เรื่องเล่าจากห้องเรียนวิชาญี่ปุ่นศึกษา : strida @JAPAN!
- tumtawan
- ขาประจำ
- โพสต์: 251
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ส.ค. 2008, 23:38
- Tel: 0891618003
- team: อิสระ
- Bike: tcr highroad
Re: เรื่องเล่าจากห้องเรียน วิชาญี่ปุ่นศึกษา มูลฐาน001
การที่เราจะเข้าใจความงามของสวนหินแห่งนี้ได้ เราต้องเเข้าใจถึง รสนิยมความงามของคนญป.ซะก่อน
ขณะที่ เอเธน ยกย่องความสมบูรณ์ในสัดส่วนแห่งโกลเด้นพรอพพอร์ชั่น-รัฐ
โบราณแถบเซาท์อิสเอเชีย มุ่งแสวงหาระบบระเบียบที่สมบูรณ์ของชีวิต ผ่านทางผังภูมิจักรวาลวิทยาอันเคร่งครัดของไตรภูมิ...คนญี่ปุ่นนิยมเสพรสที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง ...นั่นคือสิ่งที่อธิบายได้ในคำศัพท์สองคำของเขา คือ วาบิ-ซาบิ
วาบิ คือ ความเรียบง่าย ความหยาบ
ซาบิ แปลว่า ความเงียบสงัด แห้งลง ชราภาพ
ความไม่สมส่วน/ความไม่สมมาตร/การแสดงสัจจะที่แท้จริงของธรรมชาติอย่างตรงไปตรงมา
/ความสมถะ/ความเป้นเนื้อแท้-แก่นแท้ของวัตถุ/ความเป็นธรรมชาติอันไร้การปรุงแต่ง/ความล้ำลึก /ความงามอันแท้จริงที่สามารถปลุกเราให้ตื่นจากความไม่รู้
/ความเป็นอิสระจากกฎเกณฑ์-รูปแบบ/ ความเงียบสงบ-ความสงัดในจิตใจ
ความงามในความพร่อง.........
เหล่านี้คือรสงามอย่าง เซน...อย่างคน ญป.ส่วนหนึ่งยึดถือเป็นสุนทรีภาพพื้นฐาน
......
หากยึดถือกันตามนี้แล้ว.....นับได้ว่า สวนหินแห่งเรียวอันจิ คือ อันติเมทแห่งสุนทรียภาพแบบวาบิซาบิ
ดูความเขียวครึ้มของมอสที่เกาะตามซอกหลือบของหิน-ร่องรอยของคราดที่กวาดหืินกรวดสีข้าวก้อนเล็กละเอียด-ความเก่าคร่าของผนังเตี้ยที่ล้อมรอบสวนหินเอาไว้-คอมโพซิชั่นของหินแต่ละก้อนที่วางอย่างกระจัดกระจายราวธรรมชาติสร้างสรร-ที่ว่างระหว่างเกาะหินที่วางซ้อนเหลื่อมเอื้อให้ที่ว่างไหลเลื่อนไปตามสเปซนั้น...ไม่มีที่สิ้นสุด..........
.............
........
..............
...............
เมื่อคางผมเริ่มแดงจากน้ำหนักที่กดทับ เป็นเวลานาน..
ผมจึงลุกขึ้น โค้งคำนับแด่สวนหินแห่งเรียวอันจิ แล้วเดินออกมา...เปิดโอกาสให้แก่ผุ้แสวงหาคนอื่น
สร้างประสบการณรับรสงามแบบวาบิซาบิต่อไป คนแล้วคนเล่า...ไม่มีที่สิ้นสุด.....
ขณะที่ เอเธน ยกย่องความสมบูรณ์ในสัดส่วนแห่งโกลเด้นพรอพพอร์ชั่น-รัฐ
โบราณแถบเซาท์อิสเอเชีย มุ่งแสวงหาระบบระเบียบที่สมบูรณ์ของชีวิต ผ่านทางผังภูมิจักรวาลวิทยาอันเคร่งครัดของไตรภูมิ...คนญี่ปุ่นนิยมเสพรสที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง ...นั่นคือสิ่งที่อธิบายได้ในคำศัพท์สองคำของเขา คือ วาบิ-ซาบิ
วาบิ คือ ความเรียบง่าย ความหยาบ
ซาบิ แปลว่า ความเงียบสงัด แห้งลง ชราภาพ
ความไม่สมส่วน/ความไม่สมมาตร/การแสดงสัจจะที่แท้จริงของธรรมชาติอย่างตรงไปตรงมา
/ความสมถะ/ความเป้นเนื้อแท้-แก่นแท้ของวัตถุ/ความเป็นธรรมชาติอันไร้การปรุงแต่ง/ความล้ำลึก /ความงามอันแท้จริงที่สามารถปลุกเราให้ตื่นจากความไม่รู้
/ความเป็นอิสระจากกฎเกณฑ์-รูปแบบ/ ความเงียบสงบ-ความสงัดในจิตใจ
ความงามในความพร่อง.........
เหล่านี้คือรสงามอย่าง เซน...อย่างคน ญป.ส่วนหนึ่งยึดถือเป็นสุนทรีภาพพื้นฐาน
......
หากยึดถือกันตามนี้แล้ว.....นับได้ว่า สวนหินแห่งเรียวอันจิ คือ อันติเมทแห่งสุนทรียภาพแบบวาบิซาบิ
ดูความเขียวครึ้มของมอสที่เกาะตามซอกหลือบของหิน-ร่องรอยของคราดที่กวาดหืินกรวดสีข้าวก้อนเล็กละเอียด-ความเก่าคร่าของผนังเตี้ยที่ล้อมรอบสวนหินเอาไว้-คอมโพซิชั่นของหินแต่ละก้อนที่วางอย่างกระจัดกระจายราวธรรมชาติสร้างสรร-ที่ว่างระหว่างเกาะหินที่วางซ้อนเหลื่อมเอื้อให้ที่ว่างไหลเลื่อนไปตามสเปซนั้น...ไม่มีที่สิ้นสุด..........
.............
........
..............
...............
เมื่อคางผมเริ่มแดงจากน้ำหนักที่กดทับ เป็นเวลานาน..
ผมจึงลุกขึ้น โค้งคำนับแด่สวนหินแห่งเรียวอันจิ แล้วเดินออกมา...เปิดโอกาสให้แก่ผุ้แสวงหาคนอื่น
สร้างประสบการณรับรสงามแบบวาบิซาบิต่อไป คนแล้วคนเล่า...ไม่มีที่สิ้นสุด.....
- ไฟล์แนบ
-
- สวนมอส ข้างสวนหิน..ก็เป็นตัวอย่างความงามในรสเดียวกัน
- Photo0176.jpg (108.17 KiB) เข้าดูแล้ว 685 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย tumtawan เมื่อ 26 ต.ค. 2011, 23:35, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
เรื่องเล่าจากห้องเรียนวิชาญี่ปุ่นศึกษา : strida @JAPAN! : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=401592
ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711
ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409
ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711
ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409
- tumtawan
- ขาประจำ
- โพสต์: 251
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ส.ค. 2008, 23:38
- Tel: 0891618003
- team: อิสระ
- Bike: tcr highroad
Re: เรื่องเล่าจากห้องเรียน วิชาญี่ปุ่นศึกษา มูลฐาน001
ผมควรจะกล่าวเพิ่มเติมอีกนิดหน่อย เกี่ยวกับเรียวอันจิ
คือ...นอกจากมันจะเป็นตัวอย่างที่เลิศ ในรสงามแบบเซนแล้ว
สวนหินแห่งนี้ ยังแสดงให้เห้นฟังชั่นและความหมายในเชิงจิตวิญญาณ ของงานสถาปัตยกรรม
สวนหินแห่งนี้ สร้างขึ้นมาในวัดเซน เหตุสำคัญที่สุดคือ มันคือ โกอาน หรือ ปริศนาธรรรมแบบเซน (เหมือนกับโรงมหรสพทางวิญญาณของท่านพุทธทาส)
และหากเรายอมรับกันว่า งานสถาปัตยกรรม เกิดมาเพื่อรับใช้มนุษย์ทางกายภาพเป็นหลัก
กิน-ขี้-ปี้-นอน ภายใต้ชายคาแห่งสถาปัตยกรรมแล้ว
...การที่สวนหินแห่งนี้...มีความหมายที่พ้นจากฟังชั่นทางการใช้งาน-พ้นจากการตอบสนองเชิงสุนทรียภาพ ยกระดับสู่การค้นหาเชิงจิตวิญญาณแล้ว....
ความเป็น spiritual function เช่นนี้ ย่อมทำให้สวนหินแห่งเรียวอันจิ เป็นมากกว่าสวนแห้งๆธรรมดา
การได้นั่งมองสวนหิน-ขบคิดปริศนาธรรม-มองเห็นความเป็นชีวิต ตีความผ่านทางก่้อนหินทั้งสิบห้าก้อน-คำตอบอาจเหมือนกัน หรือต่างกัน ..นั่นไม่ใช่สิ่งสำคัญ
ความหมายของชีวิตปัจเจก..ย่อมมีปัจเจกเป็นเจ้าของ
เรามองเห็นสิ่งต่างจากของชิ้นเดียวกัน
ผ่านมุมมองหลากหลาย-ผ่านการตีความจากภูมิหลังที่แตกต่าง-จากระดับความคิด และความเข้าใจชีวิตที่ไม่เท่ากัน..........
ขอบเขตสวนหิน ถูกกำหนดโดยรั้วเตี้ย ทางสายตา.........แต่กินพื้นที่อนันตะ-ปริมณทลในจิตใจ...............
ไม่มีที่สิ้นสุด..........
คือ...นอกจากมันจะเป็นตัวอย่างที่เลิศ ในรสงามแบบเซนแล้ว
สวนหินแห่งนี้ ยังแสดงให้เห้นฟังชั่นและความหมายในเชิงจิตวิญญาณ ของงานสถาปัตยกรรม
สวนหินแห่งนี้ สร้างขึ้นมาในวัดเซน เหตุสำคัญที่สุดคือ มันคือ โกอาน หรือ ปริศนาธรรรมแบบเซน (เหมือนกับโรงมหรสพทางวิญญาณของท่านพุทธทาส)
และหากเรายอมรับกันว่า งานสถาปัตยกรรม เกิดมาเพื่อรับใช้มนุษย์ทางกายภาพเป็นหลัก
กิน-ขี้-ปี้-นอน ภายใต้ชายคาแห่งสถาปัตยกรรมแล้ว
...การที่สวนหินแห่งนี้...มีความหมายที่พ้นจากฟังชั่นทางการใช้งาน-พ้นจากการตอบสนองเชิงสุนทรียภาพ ยกระดับสู่การค้นหาเชิงจิตวิญญาณแล้ว....
ความเป็น spiritual function เช่นนี้ ย่อมทำให้สวนหินแห่งเรียวอันจิ เป็นมากกว่าสวนแห้งๆธรรมดา
การได้นั่งมองสวนหิน-ขบคิดปริศนาธรรม-มองเห็นความเป็นชีวิต ตีความผ่านทางก่้อนหินทั้งสิบห้าก้อน-คำตอบอาจเหมือนกัน หรือต่างกัน ..นั่นไม่ใช่สิ่งสำคัญ
ความหมายของชีวิตปัจเจก..ย่อมมีปัจเจกเป็นเจ้าของ
เรามองเห็นสิ่งต่างจากของชิ้นเดียวกัน
ผ่านมุมมองหลากหลาย-ผ่านการตีความจากภูมิหลังที่แตกต่าง-จากระดับความคิด และความเข้าใจชีวิตที่ไม่เท่ากัน..........
ขอบเขตสวนหิน ถูกกำหนดโดยรั้วเตี้ย ทางสายตา.........แต่กินพื้นที่อนันตะ-ปริมณทลในจิตใจ...............
ไม่มีที่สิ้นสุด..........
- ไฟล์แนบ
-
- ล้อครถกับรั้วไม้ไผ่ หน้าทางเข้าวัด....
ถ้าหายหน้าวัดเซนแห่งนี้ได้...ผมก้ยอมล่ะครับ - Photo0150.jpg (93.01 KiB) เข้าดูแล้ว 685 ครั้ง
เรื่องเล่าจากห้องเรียนวิชาญี่ปุ่นศึกษา : strida @JAPAN! : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=401592
ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711
ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409
ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711
ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409
- tumtawan
- ขาประจำ
- โพสต์: 251
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ส.ค. 2008, 23:38
- Tel: 0891618003
- team: อิสระ
- Bike: tcr highroad
Re: เรื่องเล่าจากห้องเรียน วิชาญี่ปุ่นศึกษา มูลฐาน001
เล่าเรื่องการปั่นมั่งครับ เด๋วจะไปไกลเกินกว่ากระทุ้จักรยาน กลายเป้นกระทู้ออกทะเลไป
พิ้นที่ส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นเป็นที่ราบสลับกับเนินเขา และภูเขา
ผู้คนพยามตั้งบ้านเรือนอยู่ตามที่ราบและเนินเต้ีย แต่ก็มักมีเนินชันเป็นส่วนประกอบอยู่เสมอ
แม้ว่าจะเป็นซิงเกิ้ลสปีด แต่ผมพบว่า สไตรด้าไม่มีปัญหากับเนินเหล่านั้น
แม้จะเป็นเนินที่ชันขึ้นมาอีกซักหน่อย ผมยังพามันขึ้นไปได้
เพราะงั้น สำหรับรถที่ล้อใหญ่กว่านี้-มีเกียรทดกำลัง
เรียกได้ว่าไม่มีปัญหาใดๆสำหรับนักปั่น.....
.....ส่วนอากาศและสภาพแวดล้อม
ด้วยความที่รถราใหม่ ผมไม่เคยเห็นรถพ่นท่อปู้ดๆดำๆควันๆขโมง
การปั่นในเมือง ผมไม่เคยได้กลิ่นท่อไอเสีย
อากาศที่เย็นสบาย ทำให้การปั่นเล่นในสปีดสบายๆทั้งวันนั้นเป็นไปได้
แต่การปั่นยาวแบบต่อเนื่องไม่หยุด-เหมือนปั่นออกทริปนั้น เกิดขึ้นได้ยาก
เพราะคนเยอะ--แยกเยอะ หยุดบ่อย
ด้วยการขี่ๆหยุดๆแบบนี้ ผมจึงคิดว่าสไตรด้านั้นเหมาะมาก
ดาฮอน-บรอมตัน ก็อาจจะโอเค..แต่ผมคิดว่าตอนโดยสารรถไฟที่ต้องจับยัดใส่ถุง อาจวุ่นวายและเสียเวลามกกว่า
อีกทั้งตอนเดินเข็นท่ามกลางคนเยอะๆตอนลง-ขึ้นรถไฟ อาจทำความรำคาญให้เขา มากกว่าแบบแคบๆสูงเหมือนรูปร่างคน อย่างสไตรด้า (ความเหนส่วนตัวนะครับ)
ผมนึกเห้นใจชาวเสือหมอบที่นี่ ด้วยความที่ตลอดการเดินทาง ผมไม่เคยเห้นถนนยาวๆกว้างๆ เหมือนถนนตามต่างจังหวัดที่สามารถไว้ซ้อมเสือหมอบได้เลย
ถ้ามี ก็เป็นไฮเวย์ไป..ซึ่งไกลและมีแต่รถวิ่งเรว
ถนนที่ใกล้ชานเมือง ก็เล็กแคบและเป้นถนนของคนเดินทางในท้องถิ่นเป็นหลัก
ในฐานะคนรักเสือหมอบ...นี่อาจจะเป็นข้อเสียข้อนึงของประเทศนี้ เท่าที่ผมเห้น
แต่พ้นจากข้อนี้แล้ว...ญี่ปุ่นดูจะเป็นอีเด็นของชาวจักรยาน
เหมือนกับที่หลวงพระบางเป็น....
พิ้นที่ส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นเป็นที่ราบสลับกับเนินเขา และภูเขา
ผู้คนพยามตั้งบ้านเรือนอยู่ตามที่ราบและเนินเต้ีย แต่ก็มักมีเนินชันเป็นส่วนประกอบอยู่เสมอ
แม้ว่าจะเป็นซิงเกิ้ลสปีด แต่ผมพบว่า สไตรด้าไม่มีปัญหากับเนินเหล่านั้น
แม้จะเป็นเนินที่ชันขึ้นมาอีกซักหน่อย ผมยังพามันขึ้นไปได้
เพราะงั้น สำหรับรถที่ล้อใหญ่กว่านี้-มีเกียรทดกำลัง
เรียกได้ว่าไม่มีปัญหาใดๆสำหรับนักปั่น.....
.....ส่วนอากาศและสภาพแวดล้อม
ด้วยความที่รถราใหม่ ผมไม่เคยเห็นรถพ่นท่อปู้ดๆดำๆควันๆขโมง
การปั่นในเมือง ผมไม่เคยได้กลิ่นท่อไอเสีย
อากาศที่เย็นสบาย ทำให้การปั่นเล่นในสปีดสบายๆทั้งวันนั้นเป็นไปได้
แต่การปั่นยาวแบบต่อเนื่องไม่หยุด-เหมือนปั่นออกทริปนั้น เกิดขึ้นได้ยาก
เพราะคนเยอะ--แยกเยอะ หยุดบ่อย
ด้วยการขี่ๆหยุดๆแบบนี้ ผมจึงคิดว่าสไตรด้านั้นเหมาะมาก
ดาฮอน-บรอมตัน ก็อาจจะโอเค..แต่ผมคิดว่าตอนโดยสารรถไฟที่ต้องจับยัดใส่ถุง อาจวุ่นวายและเสียเวลามกกว่า
อีกทั้งตอนเดินเข็นท่ามกลางคนเยอะๆตอนลง-ขึ้นรถไฟ อาจทำความรำคาญให้เขา มากกว่าแบบแคบๆสูงเหมือนรูปร่างคน อย่างสไตรด้า (ความเหนส่วนตัวนะครับ)
ผมนึกเห้นใจชาวเสือหมอบที่นี่ ด้วยความที่ตลอดการเดินทาง ผมไม่เคยเห้นถนนยาวๆกว้างๆ เหมือนถนนตามต่างจังหวัดที่สามารถไว้ซ้อมเสือหมอบได้เลย
ถ้ามี ก็เป็นไฮเวย์ไป..ซึ่งไกลและมีแต่รถวิ่งเรว
ถนนที่ใกล้ชานเมือง ก็เล็กแคบและเป้นถนนของคนเดินทางในท้องถิ่นเป็นหลัก
ในฐานะคนรักเสือหมอบ...นี่อาจจะเป็นข้อเสียข้อนึงของประเทศนี้ เท่าที่ผมเห้น
แต่พ้นจากข้อนี้แล้ว...ญี่ปุ่นดูจะเป็นอีเด็นของชาวจักรยาน
เหมือนกับที่หลวงพระบางเป็น....
- ไฟล์แนบ
-
- เนินชันในอุทธยานแห่งนารา...
ก็พอขึ้นได้นะ เเต่เหนือ่ยหน่อย - Photo0140.jpg (104.89 KiB) เข้าดูแล้ว 683 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย tumtawan เมื่อ 26 ต.ค. 2011, 17:48, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
เรื่องเล่าจากห้องเรียนวิชาญี่ปุ่นศึกษา : strida @JAPAN! : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=401592
ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711
ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409
ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711
ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409
- tumtawan
- ขาประจำ
- โพสต์: 251
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ส.ค. 2008, 23:38
- Tel: 0891618003
- team: อิสระ
- Bike: tcr highroad
Re: เรื่องเล่าจากห้องเรียน วิชาญี่ปุ่นศึกษา มูลฐาน001
ขอพักก่อนซักหน่อยนะครับ
เขียนแบบสดๆแบบนี้ ใช้ความคิดมากทีเดียว
เหนื่อยครับ
มีเวลาจะมาอัพต่อครับ
เขียนแบบสดๆแบบนี้ ใช้ความคิดมากทีเดียว
เหนื่อยครับ
มีเวลาจะมาอัพต่อครับ
เรื่องเล่าจากห้องเรียนวิชาญี่ปุ่นศึกษา : strida @JAPAN! : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=401592
ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711
ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409
ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711
ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409
- jibkijung
- ขาประจำ
- โพสต์: 272
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ธ.ค. 2010, 17:37
- team: PNP Bike Phuket
- Bike: Bianchi Nirone 7
Re: เรื่องเล่าจากห้องเรียน วิชาญี่ปุ่นศึกษา มูลฐาน001
โอ้ เสียดายจังครับ ตอนนี้ผมเรียนอยู่ที่โตเกียว
ผมไม่เห็นกระทู้ก่อนหน้านี้ ไม่งั้นจะเป็นไกด์พาปั่นเที่ยวในโตเกียวให้ครับ
ผมไม่เห็นกระทู้ก่อนหน้านี้ ไม่งั้นจะเป็นไกด์พาปั่นเที่ยวในโตเกียวให้ครับ
-
MACO
- ขาประจำ
- โพสต์: 454
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 มิ.ย. 2009, 10:09
- Tel: 0816711330
- team: ซอยตันหรรษา
- Bike: LA
- ติดต่อ:
Re: เรื่องเล่าจากห้องเรียน วิชาญี่ปุ่นศึกษา มูลฐาน001
ติดตามอ่านครับ ได้ความรู้ดีมาก

*สองปีกของความฝัน*
- tumtawan
- ขาประจำ
- โพสต์: 251
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ส.ค. 2008, 23:38
- Tel: 0891618003
- team: อิสระ
- Bike: tcr highroad
Re: เรื่องเล่าจากห้องเรียน วิชาญี่ปุ่นศึกษา มูลฐาน001
@ jibkijung -ใช่ฮะ เสียดายจัง
ผมมีเวลาที่โตเกียวหกวัน ตะลอนๆไปทั่ว ในใจนึกอยากเจอเพื่อนที่กะลังเรียนที่โตเกียวอยู่
กะจะให้มันพาตะลุยราตรี ณ.รปปงหงิสะหน่อย
เหนว่า ที่นั่นไม่ค่อยต้อนรับไกจิน
เลยอดเรียนรุโตเกียวภาคมิดไนท์ฮะ
@ ทุกท่านที่เม้นทมาทั้งบอร์ดและพีเอม...ขอบคุณที่ติดตาม
มีแรง-นึกอะไรออก จะเขียนต่อไปเรื่อยๆจนจบละกันฮะ
ผมมีเวลาที่โตเกียวหกวัน ตะลอนๆไปทั่ว ในใจนึกอยากเจอเพื่อนที่กะลังเรียนที่โตเกียวอยู่
กะจะให้มันพาตะลุยราตรี ณ.รปปงหงิสะหน่อย
เหนว่า ที่นั่นไม่ค่อยต้อนรับไกจิน
เลยอดเรียนรุโตเกียวภาคมิดไนท์ฮะ
@ ทุกท่านที่เม้นทมาทั้งบอร์ดและพีเอม...ขอบคุณที่ติดตาม
มีแรง-นึกอะไรออก จะเขียนต่อไปเรื่อยๆจนจบละกันฮะ
เรื่องเล่าจากห้องเรียนวิชาญี่ปุ่นศึกษา : strida @JAPAN! : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=401592
ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711
ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409
ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711
ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409
- tumtawan
- ขาประจำ
- โพสต์: 251
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ส.ค. 2008, 23:38
- Tel: 0891618003
- team: อิสระ
- Bike: tcr highroad
Re: เรื่องเล่าจากห้องเรียน วิชาญี่ปุ่นศึกษา มูลฐาน001
เราอาจนึกหวาดวิตกหากนำพารถจักรยานไปด้วยในต่างแดน
ตอนไปเที่ยว จะจอดยังไง?
เวลาเข้าวัดเข้ามิวเซียม จะฝากใคร?
ตอนนอน ทิ้งไว้ข้างล่างล้อบบี้ จะหายไหม?
.........
ผมเองก็คิด คิดมากทีเดียว ก่อนเดินทางว่าจะเอาไงดี?
แต่พอมาถึงญป. เห็นการจอดจักรยานของคนที่นี่ ผมเองก็โล่งใจ
รถแม่บ้านนี่ จอดกันไม่มีล้อค.....ลงรถปุ๊บจอดเลย เดินจากไปทันที
รถแพงกว่านั้นหน่อย จอดล้อคกับรั้วริมถนน แล้วเดินไปไม่แยแส
รถแพงสุดๆในสายตาผม....colnago-giant fullcarbon-pina
ทำแบบเดียวกัน....
รถผม..คันน้อยๆราคาเกินหมื่นนิดหน่อย
จอดล้อคสลิงสองเส้น.............
เอาวะ! ถ้ามันหายได้ ก็ให้รู้ไป!
ตอนไปเที่ยว จะจอดยังไง?
เวลาเข้าวัดเข้ามิวเซียม จะฝากใคร?
ตอนนอน ทิ้งไว้ข้างล่างล้อบบี้ จะหายไหม?
.........
ผมเองก็คิด คิดมากทีเดียว ก่อนเดินทางว่าจะเอาไงดี?
แต่พอมาถึงญป. เห็นการจอดจักรยานของคนที่นี่ ผมเองก็โล่งใจ
รถแม่บ้านนี่ จอดกันไม่มีล้อค.....ลงรถปุ๊บจอดเลย เดินจากไปทันที
รถแพงกว่านั้นหน่อย จอดล้อคกับรั้วริมถนน แล้วเดินไปไม่แยแส
รถแพงสุดๆในสายตาผม....colnago-giant fullcarbon-pina
ทำแบบเดียวกัน....
รถผม..คันน้อยๆราคาเกินหมื่นนิดหน่อย
จอดล้อคสลิงสองเส้น.............
เอาวะ! ถ้ามันหายได้ ก็ให้รู้ไป!
- ไฟล์แนบ
-
- ส่วนใหญ่ก็ล้อคง่ายๆแบบนี้ล่ะครับ
ด้านหน้าทางเข้่าที่เที่ยวแต่ละแห่ง จะมีที่ให้จอดจกย อยู่ครับ.... - Photo0113.jpg (117.61 KiB) เข้าดูแล้ว 654 ครั้ง
-
- โคลนาโก้กะสไตรด้า...จะเอาอะไร?
- Photo0188 (2).jpg (113.15 KiB) เข้าดูแล้ว 654 ครั้ง
เรื่องเล่าจากห้องเรียนวิชาญี่ปุ่นศึกษา : strida @JAPAN! : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=401592
ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711
ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409
ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711
ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409
- tumtawan
- ขาประจำ
- โพสต์: 251
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ส.ค. 2008, 23:38
- Tel: 0891618003
- team: อิสระ
- Bike: tcr highroad
Re: เรื่องเล่าจากห้องเรียน วิชาญี่ปุ่นศึกษา มูลฐาน001
ส่วนการเดินทางร่วมกับรถไฟนั้น....ง่ายมาก
รถไฟชินกันเซ็ฯ ทุกตู้จะมีที่ว่างด้านหลังที่นั่งตัวสุดท้ายที่กว้างขวาง วางแหมะลงไปเลยได้ง่ายๆ
รถไฟจเอาร์-โลคอลทั่วไป...หากเป็นสไตรด้า สามารถวางตั้งไว้ข้างตัว
ถ้ารถไฟมันแน่นมากๆ ก็กอด-วางตั้ง-ยืนคร่อมเอาไว้
บางที...หากจนท.เคร่งครัด ก็จะบอกให้เราห่อหรือแพคให้เรียบร้อย ใส่กระเป๋าถือขึ้น
แต่บางครัั้ง ผมก็เข็นแบบเนื้อๆขึ้นไปเลย
(ตามกฎนั้น เค้าระบุให้ห่อครับ)
ส่วนรถบัสนั้น ชิลๆ
ถือเดินขัึนแบบมึนๆเลยครับ
คนขับก็จะพูดล้งเล้งภาษา ญป.ไปอะไรไป
แต่ให้จำไว้ว่า ไม่มีชาติไหน ใจดีต่อ ไกจิน(คนต่างชาติ) เท่าคนญี่ปุ่นอีกแล้ว
คิดได้ดังนั้น ผมก็ค้อมหัว-ยิ้มรับ แล้วเดินไปนั่งแบบมึนๆ
ส่วนเครื่องบิน ก็อย่างที่รุ แพคให้เรียบร้อย ห่อใบดิสสะหน่อย ทุกอย่างก็โอเคครับ
รถไฟชินกันเซ็ฯ ทุกตู้จะมีที่ว่างด้านหลังที่นั่งตัวสุดท้ายที่กว้างขวาง วางแหมะลงไปเลยได้ง่ายๆ
รถไฟจเอาร์-โลคอลทั่วไป...หากเป็นสไตรด้า สามารถวางตั้งไว้ข้างตัว
ถ้ารถไฟมันแน่นมากๆ ก็กอด-วางตั้ง-ยืนคร่อมเอาไว้
บางที...หากจนท.เคร่งครัด ก็จะบอกให้เราห่อหรือแพคให้เรียบร้อย ใส่กระเป๋าถือขึ้น
แต่บางครัั้ง ผมก็เข็นแบบเนื้อๆขึ้นไปเลย
(ตามกฎนั้น เค้าระบุให้ห่อครับ)
ส่วนรถบัสนั้น ชิลๆ
ถือเดินขัึนแบบมึนๆเลยครับ
คนขับก็จะพูดล้งเล้งภาษา ญป.ไปอะไรไป
แต่ให้จำไว้ว่า ไม่มีชาติไหน ใจดีต่อ ไกจิน(คนต่างชาติ) เท่าคนญี่ปุ่นอีกแล้ว
คิดได้ดังนั้น ผมก็ค้อมหัว-ยิ้มรับ แล้วเดินไปนั่งแบบมึนๆ
ส่วนเครื่องบิน ก็อย่างที่รุ แพคให้เรียบร้อย ห่อใบดิสสะหน่อย ทุกอย่างก็โอเคครับ
- ไฟล์แนบ
-
- แบบใส่ถุง ในชินกันเซน
- Photo0286.jpg (47.75 KiB) เข้าดูแล้ว 651 ครั้ง
-
- แบบเนื้อๆ ในชินกันเซน
- Photo0034.jpg (56.04 KiB) เข้าดูแล้ว 651 ครั้ง
-
- แบบเนื้อๆ บนรถไฟโลคอลสายนาระ
- Photo0149.jpg (49.1 KiB) เข้าดูแล้ว 651 ครั้ง
-
- เทียบขนาดกับล้อคเก้อสถานีรถไฟ ....สบายยยย
- Photo0284.jpg (54.03 KiB) เข้าดูแล้ว 651 ครั้ง
เรื่องเล่าจากห้องเรียนวิชาญี่ปุ่นศึกษา : strida @JAPAN! : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=401592
ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711
ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409
ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711
ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409
- tumtawan
- ขาประจำ
- โพสต์: 251
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ส.ค. 2008, 23:38
- Tel: 0891618003
- team: อิสระ
- Bike: tcr highroad
Re: เรื่องเล่าจากห้องเรียน วิชาญี่ปุ่นศึกษา มูลฐาน001
การใช้ชีวิต เดินทางในญี่ปุ่น
คนญป.ทุกคนที่ผมได้เจอ...ล้วนมีกริยามารยาทที่ถ่อมตน
นอบน้อม และสุภาพอย่างถึงที่สุด...จนผมคิดว่านี่เป้นโปรโตไทป์ของคนที่นี่
แต่ในขณะเดียวกัน คุณเคยไหม...รุสึกป่วยจากการดูเอวี...เคยไหม?
ไฟ-เชือก-แส้-รุมสกรัม-บังคับข่มขู่-อุปกรณ์นานา..
ผมคิดว่า เป็นความจริงที่หนังเอวีญี่ปุ่นนั้น ...วิตถารที่สุดในโลก
เกินขอบเขตของความเย้ายวนใจไปมากมายเหลือเกิน
ทำไมชาติที่มีเนเจอร์สุภาพและขี้เกรงใจ(ขนาดไม่ยอมคุยโทรศัพท์ในที่สาธารณะ)จึงทำอะไรแบบนี้ได้?
การที่มันยังคงขายได้ (และขายดี ขนาดอุทิศหนึ่งชั้นอาคารสำหนับเซคชั่นนี้ ในตึกขายเอวี ย่านอากิฮาบาร่า) เป็นหลักฐานที่สำคัญ ที่บอกว่าคนในสังคมนี้ ชอบ-และตอบรับอะไรทำนองนี้
(นึกถึงเมืองไทย ด่าหนังน้ำเน่ากันชิบ แต่ละครหลังข่าวมีแต่น้ำเน่า.....แปลกไหม?)
.......................
.......................ทำไมกันนะ?.................
.......................................................
คนญป.ทุกคนที่ผมได้เจอ...ล้วนมีกริยามารยาทที่ถ่อมตน
นอบน้อม และสุภาพอย่างถึงที่สุด...จนผมคิดว่านี่เป้นโปรโตไทป์ของคนที่นี่
แต่ในขณะเดียวกัน คุณเคยไหม...รุสึกป่วยจากการดูเอวี...เคยไหม?
ไฟ-เชือก-แส้-รุมสกรัม-บังคับข่มขู่-อุปกรณ์นานา..
ผมคิดว่า เป็นความจริงที่หนังเอวีญี่ปุ่นนั้น ...วิตถารที่สุดในโลก
เกินขอบเขตของความเย้ายวนใจไปมากมายเหลือเกิน
ทำไมชาติที่มีเนเจอร์สุภาพและขี้เกรงใจ(ขนาดไม่ยอมคุยโทรศัพท์ในที่สาธารณะ)จึงทำอะไรแบบนี้ได้?
การที่มันยังคงขายได้ (และขายดี ขนาดอุทิศหนึ่งชั้นอาคารสำหนับเซคชั่นนี้ ในตึกขายเอวี ย่านอากิฮาบาร่า) เป็นหลักฐานที่สำคัญ ที่บอกว่าคนในสังคมนี้ ชอบ-และตอบรับอะไรทำนองนี้
(นึกถึงเมืองไทย ด่าหนังน้ำเน่ากันชิบ แต่ละครหลังข่าวมีแต่น้ำเน่า.....แปลกไหม?)
.......................
.......................ทำไมกันนะ?.................
.......................................................
- ไฟล์แนบ
-
- ย่านโรงแรมม่านรูดแบบแฟนซี...
แฟนซีอย่างที่คุณไม่มีทางจินตนาการถึงได้ - Photo0221.jpg (93.33 KiB) เข้าดูแล้ว 649 ครั้ง
เรื่องเล่าจากห้องเรียนวิชาญี่ปุ่นศึกษา : strida @JAPAN! : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=401592
ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711
ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409
ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711
ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409
- tumtawan
- ขาประจำ
- โพสต์: 251
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ส.ค. 2008, 23:38
- Tel: 0891618003
- team: อิสระ
- Bike: tcr highroad
Re: เรื่องเล่าจากห้องเรียน วิชาญี่ปุ่นศึกษา มูลฐาน001
หนังเอวีวิตถาร
การเต้นรำแบบหลุดโลกย่านฮาราจูกุ
การแต่งตัวแบบคอสเพลย์
ร้านดีวีดีโป๊ตามตรอกซอยในทุกถนน(เยอะมากจิงๆ)
เดกที่ขังตัวเองไว้แต่ในห้อง
พิธีชงชาอันสงบงามและขรึมขลัง
ร้านเมดคาเฟ่
ชายวัยกลางคนที่เป็นโอตาคุ
การเมาปลิ้นหลังเลิกงาน
...ทั้งหมดนี้ ผมคิดว่าเป็นเรื่องเดียวกัน..............
.........................................................
สังคมญี่ปุ่น เป็นสังคมที่มีระบบระเบียบในการประพฤติปฎิบัติตัวของคน นิ่งแข็งที่สุดสังคมหนึ่งในโลก
เป็นระเบียบอันเกิดจากบรรทัดฐานของคนในสังคมบังคับกลายๆ ไม่ได้เกิดจากกฎหมายบังคับ ( แบบที่สิงคโปรเป็น)
-อาวุโสถูกนับอย่างเคร่งครัด (การเลื่อนตำแหน่งใดๆ ไม่มีทางข้ามหัวกันได้)
-ธรรมเนียมเรื่องความสุภาพอ่อนน้อม และปฎิบัติต่อกันอย่างมีมารยาท กลายเป็นวิถี่ปฎิบัติของทุกคน ( เคยเหนคนลาจากกัน โค้งให้กันจนไฟเขียวเปลี่ยนเปนไฟแดงก็ยังไม่เลิกโค้ง)
-คนในองกรค์เดียวกัน ถูกคาดหวังให้มีความกลมกลืนกลมเกลียวอย่างที่สุด ( การลงคะแนนในแต่ละองกร มักเป็นเอกฉันท ไม่ใช่เพราะเหนตรงกันร้อยเปอเซน แต่เพราะถูกล้อบบี้ไว้ก่อนหน้าการประชุมแล้ว)
-ผู้นำครอบครัว-แม่บ้าน-ลูก แต่ละคนล้วนมีบทบาทที่ถูกวางไว้อย่างชัดเจน
ชีวิตทุกคน ในทุกช่วงเวลา ดูเหมือนถูกวางแผนและตีกรอบเอาไว้อย่างนิ่งแข็ง
การปฎิบัติตัวต่างออกไปจากเส้นทาง นำมาซึ่งความขัดแย้งต่อส่วนรวม
เหล่านี้คือระเบียบ แบบแผนที่คนในสังคม ญป.ทุกคนเผชิญอยู่..
..................
.................
แต่มนุษย์ก็คือมนุษย์ ที่ไม่ได้มีแค่ด้านเดียวของชีวิต หากแต่มีหลากหลายแง่มุม และรสนิยม
เมื่อมันถูกกดมาก มันก็ต้องระเบิดออกมาก
ผมคิดว่า สิ่งเหล่านั้น คือช่องทางออกของชีวิตที่ถูกบีบรัดจากพันธนาการของสังคม
ในสมัยโบราณ ผุ้คนในสังคมญป.แบ่งผู้คนออกเป็นชนชั้น
พ่อค้า-ขุนนาง-ซามูไร-กุลี
การปะทะสังสันทของคนในสังคม ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างคนแต่ละชนชั้น
แต่หมวกที่แต่ละคนสวม นั้นเป็นอุปสรรคอันหนึ่งที่ขวางกั้นการแสดงออกซึ่งความสัมพันธที่อาจเกิดขึ้น
พิธีชงชา...ในแง่หนึ่ง นอกจากจะเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมเซนแล้ว
หัวใจของมัน ก็คือปลดผู้คนออกจากหมวกที่ตัวเองสวม แล้วทำให้ทุกคนเท่ากัน อย่างน้อยในช่วงเวลาหนึ่ง
การเสริฟชา ทำโดยเรียงลำดับตามตำแหน่งที่นั่งของคน ไม่ใช่จากลำดับอาวุโสหรือสถานะทางสังคม
ทุกคนจะถือว่าเป้นเพียงผู้ร่วมวงชาคนหนึ่ง ไม่มีสูงหรือต่ำกว่ากัน
และเมื่อนั้นเอง ที่บรรยากาศแห่งความผ่อนคลาย ได้เกิดขึ้น
กลุ่มคนที่รักชอบพอกัน ในสถานะทางสังคมที่แตกต่าง มีโอกาสได้อยู่ร่วมกัน-พูดคุยกัน อย่างไม่มีพิธีรีตอง
ท่ามกลางช่วงชั้นทางสังคมที่รัดแน่นในสังคมญป.โบราณ--มีเพียงในวงชาเท่านั้น ที่เป็นสถานที่ที่ผู้คนสามารถหลบลี้จากบทบาทของชีวิตประจำวันออกมาได้
การเต้นรำแบบหลุดโลกย่านฮาราจูกุ
การแต่งตัวแบบคอสเพลย์
ร้านดีวีดีโป๊ตามตรอกซอยในทุกถนน(เยอะมากจิงๆ)
เดกที่ขังตัวเองไว้แต่ในห้อง
พิธีชงชาอันสงบงามและขรึมขลัง
ร้านเมดคาเฟ่
ชายวัยกลางคนที่เป็นโอตาคุ
การเมาปลิ้นหลังเลิกงาน
...ทั้งหมดนี้ ผมคิดว่าเป็นเรื่องเดียวกัน..............
.........................................................
สังคมญี่ปุ่น เป็นสังคมที่มีระบบระเบียบในการประพฤติปฎิบัติตัวของคน นิ่งแข็งที่สุดสังคมหนึ่งในโลก
เป็นระเบียบอันเกิดจากบรรทัดฐานของคนในสังคมบังคับกลายๆ ไม่ได้เกิดจากกฎหมายบังคับ ( แบบที่สิงคโปรเป็น)
-อาวุโสถูกนับอย่างเคร่งครัด (การเลื่อนตำแหน่งใดๆ ไม่มีทางข้ามหัวกันได้)
-ธรรมเนียมเรื่องความสุภาพอ่อนน้อม และปฎิบัติต่อกันอย่างมีมารยาท กลายเป็นวิถี่ปฎิบัติของทุกคน ( เคยเหนคนลาจากกัน โค้งให้กันจนไฟเขียวเปลี่ยนเปนไฟแดงก็ยังไม่เลิกโค้ง)
-คนในองกรค์เดียวกัน ถูกคาดหวังให้มีความกลมกลืนกลมเกลียวอย่างที่สุด ( การลงคะแนนในแต่ละองกร มักเป็นเอกฉันท ไม่ใช่เพราะเหนตรงกันร้อยเปอเซน แต่เพราะถูกล้อบบี้ไว้ก่อนหน้าการประชุมแล้ว)
-ผู้นำครอบครัว-แม่บ้าน-ลูก แต่ละคนล้วนมีบทบาทที่ถูกวางไว้อย่างชัดเจน
ชีวิตทุกคน ในทุกช่วงเวลา ดูเหมือนถูกวางแผนและตีกรอบเอาไว้อย่างนิ่งแข็ง
การปฎิบัติตัวต่างออกไปจากเส้นทาง นำมาซึ่งความขัดแย้งต่อส่วนรวม
เหล่านี้คือระเบียบ แบบแผนที่คนในสังคม ญป.ทุกคนเผชิญอยู่..
..................
.................
แต่มนุษย์ก็คือมนุษย์ ที่ไม่ได้มีแค่ด้านเดียวของชีวิต หากแต่มีหลากหลายแง่มุม และรสนิยม
เมื่อมันถูกกดมาก มันก็ต้องระเบิดออกมาก
ผมคิดว่า สิ่งเหล่านั้น คือช่องทางออกของชีวิตที่ถูกบีบรัดจากพันธนาการของสังคม
ในสมัยโบราณ ผุ้คนในสังคมญป.แบ่งผู้คนออกเป็นชนชั้น
พ่อค้า-ขุนนาง-ซามูไร-กุลี
การปะทะสังสันทของคนในสังคม ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างคนแต่ละชนชั้น
แต่หมวกที่แต่ละคนสวม นั้นเป็นอุปสรรคอันหนึ่งที่ขวางกั้นการแสดงออกซึ่งความสัมพันธที่อาจเกิดขึ้น
พิธีชงชา...ในแง่หนึ่ง นอกจากจะเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมเซนแล้ว
หัวใจของมัน ก็คือปลดผู้คนออกจากหมวกที่ตัวเองสวม แล้วทำให้ทุกคนเท่ากัน อย่างน้อยในช่วงเวลาหนึ่ง
การเสริฟชา ทำโดยเรียงลำดับตามตำแหน่งที่นั่งของคน ไม่ใช่จากลำดับอาวุโสหรือสถานะทางสังคม
ทุกคนจะถือว่าเป้นเพียงผู้ร่วมวงชาคนหนึ่ง ไม่มีสูงหรือต่ำกว่ากัน
และเมื่อนั้นเอง ที่บรรยากาศแห่งความผ่อนคลาย ได้เกิดขึ้น
กลุ่มคนที่รักชอบพอกัน ในสถานะทางสังคมที่แตกต่าง มีโอกาสได้อยู่ร่วมกัน-พูดคุยกัน อย่างไม่มีพิธีรีตอง
ท่ามกลางช่วงชั้นทางสังคมที่รัดแน่นในสังคมญป.โบราณ--มีเพียงในวงชาเท่านั้น ที่เป็นสถานที่ที่ผู้คนสามารถหลบลี้จากบทบาทของชีวิตประจำวันออกมาได้
- ไฟล์แนบ
-
- ผู้คนมากมายย่านชินจูกุ
- Photo0120.jpg (81.62 KiB) เข้าดูแล้ว 648 ครั้ง
เรื่องเล่าจากห้องเรียนวิชาญี่ปุ่นศึกษา : strida @JAPAN! : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=401592
ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711
ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409
ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711
ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409
- tumtawan
- ขาประจำ
- โพสต์: 251
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ส.ค. 2008, 23:38
- Tel: 0891618003
- team: อิสระ
- Bike: tcr highroad
Re: เรื่องเล่าจากห้องเรียน วิชาญี่ปุ่นศึกษา มูลฐาน001
ในสังคมปัจจุบันก็เช่นกัน
ความเครียดจากบทบาทที่ถูกคาดหวัง ย่อมนำมาซึ่งการผ่อนคลายจากสิ่งที่รัดรึงในรูปแบบที่ต่างๆกัน
แต่หลักการมันก็คือ ยิ่งรัดมากยิ่งปล่อยมาก
ยิ่งกดมาก การระเบิดก็รุนแรง
..........
ถ้าเข้าใจในแง่นี้ ผมก็พอจะเข้าใจอุตสาหกรรมหนังเอวีวิตถารของ ญป.
มันคือภาพฝัน ที่ไม่อาจเกิดขึ้นจิงได้ในชีวิต
การกระทำรุนแรงเพื่อตอบสนองความต้องการทางเพศแบบหวือหวา....หะหะหะ ลืมไปได้เลย
บังเอิญเดินชนกันบนสถานีรถไฟใต้ดิน ยังค้อมขอโทษกันไม่รุกี่หน
เพราะงั้น เอาแค่ได้ตอบสนองต่อจินตนาการแบบชั่วครั้งคราว ก็ยังดีวะ!
เช่นเดียวกับฮารารจูกุ
ผมเห็นนักเต้นร้อคแอนโรลหลายคน เป็นชายวัยกลางคน ที่ช่วงเวลาจ-สใ ก็คงทำงานเป็นพนักงานบ.ที่ไหนซักแห่ง อาจมีตำปหน่งเป็น ผจก.ด้วยซ้ำ
แต่มีเพียงลานโล่งหน้าสวนสาธารณะแห่งนี้เท่านั้น ในช่วงเวลาบ่ายของวันอาทิตเท่านั้น
ที่ลุงจะสามารถแสดงออกถึงความปราถนาในจิตใจออกมาได้
คนทุกเพศทุกวัย ล้วนมีกิจกรรม หรือ สถานที่ทำนองนี้
- เดกวัยรุ่น ขอเป็นตัวละครหนึ่งในการตูน (คอสเพลย์) ก่อนที่จะเข้าสู่ระบบเรียนเพื่อเอนท์ในวันธรรมดา
- ชายหนุ่มโอตาคุ ขอมีเมดน่ารักๆมาเสริฝน้ำชา หลบหลีกต่อความจริงที่ว่า จีบใครไม่เคยติด
- แม่บ้านญป. แสดงบทบาทของผู้กระทำที่มีอำนาจ เป็นshopper ใน shopping center อันมีมากมาย ทดแทนความจิงของการเป็นผู้ไม่มีสิทธออกความเห็นใดๆ ในครอบครัว
- พนักงงานออฝฝิศ ทำงานเครียดจัด ..บ่ายแก่ๆ ก็หลบมาผ่อนคลายในร้านดีวีดีโป๊
ทั้งหมดนี้......ผมเข้าใจถูกไหม?
คนญี่ปุ่นที่รัก.....
ความเครียดจากบทบาทที่ถูกคาดหวัง ย่อมนำมาซึ่งการผ่อนคลายจากสิ่งที่รัดรึงในรูปแบบที่ต่างๆกัน
แต่หลักการมันก็คือ ยิ่งรัดมากยิ่งปล่อยมาก
ยิ่งกดมาก การระเบิดก็รุนแรง
..........
ถ้าเข้าใจในแง่นี้ ผมก็พอจะเข้าใจอุตสาหกรรมหนังเอวีวิตถารของ ญป.
มันคือภาพฝัน ที่ไม่อาจเกิดขึ้นจิงได้ในชีวิต
การกระทำรุนแรงเพื่อตอบสนองความต้องการทางเพศแบบหวือหวา....หะหะหะ ลืมไปได้เลย
บังเอิญเดินชนกันบนสถานีรถไฟใต้ดิน ยังค้อมขอโทษกันไม่รุกี่หน
เพราะงั้น เอาแค่ได้ตอบสนองต่อจินตนาการแบบชั่วครั้งคราว ก็ยังดีวะ!
เช่นเดียวกับฮารารจูกุ
ผมเห็นนักเต้นร้อคแอนโรลหลายคน เป็นชายวัยกลางคน ที่ช่วงเวลาจ-สใ ก็คงทำงานเป็นพนักงานบ.ที่ไหนซักแห่ง อาจมีตำปหน่งเป็น ผจก.ด้วยซ้ำ
แต่มีเพียงลานโล่งหน้าสวนสาธารณะแห่งนี้เท่านั้น ในช่วงเวลาบ่ายของวันอาทิตเท่านั้น
ที่ลุงจะสามารถแสดงออกถึงความปราถนาในจิตใจออกมาได้
คนทุกเพศทุกวัย ล้วนมีกิจกรรม หรือ สถานที่ทำนองนี้
- เดกวัยรุ่น ขอเป็นตัวละครหนึ่งในการตูน (คอสเพลย์) ก่อนที่จะเข้าสู่ระบบเรียนเพื่อเอนท์ในวันธรรมดา
- ชายหนุ่มโอตาคุ ขอมีเมดน่ารักๆมาเสริฝน้ำชา หลบหลีกต่อความจริงที่ว่า จีบใครไม่เคยติด
- แม่บ้านญป. แสดงบทบาทของผู้กระทำที่มีอำนาจ เป็นshopper ใน shopping center อันมีมากมาย ทดแทนความจิงของการเป็นผู้ไม่มีสิทธออกความเห็นใดๆ ในครอบครัว
- พนักงงานออฝฝิศ ทำงานเครียดจัด ..บ่ายแก่ๆ ก็หลบมาผ่อนคลายในร้านดีวีดีโป๊
ทั้งหมดนี้......ผมเข้าใจถูกไหม?
คนญี่ปุ่นที่รัก.....
- ไฟล์แนบ
-
- ลานแห่งความหฤหรรษ์ ณ ฮาราจูกุ
- Photo0100.jpg (108.83 KiB) เข้าดูแล้ว 647 ครั้ง
เรื่องเล่าจากห้องเรียนวิชาญี่ปุ่นศึกษา : strida @JAPAN! : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=401592
ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711
ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409
ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711
ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409
- tumtawan
- ขาประจำ
- โพสต์: 251
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ส.ค. 2008, 23:38
- Tel: 0891618003
- team: อิสระ
- Bike: tcr highroad
Re: เรื่องเล่าจากห้องเรียน วิชาญี่ปุ่นศึกษา มูลฐาน001
ประวัติศาสตรของญี่ปุ่น เป็นประวัติศาสตรฉบับประชาชน
ต่างจากเมืองไทย ที่เล่าเรื่องชาติไทย โดยมีแกนกลางจากสถาบันกษัตริย์
พระราชาทำนี่จึงเกิดนั่น ตัดสินใจอย่างนั้น จึงเกิดเหตการงรนั้นขึ้น
ทุกอย่างเกิดขึ้นจากปัจจัยเดียว เดี่ยวๆ โดดๆ
แต่ในความจริง เหตการณหนึ่งๆ ไม่เคยเกิดขึ้นจากปัจจัยเดียว
หากแต่มีเหตอื่นๆเกี่ยวข้องมากมายนับไม่ถ้วน
ประวัตศาสตรญี่ปุ่น เล่าเรื่องของตนผ่านหลายมุมมอง
จักรพรรดิ-พระ-ขุนนาง-พ่อค้า-เกอิชา
ตรงกันมั่ง ไม่ตรงกันมั่ง ก็ไม่เห็นเปนไร
ความสำคัญคือ เราได้เหนมุมมองที่หลากหลายต่อประเด็นหนึ่งๆ
มิวเซียมก็เช่นกัน ที่นี่มีมิวเซียมที่ผมประทับใจมากมาย
มิวเซียมราเมง-มิวเซียมซุโม่
นักเขียน-กวี-เครื่องเซรามิค-การพับกระดาษโอริกามิ-และอื่นๆ
ในมิวเซียมเหล่านั้น คนธรรมดา กลายเป็นหัวข้อในการเล่าเรื่อง ไม่ใช่คนชั้นสูง
และสิ่งเหล่านี้แหละ ที่ทำให้คนญี่ปุ่น มองเห็นศักยภาพของตนเอง ของคนเลกๆน้อยๆว่ามีบทบาทอย่างไรต่อประวัติศาสตร
ความเคารพตนเอง-การมองเหนศักยภาพของตนเอง-เหนพลังของการร่วมมือกันของคน
เกิดขึ้นที่นี่ ...ในมิวเซียมเหล่านี้
ต่างจากเมืองไทย ที่เล่าเรื่องชาติไทย โดยมีแกนกลางจากสถาบันกษัตริย์
พระราชาทำนี่จึงเกิดนั่น ตัดสินใจอย่างนั้น จึงเกิดเหตการงรนั้นขึ้น
ทุกอย่างเกิดขึ้นจากปัจจัยเดียว เดี่ยวๆ โดดๆ
แต่ในความจริง เหตการณหนึ่งๆ ไม่เคยเกิดขึ้นจากปัจจัยเดียว
หากแต่มีเหตอื่นๆเกี่ยวข้องมากมายนับไม่ถ้วน
ประวัตศาสตรญี่ปุ่น เล่าเรื่องของตนผ่านหลายมุมมอง
จักรพรรดิ-พระ-ขุนนาง-พ่อค้า-เกอิชา
ตรงกันมั่ง ไม่ตรงกันมั่ง ก็ไม่เห็นเปนไร
ความสำคัญคือ เราได้เหนมุมมองที่หลากหลายต่อประเด็นหนึ่งๆ
มิวเซียมก็เช่นกัน ที่นี่มีมิวเซียมที่ผมประทับใจมากมาย
มิวเซียมราเมง-มิวเซียมซุโม่
นักเขียน-กวี-เครื่องเซรามิค-การพับกระดาษโอริกามิ-และอื่นๆ
ในมิวเซียมเหล่านั้น คนธรรมดา กลายเป็นหัวข้อในการเล่าเรื่อง ไม่ใช่คนชั้นสูง
และสิ่งเหล่านี้แหละ ที่ทำให้คนญี่ปุ่น มองเห็นศักยภาพของตนเอง ของคนเลกๆน้อยๆว่ามีบทบาทอย่างไรต่อประวัติศาสตร
ความเคารพตนเอง-การมองเหนศักยภาพของตนเอง-เหนพลังของการร่วมมือกันของคน
เกิดขึ้นที่นี่ ...ในมิวเซียมเหล่านี้
- ไฟล์แนบ
-
- ผมชอบมิวเซียมนี้มากที่สุด มิวเซียมที่เล่าเรื่องความเปนมาของโตเกียว....สุดยอดจิงๆ
- Photo0049 (3).jpg (65.89 KiB) เข้าดูแล้ว 646 ครั้ง
เรื่องเล่าจากห้องเรียนวิชาญี่ปุ่นศึกษา : strida @JAPAN! : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=401592
ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711
ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409
ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711
ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409
- tumtawan
- ขาประจำ
- โพสต์: 251
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ส.ค. 2008, 23:38
- Tel: 0891618003
- team: อิสระ
- Bike: tcr highroad
Re: เรื่องเล่าจากห้องเรียน วิชาญี่ปุ่นศึกษา มูลฐาน001
ญี่ปุ่นมีประวัติศาสตรอารยธรรมที่ค่อนข้างนาน
คร่าวๆคือ คนเริ่มตั้งถิ่นเมื่อสามหมื่นปีก่อน
อารยธรรมแบบสังคมเมืองเิดขึ้นเมื่อหนึ่งพันแปดรร้อยปีก่อน
สถาปัตยกรรมแบบเจ๋งๆเกิดขึ้นเมื่อหนึ่งพันสามร้อยปีก่อน
แต่สิ่งเหล่านี้ ดูไม่ห่างไกลจากความรับรุของคนญี่ปุ่น
หรือพูดอีกแบบคือ พวกเขารุสึกใกล้ชิดและเปนส่วนหนึ่งกับสิ่งโบราณ-อารยธรรมเก่าเหล่านั้น
เพราะสิ่งก่อสร้างเหล่านั้น อารยธรรมนั้น ไม่เคยหายไปจากการรับรู้ของคน
แต่ละเมืองมีพัฒนาการต่อเนื่องมาเรื่อยๆ เรื่อยๆ จากรุ่นสู่รุ่น แต่ละยุคแต่ละสมัย
ยกตย.ง่ายๆ พื้นที่วังจักพรรดิปัจจุบันนี้ ขุดเจอหลักฐานผู้คนตั้งแต่ยุคโจมง มาถึงยุคปัจจุบัน ทับถมซ้อนชั้นกันมาเรื่อยๆ
เมืองนาระที่เก่าแก่ เป็นเมืองหลวงโบราณ ...นอกเฮอริเทจไซท์นั้น ทั้นสมัยสุดๆ
ความเกี่ยวเนื่องนี้ ร้อยรัดพวกเขาให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคมและอารยธรรมเหล่านั้นอย่างแน่นแฟ้น
ผู้คนรุสึกถึงความเป็นเจ้าของ มองเห็นห่วงโซ่ระหว่างตนกับบรรพบุรุษ
ซึ่งสุดท้าย ความสำนึกแห่งความชุมชนนั้นเกิดขึ้นอย่างเข้มแข็ง บางทีเข้มแข็งถึงขนาดงัดข้อกับรัฐบาลกลาง ( เช่นกรณีของปราสาทฮิเมจิ ที่พอหลังสงคราม รัฐซ่อมแล้วก็หยุด ซ่อมแล้วก็หยุด ..คนท้องถิ่นเลยรวมตัวกัน ลงขัน แล้วบออกรัฐว่า มึงจะทำต่อไหม..ถ้าไม่กุจะทำกันเอง...แน่ไหมครับ?)
ทำไมเซนสแบบนี้ ไม่เกิดขึ้นในเมืองไทย?
ผมคิดว่า ส่วนหนึ่ง เป็นเพราะของเราเป็นปวศ.ที่ถูกตัดขาดและสูญหายไประหว่างทาง เราเพิ่งค้นพบมันหลังจากสูญหายไปนาน (อยุธยาถูกทิ้งร้างมาก่อน-สุโขทัยก็เช่นกัน-เก่ากว่านั้นไม่ต้องพูดถึง)
พอมันขาดแล้วพบใหม่ มันก็เลยเป็นของแปลก-ของสูงค่าต้องบูชา-ศักดสิทธิล้นพ้นตัว
เป็นเรื่องของสูงและชนชั้นสูงไป
ทั้งๆที่ความเปนจริง นอกจากวัดวังของอีลิทแล้ว ตลาด-บ้าน-ย่านเก่า-คูเมือง
ล้วนก็เปนสมบัติของบรรพบุรุษทั้งนั้น
ผลที่ตามมาคือ เราบูชา ...แต่มันไม่ใช่ของเรา
สมบัติเรา...แต่หน้าที่รักษาป็นหน้าที่ของหลวง(ก็ไม่ใช่ของกูนี่หว่า)
เราชื่นชม เราดูแล ...แต่ไม่ตลอดนะ และไม่ใช่หน้าที่นะ ทำเพราะพิศวาสเป็นครั้งคราวเฉยๆนะ
...........
ผมอยากเห็นเราดูแลโบราณสถานของเรา เหมือนกับมันเป็น " ของเรา " ...ไม่ใช่ของหลวง...
คร่าวๆคือ คนเริ่มตั้งถิ่นเมื่อสามหมื่นปีก่อน
อารยธรรมแบบสังคมเมืองเิดขึ้นเมื่อหนึ่งพันแปดรร้อยปีก่อน
สถาปัตยกรรมแบบเจ๋งๆเกิดขึ้นเมื่อหนึ่งพันสามร้อยปีก่อน
แต่สิ่งเหล่านี้ ดูไม่ห่างไกลจากความรับรุของคนญี่ปุ่น
หรือพูดอีกแบบคือ พวกเขารุสึกใกล้ชิดและเปนส่วนหนึ่งกับสิ่งโบราณ-อารยธรรมเก่าเหล่านั้น
เพราะสิ่งก่อสร้างเหล่านั้น อารยธรรมนั้น ไม่เคยหายไปจากการรับรู้ของคน
แต่ละเมืองมีพัฒนาการต่อเนื่องมาเรื่อยๆ เรื่อยๆ จากรุ่นสู่รุ่น แต่ละยุคแต่ละสมัย
ยกตย.ง่ายๆ พื้นที่วังจักพรรดิปัจจุบันนี้ ขุดเจอหลักฐานผู้คนตั้งแต่ยุคโจมง มาถึงยุคปัจจุบัน ทับถมซ้อนชั้นกันมาเรื่อยๆ
เมืองนาระที่เก่าแก่ เป็นเมืองหลวงโบราณ ...นอกเฮอริเทจไซท์นั้น ทั้นสมัยสุดๆ
ความเกี่ยวเนื่องนี้ ร้อยรัดพวกเขาให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคมและอารยธรรมเหล่านั้นอย่างแน่นแฟ้น
ผู้คนรุสึกถึงความเป็นเจ้าของ มองเห็นห่วงโซ่ระหว่างตนกับบรรพบุรุษ
ซึ่งสุดท้าย ความสำนึกแห่งความชุมชนนั้นเกิดขึ้นอย่างเข้มแข็ง บางทีเข้มแข็งถึงขนาดงัดข้อกับรัฐบาลกลาง ( เช่นกรณีของปราสาทฮิเมจิ ที่พอหลังสงคราม รัฐซ่อมแล้วก็หยุด ซ่อมแล้วก็หยุด ..คนท้องถิ่นเลยรวมตัวกัน ลงขัน แล้วบออกรัฐว่า มึงจะทำต่อไหม..ถ้าไม่กุจะทำกันเอง...แน่ไหมครับ?)
ทำไมเซนสแบบนี้ ไม่เกิดขึ้นในเมืองไทย?
ผมคิดว่า ส่วนหนึ่ง เป็นเพราะของเราเป็นปวศ.ที่ถูกตัดขาดและสูญหายไประหว่างทาง เราเพิ่งค้นพบมันหลังจากสูญหายไปนาน (อยุธยาถูกทิ้งร้างมาก่อน-สุโขทัยก็เช่นกัน-เก่ากว่านั้นไม่ต้องพูดถึง)
พอมันขาดแล้วพบใหม่ มันก็เลยเป็นของแปลก-ของสูงค่าต้องบูชา-ศักดสิทธิล้นพ้นตัว
เป็นเรื่องของสูงและชนชั้นสูงไป
ทั้งๆที่ความเปนจริง นอกจากวัดวังของอีลิทแล้ว ตลาด-บ้าน-ย่านเก่า-คูเมือง
ล้วนก็เปนสมบัติของบรรพบุรุษทั้งนั้น
ผลที่ตามมาคือ เราบูชา ...แต่มันไม่ใช่ของเรา
สมบัติเรา...แต่หน้าที่รักษาป็นหน้าที่ของหลวง(ก็ไม่ใช่ของกูนี่หว่า)
เราชื่นชม เราดูแล ...แต่ไม่ตลอดนะ และไม่ใช่หน้าที่นะ ทำเพราะพิศวาสเป็นครั้งคราวเฉยๆนะ
...........
ผมอยากเห็นเราดูแลโบราณสถานของเรา เหมือนกับมันเป็น " ของเรา " ...ไม่ใช่ของหลวง...
- ไฟล์แนบ
-
- เจดีไม้นี้ อายุพันสามร้อยปีในโครงสร้างเดิม
ผมเห็นแล้วเข่าอ่อนหมดเรี่ยวแรง ณ.วัดโฮเรียวจิ เมืองนาระ - Photo0073.jpg (77.83 KiB) เข้าดูแล้ว 645 ครั้ง
เรื่องเล่าจากห้องเรียนวิชาญี่ปุ่นศึกษา : strida @JAPAN! : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=401592
ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711
ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409
ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711
ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409
- tumtawan
- ขาประจำ
- โพสต์: 251
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ส.ค. 2008, 23:38
- Tel: 0891618003
- team: อิสระ
- Bike: tcr highroad
Re: เรื่องเล่าจากห้องเรียน วิชาญี่ปุ่นศึกษา มูลฐาน001
ขอปล่อยของซักล็อตก่อนจบกระทู้ละกันครับ
- ไฟล์แนบ
-
- นี่เป็นงานสถาปัตยกรรมของมาสเตอร์คนหนึ่งของญป.
รสแบบนี้ล่ะครับ ที่คนญป.ชอบ
เรียบๆดิบๆจืดๆ - Photo0028 (2).jpg (59.33 KiB) เข้าดูแล้ว 643 ครั้ง
-
- สวนสาธารณะในโตเกียวนี่มีมากจิงๆ
- Photo0269.jpg (113.86 KiB) เข้าดูแล้ว 643 ครั้ง
-
- ผู้คนนิยมมาแฮงอราวน์ในที่โล่ง
- Photo0104.jpg (103.55 KiB) เข้าดูแล้ว 643 ครั้ง
-
- ประตูทางเข้าศาลเจ้าในนิกโก้
งามจนลืมหายใจ - Photo0272 (2).jpg (80.19 KiB) เข้าดูแล้ว 643 ครั้ง
-
- สถาปัตยกรรมของสถาปนิกชั้นครูอีกคน
ดูโครงสร้างสิครับ ต้องบอกว่านี่คืออาคารที่มีอายุกว่าเกือบห้าสิบปีนะครับ - Photo0213 (2).jpg (47.38 KiB) เข้าดูแล้ว 643 ครั้ง
เรื่องเล่าจากห้องเรียนวิชาญี่ปุ่นศึกษา : strida @JAPAN! : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=401592
ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711
ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409
ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711
ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409