(ขอเลื่อนเป็นปีหน้าครับ)ชวนปั่นเทิดพระเกียรติในหลวงครบรอบ 84 พรรษาเส้นทางกรุงเทพ-เชียงใหม่ รวมระยะทาง 849 กม.วันที่ 1-5 ธันวาคม 54
ผู้ดูแล: ผู้ดูแลบอร์ดชมรมย่อย
- ranger92
- สมาชิก
- โพสต์: 98
- ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.พ. 2010, 10:10
- team: survey team
- Bike: bianchi,giant,trek
Re: ชวนปั่นเทิดพระเกียรติในหลวงครบรอบ 84 พรรษา เส้นทางกรุงเทพ-เชียงใหม่ รวมระยะทาง 849 กม.วันที่ 1-5 ธันวาคม 54
สวัสดีครับพี่ๆทุกท่านครับผมอนุญาตครับ.......ถ้าผมจะไปด้วยคันนึงได้ไหมครับผมอยู่แถวปิ่นเกล้าครับ .อยากทำมานานแล้วครับเส้นทางนี้ตั้งใจว่าปลายปีนี้จะไปเหมือนกันครับ...พอดีได้ทราบจากพี่ๆ.ว่า.จะเดินทางเฉลิมฯ.โดยใช้นเส้นทางในฝันผมเลยถ้าไม่รังเกียจหรือมีปัญหาอะไรผมขอติดตามไปด้วยคนได้ไหมครับผมใช้เสือภูเขาทางเรียบไปจะมีปัญหาอะไรไหมครับเรื่องร่างกายไม่ต้องห่วงครับ(แข๊งแรงครับผมรับราชการทหารครับ)..................ขอบคุณพี่ๆทุกท่านมากครับ
- เอส-เมอร์ริด้า
- ขาประจำ
- โพสต์: 10763
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:41
- Tel: 087-818-9071
- team: Bike Joy/ทีมล้างตา/ทีมอกาลิโก
- Bike: MERIDA Karahari 510, rocky moutain,แหม่ม Brompton
- ติดต่อ:
Re: ชวนปั่นเทิดพระเกียรติในหลวงครบรอบ 84 พรรษา เส้นทางกรุงเทพ-เชียงใหม่ รวมระยะทาง 849 กม.วันที่ 1-5 ธันวาคม 54
Felix เขียน:เพ้งครับ เขียน:ขอถามหน่อยครับ โหลดขึ้นเครื่องแบบนี้ ต้องหุ้มห่อจักรยานหรือป้องกันร่องรอยอะไรบ้างครับ หรือว่าไม่ต้องทำอะไรเลยFelix เขียน:ถ้าเดินทางกลับโดยเครื่องบิน
การบินไทย ราคา 2160 บาท
นำจักรยานขึ้นเครื่องได้ไม่เสียค่าใช้จ่าย
นำจักรยานไป check-in ที่ เคาท์เตอร์ได้เลย จากนั้นให่ปล่อยลมยางออกเพื่อป้องกันยางระเบิด
เจ้าหน้าที่จะนำไป Load ขั้นเครื่องให้
การ Load ขี้นเครื่องของการบินไทย มักจะ Load ในส่วนของ Bulk Compartment
ที่อยู่ส่วนท้ายสุดของเครื่องบิน ปนไปกับกระเป๋าและสินค้าที่มีขนาดเล็กๆ
เจ้าหน้าที่จะมีสาย Strap เพื่อน Lashing กับตัวเครื่องบิน ค่อนข้างจะสะดวกสบายครับ
เมื่อกลับมาถึงสถวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่จะนามาให้ที่ บริเวณ Oversize Baggage ใกล้ๆกับสายพายลำเลียงกระเป๋า
เราก็เติมลมแล้วจูงอกมานอกสนามบิน ขี่กลับบ้านได้เลยครับ
ไม่ได้ห่อหุ้มอะไรเลยครับ รถเก่าแล้วครับ มีร่องรอยการใช้งาน สีถลอกหลายแห่งแล้วครับ
แต่ถ้าเป็นรถใหม่ๆหรือรถราคาแพงๆหลายหมื่นหลายแสน ขออนุญาตแนะนำว่าควรจะใส่กระเป๋าหรือมีเครื่องป้องกันครับ
ในบางครั้ง เจ้าหน้าที่สายการบิน อาจจะนำเอกสารยินยอมรับความเสี่ยงต่อความเสียหายระหว่างขนส่งมาให้เราเซ็นต์รับสภาพครับ
เพราะ ถือว่า เป็นสัมภาระที่มีการบรรจุไม่แข็งแรงเพียงพอ สายการบินคงรับผิดชอบไม่ไหวครับ
ปล.ราคาตั๋วเครื่องบินในแต่ละวันแต่ละช่วงราคาไม่เท่ากันนะครับ แล้วแต่ชนิดและคุณสมบัติของตั๋วด้วยครับ
คติประจำใจ : ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
- เอส-เมอร์ริด้า
- ขาประจำ
- โพสต์: 10763
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:41
- Tel: 087-818-9071
- team: Bike Joy/ทีมล้างตา/ทีมอกาลิโก
- Bike: MERIDA Karahari 510, rocky moutain,แหม่ม Brompton
- ติดต่อ:
Re: ชวนปั่นเทิดพระเกียรติในหลวงครบรอบ 84 พรรษา เส้นทางกรุงเทพ-เชียงใหม่ รวมระยะทาง 849 กม.วันที่ 1-5 ธันวาคม 54
เสือแสงน้อย เขียน:เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 ก.ย.54 ได้ไปร่วมปั่นกับทริป Sport Bicycle บ้านแลง-หาดแม่รำพึง ได้ระยะทางประมาณ 85 กม. ใช้ Road bike ก็สนุกดี หวังว่าไม่เกิดอาการเจ็บป่วยเมื่อถึงวันเดินทางก็พอแล้ว
คติประจำใจ : ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
- เอส-เมอร์ริด้า
- ขาประจำ
- โพสต์: 10763
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:41
- Tel: 087-818-9071
- team: Bike Joy/ทีมล้างตา/ทีมอกาลิโก
- Bike: MERIDA Karahari 510, rocky moutain,แหม่ม Brompton
- ติดต่อ:
Re: ชวนปั่นเทิดพระเกียรติในหลวงครบรอบ 84 พรรษา เส้นทางกรุงเทพ-เชียงใหม่ รวมระยะทาง 849 กม.วันที่ 1-5 ธันวาคม 54
ranger92 เขียน:สวัสดีครับพี่ๆทุกท่านครับผมอนุญาตครับ.......ถ้าผมจะไปด้วยคันนึงได้ไหมครับผมอยู่แถวปิ่นเกล้าครับ .อยากทำมานานแล้วครับเส้นทางนี้ตั้งใจว่าปลายปีนี้จะไปเหมือนกันครับ...พอดีได้ทราบจากพี่ๆ.ว่า.จะเดินทางเฉลิมฯ.โดยใช้นเส้นทางในฝันผมเลยถ้าไม่รังเกียจหรือมีปัญหาอะไรผมขอติดตามไปด้วยคนได้ไหมครับผมใช้เสือภูเขาทางเรียบไปจะมีปัญหาอะไรไหมครับเรื่องร่างกายไม่ต้องห่วงครับ(แข๊งแรงครับผมรับราชการทหารครับ)..................ขอบคุณพี่ๆทุกท่านมากครับ
คติประจำใจ : ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
- เอส-เมอร์ริด้า
- ขาประจำ
- โพสต์: 10763
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:41
- Tel: 087-818-9071
- team: Bike Joy/ทีมล้างตา/ทีมอกาลิโก
- Bike: MERIDA Karahari 510, rocky moutain,แหม่ม Brompton
- ติดต่อ:
Re: ชวนปั่นเทิดพระเกียรติในหลวงครบรอบ 84 พรรษา เส้นทางกรุงเทพ-เชียงใหม่ รวมระยะทาง 849 กม.วันที่ 1-5 ธันวาคม 54
กำหนดการในการปั่นเทิดพระเกียรติช่วงวันที่ 1-5 ธันวาคม 54 คร่าวๆ อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมครับ
1. กำหนดตารางเวลาในการปั่นแต่ละวันใช้รหัส 5-6-7 เป็นหลักครับ คือตื่นนอนตี 5 อาบน้ำ แต่งตัว จัดเตรียมพร้อมรถจักรยานคู่ใจ ... 6 โมง เตรียมรับประทานอาหารมื้อเช้า คงจะติดต่อให้ทางโรงแรมจัดเตรียมอาหารให้พร้อม ... 7 โมง ถ่ายรูปพร้อมกันก่อนออกเดินทาง ที่เวลา 07.09 น.
2. ในการปั่นแต่ละวัน ได้กำหนดเส้นทาง และระยะทางไว้เรียบร้อยแล้ว อาจจะเกินไปบ้าง แต่คงไม่ขาดจากที่กำหนดไว้ ก็ให้ถือระยะทางที่ได้กำหนดไว้เป็นหลักครับ คือวันที่ 1 = 200 โล, วันที่ 2 = 210 โล, วันที่ 3 = 200 โล, วันที่ 4 = 155 โล และวันที่ 5 = 84 โล เพื่อแสดงถึงจำนวนพระชนมายุครบ 84 พรรษาในวันที่ 5 ธันวามหาราช
3. ช่วงเวลาปั่น และจุดพักต่างๆ เพื่อทานมื้อกลางวัน ผมจะโพสต์แผนที่ และบอกจุดรายละเอียดต่างๆ ให้ทราบครับ บางวันอาจจะมืดได้ควรมีไฟหน้า ไฟท้ายเตรียมไว้ให้พร้อม และเจอลมเหนือพัดทวนลมได้ตลอดเส้นทาง ควรมีแว่นตากันลม หรือกันแดดได้ยิ่งดี
4. ผมจะทำการจองโรงแรมล่วงหน้าก่อนวันที่ 1 พ.ย. 54 ก่อนเมื่อทราบผู้ร่วมปั่นแน่นอนแล้ว จำนวนเท่าไร การจองที่พักโรงแรมเป็นหลัก เพราะสะดวกในเรื่องสถานที่ อาหารมื้อเช้า และอยู่ในตัวเมืองเป็นหลัก ราคาก็อยู่ในช่วง 200-500 บาท/คืน/2 ท่าน
5. รูปแบบการปั่นจะเน้นแบบทีม คือแบ่งเป็นทีมละ 10 คนปั่นไปด้วยกันตลอดทริป เจอปัญหายางรั่ว ซี่ลวดขาด เติมน้ำตาล(กรณีผมน้ำตาลต่ำ) หรือปัญหาไม่คาดฝันอื่นๆ ต้องจอดรอพร้อมกันในทีม
6. การปั่นวันสุดท้ายในวันที่ 5 ธันวาคม ระยะทาง 84 กม. จะจบที่บริเวณประตูท่าแพ โดยทำการวนรอบคูเมืองจำนวน 1 รอบ จากนั้นก็ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีพร้อมกัน ถ่ายรูปร่วมกัน ก่อนแยกย้ายกันกลับกรุงเทพฯ ซึ่งแล้วแต่สะดวก
7. ประมาณเวลาปั่นจบในวันที่ 5 ธันวาคม ไม่เกินบ่ายสองโมง หรือ 14.00 น. เพื่อใครที่ต้องการกลับรถไฟเที่ยว 14.50 น. ได้ทันเวลา ส่วนรถทัวร์มีตลอดจนถึง 3-4 ทุ่มหลายเที่ยว หลายบริษัท และยังสามารถกลับเครื่องบินได้ แต่คงต้องสอบถามเที่ยวบินก่อนนะครับ ว่าทันเวลาหรือเปล่า
8. เรื่องการจัดเตรียมสัมภาระ เน้นความเบาเป็นหลัก เอาไปให้น้อยที่สุดยิ่งดี จะได้ประหยัดแรงในการปั่น ไม่ล้าได้ง่าย ในทีมเดียวกัน อาจจะเฉลี่ยน้ำหนักที่บรรทุกเกี่ยวกับอุปกรณ์ปะยาง ซ่อมแซมจักรยาน ที่ใช้ร่วมกันได้
9. เรื่องรถจักรยานควรมีการเซอร์วิส ก่อนออกทริปล่วงหน้าซัก 1 อาทิตย์เพื่อความพร้อมในการเดินทางไกล เกี่ยวกับอุปกรณ์หลักๆ เพื่อไม่ให้เกินปัญหาที่ไม่คาดฝันล่วงหน้าได้ครับ
10. มื้อเย็นจะเป็นมื้อที่มาทานร่วมกัน โดยอาจจะหาร้านอร่อยๆ ในเมือง ออกปั่นไปทานกันครับ เพื่อสร้างความรู้จักกันมากยิ่งขึ้น พูดคุยถึงอาการของแต่ละท่านว่ายังสู้ ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน อาจจะแชร์ค่าอาหารแต่ละมื้อประมาณ 100-150 บาทต่อมื้อ
1. กำหนดตารางเวลาในการปั่นแต่ละวันใช้รหัส 5-6-7 เป็นหลักครับ คือตื่นนอนตี 5 อาบน้ำ แต่งตัว จัดเตรียมพร้อมรถจักรยานคู่ใจ ... 6 โมง เตรียมรับประทานอาหารมื้อเช้า คงจะติดต่อให้ทางโรงแรมจัดเตรียมอาหารให้พร้อม ... 7 โมง ถ่ายรูปพร้อมกันก่อนออกเดินทาง ที่เวลา 07.09 น.
2. ในการปั่นแต่ละวัน ได้กำหนดเส้นทาง และระยะทางไว้เรียบร้อยแล้ว อาจจะเกินไปบ้าง แต่คงไม่ขาดจากที่กำหนดไว้ ก็ให้ถือระยะทางที่ได้กำหนดไว้เป็นหลักครับ คือวันที่ 1 = 200 โล, วันที่ 2 = 210 โล, วันที่ 3 = 200 โล, วันที่ 4 = 155 โล และวันที่ 5 = 84 โล เพื่อแสดงถึงจำนวนพระชนมายุครบ 84 พรรษาในวันที่ 5 ธันวามหาราช
3. ช่วงเวลาปั่น และจุดพักต่างๆ เพื่อทานมื้อกลางวัน ผมจะโพสต์แผนที่ และบอกจุดรายละเอียดต่างๆ ให้ทราบครับ บางวันอาจจะมืดได้ควรมีไฟหน้า ไฟท้ายเตรียมไว้ให้พร้อม และเจอลมเหนือพัดทวนลมได้ตลอดเส้นทาง ควรมีแว่นตากันลม หรือกันแดดได้ยิ่งดี
4. ผมจะทำการจองโรงแรมล่วงหน้าก่อนวันที่ 1 พ.ย. 54 ก่อนเมื่อทราบผู้ร่วมปั่นแน่นอนแล้ว จำนวนเท่าไร การจองที่พักโรงแรมเป็นหลัก เพราะสะดวกในเรื่องสถานที่ อาหารมื้อเช้า และอยู่ในตัวเมืองเป็นหลัก ราคาก็อยู่ในช่วง 200-500 บาท/คืน/2 ท่าน
5. รูปแบบการปั่นจะเน้นแบบทีม คือแบ่งเป็นทีมละ 10 คนปั่นไปด้วยกันตลอดทริป เจอปัญหายางรั่ว ซี่ลวดขาด เติมน้ำตาล(กรณีผมน้ำตาลต่ำ) หรือปัญหาไม่คาดฝันอื่นๆ ต้องจอดรอพร้อมกันในทีม
6. การปั่นวันสุดท้ายในวันที่ 5 ธันวาคม ระยะทาง 84 กม. จะจบที่บริเวณประตูท่าแพ โดยทำการวนรอบคูเมืองจำนวน 1 รอบ จากนั้นก็ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีพร้อมกัน ถ่ายรูปร่วมกัน ก่อนแยกย้ายกันกลับกรุงเทพฯ ซึ่งแล้วแต่สะดวก
7. ประมาณเวลาปั่นจบในวันที่ 5 ธันวาคม ไม่เกินบ่ายสองโมง หรือ 14.00 น. เพื่อใครที่ต้องการกลับรถไฟเที่ยว 14.50 น. ได้ทันเวลา ส่วนรถทัวร์มีตลอดจนถึง 3-4 ทุ่มหลายเที่ยว หลายบริษัท และยังสามารถกลับเครื่องบินได้ แต่คงต้องสอบถามเที่ยวบินก่อนนะครับ ว่าทันเวลาหรือเปล่า
8. เรื่องการจัดเตรียมสัมภาระ เน้นความเบาเป็นหลัก เอาไปให้น้อยที่สุดยิ่งดี จะได้ประหยัดแรงในการปั่น ไม่ล้าได้ง่าย ในทีมเดียวกัน อาจจะเฉลี่ยน้ำหนักที่บรรทุกเกี่ยวกับอุปกรณ์ปะยาง ซ่อมแซมจักรยาน ที่ใช้ร่วมกันได้
9. เรื่องรถจักรยานควรมีการเซอร์วิส ก่อนออกทริปล่วงหน้าซัก 1 อาทิตย์เพื่อความพร้อมในการเดินทางไกล เกี่ยวกับอุปกรณ์หลักๆ เพื่อไม่ให้เกินปัญหาที่ไม่คาดฝันล่วงหน้าได้ครับ
10. มื้อเย็นจะเป็นมื้อที่มาทานร่วมกัน โดยอาจจะหาร้านอร่อยๆ ในเมือง ออกปั่นไปทานกันครับ เพื่อสร้างความรู้จักกันมากยิ่งขึ้น พูดคุยถึงอาการของแต่ละท่านว่ายังสู้ ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน อาจจะแชร์ค่าอาหารแต่ละมื้อประมาณ 100-150 บาทต่อมื้อ
คติประจำใจ : ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
- เอส-เมอร์ริด้า
- ขาประจำ
- โพสต์: 10763
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:41
- Tel: 087-818-9071
- team: Bike Joy/ทีมล้างตา/ทีมอกาลิโก
- Bike: MERIDA Karahari 510, rocky moutain,แหม่ม Brompton
- ติดต่อ:
Re: ชวนปั่นเทิดพระเกียรติในหลวงครบรอบ 84 พรรษา เส้นทางกรุงเทพ-เชียงใหม่ รวมระยะทาง 849 กม.วันที่ 1-5 ธันวาคม 54

จุดพักที่สอง ของวันที่ 1 ธันวาคม 54 :
09.00 น. ออกจากปั๊มเจ็ท บางใหญ่
10.15 น. จุดพักปั๊มน้ำมัน อ.สองพี่น้อง ระยะทาง 32 กม. พัก 15 นาที
10.30 น. ออกจากปั๊มน้ำมัน อ.สองพี่น้อง
* เวลาอาจจะเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์
คติประจำใจ : ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
- เอส-เมอร์ริด้า
- ขาประจำ
- โพสต์: 10763
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:41
- Tel: 087-818-9071
- team: Bike Joy/ทีมล้างตา/ทีมอกาลิโก
- Bike: MERIDA Karahari 510, rocky moutain,แหม่ม Brompton
- ติดต่อ:
Re: ชวนปั่นเทิดพระเกียรติในหลวงครบรอบ 84 พรรษา เส้นทางกรุงเทพ-เชียงใหม่ รวมระยะทาง 849 กม.วันที่ 1-5 ธันวาคม 54

จุดพักที่สาม ของวันที่ 1 ธันวาคม 54 :
10.30 น. ออกจาก อ.สองพี่น้อง
11.45 น. จุดพัก ต.บางปลาม้า ระยะทาง 31 กม. พัก 15 นาที
12.00 น. ออกจากปั๊มน้ำมัน ต.บางปลาม้า
* เวลาอาจจะเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์
คติประจำใจ : ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
- เอส-เมอร์ริด้า
- ขาประจำ
- โพสต์: 10763
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:41
- Tel: 087-818-9071
- team: Bike Joy/ทีมล้างตา/ทีมอกาลิโก
- Bike: MERIDA Karahari 510, rocky moutain,แหม่ม Brompton
- ติดต่อ:
Re: ชวนปั่นเทิดพระเกียรติในหลวงครบรอบ 84 พรรษา เส้นทางกรุงเทพ-เชียงใหม่ รวมระยะทาง 849 กม.วันที่ 1-5 ธันวาคม 54

จุดพักที่สี่ ของวันที่ 1 ธันวาคม 54 :
12.00 น. ออกจาก ต.บางปลาม้า
12.30 น. จุดพักทานมื้อกลางวัน ปั๊มปตท. เมืองสุพรรณบุรี ระยะทาง 6 กม. พักทานข้าว 1 ชม.
13.30 น. ออกจากปั๊มปตท. เมืองสุพรรณฯ
* เวลาอาจจะเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์
คติประจำใจ : ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
-
เสือแสงน้อย
- ขาประจำ
- โพสต์: 106
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มิ.ย. 2011, 19:02
- Tel: 0818769686
- team: ปราสาท-ตาเมือนธม
- Bike: specialized
Re: ชวนปั่นเทิดพระเกียรติในหลวงครบรอบ 84 พรรษา เส้นทางกรุงเทพ-เชียงใหม่ รวมระยะทาง 849 กม.วันที่ 1-5 ธันวาคม 54
ช่วงนี้กลับบ้านทางอิสาน พายุเข้าฝนตกตลอด (27-28 ก.ย.54) ไม่ได้ปั่น ไม่มีเทรนเนอร์ ได้แต่เก้าขาขึ้นลงบันไดประมาณหนึ่งชั่วโมง
ปกติซ้อมปั่นเดี่ยวเสือหมอบ ไป 35 ก.ม. จับเวลาได้ประมาณ 70 นาที (เฉลี่ย 2 ก.ม./นาที หรือ 30 ก.ม./ชั่วโมง) กลับก็บวกเวลาอีกไม่เกิน 10 นาที (70-80 นาที) รวมทั้งสิ้นประมาณ 70 ก.ม.ใช้เวลาไม่เกินสองชั่วโมงครี่ง (150 นาที) รวดเดียวโดยไม่จอดพัก หายใจเหนื่อยสุดๆ (ศักยภาพส่วนตัวได้เพียงแต่นี้)
ถึงวันเดินทางหากผลัดกันลากสลับกันดูด ความเร็วประมาณ 30 ก็น่าจะพอไหว
ส่วนตัว จกย.ก็มีหลายคันอาทิ
-ภูเขาแบบมีโช้ค แบบตะเกียบทางเรียบ
-ฟูจิทัวร์ริ่ง Cromoly ล้อ 700 แฮนด์หมอบ ปี 2010, Surely cros check ล้อ 700 มีแร็คหน้าหลังทั้งสองคัน
-Road Bike มีอยู่ 5 คัน (งงกับตัวเองเหมือนกันว่าซื้อมาทำไมตั้งเยอะแยะเกินจำเป็น)
ความคิด (ขณะนี้) ลงเอยที่ Road Bike เฟรมอลูมิเนียม ล้อ 700*23 ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ด้วยว่าสัมภาระไม่มากและพื้นถนนลาดยางตลอดเส้นทาง ส่วนตัวเชื่อว่าระยะทางที่ปั่นได้เท่ากันแต่เสือหมอบน่าจะใช้พลักงานน้อยกว่าเสือภูเขาทางเรียบ (ประหยัดพลังงาน)
ปกติซ้อมปั่นเดี่ยวเสือหมอบ ไป 35 ก.ม. จับเวลาได้ประมาณ 70 นาที (เฉลี่ย 2 ก.ม./นาที หรือ 30 ก.ม./ชั่วโมง) กลับก็บวกเวลาอีกไม่เกิน 10 นาที (70-80 นาที) รวมทั้งสิ้นประมาณ 70 ก.ม.ใช้เวลาไม่เกินสองชั่วโมงครี่ง (150 นาที) รวดเดียวโดยไม่จอดพัก หายใจเหนื่อยสุดๆ (ศักยภาพส่วนตัวได้เพียงแต่นี้)
ถึงวันเดินทางหากผลัดกันลากสลับกันดูด ความเร็วประมาณ 30 ก็น่าจะพอไหว
ส่วนตัว จกย.ก็มีหลายคันอาทิ
-ภูเขาแบบมีโช้ค แบบตะเกียบทางเรียบ
-ฟูจิทัวร์ริ่ง Cromoly ล้อ 700 แฮนด์หมอบ ปี 2010, Surely cros check ล้อ 700 มีแร็คหน้าหลังทั้งสองคัน
-Road Bike มีอยู่ 5 คัน (งงกับตัวเองเหมือนกันว่าซื้อมาทำไมตั้งเยอะแยะเกินจำเป็น)
ความคิด (ขณะนี้) ลงเอยที่ Road Bike เฟรมอลูมิเนียม ล้อ 700*23 ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ด้วยว่าสัมภาระไม่มากและพื้นถนนลาดยางตลอดเส้นทาง ส่วนตัวเชื่อว่าระยะทางที่ปั่นได้เท่ากันแต่เสือหมอบน่าจะใช้พลักงานน้อยกว่าเสือภูเขาทางเรียบ (ประหยัดพลังงาน)
- ranger92
- สมาชิก
- โพสต์: 98
- ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.พ. 2010, 10:10
- team: survey team
- Bike: bianchi,giant,trek
Re: ชวนปั่นเทิดพระเกียรติในหลวงครบรอบ 84 พรรษา เส้นทางกรุงเทพ-เชียงใหม่ รวมระยะทาง 849 กม.วันที่ 1-5 ธันวาคม 54
จริงครับ.........เป็นเสือหมอบน่าจะดีเหมือนกันนะ..........อืม.....ผมชอบใช้แรงขอเอาเสือภูเขาไปแล้วกันครับพี่ๆ.อิอิ
- TinKl2+
- ขาประจำ
- โพสต์: 1211
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.พ. 2010, 16:55
- Tel: 0แปด6-เก้า7สี่-11สอง4
- Bike: Bianchi, Colnago, Surly, Specialized, Pinarello, Trek, จระเข้
- ตำแหน่ง: Klongluang Phathumthani
Re: ชวนปั่นเทิดพระเกียรติในหลวงครบรอบ 84 พรรษา เส้นทางกรุงเทพ-เชียงใหม่ รวมระยะทาง 849 กม.วันที่ 1-5 ธันวาคม 54
ผมกับเพื่อนๆพี่ 4 คน เคยปั่นจาก ปทุมธานี-เชียงใหม่ ใช้เวลา 5 วันรวมวันกลับ ไปกันเมื่อเดือน ก.ค. 54 ที่ผ่านมา
สองวันแรกทางเรียบปั่นวันละ 200 กม. อีกวันถัดมาวันละ 100 กว่า ครั้งนั้นที่ต้องรีบเพราะมีเวลาจำกัด ในตอนแรกวางแผน 4 วันรวมวันกลับ
แต่กลัวโหดเกินไป แล้วช่วงท้ายๆ ตั้งแต่ อ.เถิน ลำปาง - เชียงใหม่ มันเป็นเนินสลับเขาปั่นวันละ 200 กม. คงไม่ทันแน่เลยเปลี่ยนเป็น 5 วัน
เพราะว่าวันท้ายๆ จะได้ปั่นไป เที่ยวไป ตามแบบทัวร์ริ่งบ้าง
ที่สำคัญอยากให้ลองไปซ้อมเ้ส้นทางจริงด้วยกันดูก่อน เพราะปั่นวันละ 200 กม. ติดต่อกันถ้าไม่ฟิตลำบากแน่ เพราะวันถัดมาจะล้ามากๆ
ก่อนไปลองซ้อมปั่นเส้นทางจริง ไป-กลับ ระยะสัก 400 กม. (200*2) ดู ถ้าไหวก็ไม่น่าจะมีปัญหา แล้วช่วงไหนเป็น เนินสลับเขาปั่นถ้า
ปั่นวันละ 200 กม. ไม่ทันแน่ๆ
จากประสบการณ์เราแบ่งการปั่นเป็น 4 ช่วงๆละ 50 กม. พัก 20 นาที
เวลาโดยประมาณ
ช่วงที่ 1 เวลา 06:00 - 09:00 = 50 กม. พัก 20 นาที
ช่วงที่ 2 เวลา 09:00 - 12:00 = 50 กม. พัก 20 นาที
ช่วงที่ 3 เวลา 12:00 - 15:00 = 50 กม. พัก 20 นาที
ช่วงที่ 4 เวลา 15:00 - 18:00 = 50 กม. พัก 20 นาที
ยืดหยุ่นเอาตามสถานการณ์ ช่วงเช้าควรปั่นให้ได้เยอะๆ ถ้าได้ซัก >100 จะดีมากเผื่อไว้ช่วงบ่ายมันร้อนปั่นไม่ค่อยออก
ต้องพักบ่อย ควรออกปั่นแต่เช้า ถ้าออกสายก็ถึงมืดแน่ๆ ให้เตรียมไฟไปให้พร้อมด้วยนะครับ
สองวันแรกทางเรียบปั่นวันละ 200 กม. อีกวันถัดมาวันละ 100 กว่า ครั้งนั้นที่ต้องรีบเพราะมีเวลาจำกัด ในตอนแรกวางแผน 4 วันรวมวันกลับ
แต่กลัวโหดเกินไป แล้วช่วงท้ายๆ ตั้งแต่ อ.เถิน ลำปาง - เชียงใหม่ มันเป็นเนินสลับเขาปั่นวันละ 200 กม. คงไม่ทันแน่เลยเปลี่ยนเป็น 5 วัน
เพราะว่าวันท้ายๆ จะได้ปั่นไป เที่ยวไป ตามแบบทัวร์ริ่งบ้าง
ที่สำคัญอยากให้ลองไปซ้อมเ้ส้นทางจริงด้วยกันดูก่อน เพราะปั่นวันละ 200 กม. ติดต่อกันถ้าไม่ฟิตลำบากแน่ เพราะวันถัดมาจะล้ามากๆ
ก่อนไปลองซ้อมปั่นเส้นทางจริง ไป-กลับ ระยะสัก 400 กม. (200*2) ดู ถ้าไหวก็ไม่น่าจะมีปัญหา แล้วช่วงไหนเป็น เนินสลับเขาปั่นถ้า
ปั่นวันละ 200 กม. ไม่ทันแน่ๆ
จากประสบการณ์เราแบ่งการปั่นเป็น 4 ช่วงๆละ 50 กม. พัก 20 นาที
เวลาโดยประมาณ
ช่วงที่ 1 เวลา 06:00 - 09:00 = 50 กม. พัก 20 นาที
ช่วงที่ 2 เวลา 09:00 - 12:00 = 50 กม. พัก 20 นาที
ช่วงที่ 3 เวลา 12:00 - 15:00 = 50 กม. พัก 20 นาที
ช่วงที่ 4 เวลา 15:00 - 18:00 = 50 กม. พัก 20 นาที
ยืดหยุ่นเอาตามสถานการณ์ ช่วงเช้าควรปั่นให้ได้เยอะๆ ถ้าได้ซัก >100 จะดีมากเผื่อไว้ช่วงบ่ายมันร้อนปั่นไม่ค่อยออก
ต้องพักบ่อย ควรออกปั่นแต่เช้า ถ้าออกสายก็ถึงมืดแน่ๆ ให้เตรียมไฟไปให้พร้อมด้วยนะครับ
"ตราบใดที่เส้นทางยังมี ผู้ไปถึงย่อมมี... "
"เมื่อสิ่งนี้มี สิ่งนี้ย่อมมี
เพราะการเกิดขึ้นแห่งสิ่งนี้ สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น
เมื่อสิ่งนี้ไม่มี สิ่งนี้ย่อมไม่มี
เพราะการดับไปแห่งสิ่งนี้ สิ่งนี้จึงดับไป..."
"เมื่อสิ่งนี้มี สิ่งนี้ย่อมมี
เพราะการเกิดขึ้นแห่งสิ่งนี้ สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น
เมื่อสิ่งนี้ไม่มี สิ่งนี้ย่อมไม่มี
เพราะการดับไปแห่งสิ่งนี้ สิ่งนี้จึงดับไป..."
- เอส-เมอร์ริด้า
- ขาประจำ
- โพสต์: 10763
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:41
- Tel: 087-818-9071
- team: Bike Joy/ทีมล้างตา/ทีมอกาลิโก
- Bike: MERIDA Karahari 510, rocky moutain,แหม่ม Brompton
- ติดต่อ:
Re: ชวนปั่นเทิดพระเกียรติในหลวงครบรอบ 84 พรรษา เส้นทางกรุงเทพ-เชียงใหม่ รวมระยะทาง 849 กม.วันที่ 1-5 ธันวาคม 54
เสือแสงน้อย เขียน:ช่วงนี้กลับบ้านทางอิสาน พายุเข้าฝนตกตลอด (27-28 ก.ย.54) ไม่ได้ปั่น ไม่มีเทรนเนอร์ ได้แต่เก้าขาขึ้นลงบันไดประมาณหนึ่งชั่วโมง
ปกติซ้อมปั่นเดี่ยวเสือหมอบ ไป 35 ก.ม. จับเวลาได้ประมาณ 70 นาที (เฉลี่ย 2 ก.ม./นาที หรือ 30 ก.ม./ชั่วโมง) กลับก็บวกเวลาอีกไม่เกิน 10 นาที (70-80 นาที) รวมทั้งสิ้นประมาณ 70 ก.ม.ใช้เวลาไม่เกินสองชั่วโมงครี่ง (150 นาที) รวดเดียวโดยไม่จอดพัก หายใจเหนื่อยสุดๆ (ศักยภาพส่วนตัวได้เพียงแต่นี้)
ถึงวันเดินทางหากผลัดกันลากสลับกันดูด ความเร็วประมาณ 30 ก็น่าจะพอไหว
ส่วนตัว จกย.ก็มีหลายคันอาทิ
-ภูเขาแบบมีโช้ค แบบตะเกียบทางเรียบ
-ฟูจิทัวร์ริ่ง Cromoly ล้อ 700 แฮนด์หมอบ ปี 2010, Surely cros check ล้อ 700 มีแร็คหน้าหลังทั้งสองคัน
-Road Bike มีอยู่ 5 คัน (งงกับตัวเองเหมือนกันว่าซื้อมาทำไมตั้งเยอะแยะเกินจำเป็น)
ความคิด (ขณะนี้) ลงเอยที่ Road Bike เฟรมอลูมิเนียม ล้อ 700*23 ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ด้วยว่าสัมภาระไม่มากและพื้นถนนลาดยางตลอดเส้นทาง ส่วนตัวเชื่อว่าระยะทางที่ปั่นได้เท่ากันแต่เสือหมอบน่าจะใช้พลักงานน้อยกว่าเสือภูเขาทางเรียบ (ประหยัดพลังงาน)
ฝนตกตลอด นี่ก็มาอีกระลอกแล้ว ผมเลยต้องปั่นบนเทรนเนอร์ อยู่แล้วเลยไม่มีปัญหา แต่การซ้อมขึ้นบันไดนี่ ดีจริงๆ ฝึกหัวใจได้ดี เพราะผมขึ้นบันไดที่ทำงานมีแค่ 4 ชั้นยังหัวใจเต้นแรงเลย
การซ้อมของพี่ ผมว่าเยอะกว่าผมมากๆ ครับ เพราะผมไม่ค่อยได้ปั่นเท่าไร เน้นปั่นบนเทรนเนอร์วันละ 2 ชม. ของพี่ความเร็วเฉลี่ย 30 ดีมาก เพราะปั่นจริงอาจจะแตะที่ 30 บางช่วง แต่จะเน้นเฉลี่ยที่ 25 เป็นหลัก เพื่อไม่ให้ล้าเกินไป รอบขาที่ 85-92 รอบต่อนาที ส่วนระยะทางที่กำหนดไว้ช่วง 25-35 กม. พัก 15-20 นาทีครับ จุดพักจะเน้นที่ร้านค้า ปั๊มน้ำมัน ภายในชุมชน หรือตัวอำเภท ตำบลที่ปั่นผ่าน
ลักษณะกันปั่นแบบช่วยกันเป็นทีม ช่วยได้เยอะครับ ไปด้วยกันไม่เหนื่อย เหมือนการปั่นเดี่ยว สนุกกับการปั่น ปั่นไปคุยไปก็ได้ ผลัดกันลาก ผลัดกันนำ ผลัดกันดูด เพราะเราต้องเตรียมแรงไว้สำหรับเจอทวนลมจากทางเหนือลงใต้ซะด้วยซิครับ หนักเลยเพราะลองดูเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ลมแรงมากๆ
เห็นที่พี่ลิสต์รายการจักรยานแล้ว พี่ต้องของจริงแล้วล่ะ 555 ไม่ธรรมดาเลยครับ ที่จะชอบจักรยาน โดยเฉพาะหมอบตั้ง 5 คัน แถมทัวร์ริ่งฟลูโหลดได้ด้วย ถ้าพี่เอาหมอบไป ก็เหมือนอาจารย์โลเลยครับ คงให้ทำหน้าที่หัวลากเยอะหน่อย เพราะเบากว่าใคร 555 คงแชร์ๆ กันครับ
คติประจำใจ : ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
- เอส-เมอร์ริด้า
- ขาประจำ
- โพสต์: 10763
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:41
- Tel: 087-818-9071
- team: Bike Joy/ทีมล้างตา/ทีมอกาลิโก
- Bike: MERIDA Karahari 510, rocky moutain,แหม่ม Brompton
- ติดต่อ:
Re: ชวนปั่นเทิดพระเกียรติในหลวงครบรอบ 84 พรรษา เส้นทางกรุงเทพ-เชียงใหม่ รวมระยะทาง 849 กม.วันที่ 1-5 ธันวาคม 54
ranger92 เขียน:จริงครับ.........เป็นเสือหมอบน่าจะดีเหมือนกันนะ..........อืม.....ผมชอบใช้แรงขอเอาเสือภูเขาไปแล้วกันครับพี่ๆ.อิอิ
ผมได้ตอบสิ่งที่เตรียมสำหรับการปั่นครั้งนี้ทาง pm แล้วครับ เอาเสือภูเขาไป แรงดีครับ พยายามคิดจะเอาไปให้น้อยที่สุด ดีไม่ดี ชุดเดียวมันเลย แล้วซักเอา...
คติประจำใจ : ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
- เอส-เมอร์ริด้า
- ขาประจำ
- โพสต์: 10763
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:41
- Tel: 087-818-9071
- team: Bike Joy/ทีมล้างตา/ทีมอกาลิโก
- Bike: MERIDA Karahari 510, rocky moutain,แหม่ม Brompton
- ติดต่อ:
Re: ชวนปั่นเทิดพระเกียรติในหลวงครบรอบ 84 พรรษา เส้นทางกรุงเทพ-เชียงใหม่ รวมระยะทาง 849 กม.วันที่ 1-5 ธันวาคม 54
TinKl2+ เขียน:ผมกับเพื่อนๆพี่ 4 คน เคยปั่นจาก ปทุมธานี-เชียงใหม่ ใช้เวลา 5 วันรวมวันกลับ ไปกันเมื่อเดือน ก.ค. 54 ที่ผ่านมา
สองวันแรกทางเรียบปั่นวันละ 200 กม. อีกวันถัดมาวันละ 100 กว่า ครั้งนั้นที่ต้องรีบเพราะมีเวลาจำกัด ในตอนแรกวางแผน 4 วันรวมวันกลับ
แต่กลัวโหดเกินไป แล้วช่วงท้ายๆ ตั้งแต่ อ.เถิน ลำปาง - เชียงใหม่ มันเป็นเนินสลับเขาปั่นวันละ 200 กม. คงไม่ทันแน่เลยเปลี่ยนเป็น 5 วัน
เพราะว่าวันท้ายๆ จะได้ปั่นไป เที่ยวไป ตามแบบทัวร์ริ่งบ้าง
ที่สำคัญอยากให้ลองไปซ้อมเ้ส้นทางจริงด้วยกันดูก่อน เพราะปั่นวันละ 200 กม. ติดต่อกันถ้าไม่ฟิตลำบากแน่ เพราะวันถัดมาจะล้ามากๆ
ก่อนไปลองซ้อมปั่นเส้นทางจริง ไป-กลับ ระยะสัก 400 กม. (200*2) ดู ถ้าไหวก็ไม่น่าจะมีปัญหา แล้วช่วงไหนเป็น เนินสลับเขาปั่นถ้า
ปั่นวันละ 200 กม. ไม่ทันแน่ๆ
จากประสบการณ์เราแบ่งการปั่นเป็น 4 ช่วงๆละ 50 กม. พัก 20 นาที
เวลาโดยประมาณ
ช่วงที่ 1 เวลา 06:00 - 09:00 = 50 กม. พัก 20 นาที
ช่วงที่ 2 เวลา 09:00 - 12:00 = 50 กม. พัก 20 นาที
ช่วงที่ 3 เวลา 12:00 - 15:00 = 50 กม. พัก 20 นาที
ช่วงที่ 4 เวลา 15:00 - 18:00 = 50 กม. พัก 20 นาที
ยืดหยุ่นเอาตามสถานการณ์ ช่วงเช้าควรปั่นให้ได้เยอะๆ ถ้าได้ซัก >100 จะดีมากเผื่อไว้ช่วงบ่ายมันร้อนปั่นไม่ค่อยออก
ต้องพักบ่อย ควรออกปั่นแต่เช้า ถ้าออกสายก็ถึงมืดแน่ๆ ให้เตรียมไฟไปให้พร้อมด้วยนะครับ
ขอบคุณพี่ TinKl2+ สำหรับข้อคิดดีๆ จากประสบการณ์ตรงที่ผ่านมา ได้ประโยชน์มากๆ ที่จะได้นำไปปฏิบัติ...
เรื่องวันละ 200 โล แค่ปั่นวันเดียวก็หนักแล้ว เคยปั่นอยู่ไม่กี่ทริป กลับมาบ้านล้าไป 2-3 วันแทบเดินไม่ค่อยไหว เห็นแล้วคงน่าจะไปลองซ้อมซัก 2 วันดูว่าไหวแค่ไหน แต่หาวันไปซ้อมไม่ได้เลย แต่จะพยายามหาวันให้ได้
เรื่องกำหนดการออก คงจะคุยกันอีกทีถึงเวลาที่เหมาะ เพราะบางคนเข้าห้องน้ำช่วงนี้พอดี ออกเช้าก็ดีครับ ผมก็อยากให้เป็นเวลานี้ จะได้ไม่มืดมากนัก
ส่วนกำหนดช่วงปั่น + พัก ก็ดูตามระยะทาง + ร้านค้า ปั๊มน้ำมัน ชุมชนที่ผ่านเป็นหลัก ก็น่าจะอยู่ในช่วง 25-30 กม. พัก 15-20 นาทีครับ
ผมก็กลัวเรื่องล้ามากๆ เลย อยากให้ปั่นสนุก ไปกับเส้นทางที่ผ่านไปด้วย ได้ชื่นชมกับธรรมชาติที่ปั่นผ่าน หวังไว้อย่างนี้ล่ะครับ
คติประจำใจ : ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
- Felix
- ขาประจำ
- โพสต์: 580
- ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2010, 14:14
- team: OSK 101
- Bike: Nishiki Amust/Gary Fisher Zebrano
Re: ชวนปั่นเทิดพระเกียรติในหลวงครบรอบ 84 พรรษา เส้นทางกรุงเทพ-เชียงใหม่ รวมระยะทาง 849 กม.วันที่ 1-5 ธันวาคม 54
ขออนุญาตออกความเห็นครับ
การเดินทางไกล ไม่ควรกำหนดเวลาและระยะทาง จนกลายเป็นการกดดันตัวเองครับ
การจองโรงแรมที่พักล่วงหน้า ผมไม่คิดว่ามีความจำเป็น
การเดินทางไกล สิ่งที่เป็นตัวกำหนดการเดินทางของเราก็คือ "แรง" ในแต่ละวัน แต่ละช่วงเวลาที่ไม่เท่ากัน ของแต่ละคน
และเมื่อจัดกลุ่มเป็นทีม แรงและสมรรถภาพร่างกายตลอดจนทักษะการขี่จักรยานทางไกลก็ไม่เท่ากัน
เมื่อเป็นเช่นนั้น หากเดินทางเป็นกลุ่ม ควรจะใช้ผู้ที่มีสมรรถนะและทักษะน้อยที่สุดเป็นตัวกำหนด การหยุดพักระหว่างทาง
การเติมอาหาร และการคลายกล้ามเนื้อ นอกจากนั้นที่พักในแต่ละวันการกินอาหารในแต่ละวันก็ต้องมีวิธีการกิน
ที่เหมาะสมเช่นกัน
ในช่วงเช้า หลายๆท่านคิดว่าร่างกายของเราเรี่ยวแรงยังดี ก็มักจะทำระยะทางให้มากเข้าไว้
แต่ในความเห็นของผม ในช่วงเช้า กล้ามเนื้อและร่างกายของเรายังไม่เกิดการตื่นตัวเต็มที่เราจะทำความเร็วได้ไม่มาก
ต่อเมื่อผ่านระยะทางเกิน 80 กม ไปแล้ว ร่างกายและกล้ามเนื้อและระบบการหายใจเข้าจะเข้าที่เข้าทาง
ที่เรามักจะเรียกว่าเป็นช่วงเวลา "เข้าข้อ" คือออกแรง ได้ความเร็วได้ระยะทางเป็นไปโดยอัตโนมัติ
การรักษาร่างกายให้สามารถทำงานได้เท่าๆกันตลอดทั้งวันหรือ วันละประมาณ 8 ชั่วโมงบนอานจักรยาน
ทำความเร็วประมาณ 25-30 กม/ชม เท่าๆกัน แต่ละช่วง ผมจะพักประมาณที่ระยะ 25 หรือ 30 กม เท่านั้นครับ
เพราะเป็นช่วงเวลาที่เรายังไม่เหนื่อยล้า และเวลาพักก็ไม่นานครับ ประมาณ 5 -10 นาที บางช่วง เพียง 2-3 นาที
แต่ถ้าพักที่ระยะทาง 50 กม เราอาจจะต้องใช้เวลาพักนานนานกว่านั้น การเดินทางก็ไม่เร็วไปกว่ากัน
แต่ร่างกายอาจจะโทรมเกินไป เพราะเราต้องไม่ลืมว่า ในทีม 10 คน นั้น แต่ละคนความสามารถทางร่างกายไม่เท่ากัน
วิธีการเดินทางไกลของผมเท่าที่ผ่านมาคือ การหยุดพัก ก่อนที่จะเหนื่อย กินอาหาร(เล็กน้อย)ก่อนที่จะหิว
ดื่มน้ำเป็นระยะก่อนที่จะกระหาย และจะไม่ดื่มน้ำเกลือแร่จนกว่าจะผ่านการเดินทางและดื่มน้ำมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ขวด
การดื่มน้ำเกลือแร่ในช่วงเช้าก่อนการเดินทาง ไม่เกิดประโยชน์ แต่จะทำให้เลือดในร่างกายเข้มข้นขึ้น
เมื่อร่างกายสูญเสียน้ำในการระบายความร้อน น้ำในเลือดก็จะถูกดึงออกมาใช้จนอาจจะเกิดตะคริวได้
การกำหนดระยะทาง และระยะเวลาในแต่ละวัน แบบตายตัว จะเป็นการกดดันตัวเอง
จนกระทั่งร่างกายต้องแบกรับภาระกรรมระหว่างการเดินทางมากเกินไป ทั้งจากแสงแดด ความร้อน เนินเขา ปีนเขา ลมแรง
การปรับเปลี่ยนระยะทางและระยะเวลาแต่ละช่วงการเดินทางควรเป็นไปตามสถานการณ์
บางครั้ง หลังจากหยุดพักแล้ว ผมปั่นต่อไปอีกเพียงแค่ 3-5 กม ผมก็หยุดพักแล้วประมาณ 2-3 นาที แต่หลังจากที่หยุดพัก
การเดินทางต่อจากนั้นเราก็รักษาความเร็วที่ต่อเนื่องสม่ำเสมอได้ เพราะร่างกายของคนไม่เหมือนรถมอเตอร์ไซคล์ที่มี ก๊อกสอง
คือถ้าหมดแล้วคือหมดเลย การฟื้นตัวอาจจะใช้เวลาพอสมควร
เทคนิคการเดินทางไกลที่ผมมักใช้เสมอคือ การถนอมและเฉลี่ยกำลัง หรือการบริหารจัดการกำลังของตัวเองที่มีอยู่จำกัด
ให้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องในแต่ละวัน และหลายๆวัน จนไม่เกิดการเหนื่อยล้า
การเดินทางไปแม่สะเรียง ผมใช้เส้นทางจากปากเกร็ด ไปชัยนาท ความเร็วเดินทางของผมสม่ำเสมอ
ในช่วง 30 กิโลเมตรสุดท้ายก่อนถึงชัยนาท ความเร็วยังทำได้ถึง 32-35 กม/ชม
เมื่อช่วงชัยนาทถึงกำแพงเพชร ก็ลดระยะทางลงมาและลดความเร็วเดินทางลงอีก และแต่ละช่วงของการเดินทาง
ระยะทางจะลดลงเรื่อยๆ และเมื่อระยะเดินทางประมาณ 500 กม หรือ ประมาณ 4-5 วัน ก็จะต้องพักฟื้น 1 วัน
เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนฟื้นฟูสภาพร่างกาย เพื่อเดินทางต่อไป
การเดินทางไกล ไม่ควรกำหนดเวลาและระยะทาง จนกลายเป็นการกดดันตัวเองครับ
การจองโรงแรมที่พักล่วงหน้า ผมไม่คิดว่ามีความจำเป็น
การเดินทางไกล สิ่งที่เป็นตัวกำหนดการเดินทางของเราก็คือ "แรง" ในแต่ละวัน แต่ละช่วงเวลาที่ไม่เท่ากัน ของแต่ละคน
และเมื่อจัดกลุ่มเป็นทีม แรงและสมรรถภาพร่างกายตลอดจนทักษะการขี่จักรยานทางไกลก็ไม่เท่ากัน
เมื่อเป็นเช่นนั้น หากเดินทางเป็นกลุ่ม ควรจะใช้ผู้ที่มีสมรรถนะและทักษะน้อยที่สุดเป็นตัวกำหนด การหยุดพักระหว่างทาง
การเติมอาหาร และการคลายกล้ามเนื้อ นอกจากนั้นที่พักในแต่ละวันการกินอาหารในแต่ละวันก็ต้องมีวิธีการกิน
ที่เหมาะสมเช่นกัน
ในช่วงเช้า หลายๆท่านคิดว่าร่างกายของเราเรี่ยวแรงยังดี ก็มักจะทำระยะทางให้มากเข้าไว้
แต่ในความเห็นของผม ในช่วงเช้า กล้ามเนื้อและร่างกายของเรายังไม่เกิดการตื่นตัวเต็มที่เราจะทำความเร็วได้ไม่มาก
ต่อเมื่อผ่านระยะทางเกิน 80 กม ไปแล้ว ร่างกายและกล้ามเนื้อและระบบการหายใจเข้าจะเข้าที่เข้าทาง
ที่เรามักจะเรียกว่าเป็นช่วงเวลา "เข้าข้อ" คือออกแรง ได้ความเร็วได้ระยะทางเป็นไปโดยอัตโนมัติ
การรักษาร่างกายให้สามารถทำงานได้เท่าๆกันตลอดทั้งวันหรือ วันละประมาณ 8 ชั่วโมงบนอานจักรยาน
ทำความเร็วประมาณ 25-30 กม/ชม เท่าๆกัน แต่ละช่วง ผมจะพักประมาณที่ระยะ 25 หรือ 30 กม เท่านั้นครับ
เพราะเป็นช่วงเวลาที่เรายังไม่เหนื่อยล้า และเวลาพักก็ไม่นานครับ ประมาณ 5 -10 นาที บางช่วง เพียง 2-3 นาที
แต่ถ้าพักที่ระยะทาง 50 กม เราอาจจะต้องใช้เวลาพักนานนานกว่านั้น การเดินทางก็ไม่เร็วไปกว่ากัน
แต่ร่างกายอาจจะโทรมเกินไป เพราะเราต้องไม่ลืมว่า ในทีม 10 คน นั้น แต่ละคนความสามารถทางร่างกายไม่เท่ากัน
วิธีการเดินทางไกลของผมเท่าที่ผ่านมาคือ การหยุดพัก ก่อนที่จะเหนื่อย กินอาหาร(เล็กน้อย)ก่อนที่จะหิว
ดื่มน้ำเป็นระยะก่อนที่จะกระหาย และจะไม่ดื่มน้ำเกลือแร่จนกว่าจะผ่านการเดินทางและดื่มน้ำมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ขวด
การดื่มน้ำเกลือแร่ในช่วงเช้าก่อนการเดินทาง ไม่เกิดประโยชน์ แต่จะทำให้เลือดในร่างกายเข้มข้นขึ้น
เมื่อร่างกายสูญเสียน้ำในการระบายความร้อน น้ำในเลือดก็จะถูกดึงออกมาใช้จนอาจจะเกิดตะคริวได้
การกำหนดระยะทาง และระยะเวลาในแต่ละวัน แบบตายตัว จะเป็นการกดดันตัวเอง
จนกระทั่งร่างกายต้องแบกรับภาระกรรมระหว่างการเดินทางมากเกินไป ทั้งจากแสงแดด ความร้อน เนินเขา ปีนเขา ลมแรง
การปรับเปลี่ยนระยะทางและระยะเวลาแต่ละช่วงการเดินทางควรเป็นไปตามสถานการณ์
บางครั้ง หลังจากหยุดพักแล้ว ผมปั่นต่อไปอีกเพียงแค่ 3-5 กม ผมก็หยุดพักแล้วประมาณ 2-3 นาที แต่หลังจากที่หยุดพัก
การเดินทางต่อจากนั้นเราก็รักษาความเร็วที่ต่อเนื่องสม่ำเสมอได้ เพราะร่างกายของคนไม่เหมือนรถมอเตอร์ไซคล์ที่มี ก๊อกสอง
คือถ้าหมดแล้วคือหมดเลย การฟื้นตัวอาจจะใช้เวลาพอสมควร
เทคนิคการเดินทางไกลที่ผมมักใช้เสมอคือ การถนอมและเฉลี่ยกำลัง หรือการบริหารจัดการกำลังของตัวเองที่มีอยู่จำกัด
ให้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องในแต่ละวัน และหลายๆวัน จนไม่เกิดการเหนื่อยล้า
การเดินทางไปแม่สะเรียง ผมใช้เส้นทางจากปากเกร็ด ไปชัยนาท ความเร็วเดินทางของผมสม่ำเสมอ
ในช่วง 30 กิโลเมตรสุดท้ายก่อนถึงชัยนาท ความเร็วยังทำได้ถึง 32-35 กม/ชม
เมื่อช่วงชัยนาทถึงกำแพงเพชร ก็ลดระยะทางลงมาและลดความเร็วเดินทางลงอีก และแต่ละช่วงของการเดินทาง
ระยะทางจะลดลงเรื่อยๆ และเมื่อระยะเดินทางประมาณ 500 กม หรือ ประมาณ 4-5 วัน ก็จะต้องพักฟื้น 1 วัน
เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนฟื้นฟูสภาพร่างกาย เพื่อเดินทางต่อไป
