อะไรที่เค้าบอกว่าเอาอยู่ คือเอาไม่อยู่ ถ้าเค้าบอกไม่ท่วม คือจะท่วม ให้เตรียมการช่วยเหลือตัวเอง ดีกว่ารอจนเป็นผู้ประสบภัย แล้วรอให้คนอื่นมาช่วย
1. เรื่องบ้านให้เก็บของสำคัญขึ้นชั้นสองให้หมด ถ้ามีชั้นเดียวก็หาโต๊ะหรือ อะไรให้สูงกว่าพื้นบ้านมากกว่าหนึ่งเมตร
2. อย่าคิดว่าบ้านมีชั้นสองแล้วจะใช้วีวิตอยู่ในบ้านได้ แต่ถ้าอยู่ได้คุณก็จะประสบกับภาวะโรคเครียดไปอีกเป็นเดือน
3. ถ้าคิดว่าจะอยู่ ถามตัวเองก่อน อาหารและน้ำมีพอจะอยู่ได้ถึงสองเดือนหรือเปล่า ห้องน้ำจะใช้ได้ไม๊ ถ้าถูกตัดไฟแล้ว จะอยู่ได้ไม๊ ถ้าคำตอบว่าสามารถอยู่ได้ก็จงอยู่ต่อไป ถ้าไม่ได้ก็ออกมาซะเหอะ
4. กระสอบทรายอย่าคิดว่ามันจะกั้นน้ำไม่ให้เข้าบ้านคุณได้ ผมหมดไปเกือบหมื่นไอ้ค่ากระสอบทรายเนี่ย (ถุงละสี่สิบาท) กั้นประตูรั้วหน้าบ้านที่รถเข้าออก ประมาณห้าสิบเซนจากพื้นถนน เอาแผ่นฝ้าแบบเรียบมาปิดตามช่องรั้วบ้านที่เป็นลูกกรง แล้วยิงซีลิโคน กั้นกระสอบทรายประตูหน้าบ้าน และหลังบ้าน มันก็ยังเข้ามาได้
5. บางบ้านมีฐานะหน่อย ลงทุนซื้อเครื่องไดโว่ สูบน้ำ ถามว่าคุณจะนั่งเฝ้าเครื่องนี้ได้สักกี่วัน ปริมาณน้ำเข้ามันมากกว่า น้ำที่เครื่องประติ๋วสูบออกหลายเท่า บ้านเพื่อนผมเปลี่ยนเวนกันมาสูบน้ำ ไม่ได้หลับไม่ได้นอน สุดท้ายก็ต้องอพยพ
6. ถ้าตัดสินใจว่าจะไม่อยู่ให้ทำตามข้อ 1 แล้วปิดบ้านล๊อกกุยแจหน้าต่างให้มิดชิด ถ้ามีกุญแจคล้อง ก็ให้ล๊อกนอกบ้านไว้อีกชั้นนึง (กันพวกแมวน้ำมันชอบมาในตอนดึก ๆ) ปิดดีแล้ว เอาซิลิโคนยิงตามขอบประตูหน้าต่างให้หมด อันนี้คือกั้นน้ำที่จะซึมเข้ามาในตัวบ้าน แล้วเอากระสอบทรายปิดหน้าประตูหน้าบ้านหลังบ้านไว้อีกชั้นนึง
7. หาอุปกรของใช้เครื่องใช้ที่คุณคิดว่ามีประโยชน์กับคุณ ทำให้คายเครียดได้ ในระยะเวลาสองเดือนที่คุณต้องจากบ้านมา ติดตัวมาได้ ของผมเอาจักรยานเสือภูเขา ออกมา กับจักรยานพับหนึ่งคัน ไว้ปั่น ๆ ๆ อยากไปไหนก็ไป ไม่ต้องง้อรถ ได้ออกกำลังกายทุกวัน
คิดว่าข้อเขียนนี้คงมีประโยชน์กับเพื่อน ๆ อีกหลายคนที่ยังไม่โดนน้องน้ำตามมาที่บ้านนะครับ
นาย Chatdy
http://www.facebook.com/addpaktai
รูปนี้ที่บ้านผมครับ

ป้อมยาม รปภ รถเข้าหมู่บ้านต้องแลกบัตร แต่เรือเข้าไม่รู้ต้องแลกหรือเปล่า














