เมื่อวันเวลามาถึง สิ่งที่หวังย่อมไม่สมหวัง เป็นไปตามคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ว่า "มันเปลี่ยนแปลงได้ มันไม่แน่นอน" ในโลกนี้มันเป็น อนิจจัง ทุกขัง และอนัตตา คือ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่มีตัวตน อ.โอ๊ค ติดภารกิจการสอนปลีกเวลาไม่ได้ ผมต้องอยู่ช่วยงานกฐินที่สำนักปฏิบัติธรรมนิโรธาราม รักรถรักธรรม จึงเหลือ ๒ คน ด้วยความโชคดีที่มีสมาชิกสมทบสนใจปั่นด้วยคือ คุณพี่อุดม น้องอี๊ด(ชวลิต) คุณ สัมพันธ์ จากแม่สอด อ.ภมร รักษ์ย่อง คุณ ยอดหญ้า และ Jackal 2008 กทม. และคุณ ถวัลย์ คำอินทร์ รวมเป็น ๙ ท่าน ผมดีใจมาก ๆ แต่สมาชิกสมทบก็เจอภาวะต่าง ๆ ที่มันไม่แน่นอนต้องถอนตัวกลางคัน เหลือเพียง ถวัลย์ ลุงดม อ.ภมร รวมเป็น ๕ คนเท่านั้น เท่าไรก็เท่านั้น มนุษย์หากขาดสัจจ ทมะ ขันติ จาคะ โลกนี้จะอยู่กับใครได้ การเดินทางจึงเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ ๘ ต.ค.๕๔


ผมหลังจากที่ภารกิจเมื่อ ๑๖ ต.ค.เสร็จสิ้นก็รีบจับรถ(ขึ้นรถทัวร์ของเพชรประเสริฐ)จาก ชม. - อุบลราชธานี ค่ารถ ๘๑๙ บาท ค่าจักรยาน ๑๐๐ บาท รวม ๙๑๙ บาท ไปสมทบกับคณะที่ระหว่างทาง อุบล - ช่องเม็ก และมีสมาชิกใหม่จากหาดใหญ่ คือ คุณ พิชัย (ศรี) ขึ้นรถไฟจากหาดใหญ่และต่อรถไฟถึงอ.วารินชำราบ และปั่นมาสมทบกับคณะที่เส้นทาง อุบล - ช่องเม็ก รวมคณะของเราวันนี้ (๑๗ ต.ค.๕๔) ๗ คน ปั่นฝ่าแดด ลม ฝน ทุลักทุเลน่าดู ได้ประมาณ ๑๒๕ กม.แวะพักที่วัดโชครังสรรค์วราราม ท่านเจ้าอาวาสอายุ ๘๗ ปี ลูกวัดอายุ ๙๓ ปี แข็งแรงทั้งคู่ออกบิณฑบาตรทุกเช้าทั้งวัดอยู่ ๒ องค์ใจดีมาก ๆ เมตตาสูงเยี่ยม รุ่งเช้าพวกเราทำบุญถวายปัจจัยช่วยสร้างวัดจำนวน ๖๔๐ บาท ก่อนนอนหลังจากที่พรรคพวกทานอาหารเย็นเสร็จ (ส่วนผมไม่ทานแล้ว) เราได้ประชุมปรึกษาหารือกำหนดเลา เส้นทาง เพื่อความเข้าใจตรงกัน และสวดมนต์ตามภารกิจประจำวัน หลังสวดมนต์ให้แยกย้ายกันไปปฏิบัติภาวนาที่เต้นท์ใครเต้นท์มัน มีเหตุการณ์ที่ไม่ควรเกิดขึ้นแต่มันก็เกิดจนได้ คุณ ถวัลย์ ฯ ไม่ยอมเข้ารับฟังและไม่ยอมมาร่วมสวดมนต์เย็นกับคณะ ก็ไม่เป็นไรไม่ว่ากัน



๐๕.๐๐ น.ของวันที่ ๑๘ ต.ค.๕๔ พวกเราเก็บสำภาระต่าง ๆ ผมพร้อม ผอ.ขวัญใจ เข้าไปนมัสการกราบลาหลวงปู่และถวายปัจจัยให้กับวัด หลวงปู่ให้พรพร้อมกับให้เหรียญที่ระลึกกับเรา ๒ คน ผมกำลังจะอ้า..ปาก ขอเผื่อพวกเราอีก ๕ คน ยังไม่ทันได้เปล่งเสียง หลวงปู่ชิงพูดขึ้นก่อนว่า ใครมาก็ให้คนนั้นนะ ผมและ ผอ.มองตากัน โดยเฉพาะผมเองยอมรับครับว่าท่าน ไม่...ทำ...มะ...ดา (ไม่ธรรมดา) ซะแล้ว หลังจากกราบลาท่านเราก็ปั่นออกจากวัด มาเจอด่าน ช่วงเช้า ตำรวจที่ด่านสนใจกันยกใหญ่สอบถามมายังไง ไปยังไง จะไปไหน สุดท้าย ตาเหลือกไม่เชื่อว่าเราปั่นกันมาจาก พิษณุโลก ทำได้ไง เห็นไหมครับท่านนักปั่นครับ พวกเราจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนอีกหลาย ๆ คนหันมาใช้จักรยานเป็นการช่วยชาติ ช่วยโลก ได้อย่างแน่นอน พวกเรายังแถมท้ายให้อีกว่าปั่นจักรยานรักษาโรคได้ด้วย เช่นผม เป็นมะเร็งก็หาย ผอ.ขวัญใจ และ ผู้พัน พิษณุ ฯ อยากเลิกเหล้า เลิกบุหรี่ ก็เลิกได้ ลุงอุดมอายุ ๗๑ แล้วปีนี้ ยังปั่นได้เลยยังไม่พอแข็งแรงอีกต่างหาก พวกคุณจะช้าอยู่ไย ทำไมไม่รีบหาจักรยานมาปั่นเสียแต่วันนี้ และเราก็แนะนำให้เข้าไปเยี่ยมชม เว็ปป์ของ เอ็มเจไบต์ ถ้าสนใจจริงสั่งเลย ๆ ๆ

ออกจากด่านได้พวกเราก็เร่งสปีดเพื่อจะเข้าด่านช่องเม็กให้ทันก่อน ๐๙.๐๐ น. เชื่อไหมครับพอเราปั่นมาถึงเขื่อนสิรินธร ก็อดใจไว้ไม่ไหวต้องจอดเสียเวลาเก็บภาพประทับใจเอาไว้ น้ำที่กว้างใหญ่ไพศาล มีชาวบ้านออกหาปลา อากาศที่แสนจะสดชื่นในยามเช้า สวรรค์จริง ๆ เพื่อให้การเดินทางมุ่งตามเป้าเราต้องบังคับตัวเราให้ไม่หลงเพลิดเพลินชอบมาก กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ภาษาพระท่านว่า ตัณหา นั่นแหละครับ เราปั่นถึงด่านก่อน ๐๙.๐๐น. พอดี ผอ.ขวัญใจ หาที่นั่งส่งภาพเข้าเวปป์เอ็มเจไบต์ ผมรีบหาอาหารมังสวิรัติดี ๆ โชคดีผมเจอพระสองรูปกำลังบิณฑบาตร ก็เลยคว้า น้ำขวด โออิชิ ๒ ขวด ใส่บาตรรับพรเสร็จ ต้องขอโทษแม่ค้าที่ละลาบละล้วงไม่บอกกล่าวทำดังโขมย แม่ค้าชอบใจ "ไม่เป็นไร ๆ ๆ ค่ะ"

































































