เพื่อนชวนเพื่อนปั่น(1) มาเล่าสู่กันฟัง... ปลายทางที่ชุมพร

รายงาน/รูป "สรุปทริป" จากที่ได้ปั่นมา
รูปประจำตัวสมาชิก
TigerSmile'Hy
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6475
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2008, 15:19
Tel: 081-4190187
team: "สสสสส." (สุมหัวกันปั่นยานพาหนะที่ต้องใช้ 2 ขาถีบ เพื่อความสนุกสนานและสังสรรค์)
Bike: SOMA SAGA, KHS Team St, KHS F20-T3, TheOldCan, Mazda, Honda, Yamaha / Map60cs / Nikon D3000 ...
ตำแหน่ง: 180/91 ม.1 ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110
ติดต่อ:

Re: จากเพื่อนชวนเพื่อนปั่น(1) มาเล่าสู่กันฟัง...ปลายทางที่ชุมพร

โพสต์ โดย TigerSmile'Hy »

รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ
รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ

:idea: 8 เมษายน 2552 ... เช้าที่สดใสอีกวันหนึ่ง สถานที่แบบนี้ อากาศยามนี้ ยากจะหามาเชยชม ผมตื่นแต่เช้ามืดนั่งจัดการเรื่องส่วนตัวและปล่อยอารมณ์ให้ล่องลอยไปตามปุยเมฆทียอดเขามองไปไกลสุดตา...

รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ

มอง 3 ภาพนี้แล้วจินตนาการเป็นภาพพาโนราม่า ซ้าย-ตะวันออกเฉียงใต้, กลาง-ทิศใต้ และขวา-ตะวันตกเฉียงใต้ ... สถานที่แห่งนี้รับฟังจากพี่สหัสได้ความว่าเป็นเหมืองแร่เก่า รกร้างมานาน ........ เอาเป็นว่าปัจจุบันเป็นของรัฐฯ อิอิอิ อาคารที่เห็นเป็นอาคารเดิมสมัยเป็นเหมืองแร่ ส่วนประที่เป็นเหล็กต่างๆ คงสภาพตามที่เห็น ไม่เป็นสนิม (น่าจะเอาไปโฆษณาก๊อกน้ำเนาะ) เลยเข้าไปอีกเป็นอาคารสำนักงานการกิฬาฯ และห้องพักรับรองฯ นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อเข้าพักได้...

รูปภาพ รูปภาพ
รูปภาพ

ช่างภาพมืออาชีพ Tanuk และ เสือสาคร บรรจงถ่ายภาพ...ดังที่เห็น ก่อนที่จะทะยอยปั่นออกมาจากที่พัก... เช้านี้ Tanuk และพี่นครธนปั่นมารับเราแต่เช้าเลย

รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ
ไฟล์แนบ
L1K.jpg
L1K.jpg (875 ไบต์) เข้าดูแล้ว 9662 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย TigerSmile'Hy เมื่อ 26 เม.ย. 2009, 20:44, แก้ไขแล้ว 10 ครั้ง
นักปั่นฯ, นักแข่ง ... ได้เจอแค่เส้นชัยที่ปลายทาง ทว่า นักท่องเที่ยว, นักเดินทาง ... ได้เจอเรื่องราวมากมายระหว่างทาง
WebSite | www.TigerSmile.Net
รูปประจำตัวสมาชิก
TigerSmile'Hy
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6475
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2008, 15:19
Tel: 081-4190187
team: "สสสสส." (สุมหัวกันปั่นยานพาหนะที่ต้องใช้ 2 ขาถีบ เพื่อความสนุกสนานและสังสรรค์)
Bike: SOMA SAGA, KHS Team St, KHS F20-T3, TheOldCan, Mazda, Honda, Yamaha / Map60cs / Nikon D3000 ...
ตำแหน่ง: 180/91 ม.1 ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110
ติดต่อ:

Re: จากเพื่อนชวนเพื่อนปั่น(1) มาเล่าสู่กันฟัง...ปลายทางที่ชุมพร

โพสต์ โดย TigerSmile'Hy »

รูปภาพ
รูปภาพ รูปภาพ

จุดหมายแรกของวันนี้คือ"กราบขอพรศาลหลักเมืองพังงา" เป็นธรรมเนียมแบบไทยๆ ไปลา-มาไหว้ ยึดถือกันมานาน... จึงขอยกข้อเขียนที่เกี่ยวข้องมาเล่าสู่กันฟังเล็กน้อย จาก http://www.phangnga.go.th/png/pillar1.htm
รูปภาพ
ไฟล์แนบ
2009-04-24_064257.png
2009-04-24_064257.png (49.5 KiB) เข้าดูแล้ว 1145 ครั้ง
นักปั่นฯ, นักแข่ง ... ได้เจอแค่เส้นชัยที่ปลายทาง ทว่า นักท่องเที่ยว, นักเดินทาง ... ได้เจอเรื่องราวมากมายระหว่างทาง
WebSite | www.TigerSmile.Net
รูปประจำตัวสมาชิก
TigerSmile'Hy
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6475
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2008, 15:19
Tel: 081-4190187
team: "สสสสส." (สุมหัวกันปั่นยานพาหนะที่ต้องใช้ 2 ขาถีบ เพื่อความสนุกสนานและสังสรรค์)
Bike: SOMA SAGA, KHS Team St, KHS F20-T3, TheOldCan, Mazda, Honda, Yamaha / Map60cs / Nikon D3000 ...
ตำแหน่ง: 180/91 ม.1 ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110
ติดต่อ:

Re: จากเพื่อนชวนเพื่อนปั่น(1) มาเล่าสู่กันฟัง...ปลายทางที่ชุมพร

โพสต์ โดย TigerSmile'Hy »

รูปภาพ รูปภาพ
รูปภาพ รูปภาพ
รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ

ถัดจากสักการะศาลหลักเมืองเรียบร้อยแล้วเราปั่นกันมาเรื่อยๆ ผ่านกลางเมืองแวะเติมพลังมื้อเช้า... มีพี่ๆ เสือชาวพังงามาร่วมรับทานอาหารด้วย ... ของผมเป็นข้าวหมกไก่ + โรตีน้ำแกง + กาแฟ ครบสูตร 1 ชุด ... อ้อ...มื้อเช้านี้"เสือสาคร" เป็นเจ้ามือฯ ขอบคุณมากๆ ครับ

เสร็จสรรพเราปั่นผ่านกลางเมือง ชมเมืองกันไปเรื่อยๆ บนถนนเพชรเกษม หรือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 ตอนนี้มี อ.สมนึก และทีมงาน"เสือพังงา" เสือนครธน, เสือสหัส, เสือนริศ, เสือสาคร, เสือศุภชัย. ร่วมกันกับเรา ... พักเซอร์วิสรถ บริการฉีด, หล่อลื่นโซ่โดย"ช่างนริศ" ... ส่วนผมมีปัญหาเรื่องเบรคหน้านิดหน่อย อ.สมนึก ได้ให้ผ้าเบรคมา 1 ชุด ... ผมเก็บไว้สำรองระหว่างการเดินทาง ... ขอบคุณครับ

รูปภาพ
รูปภาพ รูปภาพ

เราปั่นไปคุยกันไปจนถึงแยกบนถนน 4144 เราเลี้ยวซ้ายเข้าไปชมอ่าวพังงา ระยะทางราว 4 กม. และต้องปั่นกลับออกมาตามทางเดิม ... ธรรมชาติก็ดูดีรับได้ แต่เรื่องความสะอาดคงต้องปรับปรุง...(อีกมาก) รวมทั้งผู้ให้บริการเรือท่องเที่ยวเอกชน ที่คอยยื้อแย่งนักท่องเที่ยวที่ผ่านเข้ามา ก่อนเข้าไปผมตั้งใจสอบถามข้อมูลการท่องเที่ยวและอัตราค่าบริการฯ เจอแบบนี้เข้าผมเปลี่ยนใจ"ไม่ถามดีกว่า..."

กลับออกมาแล้วมุ่งหน้าต่อไปตามถนนเพชรเกษมต่อ ช่วงนี้ทางค่อนข้างไหลลงตามภูมิประเทศ ... ทำเอา"คณะเจ้าภาพ" ต้องรั้งท้ายขบวนซะไกล... อิอิอิ กว่าจะรู้ตัวลุงสมพลฯ ตามมากระซิบ เราชลอความเร็วลงจนมาพร้อมกันแล้วไปกันต่อ...
แก้ไขล่าสุดโดย TigerSmile'Hy เมื่อ 24 เม.ย. 2009, 08:42, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
นักปั่นฯ, นักแข่ง ... ได้เจอแค่เส้นชัยที่ปลายทาง ทว่า นักท่องเที่ยว, นักเดินทาง ... ได้เจอเรื่องราวมากมายระหว่างทาง
WebSite | www.TigerSmile.Net
รูปประจำตัวสมาชิก
TigerSmile'Hy
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6475
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2008, 15:19
Tel: 081-4190187
team: "สสสสส." (สุมหัวกันปั่นยานพาหนะที่ต้องใช้ 2 ขาถีบ เพื่อความสนุกสนานและสังสรรค์)
Bike: SOMA SAGA, KHS Team St, KHS F20-T3, TheOldCan, Mazda, Honda, Yamaha / Map60cs / Nikon D3000 ...
ตำแหน่ง: 180/91 ม.1 ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110
ติดต่อ:

Re: จากเพื่อนชวนเพื่อนปั่น(1) มาเล่าสู่กันฟัง...ปลายทางที่ชุมพร

โพสต์ โดย TigerSmile'Hy »

รูปภาพ
รูปภาพ รูปภาพ

... เราปั่นมาถึงบ้านตะกั่วทุ่ง จะมีทางแยกขวาที่สร้างขึ้นมาใหม่เพื่อหลบชุมชน... เราตรงไปตามเส้นทางเก่าผ่านชุมชน แวะทักทายเพื่อเสือพังงาอีกท่านหนึ่ง เป็น นปท.ไปรษณีย์ตะกั่วทุ่ง (ท่านที่ 4 จากซ้าย) ผมจำชื่อท่านไม่ได้ แต่ท่านจำผมได้ว่าได้ปั่นที่ทะเลน้อยด้วยกันเมื่อวันที่ 5 เมษาฯที่ผ่านมา... อายจังเลย อิอิอิ :oops:

ออกจากที่ทำการไปรษณีย์ฯ ราว 800 เมตร เราเลี้ยวซ้ายเข้าทางถนนเทศบาล 3 ต่อไปอีกราว 1 กม. ก็จะถึงท่าเรือสุระกุล เป็นท่าเที่ยบเรือสำหรับบริการท่องเที่ยวอีกจุดหนึ่ง... ที่แห่งนี้ดูแล้วน่าประทับใจกว่าที่แรกที่เราเข้าไปชมมา
แก้ไขล่าสุดโดย TigerSmile'Hy เมื่อ 24 เม.ย. 2009, 08:47, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
นักปั่นฯ, นักแข่ง ... ได้เจอแค่เส้นชัยที่ปลายทาง ทว่า นักท่องเที่ยว, นักเดินทาง ... ได้เจอเรื่องราวมากมายระหว่างทาง
WebSite | www.TigerSmile.Net
รูปประจำตัวสมาชิก
TigerSmile'Hy
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6475
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2008, 15:19
Tel: 081-4190187
team: "สสสสส." (สุมหัวกันปั่นยานพาหนะที่ต้องใช้ 2 ขาถีบ เพื่อความสนุกสนานและสังสรรค์)
Bike: SOMA SAGA, KHS Team St, KHS F20-T3, TheOldCan, Mazda, Honda, Yamaha / Map60cs / Nikon D3000 ...
ตำแหน่ง: 180/91 ม.1 ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110
ติดต่อ:

Re: จากเพื่อนชวนเพื่อนปั่น(1) มาเล่าสู่กันฟัง...ปลายทางที่ชุมพร

โพสต์ โดย TigerSmile'Hy »

รูปภาพ
รูปภาพ รูปภาพ
รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ

ท่าเรือสุระกุล หรือ ท่าเรือกะโสม ในอำเภอตะกั่วทุ่ง มีเรือให้เช่าหลายขนาด เรือสำหรับ 1–10 คน ราคา 1,700 บาท 11–20 คน ราคา 1,900 บาท 21–30 คน ราคา 2,100 บาท(ราคาอาจเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม) ... อยากไป ผมไม่เคยออกไปเหมือนกัน
ออกไปแล้วจะได้เห็นแบบนี้ เขียน: รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ
แก้ไขล่าสุดโดย TigerSmile'Hy เมื่อ 24 เม.ย. 2009, 08:46, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
นักปั่นฯ, นักแข่ง ... ได้เจอแค่เส้นชัยที่ปลายทาง ทว่า นักท่องเที่ยว, นักเดินทาง ... ได้เจอเรื่องราวมากมายระหว่างทาง
WebSite | www.TigerSmile.Net
รูปประจำตัวสมาชิก
TigerSmile'Hy
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6475
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2008, 15:19
Tel: 081-4190187
team: "สสสสส." (สุมหัวกันปั่นยานพาหนะที่ต้องใช้ 2 ขาถีบ เพื่อความสนุกสนานและสังสรรค์)
Bike: SOMA SAGA, KHS Team St, KHS F20-T3, TheOldCan, Mazda, Honda, Yamaha / Map60cs / Nikon D3000 ...
ตำแหน่ง: 180/91 ม.1 ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110
ติดต่อ:

Re: จากเพื่อนชวนเพื่อนปั่น(1) มาเล่าสู่กันฟัง...ปลายทางที่ชุมพร

โพสต์ โดย TigerSmile'Hy »

รูปภาพ

กลับออกมา... เรายังอยู่บนถนนเพชรเกษม ห่างจากแยกเข้าท่าเรือสุระกุล ราว 7.5 กม. ก็มาถึงวัดแก้วมณีศรีมหาธาตุ ทล. 4, กะไหล ตะกั่วทุ่ง, พังงา 82130 (พิกัด N8.33472 E98.42608) เราพักและชมพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย ที่มีหุ่นขี้ผึ้งจำลองพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง...

รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ
รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ
รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ

10 โมงครึ่งกว่าๆ เราถ่ายรูปร่วมกันอีกครั้ง... คณะเสือจากพังงากรุณามาส่งเราซะไกล ต้องแยกจากันอีกครา ... ขอบคูณที่อนุเคราะห์ ที่พัก อาหาร แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว และที่สำคัญ "เป็นทั้งเพื่อนปั่น และปั่นเป็นเพื่อน"

รูปภาพ
นักปั่นฯ, นักแข่ง ... ได้เจอแค่เส้นชัยที่ปลายทาง ทว่า นักท่องเที่ยว, นักเดินทาง ... ได้เจอเรื่องราวมากมายระหว่างทาง
WebSite | www.TigerSmile.Net
รูปประจำตัวสมาชิก
TigerSmile'Hy
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6475
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2008, 15:19
Tel: 081-4190187
team: "สสสสส." (สุมหัวกันปั่นยานพาหนะที่ต้องใช้ 2 ขาถีบ เพื่อความสนุกสนานและสังสรรค์)
Bike: SOMA SAGA, KHS Team St, KHS F20-T3, TheOldCan, Mazda, Honda, Yamaha / Map60cs / Nikon D3000 ...
ตำแหน่ง: 180/91 ม.1 ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110
ติดต่อ:

Re: จากเพื่อนชวนเพื่อนปั่น(1) มาเล่าสู่กันฟัง...ปลายทางที่ชุมพร

โพสต์ โดย TigerSmile'Hy »

รูปภาพ
รูปภาพ รูปภาพ
รูปภาพ รูปภาพ
รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ

ออกจากกะไหล ผ่านบ้านท่าอยู่ แล้วเบี่ยงซ้ายตามทางตัดใหม่ลัด ต.โคกกลอย ไปออกก่อนถึงบ้านท่านุ่นเลย ... 11 โมง 40 หัวลากสั่งพักเที่ยงร่านค้าเล็กๆ ข้างทาง มีข้าวราดแกงด้วย เติมไปคนละ 2 จาน ... และพักผ่อนอีกนิดหน่อย ราวๆ บ่ายโมงเราก็ออกเดินทางกันต่อ

ก่อนถึงสะพานฯ ที่จะข้ามไปยัง จ.ภูเก็ต จะมีต้นยางใหญ่อยู่ 2 ข้างทาง ขอให้อยู่คู่เส้นทางนี้ตลอดไปนะ ช่วยๆ กันรักษา ... ภาพแบบนี้มีคล้ายให้เห็นอีก 2 ที่ คือ อ.นาโยง จ.ตรัง และช่วงระหว่าง กระบี่ - พังงา

รูปภาพ
รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ

ไม่กี่อึดใจ เราก็มาถึงสะพานท้าวเทพกษัตรี ซึ่งใช้เป็นฝั่งขาเข้า ส่วนขาออกเป็นสะพานสารสินเดิม (เตี้ยๆ ขวามือ) ... ภาพล่างซ้าย-เป็นมุมมองมาทางตะวันออกเห็นร่องน้ำขนาดใหญ่ และอีกภาพมองไปทางทิศตะวันตกปากน้ำสู่ทะเลอันดามัน ... ยืนอยู่ที่จุดนี้คิดถึงเรื่องเล่าในอดีตเป็นความรักของหนุ่มขับรถรับจ้าง กับสาวนักศึกษาวิทยาลัยครู... ความรักมีอุปสรรคเรื่องของฐานะจนทั้งคู่มาจบชีวิตสังเวยความรักที่นี่... "สะพานรักสารสิน" ภาพยนต์ไทยเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว... รอน บรรจงสร้าง, จินตหรา สุขพัตริ์ นำแสดง(ถ้าจำไม่ผิด) ขอแก้ไข ... เดิมทีผมเขียนเป็น"สันติสุข พรหมศิริ" มีผู้สันทัดกรณีทักท้วงมาว่าที่ถูกต้องคือ"รอน บรรจงสร้าง"... ขอบคุณบังสมาร์ท ณ โคกเมา ด้วยครับ
แก้ไขล่าสุดโดย TigerSmile'Hy เมื่อ 26 เม.ย. 2009, 20:47, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
นักปั่นฯ, นักแข่ง ... ได้เจอแค่เส้นชัยที่ปลายทาง ทว่า นักท่องเที่ยว, นักเดินทาง ... ได้เจอเรื่องราวมากมายระหว่างทาง
WebSite | www.TigerSmile.Net
รูปประจำตัวสมาชิก
TigerSmile'Hy
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6475
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2008, 15:19
Tel: 081-4190187
team: "สสสสส." (สุมหัวกันปั่นยานพาหนะที่ต้องใช้ 2 ขาถีบ เพื่อความสนุกสนานและสังสรรค์)
Bike: SOMA SAGA, KHS Team St, KHS F20-T3, TheOldCan, Mazda, Honda, Yamaha / Map60cs / Nikon D3000 ...
ตำแหน่ง: 180/91 ม.1 ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110
ติดต่อ:

Re: จากเพื่อนชวนเพื่อนปั่น(1) มาเล่าสู่กันฟัง...ปลายทางที่ชุมพร

โพสต์ โดย TigerSmile'Hy »

รูปภาพ
รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ
รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ

ข้ามสะพานเข้าเขต จ.ภูเก็ต "บ้านท่าฉัตรไชย" ... ทิวสน ท้องฟ้า สอดรับกันสวยงามดีแท้ แต่ทว่าอากาศยามนี้ร้อน ร้อน และร้อน มากๆ จนคุณนัทฯ ต้องแอบไปปั่นทางขวาสุดเพื่ออาศัยร่มเงาของทิวสน... มีป้ายบอกระยะทาง 500 เมตร ถึงประตูเมืองภูเก็ต เราจอดถ่ายรูปที่ระลึกร่วมกัน แล้วแยกย้ายกันเก็บภาพมุมต่างๆ และหลบแดดไปในตัวด้วย

รูปภาพ
รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ

มีลานจอดรถกว้างใหญ่(แต่ไม่มีรถจอดสักคัน) มีแผ่นป้ายอย่างดีแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว มีสิ่งก่อสร้างดีไซด์แปลกตาดี และที่สำคัญมีเต่าและไข่เต่าขนาดยักษ์ คงจะสื่อถึงการอนุรักษ์เต่าทะเลขึ้นมาวางไข่ที่หาดไม้ขาว ซึ่งปัจจุบันหาชมได้ยาก ในอดีตร่วม 20 ปีมาแล้วตอนที่ผมทำงานอยู่ที่สำนักงาน CAT Telecom ภูเก็ต ในขณะนั้นยังคงเป็น "การสื่อสารแห่งประเทศไทย" หรือ กสท. มีช่วงเทศกาล"เดินเต่า" ... แต่ไม่เจอเต่าหรอกครับ อิอิอิ

รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ
รูปภาพ
นักปั่นฯ, นักแข่ง ... ได้เจอแค่เส้นชัยที่ปลายทาง ทว่า นักท่องเที่ยว, นักเดินทาง ... ได้เจอเรื่องราวมากมายระหว่างทาง
WebSite | www.TigerSmile.Net
รูปประจำตัวสมาชิก
TigerSmile'Hy
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6475
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2008, 15:19
Tel: 081-4190187
team: "สสสสส." (สุมหัวกันปั่นยานพาหนะที่ต้องใช้ 2 ขาถีบ เพื่อความสนุกสนานและสังสรรค์)
Bike: SOMA SAGA, KHS Team St, KHS F20-T3, TheOldCan, Mazda, Honda, Yamaha / Map60cs / Nikon D3000 ...
ตำแหน่ง: 180/91 ม.1 ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110
ติดต่อ:

Re: จากเพื่อนชวนเพื่อนปั่น(1) มาเล่าสู่กันฟัง...ปลายทางที่ชุมพร

โพสต์ โดย TigerSmile'Hy »

รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ

:arrow: เราปั่นต่อไปตามถนน 402 ผ่านด่านฯ ที่ต้องอ้อมนิดหน่อย คล้ายๆ ด่านตรวจคนเข้าเมือง ผ่านบ้านคอเอน... ตั้งใจเข้าทางสนามบิน ในความทรงจำเดิมปากทางเข้าจะมีบ้านโบราณที่ได้รับการอนุรักษ์อยู่ 1 หลัง นั้นคือแยกไปทางถนน 4031 ทางบางช่วงจะขนานกับลานบิน ... แต่พอมาถึงก็แปลกใจ :?: มีบ้านฯ มีถนนฯ แต่ไม่มีป้ายบอกทางเข้าสนามบิน มีเต็นท์ รปภ.ชั่วคราวกะป้าย"ห้ามเข้า" ... เป็น งง ... อากาศก็ร้อน "เอาไงดีหว่า" ผมคิดในใจ สุดท้ายก็ปั่นต่อไปบน 402 อีกเหมือนเดิม... ก็เจอลุงสมพลฯ คุณนัทฯ และลุงเนตร เราพักเติมน้ำกันอีกทีที่ปั๊มเซล ก่อนออกปั่นต่อไป...

:arrow: ปั่นต่อไปราว 2 กม. ทีนี้มีป้ายเบอเร่อเบอร่าบอกทางเข้าสนามบิน... "ทางใหม่นี่หว่า" ผมพึมพำอีกที ... ทางหลวงหมายเลข 4026 ผ่านวิทยาลัยเทคนิคถลาง แต่ไม่ผ่านสนามบินแฮะ... ปั่นไปจนเจอ 3 แยกตัว T ซึ่งถนนเส้นที่มาขวางหน้าก็ 4031 นั้นเอง ฉะนั้นหากจะไปสนามบินก็ต้องเลี้ยวขวา ... แต่เราเลี้ยวทางซ้าย อิอิอิ

"อุทยานแห่งชาติสิรินาถ" ไปทางไหน ... คุณนัทฯ ถามผมขณะที่ปั่นตามหลังกันมา เพราะเขาอ่านจากป้ายฯ แต่ผมตอบไปว่าไม่ทราบ ทราบเพียงว่าหาดข้างหน้านี้คือหาดในยาง ถัดไปเป็นหาดอ่าวปอ... กลับถึงบ้านมาดูแผนที่ก็ถึงบางอ้อ ก็ทั้งหมดในละแวกนั้นที่เอ่ยมารวมๆ กันเรียกว่า อุทยานแห่งชาติสิรินาถ...

... เราปั่นต่อไปบนถนน 4031 อีกราว 2.5 กม. ก็เลี้ยวขว่าเข้าถนน ถ.รพช. ภก. 3024 ผ่านบ้านสาคู รถน้อย แต่ไหล่ทางแคบ มีร่มไม้ให้บังเงาคลายร้อนได้... ปั่นกันแบบสบายอุรา...

รูปภาพ
(ภาพโดย ลุงสมพลฯ)
รูปภาพ รูปภาพ

... ปั่นกันเพลินไปหน่อยภึงจุดที่ไม่คาดฝัน "โคงซ้ายหักศอก แล้วขึ้นเขาที่ค่อนข้างชัน" (พิกัด N8.06463 E98.28785) ... ผลหรือครับคุณนัทฯ ผ่านได้คนเดียว อีกสามคนที่เหลือกลายเป็นเสือภูเข็น ตามที่เห็น
นักปั่นฯ, นักแข่ง ... ได้เจอแค่เส้นชัยที่ปลายทาง ทว่า นักท่องเที่ยว, นักเดินทาง ... ได้เจอเรื่องราวมากมายระหว่างทาง
WebSite | www.TigerSmile.Net
รูปประจำตัวสมาชิก
TigerSmile'Hy
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6475
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2008, 15:19
Tel: 081-4190187
team: "สสสสส." (สุมหัวกันปั่นยานพาหนะที่ต้องใช้ 2 ขาถีบ เพื่อความสนุกสนานและสังสรรค์)
Bike: SOMA SAGA, KHS Team St, KHS F20-T3, TheOldCan, Mazda, Honda, Yamaha / Map60cs / Nikon D3000 ...
ตำแหน่ง: 180/91 ม.1 ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110
ติดต่อ:

Re: จากเพื่อนชวนเพื่อนปั่น(1) มาเล่าสู่กันฟัง...ปลายทางที่ชุมพร

โพสต์ โดย TigerSmile'Hy »

รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ

:arrow: หลังจากความเหนื่อยยาก ก็มาเจอความชุ่มฉ่ำในหัวใจ ... "หาดในทอน" หาดทราย สายลม แสงแดด (และสองเรา...ถ้าที) ... ภาพชุดนี้เป็นชุดสุดท้ายที่ถ่ายได้ประจำวันนี้... ครับท่าน

... ทันที่ที่วงล้อหยุดนิ่ง สแตนด์ถูกวางลงโดยเร็ว สิ่งที่ทุกคนทำเหมือนกันคือคว้ากล้องถ่ายรูปลงสู่หาดทรายทันที... ยกเว้นผมเพราะมีผมคนเดียวที่ไม่มีสแตนด์ กว่าจะหาที่จอดพิงได้เขาก็กดกันไปหลายรูปแล้ว... ผมลงไปแต่โต๊ะที่วางรอไว้ใต้ต้นไม้ที่ร่มรื่นดี "กาแฟเย็น 1 แก้วครับ" ... ผมออกปากไปทางแม่ค้าที่นั่งมองเราด้วยความแปลก "พี่ไม่ลงไปถ่ายรูปเหรอ..." แม่ค้ายิ้มแล้วถาม ไม่รอฟังคำตอบ...คุณเธอกลับเข้าไปในร้านจัดการทันที :P ไม่นานอีก 3 คนก็กลับขึ้นมาจากริมหาดสั่งอะไรกันบ้างผมไม่ทันได้สังเกต

... เสียงโทรศัพท์ผมดังขึ้น "นี่คุณ...อยู่ตรงไหน? ในเมืองฝนตก 10 นาทีแล้วนะ" ...(กรุณาอ่านสำเนียงภูเก็ต) เสียงโกพรฯ เพื่อนเก่าชาวภูเก็ตดังเดิมกึ่งถามกึ่งบอกด้วยความเป็นห่วง... ผมบอกจุดที่อยู่เรียบร้อยแล้วแกก็สวนมาทันทีว่า "ต้องแผนสองแล่วแหละ..." นั่นหมายถึงแผน 1 ที่ตั้งใจไปกางเต็นท์บริเวนหาดในหาน ใกล้ๆ แหลมพรหมเทพ ... วางสายโทรศัพท์หันไปดูทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ มืดครึ้มไปทั่วจริงๆ ... แม่ค้ายิ้มให้แล้วบอกว่า..." อย่างนี้แหละพี่บ่ายๆ นี่ตกทุกวัน เป็นอาทิตย์มาแล้ว" เสียงยืนยันอย่างนี้แสดงวันนี้ก็ไม่พลาดแน่นอน "พระอาทิตย์ตกที่ประภาคารกาญจนภิเษกแหลมพรหมเทพ"... ตามที่เคยฟังจากวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย... คงหมดหวัง ก้มดูเวลาบ่าย 3 โมงกว่าแล้ว...

... เราออกเดินทางไม่เกิน 10 นาทีฝนก็เทลงมา... เส้นทางที่ลาดชันสลับกันเป็นช่วงๆ สายฝนโปรยปราย... ผ่านบ้านอะไรบ้างไม่ได้ดูแล้วละครับ ลงเขาชุดสุดท้ายจากไม่รู้กี่ชุดก็ถึงบ้าน"ลายัน" ... ปั่นต่อไปจนออกถนน 4030 เราต้องเลี้ยวซ้ายมาออกถลาง จากเดิมที่ตั้งใจไว้คือเลี้ยวขวาผ่านบางเทา เชิงทะเล หาดสุรินทร์ กมลา ... ป่าตอง

... ถึงถลางใช้ถนนสายหลัก 402 มุ่งตรงเข้าเมือง ... เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกที "โกพร" เจ้าเดิมแจ้งมาว่า... "แผน 2 ยกเลิก, ใช้แผน 3 แทน" :oops: แผน 2 เราก็คือกางเต้นท์นอนในสวนโกพรเอง ใกล้ๆ หาดราไวย์ ... แผน 3 ก็แผน 3 ตอนนี้มันทั้งหิว ทั้งซีด ออกสั่นๆ แล้วด้วย...

:idea: รวบรัดตัดความเราไปพักันที่บ้านเช่าที่ยังว่างของโกพรเอง อยู่ที่หมู่บ้านภูเก็ตเมืองทอง 1 ต.วิชิตฯ ท่ามกลางความเปียกแฉะและเหนื่อยอ่อน... จบไปอีก 1 วัน
จบการเดินทางในวันที่ห้า ระยะทาง 123 กม. จาก GPS
- รูปเพิ่มเติม ในพิกาซ่า >> http://picasaweb.google.com/TigerSmileHy/520408#
- แทรค GPS ใน Evertrail >> http://www.everytrail.com/view_trip.php?trip_id=188975

- ติดตามลุงสมพล ไม้ค้ำตะวัน รายงานไว้ที่ http://www.trangzone.com/webboard_show. ... 3&ID=21100
นักปั่นฯ, นักแข่ง ... ได้เจอแค่เส้นชัยที่ปลายทาง ทว่า นักท่องเที่ยว, นักเดินทาง ... ได้เจอเรื่องราวมากมายระหว่างทาง
WebSite | www.TigerSmile.Net
รูปประจำตัวสมาชิก
TigerSmile'Hy
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6475
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2008, 15:19
Tel: 081-4190187
team: "สสสสส." (สุมหัวกันปั่นยานพาหนะที่ต้องใช้ 2 ขาถีบ เพื่อความสนุกสนานและสังสรรค์)
Bike: SOMA SAGA, KHS Team St, KHS F20-T3, TheOldCan, Mazda, Honda, Yamaha / Map60cs / Nikon D3000 ...
ตำแหน่ง: 180/91 ม.1 ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110
ติดต่อ:

Re: จากเพื่อนชวนเพื่อนปั่น(1) มาเล่าสู่กันฟัง...ปลายทางที่ชุมพร

โพสต์ โดย TigerSmile'Hy »

รูปภาพ

:idea: เช้าวันที่ 9 เมษาฯ ผมตื่นแต่เช้ามืด น่าจะก่อนใครอื่น ผมตื่นมาจัดการเรื่องโซ่และเฟือง"พูลลิ่ง" ที่มีปัญหาคาใจมา 2 วัน อาการก็คือ"โซ่กระโดด" หลังจากที่โดนฝนล้างน้ำมันหล่อลื่นออกหมด... หากเช้าหยอดโซ่แล้วอาการนี้จะหาย แต่หากดโดนฝน โดนน้ำ ก็จะกลับมาเป็นอีก...
:?: ปัญหาเรื่องโซ่ก่อน ... นั่งไล่ๆ ดูทีละข้อก็พบว่าปัญหามันอยู่ที่เจ้าหมุดต่อโซ่ ที่ติดมากับ HG93 ซึ่งผมเปลี่ยนออกทริปนี้และผ่านการทดสอบมาร่วม 100 กม. แล้ว เมื่อน้ำมันหล่อลื่นถูกชะล้างออกไปหมด ข้อต่อ จะผืดมากๆ ... แก้ปัญหา ด้วยการยิงหมุดอันเก่าทิ้ง ใส่หมุดใหม่ที่สำรองไว้เข้าไปแทน...
:?: มาถึงปัญหาเรื่องตัวลูกกลิ้งตัวบน ... (ตีนผี XT) ผมประมาทเองก่อนออกทริป อาการของเขาคือเริ่งโยกๆ คลอนๆ อาจจะบูชสึกหรือแบริ่งหลวม (ผมสลับกันไปมาจนลืมว่าอันไหนบุช อันไหนแบริ่ง) ทั้งๆ ที่ผมได้เตรียมสำรองไปด้วย 1 ตัว KCNC 11 ฟัน ... เพราะเขาบอกว่าใช้แทนตัวบนหรือตัวล่างก็ได้ ... ผมเปลี่ยนมันซะปัญหากวนใจก็หมดไปจากใจผมทันที....

:arrow: กลับมาที่เรื่องราวกันต่อ เราเตรียมสัมภาระเสร็จก็ปั่นไปบ้าน"โกพร" และ "จี้อ๋อย" ... ส่วนลูกชาย"เช่งฮ่วน" ยังไม่ตื่น... ครอบครัวนี้ผมสนิทมาร่วม 20 ปีแล้ว ... "โก" และ "จี้" ทางภูเก็ตเขานิยมใช้เรียกแทนคำว่า"พี่"... เรามาเยี่ยม ขอบคุณ และกล่าวลา แต่เจ้าของบ้านขอให้ดื่นกาแฟกันคนละถ้วยก่อนเพื่อรอโกพร ไปอาบน้ำแต่งตัวไปทำงานพร้อมกัน เขาจะพาไปกินมื้อเช้าที่มีแห่งเดียวของภูเก็ต...

รูปภาพ รูปภาพ

เราออกมาตามถนน 4023 เลี้ยวขวา ถ.ศักดิเดชน์ ซอย 1 มาเลี้ยวซ้ายอีกที ถ.รัตนโกสินทร์ 200 ปี อีก 300 เมตร เลี้ยวขวาอีกที ถนนกระ ตรงไป 500 เมตรถึง 4 แยก ถ.ภูเก็ต ตัด ถ.อ๋องซิมผ่าย ... ก็จะพบร้านฯ ซึ่งอยู่ตรงข้ามศาลเจ้า"บางเหนียว" หากจะจอบถามก็ถามหาศาลเจ้าก่อนก็จะหาได้ไม่ยาก ข้าวแกงกระหรี่ฝ่าน ไหหลำ (สูตรโบราณ) ... หากอยู่ต่อหลังบ่ายจะได้ลิ้มลอง"หมี่ต้นโพธิ์" หมีฮ๊อกเกี้ยนชื่อดังของภูเก็ต...

รูปภาพ
รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ

:P 1 ชุด มี 3 อย่าง(ข้าวเปล่า, แกงกะะหรี่ และต้มเครื่องยาจีน) ชุดละ 55.- ... ผมไม่เก่งเรื่องอาหาร กินได้ทุกอย่างจึงบรรยายรสชาดไม่ทำให้เห็นภาพได้ ... สรุปว่าสั่งไปคนละชุด อิ่มกันตามๆ กัน หากไปแบบครอบครัว 3-4 คนพ่อ-แม่-ลูก สั้ง 2ชุดก็อิ่มแน่นแล้วครับ...
รูปภาพ
นักปั่นฯ, นักแข่ง ... ได้เจอแค่เส้นชัยที่ปลายทาง ทว่า นักท่องเที่ยว, นักเดินทาง ... ได้เจอเรื่องราวมากมายระหว่างทาง
WebSite | www.TigerSmile.Net
รูปประจำตัวสมาชิก
TigerSmile'Hy
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6475
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2008, 15:19
Tel: 081-4190187
team: "สสสสส." (สุมหัวกันปั่นยานพาหนะที่ต้องใช้ 2 ขาถีบ เพื่อความสนุกสนานและสังสรรค์)
Bike: SOMA SAGA, KHS Team St, KHS F20-T3, TheOldCan, Mazda, Honda, Yamaha / Map60cs / Nikon D3000 ...
ตำแหน่ง: 180/91 ม.1 ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110
ติดต่อ:

Re: จากเพื่อนชวนเพื่อนปั่น(1) มาเล่าสู่กันฟัง...ปลายทางที่ชุมพร

โพสต์ โดย TigerSmile'Hy »

รูปภาพ
รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ

:!: ก่อนลุกจากโต๊ะอาหารเช้านี้ ... ลุงเนตรฯ กล่าวเซอร์ไพรท์กับพวกเรา ..."ลุงฯ อยากบอกยิ้มและพวกเราตั้งแต่เมื่อคืน ว่าลุงฯ มีภาระด่วนต้องกลับกรุงเทพฯ วันนี้ ... ลุงฯ ขอจบทริปนี้เพียงแค่นี้ และขอให้พวกเราร่วมทริปไปจนถึงเป้าหมาย ... ขอให้ทุกคนโชคดี" ... ครับ ตอนแรกก็งงๆ แต่ 4-5 วันที่ผ่านมาทำให้ผมเรียนรู้การเป็นมืออาชีพมากขึ้นในการรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่โดยไม่คาดคิดไว้ก่อน... เราสอบถามด้วยความห่วงใยกันเล็กน้อยก็เข้าใจถึงเหตุผลของแต่ละคนกันดี ... เราก็ปั่นไปชม"สะพานหิน" สถานที่พักผ่อนยามเย็นของชาวเมืองภูเก็ต หลังจากที่ร่ำลาและขอบคุณ"โกพร" เป็นที่เรียบร้อยแล้ว...
เรามารู้จักสะพานหินกัน เขียน: ... ในอดีตแต่ก่อนนั้นสะพานหินเป็นที่เผาขยะ เวลาผ่านไปจะเหม็นมาก แต่เดี๋ยวนี้สะพานหินเปลี่ยนไปแล้วทั้งเรื่องความสวยงามของทัศนียภาพ เพราะได้รับการดูแลจากทางจังหวัดให้เป็นสวนสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดในภูเก็ต เพื่อใช้เป็นที่พักผ่อนหย ่อนใจของประชาชนและยังเป็นทะเลที่ใกล้ตัวเมืองมากที่สุดด้วย

รูปภาพ

สะพานหิน เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจภายในตัวเมือง อยุ่สุดถนนภูเก็ต ซึ่งยื่นลงไปในทะเลเล็กน้อย เป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์หลัก 60 ปี ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2521 เพื่อเป็นที่ระลึกแก่กัปตันเอ็ดเวิร์ด โธมัสไมล์ ชาวออสเตรเลีย ผู้นำเรือขุดแร่ลำแรกมาใช้ขุดแร่ดีบุกในประเทศไทยเมื่อ พ.ศ. 2452

สะพานหินในยามเช้า ดวงอาทิตย์เริ่มโผล่ขึ้นเหนือน้ำ เหมาะกับการมานั่งชม... สะพานหินจะงามที่สุดก็น่าจะเป็นยามเช้า เพราะที่นี่จะเห็นแสงแรกเช้า ถ้าโชคดีเราจะได้พระอาทิตย์ดวงกลมๆ แถมยังมีหมอกเหมือนทางภาคเหนือ ตอนเช้าจะมีคนมาวิ่งออกกำลังกายกัน ตอนเย็นก็จะมีคนมานั่งชมนกทะเล พร้อมกับทำข้าวห่อมานั่งกินกันในครอบครัว เป็นภาพที่หาดูได้ตลอดแนว สะพานหินเป็นเหมือนศูนย์กลางที่เชื่อมระหว่างคนยุคเก่าและคนยุคใหม่ให้มีกิจกรรมร่วมกัน เช่น งานกีฬา ทุกชนิด งานจังหวัด งานเทศการถือศีลกินผัก ฯลฯ

หากใครได้มีโอกาศมาเที่ยวที่ภูเก็ตก็อย่าพลาดที่จะมาเที่ยวที่สะพานหินแห่งนี่เพื่อพักผ่อนหย่อนใจ ให้หายเหนื่อยจากการทำงาน สะพานหินนอกจากจะเป็นสวนสาธารณะที่ใหญ่แล้ว ยังเป็นสถานที่ ที่เหมาะกับการออกกำลังกายอีกด้วยเพราะมีสนามกีฬา โรงยิม และสามารถวิ่งรอบๆสถานที่ได้ด้วย นอกจากนี้ในช่วงเทศกาลต่างๆสะพานหินก็มีการจัดงานขึ้นที่นี่ มีอาหาร เครื่องดื่ม การตั้งร้านขายของมากมาย พร้อมด้วยการแสดงต่างๆ และซุ้มเล่นเกมส์อีกด้วย
รูปภาพ
รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ

... จบจากสะพานหินเราย้อนกลับออกจากเมืองภูเก็ต แวะย่านตลาดพูลผลเยี่ยมญาติลุงสมพลฯ ... เราใช้ถนนเทพกระษัตรีเป็นถนนสายหลักออกจากเมืองฯ เคยมีคนกล่าวไว้ว่า เมืองภูเก็ตเหมาะกับการเอาตังค์มาใช้เที่ยว ไม่เหมาะกับการเอาจักรยานมาปั่นเที่ยว ... คำพูดนี้คงจะจริงดังว่า... ลาก่อนภูเก็ต(แต่ไม่ใช่ลาที...อิอิอิ)
นักปั่นฯ, นักแข่ง ... ได้เจอแค่เส้นชัยที่ปลายทาง ทว่า นักท่องเที่ยว, นักเดินทาง ... ได้เจอเรื่องราวมากมายระหว่างทาง
WebSite | www.TigerSmile.Net
รูปประจำตัวสมาชิก
TigerSmile'Hy
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6475
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2008, 15:19
Tel: 081-4190187
team: "สสสสส." (สุมหัวกันปั่นยานพาหนะที่ต้องใช้ 2 ขาถีบ เพื่อความสนุกสนานและสังสรรค์)
Bike: SOMA SAGA, KHS Team St, KHS F20-T3, TheOldCan, Mazda, Honda, Yamaha / Map60cs / Nikon D3000 ...
ตำแหน่ง: 180/91 ม.1 ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110
ติดต่อ:

Re: จากเพื่อนชวนเพื่อนปั่น(1) มาเล่าสู่กันฟัง...ปลายทางที่ชุมพร

โพสต์ โดย TigerSmile'Hy »

รูปภาพ
รูปภาพ
http://phuketindex.com/travel/photo-stories/s-thaothep/details.htm เขียน:ประวัติท้าวเทพกระษัตรี - ท้าวศรีสุนทร

เรื่องราวความเป็นมาของ วีรสตรีบนแผ่นดินถลาง บันทึกไว้ว่า

ท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร เป็นนามเทิดพระเกียรติแห่งวีรกรรมที่ พระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 แห่งราชวงศ์จักรี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้ ท่านผู้หญิงจัน เป็นท้าวเทพกระษัตรี และคุณมุก เป็น ท้าวศรีสุนทร

ท่านทั้งสอง เป็นบุตรีของเจ้าเมืองถลาง นามว่า พระถลางจอมร้าง (บ้านตะเคียน) และ แม่เซีย หรือหม่าเสี้ย ก็เรียก กล่าวกันว่า มารดาท่านมีเชื้อสายเจ้าเมืองไทรบุรี ท่านมีพี่น้องร่วมบิดา มารดา 4 คน โดยคุณจันเป็นบุตรีคนหัวปี คนรองคือ คุณมุก คนที่สามเป็นหญิง ชื่อหมา คนที่สี่เป็นชายชื่ออาด (ต่อมาได้เป็นพระยาถลาง ตำแหน่งเจ้าเมืองถลางอีกคนหนึ่ง) คนสุดท้ายเป็นชายชื่อเรือง (ได้เป็นพระพล ตำแหน่งปลดเมืองถลางต่อมาด้วย)

คุณจัน นั้น คาดคะเนกันว่า ท่านน่าจะเกิด ระหว่างปี พ.ศ. 2278 - 2283 ในรัชสมัยแผ่นดิน พระเจ้าบรมโกศ แห่งกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ส่วนคุณมุกก็คงจะเป็นน้องสาว วัยไล่เลี่ยกับท่าน เพราะระหว่างนำสู้ศึกถลาง ท่านน่าจะมีอายุระหว่าง 45 - 50 ปี

ในวัยเด็กท่านอยู่กับครอบครัว บิดา มารดาท่านตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ บ้านตะเคียน (ชาวถลางปัจจุบันเรียกว่า บ้านเคียน) เนื่องด้วยท่านทั้งสองเป็นเชื้อสายของเจ้าเมือง คงได้รับการอบรม และฝึกสอนให้มีจิตใจ เข้มแข็ง อดทน รู้หลักการปกครองผู้คนได้ ท่านทั้งสอง จึงเป็นคนที่แข็งแกร่ง เยี่ยงอย่างชาย ไม่อ่อนแอเหมือนหญิงทั่วไป ซึ่งความเข็มแข็ง อดทนนั้น เป็นลักษณะพิเศษ ที่อยู่ในบุคลิกท่าน ที่เราได้ทราบเรื่องของท่านในต่อมา เมื่อถึงวัยสาว ประมาณ พ.ศ. 2297 คุณจันได้แต่งงาน กับหม่อมศรีภักดี บุตรจอมนายกองเจ้าเมืองตะกั่วทุ่งมีลูกด้วยกัน 2 คน คนโตเป็นผู้หญิงชื่อ ปราง คนเล็กเป็นชายชื่อ เทียน คุณจันแต่งงาน และย้ายไปอยู่ที่ตะกั่วทุ่ง ได้เพียง 5 ปี หม่อมภักดี ก็ถึงแก่กรรม จึงหอบลูกน้อยกลับไปอยู่ที่บ้าน พระยาถลางจอมร้างที่บ้านเคียนตามเดิม ส่วนคุณมุกนั้น ไม่มีบันทึกว่า ท่านได้เข้าพิธีแต่งงาน สันนิษฐานกันว่า ท่านครองโสดอยู่กับบิดา มารดาที่บ้านเคียน และเมื่อพี่สาวต้องหอบลูกๆ กลับมาอยู่บ้านเดิมอีกครั้ง คุณมุก คงจะรับภาระเลี้ยงดูหลานๆ

สันนิษฐานกันว่า บุคลิกและอุปนิสัยคุณจันคงจะเป็นหญิงที่มีบุคลิกสง่า คล่องแคล่ว มีความรอบรู้การบ้านการเมืองดี ไม่ชอบที่จะอยู่เฉยๆ เป็นลูกสาวเจ้าเมือง ที่อยู่ในระดับ ปกครองบ้านเมือง ได้รู้จักมักคุ้นกับบุคคลในวงการเดียวกันเรื่อยมา ในชีวิตส่วนตัวของท่านนั้น เป็นหม้ายอยู่ได้ 3 ปี ประมาณปี พ.ศ. 2305 ท่านได้สมรสใหม่กับ พระยาพิมล ( ขัน ) ซึ่งเจ้านครศรีธรรมราช ผู้มีอำนาจปกครองดูแล หัวเมืองฝ่ายใต้ทั้งหมด ขณะนั้น เจ้านครศรีธรรมราช ได้ส่ง พระยาพิมล ( ขัน ) มาช่วยราชการอยู่ที่เมืองถลาง ชีวิตครอบครัวใหม่ ของท่านนั้น มีบุตรใหม่อีก 3 คน คนโตเป็นผู้หญิงชื่อ ทอง คนกลาง และคนสุดท้ายเป็นชาย ชื่อจุ้ยกับเนียม

ในปลายแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าเอกทัศ ขณะที่กรุงศรีอยุธยากำลังคับขัน ใกล้เสียกรุงประมาณต้นปี 2310 นั้น พระยาถลางจอมร้างได้ถึงแก่กรรมลง พระยาถลางอาด ได้เป็นเจ้าเมืองแทน แต่ได้มีเรื่องหมางใจ กับพี่เขยพระยาพิมล ( ขัน ) และได้ร้องฟ้องไปถึง เจ้านครศรีธรรมราช ซึ่งได้รับตัดสินความ ให้พระยาพิมล ( ขัน ) ไปเป็นเจ้าเมืองพัทลุง ซึ่ง คุณจันไม่ได้ ตามไปอยู่ที่ เมืองพัทลุงด้วย กลับพาลูกๆ และคุณมุกไปอยู่กับเครือญาติ หม่อมศรีภักดี ที่เมืองตะกั่วทุ่ง

เมื่อพระยาพิมล ( ขัน ) ถูกสั่งย้ายให้ไปปกครองเมืองพัทลุงนั้น ได้ทำนุบำรุงบ้านเมือง ให้อยู่เป็นสุขสบาย ไปตั้งชุมชนใหม่ เรียกว่า บ้านพระยาขัน ( อยู่ในเขต ต.ควนมะพร้าว อ.เมือง จ.พัทลุง จนถึงทุกวันนี้ ) นับว่าเป็นผู้มีความสามารถ ในการปฏิบัติราชการ ตามแบบอย่างเจ้าเมืองที่ดี ระหว่างที่กรุงศรีอยุธยา แตกพ่ายแพ้ต่อสงครามเมื่อปี 2310 ต่อมาพระสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงกรีฑาทัพ เพื่อปราบหัวเมือง ที่ตั้งตัวเป็นก๊กต่างๆ นั้น เจ้าพระยานครศรีธรรมราช ซึ่งปกครองหัวเมืองฝ่ายใต้ ก็ตั้งตัวเป็นอิสระบ้างในปี พ.ศ. 2312 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงนำกองทัพเข้าปราบ เมืองนครศรีธรรมราช ได้แต่เจ้านครศรีธรรมราช หนีไปทาง เมืองพัทลุง พระยาพิมล ( ขัน ) ได้พาหนีต่อทว่าถูกจับตัวได้ ในคราวนั้นพระยาพิมลขัน ได้รับการอภัยโทษ ไม่ถูกจองจำเหมือน เจ้าพระยานครศรีธรรมราช แต่ต้องพ้นจากตำแหน่งเจ้าเมืองพัทลุง ซึ่งท่านก็มิได้ย่อท้อ ท่านเปลี่ยนเข็มชีวิตใหม่ เป็นพ่อค้า ติดต่อค้าขายถึงเกาะปีนัง ซึ่งระยะนี้พระยาพิมล ( ขัน ) ได้มีโอกาส กลับมาพักแรมกับครอบครัว ที่ตะกั่วทุ่ง และมีบุตรเพิ่มขึ้นอีก 2 คน เป็นหญิงชื่อ กิม และเมือง โดยในขณะที่พระยาพิมล (ขัน) ทำการค้าขายนั้น ท่านได้คุ้นเคย กับชาวอังกฤษ สนิมสนมเป็นเพื่อนรักกันคือ กัปตันฟรานซิสไลท์ นายทหารเรือนอกประจำการ ของอังกฤษ รับตำแหน่ง เป็นนายพานิช สังกัดบริษัทอีสอินเดีย มีสำนักงานใหญ่ อยู่ที่เมืองเบงกอล ทางตอนใต้ของอินเดีย

โดยประวัติของกัปตันฟรานซิสไลท์มีดังนี้ กัปตันไลท์ เกิดเมื่อ พ.ศ. 2288 ที่เมืองซัฟฟอร์ด ประเทศอังกฤษ เป็นนายทหารเรือ ยศเรือโท ประจำอยู่ในเรือแอโรเก้น ( H.M.S.Arrogant ) ครั้น พ.ศ. 2308 ได้ลาออกจากราชการเป็นนายพานิชสังกัด บริษัท อีสอินเดีย ของอังกฤษ โดยเป็นกัปตันเรือ ค้าขายระหว่างอินเดีย กับชายฝั่งตลอดแหลม มลายู เช่น เมืองตะนาวศรี มะริด เมืองถลาง เมืองไทรบุรี ปีนัง และ มะละกา เป็นต้น ระหว่างที่จอดเรือตามเมืองท่าต่างๆ นั้น ก็จะนำสินค้าจากอังกฤษและยุโรป ส่งขาย และรับสินค้าพื้นเมืองกลับไปขาย เมื่อเรือเข้าเทียบท่า ที่เมืองถลางสินค้าที่ส่งขาย ได้แก่ เสื้อผ้าแพรพรรณ อาวุธยุทธปัจจัย ยาฝิ่น แล้วรับซื้อดีบุก ยางสน ไข่มุก งาช้าง หนังสัตว์ และ อำพันทอง ( สมุนไพร ) กัปตันไลท์ ดำเนินกิจการค้า ด้วยนโยบายแฝงด้วยการเมืองอยู่ด้วย เมื่อเข้าติดต่อค้าขายกับเมืองไทย ก็สร้างมิตรไมตรีกับเจ้าเมืองเสมอ

ในปี พ.ศ. 2319 เจ้านครศรีธรรมราช ผู้ถูกอาญาจากสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช นำตัวมาคุมไว้ ที่กรุงธนบุรีนั้นได้ แสดงความจงรักภักดี ช่วยราชการต่างๆ จนสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ไว้วางพระราชหฤทัย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กลับไป ปกครองเมืองนครศรีธรรมราช หัวเมืองประเทศราชฝ่ายใต้อีก เมื่อได้รับอำนาจกลับคืนมา เจ้าพระยานครศรีธรรมราช ระลึกถึง คุณงามความดีที่พระยาพิมล ( ขัน ) เป็นผู้ภักดีในยามยาก จึงตั้งให้เป็นเจ้าเมืองถลางขึ้นใหม่ แทน พระยาถลางอาด ที่ปกครองบ้านเมือง ไม่อยู่ในทศพิธราชธรรม จนถูกชาวเมืองเป็นกบฏ สู้รบกันจนถูกยิงตาย แล้วพระยาพิมล ( ขัน ) ได้รับแต่งตั้ง ให้เป็น พระยาสุรินทราชา เจ้าเมืองถลาง ในปี พ.ศ. 2319 และคุณจันก็ได้เป็นท่านผู้หญิงภริยาเจ้าเมือง ชีวิตครอบครัวกลับคืน สู่ความผาสุกอีกครั้งหนึ่ง

ความสนิมสนม ของเจ้านครศรีธรรมราช พระยาพิมล ( ขัน ) และกัปตันไลท์ ได้เกิดขึ้นกลมเกลียวกัน ในปีนั้นเอง สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี มีพระบรมราชโองการโปรดฯ ให้เจ้าพระนครศรีธรรมราช จัดส่งอาวุธปืน เพื่อใช้ป้องกันพระนคร กัปตันไลท์ ได้จัดหาอาวุธปืน และยุทธปัจจัยขึ้นทูนเกล้าฯ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ตามพระราชประสงค์ จึงได้รับพระราชทาน บรรดาศักดิ์ให้เป็น พระยาราชกปิตัน พร้อมกับพระราชทานดีบุกจำนวน 100 ภารา ( มาตราชั่งน้ำหนัก ) ตอบแทนด้วย
พระยาราชกปิตัน หรือกัปตันไลท์ ยังมีชื่อเรียก ในหมู่คนไทย และในจดหมายเหตุหลายชื่อ เช่น พระยาราชกปิตันเหล็ก หรือกปิตันเหล็ก กปิตันลาด ท่านราชโต๊ะ โตกพระยา ละโตก เป็นต้น ความสนิทสนมระหว่าง กัปตันไลท์ กับบรรดาเจ้าเมืองฝ่ายไทยหลายท่าน ทำให้ท่าน รู้จักภาษาไทยแตกฉาน มีบันทึกเล่าว่าท่านได้สมรส กับหญิงชาวถลางเชื้อสายโปรตุเกส ชื่อ มาตินา โรเซลล์

นอกเหนือจากมีความสนิทสนมกับเจ้าเมือง ในหัวเมืองฝ่ายใต้ และพระมหากษัตริย์ไทยแล้ว ยังมีบันทึกว่า ในปี พ.ศ. 2329 กัปตันไลท์ ได้เจรจากับเจ้าเมืองไทยบุรีขอเช่า เกาะหมากหรือเกาะปีนัง เป็นสถานีการค้า และสถาปนาตนเอง เป็นเจ้าเมืองด้วย แล้วเปลี่ยนชื่อเกาะปีนังใหม่ว่า ปริ้นออฟเวลส์

ต่อมาเมื่อมีการติดต่อค้าขายกับกัปตันไลท์ หรือพระยาราชกปิตัน ซึ่งนำเรือเข้าเทียบท่าเรือเมืองถลาง ( คือบ้านท่าเรือในปัจจุบัน ) เสมอ อีกทั้งพระยาพิมล ( ขัน ) เอง ยังคงมีเรือออกเที่ยวติดต่อค้าขาย จึงได้ออกมาสร้างบ้านอีกหลังไว้ที่ท่าเรือ เพราะมีจดหมายเหตุ ของกัปตันฟอร์เรสต์ชาวอังกฤษกล่าวถึง บ้านเจ้าเมืองถลางว่า มีอยู่ 2 แห่ง คือที่บ้านท่าเรือ และ บ้านเคียน จึงสันนิษฐานกันว่า ที่บ้านเคียนนั้น เป็นบ้านที่พระยาถลางพิมล ( ขัน ) อาศัยอยู่กับครอบครัวอย่างถาวร ส่วน บ้านท่าเรือ ใช้เป็นที่พักสำหรับ ออกมาตรวจราชการ เกี่ยวกับเรือสินค้า คอยดูเรื่องการ เก็บภาษีอากรอย่างใกล้ชิด และถูกต้อง เรียบร้อยตามกระบวน ความยุติธรรม อีกทั้งเป็นที่รับแขกบ้านแขกเมือง พ่อค้าวานิชทั้งหลาย ที่นำเรือสินค้า เข้ามาติดต่อค้าขาย ในบันทึกนั้นเล่าไว้ว่า จากบ้านท่าเรือนั้น พระยาถลางขึ้นช้างเดินไป ประมาณ 7 ไมล์ ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ก็จะถึงบ้านพระยาถลาง อีกแห่งหนึ่ง เป็นเรือนไม้มุงจาก มีสวนผลไม้หลายอย่าง ในบริเวณบ้าน ซึ่งเป็นระยะทางจากบ้านท่าเรือ (เขตตำบลศรีสุนทร) ถึงบ้านเกาะเคียน หรือบ้านเคียน (เขตตำบลเทพกระษัตรี) อำเภอถลางในปัจจุบัน

หลักฐานที่แจ้งชัดว่า พระยาพิมล ( ขัน ) หรือพระยาสุรินทราชา ได้มีบ้านพักถาวร อยู่ที่บ้านเคียน และบ้านรับรองอยู่ที่ท่าเรือนั้น ดูได้จากจดหมาย ที่ท่านผู้หญิง เขียนถึงพระยาราชกปิตันหรือ กัปตันไลท์ ประมาณต้นปี พ.ศ. 2328 ในขณะที่กัปตันไลท์ นำเรือมาเทียบท่า ขนส่งและรับซื้อสินค้าเหมือนเช่นเคย แต่ทว่าระยะสั้น การค้าขายของกัปตันไลท์ ก็คงจะฝืดเคืองเช่นกัน เมื่อ มาถึงเมืองถลางก็ให้คน ถือจดหมายไปทวงหนื้สินที่ยังค้างกันอยู่

ปัญหาหนี้สินที่พระยาพิมล ( ขัน ) ติดค้างอยู่กับกัปตันไลท์นั้น คงจะเป็นหนี้สินอันเกี่ยวกับ การจัดซื้ออาวุธยุทธโธปกรณ์ ที่ได้ขอให้กัปตันไลท์ จัดซื้อไว้ป้องกันเมือง เพราะดูจากสมัยที่ท่าน ได้รับตำแหน่ง เป็นพระยาถลางใหม่ๆ ระหว่างปี พ.ศ. 2319 - 2320 นั้น ก็เคยขอให้กัปตันไลท์ ช่วยจัดซื้ออาวุธปืนให้ โดยทำสัญญาแลกเปลี่ยนดีบุก ในสมัยที่นำส่งไปช่วยเจ้าพระยานครฯ และต่อมาในปี พ.ศ. 2325 คราวที่ในกรุงผลัดเปลี่ยนแผ่นดิน พระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ขึ้นครองราชย์นั้น กัปตันไลท์ส่งข่าวมาบอกว่า ทางพม่า เตรียมการศึกไว้ หวังที่จะยึดเอาเมืองสยามให้ได้ ในฐานะที่พระยาพิมล ( ขัน ) เป็นเจ้าเมืองถลาง ก็จะต้องเตรียมสะสมอาวุธ โดยสั่งซื้อจากกัปตันไลท์ไว้ด้วย จึงมีอาวุธ เหลือไว้ให้ ท่านผู้หญิงจัน ได้ใช้ป้องกันเมือง ระหว่างที่ถูกข้าศึกเข้าล้อมอยู่ ในจดหมายทวงหนี้ ของกัปตันไลท์ ได้บอกข่าวศึกว่าพม่า เตรียมยกทัพมาแน่ๆ ขอให้พระยาถลาง จัดเตรียมสู้ไว้ และศึกครั้งนี้ กัปตันไลท์คงจะต้องออกเรือหนีภัยศึก อันใหญ่หลวงออกไป จากถลางชั่วคราว ไม่ทราบว่านานเท่าใด จึงได้ทวงหนี้สินที่คั่งค้างกันอยู่ และจากข้อความในจดหมาย ของท่านผู้หญิงจัน ที่มีถึงกัปตันไลท์ ขอผัดผ่อนหนี้สิน ก็เพราะขณะนั้นพระยาสุรินทราชา เจ้าเมืองถลาง กำลังป่วยหนักอยู่ ซึ่งก็ไม่ทราบสาเหตุเช่นกันว่า เจ็บป่วยด้วยโรคอะไร ข้อความในจดหมาย ของท่านผู้หญิงจัน ซึ่ง คุณ ประสิทธิ์ ชิณการณ์ และ อาจารย์สมหมาย ปิ่นพุทธสิทธิ์ ได้ช่วยกันถอดข้อความ เป็นภาษาไทยปัจจุบัน และนำลงพิมพ์ไว้ใน เอกสาร "จดหมายเหตุเมืองถลาง 13 มีนาคม 2525" นั้นมีข้อความ ตอนสำคัญว่า

" ... ด้วยมีหนังสือไปนั้น ได้แจ้งแล้ว ครั้นจะเอาหนังสือไปเรียนแก่พญาถลาง ๆ ป่วยหนักอยู่แล ซึ่งว่า มาค้าขาย ณ เมืองถลางขาดทุนหนักหนาช้านานแล้วนั้น เห็นธุระของตะโกลาอยู่ แต่หากว่าลาโตกเมตตา เห็นดูข้าเจ้าจึงเปลืองทุนเป็นอันมากทน ระมานอยู่ด้วยความเห็นดู แลซึ่งว่าแต่งกำปั่นแล้วจะลากลับไป แลมีราวข่าวว่า พม่าจะมาตีเมืองถลาง ท่านพญาถลางเจ็บหนักอยู่ ถ้าพม่ายกมา จึงข้าเจ้าจะได้พึ่งตาโลก เป็นหลักที่ยุคต่อไป แลซึ่งว่าจะเอาดีบุกค่าผ้านั้น ท่านพญาถลางยังเจ็บหนัก มิได้ ปรึกษาว่ากล่าวก่อน ถ้าท่านพญาถลางคลายป่วยแล้วจะได้ปรึกษาว่ากล่าวจักเตือนให้ ..."

จดหมายฉบับนี้ท่านผู้หญิงได้เขียนเมื่อเดือนอ้าย ปีมะเส็ง จุลศักราช 1147 หรือ พ.ศ. 2328 ก่อนที่สงครามจะถึงถลางประมาณ 2 เดือนเท่านั้น

สงครามใหญ่ที่รุกรานไปถึงถลางนั้นก็คือ สงครามเก้าทัพ ที่พระเจ้าประดุง กษัตริย์พม่า กรีฑาบุกไทย พร้อมกันทุกด้าน นับแต่หัวเมืองเหนือจรดใต้ โดยหมายยึดเมืองไทยให้ได้ เมื่อต้นเดือน กุมภาพันธ์ 2328 นั้น ทางหัวเมืองฝ่ายใต้ตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง ( เขตอำเภอท้ายเมืองปัจจุบัน ) เรื่อยลงมาถึงเมืองถลาง แม่ทัพพม่า ที่นำบุกหัวเมืองฝ่ายใต้นั้นคือ พระเจ้าอังวะ คุมกองทัพบก กองทัพเรือ ตีตะลุยเรื่อยมา ยี่หวุ่นแม่ทัพเรือพม่า ได้นำทหารเข้าล้อมเมืองถลางไว้ เมื่อพิจารณาจากลำดับเหตุการณ์ ทางประวัติศาสตร์ ในขณะที่เมืองถลางถูกทัพพม่าล้อมไว้นั้น พระยาถลาง ได้ถึงแก่อนิจกรรมลง ในราวเดือน ธันวาคม 2328 หลังจากที่ท่านผู้หญิงจัน จดหมายถึงกัปตันไลท์ ไม่กี่วันนั่นเอง นับระยะเวลาที่พระยาพิมล ( ขัน ) เป็นเจ้าเมืองถลางอยูได้ 10 ปี

ความสำคัญของ บ้านเคียน อันเป็นที่อยู่ถาวร ของครอบครัวท่านผู้หญิงจันนั้น ในคราศึกถลาง ก็ได้ใช้เป็นที่ตั้งค่ายยึดชัยภูมิ อย่างขันแข็ง สู้กับกองทัพพม่าเรียกว่า ค่ายบ้านเคียน อยู่ติดกับค่ายใหญ่ อีกค่ายหนึ่ง ที่หลังวัดพระนางสร้างตั้งประจันหน้า สู้กับพม่าที่ตั้งค่าย รายล้อมอยู่กลางทุ่ง ซึ่งปัจจุบัน เรียกว่า บ้านโคกพม่า ที่ทราบเช่น ก็เนื่องจากได้พบข้อความในจดหมาย ที่ท่านผู้หญิงจัน เขียนถึงกัปตันไลท์ ประมาณเดือน ตุลาคม พ.ศ. 2329 เล่าถึงสภาพบ้านเมืองในยามศึกไว้ตอนหนึ่งว่า

"... แลอนึ่ง เมื่อพม่ายกมานั้น พญาธรรมไตรโลกให้เกาะเอาตัวตูข้าไปไว้ ณ ปากพระ ครั้นพม่ายกมาตีปากพระได้ กลับแล่นหนีมา ณ บ้าน แลคนซึ่งให้รักษาบ้านเรือนอยู่นั้น แล่นทุ่มบ้านเรือนเสียข้าวของทั้งปวงเป็นอันณราย มีคนเก็บรับเอาไปสิ้น แลอยู่ทุกวันนี้ ยากจนขัดสนเป็นยิ่งนัก..."

ข้อความเกี่ยวกับตัวท่านเล่าว่า ก่อนศึกนั้น ได้ถูกพระยาธรรมไตรโลก นำตัวท่านและครอบครัว ไปอยู่ที่ค่ายปากพระ นั้น คงเป็นเรื่องการระดมไพร่พล จากเมืองถลางให้ไปช่วยป้องกัน ค่ายปากพระ ในขณะนั้น เจ้าเมืองถลางถึงอนิจกรรมแล้ว อีกทั้ง ปลัดและกรมการเมือง ที่ช่วยราชการ ในเมืองถลางนั้น ก็ล้วนแล้วแต่เป็น ลูกหลานท่าน ท่านผู้หญิงจัน ในฐานะภริยาเจ้าเมือง และอาวุโสที่สุด จึงต้องรับภาระ เป็นหัวหน้าไพร่พล ยกไปช่วยป้องกันค่ายหลวงที่ปากพระก่อน

ครั้นเมื่อพม่า ตีค่ายปากพระ แขวงเมืองตะกั่วทุ่งแตก ด้วยความเป็นห่วงบ้าน และชาวเมืองถลาง ท่านจึงนำไพร่พล กลับมาป้องกันเมืองถลาง ซึ่งระหว่างนั้น ทางกรุงเทพฯ ก็ยังไม่ได้ตั้งใคร เป็นเจ้าเมืองถลางคนใหม่ ในความรับผิดชอบ ต่อบ้านเมืองและทำหน้าที่ แทนสามีที่เป็นเจ้าเมืองถลาง ประกอบกับเคยได้รับการฝึกสอน ให้อดทนเข้มแข็งจากบิดา ผู้เป็นจอมร้างบ้านเคียน ท่านจึง ได้ชวนคุณมุก ผู้เป็นน้องสาวที่สนิท และติดตามไปช่วยดูแลหลานๆ นำไพร่พล และชาวถลาง ตั่งมั่นสร้างค่ายรายล้อมต่อสู้กับข้าศึก

โดยใช้กลลวงทางยุทธวิธีอันแยบยล จนพม่าต้องเลิกทีพกลับไปเมื่อ วันที่ 24 มีนาคม 2328 อันเป็นวันชนะศึกถลาง

สำหรับข้อความที่ว่า เมื่อท่านผู้หญิงจันนำไพร่พลหนีวงล้อมพม่า ครั้นถึงบ้านเคียน ที่ท่านอาศัยอยู่นั้นถูกทิ้งร้าง ไม่มีใครช่วยดูแลให้ข้าวของ ก็ถูกขโมยไปจนหมดสิ้นนั้น นับเป็นสภาพบ้านเมือง ที่เรียกว่าบ้านแตกสาแหรกขาด สภาพการณ์เช่นนี้ สายเลือดที่เป็นนักปกครอง นักสู้ท่านจึงมีมานะรวบรวมไพร่พลเข้าสู้กับข้าศึก

หลังจากเสร็จสิ้นการศึกถลาง ได้ประมาณ 7 เดือน ท่านผู้หญิงจันได้มีจดหมายถึง กัปตันไลท์ เล่าถึงสภาพบ้านเมือง ในยามศึก ให้ทราบแล้ว ได้เล่าถึงชีวิตครอบครัว ของท่านระยะนั้น ยากจนลงท่านต้องอพยพ ไปทำเมืองดีบุกที่บ้านตะปำ ( สะปำอยู่เหนือบ้านท่าเรือ ) เพื่อกอบกู้สภาพการ เศรษฐกิจของเมืองถลางให้ดีขึ้น โดยเอาดีบุก ส่งขาย แลกกับ ข้าวปลาอาหาร เลี้ยงผู้คน พลเมือง ดังข้อความในจดหมายตอนหนึ่งว่า

"... แลที่อยู่ทุกวันนี้ ณ เมืองถลาง พม่าตีเอาบ้านเมืองเป็นจุลาจน อดข้าวปลาอาหารเป็นหนักหนา ตูข้ายกมาตั้งทำดีบุกอยู่ ณ ตะปำ ได้ดีบุกบ้างเล็กน้อย เอาซื้อข้าวแพง ได้เท่าใดซื้อสิ้นเท่านั้น ..."

"... อนึ่ง ตูข้าได้จัดดีบุกสิบภารา เป็นส่วนเจ้าหลิบแปดภารา ส่วนตูข้าสองภารา จัดมาให้แก่ท่านแลเจ้าหลิบนั้น ได้แต่ง ให้จีนเฉียวพี่ชายแลตูข้าได้แต่งนายแช่มจีน เสมียนอิ่ว คุมเอาดีบุกไปเถิงท่าน ให้ช่วยจัดข้าวของให้ อนึ่งถ้าข้าว ณ เกาะปูเหล้าปีนัง ขัดสน ขอให้ท่านช่วยแต่งผู้หนึ่ง ผู้ใด ไปช่วยจัดซื้อข้าว ณ เมืองไซ ถ้าได้ข้าวของแล้ว ขอท่านได้ช่วย แต่งสลุบกำปั่น เอามาส่งให้ทัน ณ เดือนสิบเอ็ด เห็นว่าจะได้รอดชื่อ เห็นหน้าท่านสืบไป เพราะในบุญของท่าน และธุระซึ่งว่ามานี้ แจ้งอยู่แก่ใจกปิตันลินสิ้นทุกประการ”

ในระยะนั้นการทำเหมืองดีบุกคงจะช่วยกอบกู้การเศรษฐกิจฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ข้อความในจดหมาย คำว่าภารานั้น เป็นมาตราชั่งน้ำหนักในสมัยโบราณ อัตราส่วน นน. 1 ภารา มีค่าเท่ากับค่าของทองคำหนัก 400 ชั่ง ( 1 ภารา = 20 ตุล, 1 ตุล = ทองคำ 20 ชั่ง )

หลังจากที่ท่านผู้หญิงจัน และ คุณมุกนำไพร่พล และชาวเมืองถลางสู้ศึกถลาง จนปกป้องบ้านเมือง ให้พ้นภัยแล้วนั้น บันทึกในพงศาวดารเมืองถลางกล่าวว่า ท่านได้รับ พระมหากรุณาธิคุณ จากสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระราชทาน บรรดาศักดิ์เป็น ท้าวเทพกระษัตรี และท้าวศรีสุนทรนั้น ในบันทึก ไม่ได้ลงข้อความละเอียดว่า ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เมื่อใด และขุนนางใดเป็นผู้นำหนังสือ และตราตั้งนั้นมามอบให้ท่านผู้หญิง ก็เนื่องจากนักประวัติศาสตร์ ยังหาร่องรอย หลักฐานตราประทับ หรือหนังสือแต่งตั้งไม่พบ จึงเพียงทราบกันว่า ท่านได้รับพระราชทาน บรรดาศักดิ์เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าท่านผู้หญิงจันจะได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ ทว่าท่านก็คงยังใช้ชีวิต เป็นผู้นำครอบครัว ลูกๆ หลาน ๆ เหมือนภริยา เจ้าเมืองถลางในอดีต และในระหว่างที่ทางกรุงเทพ ยังไม่ได้จัดแต่งตั้งให้ผู้ใด เป็นเจ้าเมืองถลางสืบต่อจาก พระยาพิมล ( ขัน ) นั้น ในประมวลความ ในประวัติศาสตร์ ซึ่งรวบรวมจากบันทึกเหตุการณ์ และจดหมายถึงกัปตันไลท์

ท่านผู้หญิง ได้รับการขอร้อง จากคุณเทียน ลูกชายคนโตที่เกิดกับ หม่อมศรีภักดีบรรดาศักดิ์ ขณะนั้นเป็นพระยาทุกราช ช่วยราชการเมือง ให้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเข้าเฝ้า พระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลมหาราช และ สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท เพื่อแสดง ความจงรักภักดี และขอผัดผ่อนการชำระภาษีอากร ที่เจ้าเมืองถลางพระพิมล ( ขัน ) ได้รับหนังสือเร่งรัด ให้ส่งภาษีและอากร ให้ท้องพระคลังให้ครบ นอกจากนั้น นัยสำคัญอีกประการหนึ่ง ก็เพื่อที่จะกราบทูล ให้ทรงพระราชวินิจฉัยให้ พระยาทุกราชหรือ คุณเทียน ได้รับแต่งตั้ง ให้เป็นเจ้าเมืองถลางด้วย ซึ่งกำหนดการท่านผู้หญิง ได้เขียนจดหมายถึงกัปตันไลท์ ขอให้ซื้อสิ่งของต่างๆ เพื่อ นำไปทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และ สมเด็จกรม พระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ในครั้งนั้น โดยนัดให้กัปตันไลท์นำของต่างๆ ไปส่งที่เกาะตะลิบง ( เขตจังหวัดตรังในปัจจุบัน ) ซึ่งอยู่กลางทางในราวเดือน สิงหาคม พ.ศ. 2330 ดังข้อความใจจดหมายกล่าวไว้ว่า

"... ข้าพเจ้าจะเข้าไปกรุงแน่ แต่จะเข้า ณ ทางตรัง ถ้าข้าพเจ้ามาเถิงเกาะตะลิโบงแล้ว จะให้พญาทุกราชกับพ่อจุ้ยมา กราบเท้าพญานายท่าน จะขอพึ่งชื่อของท่าน สักสามสิบสี่ภารา จะได้เอาไปแก้ไข ณ กรุงให้พ้นกรมการ ณ เมืองถลาง เบียดเสียดว่ากล่าว แล้วถ้าสมความคิดข้าพเจ้าไปครั้งนี้ การดีบุก ณ เมือง ก็อยู่ในพญานายท่านได้ใช้ไม่ให้ขัดสน ..."

"... แลให้โตกพญานายท่าน ช่วยจัดปืนสูตัน 50 บอก ผ้าขาวก้านแย่งลายเครือ ผ้าขาวอุเหม้าเนื้อดี ผ้าขาวกาษาหน้าทองและหน้าจั่ว ผ้าลายดอกต่างกันผ้าเข้มขาบ โหมดตาด ผ้าดำเนื้อดี แพรดาไหรยสีต่างกัน น้ำมันจัน น้ำกุหลาบ...ให้พญานายท่าน ได้เห็นดูอนุเคราะห์ จัดคนซึ่งท่านไว้ใจให้คุมมาพบกับข้าพเจ้า ณ เกาะตะลิโบง ณ เดือนเก้าข้างขึ้น 9 - 10 ค่ำ ..."

"... ข้าพเจ้าไปเถิง จะพ้นไปทีเดียว จะได้กลับมาทันทีทันมรสุม แลการบ้านเมืองถลาง ซึ่งลูกค้าไปค้าขายเกินอยู่ทั้งนั้น แล้วราชพลเมืองขัดสนมิได้ทำดีบุกแต่ต้นมรสุมประการใด ..."

อนึ่ง การเดินทางเข้ากรุงของท่านผู้หญิงจันในปี 2330 นั้น แม้ว่าท่านจะต้องเลื่อน การเดินทางออกไปอีก 2 - 3 เดือน เพราะได้สวนทาง กับคณะข้าหลวง ที่เดินทางมาเร่งรัดหนี้สิน ที่เจ้าเมืองถลางยังค้างอยู่ การเดินทางเข้าเฝ้าครั้งนั้น ท่านคงได้รับผลสำเร็จ ตามความมุ่งหมาย ทุกประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องพระยาทุกราช ( คุณเทียน ) ซึงรับราชการ ตำแหน่งปลัดเมืองถลาง นั้น ได้รับแต่งตั้งให้เป็น เจ้าเมืองถลาง บรรดาศักดิ์พระยาเพชรคีรีศรีพิชัยรามคำแหง ส่วนคุณจุ้ย บุตรชายที่เกิดจากพระยาพิมล ( ขัน ) ได้รับตำแหน่งเป็น หลวงเพชรภักดีศรีพิชัยสงครามยกบัตร ช่วยราชการเมืองถลาง

นอกจากนั้น แสดงความจงรักภักดีต่อ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ท่านได้พา คุณทอง บุตรสาวอีกคนหนึ่ง ที่เป็นพี่สาวคุณจุ้ย ถวายตัวเป็นบาทบริจาริกา และเป็นเจ้าจอมมารดา ของพระองค์เจ้าหญิงอุบล ในรัชกาลที่ 1 ส่วนคุณเนียม บุตรชายอีกคนหนึ่งนั้น ได้พาเข้าถวายตัว เป็นมหาดเล็กในรัชกาลที่ 1 สำหรับลูก ๆ ที่ไม่ได้กล่าวชื่อถึงนั้น คงจะมีครอบครัว และทำมาค้าขาย อยู่ในเมืองถลาง เป็นชาวถลางธรรมดา ไม่ได้รับราชการ ในตำแหน่งสำคัญ จึงไม่มีชื่อปรากฏ อยู่ในบันทึก พงศาวดารหรือจดหมายเหตุใดๆ

เมื่อจัดภาระผู้นำครอบครัวเจ้าเมืองถลางให้ลูกๆ ได้รับราชการในตำแหน่ง ที่ท่านตั้งใจสมปรารถนาแล้ว ท่านผู้หญิงจัน และคุณมุกคงเข้าพำนักอยู่ที่บ้านท่าเรือ เพื่อดูแลเรื่องการจัดเรือค้าขาย และติดต่อ ส่งดีบุกออกขาย ให้กับเรือ ที่เข้าเทียบท่าเมืองถลางเรื่อยมา ซึ่งจากบันทึกจดหมายเหตุ ของ กัปตันโธมาส ฟอร์เรส ที่คนไทยรู้จักนามท่าน "แจน ซีลัน" บันทึกไว้เมื่อ พ.ศ. 2335 ว่า เขาได้แวะ ที่ท่าเรือเมืองถลาง ซึ่งเป็นบ้านของพญาถลางพิมล เห็นมีบ้านเรือนอยู่ประมาณ แปดสิบหลังคาเรือน

หลังจากที่พระยาเพชรคีรีศรีพิชัยรามคำแหง หรือพระยาถลางเทียน ได้ตำแหน่งเป็น เจ้าเมืองถลาง มีอำนาจปกครอง หัวเมืองฝั่งตะวันตกถึง 8 เมืองนั้น บันทึกประวัติศาสตร์พงศาวดารเมืองถลาง มักกล่าวถึงเฉพาะผู้มีตำแหน่งหรือเจ้าเมือง มิได้กล่าวถึง ท่านผู้หญิงจันอีกเลย มีแต่ในจดหมาย ของพระยาถลางเทียน เขียนถึงกัปตันไลท์ ( ขณะนั้นเป็นเจ้าเมืองปีนัง ) จดหมายลงวันที่ 23 เมษายน 2335 ข้อความในจดหมายกล่าวถึง ท่านผู้หญิงไว้ตอนหนึ่งว่า

"เจ้าคุณมารดาแก่ลงกว่าแต่ก่อนแล้วก็ขัดสนไม่สบาย เหมือนแต่ก่อน"

ซึ่งหากนับอายุท่านคงประมาณ 60 ปี นับเป็นวัยที่ชรามาก ( คนสมัยก่อนอายุร่วงโรยเร็ว เพราะ ทำงานหนัก ทำงานสิ่งใด ไม่มีเครื่องทุนแรงเหมือนปัจจุบัน เพียงวัย 60 ก็นับว่า อยู่ในเกณฑ์ ที่ชราภาพ)

ในบั้นปลายชีวิต ของท่านผู้หญิงจัน ที่ต้องล้มเจ็บป่วยลงด้วยความชราภาพนั้น ในปี พ.ศ. 2336 ท่านต้อง ได้รับความทุกข์ระทม อย่างใหญ่หลวงอีกครั้งหนึ่งในชีวิต เมื่อทราบข่าวว่า พระยาถลางเทียน และยกบัตร ( คุณจุ้ย ) ซึ่งคุมทัพเรือออกไปช่วย กองทัพของสมเด็จกรมพระราชวังบวรสุรสิงหนาท คราวศึกเมืองมะริด เสียชีวิตในการรบครั้งนั้นทั้งสองคน ยังความโศกเศร้าสู่ ครอบครัวท่านอีกครั้งหนึ่ง และจากนั้นไม่นานนัก ท่านก็ถึงแก่อนิจกรรมประมาณปี พ.ศ.2336 ส่วนท้าวศรีสุนทรหรือคุณมุก คงใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว และหลานๆ และคงถึงแก่อนิจกรรม ในเวลาต่อมา ในสมัยปลายรัชกาลที่ 1 แต่คงเป็นปีก่อนศึกถลางครั้งที่ 2 ในรัชกาลที่ 2 แน่แท้

หากประมวลความเรื่องราวกับชีวิตความเป็นอยู่ของท่านท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร นั้นนัยว่า ท่านเป็นผู้หญิง ที่ต้องบากบั่นตรากตรำทำงาน เพื่อความอยู่เย็นเป็นสุข ของบ้านเมือง ตลอดมานับแต่ การรับภาระชำระหนี้สินภาษีอากร ส่งเข้าท้องพระคลังหลวง แทนพระยาถลางซึ่งส่งให้ไม่ครบ อันเป็นความรับผิดชอบในหน้าที่ต่อบ้านเมือง ท่านมีความเฉลียวฉลาด เข้มแข็ง เด็ดขาดสมกับ ที่เป็นเชื้อสายนักปกครองเมื่อมีภัยศึก ท่านได้นำไพร่พล เข้าต่อสู้ด้วยกุศโลบายอันแยบยล จนได้รับชัยชนะข้าศึก ปกป้องเมืองถลางไว้ได้ ในยามที่บ้านเมืองขัดสน จากภัยของสงคราม ท่านก็ไม่ยอมย่อท้อ ต่อชีวิต นำชาวบ้านทำเหมืองดีบุกส่งขาย เพื่อกอบกู้การเศรษฐกิจ ให้ไพร่พล ชาวถลาง มีความอยู่ดีกินดีขึ้น ซึ่งวีรกรรมและผลงานของท่าน นับเป็นแบบอย่างของหญิงไทย ที่ได้รับยกย่องเป็นวีรสตรีเมืองถลาง

พระราชดำริพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ในคราที่พระองค์เสด็จ พระราชดำเนิน ประพาสภูเก็ต และทรงพระราชนิพนธ์ไว้ในหนังสือประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้ พ.ศ. 2452 ความตอนหนึ่งว่า

"... นึกขึ้นมาก็ต้องนึกชมว่า ท้าวเทพกษัตรีนี้เป็นผู้หญิงคนเก่งคนหนึ่ง ผู้หญิงที่จะมีชื่อเสียง ปรากฏอยู่ในตำนาน ของชาติเรามีน้อยนัก สมควรแล้ว ที่จะมี อนุสาวรีย์ไว้ให้ระลึกถึง และจำได้ต่อไป ชั่วกาลนาน ..."
นักปั่นฯ, นักแข่ง ... ได้เจอแค่เส้นชัยที่ปลายทาง ทว่า นักท่องเที่ยว, นักเดินทาง ... ได้เจอเรื่องราวมากมายระหว่างทาง
WebSite | www.TigerSmile.Net
รูปประจำตัวสมาชิก
TigerSmile'Hy
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6475
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2008, 15:19
Tel: 081-4190187
team: "สสสสส." (สุมหัวกันปั่นยานพาหนะที่ต้องใช้ 2 ขาถีบ เพื่อความสนุกสนานและสังสรรค์)
Bike: SOMA SAGA, KHS Team St, KHS F20-T3, TheOldCan, Mazda, Honda, Yamaha / Map60cs / Nikon D3000 ...
ตำแหน่ง: 180/91 ม.1 ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110
ติดต่อ:

Re: จากเพื่อนชวนเพื่อนปั่น(1) มาเล่าสู่กันฟัง...ปลายทางที่ชุมพร

โพสต์ โดย TigerSmile'Hy »

รูปภาพ
รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ

... ถ่ายภาพเหล่านี้มาแก้เซ็ง เซ็งกับความร้อนอบอ้าว รถราแออัด"สระว่าน้ำลอยฟ้า" หากจะเรียกแบบนั้นก็คงไม่ผิด ... เลยวงเวียนฯ มานิดหนึ่งก็เจอร้านจักรยานถลาง ... แวะคุยนิดหน่อยเผื่อคราวหน้าค่อยแวะมาใช้บริการ แล้วก็มาพักกันอีกทีที่ปั๊ม ปตท. ถลาง ... หลังจากนั้นก็ยิงยาวถึงท่าฉัตรไชยเลยครับ

รูปภาพ
รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ

ก่อนถึงท่าฉัตรไชยจะเป็นทางสายเก่าเฉพาะขาออก... มีร้านบริการอาหารตามสั่ง ให้บริการแบบไทยๆ ซึ่งก็มีมานานนับ 20 ปีแล้วละ ไม่ฟู่ฟ่ามากนัก เราพักผ่อนนิดหน่อยแล้วก้ไปกันต่อ...

รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ

แล้ววงล้อของเราก็ได้หมุนจากเมืองภูเก็ตเริ่มขึ้นเมื่อล้อหน้าสัมผัสผิวคอนกรีตของสะพานสารสินและจบลงทันทีที่ล้อหลังหมุนผ่านสัมผัสสุดท้ายของผิวสะพานฯ...

รูปภาพ รูปภาพ

กลับสู่เมืองพังงาอีกครั้งหนึ่ง ... ทว่าคราวนี้มีเพียงเสือ 3 คัน อิอิอิ
นักปั่นฯ, นักแข่ง ... ได้เจอแค่เส้นชัยที่ปลายทาง ทว่า นักท่องเที่ยว, นักเดินทาง ... ได้เจอเรื่องราวมากมายระหว่างทาง
WebSite | www.TigerSmile.Net
รูปประจำตัวสมาชิก
TigerSmile'Hy
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6475
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2008, 15:19
Tel: 081-4190187
team: "สสสสส." (สุมหัวกันปั่นยานพาหนะที่ต้องใช้ 2 ขาถีบ เพื่อความสนุกสนานและสังสรรค์)
Bike: SOMA SAGA, KHS Team St, KHS F20-T3, TheOldCan, Mazda, Honda, Yamaha / Map60cs / Nikon D3000 ...
ตำแหน่ง: 180/91 ม.1 ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110
ติดต่อ:

Re: จากเพื่อนชวนเพื่อนปั่น(1) มาเล่าสู่กันฟัง...ปลายทางที่ชุมพร

โพสต์ โดย TigerSmile'Hy »

รูปภาพ
รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ

:arrow: ผ่านความร้อนที่แผดเผาของเปลวแดด ถึง 4 แยก โคกกลอย ขวา-พังงา, ตรง-ท้ายเหมืองและซ้าย-เลียบริมฝั่งทะเลอันดามัน ... เป้าหมายเราต้องเลี่ยวซ้าย แต่ทว่าตอนนี้(จริงๆ คือตอนนั้น) เราเลี้ยวขวาเข้าตลาดโคกกลอยก่อน มี 2 เหตุผล ... อย่างแรกหิว อย่างที่สอง ลุงสมพลฯ แวะทักทายญาติฯ ผมกับคุณนัทฯ มีญาติคนเดียวกันคือแม่ค้าข้าวแกง... ญาติลุงสมพลฯ มีน้ำใจฉวยโอกาสจ่ายค่าข้าวแกงมื้อนี้ก่อน 100.- ขณะที่เราเริ่มเพียงจานแรก... (แกก็คงประมาณ จานละ 25.- น้ำหวาน 1 แก้ว 5 บาท รวมแล้ว 30.-/คน มากัน 3คนคงพอ ... อิอิอิ เรามองหน้ากันแบบงงๆ และอมยิ้ม ปากก็เคียวต่อไป ... สองจาน คือค่าเริ่มต้นของแต่ละคน ไม่รวมขนมหวาน, น้ำแข็งใส, กล้วยทอด... 555 รวมเบ็ดเสร็จมื้อนี้ 2 ร้อยกว่าบาท... จนแม่ค้าบอกก่อนจากลา "วันหน้ามากินอีกนะค๊ะ..."

รูปภาพ
รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ

จากตลาดโคกกลอย เรามุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก ผ่านสี่แยก ออกถนน ทช.พง.3006 ราว 3 กม. ก็ต้องจอดเก็บอุปกรณ์ที่ไม่ควนโดนน้ำ(ฝน) ... เราไปต่ออีก 2 กม. ก็เป็นถนนที่เลียบริมหาดอย่างที่ตั้งใจ ฝนหยุดตกให้เราได้ชื่นชมธรรมชาติ แต่ละออกน้ำและความชื้นก็ยังอบอวนแบบ"ฟ้าหลังฝน" ...

ระยะทางช่วงนี้ประมาณ 20 กม. ส่วนมากจะเลียบริมฝั่งทะเล หรือไม่ก็มองเห็นทะเลเกือบตลอดทาง ผ่านสวนฯ นานาชนิด ผ่านสิ่งก่อสร้างที่มีร่องรอยของการใช้เป็นที่บริการนักท่องเที่ยวที่ชำรุดทรุดโทรม และก็ผ่านสิ่งก่อสร้างที่กำลังสร้างกันใหม่ เพื่อวัตถุประสงค์เดิม... ช่วงนี้จะผ่าน"บ่อน้ำพุร้อนบ้านบ่อดาน" ผมเคยมาอาบ 2-3 ครั้งเมื่อหลายปีก่อน...
รูปภาพ

ทว่า... ปัจจุบันคงเหลือแต่รอยอดีตแห่งความทรงจำ หลังภัย"สึนามิ" ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป ... สายน้ำ(ร้อน)ไม่ไหลกลับ(มา)ให้เราได้สัมผัสอุ่นอายแห่งความร้อนใต้แผ่นพิภพ...

ผ่านบ้านบ่อดานไปแล้วฝนลงตลอดเลยครับ "เก็บกล้อง เก็บมือถือ" เป็นการถาวร... จำไม่ได้แล้วว่าผ่านชุมชนอะไรบ้าง แต่รู้ว่าผ่านท้ายเหมือง, ผ่านตำบลทุ่งมะพร้าว ... ที่ที่เคยโด่งดังจากรถบรรทุก"เชื้อปะทุ" ระเบิด ... และผ่าน ตำบลลำแก่น ... เข้าสู่ อช.เขาหลัก เป็นที่พักของวันนี้ ... 45 กม. ที่เราลากกันยาวโดยไม่ตั้งใจ ไม่หยุดพัก เพราะไม่รู้จะพักตรงไหน? พักทำไม? ... เราถึงที่พักก็ราวๆ 4 โมงเย็น "สถิติใหม่...ปั่นยาวที่สุดในชีวิต" ลุงสมพล ไม้ค้ำตะวัน พึมพำออกมาจากลำคอ ฟังไม่ออกว่า บ่น หรือ ภูมิใจ(ไทย)... อิอิอิ

ผมเข้าไปติดต่อเรื่องที่พักในชุดที่เปียกชุ่มแม้มีเสื้อกันฝน แต่ไม่กันฝนเพียงประทังความหนาวได้... 600.-/หลัง, 2 เตียง...พี่(หรือลุงดี)มากันกี่คนค๊ะ... พนักงานน้องๆ ตอบออกมาหลังจากที่เงียบไปเปิดสมุดเล่มใหญ่ดู... "ขอ 1 หลังครับ" ผมรีบตอบพร้อมควักเงิน 600.- ชำระค่าห้อง ก่อนบอกเขาเบาๆ ว่า "พักกัน 3 คน(ชายล้วน) นอนเบียดๆ กันอุ่นดี..." น้องเขายิ้มๆ

รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ

ห้องพักต้องเดินลงไปเป็นทางลาดค่อนข้างชัน 2-3 ช่วง มีสะพานไม้บางตอน... เราต้องแบกและเข็นรถของเราไปถึงห้องพัก"บ้านเทพทาโร่" ... เชื่อเพราะจัง ... จัดการเรื่องส่วนตัวกันเสร็จเราก็ออกมาที่ร้านอาหารของอุทธยานฯ วันนี้แขกน้อยมาก 2-3 โต๊ะเอง เราต้องรีบไปเพราะครัวจะปิดแต่วันหากไม่มีแขก...

รูปภาพ รูปภาพ

:ugeek: และที่แห่งนี้ มุมนี้ ผมเคยมาใช้บริการครั้งหนึ่งเมื่อปีที่แล้วกับ โกดำ พังงา ... แล้วสิ่งที่ขาดไม่ได้ในบรรยาศแบบนี้"ยาคลายเส้น" ชนิดน้ำบรรจุขวด... ถูกเรียกหาเป็นอันดับแรกๆ :P
จบการเดินทางในวันที่หก ระยะทาง 113 กม. จาก GPS
- รูปเพิ่มเติม ในพิกาซ่า >> http://picasaweb.google.com/TigerSmileHy/520409#
- แทรค GPS ใน Evertrail >> http://www.everytrail.com/view_trip.php?trip_id=190721

- ติดตามลุงสมพล ไม้ค้ำตะวัน รายงานไว้ที่ http://www.trangzone.com/webboard_show. ... 6&ID=21100
นักปั่นฯ, นักแข่ง ... ได้เจอแค่เส้นชัยที่ปลายทาง ทว่า นักท่องเที่ยว, นักเดินทาง ... ได้เจอเรื่องราวมากมายระหว่างทาง
WebSite | www.TigerSmile.Net
ตอบกลับ

กลับไปยัง “สรุปทริป / รายงานการปั่น”