อาวุธลับคู่จอมราชัน Paolo Bettini
หลังจากที่ฤดูกาลที่แล้วทาง specialized ได้สนับสนุนทีม Quick Step ด้วยถรพิเศษ Tarmac SL2 แบบไม่ธรรมดาสำหรับยอดสปรินท์เตอร์อย่าง Tom Bonen ไปแล้ว ปีนี้ทาง Specialized ได้ตัดสินใจสร้างเฟรม Tarmac SL2 แบบพิเศษนั้นออกมาแบบอุตสาหกรรมและได้รับเลือกไปใช้เป็นอาวุธประจำการนักแข่งเกือบทั้งหมดของทีม Quick Step สำหรับสู้ศึกปี 2009 นี้ทันที
จุดแตกต่างจาก Tarmac SL2 ตัวพิเศษตัวเก่าหลักๆก็คือท่อคอที่ยาวกว่าเดิม เพราะตัวเก่านั้นได้รับการออกแบบสำหรับ Bonen เพื่อท่าทางการขี่ที่ดุดันเป็นหลักแต่ตัวใหม่ถูกออกแบบมาบนพื้นฐานของเฟรมระบบอุตสาหกรรมซึ่งมีท่อคอที่ยาวกว่าเดิมนิดหน่อย ซึ่งสำหรับ Bettini อาจไม่ใช่ปัญหาอะไรนักเพราะเดิมแม้เค้าจะได้เฟรมที่ท่อคอสั้นกว่าแต่ก็มีการรองแหวนขึ้นมานิดหน่อยอยู่แล้ว สำหรับ SL2 ตัวใหม่ก็ได้รับการปรับแต่งการรองแหวนให้มีองศาการขี่ใกล้เคียงเดิม
นอกจากนี้ทีมงานและ Bettini เลือกขนาดเฟรม xs หรือ 49 ซึ่งเป็นขนาดเล็กที่สุดของสายการผลิตสำหรับอาวุธคู่กายเค้าให้สัมภาษณ์ว่าเฟรมนี้เหมาะกับตัวเค้าที่สูง 169 ซม. เป็นอย่างดีสามารถทำให้เค้าก้มลงได้มากอย่างที่ต้องการและยังคงดุดันเช่นเดิมและเพื่อชดเชยระยะท่อบน Bettini เลือกที่จะใช้เสต็มยาว 120 มม. แทน (ที่น่าตกใจกว่านั้นคือ Tom Bonen ใช้เสต็มยาว 140 มม.!!)
สำหรับ Bettini รถของเค้าไม่ได้รับการดัดแปลงอะไรมากเป็นพิเศษยังคงเป้นคาร์บอน 11r ตัวปกติเทคโนโลยี FACT ที่ใช้แนวคิด tube-to-tube ในการเชื่อมต่อชิ้นส่วนโมโนค็อกของเฟรมเข้าด้วยกัน สิ่งที่ดูจะพิเศษที่สุดแตกต่างจากเฟรมปกติก็น่าจะเป็นลวดลายที่ได้รับการพ่นออกแบบเบื้องต้นมาโดยศิลปินแอร์บรัชชาวอิตาลีของสำนักออกแบบ Barza Design ซึ่งตัว Barza ก็ไม่ใช่ใครหน้าใหม่ที่ใหนแต่เป็นยอดมือแอร์บรัชที่ออกแบบตกแต่งรถระดับราชามาแล้วมากมายอาทิเช่น Luca Paolini และ Filippo Pozzato ซึงสำหรับเฟรมวางขายในตลาดนั้นผู้บริโภคอาจยังไม่ได้ใช้รายละเอียดการออกแบบเดียวกับโปรในปี '09 นี้แต่แน่นอนว่าลายพิเศษแถบรุ้งได้ถูกผลิตในจำนวนจำกัดสำหรับผู้ชื่นชอบเลือกหามาจับจองได้(หมดแล้วครับ
ทีม Quick Step ยังคงเลือกใช้อุปกรณ์ขับเคลื่อนทั้งหมดของ Campagnolo อยู่เช่นเดิม ทีมเลือกใช้ Campagnolo Super Record เสป็คเดียวกับที่ตลาดทั่วไปใช้ยกเว้นระบบชิฟต์ที่ออกแบบพิเศษสำหรับโปรที่จะมีแรงต้านในการเปลี่ยนเฟืองมากกว่าตัววางขายปกตินิดหน่อย
และสำหรับล้อทีมได้เปลี่ยนจากล้อ Fulcrum ที่เคยใช้มาย้ายมาเป็นล้อ Roval ล้อที่อยู่ในสายการพัฒนาของทาง specialized มีดุมที่โดดเด่นด้วยปลาดาวคาร์บอนและขอบที่แข็งแกร่ง นอกจากความลู่ลมที่ทั้งขอบและปลาดาวสร้างได้อย่างไม่น่าเชื่อแล้ว Bettini ก็ทึ่งกับน้ำหนักของล้อที่ให้สมรรถนะตอบสนองรวดเร็วจนน่าตกใจ
น้ำหนักรถทั้งคันของ Bettini ชั่งเมื่อติดตั้งอุปกรณ์ครบถ้วนคือ 7.18 กิโลกรัม
เสป็คของรถ * Frame: Specialized S-Works Tarmac SL2 with team-only geometry and custom world and Olympic champion livery
* Size: XS (49cm)
* Fork: Specialized S-Works FACT monocoque with tapered steerer (1 1/8" - 1 1/2")
* Brakes: Campagnolo Record D-Skeleton
* Levers: Campagnolo Record QS Ergopower "Red"
* Derailleurs: Campagnolo Record
* Cassette: Campagnolo Record steel/titanium, 11-23T
* Chain: Campagnolo Record Ultra Narrow
* Crankset: Campagnolo Record Ultra-Torque, 170mm, 39/53T
* Bottom bracket: Campagnolo Record Ultra-Torque
* Wheels: Specialized Roval Rapide Carbon
* Hubs: Specialized Roval Rapide SL
* Spokes: DT Swiss Aerolite
* Tyres: Specialized tubular
* Bars: FSA K-Force Carbon, new ergo bend, 40cm (c-c)
* Stem: FSA OS-115, 120mm x -6 degree
* Headset: Cane Creek
* Tape/grip: Specialized S-Wrap
* Pedals: Look KeO Carbon
* Seat post: Carbon fibre with alloy micro-adjust head
* Saddle: Selle San Marco Concor Light (unbranded) with custom world champion colours
* Bottle cages: Specialized Rib Cage Pro (down tube only)
* Computer: Polar CS400 Wireless with cadence
* Total bike weight: 7.18kg (15.83lb)
รายละเอียดผู้ขี่และการเซ็ทรถ
* Rider's height: 1.69m (5' 7") ; Weight: 58kg (128lb)
* Seat tube length, c-c: 415mm
* Seat tube length, c-t: 460mm
* Top tube length: 500mm (actual)
* Saddle height, from BB (c-t): 685mm
* Saddle nose tip to C of bars: 518mm
* C of front hub to top of bars: 525mm


