ช่วงนี้ผมรับสายโทรศัพท์จากเพื่อนๆ พี่ๆ วันละหลายสาย
คำถามยอดฮิตส่วนใหญ่ที่เป็นบทเปิดของการสนทนาคือ
"วันนี้เปิดร้านหรือเปล่าครับ/คะ?"
นัยว่าเพื่อนๆ พี่ๆ มาแล้วมักจะัเจอว่าหน้าร้านปิด
ส่วนใหญ่ไม่ได้ไปไหนหรอกครับ ถ้าไม่ได้ไปปั่นจักรยานที่ไหนก็มักจะอยู่
แต่ถ้ามาช่วงสิบเอ็ดโมง ถึง บ่ายต้นๆ บางทีอาจจะยังไม่เปิดหน้าร้าน
ผมทำร้านอยู่คนเดียวเป็นหลักครับ
ทั้งติดต่อต่างประเทศ/ในประเทศ สั่งของ รับของ เคลียร์ศุลกากร
ไปธนาคาร ดูแลหน้าร้าน งานขาย งานซ่อม ทำรายการของ ทำสต็อค ทำบัญชี
ท่องเน็ตหาไอเดียใหม่ๆ ทดสอบสินค้า และเล่นดนตรี (เวลาว่างๆ
ส่วนคุณเมย์มีหน้าที่เป็นฝ่ายสวัสดิการและช่วยดุแลร้านยามที่ว่างจากงานสอน
ฉะนั้นแล้วหากมาที่ร้านแล้วพบว่าร้านยังไม่เปิดบ้าง หรือร้านไม่เปิดบ้างต้องขออภัย
แนะนำให้โทรเข้ามาก่อนครับ 087-682-2236
เข้าเรื่องดีกว่าๆ อิอิอิ
คำถามยอดฮิตจริงๆ จากเพื่อนๆ พี่ๆ ในช่วงนี้คือ
"THRON Sherpa หรือ SOMA SAGA (ประกอบ) ทั้งคันเท่าไหร่"
(ขอเว้น Surly เอาไว้เนื่องจากไม่ได้เป็นตัวแทนจำหน่าย แต่ก็ได้รับคำถามเช่นกัน)
"เป็นคำถามที่ตอบยากจริงๆ ครับ ขึ้นอยู่กับว่าจะใช้อะไหล่ ระดับไหน”
“ช่วยระบุอะไหล่ที่ต้องการแบบคร่าวๆ ให้หน่อยได้ไหมครับ จะได้คำนวณราคาให้” ผมเรียนถามกลับไป
“ก็เอาอะไหล่ กลางๆ ประมาณชุด XT”
“
บทสนทนานี่ผมเขียนขึ้นเองนะครับ โดยอิงจากเหตุการณ์จริงบวกตีไข่ลงไปอีกเล็กน้อย
นักท่องเว็ปทั้งหลาย ฝันจะไปปั่นทัวริ่ง อ่านกระทู้หาข้อมูลกันจนตาลาย
จนแล้วแล้วจนรอดยังไม่ได้ไปไหนสักทีเพราะติดอยู่ตรงที่จะเอา Surly THORN หรือ Soma
หรือว่าจะเอา Deore หรือ XT ดี
วันนี้ขออนุญาตแสดงความคิดเรื่องการจะเป็นเจ้าของทัวริ่งซักคันซักนิดนะครับ
ผมมักจะแสดงความคิดเห็นกับเพื่อนๆ พี่ๆ ที่มาสอบถามหาซื้อจักรยานทัวริ่งกับผมอยู่เสมอว่า
ประกอบแต่พอเพียงจะได้เหลือเงินเป็นทุนไปเที่ยวเยอะๆ
แต่ถ้างบเยอะจะประกอบแบบสุดๆ ก็ไม่ว่ากันอยู่แล้ว
ลองคิดเล่นๆ กันดูนะครับ ขอยกตัวอย่างเป็น THORN ก็แล้วกัน
ราคาประกอบ "THORN Sherpa" แบบ Full Options "ขั้นเทพ" จะตกอยู่ที่ประมาณ แปดหมื่นบวก บวก บวก
แต่ถ้าประกอบแบบ “พอเพียง” จะตกอยู่เพียง ห้าหมื่นต้นๆ
ส่วนต่างเกือบสามหมื่นบาทนี่เอาไปเที่ยวแบบทัวริ่งได้เป็นเดือนเลยนะครับ
ที่ว่าเป็นเดือนนี่เป็นทัวริ่งแบบหรูหรา นอนโรงแรม กินอาหารนั่งร้าน แกล้มเบียร์ทุกวัน
นี่ถ้าไปแบบพี่ซาเล้ง คือนอนเต็นท์ กินอาหารบ้านๆ ผมว่าสามหมื่นบาทนี่ไปทัวริ่งได้เกือบครึ่งปี
เสียแต่ว่าพี่ซาเล้งท่านซดเบียร์ต่างน้ำ หักลบกลบหนี้ค่าเบียร์แล้ว สรุปว่าไปได้แค่เดือนหนึ่งเหมือนเดิม
ที่ว่า “พอเพียง” นี่ต้อง “เพียงพอ” ด้วยนะครับ
“เพียงพอ” ที่ว่านี่คือคุณภาพของจักรยานต้องดีพอที่จะพาเราไปเที่ยวและกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย
เรื่องความปลอดภัยนี่ผมให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก
ในงบประมาณแบบ “พอเพียง” เราจะเลือกลงทุนกับส่วนประกอบใด ของจักรยานเพื่อให้ได้คุณภาพที่ “เพียงพอ”
โดยส่วนตัวผมจะแนะนำให้เพื่อนๆ พี่ๆ พิจารณาความสำคัญตามลำดับดังนี้ครับ
เฟรม
ผมให้ความสำคัญกับเฟรม (รวมตะเกียบ) เป็นอันดับที่หนึ่งครับ
และคุณสมบัติที่สำคัญเป็นอันดับที่หนึ่งคือ ความแข็งแรง
ความแข็งแรงในที่นี้คือความแข็งแรงของทั้งวัสดุและรอยเชื่อม
เฟรมทัวริ่งที่ดีต้องทนทาน คงทนและอยู่กับเราไปตลอดรอดฝั่งของการเดินทาง
จะพุ่ง จะอืด จะหนืด จะไหล จะหนัก จะเบา ไปบ้างเป็นเรื่องรองครับ
ส่วนคุณสมบัติที่เหลืออื่นๆ ของเฟรมตัวนั้นๆ ก็ว่ากันไปครับ
เมื่อความแข็งแรงผ่านแล้วที่เหลือก็คงขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ดังต่อไปนี้
ปัจจัยด้านวิทยาศาสตร์ : พุ่ง อืด หนืด ไหล หนัก เบา แล้วแต่ว่าชอบแบบไหน คุณสมบัติพวกนี้มาจากเทคโนโลยีทางโลหะวิทยา การวิเคราะห์ทางกลศาสตร์และการลองผิดลองถูก
ปัจจัยด้านการยศาสตร์ : ขนาดที่เหมาะสมกับร่างกายเป็นอีกเรื่องที่สำคัญมากๆ ปั่นทัวริ่งแล้วไม่ควรจะบาดเจ็บและพิการจากขนาดของรถที่ไม่เหมาะสมนะครับ
ปัจจัยด้านเศรษฐศาสตร์ : อย่าให้ภรรยาผมรู้ราคานะ หลายคนว่าอย่างนั้น
ปัจจัยด้านสุนทรีย์ศาสตร์ : เหนือสิ่งอื่นใด จะถูกจะแพง จะอืด จะแรงไม่ว่า ขอให้เฟรมสวยถูกใจข้าไว้ก่อน
ปัจจัยด้านไสยศาสตร์: สีบางสีไม่ถูกโฉลก ปรึกษาอาจารย์ให้ดีๆ ไม่งั้นก็ทำสติกเกอร์มาติด “จักรยานคันนี้สี ....”
ล้อ
จักรยานหมุนไปด้วยล้อ เมื่อล้อไม่หมุน โลกของจักรยานก็จะก็จะไม่หมุน
ในแง่ของทัวริ่ง ชุดล้อที่ดีต้องแข็งแรงทนทาน กลับบ้านได้
ชุดล้อประกอบไปด้วยดุมล้อ ซี่ลวด และ ขอบล้อ
ผมให้ความสำคัญมากที่สุดไปที่ซี่ลวด ตามมาด้วยขอบล้อและดุม
แต่ต้องไม่ลืมการขึ้นล้อที่ดีและการอาใจใส่ดูแลตรวจสภาพและซ่อมบำรุงที่เหมาะสมด้วย
ทำไมถึงให้ความสำคัญกับซี่ลวดลองจินตนาการอย่างนี้นะครับ
ดุมที่ฝืดหรือลูกปืนสึกยังพอวิ่งต่อได้
ล้อที่บิดที่เบี้ยวไปบ้างก็ยังพอวิ่งได้
แต่ลวดที่แข็งแรงน้อย เมื่อรับแรงบิดสูงๆอาจนำไปสู่การขาดและเมื่อลวดขาด ทริปก็จบ (ถ้าไม่มีลวดอะไหล่)
ชุดขับเคลื่อนและระบบเบรก
เฟรมกับล้อเป็นส่วนที่ผมให้ความสำคัญมากที่สุดในการเลือก จักรยานทัวริ่งซักคัน
ส่วนส่วนประกอบอื่นๆ นั้นผมถือว่าสำคัญรองๆ ลงมา
ในแง่ของชุดขับเคลื่อนและระบบเบรก
แม้กระทั่งชุดขับเคลื่อนรุ่นกลางๆ ค่อนมาทางระดับเริ่มต้นของ Shimano
อย่าง Acera หรือ Altus ผมก็เชื่อว่ามีคุณสมบัติเพียงพอต่อการใช้งานในลักษณะการปั่นท่องเที่ยว
(ทุกวันนี้ THORN Sherpa ของผมยังใช้เฟืองหลัง Sunrace 7 ชั้น ราคาแค่ 400 บาทอยู่เลย)
แต่ถ้ามีสตางค์มากกว่านี้ชุดขับเคลื่อน Shimano ชั้นดีๆ ก็คุ้มค่าเมื่อเทียบกับประโยชน์ที่จะได้รับกลับมา
ถ้าจะขยับตัวในงบประมาณที่จำกัด ขอให้เพิ่มงบของชิ้นส่วนที่เป็นจุดหมุนเป็นอันดับแรกๆ
เช่น ดุม กะโหลก ลูกกลิ้ง ถ้วยคอ ซึ่งนอกจากจะได้ความลื่นไหลที่เพิ่มขึ้นแล้ว
ส่วนมากระบบการซีลกันน้ำจะดีขึ้นมากด้วย
เพิ่มเติมอีกนิดคือ ก้ามเบรกรุ่นแพงๆ สปริงจะแข็งแรงไม่ล้าง่าย และยางเบรกจะเหนียวหนึบใช้งานได้นานกว่า
มีอีกอย่างที่หลายๆ ท่านอาจจะลืมนึกถึงไปในการเลือกส่วนประกอบของชุดขับเคลื่อนก็ คือ
"ต้นทุนในการบำรุงรักษา"
ชิ้นส่วนของชุดขับเคลื่อนส่วนใหญ่จะสึกหรอตามการใช้งานและตามเวลา
หมดอายุก็ต้องเปลี่ยน ของแพงอาจจะทนกว่าของถูกเล็กน้อยหรือบางครั้งอาจจะไม่ทนกว่าด้วยซ้ำ
ยกตัวอย่างในระยะทางประมาณ หมื่นกว่ากิโลเมตร
ชุดจาน Deore จะหมดอายุการใช้งานเนื่องจากฟันหลอ ซึ่งก็พอๆ กับชุดจาน XT
ดังนั้นในรอบหมื่นกว่าโ ล จะต้องใช้เงินซื้อชุดจาน (สมมติว่าใช้จานรุ่นเดิม)
ถ้าเป็น Deore จะตกสี่พันกว่าๆ
แต่ถ้าเป็น XT จะตกเกือบหมื่นสอง
ส่วนต่างเกือบแปดพันนี่เอาเป็นทุนไปปั่นเที่ยวแบบพี่ซาเล้งได้อีกเป็นเดือน
นี่ยังไม่รวมโซ่ เฟืองหลัง และขอบล้อซึ่งจะสึกหรอตามการใช้งานเช่นเดียวกัน
ส่วนประกอบอื่นๆ
อุปกรณ์ประกอบอื่นๆ จำพวกหลักอาน คอแฮนด์หรือแฮนด์ ของพวกนี้ไม่ค่อยพังหรอกครับ
ของถูกๆ จะทนถึกๆ ด้วยซ้ำ แต่จะมีน้ำหนักนิดหน่อย
ว่ากันไปตามปัจจัยทาง วิทยาศาสตร์ ด้านการยศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สุนทรีย์ศาสตร์และไสยศาสตร์
หลังจากได้ส่วนประกอบหลักๆ แล้วส่วนประกอบที่เหลือก็ว่ากันไป
โดยส่วนตัวผมเน้นแบบทนทานนานปีไว้ก่อน
เบาะดีๆ ยางดีๆ ปรับแต่งองศาให้ได้อย่างที่ต้องการ แค่นี้ก็ปั่นตัวปลิวได้ทั้งวันครับ
ส่วนประกอบที่จำเป็นสำหรับทัวริ่งที่เหลือคือตะแกรงและกระเป๋า
“ของถูกและดีไม่มีในโลก” ใครบางคนว่าไว้อย่างนั้น
แต่ของที่คุณภาพสมราคายังมีให้เลือกใช้มากมาย
คิดกันไว้บ้างหรือยังครับว่าหนาวนี้จะไปไหน ?
ปล. อย่าลืมเพื่อนร่วมชาติที่กำลังจะจมน้ำด้วยนะครับ
ยามน้ำแห้งเราปั่นไปเที่ยวบ้านเขากันทุกสัปดาห์
ยามน้ำมาไม่รู้ว่าจะเขาอยู่กันอย่างไร
อะไรช่วยได้ก็ช่วยไปตามกำลังเด้อ


