
ครับมีจังหวะดีๆ ได้เดินทางไปแข่งทัวร์รายการใหญ่ของเวียดนาม แต่ต้องทำความเข้าใจกันก่อนนะครับ ว่าไม่ใช่รายการในปฎิทิน UCI อย่างทัวร์ออฟไทยแลนด์บ้านเรา ที่ได้รับการรับรองการจัดการแข่งขันเป็นระดับ 2.2 เอเชียทัวร์ เงินรางวัลกว่าล้านบาท ทีมแข่งระดับ โปรคอนติฯ คอนติเนนตัล และทีมชาติ ฉะนั้นเอามาเทียบกันไม่ได้ ที่นี่งานระดับ ทัวร์ภายในประเทศ มีทีมต่างชาติเข้าร่วมแค่ 2 ทีม และเป็นทีมในประเทศอีก 10 ทีมๆละ 7 คน ก็ถือว่ากำลังดี ไม่ยากไม่ง่าย เงินรางวัลรวม 3 แสนกว่าบาท ยังห่างไกลระดับ 2.2 อีกมากนักครับ แต่ภาพที่ออกมา เขาก็ทำได้ดีในระดับหนึ่ง สีสันของงานน่าจะเป็นคาราวาน มอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ ที่มาช่วยกันเยอะ สอบถามผู้จัดว่า สปอนเซอร์รายการนี้ เป็นพวกสิงห์นักบิดอยู่แล้ว เลยเกณท์พรรคพวกมาได้เยอะ แต่เส้นทางแข่ง เป็นทางราบ แต่ไม่ค่อยเรียบนัก ถนนเสียเยอะ บางเสตจ ขี่จนเบื่อ เมื่อไหร่ จะพาออกถนนดีๆ ซักที คือเส้นทางที่เวียดนามใต้ยังไม่ค่อยดีเหมือนบ้านเราครับ อีกทั้ง การจัดการก็ได้ในระดับหนีง แต่ยังเทียบไม่ได้กับระดับ เอเชียทัวร์ครับ..
ผมได้รับข่าวว่าจะได้เดินทางไปแข่ง 7 วัน 7 เสตจ ก่อนหน้าแค่ไม่ถึงเดือน ประมาณ 3 สัปดาห์ ก็ต้องเริ่มเตรียมการวางแผนการซ้อมกันล่ะครับ ด้วยเวลาที่มี่อย่างจำกัด ไหนจะต้องดูแลร้าน และจัดการแข่งขันทัวร์มาสเตอร์ 3 วัน และจัดงาน ”ปั่นเพื่อพ่อ” กว่าจะผ่านไปได้ ทำให้สมรรถภาพ ลดลงไปเยอะเลย มีเวลาแค่ 3 สัปดาห์ ก็ต้องเริ่มวางแผนการฝึกซ้อมแบบไม่ซับซ้อน คือแบ่งเป็น 3 ช่วง คือ ช่วงแรก เรียกพละกำลังกลับมา ขี่ขึ้นดอยสุเทพเป็นว่าเล่นเกือบทุกวันวันละ 2 รอบ ใช้เกียร์ค่อนข้างหนัก เพราะต้องการให้ขามีแรง ช่วงที่สอง ขี่ไกล ทน นาน ซ้อมคนเดียวมันก็น่าเบื่อพาลจะกลับบ้านท่าเดียวจะทำไงล่ะทีนี้ อาศัยออกอุบายเอารถใส่กระบะ ขับไปเที่ยวเมืองปาย แล้วให้แฟนขับกลับ ผมปั่นกลับ นัยว่าเป็นการบังคับตัวเองไปว่าต้องปั่นให้ถึง ไปลำปางมั่ง ไปแม่สะเรียงมั่ง เอาให้ได้ระยะ ร้อยกว่ากิโลขึ้นไป แต่โจทย์ที่ยากกว่านั้น คือ ผมทราบมาว่า การแข่งรายการนี้ นอกจากไทม์ไทร์อัล 4 กม.ในเสตจที่ 1 แล้ว วันต่อไป ล่อกัน 170-180-155-175-145 และมาจบด้วยการแข่งขันพอยท์เรซ แบบปิดเมืองแข่งในวันสุดท้าย ถือว่า “หนัก” เอาการเลยทีเดียว สำหรับคนมีเวลาน้อย ซ้อมไม่ถึงอย่างผม อีกทั้งอายุอานาม ก็ปาไปเลย หลักสี่มาสองปีแล้ว จะไหวมั๊ยเนี่ยยย..
ก่อนหน้าวันเดินทาง ผมพาเด็กๆ ยุวชนซอยตันหรรษา ไปร่วมแข่งขัน ชิงแชมป์ประเทศไทยที่จังหวัดชัยนาท และก็ได้ทดสอบลองแข่งไทม์ไทรอัล 35 กม.ดูว่าพอขี่ได้มั๊ย ผลปรากฏว่าขี่เรื่อยๆ พอขี่ได้แฮะ แต่เร่งมากไม่ได้ เช้าอีกวันต้องเดินทางไป โฮจิมินท์ซิตี้ เพื่อไปรอสตาร์ทวันต่อไปในเสตจที่ 1 เมื่อไปถึงสนามบิน เจ้าภาพมารับและผมต้องนั่งรถบัสต่อรถอีก 4 ชั่วโมง เพื่อไปเมืองที่จะปล่อยสตาร์ทวันแรก เดินทางมาเพลียพอสมควร ตอนเย็นผมเห็นทีมต่างๆ คึกคักกันเต็มที่ รวมทั้งทีม Top cycle Vientien ที่ผมลงแข่งให้ด้วย ทุกคนรีบประกอบรถ ออกไปยืดเส้นยืดสายกันใหญ่ แต่ผมรู้สึก เพลียๆ เลยได้แต่นั่งมองกล่องจักรยาน ที่ยังคงสงบนิ่ง ไม่ได้ประกอบ และไม่มีความ อยากจะออกไปขี่เลยแม้แต่น้อย เมื่อร่างกายมันบอกว่า เหนื่อยว่ะ พักดีกว่า ก็ควรจะฟังมันด้วยครับ ไม่งั้นถ้าไปฝืน ไม่ฟื้นแน่ๆ…
ตกค่ำมาเป็นวันที่ 24 ธค. คืนวันคริสมาสต์อีฟ มีผู้คนนับหมื่นนับแสนคนออกมาขี่มอเตอร์ไซค์ กันยั๊วเยี๊ยะเฉลิมฉลองกันทั้งเมือง บีบแตรกันสนั่นหวั่นไหว ทำให้ต้องรีบนอนเร็วกว่าปกติ ไม่งั้นประสาทเสียแน่ๆ ครับ มันเยอะเกินบรรยายจริงๆ เช้าวันรุ่งขึ้นเป็นการแข่งขันในเสตจที่ 1 ไทม์ไทรอัล 3.6 กม. เป็นเส้นทางปิด ไปครึ่งทางแล้วเลี้ยวกลับ ผมลองไปเทสเส้นทางดูแบบเบาๆ สังเกตเห็นว่า ขาไปทวนลม และขึ้นเนินนิดๆ ถ้าซัดเต็มที่ ขากลับเป็นทางลงและ ตามลมหน่อยๆ คงไม่ช่วยได้มากนัก แต่ถ้าประคองความเร็วไปโดยไม่เร่ง เสมอความเร็วไว้ที่ 40-41 ขากลับใส่เกียร์หนัก ซํดเต็มเหนี่ยว เวลาน่าจะออกมาดี ก็วอร์มเล็กๆ ตามแต่พื้นที่จะอำนวย และขึ้นแรมป์สตาร์ทด้วยความมั่นใจ ออกไปแบบเนียนๆ ขี่แบบไม่ให้เหนื่อยมากนักในขาไป พอขากลับ ผมยัดเกียร์ลง 53/11 ใส่มาที่ความเร็ว 49-51 แป้ปเดียวถึงเส้นชัยทำเวลาได้ 4.51 นาที เป็นอันดับที่ 25 ของทั้งหมด และนึกเสียดายอยู่นิดว่าขาไปผมขี่ช้าเกินไป น่าจะกดเวลาลงได้อีกสัก 10 วินาที สำหรับที่ 1 เป็นนักปั่นทีม ADC และเป็นแชมป์เหรียญทองซีเกมส์ที่เวียงจันทร์ ทำความเร็วเฉลี่ยด้วยรถที่โมมาสุดๆ ด้วยเวลา 4.19 นาที เฉลี่ย 49 กว่าๆ ถือว่าเร็วมากๆ ครับ ผ่านเสตจที่ 1 ไปแบบไม่มีอะไรตื่นเต้นมากนัก ช่วงบ่ายเริ่มปั่นจักรยานเบาๆ หาของกิน หาร้านอาหารที่ดูดี และสะอาด ไว้เผื่อมื้อเย็นแล้วครับ..

เสตจที่ 2 วันนี้สตาร์ท 8 โมงตรงเป๊ะ ระยะทางค่อนข้างไกล คือ 170 กม. มีสองสปรินทร์ คือ 60 และ 120 กม. ผมขี่ดูลาดเลาตามกลุ่มไปเรื่อยๆ มีถนนเสียเป็นบางช่วง ต้องคอยประคองล้อไม่ให้ยางรั่วยางแตก จะเสียเวลาไล่อีกนาน เพราะวันแรก ทุกคนยังสดอยู่ และควบคุมความเร็วโดยทีมผู้นำจากเมื่อวาน ขึ้นมาตั้งความเร็วเปโลตอง โดยปกติ ผมเห็นมามากกว่าร้อยครั้งว่า มันจะต้องปล่อยคนที่ไม่เด่นหนีออกไป แล้วล๊อคความเร็วไว้ ไม่ให้ห่างมากนัก และจะมาโหมไล่ในช่วงสุดท้าย เพื่อกันการโจมตีหนักๆ จากทีมคู่ต่อสู้ แต่ถ้าปล่อยกลุ่มเล็กๆ หนีไป การโจมตีจะหยุดไปโดยปริยาย
สปรินทร์แรกผ่านไป ด้วยการไล่จากทีมผู้นำ ผมยังอยู่ในกลุ่มโดยใจอยากจะขึ้นไปลองสปรินทร์ดู ว่ายังพอได้เหมือนเมื่อก่อนมั๊ย แต่ก็คิดว่าระยะทางยังอีกไกล และเราก็ซ้อมมาไม่ถึงระยะนี้ ไม่น่าแลก ผ่านไป 90 กม.กว่าๆ ผมเห็นกลุ่มหนี 4-5 คนยิงออกไป ทีมเสื้อเหลืองตั้งขบวนล๊อคอีกแล้ว แต่ดูๆ แล้วไม่ห่างมากนัก ผมใช้วิธีนับในใจเอา เห็นกลุ่มหน้า อยู่บนสะพานเล็กๆ ก็เริ่มนับในใจ 1-2-3-4 นับไปจนถึงจุดเดียวกันได้ 35 วินาที ดูความเร็วที่กลุ่มขี่อยู่ 38-39 ไม่เร็วเท่าไหร่แฮะ ในหัวคำนวนทันที ว่าไอ่กลุ่มหน้าก็คงขี่ความเร็วไม่หนีกัน ถ้าเรายิงออกไปโดดๆ ซัด 45-47 ไม่เกิน 800 เมตรคงไล่ทัน ขาไวเท่าความคิด กระชากพรวดเดียวซัดๆๆๆ ถึงเลยกลุ่มหน้า หันไปมองหลัง มันไม่ไล่ผมแฮะ มันคงคิดว่า ปล่อยไอ่เฒ่าไปเถอะ
ผมมาถึงกลุ่มหน้าก็ถึงบางอ้อ ว่าทำไม่มันไม่เร็ว มันมีคนเกี่ยงไม่ยอมขึ้นนำนั่นเอง ทำให้ความเร็วกลุ่มนำช้าลง พอผมมาถึง ผมพาตั้งความเร็วเลยทันที ไอ่คนเกี่ยงถ้ามันมัวแต่เกี่ยงไม่ขึ้นนำมันหลุดแน่ๆ ผมบิ้วท์ขึ้นไปแช่ 44-45 สองสามคนช่วยกันทำความเร็ว สักพัก เปิดเวลาออกไปเป็น นาทีครึ่ง เอาล่ะทีนี้ อีกสิบกว่ากิโล ถึงจุดสปรินทร์ที่ 2 มีเงินรออยู่ ล้านห้า แต่ไอ่คนไม่นำก็ไม่นำอยู่ดี ผมวางแผนให้คนที่ช่วยนำกระชากหนีไป และผมปล่อยยืดลงมาหาคนไม่นำ โบกมือบอกให้มันขึ้นไป มันก็ไม่ยอมขึ้น ผมเลยปล่อยให้ได้ระยะยิง แล้วสวนแรงๆ ได้ผลทันที มันหลุดไปเลย 2 คนด้วย
ผมไล่สักพัก ก็มาทัน 2 คนหน้า ช่วยกันผลัดนำไปเรื่อยๆ อีก 5 กม.จุดสปรินทร์ กลุ่มใหญ่เริ่มไกล้เข้ามา 1 ใน 3 ของกลุ่มผมเริ่มออกอาการนำช้า ผมกระตุกอีกที หลุดไปเลย เหลือ 2 คนกับนักปั่นทีม CCN Colossi เป็นนักปั่นสิงค์โปร์ เพิ่งคว้าเหรียญเงินซีเกมส์ที่อินโดนีเซียมาหมาดๆ ช่วยกันนำเต็มที่ เพื่อให้รอดไปเก็บตังค์สปรินทร์กัน 2 คน ปรากฏว่า มันลากมาส่งผม และบอกว่า สปรินทร์ไม่ถนัด ถนัดแต่ไทม์ไทรอัล ทำให้ผมสอยเงินรางวัล ล้านห้าแสนดองไป 555
หลังจากนั้นไม่นานกลุ่มก็มากลืน แล้วผมก็ตีตั๋ว “ซุก”ตัวอยู่ในกลุ่มจนถึงเส้นชัย โดยที่ขึ้นไปสปรินทร์ไม่ไหวแล้ว โดนสะพานสูงๆ ตัดแรงก่อนถึง และมันขี่สาดกันไปมาอันตรายมากๆ ไม่น่าจะเสี่ยงในเสตจแรกๆ เดี๋ยวได้แผล จะขี่ไม่สนุกในวันต่อๆ ไป จบเสตจที่กลุ่มใหญ่ครับ วันนี้..แต่ก็ยังดีใจที่ได้ขึ้นโพเดียมอีกครั้ง หลังจาก 20 ปีที่ผมมาแข่งที่นี่เป็นครั้งแรกในปี 1991 ปีนั้นผมขึ้นโพเดียมเป็นว่าเล่นเลย..


เสตจที่ 3 ระยะทางยังคงไกล 180 กม. และไกลกว่าเมื่อวานเสียอีก แต่ยังดีที่มี โรลลิ่งสตาร์ท(ขี่คุมความเร็ว ห้ามแซงรถนำ) ช่วยไว้ 20 กม. วันนี้ทีมต่างๆ เปิดหัวมาก็แลกหมัดกันเลย ช่วงแรกๆ ผมดันไปประคองกลัวยางแตกช่วงถนนก่อสร้าง พอขึ้นทางดี พวกล่อกัน 55-60 ผมไล่คาอยู่ท้ายกลุ่มคนเดียว เกือบจะหลุดอยู่แล้ว กัดฟันไล่จนทัน แต่พอทัน เกมส์เริ่มหยุด ผมเห็นลูกทีม ขึ้นไปซ่าส์หน้ากลุ่ม ผลัดกันโฉบโจมตีกันเป็นพัลวัน โดยเฉพาะ แม้กกี้ นักปั่นทีมชาติลาว และ ปีเตอร์ พูเล่ย์ นักปั่นฝรั่งเศส ซึ่งเคยเป็นแชมป์เสือภูเขาแห่งชาติฝรั่งเศส ที่ตอนนี้มาอยู่เมืองไทย เป็นทีมเมทผม สองคนนี้ขึ้นไปเล่นตลอด ทำให้ผมเห็นจังหวะกลุ่มเริ่มกอง เลยสวนขวาออกไปหนึ่งดอก ...
และดอกนี้ดอกเดียวจริงๆ ผมหลุดไปขี่ในกลุ่มนำทันที กลุ่มแตกออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มนำมีประมาณ 13 คัน เป็นทีม Top cycle ซะ 3 คันคือ ผม,ปีเตอร์,วินเซนท์ (นักปั่นทีมชาติสิงค์โปร์) พวกเราก็ช่วยกันตั้งความเร็ว หนีกลุ่มใหญ่ มาจนถึงสปรินทร์แรก ทีมเราส่งซิกกันให้ ปีเตอร์ เซทความเร็ว กันคนกระชากหนี ผมรับไม้ต่อ เตรียมส่งต่อให้วินเซนท์ พอได้ระยะ ตามแผนที่วางไว้ เราสปรินทร์กัน ได้อันดับ 1-2 เก็บเงินรางวัลได้อีก สองล้านกว่า ในกลุ่ม 13 คันนี้ มีทีม CCN Colossi อยู่ด้วย 1 คนคือ โล ซี กียอง นักปั่นมาเลย์นิสัยดี เมื่อก่อนอยู่ทีม มาโคโปโล ติดมาด้วย ตามธรรมเนียม ก็ไม่ต้องนำ เพราะทีมเมทไม่มี ก็ตีตั๋วจี้อย่างเดียว ผมเห็นแล้วก็เฉยๆ ไม่ได้ลงไปเรียกให้ขึ้นนำเลย
แต่คิดลึกๆ ว่า หมอนี่คงจะมีประโยชน์ช่วงท้ายๆ ระยะห่างเริ่มเข้ามาไกล้เรื่อยๆ จากไกลสุด 1.53 นาที ลงมาเหลือแต่ 45 วินาที ผมเริ่มมองเห็นกลุ่มหลังโผล่มาแล้ว ระยะทางเหลือ 15 กม.เส้นชัย ผมบอก วินเซนท์ ซึ่งซ้อมมาดี ฟิตมากว่า ยูต้องหนีนะ วินเซนท์ 10 โล สุดท้าย รอดไม่รอด ว่ากันอีกที ไม่งั้นที่เราออกมาจะสูญเปล่า เดี๋ยวไอ จะเปิดเกมส์ให้กระชากก่อนสักสองสามที พอกลุ่มกอง ยูสวนออกไปเลยนะ หลังจากคุยกับวินเซนท์ ผมไหลลงมาหลังกลุ่ม บอกกับ โล ซี กียอง ว่า เฮ้..โลห์ ไอบอกหวยถูกรางวัลให้ยู เดี๋ยวไอจะเปิดเกมส์ให้ วินเซนท์หนี ยูคอยตามออกไปช่วยกันนำนะ 2 คนน่าจะรอด ก่อนที่กลุ่มจะมาทัน ตามนั้นนะ โลมันมองผมด้วยสายตาขอบคุณ ผมเริ่มเห็นกลุ่มใหญ่ไล่เข้ามาไกล้ มากๆ โดนรวบแน่ๆ ระยะทางเหลือ 9 กม.สุดท้าย ผมแหกปากบอก วินเซนท์ เตรียมนะ จะเปิดประตูให้แล้ว ผมกระชากออกซ๊ายสุด นักปั่นเหงียน กระชากตามสองสามคน ปีเตอร์ยิงทางขวา หลายคนโฉบตามไป รวมทั้งผมด้วย พอปีเตอร์เบาขา ผมออกขวาสุดๆ อีกที เพื่อให้กลุ่มขยับตาม พอเห็นจังหวะคนตาม ผมเบาวูบ ทุกคนฟรีขา แกร๊กกกกกก..
วินเซนท์ สวนซ๊ายออกไปโดดๆ ดูเกียร์หนักมากๆ น่าจะ 53/12 เห็นจะได้ ขาดเลยดอกเดียวก็เสียวได้ อีกสัก 5 วินาที โล ซี กียอง ก็สวนตามออกไป พวกเวียด ไม่มีใครตามแฮะ และวินาทีนั้นเอง กลุ่มใหญ่ก็เข้ามากลืนพอดี และไม่มีใครเบิ้ลออกไปซักคน เพราะว่าเราขี่กันมา 170 กว่ากิโลแล้ว คงล้ากันแล้วล่ะ ผมดีดนิ้ว แป๊ะ สำเร็จ! ตามแผนเด๊ะ มองไปข้างหน้า วินเซนท์ ขยับออกห่างไปเรื่อยๆ โล ซี กียอง ก็ตามไปแต่ยังไล่ไม่เข้า ขี่กันห่างประมาณ 150 เมตร ต่างคนต่างซัดเต็มที่ แต่ว่ายังไม่เข้า ในกลุ่มใหญ่ ยังไม่รู้ว่ามีข้างหน้าอีกสองคน ผมขี่อยู่หน้าสุด คุยกับปีเตอร์ ว่าพยายามดึงกลุ่มให้ช้าลงนะ ปีเตอร์ เข้ามาตีมือกับผมใหญ่ และบอกว่า พวกมันเสร็จละ ไม่ทันแล้ว วินเซนท์ โบยบินเข้าเส้นชัยคนเดียว โดยที่ กียอง ยังไล่อยู่ข้างหลังจนถึงเส้นชัย ทิ้งกลุ่มใหญ่นาทีกว่าๆ ส่งผลให้วินเซนท์ คว้าเสื้อเหลืองมากอด ซี กียอง เป็นที่ 2 แถมส่งให้เวลาทีมใน GC ทีมเราขึ้นแท่นเป็นที่ 1 อีกทุกคนดีใจกันใหญ่ โดยเฉพาะวินเซนท์ เข้ามากอด และขอบคุณผมใหญ่ที่วางแผนให้เล่นแบบนี้ แต่ผมกลับรู้สึกกังวล ในเสตจต่อไป..





เสตจที่ 4 ระยะทางวันนี้ 155 กม. เช้าวันนี้รู้สึกล้าๆ เพราะว่าผมขี่อยู่กลุ่มหน้ามาสองวันแล้ว เรียกว่าขึ้นนำเยอะที่สุด ถ้ารวมสองวัน ผมหนีไปกลุ่มหน้าอย่างเดียว ผมวางแผนกับลูกทีมว่า วันนี้ เราจะปล่อยให้ พวกเวียดโจมตี สักระยะ แล้วเราจะปล่อยกลุ่มย่อยหนี และใส่ล๊อคความเร็ว โดยขึ้นผลัดนำทั้งทีม ให้วินเซนท์ จี้คิวแรก และคอยลงไปรับน้ำขึ้นมาให้พวกเรา เกมส์ดำเนินไปอย่างนั้น เราผลัดนำกัน 5 คน ผม,ปีเตอร์,แม๊กกี้,แกเบียล,อเล็กซ์ ความเร็วเสมอ 42-43 ถ้าไกล้กลุ่มหน้าเกิน 50 วินาที เราจะยกคันเร่งเบาลง ให้ไทม์แก้ป ยืนระยะที่ 1 นาที ช่วงสุดท้าย ขึ้นสะพานสูง ให้ปีเตอร์ระเบิดกลุ่ม ส่งวินเซนท์ไปขี่อยู่ในกลุ่มหน้า เท่านี้เราก็จะรักษาเสื้อไว้ได้ แบบไม่เหนื่อยมากนัก
แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อเกมส์ดำเนินมาถึง 20 กม.สุดท้าย กลุ่มระเบิดแล้ว วินเซนท์ กลับปั่นไม่ออกซะงั้น พยายามลากให้ไปติดกลุ่มหน้า ก็ไม่ไป ไม่ขยับ โล ซี กียอง เห็นออกอาการ คงไม่รอมั้งครับ กระชากหนีไปกลับกลุ่มหน้าเลย ส่งผลให้ปีเตอร์ กับ อเล็กซ์ ต้องลงมาช่วยประคองวินเซนท์ เพื่อลากส่งกลุ่มหน้าให้ได้ แต่ว่าสายไปแล้ว ตั๋วซื้อแล้วไม่รับคืน วินเซนท์ พลาดโอกาสที่จะไปกับกลุ่มหน้า ทำให้วันนี้เราทำเสื้อหลุด ทั้งเวลาทีมก็หลุดด้วย เพราะลูกทีมพุ่งเป้าไปที่วินเซนท์ ทำให้ไม่ไปกลุ่มหน้ายกเว้น แม๊กกี้ ที่หลุดไปได้คนเดียว เข้าเส้นมาพวกเราซึมกันไปหมด ผมได้แต่ปลอบใจลูกทีมว่า “พวกเรามาครั้งนี้ไม่ได้คาดหวังว่าจะมาได้ไกล ถึงขนาดนี้ เพราะเรามาร่วมปั่นทีมเดียวกัน แบบต่างคนต่างมา ลิเกคนละคณะว่างั้น แต่เราสามารถช่วยกันคว้าแชมป์เสตจ ได้เสื้อเหลือง แถมเก็บเงินรางวัลสะสมได้เป็นสิบล้านแล้ว ถือว่าเกินความคาดหมายแล้ว ฉะนั้น เสตจที่เหลือ ขี่ให้สนุก เล่นให้มันพังกันไปข้างนึงเลย โอ เค มั๊ย”
ทุกคนก็เห็นด้วย และลืมความผิดพลาดนี้ไปตั้งหน้าเล่นกันใหม่ แต่ผมรู้ว่า ที่วินเซนท์พลาดนั้นเป็นเพราะอะไร ผมคุยกับปีเตอร์ว่า เมื่อวานหลังจากเข้าเส้น วินเซนท์ ซึ่งเป็นคนมุ่งมั่น เรียกว่าบ้าซ้อม ยังไปปั่นต่ออีก ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งมันเสี่ยงเกินไป สำหรับผู้นำเวลารวม แทนที่จะรีบพัก รีบเติม โปรตีน และสารอาหาร กลับเอาเวลาไปปั่นเพิ่ม เพื่ออะไร นี่ไม่ใช่เวลาซ้อม มันเป็นช่วงสำคัญในการแข่งขัน วินเซนท์ค่อนข้างตื่นเต้น และยังไม่เคยเป็นผู้นำเวลารวม ทำให้ยังปรับตัวไม่ได้ อีกทั้งตอนเช้าวันแข่ง ยังไม่ลงมากินข้าว ทำให้สารอาหารไม่พอ ตอนขี่เลย ง่อยรับประทาน ตามระเบียบ ตรงนี้ เป็นบทเรียนราคา 40 ล้านดองเชียวนะ แต่ก็เอาเถอะ มองในแง่ดี พวกเราไม่ต้องทำงานหนักอีกต่อไป ให้ทีม CCN Colossi ขึ้นมาไถนาแทนพวกเราบ้างก็ดี ไม่งั้นพรุ่งนี้ และมะรืนนี้ พวกเราต้องเหนื่อยอีกมากนัก...




เสตจที่ 5 ไกลอีกแล้ววันนี้ 175 กม.ถนนแย่มาก เรียกว่าขี่ไปก้นระบมไป ทีม CCN ก็ตัองขึ้นมาปกป้องเสื้อให้กับ โล ซี กียอง ตามระเบียบ พวกเรากินน้ำ กินขนมอยู่หลังกลุ่ม ระยะทางผ่านไปเรื่อยๆ พวกเรานัดกันว่า เดี๋ยวช่วงก่อนขึ้นสะพานขึ้นไปตั้งทีมลากส่งให้ปีเตอร์ เก็บเงินรางวัล คิงออฟเดอะบริดจ์ และพอเกมส์เปิด ก็ทะลวงอย่างเดี่ยว แลกหมัดเอาให้หนัก ไม่มีหยุด เล่นจนหลุดไปข้างหน้าให้ได้ และความเหนื่อยก็มาเยือนผมอีกครั้ง เมื่อก่อนถึงสะพานสูง (ยาว 2.5 กม.ความชัน 6%) ปีเตอร์เริ่มกระซวกทุกคน เพราะแกขึ้นเขาได้ดีที่สุดในนี้ ดอยสุเทพ แกทำสถิติไว้ 28.45 นาที ปีเตอร์ก็ทำหน้าที่ได้อย่างดี ผมสวิงลงมาทางขวา ทันใดนั้น ฟุบบบ...ฟิ้วๆๆๆๆๆ ยางหลังโดนตะปูดอกเบ้อเริ่ม หมดลมในเสี้ยววินาที ต้องจอดรถ เปลี่ยนล้ออะไหล่ แล้วไล่ขึ้นสะพาน
ผมไล่สุดๆ เพราะคิดว่า ถ้ายังไงถึงยอดสะพานเป็นทางลงยาวๆ ผมเห็นทุกคนปล่อยไหลลง ผมใส่เกียร์หนักๆ ซัดๆๆ น่าจะทัน มาดูแม๊กสปีด ผมลงมาด้วยความเร็ว 78 กม/ชม. พอลงมาทันรถทีมก็ใจเย็น ค่อยๆ ลัดเลาะ เข้ามาจนทันกลุ่ม ปรากฏว่า เกมส์เริ่มเดื่อด พวกเราหลุดไปกลุ่มหน้าถึง 4 คน เสื้อเหลืองซี กียอง หลุดไปแล้ว เพราะไม่สบาย ท้องเสียหนักผมเหลือบไปเห็นอเล็กซ์ รีบเรียกขึ้นไปเซทความเร็วหน้ากลุ่ม และพยายามดึงให้ช้าลง จนวันนี้กลุ่มขาดเกือบ สามนาที และแล้ว วินเซนท์ ก็กลับมาแก้หน้าให้พวกเราสำเร็จอีกครั้ง โดยสปรินทร์เข้ามาเป็นที่ 1 เบิ้ลแชมป์เสตจได้อีกครั้ง และได้โบนัสไทม์ ขยับเวลาใน GC แม๊กกี้ ขึ้นมาเป็นที่ 2 และวินเซนท์ที่ 3
วันนี้ผลออกมาอย่างนี้ ผมพอใจแล้ว รางวัลที่ 1 สี่สิบล้านก็จริงเป็นของนักปั่นดาวรุ่งเวียดนาม อายุแค่ 17 ปี แต่มันเก่งเกินตัว พวกเราก็อยากได้อยู่ แต่ที่ 2 บวก 3 ก็รวมกันได้ สี่สิบล้านเช่นกัน เสตจสุดท้ายเราขี่สบายๆ ไม่ต้องตั้งทีมอีก น่าจะจบเกมส์แล้ว ผมปั่นมากับเอล็กซ์ ไกล้ถึงเส้นชัย ก็โบกมือให้นักปั่นตะกูลเหงียน ว่า อยู่ข้างหลังนี่นะ ไม่ต้องแซงเดี๋ยวจะทำท่า “ซุปเปอร์แมน” ให้ดู และผมก็ทำจริงๆ พวกนักปั่นในกลุ่มชอบใจกันใหญ่ นอกจากจะบู๊ล้างผลาญแล้ว การครองใจนักปั่นที่แข่งด้วยกัน อีกทั้งการเข้าใจภาษาพื้นฐานบ้านเขา ก็ช่วยเราได้ไม่น้อยล่ะครับ ได้ยินมันคุยกัน เราต้องพอรู้ว่า มันหมายถึงอะไร เหลือกี่กิโล ระยะห่างเท่าไหร่ ประมาณเนี้ยครับ



เสตจที่ 6 สั้นที่สุดในทัวร์นี้ 145 กม. ก่อนแข่งทีม Saigon ซึ่งเป็นทีมผู้นำ ถามผมว่า วันนี้ จะวางแผนยังไง ช่วยกันมั๊ย รักษาอันดับ 2-3 ไว้ ผมบอกว่า โอเค 90 กม.แรกทีมเราจะส่ง โดแมสติกขึ้นไปช่วย 3-4 คน หลังจากผ่าน 90 กม.ไปแล้วขอดูอีกที เพราะทีมเวียดทีมอื่นอยากกระแทกเอาคืนเหมือนกัน มาชวนผมเล่นรุมกินโต๊ะ ทีมผู้นำ แต่ผมคิดว่าพอใจกับ เงินรางวัลที่คำนวณแล้ว ไม่ต่ำกว่า 50 ล้านแน่นอน ไม่อยากทำหล่นข้างทาง แต่ถ้าห้าวเลี่ยนไปเล่นอีก เกิดวินเซนท์มันขี่ไม่ได้ขึ้นมาอีกจะยุ่ง ช่วงแรกก็ทำตามที่คุยไว้ ส่งลูกทีมขึ้นไปช่วงผลัดนำ ช่วงหลังทีมผู้นำปล่อยคนหนีตามฟอร์มเดิม และมาโหมไล่จนมาทันใน 5 กม.
สุดท้าย ผมบอกวินเซนท์ว่า ให้อยู่หลังผมไว้นะ เดี๋ยวไอจะพามุด รอจังหวะสปรินทร์อย่างเดียว เดี๋ยวเปิดช่องให้ขึ้น วินเซนท์ ซึ่งเป็นสปรินทร์เตอร์ชั้นยอด ก็รับปากว่า แน่นอน ไอทรัสยู ไกล้เข้าเส้นผมจำเส้นทางได้หมด เพราะว่าตอนเช้าก็ออกมาทางนี้ มีโค้งหักศอก 90 องศา แล้วทางบีบลงเหลือแค่ 5 เมตร อันตรายมากๆ ผมมุดขึ้นมาไปข้างหน้า ด้วยการที่ดูทัวร์บ่อย ขึ้นมาอยู่ท้ายขบวนรถไฟสีส้มของทีม ADC ซึ่งมี โมโตอิ นาร่า แชมป์ OCBC ชาวญี่ปุ่นเป็นตัวสปรินท์เตอร์ของทีม ผมมุดพรวดเดียวมาอยู่ท้าย นาร่า คิวแรก สวยมากๆ และมั่นใจว่า บักวินเซนท์ คงอยู่หลังผมแน่ๆ ไกล้เข้าเส้นความเร็วสูงเกือบจะแตะๆ 60 แล้ว ข้ามสะพานเล็กๆ ผมมองเห็นบอลลูนเส้นชัยแล้ว กะว่าลงสะพานนี้ จะสวนเปรี้ยงเดียว ส่งวินเซนท์เข้าเส้นเลย คิดได้ทำได้ดังนั้น ผมสวน ปัง...
ปรากฎว่าเกียร์ผมหมด เพราะว่าเมื่อวานเปลี่ยนล้อหลัง เฟือง 11 ไม่มี มีแค่ 12 รู้สึกว่ามันวืดๆ สุดตรีน ได้แต่นี้ แต่ยังไม่มีใครขึ้นผมเลย ได้ระยะ ร้อยเมตรสุดท้ายผมเปิด กะว่าจะให้วินเซนท์ทำแฮททริก อ้าว..ทำไมไม่ใช่วินเซนท์ เป็นนักปั่นเวียด ขึ้นมาเป็นแผงเลย ผมไหลเข้าเส้นชัยด้วยอันดับที่ 6 วินเซนท์เข้ามาเป็นดับดับ 9 มันบอกว่า มุดไม่ทันผมตั้งแต่โค้งหักศอกแล้ว พวกเวียดกระแทกไม่ให้ขึ้นมาหลังผม เพราะคงรู้ว่าเป็นตัวอันตราย แต่กับผม กลับได้สิทธิ์นั้นแฮะ พวกเวียดค่อนข้างเกรงใจผม ในฐานะที่เป็นซีเนียร์ ผมขึ้นมาแทนที่จะเบียดผม กลับเว้นที่ให้ขี่ เพราะความเป็นรุ่นพี่ ที่น้องๆ ยกให้คนนึงมั๊งครับ..
จบแล้วการแข่งขันทัวร์ครั้งนี้ เกมส์จบ พวกเราก็พอใจผลงาน และเงินรางวัลสะสมแล้วล่ะ งานนี้ เราทั้ง 6 คน มาจากต่างที่ต่างถิ่น ไทย-ลาว-สิงค์โปร์-ฝรั่งเศส รวมกันปั่น ยืนซดได้ถึงเสตจสุดท้าย ได้ขนาดนี้ ต้องเอ่ยปากชมกันเลยล่ะครับ สำหรับนักปั่นทีมชาติลาวอย่าง น้องแม้กกี้ ปั่นได้ดี ขึ้นไปลุยข้างหน้าตลอด ไม่มีลงมาหมกแม้แต่น้อย สั่งยิงนี่ออกไปอย่างกับกดรีโมทกันเลย ต่อมาคือ ปีเตอร์ พูเลย์ นักปั่นมากประสบการณ์ ผ่านเกมส์ระดับโปรมาเยอะ เคยเป็นแชมป์แห่งชาติฝรั่งเศส ทุ่มเทช่วยทีมได้มาก คือใจถึงพึ่งได้ ส่วนอเล็กซ์นั้น ด้วยความที่รีดน้ำหนักตัวมากจนเกินไปทำให้ เอล็กซ์ทำได้ไม่ค่อยดีนักในเชิงทางราบแบบนี้ ไม่ค่อยมีแรงกระชาก แต่ก็ช่วยทีมได้เมื่อต้องการ ถ้าเป็นเส้นทางภูเขา ผมมั่นใจว่าเราสอยเงินรางวัลเกือบทั้งหมด เพราะระดับ ปีเตอร์ กับ อเล็กซ์ สองคนนี่ หาคนตามได้ยากนักในการไต่เขา อีกสองคนคือ วินเซนท์ จอมพลังจากสิงค์โปร์ พวกซ้อมเยอะ กินอย่างกับพายุ สปาเกตตี้ นี่อย่างเบาะๆ ต้อง 5 จาน กินเหมือนยัดหมอน ขี่เหมือนนอนมา กับ กาเบรียล ที่ยังใหม่มากๆ กับเกมส์ทางไกลแบบนี้ แต่ก็ยังพอพึ่งได้ เมื่อทีมต้องตกอยู่ในภาวะตั้งรับ คือไม่มีการเกี่ยงที่จะขึ้นช่วยนำ และสั่งให้ยิง ก็ สามารถยิงออกไปได้เหมือนกัน ส่วนผมเอง หะแรกกะว่าจะเป็นแค่โดแมสติก คอยช่วยส่งน้ำให้เพื่อน เอาไปเอามา ต้องมาเป็นกัปตันทีมไปโดยปริยาย เพราะส่วนมาก เกมส์ที่ผมบอกทุกคน มักจะถูกเหมือนเปิดถ้วยแทงไฮโล และประสบการณ์ในเวียดนาม ที่ผมมาที่นี่หลายครั้ง เพื่อนนักปั่นรุ่นเดียวกันที่ตอนนี้เป็นโค้ช เป็นผู้ตัดสิน ก็ทำให้พอจะรู้ทิศทางและ สื่อสารได้ ตรงนี้สามารถช่วยทีมได้เยอะ แต่ยังเหลือ ปิดเมืองแข่งอีกวันนึง มี 10 ล้านดอง ให้ชิงกัน
วันสุดท้าย..แข่งรอบเมืองรอบละ 2.2 กม. 21 รอบ มี 7 สปรินทร์ให้ชิงชัยกัน
วันนี้เป็นรายการแข่งพิเศษ หรือที่เขาเรียกว่า S โชว์ ปิดถนนในเมืองแข่งกัน มีทีวีถ่ายทอดสด คนดูนับพันคนสองข้างทาง เมื่อคืนก่อนแข่ง ผมได้รับการชวนจากเพื่อนนักปั่นเก่าๆ ชาวเวียดนาม ให้ไปนั่งเรือกินข้าว จิบเบียร์กัน บรรยากาศฝนตกปรอยๆ ก็เพลินไปอีกแบบ สนุกดี เป็ดกับไก่คุยกัน ไม่ค่อยรู้เรื่อง ประมาณเที่ยงคืนครึ่ง ผมนั่งแท้กซี่กลับโรงแรมที่พักซึ่งอยู่นอกเมืองประมาณ 5 กม. ผมนั่งชิวๆ มาเรื่อยๆ สายตาเหลือบไปเห็น คนปั่นจักรยานเสือหมอบ และมองดูน่าจะเป็นนักแข่ง คิดอยู่ในใจว่า ไอ่บ้านี่ เที่ยงคืนไม่หลับไม่นอนวะ..พอแท้กซี่เข้าไปไกล้ๆ ภาพที่เห็นแทบไม่เชื่อสายตา ชายบนรถจักรยาน นั่นคือ ทีมเมทผมเองครับ มิสเตอร์ วินเซนท์ มันมาทำอะไรของมันวะเนี่ย ผมฉงนมากๆ มองดูนาฬิกา ก็ชัดเจน เที่ยงครึ่ง ผมว่าผมดึกแล้วนะ ฝนก็ตกปรอยๆ มันยังจะซ้อมอีกเหรอเนี่ย ผมมาถึงโรงแรมที่พัก ก็นั่งดักรอเลย ผมถามว่า เฮ้..วอทอาร์ยู ดูอิ้ง วินเซนท์ กี่โมงแล้ว ไม่หลับไม่นอนเหรอ..มันบอกว่า นอนไม่หลับ คิดถึงการแข่งวันพรุ่งนี้ ตื่นเต้นกว่าทุกวัน ไอ่โค้งหักศอกนั่น มันหลอน ถ้าไม่ออกไปเช็คเส้นทาง คืนนี้ไม่ได้นอนแน่ๆ นี่ๆ ดูไอถ่ายวีดีโอมาในไอโฟน ยูอยากดูมั๊ย ผมคิดในใจ ไอ่บ้า ตรูง่วงนอนเฟ้ย ไม่ดูไปนอนล่ะ...zzZZzzzzz
เช้าวันแข่ง กินอาหารเช้าเบาๆ วันนี้ขี่แป้บเดียวก็จบละ ปั่นไปเส้นสตาร์ทเรื่อยๆ ไม่มีความกดดันใดๆ ขาเบาหวิว เพราะว่าเริ่มเข้าที่ มาถึงเส้นสตาร์ท รอเวลาสตาร์ท พอออกไปปุ้ป ขบวนนักปั่นนรก เปิดฉากฉะกันทันที โค้งสุดท้ายก่อนเข้าเส้นเป็นโค้งยูเทิร์น แล้วมีระยะสปรินทร์ไม่น่าจะเกิน 300 เมตร รอบแรกผมอยุ่ข้างหลัง ยืดแล้วยืดอีก มีคนปล่อยยืดเยอะๆ ผมใช้วิธี ยกลึก(เบรกไกล้ๆโค้ง ไม่ค่อยผ่อนความเร็ว) ตามตำหรับ โมโตครอส ที่ขี่อยู่หลายปี ตัดเข้าในสุด ขยับอันดับได้มากในแต่ละโค้ง รอบสปริทร์ ขึ้นมาแปะอยู่ท้ายปีเตอร์ และกำลังจะบอกปีเตอร์ว่า ให้ช่วยบล็อกกลุ่มกลางโค้งให้หน่อย แต่ด้วยความเก๋าเกมส์ของปีเตอร์ แทบไม่ต้องบอก ปีเตอร์รู้ทันทีว่าต้องทำอย่างไร สปรินทร์แรก ผมอยากเทสระยะสปรินทร์ หลังจากที่เมื่อวานเริ่มมั่นใจว่า สู้ได้ และเปลี่ยนเฟืองเป็น 11 เรียบร้อยแล้ว แต่ผมยังไม่ใส่ร้อยเปอร์เซ็นต์ กะว่าจะเก็บไว้รอบท้ายๆ สปรินทร์แรกผมเข้าที่สอง ด้วยประสบการณ์ที่ผมมองป้าดเดียวก็รู้ได้เลยว่า การแข่งแบบนี้จะเร็วในช่วงแรกๆ หลังจากนั้นเกมส์จะหยุดและจะมีกลุ่มแตกออกไป และทีมเมทของแต่ละทีมจะบล็อกกลุ่มไว้ เพื่อให้ขุนพลของทีมไปแลกได้เสียกันข้างหน้า ผมนับรอบจนเหลือ 9 รอบ มีข้างหน้าลอยอยู่ 2 คน ตัวแรงๆ ทั้งคู่ ต้องรีบกระชากแฮนด์ติดมือ ตาม 2 คนหน้าจนทัน เป็น 3 คน เก็บสปรินทร์ อันดับ 2-3 ได้อีกนิดหน่อย ซักพัก มีตามมาอีกสามคน แล้วไอ่สองคนแรก เป็นตัวเก่ง มันจับกันเป็นตังเม สามตัวหลังที่มาทัน สวนออกไป ผมไม่รอแล้ว ตามออกไปอีก ฟลุ้คได้คะแนนอีก เหลือ 4 รอบสุดท้าย ผมคิดได้ก่อนว่า ต้องขี่ให้เร็วและให้ไอ่สามคนที่มาด้วย ก่อสงครามระหว่างกัน โดยผมจะคอยเชื่อมกลุ่ม คือถ้ามีคนกระตุกหนี ผมจะคอยลากให้นิ่มๆ เชื่อมกลุ่มเข้าหากันทุกครั้ง ตอนนี้ข้างหลังไม่ต้องพูดถึงแล้ว ขาดเป็นนาที ผมก็ทำหน้าที่คอยเชื่อมอยู่เรื่อยๆ แต่ในใจคิดว่า ถ้ามาสปรินทร์ อาจโดน โมโตอิ นาร่า นักปั่นญี่ปุ่นสอยเอา หมอรอบจัดมากๆ ลองเทสมันดูแล้ว เร็วจริงๆ ฉะนั้น ต้องยิงหนีรอบสุดท้าย และให้พวกมันเกี่ยงกัน เพราะถ้าผมหนีมีสองเหลี่ยมคือ สามคนช่วยกันไล่ กับสามคนต่างคนต่างเกี่ยงกัน และแล้ว..รอบสุดท้ายมาถึง ผมยังใจเย็น ลงไปอยู่ท้ายกลุ่ม ปล่อยยืดเล็กน้อย และคิดว่า เอาวะ ไม่มีอะไรจะเสีย ถ้าโดนไล่ทัน ก็เสมอตัว แต่ถ้าไม่แลกออกไป ไม่มีทางชนะ รวบรวมพลังลมปราณเฮือกสุดท้าย สวน เปรี้ยงงงงง..ออกไปสุดเกียร์หมา ทางขวามือ ความเร็วขึ้นมาถึง 55 กม/ชม. ถึงโค้งสุดท้าย แฮร์พิน ผมยกลึกเช่นเคย ทั้งปั่นทั้งเบรก ล้อหลังดริฟท์เล็กๆ ไม่กล้าแม้แต่จะมองข้างหลัง กะแลกแบบเปิดหน้าแลกไปเลย ทันก็ทัน พอออกโค้งมา กระชากอีกทีไล่รอบและความเร็วขึ้นไปจนสุดแล้ว หันมามองหลัง อ้าวววว..ขาดเยอะ ยังทันได้เห็นนักปั่นเหงียน 1 ในนั้น ลงไปนอนวัดพื้นด้วย ผมก็ยิ้มสิครับ ท่าเดิม ปั่นผ่านเส้นชัยแบบมั่นใจเต็มที่ และไม่ทำหน้าเหนื่อยด้วย เพราะกล้องทีวี และช่างภาพเยอะ 5555 คว้าแชมป์วันสุดท้ายนี้ไปด้วยคะแนน 18 ต่อ 16 ซึ่งด้วยความสัตย์จริง ผมไม่รู้หรอกครับว่าเขาแข่งแบบพ้อยท์เรซ เก็บแต้มทุกสปรินทร์ และมาดับเบิ้ลรอบสุดท้าย ใจผมตลอดการแข่งวันนี้ผมคิดอย่างเดียว เอาล้อแตะเส้นชัยเป็นคนแรก ในรอบสุดท้ายเป็นกิน แต่ที่จริง เขาเก็บแต้ม ที่ 1 ได้ 5-3-2-1 สี่อันดับในแต่ละสปรินทร์ บังเอิญผมโชคดีไปเก็บได้ในรอบแรก และ กลุ่มหนีที่ 1 และกลุ่มหนีที่ 2 ก็พอได้แต้ม และมาได้ 10 แต้มรอบสุดท้าย และเฉือนชนะไป ถ้าในระหว่าง 7 สปรินทร์ผมไม่ได้แต้มเลย และมาได้แค่ 10 แต้มในรอบสุดท้าย ผมจะได้แค่ที่ 4 เองครับ







เอาล่ะครับหลังแข็งกว่าตอนแข่งซะอีก นั่งพิมพ์ซะเมื่อย เล่ามาซะยาว จริงๆ แค่อยากแชร์ประสบการณ์ อย่าได้คิดว่าเป็นการโชว์ออฟ อะไรนะครับ ผมอยากให้บทความของผม สร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับคนที่เข้ามาอ่าน เก็บเกี่ยวความรู้และ บันเทิงไปกับเกมส์การแข่งขัน คุณอ่านแค่สิบนาทีก็น่าจะจบแล้ว แต่ผมต้องใช้เวลากว่า 10 วัน ไปตะลุยดงล้อมา เกือบๆ 900 กิโลเมตร จำภาพเหตุการณ์มาเล่าให้ฟัง และอีกจุดประสงค์หลักเลยคือ อยากให้บทความนี้สร้างแรงบันดาลใจให้กับกลุ่มคนวัย 40 อัพอย่างผม เผื่อจะได้มีกำลังใจฝึกฝน และฝึกซ้อมด้วยความสนุก และไม่มีอะไรยากเกินไปหรอกครับ..คุณก็ทำได้ รูปภาพค่อยทยอยลงนะครับ มันเยอะ ... ขอบคุณที่ทนอ่านครับ
วินเซนท์ Vincent Ang
แมกกี้ ท้าวสุริวง เปี่ยมปัญญา
ปีเตอร์ พูเล่ย์ Peter Pouley
แกเบรียล Gabriel Joshua Tan
อเล็กซ์ ท้าว อาระยะ พูนสวัสดิ์



ภาพสวยๆ จากเพื่อนรักของผมคนนี้ครับ พี่โทน..