มือใหม่ปั่นหมอบแล้วเหนื่อยมาก เหนื่อยกว่าภูเขาอีกใครเป็นบ้างครับ
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
- Bike Lover
- ขาประจำ
- โพสต์: 156
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2010, 16:30
- team: ทุกทีม ที่ให้เข้ากลุ่ม
- Bike: Nine Twenty-Eight
Re: มือใหม่ปั่นหมอบแล้วเหนื่อยมาก เหนื่อยกว่าภูเขาอีกใครเป็นบ้างครับ
เป็นผลมาจากอาการทางจิตวิทยา
คือ เมื่อเปลี่ยนเป็น รถเสือหมอบ แล้ว คิดว่าจะต้องปั่นได้เร็วขึ้น จึงพยายามให้ได้ความเร็วที่สูงขึ้น เป็นผล ทำให้เหนื่อยมากขึ้น
และ เมื่ออยู่กับกลุ่มเสือหมอบ มีความเร็วสูงกว่ากลุ่ม เสือภูเขา ก็ต้องปั่นตามให้ได้ความเร็ว สูงขึ้น กว่าอยู่กลุ่มเสือภูเขา
หากไม่คิดคอยพวง กับความเร็ว ก็ไม่เหนื่อยมาก
คือ เมื่อเปลี่ยนเป็น รถเสือหมอบ แล้ว คิดว่าจะต้องปั่นได้เร็วขึ้น จึงพยายามให้ได้ความเร็วที่สูงขึ้น เป็นผล ทำให้เหนื่อยมากขึ้น
และ เมื่ออยู่กับกลุ่มเสือหมอบ มีความเร็วสูงกว่ากลุ่ม เสือภูเขา ก็ต้องปั่นตามให้ได้ความเร็ว สูงขึ้น กว่าอยู่กลุ่มเสือภูเขา
หากไม่คิดคอยพวง กับความเร็ว ก็ไม่เหนื่อยมาก
-
Jr1
- ขาประจำ
- โพสต์: 227
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ต.ค. 2010, 14:54
- Tel: 0830311474
- Bike: Raly
Re: มือใหม่ปั่นหมอบแล้วเหนื่อยมาก เหนื่อยกว่าภูเขาอีกใครเป็นบ้างครับ
ปัญหาแบบนี้ผมก็เป็น ปั่น MTB เหนื่อยน้อยกว่าที่ความเร็วเท่ากัน
แล้วปั่นหมอบความเร็วก็เฉลี่ยไม่ได้มากกว่าแถมเหนื่อยกว่าอีก
ปั่นมา 3 ปีแล้วเปลี่ยนรถไป 3 คันเพราะคิดว่ารถไม่เหมาะกับตัว เพราะคิดว่าต้องเป็นเหล็กโครโมจะได้ไหล ต้องอลู ต้อง 105
วันนี้ก็ข้องใจว่าจะเปลี่ยนเป็นเบียงคี่อีกแล้วเพื่อจะหาสาเหตุได้
อาจไม่ได้ซ้อมมากคือปั่นตอนอากาศดีๆแต่หยิบมาทีไรก็คุ้นเคยกับ MTB. ที่รู้จักกันกว่า 10 ปีได้ดีกว่า
ปั่นหมอบมันกดท้องกดพุงหายใจไม่ค่อยออก โดยเฉพาะตอนมุดก้มหัวหุบแขนทำได้แปบเดียวก็หมดแล้ว
คิดว่ามันคงไม่เหมาะกับเราจริงๆ คนละทางกัน
หรือปั่นหมอบมันกดดันตอนไปกับกลุ่มแล้วต้องยืนความเร็วได้ใกล้กันตามดูดพอหลุดเลยเหนื่อยมาก
และต้องทำความเร็วของคนอื่นที่ไม่เหมาะกับเรา ส่วนตัวเชื่อว่าแต่ละคนจะมีความเร็วที่เหมาะกับตัวเองไม่เท่ากัน
เพราะแรงและรูปร่างน้ำหนักตัวไม่เหมือนกัน พอไปปั่นตรมความเร็วคนอื่นก็ต้องเหนื่อยมาก เพราะกลัวหลุด
แล้วพอหลุดก็แรงหมดไปแล้วยิ่งไล่ยิ่งไม่ใช้ความเร็วของตัวเองยิ่งหมด
ปั่น MTB ทางแทรคทางขึ้นเขาลงเขาไม่ต้องปั่นตามความเร็วใครปั่นตามธรรมชาติของตัวเองหายใจได้ทันตามตัวเอง
เลยได้ประสิทธิภาพสูงสุด ถึงปั่นทางเรียบความเร็วไม่มากเกินเทคนิคการดูดลมไม่ค่อยมีผลมากนักถึงหลุดกลุ่มก็พอกวดไหว
พอเจอทางแทรคทางเขาก็พึ่งตัวเองไม่โดนกดดันแบบหายเป็นทุ่ง
ผมก็สงสัยเหมื่อนกันอาจเพราะตอนแรกคาดหวังกับหมอบสูงเกินไปตอนนี้เลยรู้แล้วว่ามันอาจไม่เหมาะกับเรา
แล้วปั่นหมอบความเร็วก็เฉลี่ยไม่ได้มากกว่าแถมเหนื่อยกว่าอีก
ปั่นมา 3 ปีแล้วเปลี่ยนรถไป 3 คันเพราะคิดว่ารถไม่เหมาะกับตัว เพราะคิดว่าต้องเป็นเหล็กโครโมจะได้ไหล ต้องอลู ต้อง 105
วันนี้ก็ข้องใจว่าจะเปลี่ยนเป็นเบียงคี่อีกแล้วเพื่อจะหาสาเหตุได้
อาจไม่ได้ซ้อมมากคือปั่นตอนอากาศดีๆแต่หยิบมาทีไรก็คุ้นเคยกับ MTB. ที่รู้จักกันกว่า 10 ปีได้ดีกว่า
ปั่นหมอบมันกดท้องกดพุงหายใจไม่ค่อยออก โดยเฉพาะตอนมุดก้มหัวหุบแขนทำได้แปบเดียวก็หมดแล้ว
คิดว่ามันคงไม่เหมาะกับเราจริงๆ คนละทางกัน
หรือปั่นหมอบมันกดดันตอนไปกับกลุ่มแล้วต้องยืนความเร็วได้ใกล้กันตามดูดพอหลุดเลยเหนื่อยมาก
และต้องทำความเร็วของคนอื่นที่ไม่เหมาะกับเรา ส่วนตัวเชื่อว่าแต่ละคนจะมีความเร็วที่เหมาะกับตัวเองไม่เท่ากัน
เพราะแรงและรูปร่างน้ำหนักตัวไม่เหมือนกัน พอไปปั่นตรมความเร็วคนอื่นก็ต้องเหนื่อยมาก เพราะกลัวหลุด
แล้วพอหลุดก็แรงหมดไปแล้วยิ่งไล่ยิ่งไม่ใช้ความเร็วของตัวเองยิ่งหมด
ปั่น MTB ทางแทรคทางขึ้นเขาลงเขาไม่ต้องปั่นตามความเร็วใครปั่นตามธรรมชาติของตัวเองหายใจได้ทันตามตัวเอง
เลยได้ประสิทธิภาพสูงสุด ถึงปั่นทางเรียบความเร็วไม่มากเกินเทคนิคการดูดลมไม่ค่อยมีผลมากนักถึงหลุดกลุ่มก็พอกวดไหว
พอเจอทางแทรคทางเขาก็พึ่งตัวเองไม่โดนกดดันแบบหายเป็นทุ่ง
ผมก็สงสัยเหมื่อนกันอาจเพราะตอนแรกคาดหวังกับหมอบสูงเกินไปตอนนี้เลยรู้แล้วว่ามันอาจไม่เหมาะกับเรา
-
compass
- ขาประจำ
- โพสต์: 791
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ส.ค. 2011, 23:16
- Bike: TREK EMONDA SL6, Nich KEM, TREK MADONE 3.1 2012
- ตำแหน่ง: จตุจักร กรุงเทพฯ
- ติดต่อ:
Re: มือใหม่ปั่นหมอบแล้วเหนื่อยมาก เหนื่อยกว่าภูเขาอีกใครเป็นบ้างครับ
Bike Lover เขียน:เป็นผลมาจากอาการทางจิตวิทยา
คือ เมื่อเปลี่ยนเป็น รถเสือหมอบ แล้ว คิดว่าจะต้องปั่นได้เร็วขึ้น จึงพยายามให้ได้ความเร็วที่สูงขึ้น เป็นผล ทำให้เหนื่อยมากขึ้น
และ เมื่ออยู่กับกลุ่มเสือหมอบ มีความเร็วสูงกว่ากลุ่ม เสือภูเขา ก็ต้องปั่นตามให้ได้ความเร็ว สูงขึ้น กว่าอยู่กลุ่มเสือภูเขา
หากไม่คิดคอยพวง กับความเร็ว ก็ไม่เหนื่อยมาก
กลับมาลองพิจารณาตนเอง เห็นด้วยครับว่าส่วนหนึ่ง (ส่วนใหญ่ๆเลยล่ะ) น่าจะมาจากจิตวิทยาคือ คาดหวังไว้ว่าต้องความเร็วสูงก็เลยปั่นให้เร็ว ซึ่งร่างกายตนเองยังไม่พร้อม
อีกทั้งลักษณะ ท่าทางการปั่นก็แตกต่างกันระหว่างจักรยานทั้ง 2 แบบก็ไม่เหมือนกัน
วันนี้เลยลองใหม่ปั่นตามสภาพร่างกายตนเอง ปรับเกียร์ไปตามสภาวะที่ควรที่เหมาะ พบว่าควบคุมรถได้ดีขึ้น ยังคงเหนื่อยเหมือนเดิมแต่น้อยลง ต่อไปคงต้องค่อยๆพัฒนากล้ามเนื้อและฝึกการหายใจให้เหมาะกับประเภทรถครับ
- วาสนา จั่นเจา
- ขาประจำ
- โพสต์: 6808
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 18:22
- Tel: เบอร์ส่วนตัว
- team: Klein's Boy
- Bike: Klein only & Klein forever...
Re: มือใหม่ปั่นหมอบแล้วเหนื่อยมาก เหนื่อยกว่าภูเขาอีกใครเป็นบ้างครับ
ความแตกต่าง
ปั่นหมอบได้พักที่ระยะ70+ ในะระยะทางเรียบ
ปั่นเขาได้พักทุกเนินหรือเขา ไม่ว่าจะขึ้นจะลง
ปั่นหมอบไม่ค่อยเหนวิว เหนแต่ตูด
ปั่นเขาเหนแต่วิว เพราะอยู่ในป่า
ปั่นหมอบได้ยินแต่เสียงหอบกะเสียงรถยนต์
ปั่นเขาได้ยินแต่เสียงนก ไม่มีเสียงกา
ปั่นหมอบได้พักที่ระยะ70+ ในะระยะทางเรียบ
ปั่นเขาได้พักทุกเนินหรือเขา ไม่ว่าจะขึ้นจะลง
ปั่นหมอบไม่ค่อยเหนวิว เหนแต่ตูด
ปั่นเขาเหนแต่วิว เพราะอยู่ในป่า
ปั่นหมอบได้ยินแต่เสียงหอบกะเสียงรถยนต์
ปั่นเขาได้ยินแต่เสียงนก ไม่มีเสียงกา
ขอโทษนะ เรื่องบนเตียงอาจจะไม่เก่ง แต่ที่ระเบียงไม่แพ้ใครเหมือนกัน
โกดคือโง่ โมโหคือบ้า กอดกันดีกว่า แก้ผ้าขึ้นเตียง!!!
โกดคือโง่ โมโหคือบ้า กอดกันดีกว่า แก้ผ้าขึ้นเตียง!!!
- แมวทอง
- ขาประจำ
- โพสต์: 8671
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2010, 08:47
- team: อันนี้ลิงค์เข้า facebook ครับ https://www.facebook.com/songkran.kook
Re: มือใหม่ปั่นหมอบแล้วเหนื่อยมาก เหนื่อยกว่าภูเขาอีกใครเป็นบ้างครับ
เราต้องปรับตัวให้เข้ากับรถ
และใช้รถให้ถูกวิธีด้วยครับ
หมอบแท้ๆ
กับ
เสือภูเขาแท้ๆ(ครอสคันทรี)
หากเป็นการปั่นหมอบกับเสือภูเขา ทางราบ ที่ความเร็วป้วนเปี้ยนอยู่แแถวไม่เกิน 30 31 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
แรงกระทำของลม รวมถึงมวลรวมของรถและคนขี่ ยังไม่ค่อยต่างกันมากเท่าไหร่ แต่ก็รู้สึกได้นิดๆ
เพราะตอนปั่น ทั้ง หมอบ และ ภูเขา ในความเร็วสบายๆที่ใช้เดินทางแบบนี้ ส่วนมากเสือหมอบจะจับแฮนท์ด้านบน
ซึ่งทำให้ท่าปั่นของหมอบ ไม่แตกต่างจากเสือ ภูเขา เท่าไหร่นัก
โดยกระแสลมที่เป็นปัจจัยหลักในการต้านแรงกระทำในการเคลื่อนที่ของการปั่นจักรยานส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่รถ แต่อยู่ที่ คนปั่น
จึงทำให้ในการเดินทางที่ความเร็ว ประมาณนี้ เสือหมอบจะรู้สึกใช้แรงไม่ต่างกับเสือภูเขามากนัก
แต่ถ้ามีความชั่นเริ่มเข้ามาเกี่ยวข้องที่ประมาณ 5 % ขึ้นไป คราวนี้ เสือหมอบจะเริ่มปั่นสบายกว่าเนื่องด้วยน้ำหนักตัวที่เบากว่าครับ
ปล
ลองปั่นหมอบที่ความเร็ว ง่ายๆก่อนเช่น ประมาณ 35 36 แล้วลองจับแฮนท์บนก่อน
จากนั้นเลื่อนมาจับแฮนท์ล่าง ความเร็วจะขึ้นมา 1-2 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยที่เดียว
และ ในความเร็วการปั่นขนาดนี้ ตอนปั่นเสือภูเขา เคยใช้รอบขาเท่าไหร่ กับเสือหมอบ
ไม่ต้องปั่นรอบจัดเหมือนเดิม เพราะรถและ ท่าปั่นของหมอบ นั้นลู่ลมกว่าเสือภูเขา
ให้ใช้รอบขาที่เราปั่นสบาย อย่าเพิ่งไปดูความเร็ว ควงขาไปเรื่อยๆ สัก 90-100 (แล้วแต่ถนัด)
เปลี่ยนเกียร์ให้หนักขึ้น ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอ เกียร์ที่เราควงได้รอบประมาณดังกล่าว แล้วเรา สามารปั่นได้โดยที่เราออกแรงเท่าๆตอนปั่นเสือภูเขา
คลาวนี้ลองดูที่วัดความเร็ว เราจะปั่นเร็วกว่า เสือภูเขาประมาณ 2-4 กิโลเมตรต่อชั่วโมงครับ
ลองแบบง่ายๆบ้านๆ แบบนี้ดูก่อนก็ได้นะครับ
ไม่ซับซ้อน
(ในการทดลอง ควรทดลองในสถานการณ์ที่ตัวแปรสภาพแวดล้อม ความเร็ว การออกแรง ความชัน ใกล้เคียงกันด้วยครับผม)
เมื่อเข้าใจความต่างของเสือหมอบกับเสือภูเขาในทางราบแล้ว
คลาวนี้ลอง บริหาร การออกแรงของตนเองดู
ก็จะพบว่า ในความเร็วเท่ากัน หมอบ ปั่นสบาย และ ประหยัดแรง กว่า เสือภูเขาครับ
และใช้รถให้ถูกวิธีด้วยครับ
หมอบแท้ๆ
กับ
เสือภูเขาแท้ๆ(ครอสคันทรี)
แรงกระทำของลม รวมถึงมวลรวมของรถและคนขี่ ยังไม่ค่อยต่างกันมากเท่าไหร่ แต่ก็รู้สึกได้นิดๆ
ซึ่งทำให้ท่าปั่นของหมอบ ไม่แตกต่างจากเสือ ภูเขา เท่าไหร่นัก
แต่ถ้ามีความชั่นเริ่มเข้ามาเกี่ยวข้องที่ประมาณ 5 % ขึ้นไป คราวนี้ เสือหมอบจะเริ่มปั่นสบายกว่าเนื่องด้วยน้ำหนักตัวที่เบากว่าครับ
ลองปั่นหมอบที่ความเร็ว ง่ายๆก่อนเช่น ประมาณ 35 36 แล้วลองจับแฮนท์บนก่อน
จากนั้นเลื่อนมาจับแฮนท์ล่าง ความเร็วจะขึ้นมา 1-2 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยที่เดียว
และ ในความเร็วการปั่นขนาดนี้ ตอนปั่นเสือภูเขา เคยใช้รอบขาเท่าไหร่ กับเสือหมอบ
ไม่ต้องปั่นรอบจัดเหมือนเดิม เพราะรถและ ท่าปั่นของหมอบ นั้นลู่ลมกว่าเสือภูเขา
ให้ใช้รอบขาที่เราปั่นสบาย อย่าเพิ่งไปดูความเร็ว ควงขาไปเรื่อยๆ สัก 90-100 (แล้วแต่ถนัด)
เปลี่ยนเกียร์ให้หนักขึ้น ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอ เกียร์ที่เราควงได้รอบประมาณดังกล่าว แล้วเรา สามารปั่นได้โดยที่เราออกแรงเท่าๆตอนปั่นเสือภูเขา
คลาวนี้ลองดูที่วัดความเร็ว เราจะปั่นเร็วกว่า เสือภูเขาประมาณ 2-4 กิโลเมตรต่อชั่วโมงครับ
ลองแบบง่ายๆบ้านๆ แบบนี้ดูก่อนก็ได้นะครับ
ไม่ซับซ้อน
(ในการทดลอง ควรทดลองในสถานการณ์ที่ตัวแปรสภาพแวดล้อม ความเร็ว การออกแรง ความชัน ใกล้เคียงกันด้วยครับผม)
คลาวนี้ลอง บริหาร การออกแรงของตนเองดู
ก็จะพบว่า ในความเร็วเท่ากัน หมอบ ปั่นสบาย และ ประหยัดแรง กว่า เสือภูเขาครับ
แมวทองคือแมวน้ำแมวน้ำคือแมวทะเล
-
สันติภาพ เเว่นเเก้ว
- ขาประจำ
- โพสต์: 848
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ก.ค. 2011, 10:17
- team: ปั่นกินกาเเฟ
- Bike: CAAD
Re: มือใหม่ปั่นหมอบแล้วเหนื่อยมาก เหนื่อยกว่าภูเขาอีกใครเป็นบ้างครับ
อันนี้จริงคร๊าบ ทดสอบมาเเล้ว มุดลมเเล้วเร็วขึ้น 1-1.5 เลยคร๊าบ เเต่ถ้าลมเเรงมากๆก็มุดไม่ไหว อยากลงไปนอนพักข้างทางมากกว่าแมวทอง เขียน:เราต้องปรับตัวให้เข้ากับรถ
และใช้รถให้ถูกวิธีด้วยครับ
หมอบแท้ๆ
กับ
เสือภูเขาแท้ๆ(ครอสคันทรี)
หากเป็นการปั่นหมอบกับเสือภูเขา ทางราบ ที่ความเร็วป้วนเปี้ยนอยู่แแถวไม่เกิน 30 31 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
แรงกระทำของลม รวมถึงมวลรวมของรถและคนขี่ ยังไม่ค่อยต่างกันมากเท่าไหร่ แต่ก็รู้สึกได้นิดๆ
เพราะตอนปั่น ทั้ง หมอบ และ ภูเขา ในความเร็วสบายๆที่ใช้เดินทางแบบนี้ ส่วนมากเสือหมอบจะจับแฮนท์ด้านบน
ซึ่งทำให้ท่าปั่นของหมอบ ไม่แตกต่างจากเสือ ภูเขา เท่าไหร่นัก
โดยกระแสลมที่เป็นปัจจัยหลักในการต้านแรงกระทำในการเคลื่อนที่ของการปั่นจักรยานส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่รถ แต่อยู่ที่ คนปั่น
จึงทำให้ในการเดินทางที่ความเร็ว ประมาณนี้ เสือหมอบจะรู้สึกใช้แรงไม่ต่างกับเสือภูเขามากนัก
แต่ถ้ามีความชั่นเริ่มเข้ามาเกี่ยวข้องที่ประมาณ 5 % ขึ้นไป คราวนี้ เสือหมอบจะเริ่มปั่นสบายกว่าเนื่องด้วยน้ำหนักตัวที่เบากว่าครับ
ปล
![]()
ลองปั่นหมอบที่ความเร็ว ง่ายๆก่อนเช่น ประมาณ 35 36 แล้วลองจับแฮนท์บนก่อน
จากนั้นเลื่อนมาจับแฮนท์ล่าง ความเร็วจะขึ้นมา 1-2 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยที่เดียว
และ ในความเร็วการปั่นขนาดนี้ ตอนปั่นเสือภูเขา เคยใช้รอบขาเท่าไหร่ กับเสือหมอบ
ไม่ต้องปั่นรอบจัดเหมือนเดิม เพราะรถและ ท่าปั่นของหมอบ นั้นลู่ลมกว่าเสือภูเขา
ให้ใช้รอบขาที่เราปั่นสบาย อย่าเพิ่งไปดูความเร็ว ควงขาไปเรื่อยๆ สัก 90-100 (แล้วแต่ถนัด)
เปลี่ยนเกียร์ให้หนักขึ้น ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอ เกียร์ที่เราควงได้รอบประมาณดังกล่าว แล้วเรา สามารปั่นได้โดยที่เราออกแรงเท่าๆตอนปั่นเสือภูเขา
คลาวนี้ลองดูที่วัดความเร็ว เราจะปั่นเร็วกว่า เสือภูเขาประมาณ 2-4 กิโลเมตรต่อชั่วโมงครับ
ลองแบบง่ายๆบ้านๆ แบบนี้ดูก่อนก็ได้นะครับ
ไม่ซับซ้อน
(ในการทดลอง ควรทดลองในสถานการณ์ที่ตัวแปรสภาพแวดล้อม ความเร็ว การออกแรง ความชัน ใกล้เคียงกันด้วยครับผม)
เมื่อเข้าใจความต่างของเสือหมอบกับเสือภูเขาในทางราบแล้ว
คลาวนี้ลอง บริหาร การออกแรงของตนเองดู
ก็จะพบว่า ในความเร็วเท่ากัน หมอบ ปั่นสบาย และ ประหยัดแรง กว่า เสือภูเขาครับ
- แมวทอง
- ขาประจำ
- โพสต์: 8671
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2010, 08:47
- team: อันนี้ลิงค์เข้า facebook ครับ https://www.facebook.com/songkran.kook
Re: มือใหม่ปั่นหมอบแล้วเหนื่อยมาก เหนื่อยกว่าภูเขาอีกใครเป็นบ้างครับ
น้อง สันติภาพ ครับ
วันนี้พี่เอาเสือภูเขาไปเข้าเทร็คที่ราบ 11 กับ ช่างจ้ำ และ น้องๆในทีม มาครับ
เขาทำทางใหม่ มันส์ดีนะ มีปั่นขึ้นคันดินกั้นน้ำสูง แล้ว ดึ่งลงมา สนุกดี
วันนี้พี่เอาเสือภูเขาไปเข้าเทร็คที่ราบ 11 กับ ช่างจ้ำ และ น้องๆในทีม มาครับ
เขาทำทางใหม่ มันส์ดีนะ มีปั่นขึ้นคันดินกั้นน้ำสูง แล้ว ดึ่งลงมา สนุกดี
แมวทองคือแมวน้ำแมวน้ำคือแมวทะเล
-
compass
- ขาประจำ
- โพสต์: 791
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ส.ค. 2011, 23:16
- Bike: TREK EMONDA SL6, Nich KEM, TREK MADONE 3.1 2012
- ตำแหน่ง: จตุจักร กรุงเทพฯ
- ติดต่อ:
Re: มือใหม่ปั่นหมอบแล้วเหนื่อยมาก เหนื่อยกว่าภูเขาอีกใครเป็นบ้างครับ
ขอบคุณมากๆเลยครับ เดี๋ยววันนี้จะไปลองดูเลยครับแมวทอง เขียน:เราต้องปรับตัวให้เข้ากับรถ
และใช้รถให้ถูกวิธีด้วยครับ
หมอบแท้ๆ
กับ
เสือภูเขาแท้ๆ(ครอสคันทรี)
หากเป็นการปั่นหมอบกับเสือภูเขา ทางราบ ที่ความเร็วป้วนเปี้ยนอยู่แแถวไม่เกิน 30 31 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
แรงกระทำของลม รวมถึงมวลรวมของรถและคนขี่ ยังไม่ค่อยต่างกันมากเท่าไหร่ แต่ก็รู้สึกได้นิดๆ
เพราะตอนปั่น ทั้ง หมอบ และ ภูเขา ในความเร็วสบายๆที่ใช้เดินทางแบบนี้ ส่วนมากเสือหมอบจะจับแฮนท์ด้านบน
ซึ่งทำให้ท่าปั่นของหมอบ ไม่แตกต่างจากเสือ ภูเขา เท่าไหร่นัก
โดยกระแสลมที่เป็นปัจจัยหลักในการต้านแรงกระทำในการเคลื่อนที่ของการปั่นจักรยานส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่รถ แต่อยู่ที่ คนปั่น
จึงทำให้ในการเดินทางที่ความเร็ว ประมาณนี้ เสือหมอบจะรู้สึกใช้แรงไม่ต่างกับเสือภูเขามากนัก
แต่ถ้ามีความชั่นเริ่มเข้ามาเกี่ยวข้องที่ประมาณ 5 % ขึ้นไป คราวนี้ เสือหมอบจะเริ่มปั่นสบายกว่าเนื่องด้วยน้ำหนักตัวที่เบากว่าครับ
ปล
![]()
ลองปั่นหมอบที่ความเร็ว ง่ายๆก่อนเช่น ประมาณ 35 36 แล้วลองจับแฮนท์บนก่อน
จากนั้นเลื่อนมาจับแฮนท์ล่าง ความเร็วจะขึ้นมา 1-2 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยที่เดียว
และ ในความเร็วการปั่นขนาดนี้ ตอนปั่นเสือภูเขา เคยใช้รอบขาเท่าไหร่ กับเสือหมอบ
ไม่ต้องปั่นรอบจัดเหมือนเดิม เพราะรถและ ท่าปั่นของหมอบ นั้นลู่ลมกว่าเสือภูเขา
ให้ใช้รอบขาที่เราปั่นสบาย อย่าเพิ่งไปดูความเร็ว ควงขาไปเรื่อยๆ สัก 90-100 (แล้วแต่ถนัด)
เปลี่ยนเกียร์ให้หนักขึ้น ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอ เกียร์ที่เราควงได้รอบประมาณดังกล่าว แล้วเรา สามารปั่นได้โดยที่เราออกแรงเท่าๆตอนปั่นเสือภูเขา
คลาวนี้ลองดูที่วัดความเร็ว เราจะปั่นเร็วกว่า เสือภูเขาประมาณ 2-4 กิโลเมตรต่อชั่วโมงครับ
ลองแบบง่ายๆบ้านๆ แบบนี้ดูก่อนก็ได้นะครับ
ไม่ซับซ้อน
(ในการทดลอง ควรทดลองในสถานการณ์ที่ตัวแปรสภาพแวดล้อม ความเร็ว การออกแรง ความชัน ใกล้เคียงกันด้วยครับผม)
เมื่อเข้าใจความต่างของเสือหมอบกับเสือภูเขาในทางราบแล้ว
คลาวนี้ลอง บริหาร การออกแรงของตนเองดู
ก็จะพบว่า ในความเร็วเท่ากัน หมอบ ปั่นสบาย และ ประหยัดแรง กว่า เสือภูเขาครับ
- Kasama
- ขาประจำ
- โพสต์: 761
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 พ.ย. 2009, 11:11
- Tel: 094-445-2490
- Bike: Bob Jackson Track, Cinelli Mod.B, Cinelli Riviera, Colnago Mexico, Colnago Saronni Pista, Marin Pine Mountain
- ตำแหน่ง: 710 เฟอร์เฟค ซอย 29 ถนนรามคำแหง 164 คลองสองต้นนุ่น ลาดกระบัง ก.ท.ม. 10520
Re: มือใหม่ปั่นหมอบแล้วเหนื่อยมาก เหนื่อยกว่าภูเขาอีกใครเป็นบ้างครับ
ปัจจัยที่ทำให้ขี่หมอบแล้วรู้สึกว่าเหนื่อยกว่าภูเขา...
- หมอบมันออกแบบมาให้ตัวเราหมอบลงหาเฟรมทำให้เวลาหายใจจะลำบากขึ้นกว่าขี่ภูเขาครับ ดังนั้นคงต้องฝึกจังหวะหายใหม่ เพราะหายใจสบาย ๆ แบบขี่รถแม่บ้านหรือภูเขาไม่ได้แล้ว
ทดสอบง่าย ๆ คุณลองนั่งแบบเวลาคุณหมอบแล้วหายใจแบบเร็ว ๆ ดูจะรู้เลยว่าหายใจยากกว่าปกติ เพราะการขยายตัวของช่องท้องทำได้น้อยลงนั้นเอง ทำให้ปอดเราขยายได้น้อยกว่าปกติ
- ลักษณะการกดลูกบันไดต่างกัน ของภูเขาจะเป็นลักษณะกดจากบนลงล่าง (ทำให้ใช้น้ำหนักตัวช่วยได้) แต่หมอบเป็นลักษณะการควงรอบขา (จะกดแบบภูเขาก็จังหวะโยกขึ้นทางลาดชันเท่านั้น ซึ่งน้ำหนักจะลงที่ล้อหลังมากทำให้รถวิ่งช้ากว่าขี่แบบควงขา) ดังนั้นถ้ากดผิดลักษณะอาจทำให้รถไม่ไปดังที่เราคิดได้ บ้างคนขี่เป็นธรรมชาติแล้วจะปรับเองโดยไม่รู้ตัวครับ เหตุจากข้างบนทำให้เขาออกแบบให้หมอบมีจานใหญ่กว่าภูเขาเพื่อทหให้รอบขาน้อยลง ไม่งั่นอาจขาดใจตายได้
และการออกแบบที่ต่างกันในการถ่ายน้ำหนักลงสู่ล้อและถนนทำให้การกดลูกบันไดและออกแรงแต่ต่างกัน
* นี้คือเหตุผลง่าย ๆ ที่ว่าทำไมขี่ภูเขารู้สึกสบายกว่าหมอบ
- หมอบมันออกแบบมาให้ตัวเราหมอบลงหาเฟรมทำให้เวลาหายใจจะลำบากขึ้นกว่าขี่ภูเขาครับ ดังนั้นคงต้องฝึกจังหวะหายใหม่ เพราะหายใจสบาย ๆ แบบขี่รถแม่บ้านหรือภูเขาไม่ได้แล้ว
- ลักษณะการกดลูกบันไดต่างกัน ของภูเขาจะเป็นลักษณะกดจากบนลงล่าง (ทำให้ใช้น้ำหนักตัวช่วยได้) แต่หมอบเป็นลักษณะการควงรอบขา (จะกดแบบภูเขาก็จังหวะโยกขึ้นทางลาดชันเท่านั้น ซึ่งน้ำหนักจะลงที่ล้อหลังมากทำให้รถวิ่งช้ากว่าขี่แบบควงขา) ดังนั้นถ้ากดผิดลักษณะอาจทำให้รถไม่ไปดังที่เราคิดได้ บ้างคนขี่เป็นธรรมชาติแล้วจะปรับเองโดยไม่รู้ตัวครับ เหตุจากข้างบนทำให้เขาออกแบบให้หมอบมีจานใหญ่กว่าภูเขาเพื่อทหให้รอบขาน้อยลง ไม่งั่นอาจขาดใจตายได้
* นี้คือเหตุผลง่าย ๆ ที่ว่าทำไมขี่ภูเขารู้สึกสบายกว่าหมอบ
บ้านตระกูลริ คือ ตัวแสบประจำบ้าน 3 ตัว ริชชี่ ริสา ริต้า
Road Bike
- Cinelli Mod.Riviera Mod.B ขาด Mod.SC.
- Pep Magni
- บรรพบุรุษของ ORBEA นามว่า "ซุส"...
- CONCORDE
PISTA
- Bob Jackson
- Holdsworth
- MERLIN UK.
- CIOCC
กรุ๊ปเซ็ตสวย ๆ
- Campagnolo
- Gipiemme
Road Bike
- Cinelli Mod.Riviera Mod.B ขาด Mod.SC.
- Pep Magni
- บรรพบุรุษของ ORBEA นามว่า "ซุส"...
- CONCORDE
PISTA
- Bob Jackson
- Holdsworth
- MERLIN UK.
- CIOCC
กรุ๊ปเซ็ตสวย ๆ
- Campagnolo
- Gipiemme
-
compass
- ขาประจำ
- โพสต์: 791
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ส.ค. 2011, 23:16
- Bike: TREK EMONDA SL6, Nich KEM, TREK MADONE 3.1 2012
- ตำแหน่ง: จตุจักร กรุงเทพฯ
- ติดต่อ:
Re: มือใหม่ปั่นหมอบแล้วเหนื่อยมาก เหนื่อยกว่าภูเขาอีกใครเป็นบ้างครับ
วันนี้พอดีมาภูเก็ต ได้ลองเอาเสือหมอบมาปั่นดู ตั้งใจว่าจะไม่เน้นความเร็ว แต่จะปั่นไปเรื่อยๆให้คุ้นกับรถให้มากที่สุด กลับไปได้ตั้ง 109 กิโล
มีปวดคอบ้าง ก็คอยขยับไปเรื่อยๆ ปั่นเสร็จไม่เหนื่อยล้ามาก สบายๆเพราะไม่ได้เร่งอะไร
สงสัยต้องเพิ่มกล้ามเนื้อ คอ-หลัง ให้แข็งแรงกว่านี้
มีปวดคอบ้าง ก็คอยขยับไปเรื่อยๆ ปั่นเสร็จไม่เหนื่อยล้ามาก สบายๆเพราะไม่ได้เร่งอะไร
สงสัยต้องเพิ่มกล้ามเนื้อ คอ-หลัง ให้แข็งแรงกว่านี้
- lonely Rolling
- ขาประจำ
- โพสต์: 181
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ค. 2010, 15:26
Re: มือใหม่ปั่นหมอบแล้วเหนื่อยมาก เหนื่อยกว่าภูเขาอีกใครเป็นบ้างครับ
ผมว่าแฮนด์เสือภูเขามันกว้างครับ
แล้วก็ไม่ต้องก้ม
แฮนด์หมอบมันแคบเสมอไหล่
กว้างมากก็ไม่ลู่อีก
ปั่นก็ต้องก้ม ๆ
จานก็ใหญ่
แต่สำหรับผม ปั่นอะไรก็เหนื่อยครับ
แล้วก็ไม่ต้องก้ม
แฮนด์หมอบมันแคบเสมอไหล่
กว้างมากก็ไม่ลู่อีก
ปั่นก็ต้องก้ม ๆ
จานก็ใหญ่
แต่สำหรับผม ปั่นอะไรก็เหนื่อยครับ
Impossible is an opinion not a fact.