"ตอนที่ 3"
หลังจากเดินทางฝ่าแดดร้อนมาครึ่งค่อนวัน หลายคนแสดงอาการอ่อนเพลีย
แต่พอไปถึงที่พักอาคารไม้อย่างดี จากการแนะนำของ กูด ชาวลาว ทุกคนโอเค
ใจชื้นขึ้นมาขนสัมภาระเข้าห้องพักส่วนตัวอย่างสบายอารมณ์ สังเกตุจากภาพตัวอย่าง
รุ่งเช้ารับกาแฟ ไข่ดาว และข้าวจี่ (ขนมปังฝรั่งเศส)ที่เฮือนพักจัดให้ บรรยากาศดีพอประมาณ
ทีมงานได้คำศัพท์ใหม่มาแซวกันอย่างสนุกสนานว่า ผอก. ที่มาของคำศัพท์ ต้นกำเเนิดมาจาก เสือหนวด กับเสือนพ
ผมไม่ค่อยรู้เรื่องกับเขาหรอก กว่าจะเข้าใจได้ก็ครึ่งวัน ถ่ายรูปเรือนพักแก้วเสริมศักดิ์ก่อนออกเดินทางในวันออกพรรษา
บรรยากาศในเมืองอุดมไซ ยามเช้าเย็นสบาย พอดี มีไอหมอกปกคลุมเมืองสลัวไปหมด
คนเมืองนี้เดินทางไปทำบุญที่วัดเป็นจำนวนมากทั้งวัยรุ่น วัยสาว วัยหนุ่ม เห็นแล้วประทับใจ
บางแห่งเราก็แวะขอถ่ายรูปด้วย ความรู้สึกว่าเขาต้อนรับเรา เป็นกันเอง ยินดีถ่ายรูปกับเรา
ชาวบ้านมาทำบุญกรวดน้ำที่วัดข้างทางจำนวนมาก
ที่ทางแยกไปหลวงพระบางมีป้าย คสล. เขียนข้อความให้ชาวลาวได้ตระหนัก
แต่คณะเราต้องเดินทางมุ่งหน้าไปเมืองปากมองอีก 80 กม. นัดแนะกินข้าวเช้าที่น้ำตกหลัก 11
ยิ่งเดินทางขึ้นเขามาก ๆ ทางยิ่งไกล วิวยิ่งสวย ภาพที่เก็บด้วยความเหน็ดเหนื่อย คุ้มจริง ๆ
ทริปนี้เสือเกินร้อยเริ่มเห็นว่าใจเกินร้อยจริง ๆ จึงเดินทางมาถึงที่นี่ได้
บนดอยยังมีสาวน้อย หน้าตาดี มานั่งรอ หนุ่มรถถีบจาก ไทยแลนด์ แจกน้ำใจขายน้ำหวาน โออิชิ
แพงเท่าไร พี่ก็ยอมพี่เหนื่อยเต็มทนแล้ว(ผอก.บอก) แวะดื่มน้ำพักผ่อนพอสมควร ก็เดินทางต่อไป ดูเอา
ความเช้าชู้ ไม่ดูที่ต่ำที่สูง บนดอยก็ยังเจ้าชู้..ความสุขของคนชราปั่นรถถีบอย่าขวางเลย เกือบ 60 ปี เพิ่งเจอ
เรายังคงเดินทางทางต่อไป พร้อมกับความเหนื่อยบนดอยทางเพียง
ตลาดริมทางที่หมู่บ้านยังมีสัตว์ป่าสงวนมาโชว์ให้เห็น แวะคุยแม่ค้าหาของกิน
เดินทางไปเรื่อย ๆ ปลายทางเมืองปากมอง เส้นทางนี้ ขึ้นยาว ลงยาว แต่ไม่มีโบนัส เพราะทางชำรุดมาก
บนดอยสูงมีชาวไทยจากแม่สายขี่จักรยานยนต์ Big Bike มาเป็นกลุ่ม พี่ปอ แม่สายจอดทักทาย
เพราะเห็นเป็นนักปั่นทัวร์ริ่งจากไทยแลนด์ ขอบคุณครับพี่ปอ ว่างๆจะไปเยี่ยมที่แม่สายครับ..
สุดท้ายเรามาถึงเมืองปากมอง เข้าพักที่เฮือนพัก แก้วสว่าง เมืองปากมอง เมืองก็เป็นหมู่บ้านธรรมดา มีร้านค้า
มีท่ารถจอด วันนี้สิ้นสุดการเดินทาง.. เฮือนพักแก้วสว่างหลังไม่โต ถ้านักเดินทางแบบสู้ ๆพักได้ไม่มีปัญหา
เราพัก..เพราะไม่มีทางเลือก ที่นี่ที่เดียว แน่นอน แต่เจ้าของบ้านใจดีมาก ราคาค่าที่พัก คนละ 120 บาท มีห้องน้ำ
เตียงนอน หมอน มุ้ง มี น้ำ กาแฟอย่างดีจากไทยแลนด์ ส้มเช้ง บริการฟรีตลอดคืน มีร้านอาหาร ท่าจอดรถยนต์
โดยสารประจำทาง ระหว่าง จีน - เวียงจันทน์ เห็นฝรั่งตะวันตกเยอะแยะ มาแวะที่นี่ เพราะรถบัสคันใหญ่จอดพักนาน
และรับคนโดยสารต่อไปหลวงพระบาง และนครหลวงเวียงจันทน์
ถ้าเราเดินทางจากหลวงพระบางมาถึงเมืองปากมอง จะเป็นสามแยก ซ้ายไป อุดมไซ เส้นทางเชื่อมถึงจีน
ขวาจะเดินทางไปหนองเขียว ซำเหนือ แขวงหัวพัน และเข้าไปยังเวียตนาม
อาหารที่ปากมองวันนี้แซบเป็นพิเศษเพราะอาหารป่า อ่อมอีเห็น และทอดตัวต่ออ่อนจิ้มแจ่วพริกหนุ่มสด ๆ
โชคดีที่สุดคือเสือชาญ ผูกเสี่ยวลาวได้ 1 คน ชื่อกูด..เขาเป็นนักเรียนทุนของลาวไปเรียนที่ ประเทศเชคโก..
และรัสเซีย วันนี้ทีมเลยฉลองด้วยเบียลาวเพื่อเป็นสักขีพยาน คนละ แก้ว...สนุกจริงๆบรรยากาศผูกเสี่ยว
มื่อหน้าสิมายามเด้อ กูด....คันไปไทยแลนด์มื่อได๋ให่บอกเด้อ....ผมสู้ไม่ไหวกับอาหารพิเศษมื้อนี้
ขออาหารพิเศษของร้าน....ขอจืนไข่ไก่ 3 ฟอง อื่มอร่อยอย่าง Happy สะบายดีเด้อ....
ยังมีตอนต่อไป



