OEM คืออะไรคับ ใครรู้ช่วยบอกที่ครับ

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity

รูปประจำตัวสมาชิก
demolisher
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6654
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2009, 14:38
Bike: Cannondale, Trek, Gary Fisher

Re: OEM คืออะไรคับ ใครรู้ช่วยบอกที่ครับ

โพสต์ โดย demolisher »

ขอบพระคุณมากครับ :D :D :D :D :D


เราคงชอบรถไม่เหมือนกันเลย ความเข้าใจพื้นฐานของระบบขับเคลื่อนและช่วงล่างก็ออกจะต่างกันมาก ผมขับรถมาน่าจะไม่น้อยรุ่นน้อยยี่ห้อกว่าพี่ lucifer ดูๆ แล้วน่าจะเยอะกว่านะแต่เข้าใจว่าต่างฝ่ายก็คงต่างขี้เกียจนึกรื้อฟื้นแระเนาะครับ แต่ว่าระยะทางรวมมากกว่าไปเยอะๆ เลย เกินกว่าเท่าตัวนะ ความเร็วสูงสุดที่ผมเคยขับก็ประมาณซัก 260 km/hr ได้ รถมันไปได้อีกหน่อยแหละแต่ว่าพ่อแก้วแม่แก้วผมท่านโดดหนีลงจากรถไปหมดแย้ว :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: รถส่วนตัวแรงสุดก็คันหนึ่งประมาณซัก 300 hp ส่วนอีกคันที่เป็นของคนอื่นแต่ได้ขับอวดสาวไปมาอยู่ทุกๆ วันอยู่หลายสัปดาห์ก็เด่นที่แรงบิดเพราะมีซัก 500 Nm ได้ ทั้ง 2 คันเป็นรถถนนและใช้ในชีวิตประจำวันได้นะ คลุกคลีกับทีมแข่งผิวเผินอยู่สองสามทีมโดยมีทีมหนึ่งทำรถ Top Fuel (ที่ล้อหน้าเล็กกระจิ๋วล้อหลังโตเบ้อเริ่มเทิ่ม แข่งออกตัว Quartermile อย่างเดียว ภายในระยะทาง 412 m จะทำความเร็วได้เกิน 300 km/hr) คันที่เร็วที่สุดคันหนึ่งในไทย อีกทีมทำรถ Quartermile ที่เร็วกว่า 10 วินาทีได้เป็นทีมแรกของไทย ไม่ก็ทำ Rally (แต่ว่าเดี๋ยวนี้เขาไม่เล่นกันแล้วเนอะ) เป็นมือวางอันดับต้นๆ ของไทย ผมเองขับแข่งแบบนักแข่งลง circuit และสำหรับมือสมัครเล่นผมว่าฝีมือก็พอได้นะ เข้าออกโค้งได้มาตรฐานนักแข่ง-ไม่ใช่วัยรุ่นทำตามภาพยนตร์ และทำเวลาต่อรอบได้ดีพอสมควร และเนื่องจากผมไม่ค่อยคิดว่าคนที่มีความรู้เรื่องวิศวกรรมรถยนต์มากพอจะเอาขับสี่ Quattro แบบของ Audi ไปดึงเบรกให้สไลด์เล่น (เพราะมันน่าจะถูกสร้างมาให้ไม่สไลด์ ! หรือสไลด์ยากที่สุดแม้บนทางที่ลื่นที่สุด เว้นแต่จะไม่รู้ตัวว่าขับไม่เป็นเนาะครับ) กับถ้าท่านใดก็ตามไม่อาศัยเพียงความรู้สึกก็จะรู้ว่า S4 (น่าจะประมาณปีต่ำกว่า 1994 หรือ 1993 ลงไปนะ) ทั้งๆ ที่เป็นเครื่อง Turbo และขับเคลื่อนสี่ล้อกลับไม่ได้หนักกว่า 525i E34 เลย และเนื่องจากเป็น Quattro ทำให้รู้สึกไปเองว่าการเร่งออกตัวจะติ๋มมากทั้งๆ ที่กระชากหนี 850turbo + modified (ให้เป็น R5 ที่คู่มือระบุว่าอย่า boost หนักเกินไม่กี่วินาทีโง้นงี้นะเพราะอาจมีเครื่องแตก 5 5 5 5) หายแบบไม่ให้เกียรติเลยอะครับ


ก็...ยินดีที่ได้รู้จักครับผม และขออนุญาตจบเรื่องของรถยนต์ไว้เพียงเท่านี้นะขอรับ ขออภัยพร้อมๆ กับขอบพระคุณท่านเจ้าของกระทู้ครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
lucifer
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6393
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
Bike: Only 2-wheels bike
ติดต่อ:

Re: OEM คืออะไรคับ ใครรู้ช่วยบอกที่ครับ

โพสต์ โดย lucifer »

จะขับ 4 หรือ ขับ 2 หน้าหรือหลัง วิ่งมาแล้วยกคันเร่ง กระชากพวงมาลัยพร้อมกับดึงเบรคมือแรงๆ มันก็เป็นหลักการพื้นฐานที่ทำกับรถเดิมๆจากโรงงานได้อยู่แล้วไม่ใช่หรือครับ
ขับ 4 ที่ระบบcentral differential gear ไม่ได้ลอคตายเหมือนกับพวกรถกระบะขับ 4 ตอนเข้า 4H หรือ 4 L ก็ไม่ได้อยู่นอกเหนือกฎเกณฑ์พื้นฐานนี่ครับ บางทีวิศวกรของAudi เขาคงจะไม่คิดเผื่อว่าจะมีคนบ้าๆเอา S4 มาหักเข้าโค้งแล้วกระชากเบรคมือให้ท้ายปัดเล่นเป็นแน่ :lol: มีโอกาสก็ลองกระชากเล่นดูสิครับ มันก็เป็นยานพาหนะที่ยังดำรงอยู่บนกฎทางฟิสิกส์อยู่ดีแหละครับ มันไม่ได้พิเศษขนาดที่เราจะทำอะไรบ้าแบบนั้นไม่ได้หรอกครับ ( ถ้ามันพิเศษจริงๆ มันก็ไม่ควรจะทำแบบที่ผมทำได้ไง จริงปะ )

ผมไม่ได้ว่า S4 อืดนะครับ ผมบอกแต่ว่ามันเป็น"รถนั่งสบายไปเรื่อยๆแต่แถมเครื่องแรงกับระบบขับ4ล้อมาให้" ไม่ได้เป็นการลบหลู่มันหรอกนะครับ อยากได้ความแรงก็กระแทกคันเร่งเข้าไป มันก็พุ่งขึ้นไปอยู่แล้ว รถเยอรมันแรงๆมันก็ไม่ได้กระโจนพรวดพราดแบบรถญี่ปุ่นแรงๆอยู่แล้ว ถึงมันจะเป็นเกียร์ออโต้ มันไม่ได้เร้าใจเหมือนกับพวกเกียร์แมนนวล แต่ถ้าวิ่งไปเรื่อยๆ มันก็ขึ้นไปเรื่อยๆ คำว่า"ไปเรื่อยๆของผมไม่ได้แปลว่าอืดนะครับ บางทีมันอาจจะเหมือนกับนั่งเครื่องบินมั๊งครับ มันกระชากออกตัว แล้วเร่งไปเรื่อยๆจนบินพ้นพื้นสนาม , แถกซะ :lol:

ตอนนี้อย่าว่าแต่ 238 เลยครับ แค่ 180 ก็ไม่อยากจะรู้จักแล้วครับ
( อายุมากแล้วครับ เห็นอะไรในโลกมาพอสมควร แล้วห่วงผูกคอมันก็หนักด้วย เป็นอะไรไปคนข้างหลังเขาจะลำบาก :lol: )

เคยคบกับพรรคพวกที่ชอบแข่งในสนามเหมือนกัน แต่ฟังค่าใช้จ่ายแล้ว เอาแค่รถใช้งานก็พอแล้วครับ ความแรงไม่ต้องมาก แค่เอาไว้แซงรถพ่วงคันยาวๆสัก 2คันให้พ้นๆแบบสบายใจก็พอ สมัยก่อนขับรถในถนนไปเลน กลับเลน บ่อยๆ

ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
รูปประจำตัวสมาชิก
ชิน
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4152
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 09:27
Tel: 083-248-5558
team: Nich-100Plus
Bike: Nich
ตำแหน่ง: อ่อนนุช
ติดต่อ:

Re: OEM คืออะไรคับ ใครรู้ช่วยบอกที่ครับ

โพสต์ โดย ชิน »

กระทู้นี้คุยเรื่อง OEM รถยนต์ใช่แมะครับ :lol: :lol: :lol: :lol:
www.nichcycling.com
รูปประจำตัวสมาชิก
demolisher
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6654
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2009, 14:38
Bike: Cannondale, Trek, Gary Fisher

Re: OEM คืออะไรคับ ใครรู้ช่วยบอกที่ครับ

โพสต์ โดย demolisher »

lucifer เขียน:จะขับ 4 หรือ ขับ 2 หน้าหรือหลัง วิ่งมาแล้วยกคันเร่ง กระชากพวงมาลัยพร้อมกับดึงเบรคมือแรงๆ มันก็เป็นหลักการพื้นฐานที่ทำกับรถเดิมๆจากโรงงานได้อยู่แล้วไม่ใช่หรือครับ
ขับ 4 ที่ระบบcentral differential gear ไม่ได้ลอคตายเหมือนกับพวกรถกระบะขับ 4 ตอนเข้า 4H หรือ 4 L ก็ไม่ได้อยู่นอกเหนือกฎเกณฑ์พื้นฐานนี่ครับ บางทีวิศวกรของAudi เขาคงจะไม่คิดเผื่อว่าจะมีคนบ้าๆเอา S4 มาหักเข้าโค้งแล้วกระชากเบรคมือให้ท้ายปัดเล่นเป็นแน่ :lol: มีโอกาสก็ลองกระชากเล่นดูสิครับ มันก็เป็นยานพาหนะที่ยังดำรงอยู่บนกฎทางฟิสิกส์อยู่ดีแหละครับ มันไม่ได้พิเศษขนาดที่เราจะทำอะไรบ้าแบบนั้นไม่ได้หรอกครับ ( ถ้ามันพิเศษจริงๆ มันก็ไม่ควรจะทำแบบที่ผมทำได้ไง จริงปะ )

ผมไม่ได้ว่า S4 อืดนะครับ ผมบอกแต่ว่ามันเป็น"รถนั่งสบายไปเรื่อยๆแต่แถมเครื่องแรงกับระบบขับ4ล้อมาให้" ไม่ได้เป็นการลบหลู่มันหรอกนะครับ อยากได้ความแรงก็กระแทกคันเร่งเข้าไป มันก็พุ่งขึ้นไปอยู่แล้ว รถเยอรมันแรงๆมันก็ไม่ได้กระโจนพรวดพราดแบบรถญี่ปุ่นแรงๆอยู่แล้ว ถึงมันจะเป็นเกียร์ออโต้ มันไม่ได้เร้าใจเหมือนกับพวกเกียร์แมนนวล แต่ถ้าวิ่งไปเรื่อยๆ มันก็ขึ้นไปเรื่อยๆ คำว่า"ไปเรื่อยๆของผมไม่ได้แปลว่าอืดนะครับ บางทีมันอาจจะเหมือนกับนั่งเครื่องบินมั๊งครับ มันกระชากออกตัว แล้วเร่งไปเรื่อยๆจนบินพ้นพื้นสนาม , แถกซะ :lol:

ตอนนี้อย่าว่าแต่ 238 เลยครับ แค่ 180 ก็ไม่อยากจะรู้จักแล้วครับ
( อายุมากแล้วครับ เห็นอะไรในโลกมาพอสมควร แล้วห่วงผูกคอมันก็หนักด้วย เป็นอะไรไปคนข้างหลังเขาจะลำบาก :lol: )

เคยคบกับพรรคพวกที่ชอบแข่งในสนามเหมือนกัน แต่ฟังค่าใช้จ่ายแล้ว เอาแค่รถใช้งานก็พอแล้วครับ ความแรงไม่ต้องมาก แค่เอาไว้แซงรถพ่วงคันยาวๆสัก 2คันให้พ้นๆแบบสบายใจก็พอ สมัยก่อนขับรถในถนนไปเลน กลับเลน บ่อยๆ

ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ

เอ...เรา 2 คนจะพากระทู้นี้ออกทะเลไปจนถึงไหนนะ :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: ขออนุญาตเล่ากลางๆ เผื่อท่านใดจะพอเห็นประโยชน์บ้างละกันนะขอรับ เวลาอ้างถึงกฏฟิสิกส์ กฏฟิสิกส์เขาก็บอกถึงเรื่องของ CG (Center of Gravity) ตลอดจนความกว้างของฐานล้อด้วยถูกต้องไหมครับ พร้อมๆ กับผู้สร้างรถยนต์ก็น่าที่จะกำหนดเป้าหมายอยู่แล้วว่าอยากให้รถของตัวมีบุคลิกประมาณไหน หาใช่รถที่สาดตูดได้และแก้อาการได้ง่ายกว่าจะนับได้ว่าดีกว่าเสมอไปกระมังครับ ยกตัวอย่างเช่น โดยที่เราไม่ต้องยุ่งกับสปริงและ shock เลยนะครับ-แค่กางฐานล้อหลังออกอีกซักข้างละ 1" ผมว่าอาการก็เปลี่ยนไปเยอะแล้วนะครับ ดึงเบรกจนสายเกือบขาดมันอาจจะขี้เกียจสาดก็ได้ ถูกต้องไหมครับ หรือกลับกัน ลองหุบฐานล้อหลังเข้ามาอีกหน่อยสิ-อาจจะเลี้ยวแรงหน่อยปุ๊บท้ายก็กวาดปั๊บก็เป็นได้นะครับ

รถขับ 4 มักจะต้องการความเข้าใจประมาณหนึ่งนะครับ ปรกติคืออย่าง Quattro ก็น่าจะถูกใช้ให้ไม่ไถล-ผู้ใช้ก็กรุณาอย่าถอนคันเร่งเวลาสาดอยู่ในโค้ง รถมันจะเกาะเหมือนอยู่ในรางไปเรื่อยๆ พอถอนคันเร่งปุ๊บก็ตัวใครตัวมันแหละครับ ไม่ใช่ว่าดีหรือไม่ดี และด้วยการกระจายน้ำหนัก 60 : 40 ของ S4 ผมว่าบุคลิกมันถูกกำหนดให้ตูดสาดยากอยู่แล้วนะครับ ก็ทางเปียกทางลื่นทางฝุ่นทางทรายมันยังเกาะหนึบอยู่เลยงิ และผมเองก็ไม่มี S4 นะครับ เพียงแต่เชื่อว่าเราไม่น่าจะเอาอุปนิสัยส่วนตัวหรือทักษะการขับขี่ของเรามาตัดสินรถทุกๆ แบบไปเองอะครับ อย่างไรก็ดี รถรุ่นใหม่ๆ นี่แม้จะขับสองบนถนนแห้งเรียบๆ ก็มีหลายรุ่นที่ให้ความรู้สึกเป็นกลางหรือเกาะมากกว่าพวกขับสี่บางรุ่นบางวัยอีกก็มีนะครับ

ในแง่ของทักษะการขับ อย่างใน circuit ถ้าผมขับโดยให้ท้ายกวาดปุ๊บ คุณครูก็จะตีก้นปั๊บเลยครับ :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: ดีที่ไม่จับจู๋ซ้ำ... ม่ายช่าย 5 5 5 5 ก็คงโดนด่าน่ะแหละ ทักษะการขับที่ดีน่าจะมุ่งเน้นการทำเวลาน้อยที่สุด ควบคุมได้ดีสุด บั่นทอนสมรรถนะของรถน้อยสุด ตลอดจนไม่ทำให้อะไรๆ เสื่อมก่อนเวลาอันควรด้วย เช่น สาดจนยางร้องบ่อยๆ เดี๋ยวยางก็หมดสภาพ ซักพัก shock ก็จะไม่ตอบสนอง คราวนี้พ่อแก้วแม่แก้วก็จะเสด็จหนีเราไปอีกแระ เป็นต้น ดังนั้น การทดสอบโดยการขับจนเลยขีดจำกัดแล้วหาความเป็นกลางมั่งการแก้ไขง่ายมั่งนี่น่าจะเป็นนักเลงโบราณมากกกกกนิดนึงอะครับ ผมว่ารถยนต์ที่ได้รับการยอมรับว่าขับดีเดี๋ยวนี้หาใช่เป็นในแนวทางนี้ไม่แล้วนะครับ

ถ้าอยากได้รถนิ่มๆ ดูมีฐานะผมก็อาจจะใช้ Benz ถ้าอยากได้กระโชกโฮกฮากก็คงจะชอบ 850 Turbo (ไม่ได้บอกว่าทำเวลาดีกว่าเน่อ) ถ้าอยากได้เบาด้วยสมรรถนะดีด้วยก็อาจจะพวก EVO (แพงไปมั้ย ?) ถ้าอยากให้ตอบสนองทันใจก็อาจจะ Imprezza Turbo (แต่ว่าเปลืองน้ำมันชะมัด) แต่ถ้าจะบอกว่าให้ขับสี่อย่างมั่นใจ ผมว่าทั้ง EVO (Active Yaw Control) ทั้ง Imprezza น่าจะสู้ Quattro ไม่ได้ ประเด็นคือว่าเราอยากได้อะไรจากเขามากที่สุดมากกว่าถูกต้องไหมครับ



ย้อนกลับมาที่ช่วงล่าง ผมว่าสำหรับคนทั่วๆ ไปนะครับมันเป็นเรื่อง "อัตวิสัย" มากกว่ามันดีหรือไม่ดีจริงๆ อะครับ อาทิ ในขณะที่หลายท่านบอกว่าแข็งเกินไปแต่ก็มีบางท่านบอกว่ายังนิ่มอยู่ บางคนว่าเตี้ยเกินแต่อีกหลายคนก็บอกว่ายังไม่พอ เป็นต้น ที่แย่คือเกือบทั้งหมดที่ชอบตัดสินคนอื่นมักจะขับห่วยบรมเอาตัวรอดก็ไม่ได้ทำเวลาก็ไม่ดี จึงไม่ค่อยเป็นธรรมที่จะเอาความชอบส่วนตัวไปตัดสินเรื่องพวกนี้อะครับ ไม่ชอบก็แค่บอกไม่ชอบ-ไม่ใช่บอกว่าไม่ดี โดยเฉพาะหากมิได้รู้เป้าหมายของการสร้างอย่างชัดเจนก่อน ผมว่าการตัดสินถูกผิดดีชั่วแบบนี้มันดูไม่ค่อยมีคลาสแหละ

รถเพื่อนผมคนหนึ่งเปลี่ยนช่วงล่างมาแข็งซะจนผมนั่งแค่ไม่กี่กิโลเมตรก็เจ็บต้นคอเลย แต่แม้มันสะเทือนมากตัวเจ้าของรถก็ยังชื่นชมนักหนาว่าแสนดี :shock: :shock: :shock: :shock: :shock: เขาชวนให้ผมเปลี่ยนมาใช้มั่งผมก็ไม่เอาหรอกเพราะผมไม่ชอบ อาจจะเกี่ยวกับลักษณะการใช้งานของเขาต่างจากของเราแค่นั้นเองก็เป็นได้ ครั้นใครจะบอกว่ารถช่วงล่างแข็งๆ แล้วจะมีสมรรถนะดีกว่า ลองมาขับแข่งกับรุ่นน้องอีกคนที่สอนผมขับรถแข่งก็ได้เพราะผมว่าเขาขับรถช่วงล่างแบบไหนก็ทำเวลาใน circuit ดีกว่าผมหมดนะ :o :o :o :o :o รถกระบะเดิมๆ มันยังแซงผมเล้ยยยยย :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าแข็งหรือนิ่มมันดีหรือไม่ดีถูกต้องไหมครับ ? หรือว่าเราเป็นไม้บรรทัดที่เที่ยววัดเที่ยวตัดสินใครยังไงก็ได้อะครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
lucifer
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6393
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
Bike: Only 2-wheels bike
ติดต่อ:

Re: OEM คืออะไรคับ ใครรู้ช่วยบอกที่ครับ

โพสต์ โดย lucifer »

:lol: แค่ผมบอกว่า ผมชักเบรคมือปัดท้ายเจ้า S4 ซะ เลยยาวเลย :lol: :lol: :lol:
บางทีหนะนะ คนเราก็ชอบลองของ ชอบลองดี ทั้งๆที่เป็นรถที่เขาให้เอามาลองขับ ผมก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า Quattro มันเก่งจริงเหมือนกับที่เราคิดหรือเปล่า วันนั้นนั่งกัน 4 คนด้วย หน้า2หลัง2 บอกข้างหลังแล้วว่าจะชักเบรคมือ อยากจะลองอะไรเล่นบ้างตามประสาพวกมีความมั่นใจในตัวเอง ( สาขาอาชีพผมมันก็เป็นแบบนี้แหละ ถ้ามั่นใจว่าทำได้ ก็จะทำ, ถ้าไม่เคยทำ ไม่มั่นใจ ก็จะไม่เสี่ยงด้วย , แล้วถ้าจะทำอะไร ก็ต้องทำแบบมีPlan B รองรับด้วย เช่น ชักเบรคมือแล้วท้ายมันปัด ถ้าเกิดเอามันไม่อยู่ อย่างน้อยก็ต้องมีพื้นที่ที่ปลอดภัยพอ ไม่ใช่ปัดไปฟาดข้างทาง แบบนี้ก็ไม่เล่นด้วย ) ( จริงๆในสมัยผมเป็นนศ. ผมตามข่าวแรลลี่โลก แล้วผมเองก็เป็นแฟนของ Audi Quattro มาตลอด ) อยากผมถึงบอกไงว่า ต่อให้ผู้ออกแบบเก่งยังไงก็ตาม มันก็ยังอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ของฟิสิกส์

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมข้องใจมากเกี่ยวกับรถนำเข้ามาจำหน่ายในบ้านเรา เรามั่นใจได้อย่างไรว่าช่วงล่างของมันจะเหมือนกับที่มันจำหน่ายในประเทศอื่น อย่าง A4ที่ผมบอกว่าชอคหน้า กับ สปริงมันไม่แมทช์กับน้ำหนักตัวของมัน เพราะผมเคยเจอชอคหน้ายุบจนสุดแกนมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกเจอคอสะพานที่คาดไม่ถึงว่ามันจะหักลงได้ขนาดนี้ แล้วไม่ได้ขับมาเร็วด้วย เพราะใช้ความเร็วในลักษณะขับตามๆกันไป ที่นึกไม่ถึงก็คือ เส้นทางนี้เคยขับมาก่อนด้วยรถคันอื่น ครั้งที่สองเจอบนถนนสายวงแหวนตะวันตก วิ่งข้ามสะพานคลองควาย ซึ่งจริงๆคอสะพานมันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรเลย ขับมาก็ไม่ได้เร็วกว่าความเร็วผ่อนผันของตร.ทล.ด้วยซ้ำไป

เพราะสปริงคือตัวรับน้ำหนัก ชอคแอบซอบเบอร์คือแดมเปอร์สำหรับซับความสั่นสะเทือน และต้านอาการเด้งของสปริงและหน่วงการยุบตัวของสปริง , combination ของมันจะเหมาะสมกับสภาพใดสภาพหนึ่งเพียงช่วงแคบๆ คือ จะเหมาะกับถนนแบบหนึ่ง ความเร็วช่วงหนึ่ง และน้ำหนักรถระดับหนึ่ง ถ้ามันอยู่นอกช่วงที่มันถูกออกแบบมา มันก็จะเริ่มทำหน้าที่ของมันได้ไม่ตามเป้าประสงค์ของการออกแบบ

การเลือกช่วงล่าง ยังไงๆมันก็เป็นอัตตานิยมอยู่แล้วครับ เพราะถ้าเราทนกับมันไม่ได้ มันก็ต้องถูกอัปเปหิออกไปจากรถเรา ทนไม่ได้มันมีหลายสาเหตุ เช่น แข็งไป กระด้างไป นุ่มเกินไป ซึ่งตรงนี้กับผมไม่ค่อยมีความหมายนัก เพราะกระด้างแบบขับไปพยักหน้าไปก็เคย นุ่มแบบนั่งสบายๆ ยวบยาบแบบชอคยุบจนสุดได้ ก็ทนใช้ได้

แต่ที่ทนใช้ไม่ได้ ก็เห็นจะเป็นอาการของรถ ที่เราเริ่มจะไม่ไว้วางใจมากกว่าครับ ( ไม่ไว้ใจ ไม่ได้แปลว่าไม่ปลอดภัย แต่พอไม่ไว้ใจก็ไม่มีความสุขที่จะใช้ ) เพราะถ้ามันทำช่วงล่างมาสำหรับความเร็วสูง แน่นอนว่ามันก็คงจะถูกนิสัยผมในสมัยนั้นมากพอสมควร แต่บังเอิญมันทำช่วงล่างมาให้ถูกนิสัยของคนแก่ที่ไม่นิยมขับรถเร็วๆ ไม่นิยมเข้าโค้งแรงๆ ไม่นิยมวิ่งข้ามสะพานที่ความเร็วเกินกว่า 90 กม/ชม ( เพราะลองมาหลายความเร็วแล้ว พบว่าที่สะพานที่ใจร้ายที่สุด อาการมันน่ารักที่สุดที่ความเร็วเท่านี้ , สมัยก่อนถนนสายปิ่นเกล้า-นครชัยศรี หรือ บรมราชชนนีในปัจจุบัน มีคอสะพานโค้งๆ แต่ไม่หัก แต่ก็ไม่ราบเรียบ ถ้ามาเร็วๆ แล้วชอคแอบซอบเบอร์ไม่สามารถหน่วงการยืดของสปริงที่เกิดจากแรงเฉื่อยของรถได้ ก็จะสัมผัสกับอาการโยนตัวมากมายของรถ ซึ่งก่อนหน้านั้นขับ 200SX ที่ทำช่วงล่างง่ายๆด้วยการใส่แค่ชอค GAB กับล้อแค่ขอบ 16 สะพานเหล่านั้นสามารถขับข้ามไปด้วยความเร็ว 120 - 140 กม. ต่อชม. ( โดยเริ่มๆจะสัมผัสได้ว่า เร็วกว่านี้จะเริ่มโยน ) พอมาใช้คันนี้ในระยะแรก ก็ต้องทำใจหละว่ามันไม่ใช่รถแบบที่เคยใช้งาน อยากจะขับรถแบบครอบครัวให้ลูกนั่งสบาย ไม่ต้องไปขดที่เบาะหลัง แต่นิสัย(สันดาน)ชอบขับรถเร็ว ก็เริ่มรู้สึกหงุดหงิดทุกครั้ง เพราะด้วยศักดิ์ศรีของมัน มันน่าจะทำได้ดีกว่านี้ :shock:

ขับรถเร็วหนะ มันไม่ปลอดภัยอยู่แล้วหละ แต่ถ้าเข้าใจว่าขับรถเร็วมันไม่ปลอดภัยอย่างไร สถานะการณ์แบบไหนไม่ควรขับเร็ว มันก็โอเคอยู่หรอก

พูดถึงเซอร์กิตเนี่ย ไม่มีวาสนาได้เข้าไปเรียนหรอกครับ สมัยเรียนใกล้จะจบ พีระเซอร์กิตก็เปิด พอเปิดเราก็ต้องทำงาน แล้วงานก็หนักเหลือเกิน จะเอาเวลาไปทำอะไรได้อีก พอเริ่มเข้าที่เข้าทาง ก็มาเรียนต่อเฉพาะทางอีก พอเริ่มมีฐานะ ก็เริ่มเล่นรถแพงขึ้น แต่งแรงขึ้น แต่คราวนี้ไม่เหมือนตอนจบใหม่ๆแล้ว เพราะแค่โฉบรถเข้าไปแข่งแบรคเก็ตกลับมา ก็ยังโดนซะหูชา ( คงไม่ต้องบอกหรอกนะครับว่าใคร บางครั้งก็ต้องหัดยอมรับผิดบ้าง ( ทั้งๆที่ไม่ผิด ) ต้องหัดขอโทษบ้าง ( ทั้งๆที่ไม่ผิด ) ชีวิตมันถึงจะมีความผาสุกได้ครับ ) สุดท้ายผมก็ต้องเล่นมวยวัดต่อไปเรื่อยๆนี่แหละ เรียนขับรถจากในตำราต่อไป ( ยุคก่อน เข้าโค้งก็นอก-ใน-นอก ตอนนี้เขาเปลี่ยนแปลงแล้วหรือยังครับ :D ) , ตอนใช้รถขับหน้าก็ผ่อน-เร่งส่ง , พอมาใช้ขับหลังก็ระวังนิดหนึ่งจะซ่าก็ต้องดูให้ดีๆ จะเร่งก็ต้องระวังหน่อย อะไรพวกนี้ ล้อหลังมี LSD ขับยังไง , ไม่มีLSDขับยังไง เรียนรู้กันไม่นานก็เข้าใจ ( แต่เขียนเป็นตัวหนังสือไม่ได้ เพราะความรู้สึกล้วนๆ )

เมื่อเล่นมวยวัด มันก็ต้องอาศัยความรู้สึกอย่างเดียวหละครับ จากนั้นมันก็ต้องลากเอาประสพการณ์จากฐานข้อมูลในสมองจะถูกนำมาเรียบเรียงและประยุกต์เสมอ หนักๆเข้ามันก็กลายเป็นพฤติกรรม กลายเป็นเรื่องธรรมดาของเรา แน่นอนครับ เมื่อประสพการณ์มันสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ ( ขับรถมาเกิน 800,000 กม. กับ 30ปีที่ขับรถมา ) มันก็น่าจะนำมาเรียบเรียงใช้ในชีวิตจริงไปเรื่อยๆแหละครับ ดังนั้นอะไรก็ตามที่ใช้ความรู้สึกมาตัดสิน จะต้องไม่มีสุรามาเกี่ยวข้อง ไม่มีความอ่อนล้าของสังขารมาเกี่ยวข้อง ไม่สดจริงก็อย่าขับเร็ว

พูดถึง S4 นี่ มันก็คล้ายกับ A4 ซึ่งผมเองก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่า ช่วงล่างมันเหมือนกับของที่ขายในประเทศอื่นๆหรือเปล่า รถที่มีรากฐานมาจากรถพวงมาลัยซ้าย แล้วทำรถพวงมาลัยขวามาส่งขายในประเทศโลกที่สามอย่างบ้านเรา ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผู้นำเข้า ผู้ส่งออกทำอะไรกับมันหรือเปล่า เปลี่ยนสเปคโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าหรือเปล่า ( เพราะประเทศแบบบ้านเราไม่มีออโต้บาห์นให้หวดแบบจัดหนักได้ ) แต่แน่ๆ พี่ที่เป็นเจ้าของ 850 turbo แกลองขับแบบคนเดียวแล้ว แกบอกคำเดียวว่าไม่ชอบ แล้วก็ไม่ซื้อ ทัั้งๆที่แกชอบขับรถแรงๆ ช่วงล่างแน่นๆ ( แบบว่ารวย แล้วชอบอะไรแบบสำเร็จ ไม่ต้องลงทุนแต่งเพิ่ม ) ( ความจริงเซลล์ตั้งใจจะให้แกทดลองคนเดียว เพราะรู้ศักยภาพว่าแกซื้อได้สบายๆ แต่พวกเราได้อานิสงค์ไปด้วย ) ก็อัตตานิยมอยู่แล้วหละครับ รถยนต์ราคาเท่ากับบ้านเดียวหลังย่อมๆในยุคนั้น ถ้ามันไม่ถูกจริต ก็คงจะไม่จ่ายเงินอย่างแน่นอน

แต่ถ้าไปขับและใช้ที่เยอรมัน มันอาจจะไม่เหมือนคันที่เอามาขายในบ้านเราก็ได้นะครับ

ลูกเล่นของผู้นำเข้า และผู้ส่งออก เราอาจจะยังเข้าไม่ถึงก็ได้ :lol: :lol: :lol:

** เพิ่มเติมนิดหนึ่ง จำได้ว่าช่วงนั้นกม.นำเข้ารถCBUผ่านไปนานแล้ว ดูเหมือนรถแรงๆบางคันจะมีการเปลี่ยนสเปคเพื่อลดแรงม้าลง เพื่อจะได้เสียภาษีนำเข้าลดลง ผมจำไม่ได้ว่ารถคันที่ทดสอบเจอแบบนี้หรือเปล่านะครับ แรงหนะแรง แต่ไม่รู้สึกว่ามันแรงเป็นพิเศษ **


ยาวไปหน่อยแล้ว แต่สำหรับผม ถ้าถูกชะตา รับรองว่าคุยกันได้ยาว ผมชอบคุยกับคนที่เป็นมวยจริงๆ คุยแล้วผมได้ประโยชน์ด้วย ถึงแก่แล้วก็ยังเรียนรู้อยู่ตลอดเวลาครับ ผมมันมวยวัด อาศัยพื้นฐานพอไปได้เท่านั้นแหละ
แก้ไขล่าสุดโดย lucifer เมื่อ 11 ธ.ค. 2011, 08:54, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
รูปประจำตัวสมาชิก
KAEW K&N
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1465
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.พ. 2010, 07:02
Tel: 0898136615
team: งาช้างดำ
Bike: เฟสสัน

Re: OEM คืออะไรคับ ใครรู้ช่วยบอกที่ครับ

โพสต์ โดย KAEW K&N »

ได้ความรู้ดีครับ ตอนนี้ใช้นิสสันรุ่นช้างเหยียบอยู่ครับ กำลังจะเปลี่ยนแล้วครับ
น สิยา โลกวฺฒโน ไม่ควรเป็นคนรกโลก
เทพศิรินทร์ 102
รูปประจำตัวสมาชิก
เสือศรา
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 734
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ม.ค. 2009, 08:15
Tel: D-TAC
team: SoI T@N HuN S@
Bike: อยากได้BMX

Re: OEM คืออะไรคับ ใครรู้ช่วยบอกที่ครับ

โพสต์ โดย เสือศรา »

KAEW K&N เขียน:ได้ความรู้ดีครับ ตอนนี้ใช้นิสสันรุ่นช้างเหยียบอยู่ครับ กำลังจะเปลี่ยนแล้วครับ
ขอดูรูปได้ไหมพี่แก้ว อยากได้เหมือนกันเอาไว้ต่างรถถีบน่ะครับ555+ :lol:
฿฿฿฿฿฿฿฿฿฿฿฿฿฿฿฿
รูปประจำตัวสมาชิก
KAEW K&N
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1465
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.พ. 2010, 07:02
Tel: 0898136615
team: งาช้างดำ
Bike: เฟสสัน

Re: OEM คืออะไรคับ ใครรู้ช่วยบอกที่ครับ

โพสต์ โดย KAEW K&N »

รูปภาพ
เสือศรา เขียน:
KAEW K&N เขียน:ได้ความรู้ดีครับ ตอนนี้ใช้นิสสันรุ่นช้างเหยียบอยู่ครับ กำลังจะเปลี่ยนแล้วครับ
ขอดูรูปได้ไหมพี่แก้ว อยากได้เหมือนกันเอาไว้ต่างรถถีบน่ะครับ555+ :lol:
น สิยา โลกวฺฒโน ไม่ควรเป็นคนรกโลก
เทพศิรินทร์ 102
รูปประจำตัวสมาชิก
KAEW K&N
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1465
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.พ. 2010, 07:02
Tel: 0898136615
team: งาช้างดำ
Bike: เฟสสัน

Re: OEM คืออะไรคับ ใครรู้ช่วยบอกที่ครับ

โพสต์ โดย KAEW K&N »

มีไว้ลุยน้ำปีหน้าท่าจะดี :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: (เป็นยาสามัญประจำบ้าน)
น สิยา โลกวฺฒโน ไม่ควรเป็นคนรกโลก
เทพศิรินทร์ 102
รูปประจำตัวสมาชิก
gutarara
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 126
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 พ.ค. 2011, 10:05
Tel: 061 - 662 - 8382
ตำแหน่ง: อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี

Re: OEM คืออะไรคับ ใครรู้ช่วยบอกที่ครับ

โพสต์ โดย gutarara »

ชอบฟังผุ้ใหญ่คุยกัน ^^
Live “into”
รูปประจำตัวสมาชิก
demolisher
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6654
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2009, 14:38
Bike: Cannondale, Trek, Gary Fisher

Re: OEM คืออะไรคับ ใครรู้ช่วยบอกที่ครับ

โพสต์ โดย demolisher »

KAEW K&N เขียน:รูปภาพ
เสือศรา เขียน:
KAEW K&N เขียน:ได้ความรู้ดีครับ ตอนนี้ใช้นิสสันรุ่นช้างเหยียบอยู่ครับ กำลังจะเปลี่ยนแล้วครับ
ขอดูรูปได้ไหมพี่แก้ว อยากได้เหมือนกันเอาไว้ต่างรถถีบน่ะครับ555+ :lol:

กิ๊กผมห้ามใช้ เธอชอบใส่กระโปรงสั้น ขึ้นลงทีจิมมี่โผล่ฮับ
รูปประจำตัวสมาชิก
demolisher
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6654
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2009, 14:38
Bike: Cannondale, Trek, Gary Fisher

Re: OEM คืออะไรคับ ใครรู้ช่วยบอกที่ครับ

โพสต์ โดย demolisher »

lucifer เขียน: :lol: แค่ผมบอกว่า ผมชักเบรคมือปัดท้ายเจ้า S4 ซะ เลยยาวเลย :lol: :lol: :lol:
บางทีหนะนะ คนเราก็ชอบลองของ ชอบลองดี ทั้งๆที่เป็นรถที่เขาให้เอามาลองขับ ผมก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า Quattro มันเก่งจริงเหมือนกับที่เราคิดหรือเปล่า วันนั้นนั่งกัน 4 คนด้วย หน้า2หลัง2 บอกข้างหลังแล้วว่าจะชักเบรคมือ อยากจะลองอะไรเล่นบ้างตามประสาพวกมีความมั่นใจในตัวเอง ( สาขาอาชีพผมมันก็เป็นแบบนี้แหละ ถ้ามั่นใจว่าทำได้ ก็จะทำ, ถ้าไม่เคยทำ ไม่มั่นใจ ก็จะไม่เสี่ยงด้วย , แล้วถ้าจะทำอะไร ก็ต้องทำแบบมีPlan B รองรับด้วย เช่น ชักเบรคมือแล้วท้ายมันปัด ถ้าเกิดเอามันไม่อยู่ อย่างน้อยก็ต้องมีพื้นที่ที่ปลอดภัยพอ ไม่ใช่ปัดไปฟาดข้างทาง แบบนี้ก็ไม่เล่นด้วย ) ( จริงๆในสมัยผมเป็นนศ. ผมตามข่าวแรลลี่โลก แล้วผมเองก็เป็นแฟนของ Audi Quattro มาตลอด ) อยากผมถึงบอกไงว่า ต่อให้ผู้ออกแบบเก่งยังไงก็ตาม มันก็ยังอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ของฟิสิกส์

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมข้องใจมากเกี่ยวกับรถนำเข้ามาจำหน่ายในบ้านเรา เรามั่นใจได้อย่างไรว่าช่วงล่างของมันจะเหมือนกับที่มันจำหน่ายในประเทศอื่น อย่าง A4ที่ผมบอกว่าชอคหน้า กับ สปริงมันไม่แมทช์กับน้ำหนักตัวของมัน เพราะผมเคยเจอชอคหน้ายุบจนสุดแกนมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกเจอคอสะพานที่คาดไม่ถึงว่ามันจะหักลงได้ขนาดนี้ แล้วไม่ได้ขับมาเร็วด้วย เพราะใช้ความเร็วในลักษณะขับตามๆกันไป ที่นึกไม่ถึงก็คือ เส้นทางนี้เคยขับมาก่อนด้วยรถคันอื่น ครั้งที่สองเจอบนถนนสายวงแหวนตะวันตก วิ่งข้ามสะพานคลองควาย ซึ่งจริงๆคอสะพานมันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรเลย ขับมาก็ไม่ได้เร็วกว่าความเร็วผ่อนผันของตร.ทล.ด้วยซ้ำไป

เพราะสปริงคือตัวรับน้ำหนัก ชอคแอบซอบเบอร์คือแดมเปอร์สำหรับซับความสั่นสะเทือน และต้านอาการเด้งของสปริงและหน่วงการยุบตัวของสปริง , combination ของมันจะเหมาะสมกับสภาพใดสภาพหนึ่งเพียงช่วงแคบๆ คือ จะเหมาะกับถนนแบบหนึ่ง ความเร็วช่วงหนึ่ง และน้ำหนักรถระดับหนึ่ง ถ้ามันอยู่นอกช่วงที่มันถูกออกแบบมา มันก็จะเริ่มทำหน้าที่ของมันได้ไม่ตามเป้าประสงค์ของการออกแบบ

การเลือกช่วงล่าง ยังไงๆมันก็เป็นอัตตานิยมอยู่แล้วครับ เพราะถ้าเราทนกับมันไม่ได้ มันก็ต้องถูกอัปเปหิออกไปจากรถเรา ทนไม่ได้มันมีหลายสาเหตุ เช่น แข็งไป กระด้างไป นุ่มเกินไป ซึ่งตรงนี้กับผมไม่ค่อยมีความหมายนัก เพราะกระด้างแบบขับไปพยักหน้าไปก็เคย นุ่มแบบนั่งสบายๆ ยวบยาบแบบชอคยุบจนสุดได้ ก็ทนใช้ได้

แต่ที่ทนใช้ไม่ได้ ก็เห็นจะเป็นอาการของรถ ที่เราเริ่มจะไม่ไว้วางใจมากกว่าครับ ( ไม่ไว้ใจ ไม่ได้แปลว่าไม่ปลอดภัย แต่พอไม่ไว้ใจก็ไม่มีความสุขที่จะใช้ ) เพราะถ้ามันทำช่วงล่างมาสำหรับความเร็วสูง แน่นอนว่ามันก็คงจะถูกนิสัยผมในสมัยนั้นมากพอสมควร แต่บังเอิญมันทำช่วงล่างมาให้ถูกนิสัยของคนแก่ที่ไม่นิยมขับรถเร็วๆ ไม่นิยมเข้าโค้งแรงๆ ไม่นิยมวิ่งข้ามสะพานที่ความเร็วเกินกว่า 90 กม/ชม ( เพราะลองมาหลายความเร็วแล้ว พบว่าที่สะพานที่ใจร้ายที่สุด อาการมันน่ารักที่สุดที่ความเร็วเท่านี้ , สมัยก่อนถนนสายปิ่นเกล้า-นครชัยศรี หรือ บรมราชชนนีในปัจจุบัน มีคอสะพานโค้งๆ แต่ไม่หัก แต่ก็ไม่ราบเรียบ ถ้ามาเร็วๆ แล้วชอคแอบซอบเบอร์ไม่สามารถหน่วงการยืดของสปริงที่เกิดจากแรงเฉื่อยของรถได้ ก็จะสัมผัสกับอาการโยนตัวมากมายของรถ ซึ่งก่อนหน้านั้นขับ 200SX ที่ทำช่วงล่างง่ายๆด้วยการใส่แค่ชอค GAB กับล้อแค่ขอบ 16 สะพานเหล่านั้นสามารถขับข้ามไปด้วยความเร็ว 120 - 140 กม. ต่อชม. ( โดยเริ่มๆจะสัมผัสได้ว่า เร็วกว่านี้จะเริ่มโยน ) พอมาใช้คันนี้ในระยะแรก ก็ต้องทำใจหละว่ามันไม่ใช่รถแบบที่เคยใช้งาน อยากจะขับรถแบบครอบครัวให้ลูกนั่งสบาย ไม่ต้องไปขดที่เบาะหลัง แต่นิสัย(สันดาน)ชอบขับรถเร็ว ก็เริ่มรู้สึกหงุดหงิดทุกครั้ง เพราะด้วยศักดิ์ศรีของมัน มันน่าจะทำได้ดีกว่านี้ :shock:

ขับรถเร็วหนะ มันไม่ปลอดภัยอยู่แล้วหละ แต่ถ้าเข้าใจว่าขับรถเร็วมันไม่ปลอดภัยอย่างไร สถานะการณ์แบบไหนไม่ควรขับเร็ว มันก็โอเคอยู่หรอก

พูดถึงเซอร์กิตเนี่ย ไม่มีวาสนาได้เข้าไปเรียนหรอกครับ สมัยเรียนใกล้จะจบ พีระเซอร์กิตก็เปิด พอเปิดเราก็ต้องทำงาน แล้วงานก็หนักเหลือเกิน จะเอาเวลาไปทำอะไรได้อีก พอเริ่มเข้าที่เข้าทาง ก็มาเรียนต่อเฉพาะทางอีก พอเริ่มมีฐานะ ก็เริ่มเล่นรถแพงขึ้น แต่งแรงขึ้น แต่คราวนี้ไม่เหมือนตอนจบใหม่ๆแล้ว เพราะแค่โฉบรถเข้าไปแข่งแบรคเก็ตกลับมา ก็ยังโดนซะหูชา ( คงไม่ต้องบอกหรอกนะครับว่าใคร บางครั้งก็ต้องหัดยอมรับผิดบ้าง ( ทั้งๆที่ไม่ผิด ) ต้องหัดขอโทษบ้าง ( ทั้งๆที่ไม่ผิด ) ชีวิตมันถึงจะมีความผาสุกได้ครับ ) สุดท้ายผมก็ต้องเล่นมวยวัดต่อไปเรื่อยๆนี่แหละ เรียนขับรถจากในตำราต่อไป ( ยุคก่อน เข้าโค้งก็นอก-ใน-นอก ตอนนี้เขาเปลี่ยนแปลงแล้วหรือยังครับ :D ) , ตอนใช้รถขับหน้าก็ผ่อน-เร่งส่ง , พอมาใช้ขับหลังก็ระวังนิดหนึ่งจะซ่าก็ต้องดูให้ดีๆ จะเร่งก็ต้องระวังหน่อย อะไรพวกนี้ ล้อหลังมี LSD ขับยังไง , ไม่มีLSDขับยังไง เรียนรู้กันไม่นานก็เข้าใจ ( แต่เขียนเป็นตัวหนังสือไม่ได้ เพราะความรู้สึกล้วนๆ )

เมื่อเล่นมวยวัด มันก็ต้องอาศัยความรู้สึกอย่างเดียวหละครับ จากนั้นมันก็ต้องลากเอาประสพการณ์จากฐานข้อมูลในสมองจะถูกนำมาเรียบเรียงและประยุกต์เสมอ หนักๆเข้ามันก็กลายเป็นพฤติกรรม กลายเป็นเรื่องธรรมดาของเรา แน่นอนครับ เมื่อประสพการณ์มันสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ ( ขับรถมาเกิน 800,000 กม. กับ 30ปีที่ขับรถมา ) มันก็น่าจะนำมาเรียบเรียงใช้ในชีวิตจริงไปเรื่อยๆแหละครับ ดังนั้นอะไรก็ตามที่ใช้ความรู้สึกมาตัดสิน จะต้องไม่มีสุรามาเกี่ยวข้อง ไม่มีความอ่อนล้าของสังขารมาเกี่ยวข้อง ไม่สดจริงก็อย่าขับเร็ว

พูดถึง S4 นี่ มันก็คล้ายกับ A4 ซึ่งผมเองก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่า ช่วงล่างมันเหมือนกับของที่ขายในประเทศอื่นๆหรือเปล่า รถที่มีรากฐานมาจากรถพวงมาลัยซ้าย แล้วทำรถพวงมาลัยขวามาส่งขายในประเทศโลกที่สามอย่างบ้านเรา ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผู้นำเข้า ผู้ส่งออกทำอะไรกับมันหรือเปล่า เปลี่ยนสเปคโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าหรือเปล่า ( เพราะประเทศแบบบ้านเราไม่มีออโต้บาห์นให้หวดแบบจัดหนักได้ ) แต่แน่ๆ พี่ที่เป็นเจ้าของ 850 turbo แกลองขับแบบคนเดียวแล้ว แกบอกคำเดียวว่าไม่ชอบ แล้วก็ไม่ซื้อ ทัั้งๆที่แกชอบขับรถแรงๆ ช่วงล่างแน่นๆ ( แบบว่ารวย แล้วชอบอะไรแบบสำเร็จ ไม่ต้องลงทุนแต่งเพิ่ม ) ( ความจริงเซลล์ตั้งใจจะให้แกทดลองคนเดียว เพราะรู้ศักยภาพว่าแกซื้อได้สบายๆ แต่พวกเราได้อานิสงค์ไปด้วย ) ก็อัตตานิยมอยู่แล้วหละครับ รถยนต์ราคาเท่ากับบ้านเดียวหลังย่อมๆในยุคนั้น ถ้ามันไม่ถูกจริต ก็คงจะไม่จ่ายเงินอย่างแน่นอน

แต่ถ้าไปขับและใช้ที่เยอรมัน มันอาจจะไม่เหมือนคันที่เอามาขายในบ้านเราก็ได้นะครับ

ลูกเล่นของผู้นำเข้า และผู้ส่งออก เราอาจจะยังเข้าไม่ถึงก็ได้ :lol: :lol: :lol:

** เพิ่มเติมนิดหนึ่ง จำได้ว่าช่วงนั้นกม.นำเข้ารถCBUผ่านไปนานแล้ว ดูเหมือนรถแรงๆบางคันจะมีการเปลี่ยนสเปคเพื่อลดแรงม้าลง เพื่อจะได้เสียภาษีนำเข้าลดลง ผมจำไม่ได้ว่ารถคันที่ทดสอบเจอแบบนี้หรือเปล่านะครับ แรงหนะแรง แต่ไม่รู้สึกว่ามันแรงเป็นพิเศษ **


ยาวไปหน่อยแล้ว แต่สำหรับผม ถ้าถูกชะตา รับรองว่าคุยกันได้ยาว ผมชอบคุยกับคนที่เป็นมวยจริงๆ คุยแล้วผมได้ประโยชน์ด้วย ถึงแก่แล้วก็ยังเรียนรู้อยู่ตลอดเวลาครับ ผมมันมวยวัด อาศัยพื้นฐานพอไปได้เท่านั้นแหละ


ขอบพระคุณมากครับป๋ม แต่เรื่องรถยนต์ก็...คิดว่ามาไกลพอแล้วเนอะครับสำหรับกระทู้นี้ แต่ก็ยินดีรับใช้พร้อมๆ กับต้องน้อมขอความรู้ในบางโอกาสด้วยนะขอรับ ผมเองมีหมอบอยู่คันหนึ่ง ยังปั่นได้ไม่ดี กำลังหมั่นฝึกซ้อมอยู่ อยากได้สุขภาพดี (แต่ไม่ค่อยชอบเวลาตากแดดนานๆ แล้วตัวดำๆ แม้จะพยายามป้องกันบ้างแล้ว) กับพยายามเป็นมิตรที่ดีเพราะอยากได้มิตรดีๆ ครับ :D :D :D :D :D
รูปประจำตัวสมาชิก
แมวทอง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 8671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2010, 08:47
team: อันนี้ลิงค์เข้า facebook ครับ https://www.facebook.com/songkran.kook

Re: OEM คืออะไรคับ ใครรู้ช่วยบอกที่ครับ

โพสต์ โดย แมวทอง »

ถ้าอยากเซอร์กิจ แบบ จริงจัง
ในห้องหมอบนี้เราก็มี ทั้งนักแข่ง ทั้ง อาจารย์สอนขับรถแข่งแบบมืออาชีพ เช่น จาก สิงห์เรชซิงสคูล หรือ เจ้าของอู่ซิ่ง
หากสนใจ pm เดี๋ยวจะบอกรายแทงให้
ในชีวิตจริง พี่ๆ เทพ เซอรกิจ ทั้งหลาย ขับรถบนถนนหลวง นิ่มมาก ครับ ขนาดขับแค่ แจ๊ส แต่นึกว่านั่ง เบนซ์ อยู่ :D
แมวทองคือแมวน้ำแมวน้ำคือแมวทะเล
รูปประจำตัวสมาชิก
lucifer
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6393
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
Bike: Only 2-wheels bike
ติดต่อ:

Re: OEM คืออะไรคับ ใครรู้ช่วยบอกที่ครับ

โพสต์ โดย lucifer »

demolisher เขียน:ขอบพระคุณมากครับป๋ม แต่เรื่องรถยนต์ก็...คิดว่ามาไกลพอแล้วเนอะครับสำหรับกระทู้นี้ แต่ก็ยินดีรับใช้พร้อมๆ กับต้องน้อมขอความรู้ในบางโอกาสด้วยนะขอรับ ผมเองมีหมอบอยู่คันหนึ่ง ยังปั่นได้ไม่ดี กำลังหมั่นฝึกซ้อมอยู่ อยากได้สุขภาพดี (แต่ไม่ค่อยชอบเวลาตากแดดนานๆ แล้วตัวดำๆ แม้จะพยายามป้องกันบ้างแล้ว) กับพยายามเป็นมิตรที่ดีเพราะอยากได้มิตรดีๆ ครับ :D :D :D :D :D
ขอบคุณเช่นกันครับ :mrgreen:
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
รูปประจำตัวสมาชิก
kinfolk
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1750
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.ย. 2011, 10:15
Tel: 0894640990

Re: OEM คืออะไรคับ ใครรู้ช่วยบอกที่ครับ

โพสต์ โดย kinfolk »

ขอบคุณมากครับ
ตอบกลับ

กลับไปยัง “เสือหมอบ (roadbike)”