จาก"มือใหม่"ไปเป็น"โปร"

ผู้ดูแล: เอก@ดอนเมือง

กฏการใช้บอร์ด
ชมรมจักรยานดอนเมือง Donmuang Cycling Club

ถ.สรงประภา แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม
โทร 089-126-2819

ผู้ดูแลบอร์ท เอก@ดอนเมือง
รูปประจำตัวสมาชิก
เอก@ดอนเมือง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1993
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 16:27
team: ชมรมดอนเมือง
Bike: ไม่บอก เดียวโดนดุ ... @_@ ...
ตำแหน่ง: ถ.สรงประภา เขต.ดอนเมือง กทม
ติดต่อ:

Re: จาก"มือใหม่"ไปเป็น"โปร"

โพสต์ โดย เอก@ดอนเมือง »

เอาละ เรามาดูเรื่องความสูงเบาะนั่งกัน ในข้อมูลเวป www.competitivecyclist.com บอกเอาไว้ว่า BB-Saddle Position คือ 63.3-69.1cm แล้วเวป www.wrenchscience.com ก็บอกว่า Saddle Height 65.34 cm ... เชื่อใครดีละ อิอิ สรุป..ไม่เชื่อเลย แต่อย่างน้อย เราก็ได้ค่าประมานการแล้วว่า 63-69cm นี่ละคือความสูงที่เราจะใช้งาน

ที่นี้ทำใง .. ก็สมมุตมาสักตัวเลขหนึง จะเอา 65.34หรือ 66cm แต่อยู่ใน 63.3-69.1 ก็ได้ตามใจ จากนั้นก็นั่งบนจักรยานเลย ใส่รองเท้าที่จะใช้ปั่นด้วย จะรองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าจักรยานก็ตามแต่สดวก จากนั้นให้ปั่นบันได้ไปในจุดที่ตำที่สุด โดยให้ตั่งฉากกับฟื้น เสร็จแล้ว ให้เอา"ส้นรองเท้า" แตะที่บันได ถ้าแตะได้พอดีๆ ความสูงนั้นก็ใช้ได้ ถ้าแตะไม่ถึงหรือแตะถึงแต่ขา"งอ" ก็แสดงว่าเบาะนั้งยาวไป หรือสั้นเกินไปครับ (ดูภาพประกอบ)
ไฟล์แนบ
สังเกตุ มือยันเบาะรถฟีโน่ไว้ อิอิ  ถ้าจะให้ดี หาเพื่อนมาช่วยจับดีกว่า มันจะล้มเอา
สังเกตุ มือยันเบาะรถฟีโน่ไว้ อิอิ ถ้าจะให้ดี หาเพื่อนมาช่วยจับดีกว่า มันจะล้มเอา
_1010382 (M (Small).JPG (66.12 KiB) เข้าดูแล้ว 18181 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
เอก@ดอนเมือง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1993
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 16:27
team: ชมรมดอนเมือง
Bike: ไม่บอก เดียวโดนดุ ... @_@ ...
ตำแหน่ง: ถ.สรงประภา เขต.ดอนเมือง กทม
ติดต่อ:

Re: จาก"มือใหม่"ไปเป็น"โปร"

โพสต์ โดย เอก@ดอนเมือง »

ทีนี้ เราก็ได้ความสูงเบาะนั่งแล้ว หุหุ อย่าลืมปรับให้นั่งสบายๆ ไม่ก้มไม่เงิยหน้าจนเกินไป อันนี้ผมว่าแล้วแต่ชอบแล้วละครับ แต่ถ้ายังนึกไม่ออก ให้ปรับให้เบาะนั่งก้มหน้านิดเดียว(นิดเดียวนะ) เวลานั่งมันจะได้ไม่ดัน(น้องชาย)เรา :idea:

ทีนี้ตอนปรับเบาะนั้ง สังเกตุใหมครับว่า ตัวหลักอานกับเบาะนั่ง เขาทำมาให้มันเลื่อนเดินหน้า-ถอยหลังได้ ...

ในเวป http://www.wrenchscience.com ได้บอกข้อมูลไว้ว่า Saddle Setback 1.7-2.9 นั้นคือ ... การปรับให้เบาะเดินหน้าหรือถอยหลัง ใงครับ :mrgreen: แต่เรื่องมีอยู่ว่า...แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรละว่าเบาะนั่งอันนี้มันเดินหน้าหรือถอยหลังอยู่ ... ในเบาะนั่งและหลักอานบางรุ่นบางยี่ห่อ เขาจะพิมพ์ลายเป็นตัวเลขบอกระยะเอาไว้ด้วย ทั้งระยะเดินหน้าถอยหลัง หลังอาน"ทอมสัน" ยังบอกองศาว่าก้มหรือเงิยด้วย ... แต่ขอโทษ บางรุ่นก็ไม่บอกจ๊า ถึงบอก มันก็ใช่ว่าแต่ละยี่ห่อจะมีมาตรฐานเดียวกันซะเมื่อไร...ถึงคราวต้องพึ่งตัวเองอีกแล้ว :cry:

ดูรูปภาพครับ

1 จับให้บันไดอยู่ในแนวระนาบเดียวกัน (รูปซ้ายสุด)
2 จากนั้นก็ขึ้นไปนั่ง นั่งท่าที่ถนัดที่สุด แล้วให้ใช้อุ้มเท้าเรา(ผมหายถึงระหว่างอุ้มเท้าส่วนหน้านะไม่ใช้ฝ่าท้าว) วางอยู่บนแกนกลางของบันไดจักรยาน และวางเท้าให้อยู่ในระนาบเดียวกับพื้นโลก (รูปกลาง)
3 ลองให้เพื่อนดูให้ว่า หัวเข่าของเรา (กลางเข่า) ตรงกับ แกนกลางของบันไดจักรยานหรือไม่ ถ้ารู้สึกว่า"เข่า"ของเราล้ำหน้า ก็แสดงว่าเบาะจักรยานเดินหน้ามากไป ถ้า"เข่า"รองเราอยู่หลังแกนปันได ก็แสดงว่าเบาะนั่งถอยหลังมากไป เมื่อเห็นผลลับก็จัดการปรับซะ

การที่ปรับให้เบาะนั่งได้"เซ็นเตอร์"(ใช้คำฝรั่งซะด้วย) เป็นการทำให้เวลากดปันไดจักรยานนั้น เราจะสามาถส่งแรงจาก"หัวเข่า"ลงไปได้เต็มที่ และสามาถถ่ายกำลังลงไปได้สูงสุดนั่นเอง :mrgreen:
ไฟล์แนบ
_1010383 (M (Small).JPG
_1010383 (M (Small).JPG (64.12 KiB) เข้าดูแล้ว 18154 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
เอก@ดอนเมือง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1993
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 16:27
team: ชมรมดอนเมือง
Bike: ไม่บอก เดียวโดนดุ ... @_@ ...
ตำแหน่ง: ถ.สรงประภา เขต.ดอนเมือง กทม
ติดต่อ:

Re: จาก"มือใหม่"ไปเป็น"โปร"

โพสต์ โดย เอก@ดอนเมือง »

Handlebar หรือแฮนจักรยาน... :shock:

อะไร..แฮนก็มีส่วนด้วยหรอ.. ใช่ครับ แฮนเนี่ยมีส่วนครับจะว่าไปแล้ว มันก็เหมือนพวงมาลัยรถนยนต์นั้นละ ถ้าวงใหญ่ก็วงกว้างเบามือหน่อย ถ้าพวงเล็กก็วงแคบ (แถมหนักด้วย) งั้นเรามาทำให้พอดีๆกัน ในเวป www.wrenchscience.com ได้บอกไว้ว่า 46 cm แต่ที่นี้..โดนฝรังหลอกมามากแล้วหาด้วยตัวเองดีกว่า :roll:

ขั้นแรก
1 ให้หาไม้กวาดมาสักอัน จับทัง2มือในแนวนอน
2 ขยับมือเข้ามาให้ชิดลำตัว
3 วัดขนาดซะ ... อย่าลืม ถ้าหากว่าเราจะไปติดตั่ง Bar End หรือ เขากวาง เขาควาย สุดแท้แต่จะเรียก รวมถึงการใช้มือเปลี่ยนเกียร์แบบบิด(มือบิด Sram)ให้เผื่อระยะเอาไว้ด้วยนะครับ

ของผมวัดแล้ว 50cm ครับ แต่ใช้จริง 60cm ผมต้องเผื่อ"มือบิดSram"กับ"รีโหมด"ล๊อกโช๊คอีก 1 อัน และวิธีวัดของผมก็คือ เอาตามถนัด :lol:

ทั้งนี้การตัดแฮนไม่ได้เป็นสาระสำคัญอะไรมากมายนัก สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือ การควบคุมที่ว่องไวคล่องตัว โอกาศที่จะเลี้ยวรถแล้ว แฮนกระแทกเข่าก็น้อยลง แล้วเวลาเข้าป่าเข้าในที่มีเถาวัลมากๆ แฮนก็จะไม่เกี่ยวกับต้นไม้และเถาวัล....แต่ส่วนใหญ่ เอาตามถนัดนั้นละดีที่สุดครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
เอก@ดอนเมือง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1993
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 16:27
team: ชมรมดอนเมือง
Bike: ไม่บอก เดียวโดนดุ ... @_@ ...
ตำแหน่ง: ถ.สรงประภา เขต.ดอนเมือง กทม
ติดต่อ:

Re: จาก"มือใหม่"ไปเป็น"โปร"

โพสต์ โดย เอก@ดอนเมือง »

Inseem หรือช่วงขา ความลับที่ไม่ลับ

จากข้อมูลทั้ง 2 เวปที่ว่ามาตั่งแต่ต้น Inseem หรือช่วงขาของผมคือ 74 cm ...แล้วมันเกี่ยวกับอะไรกับความยาวขาจานละ

ต้องขอขอบคุณ "อาจารย์ ลู" ที่ได้เคยให้ข้อมูลไว้ตั่งแต่ปี 42 ปู๊น...

ว่ากันมาถึงตรงนี้แล้ว ก็จะแถมให้อีก ความสูงรวมของร่างกายคนเรานั้น จะประกอบด้วยความยาวช่วงขา หรือ Inseem Lenght + ความยาวช่วงตัว( ตั้งแต่ไหล่ลงไป) หรือ Torso Lenght + ความยาวของศีรษะและคอ หรือ Head Lenght

ในเชิงทฤษฎีแล้ว จุดกึ่งกลางของความสูงของร่างกาย ในเด็กแรกเกิด จะอยู่ที่สะดือ และเมื่อเติบโต จนกลายเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่มีการเพิ่มความสูงอีก จุดกึ่งกลางของความสูงของร่างกายจะเลื่อนลงมาอยู่ที่ขอบบนของกระดูกหัวเหน่า ( Pubic symphysis ) ซึ่งจะเป็นลักษณะร่างกายที่สวยงาม คือ ขาไม่สั้น และ ไม่ยาวเกินไป คนไทยส่วนใหญ่ไม่ว่าผู้หญิงหรือ ผู้ชาย เท่าที่เฝ้าสังเกตมา ส่วนใหญ่แล้วจะมีช่วงขาที่สั้นกว่าพวกฝรั่ง และบางครั้งจะสั้นกว่าช่วงตัวด้วย แต่ความยาวของช่วงตัวกลับไม่แตกต่างกัน ( เวลานั่งแล้วสูงเท่าๆกัน แต่พอยืนแล้วเตี้ยกว่า )โดยเฉพาะผู้ชาย ทั้งนี้อาจจะเป็นเรื่องของเชื้อพันธุ์ และ อีกอย่างหนึ่งคือ เรื่องของการดื่มนมและการออกกำลังกายที่ก่อให้เกิด Stress & Strain ต่อปลายกระดูกขา ในช่วงย่างเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ ถ้าเน้นให้ลูกหลานของเราออกกำลังกายสม่ำเสมอ ร่วมกับดื่มนมทุกวัน เมื่อเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ก็จะมีช่วงขาที่ยาวสมส่วน ( และเลือกจักรยานขี่ได้อย่างถูกsize อิ อิ อิ )

เอาหละครับ มาเข้าเรื่องกันเสียที ที่บอกแล้วว่าความยาวของขาจานนั้นจะจริงจังกันมากในกลุ่มจักรยานถนน โดยจะมีสูตรคำนวณหา ซึ่งจะได้ค่าสำเร็จดังนี้

1 ในกลุ่มที่มี Inseem lenght ที่สั้นกว่า 29 นิ้ว ความยาวขาจานที่เหมาะสมคือ 165 mm
2 ในกลุ่มที่มี Inseem lenght ในช่วง 29 - 32 นิ้ว ความยาวขาจานที่เหมาะสมคือ 170 mm
3 ในกลุ่มที่มี Inseem lenght ในช่วง 32 - 34 นิ้ว ความยาวขาจานที่เหมาะสมคือ 172.5 mm
4 ในกลุ่มที่มี Inseem lenght ที่ยาวกว่า 34 นิ้ว ความยาวขาจานที่เหมาะสมคือ 175 mm

ในกรณีของจักรยานเสือภูเขานั้น ความยาวขาจานจะยาวกว่า ของจักรยานถนนอีก 5 mm

ข้อที่เราควรคำนึงก็คือว่า ขาจานที่ยาว จะช่วยให้การปั่นขึ้นเขาเป็นไปได้ง่าย แต่ไม่เหมาะสำหรับในการทำรอบสูงๆ ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องที่แตกต่างกันในมุมมองของการใช้จักรยานถนน กับ จักรยานเสือภูเขา

อย่างไรก็ตาม ความยาวขาจานในชุด LX ลงไปจะมีให้เลือกแค่ 2 ขนาด คือ 170 mm กับ 175 mm ในMTB ที่เฟรมเล็กเช่นขนาด XS ( ว่ากันตามมาตรฐานอเมริกา ) ซึ่งจะเหมาะสำหรับคนที่มี inseem lenght 28 นิ้ว ( มี Stand over height ประมาณ 26-27 นิ้ว ) ก็มักจะให้ขาจานที่ยาว 170 mm มาเสมอ แต่ในsize S ขึ้นไป ซึ่งจะเหมาะสำหรับคนที่มีค่า inseem ในช่วงประมาณ 29 - 30 นิ้ว ก็จะให้ขาจานที่ยาว 175 mm มา หรือ ในsize M ซึ่งเป็นsize ขนาดกลาง ก็ยังให้ขาจาน 175 mm ซึ่งก็ยังพอใช้ได้ ( ขนาด medium จะเป็นขนาดกลาง ที่จะลงตัวกับกลุ่มประชากรกลุ่มใหญ่ที่สุด ซึ่งจะสร้างตามค่าเฉลี่ยของประชากรกลุ่มใหญ่ คำนวณจากค่า mean หรือ median หรือ mode แล้วแต่วิธีที่เขาจะใช้ แต่มันจะสะท้อนถึงค่าเฉลี่ยของคนส่วนใหญ่ ซึ่ง จักรยานsize S จะเป็นค่าเฉลี่ย หรือ เกือบจะเฉลี่ย ของคนไทย ( ซึ่งความสูงเฉลี่ย เตี้ยกว่าฝรั่ง ) ในขณะที่size M จะเป็นขนาดเฉลี่ยของฝรั่งเขา คราวนี้คงไม่ต้องบอกนะครับว่าช่วงขาเฉลี่ยของคนไทยนั้นควรจะประมาณเท่าไร พิจารณาเอาจากข้อมูลที่ให้ในช่วงแรกๆก็แล้วกัน

อย่างไรก็ตามอีกนั่นแหละ ถึงแม้ว่าขาจานในรุ่นตั้งแต่ LX ลงมาจะยาวที่สุดแค่ 175 mm ( มียาวกว่านี้ในรุ่น XT และ XTR แต่ใครจะนำเข้ามาขายหละครับ ) ถ้าไม่ซีเรียสกับการปั่นขึ้นเขา ถึงผู้ขับขี่จะสูงถึง 180 mm ซึ่งจะไปเล่นSize L ของอเมริกาแล้วก็เถอะ ก้อใช้ขาจาน 175 mm ได้เช่นกันครับ ( สำหรับจักรยานที่รุ่นสูงๆ ประเภทที่ให้ XTR มาทำนองนั้น และขายทั้งคัน ในsize XL ก็เคยเห็นspec เหมือนกันว่าให้ขาจานที่ยาวกว่า 175 mm มาเหมือนกัน ) ทฤษฎีก็เป็นเพียงทฤษฎี เป็นความเป็นจริงสำหรับคนส่วนใหญ่เท่านั้น การฝึกฝนให้เกิดความเคยชิน ดูจะเป็นเรื่องที่สำคัญกว่ากระมังครับ ทั้งนี้เพราะเคยมีรายงานถึงนักจักรยานหญิงชาวต่างประเทศ ซึ่งเตี้ยแต่ใช้ขาจาน ที่ยาวกว่าค่าอันควรสำหรับความสูงของหล่อน แต่หล่อนก็สามารถใช้มันได้ดี และดีมากๆด้วย

จากเหตุผลที่ผมให้มาข้างต้น เลยไม่ใช่เรื่องแปลกใช่ไหมครับ ที่ขาจานความยาว 175 mm จะหาได้ง่าย และใช้กันมาก จึงเป็นเหตุให้ผู้นำเข้านำขาจาน 175 mm มาขายเสียเป็นส่วนใหญ่ ยกเว้นผู้นำเข้าที่มีทุนหนัก และยอมให้ของมาจมไว้ได้นานๆ ก็อาจจะมีขนาดที่แปลกๆจากนี้เข้ามาได้ครับ

เพิ่มเติม อานต่อได้ที่ http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=02199 ครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
เอก@ดอนเมือง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1993
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 16:27
team: ชมรมดอนเมือง
Bike: ไม่บอก เดียวโดนดุ ... @_@ ...
ตำแหน่ง: ถ.สรงประภา เขต.ดอนเมือง กทม
ติดต่อ:

Re: จาก"มือใหม่"ไปเป็น"โปร"

โพสต์ โดย เอก@ดอนเมือง »

สรุป รอบ 2 ตอนนี้เราได้อะไรบ้าง

1 ข้อกำหนดเรื่อง ความยาว Stem ฉบับลอกเขามา
2 ความยาวช่วงบนของจักรยานทั้งหมด ท่อบน+stem
3 วิธีเลือก Size จักรยาน
4 ความสูงของเบาะนั่ง
5 ความกว้างของแฮน
6 ความยาวขาจาน

มาแถมให้อีกสัก1ข้อครับ.... เคยได้ยินใหม? แฮนจักรยานต้องต่ำกว่าเบาะนั่ง 2-3 นิ้ว...

7 การกระจานน้ำหนักตัว กับความลับของแฮนต่ำ

การที่ทำให้แฮนจักยานตำกว่าเบาะนั่งนั้นมีเหตุผมอยู่หลายข้อ
1 เหตุผมทางด้าน"อากาศพลศาสตร์" ถ้าลองได้ขี่จักรยานสัก 2-3ที ผมว่าหน้าจะเริ่มเข้าใจว่า ขี่จักรยาน"ต้านลม"..กับขี่จักรยาน"ตามลม"แตกต่างกันอย่างไร :lol:
2 เหตุผลด้านความปลอดภัย คิดง่ายๆ ถ้าเราล้มไปด้านหน้า (หัวทิ่ม) ตัวเราก็จะ"บิน"ข้ามแฮนจักรยานไปเลย :o ใช้ครับ ฟังดูเวอร์แต่ลองคิดเล่นๆว่า ถ้าเราล้มไปด้านหน้าแล้วตัวติดอยู่กับจักรยานละ :shock: ไม่พ้นเจ้า"น้องชาย"เราจะเจ๊บตัวน๊า...เจอตอ(คอจักรยาน)เลยละ :lol:
3 เหตุผลด้านการถ่ายน้ำหนัก คนเราทุกคนมีน้ำหนักตัว สิ่งที่ติดอยู่กับจักรยานและหนักที่สุดคือ ก้น+ลำตัว ของเรานั่นเอง โดยปรกติถ้าเรานั่งนานๆ เรายังเมื่อยก้นเลย ยิ่งออกกำลังกายด้วยแล้ว ไม่แคร้ว..สักครึ่งชั่วโมงก็บ่นเจ็บก้นกันแล้ว ก็เพราะน้ำหนักมันกดทับอยู่นานๆ การที่เราทำให้แฮนต่ำกว่าเบาะนั่งนั้น เป็นการกระจายน้ำหนักช่วงลำตัวให้ไปลงด้านหน้าด้วย ทำให้น้ำหนักที่กดลงบนผื้นทั้ง"ล้อหน้า"และ"ล้อหลัง" เท่าๆกัน เราก็จะสามาถปั่นจักรยานได้นานขึ้น ไกลขึ้น แต่ข้อควรระวังคือ ถ้าแฮนต่ำเกินไป อาการที่จะเกิดแรกคือ "มือชา" เหน็บกิน นั่นแสดงว่า แฮนอาจจะตำเกินไปแล้ว

น้ำหนักตัว(ตัวเรา)จะถูกกระจายไปบนจักยานทั้งหมด 5 จุด ได้แก่ ขา 2 ข้าง มือ 2 มือ และก้น... และสิ่งที่รับน้ำหนักมากที่สุดคือ "ก้น"กับ"น้องรัก" เพราะฉนั้น การกระจายน้ำหนักตัวเราบนจักรยานนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อให้เราไปได้ใกลขึ้น นานขึ้น ไปได้เต็มกำลัง(ที่มี) ไม่เสียเรงปล่าวๆ ไม่ปวดเมื่อย และไม่เจ็บตัว

ของอย่างนี้ต้องค่อยๆปรับ ค่อยๆแต่ง และสร้างความเคยชินด้วย อย่ารีบร้อน ค่อยๆปรับนะครับเดี่ยวก็ชินไปเอง (แถวบ้านเรียก "รอให้ตูดด้านก่อน") :lol: :lol: :lol: :lol: :lol:



เดี่ยวมาต่อเรื่อง ได้รถจักรยานแล้ว จะขี่อย่างไรให้ "มันซ์"...สุดๆ
.
รูปประจำตัวสมาชิก
wiwa2006
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 114
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 พ.ย. 2008, 12:22
Tel: อ.เชียงดาว
team: เลี่ยงเมืองทีม(ไม่เห็นมีสมาชิกซั๊กกะคน)
Bike: TREK4400/2010
ตำแหน่ง: อ.เชียงดาว

Re: จาก"มือใหม่"ไปเป็น"โปร"

โพสต์ โดย wiwa2006 »

ขอบคุณมากมายครับ
ชนะตนเองคือชัยชนะที่ยิ่งใหญ่
จงมุ่งมั่นเพื่อความเป็นเลิศ
แต่อย่ามุ่งหมายเพื่อความสมบูรณ์แบบ
การเอาชนะใจตนเอง
คือชัยชนะที่ประเสริฐที่สุด
ความสำเร็จตัดสินที่ความสุข..ในใจเรา
รูปประจำตัวสมาชิก
เอก@ดอนเมือง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1993
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 16:27
team: ชมรมดอนเมือง
Bike: ไม่บอก เดียวโดนดุ ... @_@ ...
ตำแหน่ง: ถ.สรงประภา เขต.ดอนเมือง กทม
ติดต่อ:

Re: จาก"มือใหม่"ไปเป็น"โปร"

โพสต์ โดย เอก@ดอนเมือง »

มาต่อเรื่อง ได้รถจักรยานแล้ว จะขี่อย่างไรให้ "มันซ์"...สุดๆ

หลังจากแอบไปปั่นกระทู้ที่อื่นมา เลยโดนจดหมายต่อว่า(PM) มาว่า เมื่อไรจะมาต่อเรื่องนี้สักที :lol: ....แหม :oops: ทำอย่างกับผมเก่งนักแล ก็copyเขามาละว๊า :lol:

เมื่อได้จักรยานมาแล้ว แล้วก็จัดการsetเบื่องต้นตามที่ผมว่ามาตั่งแต่ต้นนั้น
สิ่งที่ต้องเรียนรู้ต่อไปคือ
1 เกียร์
2 เบรก
3 เลื้ยว
4 การขี่ข้ามสิ่งกีดขวาง

มาว่าเรื่อง "เกียร์จอด" ก่อนเลย
อย่างที่เห็น เพืองเกียร์อะไรก็ไม่รู้ ยุบยับเต็มไปหมด ทั้งจานหน้าที่มี 3 ใบ เฟืองหลังที่มี 8-9 อัน วุ้ย :!: วุ่นวายที่สุด
เริ่มจากเกียร์ "จอด" ก่อน การจอดจักรยานไว้นานๆ ควรจะให้เกียร์อยู่ทำแหน่งที่"ฟรีโหลด"มากที่สุด นั้นคือ จานหน้าใบเล็กสุด เฟืองหลังก็ใบเล็กสุด เว้นแต่พวกเกียร์ระบบ"รีเวิส" ซึ่งเฟืองหลังจะอยู่ตำแหน่งใหญ่สุด เอาว่าง่ายๆ ให้อยู่ในตำแหน่งที่"สับจาน"หน้า กับ"ตีนผี"หลัง อยู่ในตำแหน่งที่ไม่ได้ใช้งาน ข้อดีของการทำแบบนี้คือ ช่วยยืดอายุการใช้งานของอุบกาณ์ดังกล่าวไม่ให้เกิดอาการ"ล้า"ของสปริงใงละครับ

แล้ว "เกียร์ปั่น"ละ
ช่วงออกตัวแว๊บแรก จะออกด้วยวิธีใหนก็ตาม เมื่อ"ตั่งลำ"ทรงตัวได้แล้ว ให้เปลี่ยนเกียร์มาที่จานหน้า"ใบกลาง" เฟืองหลัง "ใบกลางๆ" ซึ่งที่นี้ ก็แล้วแต่กำลังขาแล้วละครับ ถ้ารู้สึกว่า"เบา"ไป เราก็ปรับ"เฟืองหลัง"ให้"เล็กลง" สิ่งที่ได้คือ จะรู้สึกได้เลยว่า หนักขาขึ้น ถ้าออกแรงมากขึ้นก็ยิ่งไปได้เร็วขึ้น ทั้งนี้แรกๆควรสร้างความเคยชินกับการปรับเปลี่ยนเกียร์ต่างๆก่อน

คำจำกัดความสั้นๆคือ
จานหน้าใหญ่ เฟืองหลังเล็ก = หนักขา ไปได้เร็ว ใช้ขี่ในช่วงความเร็วสูงๆ
จานหน้ากลาง เฟืองหลังกลาง = เบาขากลางๆ ไปเรื่อยๆ ใช้ขี่ทั่วๆไป
จานหน้าเล็ก เฟืองหลังใหญ่ = เบาขามากๆ ไปได้ช้า ใช้ขึ้นที่สูง ขึ้นภูเขา
จานหน้าเล็ก เฟืองหลังเล็ก = ใช้ตอนจอด และ ตอนที่จะถอดล้อรถออก

:mrgreen:
.
รูปประจำตัวสมาชิก
เอก@ดอนเมือง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1993
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 16:27
team: ชมรมดอนเมือง
Bike: ไม่บอก เดียวโดนดุ ... @_@ ...
ตำแหน่ง: ถ.สรงประภา เขต.ดอนเมือง กทม
ติดต่อ:

Re: จาก"มือใหม่"ไปเป็น"โปร"

โพสต์ โดย เอก@ดอนเมือง »

มาต่อเรื่องเบรกดีกว่า

เบรกจักรยานนั้นจะแตกต่างกับแมงกะไซอยู่คือ มันสลับข้างกัน มือขวาเป็นเบรกหลัง มือซ้ายเป็นเบรกหน้า
การจะเบรกรถจักรยานให้มีระยะสั้นที่สุด และได้ผลดีที่สุดคือ การใช้มันทั้งหน้า-หลังพร้อมๆกันครับ โดนเฉลี่ยเล่นๆว่า 60/40 ให้เบรกหน้า 60% เบรกหลัง40% ระยะเบรกที่ได้นั้นมันจะสันกว่าการเบรกล้อเดียวอยู่แล้ว ข้อควรระวังอย่างหนึ่งคือ การให้น้ำหนักเบรกหน้ามากเกินไป อาจจะทำให้ "หน้าทิ่มตูดกระดก" ก็เป็นได้ แต่ถ้าอย่าเล่นท่ายกล้อหลังละก็ ระวังลงไปคลุกฝุ่นนะครับ :lol:

เรื่องการเลี้ยวรถ

พังดูเหมือนง่ายนะ อยู่ที่ว่าจะควบคุมมันได้มากแค่ใหน
วิธีฝึกให้ที่ง่ายที่สุดคือ ขี่จักรยานเป็นเลย 8 ... :shock: ครับใช่ เลข 8 สังเกตุใหมว่า เลข8จะประกอบด้วย วงกลม 2 วง เอามาชนกัน และมีจุดตัดที่เดียว การขี่จักรยานเป็นเลย8นั้นก็เหมือนกัน ขี่ให้ทับรอยจุดตัดที่เดียวกันตลอด เริ่มจากวงเลข8กว่างๆก่อน แล้วค่อยแคบลงมาเรื่อยๆ การทำแบบนี้นั้นนอกจะได้ในเรื่องการ"ควบคุม"รถแล้ว เรายังได้ถึง"จังหวะ"และการ"จัดระเบียบร่างกาย" รวมถึง "สมดุลน้ำหนัก"ด้วย ลองสักเกตุเล่นๆว่าตอนที่เราเลียวขวาอยู่นั้น ลองเอาขาขวา(อยู่บนบันได้นะ)เหลียดลงพื้น แล้วก็สลับมาลองขาซ้ายดูบ้างสิครับ เลี้ยวขวาเหมือนกันนะ .... เห็นผลเลยละ อิอิ ยิ่งถ้าความเร็วสูงๆด้วยละก็ ชัดเลย :mrgreen:
.
รูปประจำตัวสมาชิก
bookieaka
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 42
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ม.ค. 2009, 23:34
Tel: 083.135.3561
Bike: PVM4STD52KNKLDMWTTAX
ตำแหน่ง: พุทธมณฑล โปรเจค สายสอง
ติดต่อ:

Re: จาก"มือใหม่"ไปเป็น"โปร"

โพสต์ โดย bookieaka »

ขอบคุณมากครับ รู้อะไรดีๆที่ไม่เคยรู้ขึ้นอีกเยอะเลยครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
kitti365
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1892
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ม.ค. 2009, 10:40
Tel: 0891422992
team: "แก๊งลูกหมู" บางแสน
Bike: GIANT R3 & RADAC KUMIKO

Re: จาก"มือใหม่"ไปเป็น"โปร"

โพสต์ โดย kitti365 »

มีประโยชน์มากๆครับ ขอเก็บไว้เป็นข้อมูลศึกษานะครับ มีความรู้อะไรเพิ่มเติมลงกระทู้นี้อีกนะครับ จะรออ่าน แล้วจะพาคนมาอ่านเยอะๆครับ
ขอเป็นแก๊งลูกหมูตลอดไป
รูปประจำตัวสมาชิก
veenono
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 15565
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 พ.ย. 2008, 21:12
Tel: 089 776-9110
team: ฝ่ายข่าวชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย TCC.
Bike: รถถีบไทยใช้ใจขับเคลื่อน ใต้แสงเดือนและตะวัน http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6#p3343446
ตำแหน่ง: 4/35ม.6ถ.เลียบคลองภาษีเจริญฝั่งใต้ แขวง/เขต หนองแขม กรุงเทพฯ10160

Re: จาก"มือใหม่"ไปเป็น"โปร"

โพสต์ โดย veenono »

ขอเก็บเข้าแฟ้มนะครับคุณเอก...สบายดีนะครับไม่ได้ทักทายตั้งนาน
พูดคุยทักทาย-แนะนำทาง facebookและอีกหลายๆกิจกรรมจาก veenono คลิ๊กเลย
ทริป" รักนี้ให้เธอ Tour of Myanmar Meakhong Challenge2013"
จงทำกรรมดี ละเว้นกรรมชั่ว เป็นผู้ให้จะได้ ลดความเห็นแก่ตัว
จักรยานก็เหมือนเม็ดข้าวเม็ดถั่วเม็ดงา ใครปลูกใครหว่านก็ดีมีประโยชน์ต่อสัตว์โลกทั้งนั้นทำไปเถอะ
DisPlay
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 356
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ม.ค. 2009, 21:05
Tel: 0874679984
team: ไร้สังกัด
Bike: หมอบTrek1.2

Re: จาก"มือใหม่"ไปเป็น"โปร"

โพสต์ โดย DisPlay »

ตรงความสูงเบาะสามารถใช่กับเสือหมอบได้ด้วยใช่ป่าวครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
เอก@ดอนเมือง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1993
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 16:27
team: ชมรมดอนเมือง
Bike: ไม่บอก เดียวโดนดุ ... @_@ ...
ตำแหน่ง: ถ.สรงประภา เขต.ดอนเมือง กทม
ติดต่อ:

Re: จาก"มือใหม่"ไปเป็น"โปร"

โพสต์ โดย เอก@ดอนเมือง »

DisPlay เขียน:ตรงความสูงเบาะสามารถใช่กับเสือหมอบได้ด้วยใช่ป่าวครับ

พี่ๆ ในชมรมใช้สูตรนี้เช่นกันครับ (ดูรูป) :mrgreen:
ไฟล์แนบ
_1010383 (M (Small).JPG
_1010383 (M (Small).JPG (64.12 KiB) เข้าดูแล้ว 14219 ครั้ง
_1010382 (M (Small).JPG
_1010382 (M (Small).JPG (66.12 KiB) เข้าดูแล้ว 14227 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
The Absurdist
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 70
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 มิ.ย. 2009, 22:37
Bike: Trek 4300

Re: จาก"มือใหม่"ไปเป็น"โปร"

โพสต์ โดย The Absurdist »

แหม่ กระทู้ดีมีสาระแบบนี้ เล่นเอามาซ่อนแบบนี้ไม่ดีนะครับ :evil:
ผมต้องตามลิงค์มาเลยเชียวนะเนี่ย
แต่ขอบคุณสำหรับความรู้ครับพ้ม :ugeek:
รูปประจำตัวสมาชิก
ball
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 634
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ส.ค. 2008, 20:58
Tel: 081 644 1418
team: Freedom
Bike: Folding bike & Mini

Re: จาก"มือใหม่"ไปเป็น"โปร"

โพสต์ โดย ball »

ขอบคุณครับ

ได้ความรู้เยอะเลย :D
ตอบกลับ

กลับไปยัง “ชมรมจักรยานดอนเมือง”