[youtube]rsbxbTfarB0&feature[/youtube]
ดูคลิปนี้ใช้ค้อนทุบแล้วยังไม่สะเทือนเลยครับ
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
fame0122 เขียน:เทียบกับล้อที่ ฟูลคาร์บอนประกอบอันไหน โอเค กว่ากันครับ(ประกอบเลือกอะไหล่ดีๆก้อ20000-30000 ก็แพงอยู่นะครับพอๆกับMAVIC COSMIC CARBONE SLเลย )
ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก แค่กดหนักๆแล้วไม่พุ่ง ขึ้นเขายืนโยกไม่ได้Tom Bluenen เขียน:อาจฟังดูแรงไปนะครับแต่บอกตรงๆว่าห่วยครับ
พี่ช่วยแนะนำหน่อยซิครับ ว่างบประมาณใกล้เคียงกันตัวนี้ มีตัวเลือกไหนบ้างที่น่าสนใจบ้างครับTom Bluenen เขียน:ห่วยนี่ในเรื่องของประสิทธิภาพนะครับ แต่เรื่องคุณภาพ ความทนทานต้องบอกว่าถึกดีครับ ในงบเท่านี้มองตัวอื่นดีกว่าครับ แล้วก็อย่าคิดว่ามันจะตัดลมได้ดีนะครับ ขึ้นเขานี่จัดว่าแย่ครับ ลองค้นผลการทดสอบของเมืองนอกดูครับ เค้าทดสอบล้อเยอะนะครับ
ขอบคุณครับ ท่าน lucifer อธิบายได้ชัดเจนมากเลยครับ แต่ทว่า ล้อสำเร็จส่วนใหญ่ที่ผมเห็น มันจะได้อย่าง เสีย1-2-3อย่าง ซะเป็นส่วนใหญ่เลยครับ เช่นได้เบา ก็ไม่stiff ไม่แข็งแรง ไม่aeroอ่ะครับ แต่ถ้าได้aero ก็ไม่stiff ไม่แข็งแรงครับlucifer เขียน:เรื่องของล้อ ผมก็อยากจะให้ดูอะไรหลายๆอย่างนะครับ ผมคิดตามหลักของฟิสิกส์ ได้แก่
1. มวลของล้อ : มวลของล้อกอร์ปขึ้นมาด้วย มวลของดุม , ซี่ , ขอบล้อ
จะทำให้ล้อเบาลงได้นั้น ก็ต้องเล่นกันทุกๆจุด เช่น ดุม อาจจะเปลี่ยนวัสดุมาใช้ของเบาๆ เปลี่ยนลูกปืนจากลูกปืนตลับโลหะ มาเป็นลูกปืนเซรามิึ หรือ เปลี่ยนเป็นลูกปืนเม็ดหรือลูกปืนพวง ก็แล้วแต่ , ซี่ ก็อาจจะเปลี่ยนไปใช้ซี่คาร์บอน หรือ โลหะที่เบากว่าเดิม ,
แต่ตัวที่มีผลมากที่สุดต่อการปั่นก็คือ มวลของขอบล้อ เพราะขอบล้อเป็นส่วนที่อยู่นอกสุด เป็นส่วนที่มีผลต่อการหมุนของล้อมากที่สุด
ถ้าเข้าใจเรื่องของเครื่องยนต์ ก็จะรู้จักฟลายวีลล์ รถแต่งเอามาไว้สำหรับแข่ง เขาจะเลือกใช้ฟลายวีลล์ที่มีน้ำหนักน้อย ซึ่งจะทำให้การเร่งรอบเครื่องยนต์ทำได้เร็วจี๊ดจ๊าดได้ แต่ฟลายวีลล์เองก็ยังทำหน้าที่สะสมพลังงานในการส่งต่อ เช่น เมื่อยกคันเร่ง ฟลายวีลล์เบามีมวลน่้อย พลังงานสะสมที่จะช่วยส่งต่อก็จะน้อยลง รอบก็จะตกเร็ว , เวลาขึ้นเขา มวลของฟลายวีลล์ที่น้อยอาจจะช่วยให้การเร่งรอบดีขึ้น แต่ถ้าหากต้องการรักษารอบเครื่องไว้ ก็จะเป็นไปได้ยากขึ้น คือ ต้องเร่งส่ง
รถดีเซล ใช้ฟลายวีลล์มีมวลมาก พลังงานสะสมที่ช่วยส่งต่อจะมีมาก รอบเครื่องขึ้นช้า แต่ก็ตกช้า
น้ำหนักของขอบล้อจึงเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาดูในทุกๆด้าน ขอบล้อเบา กระชาก สปรินท์ทางเรียบดี ขึ้นเขาก็สบายเพราะยังไงก็ต้องออกแรงกระทำอยู่แล้ว แต่ยกเมื่อไหร่ก็หล่นเมื่อนั้น , ขอบล้อหนัก กระชากหรือสปรินท์จะเหนื่อย ขึ้นเขาก็อาจจะไม่สบายนัก แต่ถ้าเจอพวกรอบขาคงที่ มาแบบรถแทรคเตอร์ มวลของขอบล้ออาจจะต้านการหมุน แต่ก็ต้านการหยุดหมุนด้วยเช่นกัน ก็ไปเรื่อยๆ อาจจะไม่หวือหวา แต่ไม่ร่วง ( แต่อย่าหยุดนะ หยุดแล้วมาเริ่มใหม่ โคตรจะลำบากเลย เหมือนกับขึ้นที่ชันด้วยรถกระบะ อย่ามีใครมาจอดขวางทีเดียวแหละ ฉันขึ้นของฉันไปเรื่อยๆไม่ดับ แต่ถ้าต้องจอดแล้วเร่งส่งใหม่ บางทีมีเซ็งเอาได้เหมือนกัน )
หนักแค่ไหนดี ไม่ทราบครับ ความเหมาะสมขึ้นกับแหล่งกำเนิดพลังงาน และสภาพเส้นทางที่จะเลือกใช้ หนักเกินไปก็ไม่ดี เบาเกินไปก็ใช่ว่าจะเจ๋ง
2. Aerodynamic ของล้อ ตรงนี้นี่ดูเหมือนจะมีคนพยายามเอามาพูดกัน เอามาใช้เป็นจุดขาย ซึ่งว่าไปมันก็มีผลในเชิงฟิสิกส์อยู่แล้ว อะไรที่มันวิ่งผ่านอากาศ ถ้ารูปร่างของมันลู่ลมได้ดี มันก็มีแรงต้านอากาศน้อย
ถ้าเอาเฉพาะล้ออย่างเดียวมาไว้ในอุโมงค์ลม ก็จะเห็นข้อดีของเหล่าล้อขอบสูงได้อย่างชัดเจน
แต่ถ้าเอาทั้งคน จักรยาน และล้อมาไว้ในอุโมงค์ลม ก็จะเริ่มเห็นว่าบทบาทของล้ออาจจะไม่ได้เด่นชัดขึ้นมา โดยเฉพาะถ้านักปั่นรูปร่างตุ้ยนุ้ย น้ำหนักสัก 80กก สูงแค่ 165ซม. ใส่เสื้อรุ่มร่าม แรงต้านอากาศที่ลดลงของล้อแทบจะไม่สามารถเอาชนะแรงต้านอากาศที่เพิ่มขึ้นอย่างมากมายต่อสิ่งที่กล่าวไว้เบื้องต้นได้เลย
นอกจากนี้แล้ว aerodynamicของล้อขอบสูงเอง กว่าจะเห็นผลได้นั้น ก็ไม่ได้เกิดที่ความเร็วแถวๆ28 -30 กม/ชม. แต่จะเห็นผลมากขึ้นที่ความเร็วสูงๆ เพราะยิ่งความเร็วสูง แรงต้านอากาศจะเพิ่มขึ้นตามกำลังสองของความเร็ว
3. ความ stiff ของล้อ เพราะล้อรับแรงจากโซ่ที่กระทำกับเฟืองกลางดุมล้อ แล้วส่งแรงผ่านซี่ล้อไปยังขอบล้อ ถ้าล้อstiffไม่ดี หรือ ย้วย แรงที่ส่งผ่านไปยังขอบล้อเพื่อที่จะหมุนล้อก็จะเสียไปกับการเสียรูปของซี่ล้อ ล้อบางยี่ห้อดูเหมือนดี แต่เอามาปั่นกันจริงๆแล้วมันไม่ค่อยจะดี โดยเฉพาะเวลาขึ้นย่ำ มันแปลกๆ ความย้วยของล้อนี่แหละที่มีผลด่้วยเช่นกัน
4. ความแข็งแรงของขอบล้อ อย่าลืมว่าถนนบ้านเราไม่ได้ราบเรียบ ยิ่งถนนคอนกรีตด้วยแล้ว บางทีมีรอยแตกของคอนกรีตให้เห็นกันบ่อยๆ บางคนอาจจะเรียกว่าหลุมขนมครก ซึ่งดูแล้วคงจะเห็นภาพกันได้ดี ตรงนี้ถ้าถามระหว่างzipp กับ Mavic ก็ต้องบอกกันตามสิ่งที่รับทราบมาก็คือ หลุมโหดๆหลุมหนึ่งที่นครปฐม พรรคพวกใช้zippเผลอลงไปกระแทก ขอบล้อกลับบ้านเก่า แต่อีกคนใช้Mavic ลงไปกระแทกเช่นกัน ยังไม่เป็นไร (อาจจะแค่ล้อมีส่ายๆบ้าง ก็ไม่ใช่เรื่องประหลาดอะไร) ข้อพึงระวังของขอบล้อคาร์บอนก็คือหลุมโหดๆนี่แหละครับ ระวังให้ดี คาร์บอนมันแตก แต่อลูมิเนียมมันบุบ
เรื่องของล้อจึงเป็นเรื่องคล้ายๆกับการเลือกอาน ก็คือ แต่ละคนอาจจะไม่ได้เหมาะสมกับล้อหรืออานเหมือนๆกัน แต่ละคนก็มีอัตตลักษณ์เฉพาะตน ลีลา ความแข็งแรง รอบขาที่แตกต่างกัน เส้นทางที่ใช้งานก็แตกต่างกัน จึงเป็นการยากนะครับที่จะเอามาฟันธงว่าขอบล้อไหนเหมาะสมกับตนอย่างไร นอกจากจะต้องพิจารณาดูเอา
ใช้ความมีเหตุมีผลแบบนี้ซิครับ ไม่แฝง สุดยอด..lucifer เขียน:เรื่องของล้อ ผมก็อยากจะให้ดูอะไรหลายๆอย่างนะครับ ผมคิดตามหลักของฟิสิกส์ ได้แก่
1. มวลของล้อ : มวลของล้อกอร์ปขึ้นมาด้วย มวลของดุม , ซี่ , ขอบล้อ
จะทำให้ล้อเบาลงได้นั้น ก็ต้องเล่นกันทุกๆจุด เช่น ดุม อาจจะเปลี่ยนวัสดุมาใช้ของเบาๆ เปลี่ยนลูกปืนจากลูกปืนตลับโลหะ มาเป็นลูกปืนเซรามิึ หรือ เปลี่ยนเป็นลูกปืนเม็ดหรือลูกปืนพวง ก็แล้วแต่ , ซี่ ก็อาจจะเปลี่ยนไปใช้ซี่คาร์บอน หรือ โลหะที่เบากว่าเดิม ,
แต่ตัวที่มีผลมากที่สุดต่อการปั่นก็คือ มวลของขอบล้อ เพราะขอบล้อเป็นส่วนที่อยู่นอกสุด เป็นส่วนที่มีผลต่อการหมุนของล้อมากที่สุด
ถ้าเข้าใจเรื่องของเครื่องยนต์ ก็จะรู้จักฟลายวีลล์ รถแต่งเอามาไว้สำหรับแข่ง เขาจะเลือกใช้ฟลายวีลล์ที่มีน้ำหนักน้อย ซึ่งจะทำให้การเร่งรอบเครื่องยนต์ทำได้เร็วจี๊ดจ๊าดได้ แต่ฟลายวีลล์เองก็ยังทำหน้าที่สะสมพลังงานในการส่งต่อ เช่น เมื่อยกคันเร่ง ฟลายวีลล์เบามีมวลน่้อย พลังงานสะสมที่จะช่วยส่งต่อก็จะน้อยลง รอบก็จะตกเร็ว , เวลาขึ้นเขา มวลของฟลายวีลล์ที่น้อยอาจจะช่วยให้การเร่งรอบดีขึ้น แต่ถ้าหากต้องการรักษารอบเครื่องไว้ ก็จะเป็นไปได้ยากขึ้น คือ ต้องเร่งส่ง
รถดีเซล ใช้ฟลายวีลล์มีมวลมาก พลังงานสะสมที่ช่วยส่งต่อจะมีมาก รอบเครื่องขึ้นช้า แต่ก็ตกช้า
น้ำหนักของขอบล้อจึงเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาดูในทุกๆด้าน ขอบล้อเบา กระชาก สปรินท์ทางเรียบดี ขึ้นเขาก็สบายเพราะยังไงก็ต้องออกแรงกระทำอยู่แล้ว แต่ยกเมื่อไหร่ก็หล่นเมื่อนั้น , ขอบล้อหนัก กระชากหรือสปรินท์จะเหนื่อย ขึ้นเขาก็อาจจะไม่สบายนัก แต่ถ้าเจอพวกรอบขาคงที่ มาแบบรถแทรคเตอร์ มวลของขอบล้ออาจจะต้านการหมุน แต่ก็ต้านการหยุดหมุนด้วยเช่นกัน ก็ไปเรื่อยๆ อาจจะไม่หวือหวา แต่ไม่ร่วง ( แต่อย่าหยุดนะ หยุดแล้วมาเริ่มใหม่ โคตรจะลำบากเลย เหมือนกับขึ้นที่ชันด้วยรถกระบะ อย่ามีใครมาจอดขวางทีเดียวแหละ ฉันขึ้นของฉันไปเรื่อยๆไม่ดับ แต่ถ้าต้องจอดแล้วเร่งส่งใหม่ บางทีมีเซ็งเอาได้เหมือนกัน )
หนักแค่ไหนดี ไม่ทราบครับ ความเหมาะสมขึ้นกับแหล่งกำเนิดพลังงาน และสภาพเส้นทางที่จะเลือกใช้ หนักเกินไปก็ไม่ดี เบาเกินไปก็ใช่ว่าจะเจ๋ง
2. Aerodynamic ของล้อ ตรงนี้นี่ดูเหมือนจะมีคนพยายามเอามาพูดกัน เอามาใช้เป็นจุดขาย ซึ่งว่าไปมันก็มีผลในเชิงฟิสิกส์อยู่แล้ว อะไรที่มันวิ่งผ่านอากาศ ถ้ารูปร่างของมันลู่ลมได้ดี มันก็มีแรงต้านอากาศน้อย
ถ้าเอาเฉพาะล้ออย่างเดียวมาไว้ในอุโมงค์ลม ก็จะเห็นข้อดีของเหล่าล้อขอบสูงได้อย่างชัดเจน
แต่ถ้าเอาทั้งคน จักรยาน และล้อมาไว้ในอุโมงค์ลม ก็จะเริ่มเห็นว่าบทบาทของล้ออาจจะไม่ได้เด่นชัดขึ้นมา โดยเฉพาะถ้านักปั่นรูปร่างตุ้ยนุ้ย น้ำหนักสัก 80กก สูงแค่ 165ซม. ใส่เสื้อรุ่มร่าม แรงต้านอากาศที่ลดลงของล้อแทบจะไม่สามารถเอาชนะแรงต้านอากาศที่เพิ่มขึ้นอย่างมากมายต่อสิ่งที่กล่าวไว้เบื้องต้นได้เลย
นอกจากนี้แล้ว aerodynamicของล้อขอบสูงเอง กว่าจะเห็นผลได้นั้น ก็ไม่ได้เกิดที่ความเร็วแถวๆ28 -30 กม/ชม. แต่จะเห็นผลมากขึ้นที่ความเร็วสูงๆ เพราะยิ่งความเร็วสูง แรงต้านอากาศจะเพิ่มขึ้นตามกำลังสองของความเร็ว
3. ความ stiff ของล้อ เพราะล้อรับแรงจากโซ่ที่กระทำกับเฟืองกลางดุมล้อ แล้วส่งแรงผ่านซี่ล้อไปยังขอบล้อ ถ้าล้อstiffไม่ดี หรือ ย้วย แรงที่ส่งผ่านไปยังขอบล้อเพื่อที่จะหมุนล้อก็จะเสียไปกับการเสียรูปของซี่ล้อ ล้อบางยี่ห้อดูเหมือนดี แต่เอามาปั่นกันจริงๆแล้วมันไม่ค่อยจะดี โดยเฉพาะเวลาขึ้นย่ำ มันแปลกๆ ความย้วยของล้อนี่แหละที่มีผลด่้วยเช่นกัน
4. ความแข็งแรงของขอบล้อ อย่าลืมว่าถนนบ้านเราไม่ได้ราบเรียบ ยิ่งถนนคอนกรีตด้วยแล้ว บางทีมีรอยแตกของคอนกรีตให้เห็นกันบ่อยๆ บางคนอาจจะเรียกว่าหลุมขนมครก ซึ่งดูแล้วคงจะเห็นภาพกันได้ดี ตรงนี้ถ้าถามระหว่างzipp กับ Mavic ก็ต้องบอกกันตามสิ่งที่รับทราบมาก็คือ หลุมโหดๆหลุมหนึ่งที่นครปฐม พรรคพวกใช้zippเผลอลงไปกระแทก ขอบล้อกลับบ้านเก่า แต่อีกคนใช้Mavic ลงไปกระแทกเช่นกัน ยังไม่เป็นไร (อาจจะแค่ล้อมีส่ายๆบ้าง ก็ไม่ใช่เรื่องประหลาดอะไร) ข้อพึงระวังของขอบล้อคาร์บอนก็คือหลุมโหดๆนี่แหละครับ ระวังให้ดี คาร์บอนมันแตก แต่อลูมิเนียมมันบุบ
เรื่องของล้อจึงเป็นเรื่องคล้ายๆกับการเลือกอาน ก็คือ แต่ละคนอาจจะไม่ได้เหมาะสมกับล้อหรืออานเหมือนๆกัน แต่ละคนก็มีอัตตลักษณ์เฉพาะตน ลีลา ความแข็งแรง รอบขาที่แตกต่างกัน เส้นทางที่ใช้งานก็แตกต่างกัน จึงเป็นการยากนะครับที่จะเอามาฟันธงว่าขอบล้อไหนเหมาะสมกับตนอย่างไร นอกจากจะต้องพิจารณาดูเอา
อ.ลู ชัดเจนครับlucifer เขียน:เรื่องของล้อ ผมก็อยากจะให้ดูอะไรหลายๆอย่างนะครับ ผมคิดตามหลักของฟิสิกส์ ได้แก่
1. มวลของล้อ : มวลของล้อกอร์ปขึ้นมาด้วย มวลของดุม , ซี่ , ขอบล้อ
จะทำให้ล้อเบาลงได้นั้น ก็ต้องเล่นกันทุกๆจุด เช่น ดุม อาจจะเปลี่ยนวัสดุมาใช้ของเบาๆ เปลี่ยนลูกปืนจากลูกปืนตลับโลหะ มาเป็นลูกปืนเซรามิึ หรือ เปลี่ยนเป็นลูกปืนเม็ดหรือลูกปืนพวง ก็แล้วแต่ , ซี่ ก็อาจจะเปลี่ยนไปใช้ซี่คาร์บอน หรือ โลหะที่เบากว่าเดิม ,
แต่ตัวที่มีผลมากที่สุดต่อการปั่นก็คือ มวลของขอบล้อ เพราะขอบล้อเป็นส่วนที่อยู่นอกสุด เป็นส่วนที่มีผลต่อการหมุนของล้อมากที่สุด
ถ้าเข้าใจเรื่องของเครื่องยนต์ ก็จะรู้จักฟลายวีลล์ รถแต่งเอามาไว้สำหรับแข่ง เขาจะเลือกใช้ฟลายวีลล์ที่มีน้ำหนักน้อย ซึ่งจะทำให้การเร่งรอบเครื่องยนต์ทำได้เร็วจี๊ดจ๊าดได้ แต่ฟลายวีลล์เองก็ยังทำหน้าที่สะสมพลังงานในการส่งต่อ เช่น เมื่อยกคันเร่ง ฟลายวีลล์เบามีมวลน่้อย พลังงานสะสมที่จะช่วยส่งต่อก็จะน้อยลง รอบก็จะตกเร็ว , เวลาขึ้นเขา มวลของฟลายวีลล์ที่น้อยอาจจะช่วยให้การเร่งรอบดีขึ้น แต่ถ้าหากต้องการรักษารอบเครื่องไว้ ก็จะเป็นไปได้ยากขึ้น คือ ต้องเร่งส่ง
รถดีเซล ใช้ฟลายวีลล์มีมวลมาก พลังงานสะสมที่ช่วยส่งต่อจะมีมาก รอบเครื่องขึ้นช้า แต่ก็ตกช้า
น้ำหนักของขอบล้อจึงเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาดูในทุกๆด้าน ขอบล้อเบา กระชาก สปรินท์ทางเรียบดี ขึ้นเขาก็สบายเพราะยังไงก็ต้องออกแรงกระทำอยู่แล้ว แต่ยกเมื่อไหร่ก็หล่นเมื่อนั้น , ขอบล้อหนัก กระชากหรือสปรินท์จะเหนื่อย ขึ้นเขาก็อาจจะไม่สบายนัก แต่ถ้าเจอพวกรอบขาคงที่ มาแบบรถแทรคเตอร์ มวลของขอบล้ออาจจะต้านการหมุน แต่ก็ต้านการหยุดหมุนด้วยเช่นกัน ก็ไปเรื่อยๆ อาจจะไม่หวือหวา แต่ไม่ร่วง ( แต่อย่าหยุดนะ หยุดแล้วมาเริ่มใหม่ โคตรจะลำบากเลย เหมือนกับขึ้นที่ชันด้วยรถกระบะ อย่ามีใครมาจอดขวางทีเดียวแหละ ฉันขึ้นของฉันไปเรื่อยๆไม่ดับ แต่ถ้าต้องจอดแล้วเร่งส่งใหม่ บางทีมีเซ็งเอาได้เหมือนกัน )
หนักแค่ไหนดี ไม่ทราบครับ ความเหมาะสมขึ้นกับแหล่งกำเนิดพลังงาน และสภาพเส้นทางที่จะเลือกใช้ หนักเกินไปก็ไม่ดี เบาเกินไปก็ใช่ว่าจะเจ๋ง
2. Aerodynamic ของล้อ ตรงนี้นี่ดูเหมือนจะมีคนพยายามเอามาพูดกัน เอามาใช้เป็นจุดขาย ซึ่งว่าไปมันก็มีผลในเชิงฟิสิกส์อยู่แล้ว อะไรที่มันวิ่งผ่านอากาศ ถ้ารูปร่างของมันลู่ลมได้ดี มันก็มีแรงต้านอากาศน้อย
ถ้าเอาเฉพาะล้ออย่างเดียวมาไว้ในอุโมงค์ลม ก็จะเห็นข้อดีของเหล่าล้อขอบสูงได้อย่างชัดเจน
แต่ถ้าเอาทั้งคน จักรยาน และล้อมาไว้ในอุโมงค์ลม ก็จะเริ่มเห็นว่าบทบาทของล้ออาจจะไม่ได้เด่นชัดขึ้นมา โดยเฉพาะถ้านักปั่นรูปร่างตุ้ยนุ้ย น้ำหนักสัก 80กก สูงแค่ 165ซม. ใส่เสื้อรุ่มร่าม แรงต้านอากาศที่ลดลงของล้อแทบจะไม่สามารถเอาชนะแรงต้านอากาศที่เพิ่มขึ้นอย่างมากมายต่อสิ่งที่กล่าวไว้เบื้องต้นได้เลย
นอกจากนี้แล้ว aerodynamicของล้อขอบสูงเอง กว่าจะเห็นผลได้นั้น ก็ไม่ได้เกิดที่ความเร็วแถวๆ28 -30 กม/ชม. แต่จะเห็นผลมากขึ้นที่ความเร็วสูงๆ เพราะยิ่งความเร็วสูง แรงต้านอากาศจะเพิ่มขึ้นตามกำลังสองของความเร็ว
3. ความ stiff ของล้อ เพราะล้อรับแรงจากโซ่ที่กระทำกับเฟืองกลางดุมล้อ แล้วส่งแรงผ่านซี่ล้อไปยังขอบล้อ ถ้าล้อstiffไม่ดี หรือ ย้วย แรงที่ส่งผ่านไปยังขอบล้อเพื่อที่จะหมุนล้อก็จะเสียไปกับการเสียรูปของซี่ล้อ ล้อบางยี่ห้อดูเหมือนดี แต่เอามาปั่นกันจริงๆแล้วมันไม่ค่อยจะดี โดยเฉพาะเวลาขึ้นย่ำ มันแปลกๆ ความย้วยของล้อนี่แหละที่มีผลด่้วยเช่นกัน
4. ความแข็งแรงของขอบล้อ อย่าลืมว่าถนนบ้านเราไม่ได้ราบเรียบ ยิ่งถนนคอนกรีตด้วยแล้ว บางทีมีรอยแตกของคอนกรีตให้เห็นกันบ่อยๆ บางคนอาจจะเรียกว่าหลุมขนมครก ซึ่งดูแล้วคงจะเห็นภาพกันได้ดี ตรงนี้ถ้าถามระหว่างzipp กับ Mavic ก็ต้องบอกกันตามสิ่งที่รับทราบมาก็คือ หลุมโหดๆหลุมหนึ่งที่นครปฐม พรรคพวกใช้zippเผลอลงไปกระแทก ขอบล้อกลับบ้านเก่า แต่อีกคนใช้Mavic ลงไปกระแทกเช่นกัน ยังไม่เป็นไร (อาจจะแค่ล้อมีส่ายๆบ้าง ก็ไม่ใช่เรื่องประหลาดอะไร) ข้อพึงระวังของขอบล้อคาร์บอนก็คือหลุมโหดๆนี่แหละครับ ระวังให้ดี คาร์บอนมันแตก แต่อลูมิเนียมมันบุบ
เรื่องของล้อจึงเป็นเรื่องคล้ายๆกับการเลือกอาน ก็คือ แต่ละคนอาจจะไม่ได้เหมาะสมกับล้อหรืออานเหมือนๆกัน แต่ละคนก็มีอัตตลักษณ์เฉพาะตน ลีลา ความแข็งแรง รอบขาที่แตกต่างกัน เส้นทางที่ใช้งานก็แตกต่างกัน จึงเป็นการยากนะครับที่จะเอามาฟันธงว่าขอบล้อไหนเหมาะสมกับตนอย่างไร นอกจากจะต้องพิจารณาดูเอา
พี่ช่วยแนะนำหน่อยซิครับ ว่างบประมาณใกล้เคียงกันตัวนี้ มีตัวเลือกไหนบ้างที่น่าสนใจบ้างครับspacemee เขียน:Tom Bluenen เขียน:ห่วยนี่ในเรื่องของประสิทธิภาพนะครับ แต่เรื่องคุณภาพ ความทนทานต้องบอกว่าถึกดีครับ ในงบเท่านี้มองตัวอื่นดีกว่าครับ แล้วก็อย่าคิดว่ามันจะตัดลมได้ดีนะครับ ขึ้นเขานี่จัดว่าแย่ครับ ลองค้นผลการทดสอบของเมืองนอกดูครับ เค้าทดสอบล้อเยอะนะครับ