เสือหมอบยุคใหม่ใช้ disc brake

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity

รูปประจำตัวสมาชิก
BoyMTB
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2785
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 09:36
Tel: 084-0222-910
team: Boy'z Bike
Bike: Giant Anthem,Giant XTC A1,Specialized Allez Alu/Carbon
ตำแหน่ง: เด็กดอนเมือง
ติดต่อ:

Re: เสือหมอบยุคใหม่ใช้ disc brake

โพสต์ โดย BoyMTB »

TGCAT เขียน::lol: :lol: ตายหงส์ ตายห่านได้ครับ.... :lol: :lol:
:lol: :lol: :lol:
สินค้า
Park Tool,Hope, Buff ,Shimano, Topeak,
Line @ BoyMTB
รูปประจำตัวสมาชิก
Auddy23
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3336
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 12:50
Tel: 088-5639986 / 064-3532604
team: ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพ จังหวัดหนองคาย
Bike: Litespeed Tricycle Mini 2003

Re: เสือหมอบยุคใหม่ใช้ disc brake

โพสต์ โดย Auddy23 »

HOPE ก็มีนะครับ :o
ไฟล์แนบ
2-GA0001-FE-058501-l.jpg
2-GA0001-FE-058501-l.jpg (48.9 KiB) เข้าดูแล้ว 3190 ครั้ง
2-GA0001.jpg
2-GA0001.jpg (68.52 KiB) เข้าดูแล้ว 3190 ครั้ง
รวมรถ : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=70&t=49907
Line ID : auddybike23
ที่อยู่ : กีรติ เลืองยวี 587 ถ.ประจักษ์ อ.เมือง จ.หนองคาย 43000
Bank : ไทยพาณิชย์ / สาขาหนองคาย / 624-247-1851 / กีรติ เลืองยวี
รูปประจำตัวสมาชิก
lucifer
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6393
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
Bike: Only 2-wheels bike
ติดต่อ:

Re: เสือหมอบยุคใหม่ใช้ disc brake

โพสต์ โดย lucifer »

ข้อสังเกตเกี่ยวกับ Disc Brake กับเสือหมอบ ที่ทำไมหลายปีมาแล้วมันก็ยังไม่เคยได้รับการยอมรับซะที ทั้งๆที่ดิสเบรคพัฒนามามากกว่า 10ปีแล้ว และ เสือหมอบใส่ disc brake ก็มีมานานแล้วเช่นกัน เพียงแต่ไม่ได้มีให้เห็นในรถยี่ห้อดังๆ หรือ ยี่ห้อที่ทำรถลงแข่งขัน จะว่า UCI ban ก็คงจะเหตุผลหนึ่ง แต่มาดูเหตุผลอื่นๆกันบ้าง

1. น้ำหนัก ไม่ว่ามันจะเป็นดิสสาย หรือ ดิสน้ำมัน น้ำหนักรวมๆของมันย่อมจะมากกว่าระบบเบรคก้ามปูอยู่แล้ว แค่หนักกว่าเพียงนิดเดียวก็ไม่น่าสนใจแล้วใช่ไหมครับ


2. ความเหมาะสมกับการใช้งานจริงบนถนน เสือหมอบผิดกับเสือภูเขาตรงที่การใช้งานอยู่บนถนนเสียเป็นส่วนใหญ่ ยกเว้นบางแมทช์พิเศษจริงๆ ที่ว่ากันอีกเรื่องหนึ่ง ใครๆก็รู้ว่าดิสเบรคมันสามารถควบคุมแรงเบรคได้ดีกว่าrim brake เพราะโดยระบบแล้วมันต้องใช้แรงกระทำกับจานเบรคมากกว่ากระทำกับขอบล้อ การจัดสรรแรงเบรคบนดิสเบรคจึงทำได้ง่ายกว่า ภาษาปะกิตเขาเรียกว่า modulate เบรคได้เนียนกว่า สำหรับMTBดิสเบรคจึงเป็นความสุขในการบังคับรถ โดยเฉพาะการลงเขายาวๆ ที่ริมเบรคจะทำให้ขอบล้อร้อนจนหัวศรหรือจุ๊บลมละลายจนลมรั่วได้ หรือ ในทางร่วนซุย ริมเบรคสามารถทำให้ล้อล้อคตายได้อย่างง่ายดาย แต่เสือหมอบไม่ใช่ เพราะแทรคชั่นบนพื้นถนนกับผิวหน้ายางอยู่ในระดับที่สูงมาก ร่วมกับมือเบรคของเสือหมอบเอง ก็ออกแบบมาให้บริหารแรงเบรคได้อย่างนุ่มนวลกว่าของเสือภูเขาอยู่แล้ว ข้อดีของดิสเบรคที่เหนือกว่าริมเบรคในเสือภูเขา จึงไม่ค่อยให้ความเหนือกว่าอย่างชัดเจนบนรถถนน


3. ดุมหน้ามีความกว้าง 100 mm ส่วนของปีกดุมหรือ flange จะเป็นตัวเกี่ยวกับหัวซี่ลวด , ส่วนตะเกียบของเสือหมอบจะมีลักษณะที่ด้านบนตีบแคบ แล้วมาบานผายด้านล่าง ผิดกับชอคหน้าของเสือภูเขาที่ด้านบน(crown)จะกว้าง ขาชอคจะทิ่งดิ่งตรงลงมาอย่างขนานกัน ทำให้การติดตั้งดิสเบรคบนเสือภูเขาเป็นเรื่องง่าย เพราะตะเกียบเสือภูเขาแบบใส่ดิสเบรคหรือชอคหน้า จะมีส่วนcrownที่กว้างเพื่อให้ใช้กับล้อกว้างๆ ก็เลยเป็นประโยชน์สำหรับให้ใบดิสสามารถมีที่อยู่ได้ แต่การใช้crown กว้าง ก็ทำให้ลดความstiff ของชอคหน้าหรือตะเกียบหน้าลง ตะเกียบของเสือหมอบที่ส่วนบนสุดแคบ หนา แล้วค่อยบานออกด้านล่างจึงเป็นคำอธิบายของความstiffของตะเกียบเสือหมอบ หากจะทำให้ตะเกียบเสือหมอบติดตั้งดิสเบรคได้ ก็จะต้องเปลี่ยนแปลงรูปทรงของมัน แล้วต้องเพิ่มความหนาขึ้นชดเชย เพื่อรักษาความstiffเอาไว้ --> น้ำหนักเพิ่มขึ้น


4. ระยะห่างระหว่างปีกดุมทั้ง 2 ข้าง ถ้าเราดูปีกดุมของดุมหน้าเสือหมอบ เราจะพบว่าปีกดุมจะขยายออกไปจนเกือบๆจะสุดดุม แต่ดุมสำหรับดิสเบรคนั้น ปีกดุมด้านซ้าย ( ส่วนที่ยึดกับใบดิสเบรค ​)จะต้องหลุบเข้ามาด้านในเพื่อหลบที่ให้กับใบดิส ถึงแม้ว่าดุมของshimanoที่ออกแบบการยึดใบดิสในลักษณะของcentral hub เพื่อลดการเบียดบังที่ของปีกดุมด้านซ้าย ทำให้ระยะห่างของปีกดุม 2 ข้างกว้างขึ้น แต่ก็ยังไม่มีทางกว้างกว่าดุมที่ไม่ได้ออกแบบมาใช้กับดิสเบรค ---> เรื่องจริงที่ต้องทราบคือ ความstiff ของชุดล้อนั้นมาจากขอบล้อ และแรงดึงของซี่ล้อ ล้อที่ปีกดุม2 ข้างห่างกันมากเท่าไหร่ มุมของซี่ล้อยิ่งลาดเอียงลงมา ทำให้แตกแรงออกมาได้แรงดึงทางด้านข้างเพิ่มขึ้น ทำให้ล้อมี lateral stiffness หรือ ความstiff ทางด้านข้างเพิ่มขึ้น --> ดังนั้นล้อหน้าเสือหมอบที่ใส่ดิสเบรค โดยยังคงใช้ดุมกว้าง 100mm เท่าเดิม ย่อมต้องลดความห่างระหว่างปีกดุมทั้ง2 ข้างลงเพื่อหลบทางให้ดิสเบรค ล้อนั้นย่อมจะเสียความstiff ทางด้านข้างลง โปรทั้งหลายย่อมไม่โปรดอย่างแน่นอน เพราะเวลายืนโยกหน้าเส้นบนล้อหน้าที่ไม่stiffพอ ย่อมไร้ซึ่งรสชาดและความสุขอย่างไม่ต้องสงสัย

วิธีแก้ คือ ใช้ซี่ล้อที่ใหญ่ขึ้น ตึงขึ้น ขอบล้อที่แข็งมาก ( แต่ก็ยังชดเชยstiffทางด้านข้างที่ลดลงได้ไม่ดี ผิดกับการเพิ่มระยะห่างระหว่างปีกดุมให้มากขึ้น หรือ เพิ่มความสูงของปีกดุมให้สูงขึ้น เพื่อมุมของซี่ล้อจะได้มีมากขึ้น แต่นั่นก็หมายถึงน้ำหนักของชุดล้อที่จะต้องเพิ่มขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย

รวมความแล้วทั้งจาก 3 และ 4 ล้วนแต่ส่งผลต่อความstiff ของชุดล้อหน้า และตะเกียบหน้า อย่างไม่ต้องสงสัย

ส่วนดุมหลังที่กว้างเพียง 130mm ซึ่งปีกดุมด้านขวาก็โดนเบียดบังไปกับชุดเฟืองแล้ว แล้วถ้าด้านซ้ายก็โดนเบียดบังเข้าไปอีก คิดต่อเอาเองก็แล้วกัน

5. ดิสเบรคเป็นระบบเบรคที่ไม่สมมาตร ริมเบรคเป็นระบบเบรคที่สมมาตร
เพราะดิสเบรคจะวางจานเบรคไว้ทางด้านซ้ายของตะเกียบหน้า เมื่อดิสเบรคทำงาน ชุดแคลิปเปอร์ของเบรคที่ยึดอยู่กับปลายขาตะเกียบด้านซ้ายจะรับแรงที่ทำให้เกิดการบิดตัว แต่ขาตะเกียบด้านขวาไม่ต้องรับloadอันใด สำหรับประเด็นนี้เคยเป็นที่ถกเถียงกันมาในครั้งที่ดิสเบรคเริ่มเข้ามามีบทบาทกับเสือภูเขา เราก็จะพบว่าชอครุ่นแรกๆที่ทำมาให้ใช้กับดิสเบรค จะมีปัญหาเรื่องของบูชชิ่งของขาชอคด้านซ้ายเกิดอาการคลอน และหลวม โยกเยก หลังจากใช้งานไปได้สักพักหนึ่ง ส่วนด้านขวาปกติ ทั้งนี้เพราะแรงที่กระทำโดยดิสเบรคต่อขาชอคด้านซ้ายเพียงด้านเดียว ซึ่งผู้ผลิตชอคจึงจำเป็นต้องออกแบบขาบนและกระบอกล่างให้แข็งแรงขึ้น ออกแบบบูชชิ่งให้ใหญ่ ยาว และแข็งแรงขึ้นกว่าเดิม เพื่อทนทานต่อการรับแรงในลักษณะการบิดตัวให้ได้

ย้อนมาที่เสือหมอบ ยุคนี้ตะเกียบคาร์บอนไฟเบอร์คือสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐาน แต่ส่วนของดรอปเอาท์ที่ยึดกับแกนดุมล้อก็ยังคงต้องเป็นโลหะอยู่ดี ดังนั้นจึงต้องเชื่อมปลายขาตะเกียบคาร์บอนเข้ากับดรอปเอาท์โลหะอย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งจุดเชื่อมนี้จะเป็นจุดที่เรียกว่า stress raiser แล้วถ้าหากทำการติดตั้งชุดยึดกับอแดปเตอร์สำหรับยึดแคลิปเปอร์ของดิสเบรค ซึ่งก็หมายถึงว่าปลายดรอปโลหะจะต้องยืดยาวขึ้นมาอีกเพื่อจะได้มีพื้นที่มากพอจะรับกับชุดแคลิปเปอร์ได้ ( ไปคิดต่อเอาเองในเรื่องแขนของคานที่ยาวขึ้น กับการรับแรงกระทำต่อ stress raiser ) แต่ที่เหนืออื่นใด เมื่อดิสเบรคทำงาน แรงกระทำต่อจุดที่เป็นstress raiser จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก ความที่รอยต่อระหว่างปลายขาตะเกียบกับดรอปเอาท์โลหะที่ไม่ใช่วัตถุชิ้นเดียวกัน แต่เชื่อมต่อกันด้วยกาวอีปอกซี่เรซิน ก็ต้องตั้งคำถามให้ตอบให้ได้ว่า กาวมันทนแรงเค้น แรงบิด แรงหมุนในลักษณะซ้ำๆซากๆได้แค่ไหน แล้วเนื้อคาร์บอนไฟเบอร์ที่ถัดขึ้นมาจากปลายของดรอปเอาท์ที่ฝังอยู่ด้านใน มันจะทนได้แค่ไหน เพราะถึงกาวจะทนได้ แล้วคาร์บอนไฟเบอร์ทนไหวไหม ต้องชดเชยความหนา ขนาด เส้นใย กันแค่ไหน???

อุทธาหรณ์เรื่องนี้มาจากเสือภูเขารุ่นทอปของรถค่ายหนึ่ง ที่ใช้คาร์บอนไฟเบอร์โมโนคอค แล้วเกิดรอยแตกในส่วนของปลายตะเกียบโซ่ด้านซ้ายที่เชื่อมกับดรอปเอาท์ที่ยึดกับตัวดิสเบรค แม้ว่าทางโรงงานผู้ผลิตจะตะแบงเอาข้างๆคูๆว่า ความร้อนจากดิสเบรคทำให้เกิดการเสื่อมของกาวหรือเนื้อคาร์บอนที่เชื่อมกันอยู่ ซึ่งคิดดูง่ายๆว่า ความร้อนบนใบดิสแผ่นบางๆ มันไม่ได้สะสมมากมายจนสามารถแผ่่รังสีความร้อนผ่านอากาศเป็นระยะทาง 2-3 ซม. ไปทำลายกาวหรือทำลายโครงสร้างของคาร์บอนไฟเบอร์ตรงนั้นได้อย่างแน่นอน ( ดิสเบรคเสือภูเขา ไม่ใช่ดิสเบรครถแข่งนะครับ ขนาดรถธรรมดา ขับรถเขายาวๆ เหยียบเบรคแช่กันลงมา น้ำมันเบรคมาตรฐานที่ใช้กันอยู่ก็ยังไม่เดือดเลย ซึ่งจุดเดือดของน้ำมันเบรคมันอยู่ต่ำกว่าความสามารถในการทนความร้อนของกาวอีปอกซี่มาก ) เรื่องนี้จึงอธิบายด้วยเหตุผลที่มาจากความล้มเหลวของการออกแบบ และstress raiser จนทำให้เกิดการแตกหักในที่สุด


ดังนั้นหากจะนำดิสเบรคมาใช้กับเสือหมอบได้อย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และคงทน ไม่บั่นทอนโครงสร้างหลักอื่นๆ สิ่งที่ต้องตามมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ก็คือ น้ำหนักโดยรวมที่จะต้องเพิ่มขึ้นมา ทั้งจากตัวดิสเบรค ใบจาน และ ต้องไปปรับปรุงดุมล้อใหม่เพื่อชดเชยความstiff ของล้อ และปรับปรุงโครงสร้างของเฟรมและตะเกียบ

เมื่อเทียบกับริมเบรคหรือเบรคก้ามปูในปัจจุบันที่ไม่ได้มีอะไรที่ด้อยกว่าในเรื่องการใช้งาน รวมถึงอุปกรณ์ชุดล้อ เฟรม ต่างก็เข้ากันได้โดยไม่ต้องปรับปรุงอะไรใหม่อยู่แล้ว ก็เลยเป็นอะไรที่บ่งบอกได้ว่าดิสเบรคคงจะเจริญได้ยากพอสมควร

เสือหมอบดิสเบรคจะเหมาะสำหรับคนที่ต้องการอะไรที่ไม่เหมือนใคร โดยไม่คำนึงถึงประสิทธิภาพหรือประโยชน์ใช้สอยและสิ่งอื่นๆที่ประกอบขึ้นร่วมกัน
แก้ไขล่าสุดโดย lucifer เมื่อ 17 ม.ค. 2012, 07:45, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
รูปประจำตัวสมาชิก
แมวทอง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 8671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2010, 08:47
team: อันนี้ลิงค์เข้า facebook ครับ https://www.facebook.com/songkran.kook

Re: เสือหมอบยุคใหม่ใช้ disc brake

โพสต์ โดย แมวทอง »

ตามป๋าลูว่าไว้ครับ
คลาสสิกยิ่งนัก :ugeek:

ดิสท์เบรค นั้นเป็นข่าวดีของ ไซค์โครครอส (หมอบคลุกโคลน)

ยิ่งรถ TT คงไม่ต้องบอกมั้ง เพราะไม่ค่อยจะเบรคกันอยู่แล้ว
แก้ไขล่าสุดโดย แมวทอง เมื่อ 11 ม.ค. 2012, 10:32, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
แมวทองคือแมวน้ำแมวน้ำคือแมวทะเล
รูปประจำตัวสมาชิก
chaiwat1885
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1524
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ส.ค. 2008, 22:48
Tel: 081 530 2823
team: bianchi club
Bike: Bianchi1885.. Nirone 7.. TREK1000.. หลานหลวง..DRAGON.. MTB .. BF speeding tikit.. BF Pocket Rocket.. BT
ตำแหน่ง: CHIANGMAI

Re: เสือหมอบยุคใหม่ใช้ disc brake

โพสต์ โดย chaiwat1885 »

ก้ามเบรคเสือหมอบรุ่นทั่วไปน้ำหนัก ก้ามหน้ารวมก้ามหลัง 300 กรัมนิดหน่อย

ถ้ารุ่นสูงน้ำหนักรวมหน้าหลังจะต่ำกว่า 300 กรัม บางรุ่นหน้าหลังไม่ถึง 200 กรัม

ประสิทธิภาพเมื่อใช้บนถนนทั่วไปหรือลงเขายาวก็ เอาอยู่

ดิสถ้าใส่แล้วน้ำหนักเกิน 300 กรัม คงเกิดกับเสือหมอบบนถนน ยากกก
I LOVE 1885
รูปประจำตัวสมาชิก
P0K
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 93
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ธ.ค. 2011, 14:13
Tel: 080-0707870
team: Udon MTB
Bike: Slayer SXC30
ตำแหน่ง: 422 ม.1 ซ.รจนา 5 ต.บ้านเลื่อม อ.เมือง จ.อุดรธานี 41000

Re: เสือหมอบยุคใหม่ใช้ disc brake

โพสต์ โดย P0K »

น้ำหนังเบาลงไหมอ่าครับ :geek:
เลขบัญชี 512-2-22836-5 ธ.กสิกรไทย ออมทรัพย์
ชื่อบัญชี่ Kittituch Promnoi

------------------------------------------

•Freeride Downhill•

------------------------------------------
กรุณาส่ง
นาย กิตติธัช พรหมน้อย
422 ม.1 ซ.รจนา 5 ต.บ้านเลื่อม อ.เมือง จ.อุดรธานี 41000
รูปประจำตัวสมาชิก
DrNeung
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 954
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ก.ย. 2009, 01:11
team: SAGAI YALA
Bike: RMB, VENGE
ตำแหน่ง: NeuroSx BHH

Re: เสือหมอบยุคใหม่ใช้ disc brake

โพสต์ โดย DrNeung »

อ่านบทความของอาจารย์ลู ซะเพลินเลย :D
ยอดมาก :P
ขอให้ทุกๆคนมีสุขภาพดี และปลอดภัยครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
WTFcyclist
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 428
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ม.ค. 2012, 03:54
Tel: 000
team: 000
Bike: WTF(Wide Tire Fits) Bicycles

Re: เสือหมอบยุคใหม่ใช้ disc brake

โพสต์ โดย WTFcyclist »

lucifer เขียน:ดังนั้นหากจะนำดิสเบรคมาใช้กับเสือหมอบได้อย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และคงทน ไม่บั่นทอนโครงสร้างหลักอื่นๆ สิ่งที่ต้องตามมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ก็คือ น้ำหนักโดยรวมที่จะต้องเพิ่มขึ้นมา ทั้งจากตัวดิสเบรค ใบจาน และ ต้องไปปรับปรุงดุมล้อใหม่เพื่อชดเชยความstiff ของล้อ และปรับปรุงโครงสร้างของเฟรมและตะเกียบ

เมื่อเทียบกับริมเบรคหรือเบรคก้ามปูในปัจจุบันที่ไม่ได้มีอะไรที่ด้อยกว่าในเรื่องการใช้งาน รวมถึงอุปกรณ์ชุดล้อ เฟรม ต่างก็เข้ากันได้โดยไม่ต้องปรับปรุงอะไรใหม่อยู่แล้ว ก็เลยเป็นอะไรที่บ่งบอกได้ว่าดิสเบรคคงจะเจริญได้ยากพอสมควร

เสือหมอบดิสเบรคจะเหมาะสำหรับคนที่ต้องการอะไรที่ไม่เหมือนใคร โดยไม่คำนึงถึงประสิทธิภาพหรือประโยชน์ใช้สอยและสิ่งอื่นๆที่ประกอบขึ้นร่วมกัน
ถ้าเป็น disc-cyclocross ตามข่าวนี้ รถต้นแบบของ Cannondale น้ำหนักก็ไม่มากจนน่ากลัวนะครับ อยู่ที่ 7.48kg (ตามกฎ UCI ต้อง >=6.8kg)
http://www.cxmagazine.com/tim-johnsons- ... cross-bike
รูปภาพ

แล้วตามข่าวนั้นใช้ BB7 mechanical disc (หน้าหลังรวมกันประมาณ 680g) แถมยังใช้ขอบล้อที่ไว้ใช้กับริมเบรคอีก ดังนั้นถ้ารออีกหน่อยก็น่าจะมี shifter/brake+hydraulic disc brake น้ำหนักเบาๆ rotor เล็กลง ขอบล้อก็น่าจะทำให้เบาลงได้เพราะไม่ต้องทนแรงอัดด้านข้าง ถึงน้ำหนักรวมจะมากขึ้นหน่อยแต่ rotational weight น่าจะน้อยลงเพราะขอบล้อมันเบาลง ถ้าเป็น road bike ทำออกมาแล้วไม่หนักก็อาจจะมีโปรเอาไปใช้บางช่วงของการแข่งขัน

ส่วนคนที่ไม่ได้จะลงแข่ง road bike แต่ขี่เยอะขี่ไปทุกที่ทุกสภาพอากาศแบบผม ขอ cyclocross disc brake ดีกว่าครับ เพราะขอบล้อใช้ได้หลายปีคุ้มเงินกว่า :mrgreen: :mrgreen:
“Political tags -- such as royalist, communist, democrat, populist, fascist, liberal, conservative, and so forth - are never basic criteria. The human race divides politically into those who want people to be controlled and those who have no such desire.” -- Robert A Heinlein
รูปประจำตัวสมาชิก
lucifer
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6393
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
Bike: Only 2-wheels bike
ติดต่อ:

Re: เสือหมอบยุคใหม่ใช้ disc brake

โพสต์ โดย lucifer »

กว่าจะถึงตอนนั้นก็คงจะต้องพัฒนาด้านวัสดุให้มันทนความเครียดดังที่บอกไปแล้วก่อนหละครับ สังเกตพวกตะเกียบสำหรับดิสเบรค เห็นเป็นตะเกียบโลหะกันแทบจะทั้งนั้น เจอตะเกียบคาร์บอนบ้างไหมครับ ผมว่าถ้ามี ก็น่าจะติดตามว่าถ้าเจ้าของใช้งานมันแบบดุเดือด มันจะมีการcrackตรงรอยเชื่อมระหว่างขาdropที่ยึดเบรค กับขาตะเกียบคาร์บอนเหมือนกับในกรณีของเสือภูเขาดังที่กล่าวไปแล้ว

คงจะต้องรอกันไปครับ แต่ผมก็ยังว่า ณ ชม. นี้ คงจะต้องเฝ้าดูกันต่อไปครับ
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
viper_ttt
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 568
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 ม.ค. 2009, 23:08
ติดต่อ:

Re: เสือหมอบยุคใหม่ใช้ disc brake

โพสต์ โดย viper_ttt »

ความคิดผม เชื่อว่า อีกไม่นานนักเบรคดิสต้องออกมาแน่ เหมือนกับช่วงดิสกับเสือภูเขาในช่วงแรกๆ แต่เสือหมอบง่ายหน่อย เพราะไซโคครอสกรุยทางไว้แล้ว อีกทั้งเทคโนโลยีดิส ก็ถูกเสือภูเขาปั้นขัดเกลามา10กว่าปีแล้ว ..

และทุกวันนี้ คนบ้ารถเบา ก็ทำน้ำหนักเบากว่าUCIกำหนดไปหลายขุม และด้วยการตลาดและวิศวะกรรม ย่อมทำให้หมอบดิส เบาเท่าน้ำหนักขั้นต่ำได้แน่นอน
รูปประจำตัวสมาชิก
koboku
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6637
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ส.ค. 2009, 14:08
team: ต่อนยอน
Bike: FALCON & TCR

Re: เสือหมอบยุคใหม่ใช้ disc brake

โพสต์ โดย koboku »

แค่เบรคก้ามปูก็เบรคกันหัวทิ่มหัวตำกันแล้ว เอาดิสเบรคมาละ :lol: :lol: :lol: :lol:
giro
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3090
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
Tel: 0865040751
team: Team Bike And Body Cycoling
Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
ติดต่อ:

Re: เสือหมอบยุคใหม่ใช้ disc brake

โพสต์ โดย giro »

ป๋าลูใว้มายาว ผมขอสั้นๆ ย้ำหลายรอบครับ
ไซโคลครอสไม่ใช่เสือหมอบ อย่าเอาหน้าตาของมันมาวัดครับ จำแนกกติกาและรูปแบบการแข่งต่างกันสิ้นเชิงครับ
ที่สำคัญ กำเนืดดิสค์มีเพื่อแก้ปัญหาการลดด้อยประสิทธิภาพการเบรคเมื่อมีดินโคลนติดขอบล้อครับ ไม่ใช่เรื่องกำลังเบรค

รถถนนไม่ต้องการครับ อยากได้โมกันเอาเองมีเยอะครับเป็นรถผสม
กติกายูซไอหลายข้อมีเพื่อความปลอดภัยคนับ ถึงอยากขายยังไง แต่ถ้าไม่เหมาะก็ทำตลาดกว้างๆไม่ได้ตรับเพราะดลไกมันผูกกับการทำตลาดด้วยการแข่งครับ
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
รูปประจำตัวสมาชิก
Son of Liberty
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 251
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 มี.ค. 2010, 06:32
team: PMC Cycling
Bike: BMC teammachine , LDG

Re: เสือหมอบยุคใหม่ใช้ disc brake

โพสต์ โดย Son of Liberty »

แต่ที่แน่ๆ อยากมีcyclocrossไว้ขี่เล่นในเมืองสักคัน เจอถนนเลวๆ ท่อต่างๆจะได้ไม่ต้องมาคอยหลบ
ล้านเหตุผลที่คนจะชอบปั่นจักรยาน จะน้อยมาก เวลานานหรือสั้น ก็หาใช่สำคัญไม่
รูปประจำตัวสมาชิก
lucifer
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6393
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
Bike: Only 2-wheels bike
ติดต่อ:

Re: เสือหมอบยุคใหม่ใช้ disc brake

โพสต์ โดย lucifer »

:mrgreen: ครับ สนับสนุน คุณ Giro ครับ เสือหมอบกับ Cyclocross แค่คล้ายกัน แต่ไม่เหมือนกัน

ไม่ว่าจะเป็นเรืื่ององศา ความยาว เพราะมันเกิดมาเพื่อความเสถียรบนความเร็วที่ต่ำกว่ากัน และเกิดมาสำหรับรสชาดบนเส้นทางที่แตกต่างกัน
เห็นด้วยในเรื่องของดิสเบรคที่ทำมาสำหรับประสิทธิภาพในการเบรค โดยเฉพาะเรื่องของ modulation หรือ การเนียนเบรค ตรงนี้คนที่ปั่นเสือภูเขาในทางเละๆมาก่อน จะเข้าใจดีว่าวีเบรคบนทางโคลน มันกินยางเบรคและขอบล้อแค่ไหน เบรคยากเพียงใด :mrgreen:

ถ้าเอาเรื่องอดีตมาคุยกัน Cyclocross มันฮิตในยุโรป ส่วน MTB มันฮิตในอเมริกา พอโลกาภิวัฒน์ ( ยุคที่มีกาในวัด แต่คนเข้าไม่ถึงวัด :lol: ) มันก็เลยblendกันไปทั้งโลก พวกนักปั่น MTB ดังๆ ตัวแรงๆในอดีตที่มาจากยุโรป อย่างเจ๊เพซโซ ( PAOLA PEZZO ) หรือ เฮีย Thomas Frischknecht อดีตแชมป์ในยุคกระโน้นนนน พวกนี้ก็เป็นนักปั่นcyclocrossมาก่อน
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
ก้อย
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 5452
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 22:29
Tel: 0909094825/0896896722
team: K-45
Bike: เสือหมอบtrek madone /mtb ritchey/fix fuji/touring darkrock
ตำแหน่ง: ทรงกลด สงขกุล 1141ม.7 ต.เทพารักษ์ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ10270
ติดต่อ:

Re: เสือหมอบยุคใหม่ใช้ disc brake

โพสต์ โดย ก้อย »

เสือรุ่นล่าสุดที่ผมใช้เป็นทั้งfull-sus..+ดิสเบรค ไม่มีใครให้คห.เลยครับ เพราะเค้าเรียกไม่ถูก :lol:
ไฟล์แนบ
293317_124201071010099_100 copy1.JPG
293317_124201071010099_100 copy1.JPG (111.7 KiB) เข้าดูแล้ว 2924 ครั้ง
อยู่ไปone one
ตอบกลับ

กลับไปยัง “เสือหมอบ (roadbike)”