ไอเดีย เรือจากขวดน้ำ+ผ้าคลุมรถกันน้ำ และอื่นๆ ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม.. น้ำท่วม ควรทำอย่างไร เรามีวิธีป้องกัน..

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity

รูปประจำตัวสมาชิก
ชาวประมง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 654
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ส.ค. 2008, 16:27
Tel: 0867311230
team: รักทุกคน รักทุกทีม
Bike: อะไรก็ขี่

ไอเดีย เรือจากขวดน้ำ+ผ้าคลุมรถกันน้ำ และอื่นๆ ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม.. น้ำท่วม ควรทำอย่างไร เรามีวิธีป้องกัน..

โพสต์ โดย ชาวประมง »

รวมเรือจากขวดน้ำ ช่วยผู้ประสบภัย ยูทูป ช่วยได้จริงๆ ในเรื่องไอเดีย แต่ใครจะเห็นแล้ว บ้าง เลยอยากเอามาแบ่งปัน เผื่อ ชาวประมง ทำให้กระทู้นี้เป็น กิจกรรมแก้ว่าง + ได้ประโยชน์สำหรับบางท่าน


รูปภาพ

ชื่อผลงาน จักรยานรักษ์สิ่งแวดล้อม
จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภาคใต้ อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช

อันนี้สำหรับท่านที่เบื่อเทรนนิ่ง อยากจะไปซ้อมรอบขาบนน้ำบ้าง








ข้อมูลจาก http://www.edu.buu.ac.th/vesd/
โครงงานนิสิต ITE52: เรือขวดน้ำ ของนายชัยวัฒน์ สมผล
นิสิตสาขาวิชาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมศึกษา ชั้นปีที่ 4 และ ผลงาน รศ.ดร.มานพ แจ่มกระจ่าง ที่ได้สรรค์สร้างประดิษฐกรรม
รูปภาพ


รูปภาพ
ภาพที่สอง แพขวดน้ำ ของ รศ.ดร.มานพ แจ่มกระจ่าง (มอบให้ จส.100 ไปบริจาค)
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 038-102094 ดร.เมธี
ไอเดียเยี่ยม! นิสิตและอาจารย์ ม.บูรพาประดิษฐ์ ประดิษฐ์เรือขวดน้ำช่วยผู้ประสบอุทกภัย


รูปภาพ


หรือท่านใดอยู่ใกล้ทะเลอยากเล่นเรือใบเรามีโปรเจคใหญ่




สุดเจ๋ง พลาสติก เรือขวดรีไซเคิลล่องแปซิฟิก 4 เดือน






YouTube - Plastiki boat sails into Sydney



นักสิ่งแวดล้อมนำเรือใบจาก ขวดพลาสติกรีไซเคิลเดินทางข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกจากฟากสหรัฐฯ มายังออสเตรเลียสำเร็จอย่างงดงาม โดยใช้เวลานาน 4 เดือน เพื่อเตือนสติให้มวลมนุษย์ตระหนักถึงมหันตภัยจากขยะพลาสติกที่ปนเปื้อนใน สิ่งแวดล้อม และการรีไซเคิลขยะให้เป็นประโยชน์


บรรยากาศริมอ่าวซิดนีย์ ออสเตรเลีย คึกคักเป็นพิเศษในวันที่ 26 ก.ค. ที่ผ่านมา ผู้คนนับร้อยต่างพากันไปชุมนุมที่นั่นเพื่อรอต้อนรับ "พลาสติกิ" (Plastiki) เรือใบจากขวดรีไซเคิลพร้อมด้วยลูกเรืออีก 6 คน ที่ออกเดินทางจากเมืองซานฟรานซิสโก มลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ เมื่อวันที่ 20 มี.ค. ผ่านคิริบาส ซามัวตะวันตก นิวแคลิโดเนีย และสิ้นสุดการเดินทางเมื่อมาถึงซิดนีย์ โดยใช้เวลารอนแรมอยู่กลางทะเลกว่า 4 เดือน


"มันเป็นการเดินทางผจญภัยที่สุดพิเศษจริงๆ" เดวิด เดอ รอทส์ไชด์ (David de Rothschild) นักสิ่งแวดล้อมชาวอังกฤษวัย 31 ปี ผู้เป็นหัวหน้าคณะเดินทางครั้งนี้เผยในเอพีและบีบีซีนิวส์ทันทีที่ขึ้นฝั่ง ที่ซิดนีย์ ซึ่งเขาเกิดแรงบันดาลใจในการเดินทางครั้งนี้หลังจากที่ได้อ่านรายงานของ องค์การสหประชาติ (UN) เมื่อปี 2006 ที่ระบุถึงปัญหามลพิษ โดยเฉพาะขยะพลาสติกที่เป็นภัยร้ายแรงต่อสิ่งแวดล้อมในมหาสมุทร จึงอยากแสดงให้ทุกคนเห็นว่าเราสามารถนำขยะเหล่านั้นกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ โดยนำมาต่อเป็นเรือที่สามารถเดินทางข้ามมหาสมุทรได้


ทั้งนี้ พลา สติกิเป็นเรือใบขนาด 18 เมตร ที่ประกอบขึ้นจากขวดพลาสติกรีไซเคิลจำนวน 12,500 ใบ เชื่อมด้วยกาวอินทรีย์ที่ทำจากอ้อย (sugar cane) และมะม่วงหิมพานต์ (cashew) โดยใช้วัสดุอื่นๆ เข้ามาเสริม เช่น เสากระโดงเรือทำจากท่ออลูมิเนียมรีไซเคิล และใบเรือทำจากวัสดุรีไซเคิล โดย ได้รับการตั้งชื่อตามชื่อเรือแพ "คอน-ติกิ" (Kon-Tiki) ที่ธอร์ ฮีเยอร์ดอล์ล (Thor Heyerdahl) นักมานุษยวิทยาชาวนอร์เวย์ใช้เป็นพาหนะเดินทางข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกเมื่อปี 1947


เดอ รอทส์ไชด์ พร้อมด้วยคณะรวม 6 ชีวิต พากันแล่นเรือพลาสติกิเดินทางข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกจากฝั่งสหรัฐฯ มายังออสเตรเลียเป็นระยะทางประมาณ 15,000 กิโลเมตร โดยมีวัตถุประสงค์หลักให้ผู้คนทั่วโลกเกิดความตระหนักถึงมหันตภัยของขยะ พลาสติกที่ปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อม และหลังจากนั้นเรือพลาสติกิจะถูกนำไปจัดแสดงให้ผู้คนทั่วไปได้ชมกันที่ พิพิธภัณฑ์ทางทะเลแห่งชาติออสเตรเลีย (Australian National Maritime Museum) ในเมืองซิดนีย์



ที่มา ผู้จักดการออนไลน์ 29 กรกฎาคม 2553
http://www.manager.co.th/Science/Vie...=9530000104679







เรือใบจากขวดรีไซเคิล "พลาสติกิ" ออกเดินทางจากสหรัฐฐฯ เมื่อวันที่ 20 มี.ค.2010 ข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกเป็นระยะทางกว่า 15,000 กิโลเมตร เพื่อมายังออสเตรเลียโดยใช้เวลา 4 เดือน (ภาพจาก เอเอฟพี)


สคิปเปอร์ โจ รอยล์ (Skipper Jo Royle) โบกมือทักทายสื่อมวลชนอยู่บนเรือที่ทำจากขวดพลาสติกกว่า 12,500 ใบ ที่พาคณะนักสิ่งแวดล้อมเดินทางผจญภัยกลางมหาสมุทรจนมาถึงจุดหมายในที่สุด (ภาพจาก เอเอฟพี)


"พลาสติกิ" มุ่งหน้าสู่อ่าวซิดนีย์ (ภาพจาก เอเอฟพี)


ถึงแล้ว ซิดนีย์ (ภาพจาก เอพี)


(ภาพจาก เอเอฟพี)


ลูกเรือที่เดินทางมาพร้อมกับเรือใบ "พลาสติกิ" โบกมือทักทายสื่อมวลชน
และผู้คนที่มารอต้อนรับอยู่ที่ท่าเรือในเมืองซิดนีย์ (ภาพจาก รอยเตอร์)


เดวิด เดอ รอทส์ไชด์ หัวหน้าคณะลูกเรือพลาสติกิยกนิ้วโป้งให้ช่างภาพแสดงให้เห็นความสำเร็จอันยอด เยี่ยมของการเดินทางครั้งนี้ (ภาพจาก เอเอฟี)


สื่อมวลชนจำนวนมากรุมล้อมสัมภาษณ์และถ่ายภาพ เดวิด เดอ รอทส์ไชด์
วัย 31 ปี (ภาพจาก เอพี)
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย karan20 : 04-04-2011 เมื่อ 10:03 AM

(ต้นฉบับ http://board.palungjit.com/f178/%E0%B8% ... 85811.html)

รูปภาพ

รูปภาพ


รูปภาพ
เรียบเรียงโดยกระปุกดอทคอม

ท่ามกลางเรือหาปลาที่ทยอยกลับคืนฝั่ง มีเรือลำหนึ่งที่ดูแล้วแทบไม่น่าเชื่อว่าจะสามารถแล่นฝ่าคลื่นลมทั้งคืนมาได้ ภาพของเรือลำเล็กขนาดเจ็ดวา ที่ต่อขึ้นจากโครงไม้พื้นกรุด้วยโฟมก้อนจนเต็ม พยุงของทุกอย่างตั้งแต่เครื่องท้าย หม้อแบตเตอรี่ ข่ายไดหมึก ให้ลอยอยู่ได้นี้เป็นของชายผมเกรียน หน้าเสี้ยม ผิวคล้ำเกรียม นามว่า ลุงตุ้ม-จันทิวา บุญญากร หรือที่คนในหมู่บ้านเล็กๆ ปากคลองบางโหลง เรียกขานว่า ตุ้ม ไอ้ตุ้ม พี่ตุ้ม

ด้วยความที่ชื่นชอบเครื่องยนต์กลไก เรือขนาดเจ็ดวาติดเครื่องท้ายสิบแรงที่ประกอบขึ้นจาก โครงไม้ และที่สำคัญคือ เศษโฟม ซ่อมและปรับปรุงแบบลองถูกลองผิดไม่รู้กี่สิบเที่ยว จึงกลายเป็นผลงานที่เขาภาคภูมิใจยิ่งกว่าการตีราคาแค่เพียงเครื่องมือหากินคู่ชีพ

"เขาหาว่าผมบ้า เอาโฟมมาทำเรือ มันจะวิ่งได้ยังไง แต่อย่างที่บอก ไอ้ผมมันยิ่งว่าเหมือนยิ่งยุ พอมีคนบอกว่าทำไม่ได้ ผมยิ่งมีมานะมากขึ้นกว่าเดิม"

ลุงตุ้มออกตระเวนไปทั่วเพื่อเก็บขยะโฟมจากบ่อกุ้งมาต่อเป็นเรือหาปลาแทนลำเก่าที่ถูกพายุร้ายจมหายไป สิ่งนี้มิใช่ความผิดประหลาดเพียงประการเดียวของเขา เพราะภาพที่เจนตาของทุกคนในหมู่บ้านเล็กๆ ของปากคลองบางโหลงคือภาพของชายที่นำเรือโฟมออกหาปลาใ นทะเลตามวิถีปฏิบัติและภูมิปัญญาจากบรรพบุรุษ โดยไม่สนต่อเสียงรอบกายที่มีต่อการกระทำของเขา
รูปภาพ




ท่านใดมีอีก หามาเสริมช่วยกันได้นะครับ
แก้ไขล่าสุดโดย ชาวประมง เมื่อ 15 ต.ค. 2011, 12:32, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
โอ๊ตนนท์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 11110
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 00:56
Tel: 0878229217
team: กลุ่ม รวมมิตร
Bike: mongoose tyax elite pro2005&2007,jamis draka xc pro,fishbone bigass,LA X-Limited,Stark str trial,Intense M1,Bromton
ตำแหน่ง: 117/56 ม 5 ซ ไพลินสนธิ ต บางกระสอ อ เมือง จ นนทบุรี 11000

Re: รวมเรือจากขวดน้ำ+จักรยานน้ำ เอาไว้ใส่เสือหมอบ(แค่นี่ก็เกี่ยวกับหมอบล่ะ555) ไอเดีย ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

โพสต์ โดย โอ๊ตนนท์ »

:o :o เบาะรองนอน มันลอยน้ำแถมรับน้ำหนักได้ตั้งสี่คนเลยเหรอ?? :shock: :shock: แถมโต๊ะ เอามาติดเครื่องยนต์ เรือ ได้ด้วย..ไอเดียบรรเจิด.. :mrgreen: :mrgreen:
....สมัยก่อนบ้านอยู่ริมแม่น้ำ..ผมก็ชอบเก็บพวกขวดสีเสปรย์เอามาเจาะ เอาสี กับ ขวดพลาสติก เอามาทำเป็นทุ่น อยู่บ่อยๆ..น่าตกใจที่ ขยะ ในแม่น้ำเยอะมากๆ..ขวดสีสเปรย์ ผมว่าปีนึง ผมเก็บมาเจาะเอาสี ได้ราวๆ ร้อยกระป๋องเชียว.ส่วนขวดพลาสติก ไม่ต้องพูดถึง เดือนนึง ผมว่าผมเก็บมาต่อแพได้แล้วหล่ะ... :? :?
กระทู้ทริปยาวๆที่สุดในชีวิตของผม..มาเดินทางไปพร้อมกับผมได้ที่กระทู้นี้..กด...ภาพประกอบหนังสือ ทิเบตสองขา จากแดนไทย สู่หลังคาโลก..
หยุดปั่นสักวัน ไปเที่ยวงานเทศกาลโยเกิร์ต บนหลังคาโลกกันเถอะ..กด..Shoton Festival เทศกาลโยเกิร์ต..
Cycling B®y
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 19808
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 10:41
team: RAWAI Criterium Team. Phuket.

Re: รวมเรือจากขวดน้ำ+จักรยานน้ำ เอาไว้ใส่เสือหมอบ(แค่นี่ก็เกี่ยวกับหมอบล่ะ555) ไอเดีย ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

โพสต์ โดย Cycling B®y »

ก๊อปปี้มาให้อ่านครับ.....

วิธี ป้องกันไม่ให้ น้ำท่วม บ้านอย่างได้ผล

น้ำ ท่วมเชียงใหม่ ปีนี้ บ้านผมก็หนีไม่พ้นอีกเช่นเคย เพราะอยู่ในโซน หมายเลข 1 ที่ น้ำจะต้องท่วม ก่อนโซนอื่น ๆ ยังโชคดีที่ อบต.ปรับปรุงถนนหน้าหมู่บ้านให้มีความสูงมากขึ้นมาตั้งแต่ต้นปี ดังนั้นถึงแม้ ระดับน้ำจากแม่ น้ำปิงจะสูง เกินค่าวิกฤติ คือ 3.70 เมตร น้ำก็ยังไม่ล้น ตลิ่งข้ามถนน เข้าไปท่วมหมู่ บ้าน แต่ในที่สุดก็ไม่รอด เพราะปีนี้น้ำ ขึ้นสูงสุดถึง 4.94 เมตร สรุปว่าน้ำ เริ่มเข้าท่วม ถนนภายในหมู่ บ้านตั้งแต่ตอน บ่ายวันพุธที่ 28 กันยายน 2554 และ หยุดท่วมในเช้า วันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม 2554

ถึง น้ำจะท่วมถนน ภายในหมู่บ้าน สูงถึง 60 ซม. จนไม่สามารถใช้ รถยนต์ส่วนตัว เข้า-ออกได้ตาม ปกติ แต่จากประสบการณ์ที่ต้องผจญกับน้ำท่วมในหมู่บ้านนี้มาหลายครั้ง ทำให้เกิดองค์ ความรู้ที่จะ ป้องกันไม่ให้ น้ำจากถนนภายใน หมู่บ้าน ไหลเข้าไปท่วมในบริเวณบ้านอย่างได้ผล ขอนำมาบันทึก ไว้เพื่อเป็น ประโยชน์กับ ท่านอื่น ๆ ในวันนี้ครับ

เตรียม การก่อน

ประสบการณ์ จากน้ำท่วม เมื่อครั้งที่ แล้ว พบว่าถึงแม้จะกั้นกระสอบทรายไว้ที่ประตูรั้ว แต่ก็ไม่สามารถ กั้นน้ำเข้า บ้านได้ เพราะ (1) บริเวณ สนามหญ้าและลาน อิฐบล็อกภายใน บริเวณบ้านจะมี น้ำปุดทะลุพื้น ดินขึ้น มา ( 2) กระสอบ ทรายไม่มีความ มั่นคงแข็งแรง เพียงพอ เมื่อถูกคลื่นที่เกิดจากรถยนต์วิ่งฝ่าเข้ามาในถนนที่น้ำท่วม จะมีแรงดัน มหาศาลทำให้ กำแพงกระสอบ ทรายพัง และน้ำไหลเข้าบริเวณบ้านได้ในที่สุด

จาก ประสบการณ์ดัง กล่าวผมได้ เตรียมการไว้ หลังจากน้ำลด ครั้งที่แล้ว ดังนี้

(1) ปรับ ปรุงพื้นรอบ ๆ บริเวณบ้านใหม่ โดยทำพื้นให้ เรียบและเทพื้น ด้วยคอนกรีตซี แพ็คลงไปจนเต็ม ชิดรั้วทุกด้าน

(2) ทำ บานเหล็กสำหรับ กั้นน้ำพร้อม อุปกรณ์ติดตั้ง โดยทำกรอบราง เหล็กสำหรับสวม ติดถาวรไว้ที่ ประตูรั้วบ้าน ทั้งซ้ายและขวา ส่วนบานเหล็ก และเสาค้ำยัน ถอดออกได้ เพื่อให้สามารถใช้ประตูบ้านได้ในยามปกติ

(3) ซื้อ เครื่องสูบน้ำ ชนิดแช่ขนาด เล็กที่เรียก ว่าไดรโว่ ราคาประมาณ 1,500-2,000 บาท เครื่องสูบน้ำ ชนิดนี้จะขาด ตลาดทันทีที่ เกิดน้ำท่วม จึงต้องซื้อเก็บไว้ล่วงหน้า แล้วก็ไม่ลืม สายไฟพร้อม ปลั๊กที่จะใช้ ต่อพ่วงมาจาก ตัวบ้านจนถึง ประตูรั้ว

(4) ดิน น้ำมันจำนวน หนึ่ง ใช้สำหรับอุดในช่องว่างที่ประกอบบานเหล็กกั้นน้ำเข้ากับประตูรั้วบ้าน

น้ำ มาแล้ว

เสียง ประกาศเตือนภัย จาก อบต. ตั้งแต่เช้า แจ้งว่าน้ำคงจะเข้าท่วมหมู่บ้านในช่วงบ่าย ขอให้ประชาชน เตรียมป้องกัน ทรัพย์สินของตน เอง ผมนำรถยนต์ออกจากบ้านไปจอดไว้ยังที่ปลอดภัยนอกหมู่บ้าน กลับเข้ามาก็ เริ่มติดตั้ง บานเหล็กเข้า กับประตูรั้ว บ้าน ติดตั้งเสาค้ำยัน ใช้ดินน้ำมัน อุดตามรอยต่อ ระหว่างบานกับ กรอบรางเหล็ก นำเครื่องสูบน้ำไดรโว่มาวางไว้ใกล้ประตูรั้ว ในตำแหน่งที่ คาดว่าน้ำจะซึม เข้ามาและท่วม ขังอยู่ ต่อสายไฟพร้อมใช้งาน แล้วรอน้ำที่ กำลังเริ่มไหล เข้ามาในหมู่ บ้านอย่างใจจด ใจจ่อ

เวลา ประมาณ 16.00 น. น้ำท่วมถนนภายในหมู่บ้านทุกถนนแล้ว มีน้ำซึมผ่าน บานเหล็กที่ ประตูรั้วเข้า มาในบ้านของผม ปริมาณหนึ่ง แต่เมื่อเปิดเครื่องสูบน้ำก็สามารถควบคุมระดับน้ำไม่ให้สูงจนเกิดความเสีย หายได้ เมื่อน้ำในถนนลดลง ผมไม่ต้องลำบาก ในการทำความ สะอาดบริเวณ บ้าน ที่มีดินโคลนตกค้างจากน้ำท่วมขัง เหมือนน้ำท่วม เมื่อครั้งก่อน อีกแล้ว

ภาพ บรรยากาศ


ติด ตั้งบานเหล็ก เข้ากับเสา ประตูรั้วบ้าน พร้อมติดตั้ง เสาค้ำยัน


รูปภาพ




เข้า-ออก จากบ้านต้องใช้ เก้าอี้บันได ตัวนี้ สังเกตระดับน้ำภายนอกบ้านเริ่มสูงมากแล้ว


รูปภาพ


ขณะ ที่ถนนด้าน นอกระดับน้ำสูง ถึง 60 ซม. แต่ภายในบ้านมี น้ำรั่วซึมเข้า มาเพียงเท่านี้ และเมื่อเปิด เครื่องสูบน้ำ น้ำก็จะแห้งภาย ใน 5 นาที



รูปภาพ




ลุย น้ำออกไปถ่าย จากนอกบ้านเข้า มา สภาพประตูกั้นน้ำจะมีลักษณะนี้


รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ
▄▀▄▀ รายงายสด ผลการแข่ง พร้อมวีดีโอ การแข่งจักรยานโปรทัวร์ https://www.facebook.com/groups/183810108467489/ ▄▀▄▀
__________________________________________________________________________________
Cycling B®y
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 19808
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 10:41
team: RAWAI Criterium Team. Phuket.

Re: รวมเรือจากขวดน้ำ+จักรยานน้ำ เอาไว้ใส่เสือหมอบ(แค่นี่ก็เกี่ยวกับหมอบล่ะ555) ไอเดีย ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

โพสต์ โดย Cycling B®y »

รูปภาพ



ตอนนี้พี่น้องคนไทยกำลังประสบปัญหาน้ำท่วม ตามห้างร้านก็เปิดให้เอารถเข้าไปจอดกันบนที่สูงได้ ถ้าหากว่าคุณสะดวกอย่างงั้น นั่นก็เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับการป้องกันไม่ให้รถของคุณโดนน้ำท่วมได้ แต่วันนี้ เรามี idea ใหม่ ที่อาจจะป้องกันน้ำจากรถของคุณได้ไม่ยาก จากการใช้ “ถุงคลุมกันน้้ำแบบกลับหัวกลับหาง” ซึ่งก็น่าจะป้องกันน้ำท่วมได้จริง เหมือนกันครับ
ตอนแรกผมก็ Google หาดูว่า จะมีสินค้าประเภท ถุงพลาสติกคลุมรถ หรือไม่เพราะเคยเห็นในข่าวเมื่อตอนน้ำท่วมครั้งก่อนแต่ปรากฏว่า ก็ยังไม่ได้ทำเป็นสินค้ามาขาย และค้นหาไมเจอใน internet แต่อย่างใดครับ เพราะงั้นถ้าหากว่าชอบ concept ของถุงกันน้ำท่วมคลุม รถ แบบนี้แล้วล่ะก็ คุณไม่ต้องไปหาซื้อทีไหนไกลกันแล้วล่ะครับ เพราะ แค่ผ้าคลุมรถธรรมดาๆ ก็ป้องกันน้ำท่วมรถยนต์คันงามของคุณได้แล้ว !




รูปภาพ

มาใช้ผ้าคลุมรถกันน้ำท่วมเพื่อป้องกันรถคุณ จากน้ำท่วมกันเถอะ!
เริ่มมาให้ผ้า คลุมรถ โดยเลือกเอา size XL หรือยิ่งใหญ่ยิ่งดี เพราะจะได้สวมใส่กันได้สะดวก เพราะ concept ของเราคือ การเอาผ้าคลุมรถแทนที่จะใส่จากด้านบน ก็เอามาใส่จากด้านล่างแทนครับ ตอนที่คุณเลือกผ้าคลุมรถ ต้องเป็นผ้าหรือเป็นวัสดุอะไรก็ตามที่กันน้ำได้ด้วยเท่านั้น เพราะอาจจะมีผ้าคลุมรถที่กันน้ำไม่ได้ (อันนี้ไม่แน่ใจว่ามีเหรอเปล่า แต่ว่าถ้าหากว่าจะ เอา sure ให้ถามคนขายด้วย น่ะครับว่า ผ้าคลุมรถอันนี้กันน้ำได้แบบ 100% ด้วยหรือไม่)
ผ้าคลุมรถเป็นแบบที่ขอบยางเสียหน่อยก็น่าจะดีเพราะว่า ตอนสุดท้ายแล้ว เมื่อคุณเอาไปคลุมรถเสร็จ มันก็จะเข้ารูปเหมือนกับเป็นการใส่เกงกางให้กับรถสุดรักของคุณยังไงล่ะครับ และทั้งนี้ก็จะเป็นการง่ายต่อการคลุมที่กระชับอีก ด้วย



รูปภาพ





เริ่มต้นให้วางผ้าคลุมรถไว้ ณ ตำแหน่งที่คุณอยากจะจอดรถเอาไว้เช่น ที่จอดรถบ้านคุณเองเป็นต้น แล้วก็ให้คนจับมุมเอาไว้ทั้งสองฝั่ง ถ้าหากว่าจะให้ง่ายที่สุดผมแนะนำว่า ควรจะมีคนจับมุมทั้งสี่ฝั่งไว้เลยจะทำให้การถอยจอดรถเพื่อเข้าผ้าคลุม รถทำได้ง่ายมากๆ หลังจากนั้นก็ให้คนขับถอยรถช้าๆ และเปิดกระจกรถเอาไว้เผื่อว่าจะตะโกนหากันตอนที่ คนจับผ้าโดนรถเหยียบก็จะได้บอกคนขับรถได้ครับ
การถอยรถต้องค่อยๆถอย โดยผ่านมุมเข้าผ้าคลุมช้าๆเป็นแนวเดียวกับผ้าคลุมรถ และ ผ้าคลุมควรจะต้องขึงตึงเอาไว้ เพราะ เราไม่อยากจะให้รถเหยียบผ้าคลุมเอาไว้ เดี๋ยวมันจะยกขอบผ้าคลุมไม่ขึ้นครับ
เมื่อถอยรถได้ตำแหน่งอยู่กลางผ้าคลุม แล้วก็ให้คุณเอาขอบของผ้าคลุมคลุมเอาไว้รอบคัน ทั่วทั้งคันครับ และ สำหรับการป้องกันที่จะทำได้จริง คุณจะต้องติด tape กาวแบบ ที่เมื่อมีน้ำชะจะต้องไม่หลุดลอกออกมาด้วยครับ แนะนำว่าให้แปะก็แปะทั่วทั้งคันเพื่อความมั่นใจได้ว่า น้ำจะไม่ซัดหรือดึงผ้า หรือไปกร่อนเนื้อกาวเพื่อให้ผ้าคลุมหลุดลอกออกมาได้ง่ายๆ
ผมว่าวิธีการนี้ คือ การ ใช้ผ้าคลุมรถกันน้ำท่วม โดยเอามาคลุมแบบกลับหัวนั้น น่าจะเป็นทางเลือกที่ทำได้ง่าย ด้วยอุปกรณ์ที่หาซื้อได้จากห้างร้านค้าทั่วไปครับ เลยอยากจะเอามา share ไว้ ที่ Rackmanagerpro.com แห่งนี้ครับ ถ้าหากว่ามีคนได้ลองและได้ทำจริงและ อยู่ในสถานการณ์จริงแล้วได้ผลเห็นผลสำเร็จแล้ว comment ทิ้งเอาไว้ให้ด้วยน่ะครับ ผมจะได้มั่นใจว่า เมื่อน้ำไหลบ่ามาเขตบ้านผม ผมจะเอาผ้ามาคลุมไว้เพื่อป้องกันน้ำซึมเข้าตัวรถครับ
▄▀▄▀ รายงายสด ผลการแข่ง พร้อมวีดีโอ การแข่งจักรยานโปรทัวร์ https://www.facebook.com/groups/183810108467489/ ▄▀▄▀
__________________________________________________________________________________
Cycling B®y
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 19808
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 10:41
team: RAWAI Criterium Team. Phuket.

Re: รวมเรือจากขวดน้ำ+จักรยานน้ำ เอาไว้ใส่เสือหมอบ(แค่นี่ก็เกี่ยวกับหมอบล่ะ555) ไอเดีย ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

โพสต์ โดย Cycling B®y »

เสื้อชูชีพที่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง....เข้าไปดูการ ทดสอบและวิธีการทำได้ที่


ทดสอบเสื้อชูชีพ http://www.youtube.com/watch?v=g1yDDqCIjkc
หลังการทดสอบ http://www.youtube.com/watch?v=wCepCYCZqFY...feature=related
ขั้นตอนการทำเสื้อชูชีพ http://www.youtube.com/watch?v=GU85aZJphyQ...feature=related




รูปภาพ



รูปภาพ



รูปภาพ
▄▀▄▀ รายงายสด ผลการแข่ง พร้อมวีดีโอ การแข่งจักรยานโปรทัวร์ https://www.facebook.com/groups/183810108467489/ ▄▀▄▀
__________________________________________________________________________________
Cycling B®y
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 19808
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 10:41
team: RAWAI Criterium Team. Phuket.

Re: รวมเรือจากขวดน้ำ+จักรยานน้ำ เอาไว้ใส่เสือหมอบ(แค่นี่ก็เกี่ยวกับหมอบล่ะ555) ไอเดีย ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

โพสต์ โดย Cycling B®y »

รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ
▄▀▄▀ รายงายสด ผลการแข่ง พร้อมวีดีโอ การแข่งจักรยานโปรทัวร์ https://www.facebook.com/groups/183810108467489/ ▄▀▄▀
__________________________________________________________________________________
Cycling B®y
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 19808
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 10:41
team: RAWAI Criterium Team. Phuket.

Re: รวมเรือจากขวดน้ำ+จักรยานน้ำ เอาไว้ใส่เสือหมอบ(แค่นี่ก็เกี่ยวกับหมอบล่ะ555) ไอเดีย ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

โพสต์ โดย Cycling B®y »

รายงานเมื่อเมืองไทยน้ำท่วมครับ

เมื่อปี ๒๕๓๘ ผมลงพื้นที่เห็นน้ำท่วมแล้วเกิดแรงดลใจเขียนหนังสือ “บ้านหลังน้ำ
ท่วม” ตั้งแต่ ๖ โมงเย็นจนถึง ๗ โมงเช้า เขียนเสร็จในคืนเดียว และหนังสือพิมพ์ออก
ไปหลายแสนเล่มแล้ว

ปี ๒๕๕๔ เมื่อคืนนี้ผมเริ่มเขียนเรื่อง “บัญญัติ 20 ประการ เตรียมบ้านก่อนน้ำท่วม”
ความยาวแค่ ๑๒ หน้า A4 หรือประมาณแค่ ๒๔ หน้า pocket book ปรากฏว่าพยายาม
เขียนอยู่ถึงแค่ ตี ๒ ก็หมดสภาพแล้ว เขียนไม่เสร็จครับ แต่ก็ฝืนมาเขียนตอนเที่ยงวันนี้เองครับ

สังขารทั้งหลายนั้น “ไม่เที่ยง” จริงๆ ครับ ไม่ได้แข็งแรงเหมือนเมือตอนหนุ่มๆเด็กๆอีกแล้วหนอ

ผมจึงขอแนบเอกสาร “บัญญัติ 20 ประการ เตรียมบ้านก่อนน้ำท่วม” มา ให้เพื่อช่วยกัน
เผยแพร่ครับ เพราะคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์แน่นอนครับ เป็นเอกสารที่ไม่มีลิขสิทธิ์
ครับ ใครเอาไปทำอะไรก็ตามสบายครับ ไม่ต้องขออนุญาตหรืออ้างอิงใดๆครับ

เอกสารนี้จะใช้ตอนนี้ครับ ตอนน้ำ “จะ” ท่วมครับ หากเมื่อน้ำลดเมื่อไรก็ใช้เอกสารเดิม
(บ้านหลังน้ำท่วม) ครับ เอกสารอยู่ใน attached file ครับ .. ช่วยๆกันเผยแพร่ ครับผม

ยอดเยี่ยม เทพธรานนท์





บัญญัติ 20 ประการ เตรียมบ้านก่อนน้ำท่วม

เมื่อนานมาแล้ว ปี พ.ศ. 2538 น้ำท่วมประเทศไทย ผมเขียนหนังสือร้อยพันปัญหาในการก่อสร้างเล่มที่ 3 เรื่อง “บ้านหลังน้ำท่วม” โดยมีเป้าหมายในการให้คนที่มีทุกข์จากการถูกน้ำท่วม ทราบแนวทางในการปรับปรุงบ้านของตนเองอย่างถูกวิธี และประหยัดงบประมาณ ซึ่งเป็นหนังสือที่ไม่มีลิขสิทธิ์ใดๆ จึงมีผู้จัดพิมพ์เพื่อแจกจ่ายไปเป็นจำนวนหลายแสนเล่ม

มาถึงวันนี้ คนไทยทั้งหลายเข้าใจเรื่องน้ำท่วมมากขึ้น ศึกษาข่าวสารบนความไม่ประมาทมากขึ้น และเริ่มมีการ “เตรียมตัว” เพื่อจัดเตรียมบ้านให้พร้อมก่อนที่น้ำจะมา จึงขอเขียนบันทึก “บัญญัติ 20 ประการ เตรียมบ้านก่อนน้ำท่วม” แบบสั้นกระชับนี้ขึ้น ซึ่งหวังว่าคงจะพอมีประโยชน์ครับ ขอให้หลับตาแล้วนึกภาพถึงว่าเรากำลัง “เตรียมเมืองรับศึกสงคราม” นะครับ

1. ดูทางน้ำที่จะมาสู่บ้านเรา แล้วจะไปทางไหนได้บ้าง ขอให้คิดว่าเราเหมือนกำลังตั้งค่ายคูประตูหอรบอยู่ เราต้องรู้ว่าข้าศึกจะเข้ามาโจมตีเราทางทิศใดได้บ้าง และหากเกิดความพลาดพลั้งขึ้นมา เราจะหนีไปทางไหนได้บ้าง ซึ่งข้าศึกอาจจะเข้ามาตีเราหลายทางก็ได้ และเราก็อาจจะมีทางหนีไปหลายทางก็ได้ บางครั้งข้าศึกไม่ได้มาตีแค่ 2-3 ทาง แต่ทำการ “ล้อม” เราเอาไว้ทุกด้านก็ได้ ทำให้ทางหนีของเราถูกปิดกั้นไว้หมด

หากเมื่อรู้แนวทางเหล่านั้นแล้ว ก็ขอให้เริ่มวางแผนที่จะ “หยุดน้ำ หยุดข้าศึกที่จะเข้ามาโจมตีเรา” ซึ่งการหยุดยั้งน้ำหรือข้าศึกนั้น มีหลายวิธีที่ต้องจัดการ ไม่ว่าจะเป็นการ “สร้างเขื่อนชั่วคราว” ด้วยกระสอบทราย หรือเอาแผ่นวัสดุใดๆ มากั้นก็ได้ การปิดกั้นนั้นมีหลายวิธี ซึ่งใช้ความเข้าใจพื้นฐาน บวกกับสอบหาข้อมูล ก็จะพอทราบกันเองได้ครับ
2. กำแพงบ้านไว้กันน้ำได้ แต่ต้องระวังรั้วพังนะครับ
ตามปกติแล้ว รั้วบ้านที่เป็นคอนกรีตหรือก่ออิฐ จะเปรียบเสมือนกำแพงเมืองที่จะกันน้ำไม่ให้เข้ามาในบ้านของเรา แต่เราต้องไม่ลืมว่าน้ำหนักของน้ำที่ขังหรือถาโถมเข้ามากดที่ด้านข้างของกำแพงรั้วเรา จะทำให้รั้วบ้านของเราเกิดการเอียง หรือแตกร้าว หรือพังลงมากได้ เพราะรั้วบ้านทั่วไป วิศวกรท่านจะไม่ได้ออกแบบไว้ให้รับแรงหรือน้ำหนักที่กระทำด้านข้างได้มากนัก

ทางป้องกันที่ง่ายที่สุดก็คือ เราหากระสอบทรายมาวางไว้อีกด้านหนึ่งของรั้วบ้านเรา (ในบ้านเรา) วางไว้ติดชิดกับรั้วไปเลย ยามเมื่อรั้วจะเอียงเพราะว่าน้ำที่ท่วมกดน้ำหนักมาอีกด้านหนึ่ง กระสอบทรายก็จะทำหน้าที่ช่วยรับน้ำหนักเอาไว้ ถ่ายแรงจากรั้วมา รั้วก็ยังตั้งตรงอยู่ได้ “กำแพงเมืองของเราก็ไม่แตก หรือล้มครืนลงมา” ครับผม

3. น่าจะมี “ปืน” ไว้สู้ฝน สู้น้ำท่วม จัดการกับ “รูรั่ว”
บ้านหลายหลังที่มีรู มีรอยแตกเล็กๆ ตามผนังหรือช่องหน้าต่าง ตามรอยต่อของผนังกับเสาและคาน หรือแม้แต่ตามรั้วบ้าน ซึ่งบางครั้งเราไม่มีเวลา (หรืองบประมาณ) ที่จะแก้ไขได้ที่ต้นเหตุ จะตามช่างมาซ่อมแซมหรือก็อาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายนัก หรือไม่ทันเวลาเสียแล้ว

ดังนั้น เราก็น่าจะมีวัสดุอุดประสานรอยจำพวก ซิลิโคน หรือ อะคริลิค หรือ โพลี่ยูริเทน เอาไว้ เพื่ออุดรอยเหล่านี้ ซึ่งเราน่าจะทำได้ด้วยตัวเอง (โดยเฉพาะในจังหวะที่เศรษฐกิจไม่ดี หรืออยากจะฝึกตัวเองเป็นช่างบ้าง) แต่การที่เราจะใช้วัสดุ ประสานที่มีความยืดหยุ่นและอยู่ในหลอดแข็งๆนี้ได้ เราจะต้องมีอุปกรณ์การ "ฉีด" ซึ่งภาษาช่างทั่วไปเขาเรียกกันว่า "ปืน" ซึ่งราคาไม่แพงเลยครับ

บางครั้ง ท่านอาจจะต้อง "พกปืน" ไว้ในบ้านของท่านสักชุด เพื่อช่วยเหลือตัวเองในการต่อสู้ ป้องกันน้ำไม่ให้ไหลเข้ามาในบ้านของเราครับ

4. อย่าให้ต้นไม้ล้มทับบ้าน ยามน้ำท่วมและพายุมา
ต้นไม้ทั้งหลายที่อยู่ในบ้านหรือใกล้บ้านเราจะเป็นอันตรายยามมีพายุมา เพราะต้นไม้อาจจะล้ม (โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นไม้ที่ล้อมจากที่อื่นมาปลูก เพราะต้นไม้เหล่านั้นไม่มี “รากแก้ว” ครับ) หรือ กิ่งต้นไม้บางประเภทที่ค่อนข้างเปราะ (เช่น ต้นประดู่กิ่งอ่อน) อาจจะหักลงมาสู่ตัวบ้านเรา ต้องทำการเล็มกิ่งหรือตัดกิ่งบางกิ่งออกไปเสีย

ยามเมื่อน้ำท่วม ระดับน้ำใต้ดินจะสูงมาก (หรือน้ำท่วมเข้ามาได้จริงๆ) รากของต้นไม้จะแช่น้ำเป็นเวลานาน รากต้นไม้จะเน่าได้ แล้วความสามารถในการยึดเกาะกับดินก็จะน้อยลง (โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นไม้ใหญ่ที่ไม่มีรากแก้ว) ต้นไม้ก็อาจจะล้มลงได้ ต้องทำการค้ำยันลำต้นเอาไว้ให้ดี ก่อนน้ำจะท่วมครับ

สิ่งที่น่าคิดอีกอย่างหนึ่งก็คือเรื่องการให้ปุ๋ย ซึ่งตอนที่น้ำท่วมห้ามให้ปุ๋ยต้นไม้ครับ เพราะจะทำให้รากเน่าเร็วขึ้น (ต้นไม้ที่โดนน้ำท่วมก็เหมือนคนป่วย เขาไม่ต้องการอาหารดีๆ (แต่ย่อยยาก) ครับ ขอให้หายป่วยเสียก่อนค่อยกินอาหารดีๆ เยอะๆได้ครับ)

5. ตรวจสอบถังน้ำใต้ดิน
บ้านใครมีถังน้ำใต้ดิน ต้องตรวจสอบ “ฝา” ของถังน้ำให้ดีๆ เพราะเวลาน้ำท่วม ถังน้ำจะอยู่ใต้น้ำด้วย หากฝาของถังน้ำมีระบบป้องกันน้ำเข้าไม่ดี น้ำสกปรกที่ท่วมเข้ามา ก็จะไปปนกับน้ำสะอาดในถังน้ำของเรา ปัญหาเรื่องโรคภัยต่างๆ ก็จะตามเข้ามาหาตัวเราโดยทันทีครับ

หากเราไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องน้ำเล็ดลอดเข้ามาในถังของเราได้ ก็ขอให้ต่อท่อน้ำตรงจากท่อประปาหน้าบ้านเรา เข้ามาที่ตัวบ้านของเราเลย (โดยปกติแล้ว บ้านที่มีถังน้ำใต้ดินจะมีวาล์วหมุนเปิดทางให้น้ำประปาจากหน้าบ้านเรา วิ่งผ่านตรงเข้ามาในบ้านโดยไม่ลงไปที่ถังน้ำใต้ดินได้ ต้องหาวาล์วตัวนี้ให้เจอ แล้วต่อตรงเข้ามาเลยดีกว่า น้ำจะเบาลงหน่อย แต่ก็ยังเป็นน้ำสะอาดครับ)
6. ตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้านอกบ้าน ตัดกระแสไฟเสีย
ภายนอกบ้านของเราจะมีอุปกรณ์ไฟฟ้าหลายอย่างเช่น ปั๊มน้ำ เครื่องปรับอากาศ หรือแม้กระทั่งไฟสนาม และกริ่งหน้าบ้าน ต้องหาสวิตซ์ตัดไฟให้พบว่า จะต้องตัดไฟตรงไหนไม่ให้ไฟฟ้าวิ่งเข้าไปที่อุปกรณ์เหล่านั้นได้ ยามเมื่อน้ำท่วมเข้ามา ต้องทำการตัดไฟตรงนั้นเสีย (แม้กระทั่งยามจะเข้านอน ถ้าไม่แน่ใจว่าน้ำจะท่วมเข้ามาตอนเราหลับอยู่หรือเปล่า ก็ต้องปิดสวิตซ์ไฟฟ้าของอุปกรณ์เหล่านั้นเสีย ตื่นมาตอนเช้า หากน้ำยังไม่ท่วม ก็ค่อยเปิดสวิตซ์ใหม่อีกครั้งหนึ่งครับ)

ส่วนการย้ายเครื่องมือย้ายอุปกรณ์เหล่านั้นในตอนนี้ หากแน่ใจว่าน้ำท่วมแน่ และมีช่างมาช่วยย้าย ก็อาจจะย้ายได้ แต่หากไม่มีช่างมาช่วย ก็เป็นเรื่องยากที่จะทำเอง ก็อาจจะต้องยอมให้อุปกรณ์เหล่านั้นแช่น้ำไปก่อนตอนน้ำท่วม
7. ป้องกัน งู เงี้ยว เขี้ยว ขอ ตะกวด และสัตว์เลื้อยคลานต่างๆ
ยามน้ำท่วม มิใช่เพียงมนุษย์และสัตว์เลี้ยงของเราเท่านั้นที่ต้องหนีน้ำท่วม แต่เหล่าสัตว์ต่างๆ ก็ต้องหนีน้ำกันด้วย และการหนี้น้ำท่วมที่ดีที่สุด ก็คือการเข้ามาในบ้านของเรา เพราะบ้านของเราพยายามกันน้ำท่วมอย่างดีที่สุดแล้ว

ปัญหาก็คือ เหล่าสัตว์เลื้อยคลานทั้งหลาย ที่ทั้งเลื้อยและทั้งคลานเข้ามาในบ้านเรา เป็นสิ่งที่เราไม่ต้อนรับ และอาจเป็นผู้ทำอันตรายเราด้วย ดังนั้นเราต้องมั่นใจว่า “รู” ต่างๆของบ้านเราจะต้องโดน “อุด” เอาไว้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นรูที่ประตูหน้าต่าง หรือที่ผนังบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “รูจากท่อระบายน้ำ” ที่พื้นบ้านของเรา (เขาชอบมาทางนี้กันครับ)

บางท่านอาจจะมีการโรย “ปูนขาว” ล้อมรอบบ้านเอาไว้ด้วยก็ได้ (แต่ต้องมั่นใจว่าโรยรอบบ้านจริงๆ และ ไม่ถูกน้ำท่วม หรือถูกฝนชะล้างจนหายไปหมดครับ) เพราะปูนขาวจะกันสัตว์เหล่านี้ได้ครับ นอกจากนี้ก็น่าจะเตรียมยาฉีดกันแมลง ติดบ้านไว้ด้วยครับ
8. เรื่องส้วม ส้วม ส้วม สุขา สุขา
เป็นเรื่องของความสุขที่เปลี่ยนไปเป็นความทุกข์ทุกครั้งที่เกิดน้ำท่วม โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบส้วมที่เป็นระบบบ่อเกรอะ บ่อซึมแบบเดิม ที่น้ำจากการบำบัดจะต้องซึมออกสู่ดิน แต่พอน้ำท่วม น้ำจากดินภายนอกจะซึมเข้ามาในบ่อ ก็ทำให้บ่อเกรอะเต็มไปด้วยน้ำ ส้วมก็จะเกิดอาการ “อืด และ ราดไม่ลง” หากน้ำจากภายนอกท่วมมาก มีแรงดันมาก ก็อาจจะเกิดอาการ “ระเบิด” ทำให้สิ่งปฏิกูลต่างๆ พุ่งกลับมาที่โถส้วม ความสุขหายไป ความทุกข์ปล่อยออกไม่ได้

ในกรณีนี้ ต้องยอมรับในสิ่งที่จะเกิดขึ้น ต้องป้องกันไม่ให้สิ่งปฏิกูลทั้งหลายพุ่งกลับออกมาทางโถส้วม ต้องปิดโถส้วมให้ดี หากเป็นโถส้วมนั่งราบที่มีฝาปิด ก็ต้องปิดฝาให้แน่น เอาเชือกผูกเอาไว้ หากเกิดอาการพุ่งขึ้น ก็จะไม่เรี่ยราดทำความสะอาดยาก กรณีนี้ทำเฉพาะโถส้วมชั้นล่างก็พอ เพราะน้ำคงไม่ท่วมถึงชั้นสองครับ (เพราะหากท่วมถึงชั้นสอง เราคงไม่ได้อยู่ในบ้านได้แล้ว)

กรณีที่เป็นบ่อบำบัดสำเร็จ ซึ่งเขาจะทำงานโดยไม่ต้องมีบ่อเกรอะบ่อซึม ในเวลาปกติเขาจะบำบัดจนเสร็จภายในถังเอง แล้วก็จะระบายน้ำที่บำบัดเสร็จแล้วลงท่อระบายน้ำนอกบ้านของเรา ยามเมื่อน้ำท่วม น้ำจากบ่อบำบัดจะไหลระบายออกไปไม่ได้ เพราะระดับน้ำที่ท่วมอยู่สูงกว่าบ่อบำบัด ซึ่งเป็นการแก้อะไรไม่ได้ ต้องปล่อยไว้อย่างนั้นครับ

ถังบำบัดสำเร็จบางรุ่นจะมีมอเตอร์อัดอากาศเข้าไป (ซึ่งในบ้านส่วนใหญ่จะไม่ใช้รุ่นนี้) ก็ต้องตรวจดูว่ามอเตอร์อยู่ที่ไหน หากมอเตอร์น่าจะอยู่ในระดับที่น้ำท่วมถึง ก็ต้องตัดกระแสไฟไม่ให้เข้าไปสู่ตัวเครื่องกลนั้นครับ

ทั้งนี้สิ่งที่ต้องระวังก็คือ “ท่อหายใจ” ที่เป็นท่อระบายอากาศของระบบส้วมของเรา ต้องมั่นใจว่าท่อหายใจนั้นจะต้องอยู่สูงกว่าระดับน้ำที่มีโอกาสท่วม หากท่อหายใจของเราอยู่ระดับต่ำ ก็ต้อง “ต่อท่อ” ให้มีระดับสูงขึ้นให้ได้ จะต่อแบบถาวรก็ได้ (หากมีช่างมาทำ หรือเราทำเป็น) หรือจะต่อแบบท่อไม่ถาวร ก็คือเอาสายยางธรรมดา มาครอบท่อหายใจเดิม แล้วก็ยกให้ปลายท่อนั้นอยู่สูงขึ้นกว่าระดับน้ำที่คาดหมายว่าจะท่วมครับ

ท่อหายใจนี้จะเป็นอุปกรณ์สำคัญมากในการช่วยระบายความดันภายในระบบส้วมของเรา ไม่ให้สิ่งปฏิกูลมีแรงดันมากเกินไปครับ

9. ปลั๊กไฟ สวิตซ์ไฟ ตรวจสอบและแยกวงจร
เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งของบัญญัติ 20 ประการของบทความนี้ เพราะอันตรายที่มองไม่เห็นก็คือเรื่องของ “ไฟฟ้า” ครับ แต่ในขณะเดียวกัน ไฟฟ้าก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตเสียแล้ว

หากบ้านของเรามีการแยกวงจรไฟฟ้าไว้ตั้งแต่แรก คือวงจรไฟฟ้านอกบ้าน วงจรไฟฟ้าชั้นล่าง และวงจรไฟฟ้าชั้นบน ก็ต้องปิดวงจรไฟฟ้านอกบ้านเมื่อน้ำท่วมนอกบ้าน หากน้ำสูงขึ้นมาจนเข้าในตัวบ้าน ก็ต้องปิดวงจรไฟฟ้าชั้นล่าง หากน้ำสูงขึ้นถึงชั้นสอง น่าจะหาทางออกจากบ้านเพื่อย้ายไปอยู่ที่อื่นชั่วคราว เพราะสวิตซ์หลักของบ้านโดยทั่วไปจะอยู่ที่ชั้นล่างระดับประมาณ 1.8 เมตรจากพื้นห้องครับ

กรณีที่บ้านไหนโชคดี วงจรไฟฟ้าชั้นล่างแยกวงจรออกมาเป็นระดับปลั๊กด้านล่างและระดับสวิตซ์บน ก็ค่อยๆ ตัดวงจรปลั๊กชุดล่างก่อนตามระดับน้ำที่ท่วมขึ้นมา

หากกรณีที่ไม่มีการจัดวงจรเอาไว้อย่างเป็นระบบตามที่กล่าวไว้ข้างต้น เราต้องค่อยๆทำการทดสอบอย่างใจเย็นๆว่าปลั๊กหรือสวิตซ์ชุดใดจะมีการตัดวงจรไฟฟ้าจากคัทเอาท์หลักบ้าง แล้วทำโน้ตบันทึกเอาไว้ หากเมื่อน้ำท่วมเมื่อไร ก็จะได้ทราบว่าเราต้องตัดวงจรชุดใดก่อน (ตัดวงจรส่วนที่ถูกน้ำท่วม) อาจจะเป็นเรื่องที่ยุ่งยากหน่อยที่จะตรวจสอบ แต่ก็ต้องใจเย็นๆและตั้งใจที่จะตรวจสอบครับ

ในกรณีที่วงจรบางวงจรที่ควบคุมทั้งปลั๊กหรือสวิตซ์ตัวล่างกับปลั๊กหรือสวิตซ์ตัวบน ก็จำเป็นต้องตัดวงจรทั้งหมด ห้ามเสี่ยงโดยเด็ดขาดครับ

อุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆที่สามารถขนย้ายได้ในตอนนี้ ก็อาจขนย้ายขึ้นไปไว้ชั้นบนก่อน ยังไม่ต้องใช้ตอนนี้ก็ได้เช่น เตาไฟฟ้า เครื่องปิ้งขนมปัง เครื่องตีไข่ เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องชาร์จโทรศัพท์ ฯลฯ ส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ยังต้องใช้งานอยู่ ก็ต้องเตรียมการขนย้ายขึ้นข้างบนเอาไว้เลย เช่นเครื่องไมโครเวฟ โทรทัศน์ วิทยุ เป็นต้น ส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ การขนย้ายยุ่งยาก และหาที่วางยาก เช่น ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ฯลฯ ก็ต้องวางแผนว่าจะเอาอย่างไรในปัจจุบันและอนาคต หากยังใช้อยู่แล้วยามน้ำท่วมขึ้น จะมีคนช่วยขนหรือไม่ หรือจะทิ้งเอาไว้อย่างนั้น

เรื่องไฟฟ้าเป็นอันตรายที่มองไม่เห็น และน้ำเป็น “สื่อไฟฟ้า” ด้วย ดังนั้นเรื่องไฟฟ้าในบ้าน จึงเป็นสิ่งแรกที่ต้องมีการตรวจสอบและเตรียมการครับ
10. ตรวจสอบว่าประตูหน้าต่างแน่นหนาและแข็งแรง
เพราะว่าประตูบ้านของเรา (ไม่ว่าจะเป็นประตูที่รั้วบ้าน หรือประตูที่ตัวบ้านเรา) และหน้าต่าง เป็นจุดหนึ่งที่ถือว่ามีความอ่อนแอมากที่สุด มีโอกาสที่จะบิด หรือเผยอตัว หรืออาจจะหลุดออกมาทั้งบาน หากมีแรงดันน้ำมากๆ ดันเข้ามา

ดังนั้นเราจึงต้องตรวจสอบความแข็งแรงให้ดี ต้องพยายามที่จะใช้ “กลอน” ช่วยรับน้ำหนักทางด้านข้างด้วย การลงกลอนในบานประตูและหน้าต่างที่ไม่ได้ใช้เป็นปกติธุระ น่าจะเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะป้องกันน้ำวิ่งเข้ามาที่ตัวบ้านของเราได้ครับ

หากหนักหนาจริงๆ ประตูหน้าต่างของเราดูจะอ่อนแอรับแรงดันน้ำไม่ไหวจริงๆ ก็ต้องเอาไม้มาตีพาดขวางช่วยรับแรง หรือเอาของหนักๆมาวางช่วยดันประตูเอาไว้ (ต้องเป็นประตูด้านที่เราไม่ใช้โดยปกตินะครับ ไม่เช่นนั้นอาจจะมีปัญหาตอนที่เราจะหนีออกจากบ้าน หรือตอนที่คนเขาจะเข้ามาช่วยเราในบ้าน ยามเกิดวิกฤติครับ)

11. เตรียมระบบสื่อสารทุกประเภทเอาไว้ให้พร้อม
ระบบสื่อสารทุกอย่างที่เรามี ไม่ว่าจะเป็นระบบโทรศัพท์ปกติหรือโทรศัพท์มือถือ ระบบอินเตอร์เน็ตทั้งมีสายและไร้สาย วิทยุ โทรทัศน์ หรือ อุปกรณ์สื่อสารพิเศษอย่างอื่น (เช่นระบบดาวเทียม วอร์คกี้ทอร์คกี้ เป็นต้น) เพราะการรับข่าวสาร และการติดตามข่าวสารเรื่องภัยน้ำท่วมที่จะมาถึงตัวเราเป็นเรื่องสำคัญ และไม่น่าจะเกิดความผิดพลาดในทุกวินาที

และหากน้ำท่วมแล้ว การขอความช่วยเหลือหรือสอบถามข้อมูลเพื่อการช่วยเหลือตัวเองเป็นเรื่องสำคัญ ณ วินาทีวิกฤตินั้นแน่นอน อีกทั้งระบบสื่อสารที่เรามีนั้น มิได้ใช้เพียงการที่เราช่วยตัวเอง แต่อาจจะมีผู้เดือดร้อนคนอื่นที่ต้องการความช่วยเหลือ หรือต้องการคำปรึกษาจากเรา ก็สามารถติดต่อกับเราได้ ต้องคนละไม้คนละมือเสมอ ทุกคนล้วนลำบากทั้งสิ้นครับ
12. ชาร์จอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกอย่างเตรียมพร้อม 24 ชั่วโมง
อุปกรณ์ไฟฟ้าหลายอย่างมีความจำเป็นยามเกิดภาวะฉุกเฉิน เช่น ไฟฉาย วิทยุ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ มือถือ หรือแม้กระทั่งกล้องถ่ายภาพ ฯลฯ จะต้องมีการชาร์จไฟไว้ให้เต็มร้อยตลอดเวลา เพราะยามน้ำท่วม ระบบไฟฟ้าทั้งหมดอาจติดขัดครับ

นอกจากอุปกรณ์ไฟฟ้าจะต้องชาร์จไฟให้เต็มที่แล้ว การใช้อุปกรณ์เหล่านั้นเมื่อไฟฟ้าปกติไม่มา จะต้องประหยัดไฟด้วย เพื่อความมั่นใจว่าอุปกรณ์เหล่านั้นจะทำงานได้เต็มที่ยามฉุกเฉิน อีกทั้งต้องเตรียมอุปกรณ์อื่นเสริมอีกด้วย เช่นไม้ขีดไฟ เทียนไข เป็นต้น

13. ย้ายของทุกอย่างให้อยู่ในที่ที่เหมาะสม
ข้าวของในบ้านของเรา ไม่ใช่เพียงเรื่องของอุปกรณ์ไฟฟ้าเท่านั้นที่เราจะต้องมีการจัดการย้ายให้อยู่ในที่ที่เหมาะสม แต่หมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่เราคิดว่ามีความสำคัญ และอาจจะเสียหายได้เมื่อมีน้ำท่วม ตั้งแต่รถยนต์ ถังกาซ เฟอร์นิเจอร์ หนังสือ ของขวัญ รูปภาพ ฯลฯ ขอให้ย้ายไปสู่ที่ที่เหมาะสม ซึ่งที่ที่เหมาะสมนั้นอาจจะอยู่ในตัวบ้านของเรา หรือจะย้ายออกไปเก็บไว้นอกบ้าน สถานที่อื่นที่คิดว่าปลอดภัย

มีข้อมูลว่า เมื่อน้ำท่วม หลายคนเป็นอันตรายอันเนื่องมาจากการ “ห่วงของ” ต้องลุยน้ำกลับไปกลับมาเพื่อขนของออกจากบ้าน และหลายครั้งที่ขนของออกมาแล้ว แต่ไม่มีที่วาง ก็จำต้องวางไว้ในที่ที่ไม่ปลอดภัย ปรากฏว่าของที่อุตส่าห์ขนออกมาด้วยความเสียดายหรือความผูกพันนั้น ถูกผู้ชั่วร้ายใจทรามขโมยต่อเอาไปอีกด้วย

แต่ของที่เราจะย้ายนั้น ไม่ได้หมายความว่าเป็นของทุกอย่างไปเลย เลือกเฉพาะที่เราคิดว่าต้องย้ายเท่านั้น ของบางอย่างที่แช่น้ำได้ไม่มีปัญหา ก็ไม่ต้องขนย้ายก็ได้

14. ใช้พลาสติกซึ่งเป็นวัสดุที่ไม่กลัวน้ำให้เป็นประโยชน์
วัสดุส่วนใหญ่จะกลัวน้ำ หรือไม่สามารถที่จะสู้กับน้ำได้ แต่พลาสติกเป็นวัสดุที่ไม่กลัวน้ำ ดังนั้นอุปกรณ์ต่างๆที่เป็นพลาสติก น่าจะต้องมีการเตรียมการเอาไว้ใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นถังน้ำพลาสติก ท่อพลาสติก กระดานพลาสติก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผ้าหรือแผ่นพลาสติก ที่เราจะเอาไว้ใช้หุ้มอุปกรณ์หรือส่วนต่างๆของบ้านเรา ตั้งแต่เฟอร์นิเจอร์ หนังสือ ฯลฯ แม้กระทั่งการหุ้มป้องกันตัวเรา หรืออวัยวะบางส่วนของตัวเราครับ

ขอให้หาซื้อผ้าหรือกระดานพลาสติกเก็บเอาไว้ใกล้มือเรา ยามฉุกเฉิน พลาสติกจะเป็นวัสดุอย่างหนึ่งที่มีประโยชน์มากจนคาดไม่ถึงได้ครับ และที่สำคัญอีกอย่างก็คือ “ห่วงยาง” ครับ

15. เตรียมอาหาร น้ำดื่ม และยาให้พร้อม
เพราะยามน้ำท่วมแล้ว เราอาจจะต้องติดอยู่ในบ้านของเราก็ได้ สิ่งที่จำเป็นในการดำรงชีพของเราก็คือ “อาหาร” ที่ต้องเตรียมเอาไว้ ทั้งอาหารที่ต้องมีการปรุงด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้า (หรือกาซ) กับอาหารที่สามารถกินได้เลย โดยไม่ต้องมีการปรุง และต้องเตรียมเรื่อง “น้ำดื่ม” เอาไว้ด้วย เตรียมให้เพียงพอสำหรับทุกคนประมาณ 3 วันครับ

ยาเป็นสิ่งสำคัญมากอีกอย่างหนึ่งที่เราต้องเตรียมเอาไว้ (ในที่ที่ปลอดภัย) ยาหลักๆก็คือ ยาแก้ปวด ยากแก้ไข้ ยาแก้ท้องเสีย ยารักษาโรคน้ำกัดเท้า ยาล้างแผล ยาแก้แพ้ ยากันแมลงและยาของโรคประจำตัวของทุกคน

มีผู้หวังดีแนะนำบอกต่อว่า อย่าสะสม “สุรา” เอาไว้ตอนน้ำท่วม เพราะน้ำท่วมนานๆ อาจจะมีคนกลุ้มใจ แล้วใช้สุราแก้ความกลุ้มใจ จะยิ่งทำให้เกิดปัญหาด้านความปลอดภัยมากขึ้น ส่วนเหล่าขวดสุราที่เก็บสะสมเอาไว้ ไม่ต้องขนไปไกลก็ได้ เพราะขวดสุราเหล่านั้น เขาสามารถแช่น้ำได้ ไม่มีปัญหาประการใด

16. บ้านชั้นเดียว ต้องตรวจสอบหลังคาด้วย
สำหรับบ้าน 2 ชั้น หลังคาบ้านจะมีผลมากยามเมื่อฝนตกหนักๆ ซึ่งเราน่าจะต้องดูแลกันไปพอสมควรแล้วในเวลาที่เพิ่งผ่านมา แต่ในกรณีน้ำท่วมนั้นหลังคาไม่ค่อยมีผลมากเท่าไร เพราะน้ำท่วมจากข้างล่างขึ้นไป หากท่วมถึงหลังคาชั้นสอง เราก็น่าจะย้ายไปอยู่ที่อื่นก่อนหน้านั้นแล้ว

แต่กรณีที่เป็นบ้านชั้นเดียว น้ำอาจจะท่วมชั้นล่างของบ้านอย่างรวดเร็ว หลังคาหรือส่วนของหลังคาจึงเป็นพื้นที่หลบภัยได้ชั่วคราวพื้นที่หนึ่ง เราจึงต้องตรวจสอบทางหนีทีไล่ของเรา กรณีที่เราต้องขึ้นไปหนีภัยบนหลังคา ซึ่งเราอาจจะขึ้นไปทางฝ้าเพดานของเรา (กรุณาอย่าลืมตัดวงจรไฟฟ้าที่บ้านทั้งหมดก่อนจะขึ้นไปบนฝ้าเพดานสู่หลังคานะครับ)

17. ระวังโจร ระวังมาร ระวังผู้ชั่วร้าย
เป็นความเปลี่ยนแปลงที่น่าสลดใจที่สังคมน่าอยู่และเห็นอกเห็นใจของเมืองไทยเรา ได้ถูกลัทธิวัตถุนิยมเข้าครอบงำไปหลายส่วนแล้ว ดังนั้นเราจึงได้ข่าวเนืองๆว่า มีผู้ชั่วร้ายที่อยากได้ประโยชน์ส่วนตนและพรรคพวก เข้ามารังแกจี้ปล้นประชาชนที่กำลังลำบากทุกข์เข็ญ

ยามน้ำท่วม เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังยุ่งกับภารกิจอย่างอื่น เหล่าคนชั่วก็จะออกอาละวาดรังแกผู้ที่กำลังเดือดร้อน มีการขโมย จี้ปล้น ฉกชิงวิ่งราว ให้เราได้ทราบอยู่เป็นประจำ และมีความเป็นไปได้ว่าหนึ่งในอนาคตนั้นอาจจะเป็นตัวเราและบ้านของเรา

ดังนั้น การเตรียมการป้องกันโจร จึงเป็นอีกประการหนึ่งที่เราต้องเตรียมการ อย่าเก็บของมีค่าเอาไว้ในบ้านของเรา เอาไปฝากที่อื่นก่อนดีกว่า เงินทองไม่จำเป็นที่ต้องพกมากมาย และคอยเฝ้าสังเกตบุคคลที่น่าสงสัย การส่งเสียดังๆในบางครั้ง จะเป็นอาวุธป้องกันตัวเราได้

18. เพื่อนบ้าน ต้องร่วมด้วยช่วยกัน
ในกรณีนี้ไม่ได้หมายถึงเรื่องของการต่อสู้ป้องกันโจรประการเดียว แต่หมายถึงในทุกๆกรณี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เรา “ขอความช่วยเหลือ” จากเพื่อนบ้าน แต่หมายถึงการที่ “เราจะช่วยเหลือเพื่อนบ้าน” ด้วย รวมๆกันก็หมายถึง “การสร้างชุมชนเข้มแข็ง” เพราะความรักที่ยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้เสมอยามที่คนเรามีความลำบากร่วมกัน

อย่าต่อสู้หรือป้องกันภัยทั้งหลายคนเดียว ต้องสื่อสารกัน ต้องจับมือกัน และวางแนวทางการป้องกัน การต่อสู้ที่เป็นกลุ่มใหญ่ขึ้น แล้วเราจะมีโอกาส หากตอนนี้เหล่าเพื่อนบ้านยังไม่มีการเคลื่อนไหวร่วมกัน เราก็อาจจะเป็นแกนตัวเล็กๆที่จะเป็นผู้เริ่มต้นได้ครับ อย่าอาย อย่ากลัวใครเขาหมั่นไส้ครับ หากเราเป็นคนดี มีจิตใจดี ทุกคนจะเข้าใจครับ

19. เตรียมทางหนีทีไล่เพื่อออกจากบ้าน
ดังที่กล่าวไว้ในตอนต้นว่า การป้องกันน้ำท่วมก็เหมือนการป้องกันเมืองจากการโจมตีของข้าศึก ซึ่งเราอาจจะป้องกันเอาไว้ได้หรือป้องกันไม่ไหวก็ได้ หากถึงที่สุดแล้ว เราไม่มีทางต่อสู้ได้แน่ๆ พ่ายแพ้แล้ว การเตรียม “ทางหนี” เป็นเรื่องที่จำเป็น หากเราเตรียมทางหนีเอาไว้แต่แรก เราก็สามารถหนีได้ หนีทัน เกิดความเสียหายน้อยลง

ทางหนีจากกรณีน้ำท่วมบ้าน อย่าคิดเพียงทางหนีออกจากบ้าน แต่ต้องคิดให้จบว่าหนีออกไปแล้ว จะหนีด้วยอะไร มีเรือหรือห่วงยางหรือไม่ มีเชือกสาวตัวเองหรือไม่ จะพกอะไรติดตัวไปบ้าง (ที่สามารถพกพาแบกหามไปได้) และจะมุ่งหน้าไปทางทิศใด มุ่งหน้าไปไหน และจะไปหยุดที่ใด พักที่ใด กับใคร ทุกอย่างต้องคิดเป็นกระบวนการ และคิดให้จบวงจรไว้แต่แรกครับ

20. ตั้งจิตให้มั่น ตอนนี้ “สติ” สำคัญที่สุด
อย่าเสียเวลากับการเกรี้ยวโกรธ อย่าเพิ่งด่าอะไรใคร อย่าโทษฟ้าดิน ยังมีเวลาและโอกาสอีกมากมายที่จะทำเช่นนั้น เวลานี้เป็นเวลาที่เราต้องตั้งสติ และคิด และเตรียมการอย่างเป็นระบบ เราต้องรับรู้ข่าวสารต่างๆอย่างทันต่อเหตุการณ์จากคนที่เชื่อถือได้ (ระวังคำพูดนักการเมืองนิดนะครับ) ต้องฟังวิทยุ หรือแม้แต่ติดตามทางอินเตอร์เน็ต (เช่น http://www.thaiflood.com/ หรือ http://flood.gistda.or.th/ เป็นต้น)

ค่อยๆ กลับไปอ่านตั้งแต่ข้อที่ 1 ถึงข้อที่ 19 แล้วอาจจะเพิ่มข้ออื่นๆที่เราคิดออกเข้าไปอีกได้ เมื่ออ่านแล้วก็ตรวจสอบ และลงมือทำทันทีครับ .... ตอนนี้ “สติ” สำคัญที่สุดครับ

บ ท ต า ม
บทความนี้ถูกเขียนขึ้นเท่าที่ผู้เขียนมีข้อมูลและความรู้ มิใช่เป็นบทความที่สมบูรณ์ที่สุดแต่ ต้องการเขียนขึ้นในฐานะของคนไทยคนหนึ่งที่ต้องการเป็นประโยชน์กับผู้อื่นในสภาวะวิกฤติของบ้านเมืองบ้าง โดยหวังว่าอาจจะ “ลดความทุกข์” ให้สังคมได้ส่วนหนึ่ง แม้เป็นส่วนเล็กน้อยก็ตาม

บทความนี้ “ไม่มีลิขสิทธิ์” ครับ ผู้ใดต้องการนำไปเผยแพร่ ณ ที่ใดก็สามารถทำได้ โดยไม่จำเป็นต้องขออนุญาตหรืออ้างอิงแหล่งที่มาหรือชื่อผู้เขียนก็ได้ กรุณาอย่าเกรงใจ

นายยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ สถ. ๓๔๔ ว.
ตุลาคม ๒๕๕๔
▄▀▄▀ รายงายสด ผลการแข่ง พร้อมวีดีโอ การแข่งจักรยานโปรทัวร์ https://www.facebook.com/groups/183810108467489/ ▄▀▄▀
__________________________________________________________________________________
Cycling B®y
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 19808
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 10:41
team: RAWAI Criterium Team. Phuket.

Re: รวมเรือจากขวดน้ำ+จักรยานน้ำ เอาไว้ใส่เสือหมอบ(แค่นี่ก็เกี่ยวกับหมอบล่ะ555) ไอเดีย ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

โพสต์ โดย Cycling B®y »

วิธีทำรองเท้าถุงพลาสติก ป้องกันโรคฉี่หนู (กรมควบคุมโรค)

โรคฉี่หนู เป็นโรคที่มีหนูเป็นตัวแพร่โรคที่สำคัญ เชื้อโรคที่ออกมากับปัสสาวะหนูจะปน เปื้อนอยู่ในน้ำท่วมขัง หรือบนพื้นดินที่ชื้นแฉะได้นาน ประชาชนที่เดินลุยน้ำ ย่ำโคลนอาจติดเชื้อโรคนี้ได้ จึงควรป้องกันโรคนี้โดยการสวมรองเท้าบูทยาง หรือสวมรองเท้าถุงพลาสติก



รูปภาพ


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
▄▀▄▀ รายงายสด ผลการแข่ง พร้อมวีดีโอ การแข่งจักรยานโปรทัวร์ https://www.facebook.com/groups/183810108467489/ ▄▀▄▀
__________________________________________________________________________________
Cycling B®y
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 19808
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 10:41
team: RAWAI Criterium Team. Phuket.

Re: รวมเรือจากขวดน้ำ+จักรยานน้ำ เอาไว้ใส่เสือหมอบ(แค่นี่ก็เกี่ยวกับหมอบล่ะ555) ไอเดีย ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

โพสต์ โดย Cycling B®y »

วิธี วางกระสอบทรายให้ถูกต้องป้องกันแนวกั้นพังระหว่างน้ำ ท่วม

รูปภาพ


แนว กระสอบทรายซึ่ง วางก่อเป็นรูป สามเหลี่ยมปิรา มิด ให้่ฐานกว้างกว่าความสูง 3 เท่า และในขั้นสุดท้ายให้วางแผ่นพลาสติกทับโดยไม่ให้ตึงเกินไป แล้ววางกระสอบ ทรายทับปลาย แผ่นพลาสติก ทั้ง 2 ด้าน





พี่ น้องชาวไทยใน หลายพื้นที่ กำลังเดือดร้อนจากภัยน้ำท่วม และเมื่อเกิด ภัยธรรมชาติ เช่นนี้เราจะ ได้เห็นการระดม กำลังสร้างแนว กระสอบทราย ขึ้นมาเป็นคันน้ำ แต่หลายครั้ง ที่ปราการป้อง น้ำท่วมที่ สร้างขึ้นมา นั้นพังทลายลง และทำให้กระแส น้ำไหลบ่าสร้าง ความเสีย หายอย่างรวด เร็ว ซึ่งผู้อ่านที่ห่วงใยปัญหาของเพื่อนร่วมชาติขณะนี้ได้สอบถามมายังทีมข่าววิ ทยาศาตร์ ASTV- ผู้ จัดการออนไลน์ ว่า มีวิธีวางกระสอบทรายที่ถูกต้องเพื่อป้องกันคันกั้นน้ำถล่มหรือไม่

ทีม ข่าววิทยา ศาสตร์ ASTV- ผู้ จัดการออนไลน์ ได้สืบค้นและพบ ข้อมูลแนะนำ วิธีการ วางกระสอบทราย ของ มหาวิทยาลัยนอร์ธ ดาโกตา สเตท ( North Dakota State University) สหรัฐฯ ซึ่งระบุไว้ว่า การวางกระสอบ ทรายที่ไม่ถูก วิธีจะทำให้คัน กั้นน้ำพังทราย ลงได้ โดยกระสอบทรายที่นำมาใช้นั้นควรเติมทรายให้มีปริมาตรครึ่งหนึ่งของขนาด กระสอบทรายและ ให้มีน้ำหนัก อยู่ระหว่าง 15-18 กิโลกรัม เพื่อสะดวกต่อ การขนย้าย

ส่วน ทำเลสำหรับ วางกระสอบทราย ควรเป็นทำเลที่ ช่วยให้เราวาง แนวกั้นได้ สั้นและเตี้ยที่สุด ซึ่งช่วย ประหยัดการใช้ กระสอบทรายได้ และต้องระวัง สิ่งกีดขวางที่ จะทำลายคันกั้น น้ำ อีกทั้งอย่าทำแนวกั้นพิงผนังสิ่งกอ่สร้าง เพราะจะเกิดแรง จากแนวกระสอบ ทรายกระทำต่อ ผนังสิ่งก่อ สร้างได้ และควรทิ้งระยะห่างระหว่างคั้นกั้นน้ำกับสิ่งก่อสร้างประมาณ 2.5 เมตร เพื่อให้เรา สังเกตเห็นการ รั่วซึมของคัน กั้นน้ำ และยังเป็นพื้นที่ให้เราวิดน้ำที่รั่วซึมออกมาหรือใช้เพื่อกิจกรรมอื่นๆ

เนื่อง จากการเสียดสี ระหว่างกระสอบ ทรายช่วย ป้องกันการลื่น ไถลของคัน กั้นน้ำ ดังนั้น เราต้องทำให้เกิดการยึดกันอย่างดีระหว่างพื้นดินและคันกั้นน้ำ ระวังอย่าให้มี การไหลของน้ำ ใต้แนวคันกั้น น้ำ เคลื่อนย้ายสิ่งของต่างๆ ที่จะทำให้เกิด การลื่นไถล ถ้าคันกั้นน้ำสูงกว่า 1 เมตร ให้ขุดคูตรงแนว วางกระสอบทราบ เพื่อให้เกิด ความมั่นคง ระหว่างแนว กระสอบทรายและ พื้นดิน โดยคูดังกล่าวนั้นควรลึกประมาณ 10-15 เซนติเมตร และกว้างประมาณ 45- 60 เซนติเมตร หรือเป็นความ ลึกประมาณความ หนาของกระสอบ ทราย 1 กระสอบ และกว้างเท่า กระสอบทราย 2 กระสอบ

ความ สูงของแนว กระสอบทรายควร สูงกว่าระดับ น้ำประมาณ 1 ฟุต โดยความกว้าง ของฐานคันกั้น น้ำนั้นควร มากกว่าความสูง ของคันกั้นน้ำ 3 เท่า เช่น คันกั้นน้ำสูง 1 เมตร ฐานควรกว้าง 3 เมตร เป็นต้น ทังนี้ จากการคำนวณ เมื่อใช้กระสอบ ทรายที่หนา 10 เซนติเมตร กว้าง 25 เซนติเมตร และยาว 35 เซนติเมตร นั้น ทุกความยาว 30 เซนติเมตร ของแนวกั้นจะ ใช้กระสอบทราย 1 กระสอบ และทุกๆ ความสูงของแนวกั้น 30 เซนติเมตร ต้องใช้กระสอบ ทราย 3 กระสอบ และทุกๆ ความกว้างของแนวกั้น 80 เซนติเมตร ต้องใช้กระสอบ ทราย 3 กระสอบ

หรือ ใช้สูตรต่อไป นี้เพื่อคำนวณ หาจำนวนกระสอบ ทรายที่ต้องใช้ ทุกๆ ความยาว 1 ฟุต (เมื่อวัดความ สูงเป็นหน่วย ฟุต)
ดัง นี้

จำนวน กระสอบทราย = {(3 x ความ สูงคันกั้นน้ำ) + ( 9 x ความ สูงคันกั้นน้ำ x ความ สูงคันกั้นน้ำ) } / 2

ตัวอย่าง เช่น

มื่อ ใช้กระสอบทราย หนา 10 เซนติเมตร กว้าง 25 เซนติเมตร และยาว 35 เซนติเมตร สร้างคันกั้น น้ำสูง 3 ฟุต (ทุกๆ ความยาว 1 ฟุต ฐานกว้าง 3 ฟุต)
ต้อง ใช้กระสอบทราย = {(3X3) + (9X3X3)} /2 = 45 กระสอบ
หรือ ตัวอย่างที่ได้ คำนวณแล้วทุก ความยาวแนวคัน กั้นน้ำ 100 ฟุต จะใช้จำนวน กระสอบทราย ดังนี้
คัน กั้นน้ำสูง 1 ฟุต ใช้กระสอบทราย 600 กระสอบ
คัน กั้นน้ำสูง 2 ฟุต ใช้กระสอบทราย 2,100 กระสอบ
คัน กั้นน้ำสูง 3 ฟุต ใช้กระสอบทราย 4,500 กระสอบ
คัน กั้นน้ำสูง 4 ฟุต ใช้กระสอบทราย 7,800 กระสอบ

เมื่อ ทราบจำนวน กระสอบทรายที่ ต้องใช้แล้วก็ มาถึงการ วางกระสอบทราย ทั้งนี้ ต้องให้คันกั้นน้ำขนานไปกับทิศทางการไหลของน้ำ และวิธี วางกระสอบทราย คือวางกระสอบ ทรายทับบริเวณ ที่ไม่ได้เติม ทรายของ อีกกระสอบทรายให้สนิทเป็นแนวเช่นนี้ไปเรื่อยๆ และให้ ปากกระสอบหันใน ทิศทางตรงข้าม กับกระแสน้ำ แล้วขึ้นไปเดินบนกระสอบทรายในชั้นที่วางเสร็จเพื่อให้แนวกั้นน้ำหนาแน่นและ มั่นคง ส่วนชั้นต่อมาให้วางกระสอบทับรอยต่อของกระสอบชั้นล่างและใหเชั้นล่างเหลือ พื้นที่โผล่ออก มาประมาณครึ่ง กระสอบ

หลัง จากเรียงกระสอบ สอบทรายจนได้ เป็นคันกั้นน้ำ แล้ว ให้หาแผ่นพลาสติกมาวางทับแนวกั้นน้ำแล้วใช้กระสอบทรายวางทับที่ปลาย แผ่นพลาสติก ทั้งสองด้าน และอย่าให้แผ่นพลาสติกตึงเกินไป เพราะแรงกระแทก ของน้ำจะทำลาย แนวกั้นได้ นอกจากนี้ยังต้องระวังไม่ให้พลาสติกเป็นรูหรือถูกเจาะจากของมีคมด้วย


รูปภาพ



วางกระสอบ ทรายซ้อนทับแบบ สับหว่าง และขุดตรงกลางฐานล่างให้ลึกประมาณความหนา 1 กระสอบ และกว้างประมาณ 2 กระสอบ เพื่อความมั่นคง


รูปภาพ


วิธี วางกระสอบทราย ให้ทับ อีกกระสอบใน ส่วนที่ไม่ได้ เติมทราย แล้วให้หันด้านปากกระสอบทรายไปในทิศตรงข้ามการไหลของกระแสน้ำ


รูปภาพ


ลักษณะ การวางกระสอบ ทรายฐานล่างให้ วางสับหว่างกัน


รูปภาพ


วิธี วางกระสอบทราย ชั้นบนทับชั้น ล่าง ให้ฐานล่างโผล่ออกมาประมาณครึ่งกระสอบ



รูปภาพ


เปรียบ เทียบสัดส่วน ความสูงและความ กว้่างของฐาน แนวคันกั้นน้ำ

รูปภาพ


หวัง ว่าข้อมูลเหล่า นี้จะเป็น ประโยชน์ต่อ เพื่อนร่วม ชาติที่กำลังเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้ และขอให้ทุกคน ปลอดภัยจากภัย ธรรมชาติใน ครั้งนี้
▄▀▄▀ รายงายสด ผลการแข่ง พร้อมวีดีโอ การแข่งจักรยานโปรทัวร์ https://www.facebook.com/groups/183810108467489/ ▄▀▄▀
__________________________________________________________________________________
Cycling B®y
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 19808
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 10:41
team: RAWAI Criterium Team. Phuket.

Re: รวมเรือจากขวดน้ำ+จักรยานน้ำ เอาไว้ใส่เสือหมอบ(แค่นี่ก็เกี่ยวกับหมอบล่ะ555) ไอเดีย ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

โพสต์ โดย Cycling B®y »

ขอขอบคุณทุกแหล่งข้อมูลที่ผมก๊อปปี้มาครับ.. :D
▄▀▄▀ รายงายสด ผลการแข่ง พร้อมวีดีโอ การแข่งจักรยานโปรทัวร์ https://www.facebook.com/groups/183810108467489/ ▄▀▄▀
__________________________________________________________________________________
รูปประจำตัวสมาชิก
ชาวประมง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 654
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ส.ค. 2008, 16:27
Tel: 0867311230
team: รักทุกคน รักทุกทีม
Bike: อะไรก็ขี่

Re: รวมเรือจากขวดน้ำ+จักรยานน้ำ เอาไว้ใส่เสือหมอบ(แค่นี่ก็เกี่ยวกับหมอบล่ะ555) ไอเดีย ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

โพสต์ โดย ชาวประมง »

ชอบ เสื้อ ชูชืพ เสื้อที่ใส่ + ขวดน้ำ ธรรมดานี่แหละ +เศษผ้า + ด้าย เข็ม = เสื้อชูชีพ ที่กำลัง ขาดแคลนก็ตลาด ก็ไม่จำเป็น เพิ่งตัวเองได้เลย ^^
รูปประจำตัวสมาชิก
หมีดำ
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 502
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 08:48
team: อานนท์อุบล
Bike: แคด8 สะเปะสะปะM5 และ EscapeR3เก่าๆ

Re: รวมเรือจากขวดน้ำ+จักรยานน้ำ เอาไว้ใส่เสือหมอบ(แค่นี่ก็เกี่ยวกับหมอบล่ะ555) ไอเดีย ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

โพสต์ โดย หมีดำ »

สุดยอดเลยครับ Mod แดน
เฉพาะช่วงน้ำท่วม ตรึงกระทู้เอาไว้หน่อยดีมั๊ยครับ :mrgreen:
::::ต้องแปรเปลี่ยน ทุกอุปสรรค ให้กลายเป็น พลัง ::::
::::ความคิด + คือ วัคซีน ป้องกัน ความรุนแรง ::::
Cycling B®y
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 19808
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 10:41
team: RAWAI Criterium Team. Phuket.

Re: รวมเรือจากขวดน้ำ+จักรยานน้ำ ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม.. น้ำท่วม ควรทำอย่างไร เรามีวิธีป้องกัน..

โพสต์ โดย Cycling B®y »

vanox เขียน:ข้อแนะนำเรื่องไฟฟ้า

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับไฟฟ้า ปรึกษาได้ที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคหรือสายด่วน กฟภ. โทร.1129 ตลอด 24 ชั่วโมง

แหล่งที่มา
http://www.thailandexhibition.com/forum ... 453.0.html
http://www.facebook.com/media/set/?set= ... 194&type=1
▄▀▄▀ รายงายสด ผลการแข่ง พร้อมวีดีโอ การแข่งจักรยานโปรทัวร์ https://www.facebook.com/groups/183810108467489/ ▄▀▄▀
__________________________________________________________________________________
รูปประจำตัวสมาชิก
Frogman_twin
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 5678
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ก.ค. 2011, 19:32
team: KCC, DEEP TEAM
Bike: Klein

Re: รวมเรือจากขวดน้ำ+จักรยานน้ำ ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม.. น้ำท่วม ควรทำอย่างไร เรามีวิธีป้องกัน..

โพสต์ โดย Frogman_twin »

:P
ไม่ต้องประสบความสำเร็จทุกอย่าง แต่สิ่งที่เลือกทำขอให้ทำให้เต็มที่น๊ะลูก
รูปประจำตัวสมาชิก
ปูเป้
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1068
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 11:29
Tel: -----------
team: -----------
Bike: -----------
ติดต่อ:

Re: รวมเรือจากขวดน้ำ+จักรยานน้ำ ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม.. น้ำท่วม ควรทำอย่างไร เรามีวิธีป้องกัน..

โพสต์ โดย ปูเป้ »

กระทู้นี้กด Like ตรงไหนเนี่ย ผมชอบผ้าคลุมกันน้ำรถยนต์จัง กลับด้าน คิดได้ไง :lol:
ตื่นเช้าได้ปั่นหลาย ตื่นสายได้ปั่นน้อย


https://www.facebook.com/bikeandrunthailand/
ตอบกลับ

กลับไปยัง “เสือหมอบ (roadbike)”