สงสัยเรื่องความเร็วเท่ากันเทียบกับความเหนื่อยล้า...???

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity

รูปประจำตัวสมาชิก
B@dboy
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 184
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 มิ.ย. 2011, 21:24
team: Smartbikes
Bike: Road - Allez Race , Lynskey , MTB - wahoo 29er , CX - กาแฟดำ

สงสัยเรื่องความเร็วเท่ากันเทียบกับความเหนื่อยล้า...???

โพสต์ โดย B@dboy »

มือใหม่พึ่งหัดปั่นหมอบครับ... :oops:
ก่อนจะมาปั่นหมอบ..ได้ยินมาเยอะว่าปั่นหมอบเหนื่อยน้อยกว่าเสื่อภูเขา... :roll:
ไปได้ไกลกว่าและเร็วกว่าเสื่อภูเขา...
หลังจากที่ผมเริ่มปั่นมาได้ซักพัก...มีความรู้สึกว่า
ที่ความเร็วเท่ากัน....คือช่วง30-35k/h. ผมมีความรู้สึกว่าปั่นหมอบมันเหนื่อยกว่าภูเขาพอสมควร..
ใช้แรงในการคงควมเร็วให้คงที่มากกว่า... :(
มันเป็นเรื่องปกติไหมครับ...เป็นเพราะอยู่ในช่วงปรับตัวกับการปั่นหมอบหรือปล่าวครับ...??? :?:
ถ้าใช้...จะได้ซ้อมให้มากขึ้นกว่าเก่า...จะได้ไม่รู้สึกว่าตัวเองอ่อนแบบนี้... :oops:
หาร้านประกอบหรือโมดิฟาย...แก้ปัญหาใส่จานเบี้ยวไม่จบ...
แนะนำร้าน ยอร์ชไบร์ เลยครับ...^^
https://www.facebook.com/pages/Yacht-Bi ... 6293913669
http://www.facebook.com/surakit.padungtaksin
รูปประจำตัวสมาชิก
haow
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1007
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ก.ค. 2009, 01:28
team: antifire
Bike: TREK 830,INTENSE spider, SEVEN sola ,TREK 9.9, PARLEE Z5, INTENSE M6, dahon MUP8,TREK navigater,Bianchi,cervelo R5 DI2,DEROSA TEAM 09,CIPOLLINI RB1000,ARGON18 E118 DI2,Tyrell FSX

Re: สงสัยเรื่องความเร็วเท่ากันเทียบกับความเหนื่อยล้า...???

โพสต์ โดย haow »

อยู่ในช่วงปรับตัวครับ ทั้งท่านั่งและกล้ามเนื้อไม่ได้เหมือนกับการขี่เสือภูเขาทั้งหมด ช่วงนี้ต้องอดทนครับ อ่อ ลองศึกษาเรื่องการเซ็ทรถด้วยนะครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
lucifer
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6393
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
Bike: Only 2-wheels bike
ติดต่อ:

Re: สงสัยเรื่องความเร็วเท่ากันเทียบกับความเหนื่อยล้า...???

โพสต์ โดย lucifer »

เหนื่อยกว่า เหนื่อยน้อยกว่า หรือเหนื่อยพอๆกันขึ้นกับหลายปัจจัยครับ

"เหนื่อย" วัดยังไงครับ ความรู้สึก หรือ ว่าใช้อุปกรณ์เช่น HRM

เสือภูเขาที่ปั่นใช้ยางอะไรครับ ใช้ยางสลิคหรือเปล่า

ใช้ตะเกียบแข็งหรือว่าชอคหน้าลอคได้

เสือหมอบใช้รถอะไร ขอบล้อแบบไหน



โดยปกติแล้ว เสือหมอบเบาแรงกว่าเนื่องจาก น้ำหนักรถโดยเฉลี่ยที่น้อยกว่า และ หน้าสัมผัสของยางที่ทำต่อถนนน้อยกว่า เหล่านี้จึงเป็นปัจจัยหลักๆในการทำให้เสือหมอบเบาแรงกว่า

แต่เพราะเสือหมอบเบากว่า ขอบล้อก็มีมวลน้อยกว่า ที่ความเร็วระดับ 30-35 สำหรับรถบางคัน ล้อบางรุ่น แรงเฉื่อยสำหรับส่งไปข้างหน้าอาจจะไม่มากพอเพื่อจะสู้กับแรงต้านอากาศ ทำให้รู้สึกว่าต้องคอยเติมอยู่เรื่อยๆ แต่ๆๆๆๆๆๆ เทคนิคในการออกแรง ท่านั่ง ( ความสูง หน้า-หลัง ก้มเงย ) รวมไปถึงการใช้เกียร์และรอบขา ก็ทำให้เหนื่อยได้แตกต่างกันไปครับ

ใช้อัตราทดเกียร์อย่างไรหละครับ ขาจานยาวเหมาะสมกับขาหรือไม่ ใช้รอบขาเท่าไหร่ เรื่องแบบนี้เป็นประเด็นที่ทำให้แตกต่างกัน

เพราะโดยแท้จริงแล้ว ถึงแม้ว่าเสือภูเขาจะมีมวลมากกว่า ขอบล้อมีมวลมากกว่า ดูเหมือนจะทำให้มีแรงเฉื่อยช่วยในการส่งให้รถไหลไปด้านหน้าได้มากกว่า แต่ในขณะเดียวกัน ลักษณะของรถ ท่าปั่น ก็มีความต้านทานอากาศมากกว่า รวมไปถึงยางที่ทำให้มีความต้านทานต่อการหมุนได้มากกว่าเสือหมอบ โดยรวมแล้วถ้าเข้าใจวิธีการปั่นเสือหมอบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้เกียร์ ท่านั่ง รอบขา ความยาวขาจานแล้ว

ถ้าคุณปั่นเสือภูเขาได้ 30-35 ได้สบายๆโดยไม่เหนื่อย ภายใต้เทคนิคที่ถูกต้องสำหรับเสือหมอบแล้ว ผมว่าคุณน่าจะความแข็งแรงระดับที่ปั่นเสือหมอบได้ที่ระดับ 35-40 กม/ชม.ได้สบายๆเช่นกันครับ
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
สันติภาพ เเว่นเเก้ว
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 848
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ก.ค. 2011, 10:17
team: ปั่นกินกาเเฟ
Bike: CAAD

Re: สงสัยเรื่องความเร็วเท่ากันเทียบกับความเหนื่อยล้า...???

โพสต์ โดย สันติภาพ เเว่นเเก้ว »

lucifer เขียน:เหนื่อยกว่า เหนื่อยน้อยกว่า หรือเหนื่อยพอๆกันขึ้นกับหลายปัจจัยครับ

"เหนื่อย" วัดยังไงครับ ความรู้สึก หรือ ว่าใช้อุปกรณ์เช่น HRM

เสือภูเขาที่ปั่นใช้ยางอะไรครับ ใช้ยางสลิคหรือเปล่า

ใช้ตะเกียบแข็งหรือว่าชอคหน้าลอคได้

เสือหมอบใช้รถอะไร ขอบล้อแบบไหน



โดยปกติแล้ว เสือหมอบเบาแรงกว่าเนื่องจาก น้ำหนักรถโดยเฉลี่ยที่น้อยกว่า และ หน้าสัมผัสของยางที่ทำต่อถนนน้อยกว่า เหล่านี้จึงเป็นปัจจัยหลักๆในการทำให้เสือหมอบเบาแรงกว่า

แต่เพราะเสือหมอบเบากว่า ขอบล้อก็มีมวลน้อยกว่า ที่ความเร็วระดับ 30-35 สำหรับรถบางคัน ล้อบางรุ่น แรงเฉื่อยสำหรับส่งไปข้างหน้าอาจจะไม่มากพอเพื่อจะสู้กับแรงต้านอากาศ ทำให้รู้สึกว่าต้องคอยเติมอยู่เรื่อยๆ แต่ๆๆๆๆๆๆ เทคนิคในการออกแรง ท่านั่ง ( ความสูง หน้า-หลัง ก้มเงย ) รวมไปถึงการใช้เกียร์และรอบขา ก็ทำให้เหนื่อยได้แตกต่างกันไปครับ

ใช้อัตราทดเกียร์อย่างไรหละครับ ขาจานยาวเหมาะสมกับขาหรือไม่ ใช้รอบขาเท่าไหร่ เรื่องแบบนี้เป็นประเด็นที่ทำให้แตกต่างกัน

เพราะโดยแท้จริงแล้ว ถึงแม้ว่าเสือภูเขาจะมีมวลมากกว่า ขอบล้อมีมวลมากกว่า ดูเหมือนจะทำให้มีแรงเฉื่อยช่วยในการส่งให้รถไหลไปด้านหน้าได้มากกว่า แต่ในขณะเดียวกัน ลักษณะของรถ ท่าปั่น ก็มีความต้านทานอากาศมากกว่า รวมไปถึงยางที่ทำให้มีความต้านทานต่อการหมุนได้มากกว่าเสือหมอบ โดยรวมแล้วถ้าเข้าใจวิธีการปั่นเสือหมอบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้เกียร์ ท่านั่ง รอบขา ความยาวขาจานแล้ว

ถ้าคุณปั่นเสือภูเขาได้ 30-35 ได้สบายๆโดยไม่เหนื่อย ภายใต้เทคนิคที่ถูกต้องสำหรับเสือหมอบแล้ว ผมว่าคุณน่าจะความแข็งแรงระดับที่ปั่นเสือหมอบได้ที่ระดับ 35-40 กม/ชม.ได้สบายๆเช่นกันครับ
ดูดๆ ขอบคุณครับ ได้ความรู้ว่ามากเลยครับ อย่างนี้ ผมควรจะฝึกโดยใช้เกียร์หนักเพิ่มขึ้นด้วยรึป่าวครับด้วยให้ความเร็วอยู่ที่ 35 ตลอด คือผมไม่มีวัดรอบขาเเละHR ครับ เลยฝึกรำบากหน่อย อาศัยฝึกเพิ่มความหนักเกียร์ทีละนิดที่ความเร็วเท่าเดิม
รูปประจำตัวสมาชิก
silverscat
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 241
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ส.ค. 2011, 16:20
Bike: Trek, Daccordi, Alex Moulton

Re: สงสัยเรื่องความเร็วเท่ากันเทียบกับความเหนื่อยล้า...???

โพสต์ โดย silverscat »

ระยะทางเท่ากันผมปั่นหมอบกับ Hybrid แบบมีโช๊คพบว่า
หมอบเร็วกว่าเยอะแต่เหนื่อยกว่าครับ เพราะมันกระด้างและกระแทกพอควรครับ อีกทั้งท่านั่งผมว่าทำให้ล้ามากกว่าครับ

คนละแบบกันครับ
Crazy
รูปประจำตัวสมาชิก
lucifer
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6393
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
Bike: Only 2-wheels bike
ติดต่อ:

Re: สงสัยเรื่องความเร็วเท่ากันเทียบกับความเหนื่อยล้า...???

โพสต์ โดย lucifer »

ฝึกด้วยความรู้สึก ประหยัดดีครับ แต่มันเก่งช้า และเสี่ยงบาดเจ็บ
ฝึกด้วยเครื่องมือ เก่งเร็ว แต่ต้องลงทุน

ผมมีขั้นตอนในการกลับมาปั่นใหม่ดังนี้นะครับ ( ผมหยุดไป 4ปีเต็มๆ )
1. ช่วง 4เดือนแรก ผมเน้นแต่aerobic เท่านั้น โดยปั่นตาม HRM และคุมรอบขาไม่ให้ใช้เกียร์หนักเกินไป หรือ เบาเกินไป ปกติผมจะใช้รอบขาอยู่ราวๆ 90-100 rpm เพราะพบว่าเป็นช่วงที่สบายที่สุด บางทีที่ความเร็ว 30กม/ชม ใช้เกียร์เบานิดด้วยรอบขา 90-95 rpm พอขึ้นเกียร์หนักอีก 1 เกียร์ ด้วยความเร็วเท่าเดิม ใช้รอบขาลดลงเหลือราวๆ 85-90 พบว่าบางครั้ง HRMเพิ่มขึ้นซะงั้น

aerobic capacity คือหัวใจของเกมที่เน้น endurance หรือ ความอดทน
ผมถือว่า 4 เดือนแรกคือการปูพื้นเท่านั้น

2. ช่วง 2เดือนมานี้ ผมก็ยังคุม HRM อยู่ดีครับ อาจจะเพิ่มความเร็ว เพิ่มworkloadด้วยการเน้นการเพิ่มอัตราชีพจร ซึ่งจะเป็นตัวที่สะท้อนให้เห็นถึงงานที่หนักขึ้น โดยพยายามจะเล่น interval บ้าง หรือ เล่น Anaerobic threshold บ้าง
แต่ระดับความหนักก็ยังอยู่ในช่วงที่ไม่เกิน Anaerobic threshold อยู่ดีแหละครับ

3. เริ่มเพิ่ม weight training เข้าไป เสริมกล้ามเนื้อให้แข็งแรงขึ้น การเล่นเวทเทรนนิ่งจะเป็นทางลัดในการสร้างความแข็งแกร่ง แล้วยังช่วยลดอุบัติการณ์บาดเจ็บที่จะเกิดจากการเล่นเกียร์หนักได้เป็นอย่างดีครับ

HRM + วัดรอบขา ราคาเบาๆมีให้ซื้อกันได้นะครับ ผมว่าน่าจะหามาใช้ไว้ ปลอดภัยสำหรับเกมส์หนักๆนะครับ
ความรู้สึกของคนเรามีอคติเสมอๆ ตายคาสนามแข่งก็เพราะคิดว่าไหวนี่แหละครับ :mrgreen:
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
รูปประจำตัวสมาชิก
shamankings
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 363
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ก.ค. 2011, 21:44
Bike: Merida Crossway 300D

Re: สงสัยเรื่องความเร็วเท่ากันเทียบกับความเหนื่อยล้า...???

โพสต์ โดย shamankings »

ชอบท่าน lucifer ตอบคำถามครับ เป็นหลักการและเป็นแนวทางการฝึกสำหรับมือใหม่อย่างผมไปด้วย

อยากรบกวนถามเพิ่มเติมครับ ในการเล่นเวทเทรนนิ่ง ถ้าเราอยากจะเน้นความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อขา มีท่าทางในการเล่นอย่างไรครับ ใช้อุปกรณ์แบบไหน ที่บ้านมีดัมเบลและบาร์เบล ครับ
สันติภาพ เเว่นเเก้ว
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 848
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ก.ค. 2011, 10:17
team: ปั่นกินกาเเฟ
Bike: CAAD

Re: สงสัยเรื่องความเร็วเท่ากันเทียบกับความเหนื่อยล้า...???

โพสต์ โดย สันติภาพ เเว่นเเก้ว »

shamankings เขียน:ชอบท่าน lucifer ตอบคำถามครับ เป็นหลักการและเป็นแนวทางการฝึกสำหรับมือใหม่อย่างผมไปด้วย

อยากรบกวนถามเพิ่มเติมครับ ในการเล่นเวทเทรนนิ่ง ถ้าเราอยากจะเน้นความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อขา มีท่าทางในการเล่นอย่างไรครับ ใช้อุปกรณ์แบบไหน ที่บ้านมีดัมเบลและบาร์เบล ครับ
ชอบครับ รอฟังด้วยคน ที่บ้านผมไม่มีอะไรเลยอาศัยวิดพื้นกะซิดอัฟอย่างเดียวเลยครับ สร้างกล้ามเนื้อส่วนบนตามประสาทหารเก่า ไม่รู้ว่าจะมีพลดีพลเสียยังไง เเต่ตอนเป็นทหารกลับมาผมอึดขึ้น รู้เเค่นี้ครับ :lol: :lol:
รูปประจำตัวสมาชิก
เสือข่วย
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2225
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 มิ.ย. 2010, 09:38
team: ตามเค้าไป
Bike: roadbike+hardtail
ติดต่อ:

Re: สงสัยเรื่องความเร็วเท่ากันเทียบกับความเหนื่อยล้า...???

โพสต์ โดย เสือข่วย »

lucifer เขียน:ฝึกด้วยความรู้สึก ประหยัดดีครับ แต่มันเก่งช้า และเสี่ยงบาดเจ็บ
ฝึกด้วยเครื่องมือ เก่งเร็ว แต่ต้องลงทุน

ผมมีขั้นตอนในการกลับมาปั่นใหม่ดังนี้นะครับ ( ผมหยุดไป 4ปีเต็มๆ )
1. ช่วง 4เดือนแรก ผมเน้นแต่aerobic เท่านั้น โดยปั่นตาม HRM และคุมรอบขาไม่ให้ใช้เกียร์หนักเกินไป หรือ เบาเกินไป ปกติผมจะใช้รอบขาอยู่ราวๆ 90-100 rpm เพราะพบว่าเป็นช่วงที่สบายที่สุด บางทีที่ความเร็ว 30กม/ชม ใช้เกียร์เบานิดด้วยรอบขา 90-95 rpm พอขึ้นเกียร์หนักอีก 1 เกียร์ ด้วยความเร็วเท่าเดิม ใช้รอบขาลดลงเหลือราวๆ 85-90 พบว่าบางครั้ง HRMเพิ่มขึ้นซะงั้น

aerobic capacity คือหัวใจของเกมที่เน้น endurance หรือ ความอดทน
ผมถือว่า 4 เดือนแรกคือการปูพื้นเท่านั้น

2. ช่วง 2เดือนมานี้ ผมก็ยังคุม HRM อยู่ดีครับ อาจจะเพิ่มความเร็ว เพิ่มworkloadด้วยการเน้นการเพิ่มอัตราชีพจร ซึ่งจะเป็นตัวที่สะท้อนให้เห็นถึงงานที่หนักขึ้น โดยพยายามจะเล่น interval บ้าง หรือ เล่น Anaerobic threshold บ้าง
แต่ระดับความหนักก็ยังอยู่ในช่วงที่ไม่เกิน Anaerobic threshold อยู่ดีแหละครับ

3. เริ่มเพิ่ม weight training เข้าไป เสริมกล้ามเนื้อให้แข็งแรงขึ้น การเล่นเวทเทรนนิ่งจะเป็นทางลัดในการสร้างความแข็งแกร่ง แล้วยังช่วยลดอุบัติการณ์บาดเจ็บที่จะเกิดจากการเล่นเกียร์หนักได้เป็นอย่างดีครับ

HRM + วัดรอบขา ราคาเบาๆมีให้ซื้อกันได้นะครับ ผมว่าน่าจะหามาใช้ไว้ ปลอดภัยสำหรับเกมส์หนักๆนะครับ
ความรู้สึกของคนเรามีอคติเสมอๆ ตายคาสนามแข่งก็เพราะคิดว่าไหวนี่แหละครับ :mrgreen:
ผมชื่นชมวิธี คิด และอธิบายข้อมูลให้กับนักปั่น..ที่ต้องการข้อมูลต่างๆผมตามอ่านกระทู้ของคุณ lucifer มาสักพักนึ่งแล้วผมได้เอาไปใช้และปฏิบัติตาม..ได้ผลดีแต่ก่อนไม่เข้าใจแต่เดี๋ยวนี้เข้าใจทั้งตัวเองและจักรยานมากขึ้น..อย่าหยุดแบ่งปั่นความรู้น่ะครับขอบคุณมากคุณ lucifer :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen:
รูปประจำตัวสมาชิก
rocklee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 736
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ส.ค. 2010, 15:30
Tel: 087-2359848
team: TREK
Bike: TREK
ตำแหน่ง: จ.มหาสารคาม

Re: สงสัยเรื่องความเร็วเท่ากันเทียบกับความเหนื่อยล้า...???

โพสต์ โดย rocklee »

shamankings เขียน:ชอบท่าน lucifer ตอบคำถามครับ เป็นหลักการและเป็นแนวทางการฝึกสำหรับมือใหม่อย่างผมไปด้วย

อยากรบกวนถามเพิ่มเติมครับ ในการเล่นเวทเทรนนิ่ง ถ้าเราอยากจะเน้นความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อขา มีท่าทางในการเล่นอย่างไรครับ ใช้อุปกรณ์แบบไหน ที่บ้านมีดัมเบลและบาร์เบล ครับ
ง่ายๆลองวิ่งขึ้นลงบันไดหลายๆรอบเร็วๆ เนี้ยได้ผลดีนักแล :mrgreen:
สันติภาพ เเว่นเเก้ว
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 848
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ก.ค. 2011, 10:17
team: ปั่นกินกาเเฟ
Bike: CAAD

Re: สงสัยเรื่องความเร็วเท่ากันเทียบกับความเหนื่อยล้า...???

โพสต์ โดย สันติภาพ เเว่นเเก้ว »

rocklee เขียน:
shamankings เขียน:ชอบท่าน lucifer ตอบคำถามครับ เป็นหลักการและเป็นแนวทางการฝึกสำหรับมือใหม่อย่างผมไปด้วย

อยากรบกวนถามเพิ่มเติมครับ ในการเล่นเวทเทรนนิ่ง ถ้าเราอยากจะเน้นความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อขา มีท่าทางในการเล่นอย่างไรครับ ใช้อุปกรณ์แบบไหน ที่บ้านมีดัมเบลและบาร์เบล ครับ
ง่ายๆลองวิ่งขึ้นลงบันไดหลายๆรอบเร็วๆ เนี้ยได้ผลดีนักแล :mrgreen:
จริงหรือป่าวครับ ผมบ้ายุนะ :lol: :lol:
รูปประจำตัวสมาชิก
lucifer
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6393
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
Bike: Only 2-wheels bike
ติดต่อ:

Re: สงสัยเรื่องความเร็วเท่ากันเทียบกับความเหนื่อยล้า...???

โพสต์ โดย lucifer »

shamankings เขียน:ชอบท่าน lucifer ตอบคำถามครับ เป็นหลักการและเป็นแนวทางการฝึกสำหรับมือใหม่อย่างผมไปด้วย

อยากรบกวนถามเพิ่มเติมครับ ในการเล่นเวทเทรนนิ่ง ถ้าเราอยากจะเน้นความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อขา มีท่าทางในการเล่นอย่างไรครับ ใช้อุปกรณ์แบบไหน ที่บ้านมีดัมเบลและบาร์เบล ครับ
เวทเทรนนิ่งสามารถใช้เครื่องมือง่ายๆ เช่น บาร์เบลได้ครับ
ท่าพื้นฐานหลักๆที่ผมเคยเล่นคือ
1. Squat http://en.wikipedia.org/wiki/Squat_(exercise) การเล่นsquatนั้น มีข้อแม้ตรงที่ว่าในจังหวะที่ย่อตัวลง ไม่ควรที่จะงอเข่าเกินกว่า 90 องศานะครับ เพราะมีโอกาสเพิ่มการบาดเจ็บของเข่าได้ ( พวกเล่นเพาะกายเขาต้องการกล้ามเนื้อในส่วนเหนือเข่าให้ใหญ่ด้วย ซึ่งอันที่จริงมันก็เสียงกับการบาดเจ็บของข้อเข่ามากทีเดียว ) การเล่นท่าSquat นี้จะต้องระวังเรื่องหลังให้ดี เวลาย่อตัวลง ห้ามงอหลังเด็ดขาดนะครับ ยิ่งใช้น้ำหนักมาก ยิ่งเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของหลังได้ มันจึงมีข้อจำกัดในการเล่นพอสมควร

แนะนำให้ใช้น้ำหนักน้อยๆครับ เท่าที่ผมเคยยกมา ใช้น้ำหนักรวมๆเท่ากับน้ำหนักตัวของเราจะปลอดภัย ร่วมกับใช้เข็มขัดรัดเอวด้านหลังเอาไว้ เป็นการเตือนให้ไม่งองุ้มเอว ( ส่วนตัวเคยถูก instructor เล่นบทโหดให้ยกเกือบๆ 100 กก. โชคดีทีี่บ้าจี้ตามอยู่ไม่กี่ครั้ง สงสารหมอนรองกระดูกสันหลัง แต่ตอนนั้นยังอายุน้อยกว่าตอนนี้เยอะ )

ปัจจุบันผมเลิกเล่นแล้ว เพราะใช้ machine ปลอดภัยกว่า ( อายุมากขึ้น ก็ไม่อยากเสี่ยงครับ ) โดยมาเล่นท่า leg press แทน , ถ้าต้องการแยกย่อยเสริมกล้ามเนื้อหน้าขา ก็จะใช้ leg extention , ถ้าต้องการแยกย่อยเสริมกล้ามเนื้อด้านหลังขา ก็จะใช้ leg curl

ประโยชน์สำหรับท่า Squat คือ เป็นรวมรสสำราญ เล่นท่าเดียว ได้กล้ามเนื้อต้นขา หลังขา ก้นย้อย หลังตอนล่าง

2. Lunge ดูที่ http://www.exrx.net/WeightExercises/Qua ... Lunge.html
เริ่มที่น้ำหนักน้อยๆนะครับ อาจจะใช้dumbellตามตัวอย่าง หรือ จะแบกบาร์เบลไว้บนบ่าก็ได้ครับ ประโยชน์คล้ายๆกันกับ squat แต่ได้กล้ามเนื้อก้นย้อยแบบถึงใจ (ช่วงเล่นใหม่ๆ นั่งยองๆมีน้ำตารินเชียวแหละ :lol: )


ต้องไม่ลืมว่าการเล่นเวทเทรนนิ่งด้วยดัมเบล หรือ บาร์เบลก็ดี ซึ่งเขาจะเรียกรวมๆกันว่า free weight เป็นการเล่นที่มีโอกาสบาดเจ็บสูงมาก เพราะไม่มีอะไรเป็นตัวช่วยเลย ถ้าเล่นผิดท่า โดยเฉพาะน้ำหนักมากๆ ยิ่งมีโอกาสบาดเจ็บได้ง่าย แต่ข้อดีคือ "ถูกที่สุด" ดังนั้นเวลาเล่นคนเดียว ก็ควรใช้น้ำหนักน้อยๆ แต่เล่นบ่อยครั้ง

( การฝึกมี 2 แบบ
1. ใช้น้ำหนักน้อย แต่จำนวนครั้งมาก เอาน้ำหนักคูณจำนวนครั้ง แล้วคิดดูง่ายๆครับว่าจะเพิ่มการฝึกยังไง น้ำหนักน้อยแต่จำนวนครั้งมาก จะใกล้เคียงกับการปั่นจักรยาน และลดโอกาสการบาดเจ็บได้ครับ
2. ไล่น้ำหนักจากน้อยไปมาก โดยลดจำนวนครั้งลง ยึดหลักเอาน้ำหนักคูณจำนวนครั้ง แล้วเกลี่ยให้ได้ค่าพอๆกัน วิธีนี้เขาจะใช้กับพวกเพาะกาย เพราะจะได้กล้ามเนื้อที่ใหญ่

ทั้ง 2 แบบ ต้องวอร์มอัพ ยืดเส้นยืดกล้ามเนื้อก่อนเสมอๆนะครับ

ข้อควรจำที่จะเน้นอีกครั้งคือ มีโอกาสบาดเจ็บได้ , เล่นน้ำหนักน้อยๆ แต่เพิ่มจำนวนครั้งจะปลอดภัยกว่า ได้ผลในเรื่องความแข็งแรง+อดทนได้ดี , อย่าหักโหม อย่าเล่นน้ำหนักมากเกินไป
ข้อเสียของพวกกล้ามโตก็คือ เสียความยืดหยุ่น เสียความคล่องตัว

พวกกล้ามใหญ่ เดินกางแขนเหมือนปูนั้น ถ้าเอาหมากฝรั่งไปแปะไว้ตรงกระดูกสันหลังระดับสะบัก ท่าทางจะเอื้อมไปเอาออกไม่ได้หรอก ติดกล้ามตัวเอง ฮ่า ฮ่า :lol:

เวทเทรนนิ่งใช้เล่นเพื่อเสริมความแข็งแรงนะครับ

และต้องไม่ลืมหลักการสำคัญคือ
1. ต้องสร้าง aerobic capacity ต้องสร้างตลอดเวลา หยุดไม่ได้นะครับ ตัวนี้คือพื้นฐานสำคัญที่สุดในการจะขึ้นไปเล่นขั้นต่อไป ( ไม่ว่าจะเก่งแค่ไหน ก็ยังต้องสร้างเสริม aerobic capacityไปตลอดอยู่ดี เหมือนกับสิ่งปลูกสร้าง จะขึ้นสูงได้มั่นคง รากฐานยิ่งต้องแข็งแรง ถ้าเพิ่มความสูงก็ต้องเพิ่มรากฐาน , เพิ่มความสูงโดยไม่เพิ่มรากฐานก็ไม่มั่นคง ล้มเอาง่ายๆ )
2. ต้องสร้าง anaerobic threshold เพราะจากรากฐานของaerobic capacity ที่ดี จะทำให้การฝึกเพื่อสร้าง anaerobic threshold เป็นไปได้อย่างดีขึ้น ผลของการฝึกจะทำให้กล้ามเนื้อมีความสามารถในการกำจัดกรดlactic ที่ถูกสร้างขึ้นมาในช่วงที่เข้าสู่ anaerobic stage ได้ดีครับ
3. ต้องสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เป็นเรื่องที่ไม่ต้องรีบร้อน ปกติลำพังจากการฝึก 2 แบบข้างต้น กล้ามเนื้อก็จะพัฒนาความแข็งแรง และความอดทน ( โดยระบบหัวใจและหลอดเลือด และการหายใจ จะมีประสิทธิภาพและความอดทนเพิ่มขึ้นอยู่แล้ว ) การฝึกด้วยเกียร์หนักหรืออัดแบบเป็นบ้าเป็นหลัง อาจจะเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อได้ แต่อาจจะไม่ใช่หนทางที่ก้าวสู่ความสำเร็จได้อย่างปลอดภัยนะครับ การเสริมด้วยเวทเทรนนิ่งจึงเป็นทางลัด ทำให้ปั่นขึ้นเขาได้ง่ายขึ้น กระชากเร่งได้ดีขึ้น ร่วมกับการบริหารร่างกายส่วนบนก็จะส่งผลให้บังคับควบคุมรถได้ดีขึ้นเช่นกัน

แย่อย่างเดียวคือ มันไม่ใช่เงินทอง ต้องฝึกตลอดเวลานะครับ เพราะมันสะสมไว้ได้ไม่นาน อย่างaerobic capacity นี่ ตามตำราบอกเลยว่า ถ้าหยุดการฝึกแบบสิ้นเชิง คือ กินๆนอนๆ ไม่ฝึกเลย มันจะลดลง 50​%ทุกๆ 2 สัปดาห์
นั่นก็แปลว่าที่ผมหยุดไป 4 ปี (​หลังจากที่ปั่นมา8ปี) ทุกอย่างก็จะกลับมาที่ 0 เหมือนคนที่หัดปั่นทุกอย่าง :lol:

ครับ แนะนำได้ ก็จะแนะนำให้นะครับ
ผมเองไม่ได้ปั่นอึด ปั่นแรงแบบหลายๆคนนะครับ อายุก็เริ่มมาก เวลาซ้อมก็ไม่มาก หยุดไปนาน เพิ่งกลับมาเริ่มใหม่เมื่อเดือนเมษายนนี่เอง แถมฝนยังตกไม่เลิก อาศัยว่าทุกวันนี้ยังมีกะใจปั่นเทรนเนอร์ได้สัปดาห์ละ 3-4 เย็น ก็เลยยังพอสร้าง aerobic capacityขึ้นมาได้เรื่อยๆ

ลองดูนะครับ
แก้ไขล่าสุดโดย lucifer เมื่อ 17 ต.ค. 2011, 14:33, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
รูปประจำตัวสมาชิก
lucifer
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6393
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
Bike: Only 2-wheels bike
ติดต่อ:

Re: สงสัยเรื่องความเร็วเท่ากันเทียบกับความเหนื่อยล้า...???

โพสต์ โดย lucifer »

rocklee เขียน:
shamankings เขียน:ชอบท่าน lucifer ตอบคำถามครับ เป็นหลักการและเป็นแนวทางการฝึกสำหรับมือใหม่อย่างผมไปด้วย

อยากรบกวนถามเพิ่มเติมครับ ในการเล่นเวทเทรนนิ่ง ถ้าเราอยากจะเน้นความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อขา มีท่าทางในการเล่นอย่างไรครับ ใช้อุปกรณ์แบบไหน ที่บ้านมีดัมเบลและบาร์เบล ครับ
ง่ายๆลองวิ่งขึ้นลงบันไดหลายๆรอบเร็วๆ เนี้ยได้ผลดีนักแล :mrgreen:
วิ่งขึ้นได้ครับ แต่ไม่แนะนำให้วิ่งลงนะครับ
จากการศึกษาเราพบว่า แรงดันในข้อเข่าจะสูงที่สุดในจังหวะที่ก้าวขาลงบันได มากกว่าการกระโดดหรือการวิ่งเสียอีก
ดังนั้นการวิ่งลงบันได จะกลายเป็นเพิ่มแรงดันแบบ 2 เด้ง เลย

วิ่งขึ้นบันได แล้วลงลิฟท์นะครับ :lol:
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
รูปประจำตัวสมาชิก
J_Kung
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 76
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ส.ค. 2011, 18:10
Bike: Focus cayo 2.0, Merida race 903, Strida 16", Specialized Fatboy, Cannondale Supersix Evo, Trek Speedconcept

Re: สงสัยเรื่องความเร็วเท่ากันเทียบกับความเหนื่อยล้า...???

โพสต์ โดย J_Kung »

หัดควงขาครับช่วยได้เยอะ
รูปประจำตัวสมาชิก
ปั่น
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3280
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 16:25
Bike: RB only

Re: สงสัยเรื่องความเร็วเท่ากันเทียบกับความเหนื่อยล้า...???

โพสต์ โดย ปั่น »

อาจารย์ลูฯ คิดได้ไง ขึ้นบันได แล้วรอลงลิฟต์ :lol:
โจ๊ก
ตอบกลับ

กลับไปยัง “เสือหมอบ (roadbike)”