มีเวลาว่างก็เลยลองเขียนอะไรเล่นๆดู
อ่านกันสนุกๆแก้เซ็งน้ำท่วม

น้าน้อย
สิ่งแรกที่สะดุดตาจนทำให้เกิดความสนใจในตัวน้าน้อย คือบุหรี่มวนโตที่แกคาบอยู่แทบจะตลอดเวลา คล้ายเป็นอวัยวะที่งอกใหม่จากร่างกาย จุดบ้างไม่จุดบ้างแต่ต้องคาบไว้ ผมเจอแกเป็นระยะๆ ตามประสาคนขับรถเก่า(ไม่มีปัญญาซื้อรถป้ายแดง)ย่อมต้องแวะเวียนไปอู่เสมอ น้าน้อยแกเป็นช่างซ่อมรถ
ถ้าชื่อเสียงเรียงนามจะบ่งบอกลักษณะบางอย่าง ผมคิดว่าชื่อน้อย น่าจะมาจากพูดน้อย แต่คิดอีกที ชื่อน่าจะถูกตั้งก่อนแกจะพูดได้ ช่างมันเถอะ เอาเป็นว่าแกไม่ช่างพูดแล้วกัน เราไม่เคยคุยกันเลย ได้แต่ยิ้มทักทายแต่ก็เป็นยิ้มเล็กๆที่มุมปาก จนไม่แน่ใจว่าทักกันจริง
ผมชอบถ่ายรูปคน โจทย์ของผมง่ายมาก คือ เลือกถ่ายเฉพาะคนที่คิดว่าน่าสนใจ แสดงตัวตนเค้าออกมา จบ... น้าน้อยเป็นคนที่มีความโดดเด่น นอกจากบุหรี่ของแกแล้ว หน้าตาที่ดูออกจะเป็นคนไทยโบราณนิดๆแต่กลับมีผิวที่ค่อนข้างขาว เหมือนมีเชื้อจีนหน่อยๆแต่ก็มีดวงตากลมโตทีเดียว ผมสั้นเกรียน รูปร่างสันทัด ไหล่ทั้งสองลู่ลงแต่ท่อนแขนกำยำกล้ามเนื้อปูดโปน สักอักขระที่ต้นแขน ทุกอย่างรวมกันทำให้แกมีบุคลิกเข้าตาอย่างมาก
ตัดสินใจว่าต้องจับน้าน้อยมาเป็นแบบให้ได้ แต่เนื่องจากไม่คุ้นเคยกันผมจึงต้องดำเนินการผ่านเพื่อนซึ่งสนิทสนมกับทางอู่มากกว่า ติดต่อนัดหมายวันเวลาเรียบร้อย ผมต้องถ่ายตอนพักเที่ยง จะได้ไม่รบกวนเวลาทำงาน(แต่รบกวนเวลากินข้าว) แสงแดดเที่ยงวันไม่มีผลเพราะถ่ายในอู่ เป็นที่ร่มซึ่งหลังคาสูง ความสว่างเพียงพอ มีแสงแดดทะลุกระเบื้องแผ่นใสลงมาบางส่วนช่วยด้วย แถมได้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรอยสักของน้าน้อยจากเพื่อน ยิ่งกระตุ้นความสนใจของผมขึ้นไปอีก
ผมชอบภาพขาวดำและเลือกที่จะถ่ายด้วยฟิล์ม ใช้กล้อง ROLLEIFLEX เป็น medium format ขนาด 6x6 ด้วยขนาดฟิล์มค่อนข้างใหญ่และคุณภาพของเลนส์ ทำให้ภาพที่ได้มีรายละเอียดสูง ไล่น้ำหนักจากขาวไปดำอย่างนุ่มนวลต่อเนื่อง และคมชัดสูง มีลักษณะพิเศษเฉพาะตัวที่หาไม่ได้จากกล้องอื่นๆ(อธิบายค่อนข้างยาก บางทีอาจเป็นแค่มายาคติ...)
วันถ่าย เพื่อนแสนดีของผมคนนั้นมาทำหน้าที่ผู้ช่วย แถมติดกล้องดิจิตอลมาให้ใช้ด้วย ประเสริฐจริงๆ ผมเริ่มต้นการถ่ายด้วยฟิล์มเนกาทีฟสี ซึ่งกำลังเห่ออยู่ในช่วงนั้น เป็นภาพน้าน้อยเต็มตัวในชุดทำงานปกติ ยืนอยู่บริเวณที่แกทำงานเป็นประจำนั่นแหละ หมดฟิล์มไปสองม้วนได้ภาพตามที่คิดไว้ แต่รู้สึกยังไม่โดนใจ มันต้องมีอะไรมากกว่านี้ น้าน้อยเริ่มคุ้นเคยกับการบรรยากาศการถ่ายภาพ ผ่อนคลายขึ้น แม้จะดูตื่นเต้นเกร็งๆอยู่บ้างในตอนต้นแต่แกก็จัดวางท่าทางตำแหน่งแขนขาได้ดีอยู่ แกเก๋าหนะ
ผมมองหาฉากหลังใหม่สำหรับถ่ายค่อน(เลยครึ่ง)ตัว ได้ผนังมุมห้องมีลวดลายพื้นผิวของปูนและสีน่าสนใจ ก่อนหน้านี้ผมมีโอกาสเห็นรอยสักของน้าน้อยเท่าที่อยู่นอกร่มผ้า(บริเวณต้นแขนที่เลยปลายแขนเสื้อลงมาเกือบถึงข้อศอก)เหมือนคนทั่วๆไป แม้จะได้รับคำบอกเล่าจากเพื่อนว่า แกสักเต็มตัว ภาพในหัวก็ยังไม่ชัดเจน
แต่พอน้าน้อยถอดเสื้อพับขากางเกงขึ้นเปิดเผยผิวเนื้อออกมา แม่จ้าว... ยิ่งใหญ่อลังการสุริโยทัยบางระจันนเรศวร12345(มีกี่ภาคไม่รู้) อักขระลวดลายเรียงแน่นคล้ายลำตัวถูกห่อหุ้มด้วยเสื้อ ลายเส้นคมชัดเจนตัดกับสีผิว การจัดวางตำแหน่งลวดลายทำได้ดีมาก สมดุลทั้งซ้ายขวาหน้าหลัง แสดงถึงการวางแผนเตรียมงานอย่างดีเพราะรอยสักมากมายขนาดนี้ต้องใช้ระยะเวลาข้ามปีทีเดียว ที่สวยงามแปลกตาคือหัวช้างที่เข่าและหน้าแข้งทั้งสองข้าง อยู่ถูกที่ถูกทางมากๆ
เมื่อผมเห็นภาพน้าน้อยพร้อมรอยสักยืนหน้าฉากหลังที่ต้องการบน focusing screen (ไม่อยากใช้คำว่า 'มองผ่านวิวไฟน์เดอร์' มันฟังดูช่างภาพเกินไป) ใช่แล้ว นี่คือภาพที่ต้องการในวันนี้ สิ่งที่เหลือ คือ ให้น้าน้อยเป็นตัวของตัวเอง แสดงสิ่งที่เขาอยากบอก อยากสื่อสาร อยากให้คนเห็นว่าเขาเป็น ออกมาอย่างตรงไปตรงมา ผมแค่กดชัตเตอร์ไปเรื่อยๆจนหมดฟิล์ม งานจบลงอย่างราบรื่น ทุกคนมีความสุขและหลับฝันดี
















