12-15 เมษา ขึ้นรถไฟไป กาญจนบุรี ล่องลงมานอนดูหิ่งห้อยอัมพวา
ผู้ดูแล: ผู้ดูแลบอร์ดชมรมย่อย
- เสือลูกรัง
- ขาประจำ
- โพสต์: 2382
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 07:48
- Tel: 081-942-1037
- team: ชมรมจักรยานจังหวัดกาญจนบุรี
- Bike: แล้วแต่ว่าจะยืมรถอะไรได้
Re: 12-15 เมษา ขึ้นรถไฟไป กาญจนบุรี ล่องลงมานอนดูหิ่งห้อยอัมพวา
ฝนตกตั้งแต่สี่โมงเย็นถึงตอนนี้คือหกโมงเย็นแต่ไม่หนักครับ ตกเรื่อยๆ
- vara-indy
- ขาประจำ
- โพสต์: 401
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 พ.ย. 2008, 19:14
- Bike: เดินเท้า ร่ายมนต์ ย่นระยะทาง
Re: 12-15 เมษา ขึ้นรถไฟไป กาญจนบุรี ล่องลงมานอนดูหิ่งห้อยอัมพวา
ผมเพิ่งกลับมาจากทริป กาญจนบุรี แบบฉุกเฉิน เนื่องจากพ่อของเพื่อน
เสียชิวิตกระทันหัน รู้จากแมสเสต ตอนเช้าที่ออกปั่นมา แล้วมีสัญญาณ
เลยต้องขี่กันกลับไปสถานีรถไฟ ไปกันสองคน คนที่เคยจะไปด้วยกันต่างโทรมาบอก
กลางดึก ว่าไม่พร้อม.....
ไม่เป็นไรยังไงทีแรก ก็คิดจะไปกันสองคนอยู่แล้ว
พอเช้ามืด ก็ขี่จากบ้านไป สถานีรถไฟธนบุรี (บางกอกน้อยเดิม) ที่ช่องจำหน่ายตั๋ว พนักงานคนนึงบอกว่า เอาจักรยานไปไม่ได้ อีกคนบอกเอาไปได้ เพื่อนผมบอกเคยใส่ขึ้นรถไฟไป ที่สุด พนักงานแจ้งว่าเอาไปได้ เสียค่าระวาง 90 บาทต่อคัน สาระสำคัญมันอยู่ที่ว่า ขบวนไหนมีตู้สัมภาระหรือไม่ ส่วนค่าคนโดยสารรถไฟฟรีครับ
แต่เพราะเราต้องง่วนอยู่กับการเตรียมรถยกผูก อยู่ที่ตู้สัมภาระ เลยทำให้เราไม่มีคนช่วยนั่งจองที่ได้ เก้่าอี้นั่งอย่างหรูสำหรับเรา เลยเป็นได้เพียงแค่ ปันไดทางขึ้นตู้รถไฟ อาหารเช้าต้องเอาแบบฉุกเฉิน ข้าวเหนียวหมูปิ้ง ที่พอหาซื้อได้
สำหรับหนังสือพิมพ์ที่ซื้อมาตอนเช้า ก่อนรถออกเป็นตัวสื่อข่าวสารบ้านเมืองประจำวันอันมีค่า พอรถไฟเคลื่อนขบวนแทบหมดค่า เพราะปวดตาเวลาอ่าน เลยเปลี่ยนหน้าที่มาเป็นเพียง เบาะรองนั่งกันเปื้อน ที่เราสามารถ แบ่งปันให้กับเพื่อนร่วมทาง แม้ขนาดนั้นที่เหลือติดมือมา คือหน้าพระเครื่องเพราะไม่อยากเอารองก้น กลัวบาป ถือๆอยู่พวกยังขอไปอ่านเลย เวลาที่หยุดนิ่งอึดใจนั้นผมนึกขำอยู่ในใจ ของไร้ค่าสำหรับเรา มันยังเป็นเพื่อนแก้เหงาให้อีกหลายคนได้.....ความสุขของคนที่นั่งอยู่ระหว่างข้อต่อตู้ขบวนรถไฟ โดยที่ไม่สามารถขยับไปไหนได้ มีได้เพียงเท่านี้แหละ
ที่ตรงนี้ทุกคนเท่าเทียมกันหมด ยาก ดี มี จน เด็ก แก่ พิการ
โดยเฉพาะที่ต้องมานั่งกับเหล็กลายกันลื่น ที่ทำพื้นบันไดรถไฟเหมือนกับเรา การได้พบปะพูดคุยกับคนหลากหลาย ที่เปลี่ยนหน้าไป ที่เป็นเด็กและแก่ แต่ละคนก็มีปฎิสัมพันธ์ ต่อการแสดงออกของผู้คนต่างกัน
รถไฟถึงสถานนีน้ำตก ช้ากว่ากำหนด สองชั่วโมง เลยทำเอาเป้าแรกของเราสำหรับวันนี้คือ เขื่อนศรีนครินทร์ แล้วค่อยกลับมานอน น้ำตกเอราวัณเป็นหมันไป เนื่องจากกลัวมืดกลางทางบนเขา เส้นทาง ที่ขึ้นอย่างเดียว ทำความเร็วได้แค่ ไม่เกิน 15 กม.ต่อชม. ระยะหกสิบกว่ากิโล กว่าจะถึงเอราวัณ ทุ่มกว่าเป็นอย่างเร็ว แถมไม่ได้ติดเต้นท์ไป เพราะกะลดโหลด จะไปเช่าเต้นท์เอาที่น้ำตก
ที่สุดเลยต้องเปลี่ยนเส้นทาง ไปนอนน้ำตกไทรโยคใหญ่แทน 38 กิโลจากสถานนี
เอ้าไปก็ไปเพื่อนทักให้เปลี่ยน ก็ต้องเปลี่ยน แต่ความที่เป็นนักปั่นชานเมืองกรุงเทพ ทำให้เราไม่ค่อยได้เจอเนินเขายาวๆ ไม่เคยได้ซ้อมกล้ามเนื้อขาไว้ขึ้นเขา
ไม่เคยมีใครบอกว่าไปน้ำตกไทรโยคต้องขี่ขึ้นเขา ขึ้นเนินยาวๆ เวลาชั่วโมงครึ่งคืบคลานไปได้เพียงสิบสี่กิโล ซ้ำปั่นได้ซักพัก มาเจอพายุฝนอีก ต้องแกร่วนอนหลบฝนที่ศาลาริมทางอีกเป็นชั่วโมง
เวลาก็ค่อยๆเดินผ่านไป แต่คนยังอยู่ที่เดิม ฝนขาดเม็ดเป็นละอองเอาห้าโมงกว่า กับระยะทางที่เหลืออีก 24 กิโล ด้วยอัตราความเร็วเท่าเดิม สองทุ่มกว่าแน่ๆกว่าจะถึงไทรโยค เป็นอันให้ต้องปั่นกลับลงมาตัวอำเภออีก เพื่อมาหาที่นอน แต่ขากับลงเนินนี่ ทำความเร็วได้เกิน 60 กม./ชม. แต่เบรคก็ไม่ค่อยจะอยู่ คอยแต๊ะๆ ให้อยู่ไม่เกิน 55 กม./ชม ระยะเบรค ลากกันทีนี่เกือบสาม-สี่ร้อยเมตร ที่ความเร็วหกสิบกว่าๆ วีเบรค
ที่ระยะทางเดียวกัน ขาลงใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบนาที ในขณะที่ขาขึ้นไป ชั่วโมงครึ่ง
เสียชิวิตกระทันหัน รู้จากแมสเสต ตอนเช้าที่ออกปั่นมา แล้วมีสัญญาณ
เลยต้องขี่กันกลับไปสถานีรถไฟ ไปกันสองคน คนที่เคยจะไปด้วยกันต่างโทรมาบอก
กลางดึก ว่าไม่พร้อม.....
ไม่เป็นไรยังไงทีแรก ก็คิดจะไปกันสองคนอยู่แล้ว
พอเช้ามืด ก็ขี่จากบ้านไป สถานีรถไฟธนบุรี (บางกอกน้อยเดิม) ที่ช่องจำหน่ายตั๋ว พนักงานคนนึงบอกว่า เอาจักรยานไปไม่ได้ อีกคนบอกเอาไปได้ เพื่อนผมบอกเคยใส่ขึ้นรถไฟไป ที่สุด พนักงานแจ้งว่าเอาไปได้ เสียค่าระวาง 90 บาทต่อคัน สาระสำคัญมันอยู่ที่ว่า ขบวนไหนมีตู้สัมภาระหรือไม่ ส่วนค่าคนโดยสารรถไฟฟรีครับ
แต่เพราะเราต้องง่วนอยู่กับการเตรียมรถยกผูก อยู่ที่ตู้สัมภาระ เลยทำให้เราไม่มีคนช่วยนั่งจองที่ได้ เก้่าอี้นั่งอย่างหรูสำหรับเรา เลยเป็นได้เพียงแค่ ปันไดทางขึ้นตู้รถไฟ อาหารเช้าต้องเอาแบบฉุกเฉิน ข้าวเหนียวหมูปิ้ง ที่พอหาซื้อได้
สำหรับหนังสือพิมพ์ที่ซื้อมาตอนเช้า ก่อนรถออกเป็นตัวสื่อข่าวสารบ้านเมืองประจำวันอันมีค่า พอรถไฟเคลื่อนขบวนแทบหมดค่า เพราะปวดตาเวลาอ่าน เลยเปลี่ยนหน้าที่มาเป็นเพียง เบาะรองนั่งกันเปื้อน ที่เราสามารถ แบ่งปันให้กับเพื่อนร่วมทาง แม้ขนาดนั้นที่เหลือติดมือมา คือหน้าพระเครื่องเพราะไม่อยากเอารองก้น กลัวบาป ถือๆอยู่พวกยังขอไปอ่านเลย เวลาที่หยุดนิ่งอึดใจนั้นผมนึกขำอยู่ในใจ ของไร้ค่าสำหรับเรา มันยังเป็นเพื่อนแก้เหงาให้อีกหลายคนได้.....ความสุขของคนที่นั่งอยู่ระหว่างข้อต่อตู้ขบวนรถไฟ โดยที่ไม่สามารถขยับไปไหนได้ มีได้เพียงเท่านี้แหละ
ที่ตรงนี้ทุกคนเท่าเทียมกันหมด ยาก ดี มี จน เด็ก แก่ พิการ
โดยเฉพาะที่ต้องมานั่งกับเหล็กลายกันลื่น ที่ทำพื้นบันไดรถไฟเหมือนกับเรา การได้พบปะพูดคุยกับคนหลากหลาย ที่เปลี่ยนหน้าไป ที่เป็นเด็กและแก่ แต่ละคนก็มีปฎิสัมพันธ์ ต่อการแสดงออกของผู้คนต่างกัน
รถไฟถึงสถานนีน้ำตก ช้ากว่ากำหนด สองชั่วโมง เลยทำเอาเป้าแรกของเราสำหรับวันนี้คือ เขื่อนศรีนครินทร์ แล้วค่อยกลับมานอน น้ำตกเอราวัณเป็นหมันไป เนื่องจากกลัวมืดกลางทางบนเขา เส้นทาง ที่ขึ้นอย่างเดียว ทำความเร็วได้แค่ ไม่เกิน 15 กม.ต่อชม. ระยะหกสิบกว่ากิโล กว่าจะถึงเอราวัณ ทุ่มกว่าเป็นอย่างเร็ว แถมไม่ได้ติดเต้นท์ไป เพราะกะลดโหลด จะไปเช่าเต้นท์เอาที่น้ำตก
ที่สุดเลยต้องเปลี่ยนเส้นทาง ไปนอนน้ำตกไทรโยคใหญ่แทน 38 กิโลจากสถานนี
เอ้าไปก็ไปเพื่อนทักให้เปลี่ยน ก็ต้องเปลี่ยน แต่ความที่เป็นนักปั่นชานเมืองกรุงเทพ ทำให้เราไม่ค่อยได้เจอเนินเขายาวๆ ไม่เคยได้ซ้อมกล้ามเนื้อขาไว้ขึ้นเขา
ไม่เคยมีใครบอกว่าไปน้ำตกไทรโยคต้องขี่ขึ้นเขา ขึ้นเนินยาวๆ เวลาชั่วโมงครึ่งคืบคลานไปได้เพียงสิบสี่กิโล ซ้ำปั่นได้ซักพัก มาเจอพายุฝนอีก ต้องแกร่วนอนหลบฝนที่ศาลาริมทางอีกเป็นชั่วโมง
เวลาก็ค่อยๆเดินผ่านไป แต่คนยังอยู่ที่เดิม ฝนขาดเม็ดเป็นละอองเอาห้าโมงกว่า กับระยะทางที่เหลืออีก 24 กิโล ด้วยอัตราความเร็วเท่าเดิม สองทุ่มกว่าแน่ๆกว่าจะถึงไทรโยค เป็นอันให้ต้องปั่นกลับลงมาตัวอำเภออีก เพื่อมาหาที่นอน แต่ขากับลงเนินนี่ ทำความเร็วได้เกิน 60 กม./ชม. แต่เบรคก็ไม่ค่อยจะอยู่ คอยแต๊ะๆ ให้อยู่ไม่เกิน 55 กม./ชม ระยะเบรค ลากกันทีนี่เกือบสาม-สี่ร้อยเมตร ที่ความเร็วหกสิบกว่าๆ วีเบรค
ที่ระยะทางเดียวกัน ขาลงใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบนาที ในขณะที่ขาขึ้นไป ชั่วโมงครึ่ง
- Kukku
- ขาประจำ
- โพสต์: 704
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ม.ค. 2009, 17:53
- Bike: Fuji SPORTIF 2.1, Bridgestone TRANSIT LIGHT
- ตำแหน่ง: บางบอน ธนบุรี
Re: 12-15 เมษา ขึ้นรถไฟไป กาญจนบุรี ล่องลงมานอนดูหิ่งห้อยอัมพวา
ขอภาพประกอบด้วย 
:: Ars Longa Vita Brevis ::
- veenono
- ขาประจำ
- โพสต์: 15565
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 พ.ย. 2008, 21:12
- Tel: 089 776-9110
- team: ฝ่ายข่าวชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย TCC.
- Bike: รถถีบไทยใช้ใจขับเคลื่อน ใต้แสงเดือนและตะวัน http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6#p3343446
- ตำแหน่ง: 4/35ม.6ถ.เลียบคลองภาษีเจริญฝั่งใต้ แขวง/เขต หนองแขม กรุงเทพฯ10160
Re: 12-15 เมษา ขึ้นรถไฟไป กาญจนบุรี ล่องลงมานอนดูหิ่งห้อยอัมพวา
เท่าที่ศึกษานิสัยกันแล้ว คุณวราไม่ชอบผูกสัญญากับทุกสิ่งบอกจะเป็นทุกข์Kukku เขียน:ขอภาพประกอบด้วย
ไม่ผูกสัญญากับธรรมชาติด้วยภาพถ่าย....ไม่ผูกสัญญากับนักอ่านด้วยการ
เขียนหนังสือ..เขาบอกจะสร้างความทุกข์ผูกพันธ์ร่วม.................555
ลดๆลงหน่อยนะครับท่านมหา...สายกลางๆ
พูดคุยทักทาย-แนะนำทาง facebookและอีกหลายๆกิจกรรมจาก veenono คลิ๊กเลย
ทริป" รักนี้ให้เธอ Tour of Myanmar Meakhong Challenge2013"
จงทำกรรมดี ละเว้นกรรมชั่ว เป็นผู้ให้จะได้ ลดความเห็นแก่ตัว
จักรยานก็เหมือนเม็ดข้าวเม็ดถั่วเม็ดงา ใครปลูกใครหว่านก็ดีมีประโยชน์ต่อสัตว์โลกทั้งนั้นทำไปเถอะ
ทริป" รักนี้ให้เธอ Tour of Myanmar Meakhong Challenge2013"
จงทำกรรมดี ละเว้นกรรมชั่ว เป็นผู้ให้จะได้ ลดความเห็นแก่ตัว
จักรยานก็เหมือนเม็ดข้าวเม็ดถั่วเม็ดงา ใครปลูกใครหว่านก็ดีมีประโยชน์ต่อสัตว์โลกทั้งนั้นทำไปเถอะ