้งfull-sus..+ดิสเบรค ไม่มีใครให้คห.เลยครับ เพราะเค้าเรียกไม่ถูก 
- ไฟล์แนบ
-
- 293317_124201071010099_100 copy1.JPG (111.7 KiB) เข้าดูแล้ว 2921 ครั้ง
อยู่ไปone one