โพสต์
โดย โป้งสิบสองเสียง »
เช้าวันที่ 5 ธ.ค. วันนี้ตื่นสายหน่อย 7 โมงตรง เพราะว่าเมื่อวานหนักมาทั้งวัน กินโอวันติน ขนมปังนิดหน่อยพอหายหิว จากนั้นก็เดินชมนกชมไม้ประมาณ 400เมตรจากจุดกางเต้นท์ ก็ถึงชมถ้ำปลาที่มีปลาพลวงหินอาศัยอยู่หนาแน่น ผมเคยเห็นปลาชนิดนี้อยู่ที่น้ำตกพลิ้ว จ.จันทบุรี ไม่คิดว่าจะเจอที่นี่อีกกลับมาถึงเก็บข้าวของ กว่าจะได้กินข้าวเช้าก็เกือบสิบโมงแล้ว เรียกว่าชิวๆเอามากๆ ร้านที่เราทานก็อยู่หน้าทางเข้าอุทยานนั่นเอง เรียงกันเป็นตับเหมือนอุทยานน้ำตกทั่วๆไป แต่เราเลือกร้านในสุด มื้อนี้เป็นอาหารอีสุดสุดแซบอีหลี ป้าเขาฝีมือดีอร่อยมากแนะนำเลยครับ
ถ่ายรูปที่ป้ายทางเข้าถ้ำปลาเสร็จกำลังจะเลี้ยวขวามุ่งหน้าอีก 17 กิโลเข้าตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ก็มีคนท้องถิ่นมาทักทายพวกและพูดคุยกันแป๊บนึงและแนะนำให้เบี่ยงขวาไปยังเส้นที่ไปภูโคลนจะได้ไม่ต้องขึ้นเขาให้เหนื่อย จากนัน้จงออกเดินทาง ก็มาเจอแยกขวาก่อนขึ้นเขาที่ทุกคนก็ไม่แน่ใจว่าใช่เส้นทางที่ชายคนนั้นบอกหรือเปล่าแต่ที่รู้คือไปปางอุ๋งแน่นอน ก็เลยยอมขี่ข้ามเขาซึ่งก็แค่เบาะๆถ้าเทียบกับเขาที่เราเจอมาแล้ว พอลงเขามีก็จะมีเนินขึ้นลงบ้างแต่ไม่ชันขี่ได้สบายๆ ขี่ไปซักพีกก็เจอแยกขวามือที่ชี้ว่าไปภูโคลนและปางอุ๋งได้ ถามคนแถวๆนั้นก็สรุปว่าแยกตรงตีนเขานั้นถูกต้องและจะทะลุออกมาที่แยกตรงนี้ เส้นทางต่อจากนี้ร่มรื่นดี ผ่านแม่น้ำปาย แวะถ่ายรูปหลักกิโลแม่ฮ่องสอน
ถึงตัวเมืองแม่ฮ่องสอนเที่ยงพอดี เราตัดสินใจเที่ยวก่อนเพราะเพิ่งกินมายังไม่หิว แวะชมวัดหัวเวียง ไต่บันไดไปชมพระธาตุดอยกองมูที่อยู่บนยอดเขา มองลงมาเห็นเมืองแม่ฮ่องสอนได้ทั้งเมือง ใครขับรถมาก็ขับรถขึ้นไปได้นะครับ จากนั้นก็ต่อด้วยวัดสุดท้ายคือวัดจองคำ-จองกลาง ศิลปะส่วนใหญ่จะเป็นแบบล้านช้าง-ไทยใหญ่-พม่า ผสมผสานกันสวยงามมาก จากนั้นก็ปั่นไปหอการค้าจังหวัดไปรับประกาศฯและสติกเกอร์ผู้พิชิต 1,864 โค้ง แล้วจึงขี่ไปขึ้นรถบัสที่ขนส่งเวลา 4 โมง ถึงกรุงเทพฯประมาณ 7 โมงเช้า ร่ำลากันขี่กลับบ้านใครบ้านมัน ได้กลับมาพบกับความวุ่นวายของแยกลาดพร้าวในวันเปิดเทอมแรก ส่วนผมขี่กลับบ้านไปทำงานต่อแบบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น 