เพราะผมซ้อมซักพัก แล้วก็เว้น กำลังจะฟิต แล้วก็ต้องเว้น ส่วนมากเลยซ้อมพวกนี้บ่อยไงครับ กำลังจะเข้าที่ ก็ต้องเว้นไปเป็นพักๆก็ต้องกลับมากระตุ้นแอโรบคิใหม่บ่อยๆ
วัตต์มิเตอร์หรือพวกพาวเวอร์แท็ป ยังไม่มีโอกาสได้ลองครับ ค่าตัวมันแพงไปหน่อย ถ้ายังไม่นิ่งจนสามารถจัดเวลาที่จะซ้อมได้อย่างเป็นระบบ คิดว่าซื้อมาก็คงไม่คุ้มครับ ใช้แค่โปรแกรมซ้อมกับ HRM เท่านี้ก็คงจะพอเพียงแล้วครับ
แปลที่เอามาลงให้เผื่อคนอื่นด้วยครับ
สัปดาห์ที่ 3
จันทร์ พักผ่อน
อังคาร หนึ่งชั่วโมงปั่นโซน 2 โดยมีการปั่นรอบขาไม่สูงนัก(60-80 rpm) โซนเดิมยาว 20 นาทีรวมในนั้นด้วย
พุธ ปั่นสบายๆโซนแรก 30 นาที วันพักฟื้น
พฤหัส หนึ่งชั่วโมงปั่นโซน 2 โดยมีการปั่นรอบขาไม่สูงนัก(60-80 rpm) โซนเดิมยาว 15 นาทีรวมในนั้นด้วย
ศุกร์ 45 นาที ปั่นโซน 2 โดยมีการปั่นรอบขาสูงๆความหนักโซนเดิม 10 นาทีรวมอยู่ด้วย
เสาร์ หนึ่งชั่วโมงปั่นโซน 2 โดยมีการปั่นรอบขาไม่สูงนัก(60-80 rpm) โซนเดิมยาว 15 นาทีรวมในนั้นด้วย
อาทิตย์ ชั่วโมงครึ่ง ปั่นโซนที่ 2 โดยรวม แล้วให้มีการปั่นเนินซัก 30 นาทีต่อเนื่อง
พวกสัปดาห์หลังๆ การซ้อมจะเจาะจงมากขึ้นครับ(ไม่เคยอ่านเล่มนี้นะครับเคยแต่เห็น แต่ตำราแทบทั้งหมดมันมีแนวคิดเดียวกันต่างกันที่รายละเอียดของเซทเท่านั้นเอง) ซึ่งจะยิ่งต้องเจาะจงความแม่นยำของการกำหนดความหนักและการประเมินที่ชัดเจนมากๆครับ
แต่แค่เอาพวกนี้มาเป็นแนวทางผมก็เชื่อและยืนยันว่ามันมีประโยชน์มากๆจริงๆครับ ผมเองโดยพื้นฐานไม่ใช่คนเล่นกีฬามาก่อน อาศัยซ้อมตามเกณฑ์ที่ให้มาสัปดาห์นึงก็ไม่เยอะมาก แต่ก็ยังพอขี่สนุกสนานได้แม้ว่าจะร่วงเสมอเมื่อเจอของจริง

แต่ผมก็เชื่อล่ะครับว่ามันดีกว่าถ้าผมปั่นไปเรื่อยด้วยระยะเวลาซ้อมเท่าเดิม ในทางกลับกันนะครับ คนอีกคนที่ปั่นเยอะ ซ้อมถึง บางครั้งเค้าอาจจะไม่ต้องการโปรแกรมการซ้อมเค้าก็แข็งแรงเป็นขาแรงได้ อันนั้นก็ถือว่าหยอดกระปุกมาเยอะครับดีไปอีกแบบ และที่แน่นอนก็คือ บรรดาของจริงที่เห็นกันนั้น นอกจากซ้อมถึงแล้วก็ยังซ้อมถูกด้วยอีกต่างหาก
แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ก็ส่งผลให้สุขภาพดีทั้งนั้นครับ

กีฬาก็ดี วิทยาศาสตร์ก็ดี ทำให้คนแข็งแรงและฉลาดทั้งนั้น ถ้าเอาวิทยาศาสตร์มารวมกับกีฬา ก็จะได้คนฉลาดที่แข็งแรง
ปล เมื่อคืนเพิ่งนั่งดูสารคดีเอาพวกนักมวย K1 ที่รวมหลายๆศิลปะการต่อสู้มาทดสอบ โอ้แม่เจ้า คนอะไรเนี่ย ฟื้นตัวเร็วพอๆกับนักจักรยาน สามารถสลับใยกล้ามเนื้อเพื่อลดความหนักของโหลดได้เวลาจับล็อค แถมร่างกายกำจัดกรดแลคติกได้เร็วกว่าที่กล้ามเนื้อสร้างออกมาวัดผลหลังจากสร้างมาแล้วทุก 1 นาที สู้หนักเท่าเดิมแต่มีกรดแลคติกค่อยๆลดลง!! เตะหนักเท่าคนที่นั่งรถวิ่ง 60 กม. แล้วชนโดยไม่คาดเข็มขัด ส่วนต่อยนั้น...คนธรรมดาโดนไปซี่โครงหักได้ในหมัดเดียว .... คือพวกนี้ก็ใช้วิทยาศาสตร์การกีฬามาวางโปรแกรมการซ้อมเช่นกันเพื่อสร้างยอดมนุษย์ขึ้นมาเช่นกัน