สรุปทริปหอบจักรยานขึ้นรถไฟไปปั่นเรียนรู้วิถีชีวิต และทำจิตอาสา ที่บ้านกรูด สนุกและประทับใจสุดขีด

รายงาน/รูป "สรุปทริป" จากที่ได้ปั่นมา
ตอบกลับ
เสือหม่อม
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 40
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ส.ค. 2011, 20:12
Tel: 029932938

สรุปทริปหอบจักรยานขึ้นรถไฟไปปั่นเรียนรู้วิถีชีวิต และทำจิตอาสา ที่บ้านกรูด สนุกและประทับใจสุดขีด

โพสต์ โดย เสือหม่อม »

:P กลับมาแล้วค่ะ อันที่จริงก็กลับมาตั้งนานแล้ว แต่ยุ่งๆอยู่กับการสอน ช่วงปิดเทอมจะสอนโหดมากตั้งแต่เช้ายันมืดทุกวัน สอนยังไม่ทันจะจบคอร์สดี น้ำก็ดันมาท่วมไล่สะนี่ นี่ก็หนีมาอยู่ชัยภูมิ คิดสะว่าได้พักยาวๆ ทันสมัยไม่ตกเทรนด์ค่ะ อยู่มาได้เป็นอาทิตย์นึกได้ เอออยู่เฉยทำไมเนี่ย อัพเดทสรุปทริปดีกว่า 5555

ไปบ้านกรูดคราวนี้ประทับใจหลายอย่างค่ะ ต้องบอกว่าหลายอย่างจริงๆ เพราะมีทั้งแง่ดี และไม่ดี แบบที่เรียกว่าโหด เลวดีเลยหล่ะ เริ่มเลยดีกว่า

เราเดินทางวันศุกร์ที่ 23 กันยา หลังจากคิดสระตะแล้วเราก็สรุปว่าจะส่งจักรยานเดินทางไปก่อนโดยรถไฟ เราก็ว่าเราเช็คข้อมูลแล้วนะว่า ถ้าเอาจักรยานไปพร้อมคนก็คันละ 90 บาท ถ้าไม่พร้อมคนก็ 150 บาท แต่พอไปถึง รถจอดปุ๊บ ก็มีพนักงานของเขาเดินเข้ามาถาม จะทำอะไร ส่งไปไหน ส่งหมดนี่เลยเหรอ (10 คัน) เคยส่งหรือยัง (ยัง) มาดูราคาก่อนนะ (โอเค) ..... 1800 บาท (หือ...เออ เอาค่ะ) เอาจักรยานไปชั่ง คันเดียวพอ ตีเฉลี่ยเลย (13 กิโล) 10 คัน 130 กิโล ค่าระวาง คันละ 100 บาท ........ ทั้งหมด 2300 บาท (หา....งงค่ะ ทำไม 2300) ก็ต้องมีค่าขนขึ้น เนี่ยไม่ได้ขนรอบเดียวนะ พอขนออกมาถ้าขบวนนี้ขึ้นไม่ได้ก็ต้องขนไปเก็บ รอขบวนใหม่มาแล้วก็ต้องขนออกมาใหม่ ถ้าขึ้นไม่ได้ก็ต้องขนไปเก็บอีก ต้องทำอย่างเงี่ยตั้งหลายเที่ยว (เอ...เขาทำงานกันแบบนี้เหรอทำไมไม่เช็คของแต่ละเที่ยวว่าจะมีอะไรไปไหนบ้างแล้วค่อยจัดเหรอ (ได้แต่คิด ไม่กล้าพูด เพราะตลอดเวลา เจ๊แกจะโวยวายด่าโน่น ด่านี่ ลอยๆประมาณว่าด่าตูเปล่าเนี่ย เช่น ไม่รู้อะไรกันนักหนา ส่งของรถไฟเนี่ยถูกๆสุดๆแล้ว ตะโกนพูดขึ้นลอยๆ ไม่ได้มองหน้าเรา เสร็จแล้วก็หันกลับมาพูดกับเราว่าส่งไปรษณีย์เนี่ยคันละสองพันกว่านะ แล้วก็หันไปโวกเวกโวยวาย ด่าโน่น ด่านี่ต่อ สารพัด น่ากลัวค่ะ ทำนองว่าขู่ๆ อย่าเรื่องมากนะแก จะส่งก็ส่งตามนี้ ไม่งั้นก็ไปซะ เชอะ ประมาณนี้เลยหล่ะ) คิดค่าขนขึ้นคันละ 50 บาท (โห เหนื่อยเนอะ น่าเห็นใจ (เห็นใจตัวเองมากกว่า เพราะรู้ว่าเขาโกหกซึ่งๆหน้า ก็เราเห็นนะ พอเราสรุปว่าส่ง เขาก็จับจักรยานโยนๆขึ้นรถเข็นอย่างไม่ปรานีปราศรัย ทับซ้อนๆกัน ขนาดว่าห่อไปอย่างดีแล้วนะ ยังถลอกปอกเปลือกหมดเลย แถมรถเราล้อเบี้ยวกลับมาด้วยหล่ะ แล้วเขาก็จอดทิ้งไว้ข้างรางรถไฟนั่นหล่ะ แล้วก็รอการยกขึ้นแค่นั้น เราขอยกเองก็ไม่ได้นะ) อ้าว แล้วค่าอะไรอีกหล่ะ ค่าธรรมเนียม คันละ 50 บาท (ก็ไม่รู้เหมือนกันค่าธรรมเนียมอะไร ) แล้วก็ค่าขนระหว่างทางอีกคันละ 30 บาท (หา ค่าขนระหว่างทางคืออะไร) ก็พอรถจอดสถานีต่างๆ แล้วเรายังไม่ลงมีของอื่นจะลงก่อน ก็ต้องเอาของเราออกมาเพื่อขยับหนี แล้วพอเอาของอื่นออกมาแล้วก็ต้องเอาของเรากลับเข้าไปใหม่ เนี่ยต้องทำแบบนี้ไม่รู้กี่เที่ยว (โอ้ว้าว วิธีทำงานเป็นแบบนี้เหรอ ทำไมฉลาดจัง ไม่จัดคิวของก่อนเหรอ เชื่อเขามั้ยหล่ะว่าเป็นแบบนี้จริง เราไม่เชื่อหรอก แต่ทำไงได้ ยอม) นี่ยังไม่รวมค่าขนลงนะ ค่าขนลงคันละเท่าไหร่ไม่รู้ขึ้นอยู่กับคนขนที่บ้านกรูด (งง อีกแล้วมันไม่มีมาตรฐานอะไรเลยเหรอ) ตาเหลือบไปเห็น ป้ายอัตราค่าขน ของไม่เกิน 20 กิโล ชิ้นละ 20 บาท (จำไม่ค่อยได้แล้ว ประมาณนี้) พอถาม เหมือนเดิม ทำเป็นยุ่ง โวยวาย ตะโกนด่าโน่น ด่านี่ แล้วก็ตอบว่า ไม่ใช่อันนั้นสำหรับคนไปกับของ (เอ้า เอาก็เอา เราไปเถียงสู้เขาไม่ได้หรอก ไม่เคย ไม่มีข้อมูลปึกพอ แถมเจ๊โวยตลอด น่ากลัวมาก) สุดท้ายออกใบเสร็จมาให้แบบเป็นทางการ 1500 บาท เป็นค่าระวาง 1000 บาท และค่าธรรมเนียมอีก 500 บาท แล้วก็เขียนเลขเป็นลายมือไว้ว่า 1800 แต่เก็บเงินเรา 2300 บาท ก็ต้องจ่ายเขาไปแบบยังงงๆ และคาใจมาก แต่ยังไม่รู้จะทำยังไง ส่งไปแล้ว....ตัดตอนมาถึงบ้านกรูด ค่าขนลงคันละ 15 บาทรวมเป็น 150 บาทมีใบเสร็จเรียบร้อย รวมค่าส่งจักรยานขาไปเที่ยวเดียว 2450 บาท ตกคันละ 245 บาท เราถ่ายรูปเอกสารไว้หมดเลยนะ แต่เอาขึ้นเว็บไม่เป็น แล้วจะลองพยายามดูนะ หรือใครทำเป็นแนะนำหน่อยนะคะ

ใครเคยเจออะไรแบบนี้บ้างมั้ย เล่าสู่กันฟังบ้างสิ ยังไม่หมดนะ แล้วจะมาเล่าอีก เรื่องมันๆกับการรถไฟ กลโกงเยอะจริงๆ มิหน้าหล่ะการรถไฟไทยถึงไม่เจริญสักที :shock: :evil: :oops: :cry:

แล้วจะมาเล่าต่อวันหลังนะคะ เรื่องมันยาว ทริปนี้มีเด็กของเราได้ฉายาเด็ด สดๆซิงๆ เสือหกเข็ม ฉายานี้มีที่มาอย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ

ครูแมว
"เรื่องของกำลังใจไม่ใช่จักรยาน"
รูปประจำตัวสมาชิก
โอ๊ตนนท์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 11110
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 00:56
Tel: 0878229217
team: กลุ่ม รวมมิตร
Bike: mongoose tyax elite pro2005&2007,jamis draka xc pro,fishbone bigass,LA X-Limited,Stark str trial,Intense M1,Bromton
ตำแหน่ง: 117/56 ม 5 ซ ไพลินสนธิ ต บางกระสอ อ เมือง จ นนทบุรี 11000

Re: สรุปทริปหอบจักรยานขึ้นรถไฟไปปั่นเรียนรู้วิถีชีวิต และทำจิตอาสา ที่บ้านกรูด สนุกและประทับใจสุดขีด

โพสต์ โดย โอ๊ตนนท์ »

:oops: ของผม ไปกับรถ เก็บค่าระวางเก้าสิบ..ตอนแรก เอาขึ้น ตู้บรรทุก คิดว่าไปจ่ายบนตู้ได้เลย ที่หัวลำโพง เพราะปกติ กลับมาจากต่างจังหวัด ก็ไปจ่ายบนตู้ ก็ไม่รู้..ก็เลยบอก พนักงานว่า จะเอาจักรยานไปด้วย..เขาก็บอกว่า..ให้ยกให้ไหม? ยกให้ ห้าสิบบาท..ผมก็บอกว่า ไม่เป็นไรครับ ผมยกเองก็ได้..พอยกเสร็จ ผมก็บอกว่าจะจ่ายค่าระวาง..เตรียมควักเงินแล้ว..เขาก็บอกว่า ค่าระวาง ร้อยยี่สิบ...ผมก็งง อ้าว ไม่ใช่เก้าสิบบาทเหรอครับ??เขาบอกว่า..ต้องไปจ่ายค่าระวาง ที่จุดจ่าย ที่อยุ่ท้ายขบวนสุดโน้น(ต้องเดินไกลเลยหล่ะ)และก็เป็นค่า จ้างเขาไปจ่ายให้..ผมก็เลยบอกว่า ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวไปจ่ายเอง..ก็วิ่งไปจ่ายเสร็จกลับมา จักรยานหาย ไม่อยู่ในตู้แล้ว..ปรากฎว่า..จักรยานผม ไปจอดอยู่กลางชานชลา ไม่มีใครดูแล..คันล่ะหกหมื่น จอดทิ้งแบบไม่มีล็อก เลย..ผมถึงกับ ใจหายวาป...ก็เลยตัดพ้อ พูดบ่นๆไปแล้วพี่เอาลง จากรถทำไมหล่ะครับ?? ผมบอกแล้ว ว่าผมกำลังไปจ่าย..(รู้สึก รมณ์ขึ้นนิดหน่อย ไม่ช่วยยกให้ แต่ช่วยเอาลงให้ ไม่คิดตังค์.แถม ผมต้องแบกจักรยาน ขึ้นไปจัดวาง ใหม่ อีกครั้ง..)..
..เรื่องการบริการ พนักงาน ควรจะปรับปรุงอีกเยอะเลยหล่ะครับ ทั้งเรื่องความสุภาพ.. แต่ก็ไม่ใช่ทุกคน นะครับ บางคน เขาก็พูดคุยเล่นกับผม สนุก..ยังถามคุยเรื่องจักรยาน เคยไปขึ้นที่บางซื่อไป อยุธยา ค่าระวางเหลือแปดสิบ เขาเขียนในบัตร ตั๋ว ว่าสิ่งของกีดขวาง..และผมเอาจักรยานถอดล้อรวมกันไว้ ตรงที่ล้างมือ ซึ่งมีพื้นที่เหลือให้วางของได้.. :mrgreen: :mrgreen:
กระทู้ทริปยาวๆที่สุดในชีวิตของผม..มาเดินทางไปพร้อมกับผมได้ที่กระทู้นี้..กด...ภาพประกอบหนังสือ ทิเบตสองขา จากแดนไทย สู่หลังคาโลก..
หยุดปั่นสักวัน ไปเที่ยวงานเทศกาลโยเกิร์ต บนหลังคาโลกกันเถอะ..กด..Shoton Festival เทศกาลโยเกิร์ต..
รูปประจำตัวสมาชิก
reckless.ssr
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 626
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ส.ค. 2011, 08:49
Tel: 0833065793
team: ลุ่มเจ้าพระยา สมุทรปารการ

Re: สรุปทริปหอบจักรยานขึ้นรถไฟไปปั่นเรียนรู้วิถีชีวิต และทำจิตอาสา ที่บ้านกรูด สนุกและประทับใจสุดขีด

โพสต์ โดย reckless.ssr »

ครั้งคราวหน้าเ๊อ๊ะหรือจะงงดี พนักงานหรือบริการไม่สุภาพขอความกรุณาจดชื่อแล้ว แจ้ง
ไปต้น สังกัดแล้วอธิบายด้วยว่ามีอะไรเกิดขึ้น ผมเคยส่งจ.มไปที่อู่รถเมล์อยู่สมุทรปราการ
คนขับรถเมล์ โดนสั่งพักงานและปรับเงิน(จดรายระเอียดเท่าที่จะจดได้และก็เวลาเป็นสำคัญ)
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=382572 <สรุปทริป ป้อมยุทธนาวี ชิมกุ้งเหยีดวัดสาขลา
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=385501 < Car Free Day ๒๕๕๔
pisitas
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 534
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2011, 18:55
ตำแหน่ง: โรงพยาบาลโนนไทย นครราชสีมา

Re: สรุปทริปหอบจักรยานขึ้นรถไฟไปปั่นเรียนรู้วิถีชีวิต และทำจิตอาสา ที่บ้านกรูด สนุกและประทับใจสุดขีด

โพสต์ โดย pisitas »

คนรถไฟ ต้องช่วยกันทำให้มันดีขึ้นครับ ไม่งั้นจะไปโวยวายว่า รถไฟ ไม่ได้รับการพัฒนา ไม่ได้
ปั่น ปั่น ปั่น เพื่อสุขภาพของเรา ;-)

*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..*
รูปประจำตัวสมาชิก
bestflying
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 246
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ส.ค. 2010, 17:04
Bike: Bianchi , MARIN

Re: สรุปทริปหอบจักรยานขึ้นรถไฟไปปั่นเรียนรู้วิถีชีวิต และทำจิตอาสา ที่บ้านกรูด สนุกและประทับใจสุดขีด

โพสต์ โดย bestflying »

จะเอาขึ้นรถไฟเหมือนกันครับ ยังไม่เคยเอาขึ้นเลย
8-)
พอใจเท่าที่มี ยินดีเท่าที่ได้
รูปประจำตัวสมาชิก
โอ๊ตนนท์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 11110
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 00:56
Tel: 0878229217
team: กลุ่ม รวมมิตร
Bike: mongoose tyax elite pro2005&2007,jamis draka xc pro,fishbone bigass,LA X-Limited,Stark str trial,Intense M1,Bromton
ตำแหน่ง: 117/56 ม 5 ซ ไพลินสนธิ ต บางกระสอ อ เมือง จ นนทบุรี 11000

Re: สรุปทริปหอบจักรยานขึ้นรถไฟไปปั่นเรียนรู้วิถีชีวิต และทำจิตอาสา ที่บ้านกรูด สนุกและประทับใจสุดขีด

โพสต์ โดย โอ๊ตนนท์ »

:D :D จริงๆผมชอบรถไฟมาตั้งแต่เด็ก.. สมัยก่อน ตอนเล็กๆ บ้านก็อยู่ใกล้ ทางรถไฟ ครอบครัวผมชอบ ไปปูเสื่อ ตั้งวง ข้างริมทางรถไฟ และผมก็นั่งใจจดใจจ่อ ดูรถไฟวิ่งผ่าน ไปมา..ย่านบางขุนเทียน.. :lol: :lol:
.....ผมอยากให้ภาพลักษณ์การรถไฟ มีคุณภาพมากชึ้น.. ให้มีมาตราฐาน.. ซึ่งตอนนี้ หลายๆอย่าง ที่รู้สึก แย่ลง..อย่างเช่น ความตรงต่อเวลา.. ซึ่งบางครั้งล่าช้าเป็นชั่วโมง..และเป็นแบบนี้ ซ้ำๆ แทบทุกเที่ยว..ดังนั้น น่าจะบอกกำหนดการที่แน่นอน เผื่อไปเลย..เผื่อ เวลาให้คนมารับที่สถานี ไม่รอนาน..(ไปเชียงใหม่ ล้าช้าไปเกือบสามชั่วโมง.. :o :o )..ค่าบริการ ผมถือว่าเป็นเกณฑ์ ที่ดีมากๆ..ซึ่งราคา ไม่เคยปรับขึ้นมานานแล้ว.. ผมว่า ถ้าจะเพิ่มค่าโดยสาร อีกนิดหน่อย..แต่ก็ปรับปรุงเรื่องคุณภาพ ของรถ และการบริการ ผมคิดว่า ก็ยังดูน่าจะคุ้ม.. ตู้โบกี้เก่าๆ ปรับปรุงให้ดูทันสมัย ใหม่ขึ้น ไม่ต้องทำทีเดียวหมด..ทยอยซ่อมปรับปรุงทีล่ะ สอง สามตู้ก็ได้..ต่อตู้ใหม่เลยก็คงดี..อยากให้ ไปศึกษางาน รถไฟของ ต่างประเทศแล้วเอากลับมาปรับปรุงที่ไทยบ้าง.. ทำให้ดูน่านั่ง น่าโดยสาร... :D :D หัววิศวคนไทย ไม่แพ้ชาติใดในโลก ผมเชื่อว่า ถ้าคิดจะปรับปรุงตู้ให้ดูใหม่ทันสมัย โดยใช้โครงโบกี้ เก่า..ทำได้สบายๆเลย....
...เรื่องที่ได้ยิน จากพนักงานรถไฟ บ่อยๆ เวลานั่งไปเชียงใหม่..ก็เรื่องหัวจักร ที่เก่า ไม่มีแรง ที่จะลากขึ้นเขา ขนาดเคยหยุดแล้วไหลลงไปตั้งหลักใหม่ เที่ยวสองเที่ยว..เพื่อขึ้นมาใหม่..(วันนั้น หัวใจเต้นตูมตาม..เพิ่งเคยเห็นรถไฟ ถอยหลังลงเขา ยาวๆ โดยที่เครื่องหัวจักร เสียงเครื่องมันเงียบ หรือว่ามันดับ..โดยไม่แต่เบรค ยาวเป็นกิโล)..ก็เข้าใจว่าหัวใจใช้งานมานานแล้ว..ควรหาใหม่ แต่การรถไฟ ยังไม่่มีเงิน ที่จะจัดหาหัวจักรใหม่.. :oops: :oops: แต่อย่างน้อย ถ้าปรับปรุงรถให้น่านั่ง เพิ่มราคาโดยสารอีกนิดหน่อย..ให้ได้กำไรบ้าง ก็คงจะดี..เพื่อเอาไปปรับปรุงส่วนต่าง ให้ดียิ่งขึ้น.. รางรถไฟ ผมก็ฝันอยากให้ขยายความกว้างของราง เพื่อ ได้เอาหัวจักรรุ่นใหม่ๆ ความเร็วสูง หรือ วิ่งได้เร็วกว่าเดิม มาลงรางจัง. :D :D
..อยากรู้จังว่า เที่ยวนึง ขบวนนึง.. รถไฟ ได้กำไร หรือขาดทุนเท่าไหร่..อย่าง กทม เชียงใหม่..เป็นต้น..อยากรู้ว่าค่าใช้จ่ายการเดินรถ ค่าเชื้อเพลิง ค่าพนักงาน.. แต่ล่ะเที่ยวใช้่จ่ายเท่าไหร่..ถ้าปรับปรุงคุณภาพดี ทั้งบุคลากร การบริการ และตัวรถไฟ แถมถ้าตรงต่อเวลาได้..ผมว่าคนกลับมาใช้ รถไฟเยอะขึ้นแน่ๆ..เพิ่มราคาตั๋ว นิดหน่อย..ประชาชนก็คงยอมรับได้.. :D
กระทู้ทริปยาวๆที่สุดในชีวิตของผม..มาเดินทางไปพร้อมกับผมได้ที่กระทู้นี้..กด...ภาพประกอบหนังสือ ทิเบตสองขา จากแดนไทย สู่หลังคาโลก..
หยุดปั่นสักวัน ไปเที่ยวงานเทศกาลโยเกิร์ต บนหลังคาโลกกันเถอะ..กด..Shoton Festival เทศกาลโยเกิร์ต..
เสือหม่อม
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 40
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ส.ค. 2011, 20:12
Tel: 029932938

Re: สรุปทริปหอบจักรยานขึ้นรถไฟไปปั่นเรียนรู้วิถีชีวิต และทำจิตอาสา ที่บ้านกรูด สนุกและประทับใจสุดขีด

โพสต์ โดย เสือหม่อม »

เรื่องรถเก่าเห็นด้วยจริงๆ ไอ้เราก็เคยขึ้นรถไฟตอนเด็กๆเที่ยวสองเที่ยว แล้วมาลองนั่งรถไฟหัวจักรไอน้ำเมื่อสักสิบปีที่แล้วเที่ยวนึงก็ทำใจว่าอยากลองนั่งของโบราณ แต่คราวนี้จะนั่งรถสปรินเตอร์ วาดฝันไว้สวยหรูว่าจะเหมือนในหนัง เหมือนของญี่ปุ่น พอเดินไปถึงขบวนรถไฟ หา....เนี่ยเหรอรถสปรินเตอร์ ทำไมเก่าและโทรมอย่างเนี้ย แล้วขอโทษ นึกว่าจะวิ่งเร็วเหมือนชินกังเซ้น มันก็ยังค่อยๆไปแบบถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง อยู่ดี
"เรื่องของกำลังใจไม่ใช่จักรยาน"
เสือหม่อม
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 40
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ส.ค. 2011, 20:12
Tel: 029932938

Re: สรุปทริปหอบจักรยานขึ้นรถไฟไปปั่นเรียนรู้วิถีชีวิต และทำจิตอาสา ที่บ้านกรูด สนุกและประทับใจสุดขีด

โพสต์ โดย เสือหม่อม »

เรามาต่อกันดีกว่า

วันเสาร์ ถึงวันเดินทางของพวกเราแล้ว เช้ามืด ตื่นๆจ้า ตื่นได้แล้ว เราต้องไปถึงหัวลำโพงประมาณ 7 โมงเช้า (เจ้าหน้าที่การรถไฟบอกให้ไปถึงอย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนรถออก รถไฟออก 8 โมง คุณพ่อตื่นเร็ว โอย... โอย... คุณพ่อเป็นอะไร อ้าวตัวร้อนจี๋เลย ไปไม่ได้ อดไปเลย (มาปรากฏภายหลังว่าเป็นอีสุก อีใส ดีนะที่ไม่ไปเป็นที่บ้านกรูด ออกอาการซะก่อน ไม่งั้นคงแย่กว่านี้ โชคดีจัง) งั้นเราต้องเปลี่ยนแผนคงไม่ขับรถตู้ไปทิ้งไว้แล้ว (ตอนแรกจะขับรถตู้ไปจอดไว้ที่หัวลำโพง เพราะคุณพ่อจะไปแค่สองวันแล้วกลับ จ่ายค่าที่จอดรถเหมาเป็นวัน ถูกกว่าค่าแท็กซี่) เราเลยต้องหารถออกจากซอยเพื่อมาขึ้นแท็กซี่ (บ้านเราอยู่ลึกเข้าไปจากถนนใหญ่สี่กิโล) ในที่สุดก็มาถึงหัวลำโพง ตอนเจ็ดโมงนิดๆ เสียค่าเดินทางตอนเช้านี้ไปร่วมๆพัน แล้วตั๋วรถไฟไปกลับของคุณพ่อทำยังไง คงต้องทิ้งละมั้ง ชั่งมัน ก็ทำไงได้หล่ะ เข้าไปข้างในกันเถอะ เอ๊ะนั่นเคาเตอร์คืนตั๋ว ไปถามเขาดีกว่า เดินทางเช้านี้คืนได้มั้ยคะ คืนไม่ทันแล้วครับ แล้วขากลับคืนได้มั้ยคะ ขอดูหน่อย คืนได้ครับ แต่ได้เงินไม่เต็มนะครับ ไม่เป็นไรค่ะ ขอบัตรประชาชนด้วยครับ นี่ค่ะ เรียบร้อย ขอตั๋วขาไปคืนค่ะ เอาอย่างนี้ครับ ฝากไว้กับผมก่อน เดี๋ยวผมช่วยขาย เผื่อมีใครมาซื้อ 100 200 ก็ขายเถอะเนอะดีกว่าไม่ได้อะไร เดี๋ยวใกล้ๆรถออกมาถามนะครับ โอเค ขอบคุณค่ะ ........ใกล้รถออกแล้วไปถามดีกว่า ....โอ้ขายไม่ได้เลยครับ เอางี้ผมช่วย จะซื้อไว้ 140 ขายมั้ย (ค่าตั๋วรถสปรินเตอร์ 800 กว่าบาท ถ้าจำไม่ผิด 895 บาท)เผื่อมีคนมาซื้อในเวลาที่เหลือ อ้าวแล้วถ้าขายไม่ได้หล่ะ พี่ก็เดือดร้อนสิ ไม่เป็นไรครับผมลองเสี่ยงดู อ้อหรอคะ เอาก็เอา ขอบคุณค่ะ ...งง ...ตอนอยู่ตรงเคาเตอร์ก็ประมาณนะจังงัง โอ้ดฮคนอะไรใจดีจัง แต่พอเดินออกมาคิดดูอีกที จริงเหรอใครจะยอมเสียเงิน 140 ฟรีๆ สมัยนี้ นี่นะ ยังมีคนดีแบบนี้รึ ลองดูกันสิว่าขึ้นไปบนรถไฟแล้วจะมีคนมานั่งข้างเรามั้ย (เล่าให้เด็กๆฟัง เด็กๆก็โอ้โฮเค้าดีจังเลยนะ ซื่อ (บื้อ) พอกันทั้งครูทั้งนักเรียน ไม่เป็นไรมีเรื่องที่ต้องเรียนรู้อีกเยอะในโลกใบนี้).......รถวิ่งไปสาม สี่สถานี ยังไม่มีคนมานั่งกับเรา มาอีสักแป๊บ ยังไม่ทันออกจากกรุงเทพหรอกสถานีอะไร ตอนนี้ก็จำไม่ได้แล้ว (ตอนแรกยังจำได้อยู่เลย คนมันแก่.....)มีผู้ชายคนหนึ่งถือตั๋วโดยสารขึ้นมา ดูตั๋วแล้วก็เดินตรงแน๋วมาที่เราเลย ใช่อย่างที่คิดมั้ยเนี่ย ใช่มั้ย ปิ๊งป่อง ใช่จริงๆด้วย นั่งข้างเราเลย ในใจเราคิดสารพัดเลย โดนหรอกอีกแล้วนะเรา ต้องรู้ให้ได้ ..หาโอกาสเหมาะๆ ถามดีกว่า พี่ไปไหนเหรอ บางสะพาน (เราลงบ้านกรูด เขาลงเลยเราไปสถานีเดียว) พี่ซื้อตั๋วมาเท่าไรน่ะ แปดร้อยกว่า (โอ้โฮ) อีกคำถามให้แน่ใจ พี่เพิ่งซื้อตั๋วใช่มั้ย ...ใช่ ไม่คิดหรอกว่าจะได้ตั๋ว (555 ประทับใจอีกหนึ่งดอก) เลยเล่าให้พี่เขาฟัง ก็ได้แค่เล่าสู่กันฟังนะ .....พนักงานตรวจตั๋วมา เขาดูตั๋ว แล้วดูในใบของเขา แล้วเขาก็ถามเราว่าตอนแรกพี่ซื้อตั๋วนี้ใช่มั้ย ได้ทีเลยเล่าให้เขาฟัง พนักงานคนนี้ถ้าจะเป็นคนดีนะ เขาก็ซักโน่นนี่ เช่น พนักงานคนนั้นชื่ออะไร ไอ้เราก็ไม่ทันได้จำชื่อ เขานั่งเคาเตอร์ที่เท่าไหร่ อย่างงี้มันโกงนะพี่ ต้องเล่นงาน แล้วเราก็เลยเล่าเรื่องส่งจักรยานให้เขาฟัง เขาก็ว่ามันโหดเกินไป พอเดินผ่านไปผ่านมา ระหว่างทาง เวลาผ่านไปนานพอดู เขาเดินมาแถวที่เรานั่งอยู่ แล้วตำรวจรถไฟก็เดินมา เขาเลยฟ้องให้เราทั้งสองเรื่องเลย แต่ตำรวจรถไฟคนนี้ไม่สนใจ พูดเฉไฉไปโน่นนี่ (คงเป็นคนประเภทเดียวกัน) ตอนหลังเขาเลยมากระซิบบอกว่าพี่ต้องไปร้องเรียนกับนายสถานีแล้วหล่ะ .... เออ ขอบใจ ที่ทำให้เรารู้สึกว่าอย่างน้อยก็ยังพอจะมีคนที่พอจะมีดีอยู่บ้าง........เจ้าหน้าที่การรถไฟที่บ้านกรูดก็ดีนะ ตอนขากลับเราส่งจักรยานกลับมา เขาก็คิดค่าส่งคันละ 100 ค่าธรรมเนียมคันละ 50 และค่าขนขึ่นคันละ 20 ตามกำหนดเปะ มีใบเสร็จ เขียนรายละเอียดให้เราทุกอย่าง เราเลยขอเขาถ่ายรูปใบเสร็จขาส่งมา (ตอนแรกไม่ทันคิดถ่าย) เขาก็เอามาให้เราถ่าย แล้วบอกว่าเล่นมันซะบ้างพี่ พวกนี้มันโกง โหด :mrgreen: :twisted:

แล้วค่อยมาเล่าใหม่นะ เมื่อยแล้ว อย่าเพิ่งหงุดหงิด เสือหกเข็มกำลังจะมาแล้ว อดใจรอนิด 8-) :D
"เรื่องของกำลังใจไม่ใช่จักรยาน"
KruMaew
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 ส.ค. 2011, 12:31
Tel: 029932938
team: เสือน้อยบ้านครูแมว
Bike: GT Outpost

Re: สรุปทริปหอบจักรยานขึ้นรถไฟไปปั่นเรียนรู้วิถีชีวิต และทำจิตอาสา ที่บ้านกรูด สนุกและประทับใจสุดขีด

โพสต์ โดย KruMaew »

พอจักรยานมาถึงกรุงเทพฯ มีเจ้าหน้าที่การรถไฟโทรมาแจ้งว่ารถมาถึงแล้วจะให้เขาเอามาส่งให้มั้ย ถามสถานที่ บอกราคา 800 บาท โอเค มีค่าอะไรอีกมั้ย มีค่าขนลง เท่าไหร่ เดี๋ยวถามเขาดูก่อน คันละ 25 บาท เอาวะ จะได้จบเรื่อง พอสักพักโทรมาใหม่ เขาจะเอาค่าขนลง เป็นคันละ 30 บาท ไม่เป็นไรพี่ จ้างพี่เอามาส่ง เดี๋ยวค่าขนลงไปเคลียร์เอง มันจะมากไปแล้ว จะไปโวย อีกแป็บโทรมาใหม่ พี่คุยกับเขาแล้ว เอา 25 ก็ได้ ไม่เอาแล้วพี่ ออกมาแล้วเดี๋ยวลุยเอง พอไปถึงถามค่าขนลง จะเอารถออกคิดเท่าไหร่ ไม่คุยแฮะ ให้ไปคุยกับยัยเจ๊คนเดิม คราวนี้มามาดใหม่ สุขุมนุ่มลึก พูดเพราะ คะขา เสียงเบา สุภาพ ยัยเจ๊แกบอกคิดเท่าขาไปค่ะน้อง คันละ 40 บาท เลยลุยเลย 40 อะไรขาไปคิดเท่านั้น...งี้งั้นโง้น ให้เด็กถ่ายคลิปไว้ด้วย แป๊บเดียวเจ้าหน้าที่ห้องข้างหลังออกมา มีอะไรเหรอคะ มาคุยทางนี้ค่ะ รีบเรียกไปคุยที่อื่น เราก็เล่นบทโวยเสียงดังบ้าง พูดไปพูดมาเจ้าหน้าที่แกบอก คิดเขาไปคันละ 10 บาทแล้วกัน เราก็ถามว่ามาตรฐานคืออะไร กี่บาท พี่แกเลยบอกเอางี้ไม่ต้องเก็บตังเลยแล้วกันจะได้จบ แล้วก็โง้นงี้งั้น เอาจบก็จบ จริงๆแล้วอยากเอาเรื่องคนโกงเป็นบ้า เผื่อแผ่นดินการรถไฟจะได้สูงขึ้น คุณเจ้าหน้าที่ต้องมีเอี่ยวด้วยแหงๆ เอาเถอะพอแล้วเบื่อ ประทับใจที่สาม

พอมาถึงบ้านกรูด ประทับใจมาก เพราะท่านนายกเทศบาล คุณธงชัย มารับถึงสถานีรถไฟพร้อมกับรถกระบะหนึ่งคันและเจ้าของรีสอร์ทที่เราจะไปพัก (ก่อนไปโทรติดต่อ ปรึกษาเรื่องที่พัก กับการทำกิจกรรมกับท่านนายกธงชัย ท่านเลยบอกคุณเป็นแขกผม) มาช่วยคนของ พวกเราเลยสบาย ขี่จักรยานตัวเปล่า ไม่ต้องแบกสัมภารกไปด้วย แถมนายกฯบอกว่าเย็นนี้ผมขอเชิญทานอาหารด้วยกันนะ พอดีมีการแสดงดนตรี และทานเลี้ยงกันประมาณว่าเขามีโครงการอยู่แล้ว เรามาพอดีเลยชวนด้วย โอ้โฮ ฟลุ๊คจริงๆ ถือเป็นการเลี้ยงต้อนรับสำหรับเราเลย เย้ ประทับใจอีกหนึ่ง

เข้าที่พักจัดข้าวของสักพัก หายเหนื่อยเราออกไปสำรวจหาดบ้านกรูดกันเถอะ ขี่จักรยานไปถึงชายหาด หนุ่มๆของเราอยากพิสูจน์ ขี่จักรยานบนทรายได้มั้ย ลองเอาลงไปขี่ ล้ม 555 เอาใหม่ เอาอีกสิ ขี่ตรงนี้ไม่ได้ ลองตรงโน้น เอาเรียนรู้ไปลูก ส่วนสาวๆหาวิวถ่ายรูปดีกว่า ลูกๆอยู่ตรงนี้กันไปก่อนนะ ครูแมวไปคุยเรื่องกิจกรรมที่เราจะทำกันในห้าหกวันนี้ก่อน ที่เทศบาล แค่นี้เอง มองเป็นกันอยู่ โอเคค่ะ ครับ ไปคุยแป็บเดียว แป็บเดียวจริงๆ เด็กสองสามคนวิ่งมาหา ครูแมวครับ ครูแมวคะ เป็นอะไรลูก หน้าตาตื่น พี่กชได้แผลค่ะ 55 เอาอีกแล้วเหรอ เหวอะเลยค่ะ ครูแมวไปดู อ้าวเหรอ เออ ไป วิ่งไปดู ตายแล้วลูก เหวอะจริงๆ อีท่าไหน ยังไงกัน พี่กชอยากรู้ว่าขี่จักรยานในทำเลได้มั้ยเลยขี่ในทรายที่มันมีน้ำทะเลด้วย แล้วล้ม คงตอนกระชากเอาขาออกจากจักรยาน ก็เลยโดนจานสามบาด เอาซะเหวอะ คุณครูสอนเล่นเรือใบที่คุยอยู่กับเราเมื่อกี้ วิ่งมาดูด้วย เลยพาขี่คอขึ้นมอเตอร์ไซค์ไปอนามัย โอ้โห ครูสุดยอดไปเลย ไหวด้วย ประทับใจอีกหนึ่ง ครูอีกคน พาครูแมวซ้อนมอเตอร์ไซค์อีกคันไปอนามัย เด็กๆกลับไปรอที่บ้านพักนะลูก

:o :cry: ไปถึงลูกศิษย์ของเราเจ็บจนขาสั่น คุณพยาบาลบอกว่าต้องเย็บสิบกว่าเข็มค่ะ คุณลูกศิษย์กลัว โอย สู้นะลูก ถ้ากลัวบีบมือครูไว้ ครูนั่งอยู่ด้วยตรงนี้ (นั่งทับตัวเลยหล่ะ เพราะแกสั่นมาก และขากระตุกด้วย สั่นขนาดที่ว่าตัวครูที่ทับอยู่ยังสั่นไปด้วยเลย) มาล้างแผล โอ้โฮ ต้องล้างเยอะๆเลย ทรายเข้าไปเยอะมาก ทรายเนี่ยแหละตัวบาดทะยักเลย ล้างเสร็จ ฉีดยาชาก่อนนะเดี๋ยวจะได้เย็บ ฉีดยาชาเท่าไหร่ก็ฉีดไม่เข้า จิ้มแล้วจิ้มอีก ตั้งหลายทีก็ไม่เข้า พยาบาลบอกมันอยู่ในตำแหน่งที่ไม่มีกล้ามเนื้อ มีแต่หนัง กระดูก แล้วก็มัน ฉีดยาชาไม่ได้ต้องเย็บสด เอาหล่ะวาไอ้ลูกชาย เจ็บอีกหลายทีเลย สงสารจัง ทำไงดีหล่ะ โอยผมเจ็บ ไม่เอา ไม่เอาไม่ได้นะ ถ้าไม่เย็บเดี๋ยวแผลไม่ติด ดูแลยาก ยิ่งไปใหญ่ อดทนหน่อยนะลูก ครูอยู่ตรงนี้ จับมือครูไว้ ถ้าเจ็บก็บีบมือครูแรงๆ สุ้หน่อยนะ ครับ โอเคเอาเลยค่ะ เดี๋ยวจะเย็บห่างๆให้ ต่อไปนี้ก็เป็นขั้นตอนของการเย็บ สลับกับเสียงโอดโอย สลับกับเสียงปลอบ ให้กำลังใจ คำถามสารพัด เสร็จหรือยัง อีกเยอะมั้ย ....ในที่สุดเย็บห่างๆ แต่ละเข็มห่างกันประมาณหนึ่งข้อนิ้ว รวมทั้งสิ้นหกเข็ม พร้อมกับฉีดยากันบาดทะยักหนึ่งเข็ม แล้วก็ยาแก้ปวดแก้อักเสบไปกินอีกหนึ่งชุด ผ่านไปแล้วและนี่คือที่มาของฉายา “เสือหกเข็ม” ของนาย กช เรา ต้องขอขอบคุณอย่างมากมาย คุณครูทุกท่าน พี่น้องชาวบ้านกรูดทุกคนที่ช่วยเหลือ และเป็นห่วงเป็นใยคอยถามไถ่อาการและคอยบริการพาไปล้างแผลทุกวัน ขอบคุณทุกน้ำใจที่มีให้ มันมากมายจนไม่รู้จะขอบคุณยังไงหมด จริงๆค่ะ ประทับใจอีกหนึ่งนะคะ ยังมีวีรกรรมอื่นๆอีกมากมาย แล้วจะมาเล่าต่อนะ

เย้ดีใจจังกลับมาใช้สมาชิกตัวเองได้อีกแล้ว ไม่ต้องใช้ของลูก :D :D
ครูแมว
KruMaew
pisitas
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 534
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2011, 18:55
ตำแหน่ง: โรงพยาบาลโนนไทย นครราชสีมา

Re: สรุปทริปหอบจักรยานขึ้นรถไฟไปปั่นเรียนรู้วิถีชีวิต และทำจิตอาสา ที่บ้านกรูด สนุกและประทับใจสุดขีด

โพสต์ โดย pisitas »

น่ารัก น่าติดตามครับ
ปั่น ปั่น ปั่น เพื่อสุขภาพของเรา ;-)

*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..*
เสือหม่อม
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 40
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ส.ค. 2011, 20:12
Tel: 029932938

Re: สรุปทริปหอบจักรยานขึ้นรถไฟไปปั่นเรียนรู้วิถีชีวิต และทำจิตอาสา ที่บ้านกรูด สนุกและประทับใจสุดขีด

โพสต์ โดย เสือหม่อม »

ตอนที่ทำแผลอยู่ ครูแมวบอกกชว่าเดี๋ยวครูแมวหาเช่ารถกะป๊อให้นั่งตามเพื่อนไปนะ ก็มีเสียงโอดครวญว่าโอ้โหอย่างนี้ครูยังจะให้ผมไปอีกเหรอ อ้าวไม่ไหวเหรอ ถ้าไม่ไหวก็ไม่เป็นไร นอนอยู่บ้านพักก็ได้ แต่พอรุ่งขึ้นเช้า “ผมไปด้วย ผมไปด้วย” โอเค เดี๋ยวไปทำแผลก่อนแล้วไปกัน กิจกรรมในแต่ละวันของเราหลักๆก็จะเป็น ขี่จักรยานไปตลาด ใส่บาตรแต่เช้า หาอาหารเช้าทาน ซื้อกลับไปฝากเสือหกเข็ม พาไปทำแผล แล้วก็ไปทำกิจกรรม ซึ่งก็ประกอบไปด้วย เข้าไปเที่ยวสวนมะพร้าว ไปดูการเผามะพร้าวน้ำหอมของแท้ ไปดูการทำมะพร้าวขาว (มะพร้าวแก่ที่จะปอกเปลือก และปลอกผิวสีน้ำตาลออกจนเหลือผิวขาวๆ เพื่อส่งไปยังโรงงานทำกะทิ ดูลิงกังเก็บมะพร้าว ในทุกขั้นตอนพวกเราได้ลงมือทำจริงๆทุกขั้น ต้องบอกเลยว่าชาวบ้านพี่ๆ ป้าๆ น้าๆ อาๆ ใจดีจริงๆ ใจเย็นๆค่อยๆสอน ค่อยๆให้ลองทำ ไม่ใจร้อน ไม่ดุไม่ว่า ทำยังไม่ได้ ก็ค่อยๆสอน ให้ลองทำแล้วทำอีกจนทำได้ ขอบคุณจริงๆค่ะ และอยากขอแนะนำนะคะ ไปเที่ยวกันเยอะๆค่ะ ยกเว้นปีนเก็บมะพร้าวอย่างลิง เราได้ยืนดูกันจริงๆ ไม่ได้ปีนขึ้นไปเก็บ (ฮา) นอกจากนี้ยังได้ไปดูหมู่บ้านชาวประมง และการทำปลาฉิ่งฉั้งกันด้วย นอกจากนี้ เรายังได้ไปหัดเล่นเรือใบกันด้วย เสือหกเข็มของเราก็ได้เล่นนะ แผลห้ามโดนน้ำ ครูเล็กกับครูบูลย์ที่เป็นครูสอนเล่นเรือใบ กรุณามากๆ บอกว่ามาแล้วต้องได้ทำเหมือนเพื่อน รับปากว่าแผลไม่เปียก แล้วก็ไม่เปียกจริงๆด้วย แต่พอคนอื่นในกลุ่มไป เปียกทุกคนค่ะ 555 แต่สนุกมากๆค่ะ เสือหกเข็มเราทำเกือบทุกอย่างที่เพื่อนทำ ยกเว้นเล่นเรือกล้วยกับเล่นน้ำทะเล ซึ่งโอดครวญมาก อยากเล่นใจแทบชาด แต่ครูแมวต้องใจแข็งมากๆที่จะต้องไม่อนุญาตให้เล่น เพราะแผลยังห้ามโดนน้ำอยู่ ไปทุกที่ที่เพื่อนไป อ้อเกือบลืมไป เราไปเยี่ยมชมเรือโบราณด้วยนะ ซึ่งเรือโบราณนี้มีประวัติอันยาวนาน นับร้อยๆปีเลยหล่ะ เด็กๆเห็นกระป๋องแป้งฝุ่นก็ถามว่าเขาเอาแป้งมาทำไมเหรอ ก็ได้รับคำตอบว่าเขาเอามาถูหาเลข งงกันใหญ่ โถใสจริงๆเด็กครูแมว กว่าจะอ๋อ ก็เล่ากันอยู่นาน แล้วก็อยากลอง ไหนทำยังไง ทำยังไง เอ้าลอง ถูกันใหญ่ บางคนก็เห็น บางคนก็ไม่เห็นก็ถูอยู่นั่น ไปที่อื่นต่อกันเถอะ (แล้วก็ไม่รู้ว่ามีพ่อแม่ใครรวยจากงานนี้มั่งมั้ย) แล้วเราก็ไปดูเครื่องสีข้าวขนาดย่อมของชุมชน แล้วยังไปปั่นจักรยานที่ปั่นแล้วเห็นปั้มน้ำเพื่อเอาไปรดน้ำต้นไม้ได้ด้วย แล้วเราก็ได้ไปดูการทำแก๊สชีวภาพด้วย (ทำจากมูลสัตว์) ชาวบ้านประหยัดสตางค์ได้เยอะ ไม่ต้องซื้อแก๊สแอลพีจี ใช้ได้ไฟแรงเหมือนกันเลย ชาวบ้านบอกว่า ขี้ดี ใช้ประโยชน์ได้หมด ยกเว้นขี้เดียวที่ไม่ดี คือขี้เกียจ เออสอนดีจัง นอกจากนี้เราก็ไปเที่ยวถ้ำ เข้าวัดไหว้พระ ทำบุญ ตามรอยเสด็จประพาสของในหลวง ร.5 ด้วย

แล้วค่อยมาต่อไฮไลท์ของเรา ขี่จักรยานขึ้น – ลงเขาธงชัยกัน มาดูสิว่าเสือหกเข็มของเราจะขี่ไหวมั้ย ใครขี่ขึ้นเขาไหว และใครไม่ไหวบ้าง ใครขึ้นไปแล้วลงไม่ได้ มีใครกลิ้งลงเขา หรือ ไปเบรคกับอะไรบ้างมั้ย (ลืมบอกไปทุกกิจกรรมที่เราไปทำเราขี่จักรยานเป็นพาหนะตลอดเลยนะ)
"เรื่องของกำลังใจไม่ใช่จักรยาน"
รูปประจำตัวสมาชิก
pookhem
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1188
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.พ. 2009, 13:46
Tel: no
team: ครอบครัวพ่อห่าน มีคันเล็กๆ ตามหลายคัน
Bike: จักรยานล้อเล็กๆ
ตำแหน่ง: ถ. ราชดำเนิน เขตพระนคร กทม 10200

Re: สรุปทริปหอบจักรยานขึ้นรถไฟไปปั่นเรียนรู้วิถีชีวิต และทำจิตอาสา ที่บ้านกรูด สนุกและประทับใจสุดขีด

โพสต์ โดย pookhem »

:idea: ขอบคุณครับ
เสือหม่อม
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 40
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ส.ค. 2011, 20:12
Tel: 029932938

Re: สรุปทริปหอบจักรยานขึ้นรถไฟไปปั่นเรียนรู้วิถีชีวิต และทำจิตอาสา ที่บ้านกรูด สนุกและประทับใจสุดขีด

โพสต์ โดย เสือหม่อม »

ผ่านไปสามสี่วันเด็กๆของเราเริ่มอ่อนเปลี้ย ร่วงผล็อยเจ็บป่วย เป็นไข้ไม่สบายไปทีละคนสองคน โถเด็ก ไม่ค่อยคุ้นชิ้นกับการเดินทางไกล อยู่บนรถไฟแสนหนาวติดต่อกันหลายชั่วโมง (ยังไม่มีการเตรียมการ เอาเสื้อแจ๊คเก็ตไป เผื่อหนาว นี่แหละลูก มีอีกหลายเรื่องเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยอีกมากมายที่หนูจะต้องเรียนรู้ในชีวิต) ไม่เป็นไรป่วยก็พัก กินยาแล้วนอน (ครึ่งวันก็แล้ว ยังไม่ไหว วันนั้นเด็กๆนอนกันเต็มวันเลย แล้วก็มีพลังเต็มที่ ลุยกันต่อได้) เราออกไปสำรวจท้องทะเล และชายหาดยามค่ำคืนกันบ้าง ที่ร้านขายของที่ระลึกของพี่ปุ๊กกับพี่วี มีจักรยาน สองตอน สามตอนให้เช่า เด็กๆอยากขี่ เอาลูกเอา ปรากฏพี่เขาใจดีมากไม่คิดเงินพวกเราเลยให้เด็กๆ เอาไปขี่เล่นฟรี เจ้าเสือหกเข็มของเราเริ่มซ่า บ่นมาหลายวันว่าอยากขี่จักรยานบ้างเห็นเพื่อนขี่กันตัวเองไม่ได้ขี่เบื่อจะแย่ อยากขี่ใจจะขาด แต่หมอบอกว่าอย่าพยายามใช้เท้าที่เจ็บมากเพราะเลือดยังออกอยู่ เดี๋ยวแผลไม่แห้ง แล้วจะไปใหญ่ เลยยังไม่ขี่ แต่ตอนนี้เอาไงดี เพื่อนๆน้องๆ ก็เห็นใจอยากให้พี่ได้ขี่ด้วย ก็เอาไงดีหล่ะ ปรึกษากันใหญ่ เอางี้เราก็ขี่แบบสามตอนให้พี่กชนั่งตรงกลางแล้วก็ปั่นบ้างไม่ปั่นบ้าง เอาเท่าที่พอไหว แล้วก็นั่งไปด้วยกันได้ ได้มั้ยคะ/ครับครู โอ้โฮ รวมพลังช่วยเหลือกันขนาดนี้แล้วครูจะไม่ยอมก็ออกจะใจร้ายเกินไปแล้วนะ โอเคค่ะ เย้.... แล้วค่ำคืนนี้ก็เป็นคืนที่เราทุกคนขี่จักรยานกันอย่างสนุก มีความสุขมาก อากาศดี ถนนว่าง ขี่สบายปลอดภัย วิวสวย อะไรก็เป็นใจไปหมดเลย สุดยอดเลยเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วโดยพวกเราไม่ทันรู้ตัว ทำไมเราขี่กันมาเกือบสองชั่วโมงแล้วเหรอเนี่ย ยังไม่เหนื่อยเลย แต่มันสามทุ่มกว่าแล้วลูก กลับเถอะเอารถไปคืนพี่เขา เดี๋ยวพี่เขารอปิดร้าน ค่ะ/ครับ ตอบกันอย่างเสียงดังฟังชัด ถึงแม้จะยังเสียดาย อยากขี่ต่อ แต่เด็กๆพูดรู้เรื่องเสมอ ครูชื่นใจในตัวพวกหนูมากค่ะ คืนนี้เรานอนหลับฝันหวานถึงค่ำคืนที่เพิ่งผ่านมากันอย่างเป็นสุข เสือหกเข็มของเราคงมีความสุขมากกว่าใคร ครูก็มีความสุขที่เห็นพวกเรารักและช่วยเหลือกันแบบนี้
ตลอดทริปนี้พี่สองคนคือพี่วีกับพี่ปุ๊ก (รวมทั้งครูบูลย์ ครูธรรมรัตน์ และท่านนายกธงชัย นายกเทศบาลบ้านกรูดด้วย)ดูแลพวกเราอย่างดีมาก พาเที่ยวตลอด บางวันถึงกับปิดร้านพาเราไปเที่ยวเลยหล่ะ แถมพอเราไปทำกิจกรรมมากันจนเหนื่อย พี่เขาก็เอามะพร้าวน้ำหอมในตู้เย็นที่เขาเตรียมไว้ขายมาเลี้ยงพวกเราจนหมดตู้เลย ยี่สิบกว่าเกือบสามสิบลูก เลี้ยงค่ะ ให้เงินก็ไม่เอา พี่เขาบอกว่าเลี้ยงลูกเลี้ยงหลาน แถมเวลาเราซื้ออะไรก็ให้ราคาถูกเป็นพิเศษ สุดยอดเลยหล่ะ พี่เขาบอกไม่ต้องการอะไรมาก ขอแค่ให้เราบอกต่อและกลับมาอีกก็พอ โหเราต้องบอกต่อแน่ถึงพี่ไม่ขอเราก็จะทำ ไปเที่ยวบ้านกรูดกันเยอะๆนะคะ ชาวบ้านใจดีมากๆ แม่ค้าแม่ขายในตลาดนะพอเห็นเด็กมา ข้าวแกงปกติขายจานละ 20 บาทคิดเด็ก 15 บาทเองแล้วให้กับข้าวเพียบแถมอร่อยมากด้วย งงมั้ยหล่ะเขาเอ็นดู ลดราคาให้โดยไม่ได้ร้องขอเลยนะ เนี่ยน้ำใจใหญ่โตที่หาไม่ค่อยได้ในยุคนี้ในสังคมเมือง

ว้า....ว่าจะขึ้นเขาธงชัยวันนี้ยังไม่ได้ขึ้นอีกจนได้ พรุ่งนี้นะ สัญญา พรุ่งนี้มาดูกันว่าเสือหกเข็มตื่นมาแล้วจะเจ็บแผลมั้ย ไปขี่ขึ้นเขาได้หรือเปล่า พรุ่งนี้จริงๆ สัญญา
"เรื่องของกำลังใจไม่ใช่จักรยาน"
เสือหม่อม
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 40
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ส.ค. 2011, 20:12
Tel: 029932938

Re: สรุปทริปหอบจักรยานขึ้นรถไฟไปปั่นเรียนรู้วิถีชีวิต และทำจิตอาสา ที่บ้านกรูด สนุกและประทับใจสุดขีด

โพสต์ โดย เสือหม่อม »

เช้าแล้ว เสือหกเข็มมีเลือดออกที่แผลเยอะกว่าเมื่อวาน เจ็บมั้ยลูก ไม่มากครับ ทนไหว ผมขี่ได้แล้ว ขอขี่นะครับ ครูขอถนอมแผลอีกวันนะ เก็บไว้ขี่ขึ้นเขาธงชัยดีกว่า (หน้าละห้อย) ก็ได้ครับ
เรากำลังจะออกไปทานข้าวเช้ากัน วันนี้ไปสายกว่าปกติ เด็กๆเห็นเขากำลังกวาดหาดทรายกันอยู่ บอกครูแมวเราไปช่วยเขากวาดกันมั้ย เอาสิลูก แล้วพอไปบอกแป๊บเดียวพี่ปุ๊กกับพี่วีมาเลยไม้กวาดและอุปกรณ์ต่างๆ แล้วเราก็ช่วยกันกวาดอย่างสนุกสนานมาก พวกเรา คนทำความสะอาดหาด พี่ปุ๊ก พี่วี ครูบูลย์ ครูธรรมรัตน์ พี่บี พี่กฤชบางหลวง ThaiMTB (คนที่จัดขี่จักรยานเพื่อน้อง 1กมแลก 10บาท จากดีแทคน่ะแหละ มีน้ำใจมากตามไปช่วยดูแลเด็ก) กว่าจะเสร็จก็ปาเข้าไปสิบโมงครึ่งแล้ว ตลาดวาย ครูบูลย์เลยพาไปกินอาหารตามสั่ง ที่ร้านกาแฟโบราณ ดั่งเดิมขนานแท้ ก็ทานประเภทข้าวไข่เจียว ผัดซีอิ้ว ข้าวผัด อะไรทำนองนี้แหละ เพราะที่ร้านบอกไม่ค่อยมีของแล้ว หมด (คนที่นี่เขาตื่นเช้ากัน) แต่ที่แจ๋วสุดๆ ก็คือ ชาเย็น กับกาแฟเย็นค่ะ เด็กๆดีใจมากได้ชาเย็นแสนอร่อย ชื่นนนนนนนนนนใจ เสร็จแล้วพวกเราก็ไปเที่ยวย่านชุมชนโบราณ แบบที่เป็นบ้านไม้เก่าๆ แบบเดิมๆ มีร้านตัดผมเก่าแก่ ที่ได้ลงในหนังสือ อสท เมื่อหลายปีก่อน มีฝรั่งมาเที่ยวก็มาตามหาร้านนี้ตามในหนังสือ มานั่งตัดผม แล้วพอปีหนึ่งผ่านไปก็กลับมาตัดอีก เจ๋งๆๆ ช่างตัดผมก็ยังเป็นกัลบกคนเดิม แก่มากแล้ว ลุงแกบอกว่าตัดผมส่งลูกเรียนจนได้ดิบได้ดีไปหลายคน (จำรายละเอียดไม่ได้ น่ะ ลุงแกเล่าให้ฟังว่ามีลูกกี่คน คนในจบอะไรทำอะไรกินอยู่ แต่เราฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง เพราะลุงแกพูดภาษาถิ่น แบบดั้งเดิมจริงๆ เราฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่คุณกฤชฟังรู้เรื่อง แหลงใต้ได้ด้วย) พอเย็นๆ พี่ปุ๊ก พี่วี ครูบูลย์กับครูธรรมรัตน์ ก็พาเราไปขี่จักรยานเลียบชายหาดเล่น วิวดีมีความสุขมาก เสือหกเข็มของเราก็ปั่นด้วย (ปั่นเองด้วยนะ) หลังจากออดอ้อนกันอยู่นาน

เช้าวันรุ่งขึ้นเด็กๆนัดกับพี่กฤชว่าจะไปขี่ขึ้นเขาธงชัยกันตอนเจ็ดโมงเช้า เรากำชับเด็กๆว่าต้องพร้อมล้อหมุนเจ็ดโมงเลยนะอย่าให้พี่กฤชต้องรอ ปรากฏว่าเด็กๆตื่นเต้นมาก ตื่นกันแต่มืดเสร็จเรียบร้อยกันก่อนเจ็ดโมงตั้งนาน เอ้าพร้อมแล้วออกไปรอพี่กฤชข้างนอก อ้าว พี่กฤชก็พร้อมแล้วเหมือนกัน งั้นไปเลยดีกว่า ระหว่างทางไปพี่กฤชก็สอนโน่นสอนนี่เกี่ยวกับเทคนิคการขี่ การขี่เป็นกลุ่ม การนำ การตาม การให้สัญญาณมือ และอื่นๆอีกมากมาย (ก่อนหน้านี้ก็สอนกันมาเรื่อยๆ) พอไปถึงตีนเขามองขึ้นไป หา (ตาโต) โอ้โห ไวมั้ยเนี่ย เอ้ามานี่กันก่อน (พี่กฤชเรียก) ตกลงกันก่อน แล้วพี่กฤชก็สอนเทคนิคการขี่จักรยานขึ้นเขา การใช้เกียร์ การทิ้งช่วง การมองเพื่อน การระวังกันและกัน แล้วยังเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยอีกมากมาย เอ้าพร้อมยัง พร้อมแล้วไป หนุ่มๆดูเหมือนจะไม่มีปัญหา ขึ้นไปลิ่วเลย รวมทั้งพ่อเสือหกเข็มของเราด้วย เป็นไง ห้าวมั้ย แต่สาวๆท่าจะแย่ รวมทั้งคนแก่อย่างเราด้วย อุ้ย ไปไม่ไหว หยุด เอาไม่ มาตั้งต้นตรงนี้ พี่กฤชคอยช่วยกำกับ คอย ให้กำลังใจ ให้จังหวะ (ทำสารพัด) เอ้ครูแมวยิ่งเปลี่ยนเกียร์ทำไมยิ่งเหนื่อยยิ่งไม่ไหวเนี่ย ปรากฏมารู้ทีหลังเป็นความซื่อบื้อของครูเอง ไม่คุ้นกับจักรยานคันนี้เปลี่ยนเกียร์ไม่เป็น เกียร์มันกลับตาลปัตรกับจีทีที่เคยขี่ (จีทีขึ้นเขาขึ้นเนินต้องเป็นเกียร์ 1 เกียร์ 2 แต่คันนี้มันต้องไปเป็นเกียร์ 6 เกียร์ 7 แต่เราดันไปใช้เกียร์ 1 เกียร์ 2 เหมือนเดิม เป็นไงหล่ะ) อีกนิดเดียวแต่ครูไม่ไหวแล้วจริงๆ คนแก่เหนื่อย พอแม่ปูรวนลูกปูก็เลยไม่ไหวไปด้วย ลงตามครูแมวทีละคนสองคน เภายังเป็นสาวน้อยตัวเล็กนุ่มนิ่มคนสุดท้ายที่ยังไม่ลงเข็น ขาก็ปั่นไป ปากก็ร้องไป ไม่ไหวแล้ว ไม่ไหวแล้ว อีกนิดเดียว อีกนิดเดียวน่ะ มีเสียงร้องเชียร์จากหลายคน ต้องเดือดร้อนพี่กฤช ขี่ไปดุนหลังในที่สุดก็ขึ้นไปถึงจนได้ เภาจึงเป็นผู้หญิงคนเดียว ในบรรดาสาวๆ (+หนึ่งแก่)ที่ขี่ขึ้นไปถึง และพี่กฤชก็ได้เป็นฮีโร่มากๆของพวกเรา เพราะพี่เขาขี่จักรยานขึ้นเขาไปด้วย มือนึงก็ดันหลังอีกคนที่ขี่จักรยานไม่เก่งเลยขึ้นเขาไปด้วยได้ สุดยอดประทับใจเลยหล่ะ ส่วนหนุ่มของเราที่คิดว่าฉลุยปรากฏว่ามีคนล้มได้แผลถลอกนิดหน่อย ไม่เป็นไร พวกนี้เขาแข่งกันเก็บคะแนนเจ็บ (ฮา) ในที่สุดทุกคนก็ขึ้นมาถึงยอดเขาจนได้ ไหว้พระ ชมวิว ถ่ายรูปกันเสร็จเรียบร้อย คราวนี้ถึงตาลงกันบ้างหล่ะ มาเตรียมตัว โอ้ยหนูกลัว พี่กฤชก็สอนวิธี และเทคนิคต่างๆในการลงเขาก่อน อย่างงี้นะอย่างงั้นนะ เอ้าลองทำ ลองตรงนี้ก่อน ไปพร้อมแล้วลง ไม่เอา หนูไม่ไป หนูไปไม่ได้ หนูกลัว ผู้ชายได้นะ ได้ครับ ลงไปก่อน ค่อยทยอยกันลงไป เอ้าไป ไป (พี่กฤชคอยปล่อยตัวลง ทีละคน สองคน) เอ้าสาวๆมา หนูกลัว หนูไม่ไป ไปได้ ไปพร้อมพี่ มาเริ่มตรงนี้ พี่กฤชให้กำลังใจ ในที่สุดก็ลงไปทีละคน สองคน หมดทุกคนจนได้ แล้วพี่กฤชก็คอยกำกับตลอดทาง ค่อยๆเบรก ปล่อยเบรก กำกับตลอดทาง พอลงไปได้สักหน่อยเริ่มสนุก ว้าวววววววว หนูทำได้ หนูทำได้ ไชโย หนูทำได้จริงๆ เป็นเสียงของสาวน้อยของเรา นั่นแหละลูก แล้วหนูก็ได้รู้ว่าหนูมีพลังที่จะทำอะไรได้อีกเยอะ ทำอะไรที่หนูไม่คิดว่าหนูจะทำนั่นหล่ะ ลูกสาวของครูน่าภูมิใจจริงๆ ส่วนสี่หนุ่มของเรา ลงมาถึงแล้วติดใจ ไปอีก อ้าวสาวๆจะไปมั้ย ไม่ไปค่ะ ขี่ขึ้นไม่ไหว งั้นอยู่ข้างล่างรอถ่ายรูป หนุ่มๆขึ้นไป ลงมาแล้ว ลงมาแล้ว ถ่ายรูปเร็ว ถ่ายได้มั้ย ได้ ได้แล้ว อุ้ยแต่มันเป็นวีดีโออย่างเดียว ภาพนิ่งยังถ่ายไม่ได้เลย ขึ้นไปใหม่เร็ว เดี๋ยวจะถ่ายภาพนิ่งให้ โอ๊ะ ก็ได้ แต่คราวนี้ต้องถ่ายให้ได้นะ ไม่ได้หล่ะน่าดู มันเหนื่อยแล้วนะอือ ได้น่ะ เอ้าขึ้นไปใหม่ ลงมาแล้ว แชะ แชะ แชะ แชะ ได้ยัง ได้มั้ย หนุ่มๆ ถาม ยังไม่ได้เลย สาวเจ้าตอบ โอ๊ะ โถ่ ไม่เอาแล้ว ไม่ได้ก็ไม่ได้ อิอิ ล้อเล่นน่า ถ่ายได้แล้ว โอ้ ค่อยยังชั่ว เก็บภาพกันอีกนิดหน่อย กลับบ้านพักกันเถอะ ไปเก็บของเตรียมตัวเดินทางกลับ พี่กฤชก็จะกลับแล้วเหมือนกัน และแล้วก็ถึงเวลาล่ำลา ขอบคุณพี่กฤชกับพี่บีมากเลยนะครับ/คะ พวกเราได้ความรู้เรื่องการขี่จักรยานเพิ่มขึ้นมากๆเลย ไม่ใช่เฉพาะนักเรียน ครูแมวก็ด้วย เรื่องจักรยานครูแมวก็ไม่มีความรู้เลยอย่าว่าแต่หางอึ่ง ก็เริ่มต้นและเรียนรู้ไปพร้อมเด็กๆ ต้องยอมรับว่าเด็กผู้ชายเขาเรียนรู้ไปได้เร็วและไกลกว่าเราตั้งเยอะ แต่เราก็มีความสุขที่จะเรียนรู้ไปด้วยกัน เรียนรู้จากกันและกัน เรื่องนี้ครูก็ยังให้เด็กสอนครูอยู่บ่อยๆเลย ขอบใจนะลูก ถ้างานนี้ไม่ได้พี่กฤชเราอาจจะขึ้นลงเขากันไม่สำเร็จและอาจมีเจ็บตัวกันมากกว่านี้แหงเลย ขอบคุณอีกครั้งจากใจของพวกเรานะคะ

ตอนบ่ายพี่ๆเขาขับรถมาพาพวกเราไปไหว้กรมหลวงชุมพร ละไปดูค่างแว่นเป็นของแถมก่อนกลับ เสร็จแล้วก็ช่วยแพคของที่เราซื้อกลับบ้าน เช่นมะพร้าวเผา ปลาเค็มตัวเล็กๆ เปลือกหอยชนิดต่างๆ แล้วขนไปส่งที่สถานีรถไฟด้วย แถมพี่เขายังทำรูปใส่แผ่นเป็นดีวีดีให้พวกเราเอากลับไปดูที่บ้านด้วยนะ สุดยอดจริงๆ ประทับใจสุดๆ ท้ายนี้พวกเราอยากขอบคุณ ท่านนายกเทศบาลบ้านกรูดที่ดูแลเราตลอดเวลาตั้งแต่ไปถึงจนกลับ ขอบคุณที่มีชายหาดสะอาดมาก ไม่มีร่มกับเตียงผ้าใบเต็มไปหมด รักษาทัศนียภาพที่สวยของทะเลไว้ให้พวกเรา ขอบคุณพี่ปุ๊ก พี่วี ครูบูลย์ ครูธรรมรัตน์ ทีพาพวกเราเที่ยว ดูแลทุกเรื่อง เป็นธุระ รวมถึงเป็นห่วงเป็นใยเราตลอด ขอบคุณน้ำใจแสนดีของชาวบ้านกรูดทุกคน อยากให้ไปเที่ยวบ้านกรูดกันเยอะๆ และอนุลักษณ์ทุกอย่างให้เป็นเหมือนเดิมตลอดไปนะคะ อย่าให้ความเจริญทำลายคุณงามความดีที่มีอยู่ (พี่เขาฝากมาบอกว่าถ้าไปเที่ยวขอให้ติดต่อผ่านเทศบาล แล้วจะได้รับการดูแลอย่างดี และจะประทับใจเหมือนที่พวกเราได้รับค่ะ ท่านนายกธงชัยยินดีต้อนรับทุกท่านเสมอค่ะ แล้วพวกเราจะกลับไปบ้านกรูดใหม่ในบรรยากาศ เขื่อน เขา น้ำตก และฟาร์มขี่ม้าค่ะ แล้วพบกันใหม่ค่ะ :D :) :lol:
"เรื่องของกำลังใจไม่ใช่จักรยาน"
ตอบกลับ

กลับไปยัง “สรุปทริป / รายงานการปั่น”