car free day ถ้าผมมือใหม่

รายงาน/รูป "สรุปทริป" จากที่ได้ปั่นมา
รูปประจำตัวสมาชิก
nomboom
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 737
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 มิ.ย. 2009, 11:31
Tel: 08981182xx
team: Tri OV Spirit
Bike: Orbea Ora , GT Zaskar Pro
ติดต่อ:

Re: car free day ถ้าผมมือใหม่

โพสต์ โดย nomboom »

กับแค่ 1 วันยังเป็นแบบนี้เลย
:o
LOON MOTION
SPORTS PHOTOGRAPHY
http://www.facebook.com/loonmotion

Inus.Tri
INUS Triathlon, The best product in thailand!!!
http://www.facebook.com/inustri
รูปประจำตัวสมาชิก
myjoefiend
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 297
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 มี.ค. 2011, 09:06
Tel: 0891336213
team: แก๊งลูกหมูบางแสน ชลบุรี
Bike: CHEVROLET FD 207, STOLEN 2012 STEREO, LOUIS GARNEAU LGS-RSR2
ตำแหน่ง: ชลบุรี

Re: car free day ถ้าผมมือใหม่

โพสต์ โดย myjoefiend »

ใจเย็นๆครับ คราวหน้าต้องดีกว่าวันนี้ครับ ร่วมด้วยช่วยกัน อย่าคิดว่าหน้าที่ใครคนใดคนหนึ่งครับ ถ้าไม่มีใครลงมือช่วย เราต้องลงมือทำเองครับ อยู่ที่ว่าเราจะกล้ามั้ย ที่แน่ๆ ยังไงเราทุกคนก็เหมือนเป็นพี่ๆน้องๆกันอยู่แล้วครับ ช่วยกันร่วมแรงร่วมใจดีที่สุด ส่วนตัวผมรักสันโดด แต่ชอบปั่นไปเรื่อยเปื่อยตามภาษาครับ ยังไงทำอะไรไปแล้วเรามีความสุขและสบายใจทำเถอะครับอย่าไปคิดมากเดี๋ยวจะไม่สบายใจเอาครับ สู้ๆครับถ้าใจรัก อย่าท้อ
ปั่นมันเข้าไปถ้าหัวใจรักลูกหลานปั่นไปปั่นมากลายเป็นสิ่งเสพติด

CHEVROLET FD 207 ShimanoRS41-7R 7Speed ​​Revo-SL Shimano MF-TZ21,14-28T 170 mm.56T
Stolen 2012 STEREO Matte Purple 11.2 kg.20.6"(165-180 cm.)36H25T/9T
LOUIS GARNEAU LGS-RSR2 LG WHITE 9.2kg (450mm) (160-175)SHIMANO TIAGRA (20Speeds)
คุณเป็ก
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 168
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 มิ.ย. 2011, 15:08
ติดต่อ:

Re: car free day ถ้าผมมือใหม่

โพสต์ โดย คุณเป็ก »

man69 เขียน:
Sompong Rermrat เขียน:เรียนท่านเจ้าของกระทู้...ผมเองก็เป็นมือใหม่...มีอุปสรรคในการขี่จักรยานในเมืองหลวงนี้มากมาย..
แต่ของเพียงเรามีใจรักในการขี่จักรยาน..มีความสุขที่ได้ขี่จักรยาน..ไม่ว่าจะขี่ไปทำธุระ..หรือขี่เที่ยว..
ก็น่าจะเพียงพอแล้วครับ..อย่าไปหวังกับหน่วยงานต่างๆมากนัก..หรือไปต้องไปหวังอะไรเลยก็ได้ครับ..
การขี่จักรยานในชีวิตประจำวันก็ต้องเผชิญกับอุปสรรคต่างๆ อยู่แล้ว...ควันรถ..อากาศร้อน..รถยนต์ขับเร็ว..
ถูกขี่ตัดหน้า...ถูกบีบแตรไล่...ฯลฯ แต่ทุกอย่างจะมีทำให้เราเป็นทุกข์น้อยมากครับ..ถ้าเรารักและมีความสุข
ที่ได้ขี่จักรยาน..อยากให้คุณขี่จักรยานด้วยความสุขครับ..
like :D
เห็นด้วยคน
รูปประจำตัวสมาชิก
Dhandranunda
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 9545
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 พ.ค. 2010, 20:58
Tel: 083970โหลโหลโหล
team: ไม่มี
Bike: Merida Matts 70d /Masi Triple CX

Re: car free day ถ้าผมมือใหม่

โพสต์ โดย Dhandranunda »

TERRANO เขียน:ปั่นจักรยานเพื่อลดโลกร้อน
ปั่นจักรยานรณรงค์เพื่องานต่างๆ
ไบค์เลน
กรุงเทพ เมืองจักรยาน
ฯลฯ

หายไปจากความคิดผม.....นานแล้ว
ของผม ปั่นจักรยานเพื่อลดโลกร้อน...ยังอยู่นะครับ แต่ที่เหลือก็เฉยๆ ไปแล้วครับ
ที่น้ำท่วมอยู่นี่ มันก็เป็นเครื่องเตือนให้เราเห็นอยู่นะครับว่าเราทำอะไร เพื่อใคร ที่น้ำท่วม หิมะตกในที่แห้งแล้ง พายุ มรสุมที่มาแล้วมาเล่าลูกแล้วลูกเล่า ไม่ใช่เพราะฝีมือพวกเราทำเหรอ เราก็ต้องมารวมหัวช่วยกันแก้ (แม้จะสายไปแล้วก็ตาม)
ขวด

The Power Of Slow Ride
รูปประจำตัวสมาชิก
Dhandranunda
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 9545
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 พ.ค. 2010, 20:58
Tel: 083970โหลโหลโหล
team: ไม่มี
Bike: Merida Matts 70d /Masi Triple CX

Re: car free day ถ้าผมมือใหม่

โพสต์ โดย Dhandranunda »

sunny เขียน:อ่านกระทู้แล้วเข้าใจดีเลยครับเพราะร่วมงานที่ กทม.มา 3 ปีแล้ว (ต้องขออภัยปีนี้ไม่ได้ร่วม)
เป็นดังที่ท่านบรรยายเลย รีบปั่นไป รีบปั่นกลับ มือใหม่ จักรยานแม่บ้านก็ตามไม่ทัน
ขบวนขาดเป็นช่วงต้องแก้ปัญหากันเอง อันนี้น่าจะเป็นปัญหามาจากการจัดตารางเวลาที่กระชั้นเกินไป
ถ้าไม่รีบก็ไม่ทัน ไม่ได้มีการณรงค์อะไรระหว่างทางเลย
ปีที่แล้วผมก็เป็นสต๊าฟคอยคุมแถวด้วย บรรดาขาแรงทั้งหลายท่านก็ไม่ฟังหรอกครับ
ทุกคนอาสามานี่ ไม่มีใครบังคับ ฉะนั้นฉันจะปั่นขวาใครจะทำไม
อีกอย่างพิธีการบนเวทีมากไป คนที่รออยู่ก็ร้อน ก็บ่นกันไป หนีออกไปบ้าง

ถ้าจะปรับปรุงก็คงต้องเริ่มตั้งแต่กำหนดการต่างๆ ดูเวลาเผื่อๆไว้เยอะๆ
คนมากๆกว่าจะรวมได้กว่าจะครบหางแถว เน้นการรณรงค์ระหว่างทางดีกว่า
จัดรถนำขบวนพร้อมเครื่องขยายเสียงประชาสัมพันธ์ตลอดเส้นทาง
ควบคุมความเร็ว 15 - 20 โล/ชม
ประกาศขอโทษเพื่อนร่วมทางด้วย ที่ทำให้เดือดร้อนจากกิจกรรม
อาจมีการขอความร่วมมือจากหน่อยงานหลักๆระหว่างทางให้คอยบรการน้ำในเส้นทางที่ผ่าน
ให้พนักงาน ข้าราชการ ชาวบ้านแถวๆนั้น ออกมาให้กำลังใจซึ่งกันและกัน
ที่สำคัญต้องมีรถเก็บตกท้ายขบวนด้วย

มีอะไรอีกเยอะครับ เหมือนกับหลายๆท่านว่ามานั่นแหละครับ
ปัญหาหลักไม่ได้อยู่ที่สต๊าฟ
แต่อยู่ที่วิธีการ การจัดการ รวมทั้งตารางเวลามากกว่า
ที่สำคัญอยากให้เน้น ระหว่างทาง ไม่ใช่เน้นบนเวที
เพราะคนที่เห็นบนเวทีก็คือพวกเรากันเองทั้งนั้น
แต่ระหว่างทางคือคนใช้รถใช้ถนนโดยทั่วไป ที่เราอยากให้เขาร่วม
หรือให้ความเห็นใจพวกเราชาวจักรยานไม่ใช่หรือ?

แถมอีกหน่อยถ้านัดรวมกันที่สนามหลวงมันอาจจะไกลไป
คงต้องตัดใจแยกจัดกันซัก 3-4 โซนก็ได้ครับระยะทางปั่นจะได้สั้นลง
ไม่ต้องตื่นกันแต่ดึกดื่น ทรมานร่างกาย ร่างกายไม่พร้อมอันตรายด้วย
+10
ขวด

The Power Of Slow Ride
เอ_ไอคอน
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 387
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 13:12

Re: car free day ถ้าผมมือใหม่

โพสต์ โดย เอ_ไอคอน »

sunny เขียน:อ่านกระทู้แล้วเข้าใจดีเลยครับเพราะร่วมงานที่ กทม.มา 3 ปีแล้ว (ต้องขออภัยปีนี้ไม่ได้ร่วม)
เป็นดังที่ท่านบรรยายเลย รีบปั่นไป รีบปั่นกลับ มือใหม่ จักรยานแม่บ้านก็ตามไม่ทัน
ขบวนขาดเป็นช่วงต้องแก้ปัญหากันเอง อันนี้น่าจะเป็นปัญหามาจากการจัดตารางเวลาที่กระชั้นเกินไป
ถ้าไม่รีบก็ไม่ทัน ไม่ได้มีการณรงค์อะไรระหว่างทางเลย
ปีที่แล้วผมก็เป็นสต๊าฟคอยคุมแถวด้วย บรรดาขาแรงทั้งหลายท่านก็ไม่ฟังหรอกครับ
ทุกคนอาสามานี่ ไม่มีใครบังคับ ฉะนั้นฉันจะปั่นขวาใครจะทำไม
อีกอย่างพิธีการบนเวทีมากไป คนที่รออยู่ก็ร้อน ก็บ่นกันไป หนีออกไปบ้าง

ถ้าจะปรับปรุงก็คงต้องเริ่มตั้งแต่กำหนดการต่างๆ ดูเวลาเผื่อๆไว้เยอะๆ
คนมากๆกว่าจะรวมได้กว่าจะครบหางแถว เน้นการรณรงค์ระหว่างทางดีกว่า
จัดรถนำขบวนพร้อมเครื่องขยายเสียงประชาสัมพันธ์ตลอดเส้นทาง
ควบคุมความเร็ว 15 - 20 โล/ชม
ประกาศขอโทษเพื่อนร่วมทางด้วย ที่ทำให้เดือดร้อนจากกิจกรรม
อาจมีการขอความร่วมมือจากหน่อยงานหลักๆระหว่างทางให้คอยบรการน้ำในเส้นทางที่ผ่าน
ให้พนักงาน ข้าราชการ ชาวบ้านแถวๆนั้น ออกมาให้กำลังใจซึ่งกันและกัน
ที่สำคัญต้องมีรถเก็บตกท้ายขบวนด้วย

มีอะไรอีกเยอะครับ เหมือนกับหลายๆท่านว่ามานั่นแหละครับ
ปัญหาหลักไม่ได้อยู่ที่สต๊าฟ
แต่อยู่ที่วิธีการ การจัดการ รวมทั้งตารางเวลามากกว่า
ที่สำคัญอยากให้เน้น ระหว่างทาง ไม่ใช่เน้นบนเวที
เพราะคนที่เห็นบนเวทีก็คือพวกเรากันเองทั้งนั้น
แต่ระหว่างทางคือคนใช้รถใช้ถนนโดยทั่วไป ที่เราอยากให้เขาร่วม
หรือให้ความเห็นใจพวกเราชาวจักรยานไม่ใช่หรือ?

แถมอีกหน่อยถ้านัดรวมกันที่สนามหลวงมันอาจจะไกลไป
คงต้องตัดใจแยกจัดกันซัก 3-4 โซนก็ได้ครับระยะทางปั่นจะได้สั้นลง
ไม่ต้องตื่นกันแต่ดึกดื่น ทรมานร่างกาย ร่างกายไม่พร้อมอันตรายด้วย
+ 11 :lol: แถมท้ายครับ การประชาสัมพันธ์ ควรให้ชัดเจนไปเลย
ระยะทางเท่าไร , ปิดการจรจรไหม , กลับเมื่อไรอย่างไร , เร็วแค่ไหน ฯลฯ

เพราะมันคือ ข้อมูลในการตัดสินใจของมือใหม่ว่าจะไปด้วยหรือไม่
ทันทีที่ท่านพาเขาออกไปอยู่ในภาวะเสี่ยง เพื่อประสงค์......ควรรับผิดชอบ
แจ้งข้อมูลให้ถูกต้อง
รูปประจำตัวสมาชิก
โอ๊ตนนท์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 11110
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 00:56
Tel: 0878229217
team: กลุ่ม รวมมิตร
Bike: mongoose tyax elite pro2005&2007,jamis draka xc pro,fishbone bigass,LA X-Limited,Stark str trial,Intense M1,Bromton
ตำแหน่ง: 117/56 ม 5 ซ ไพลินสนธิ ต บางกระสอ อ เมือง จ นนทบุรี 11000

Re: car free day ถ้าผมมือใหม่

โพสต์ โดย โอ๊ตนนท์ »

เอ_ไอคอน เขียน:
sunny เขียน:อ่านกระทู้แล้วเข้าใจดีเลยครับเพราะร่วมงานที่ กทม.มา 3 ปีแล้ว (ต้องขออภัยปีนี้ไม่ได้ร่วม)
เป็นดังที่ท่านบรรยายเลย รีบปั่นไป รีบปั่นกลับ มือใหม่ จักรยานแม่บ้านก็ตามไม่ทัน
ขบวนขาดเป็นช่วงต้องแก้ปัญหากันเอง อันนี้น่าจะเป็นปัญหามาจากการจัดตารางเวลาที่กระชั้นเกินไป
ถ้าไม่รีบก็ไม่ทัน ไม่ได้มีการณรงค์อะไรระหว่างทางเลย
ปีที่แล้วผมก็เป็นสต๊าฟคอยคุมแถวด้วย บรรดาขาแรงทั้งหลายท่านก็ไม่ฟังหรอกครับ
ทุกคนอาสามานี่ ไม่มีใครบังคับ ฉะนั้นฉันจะปั่นขวาใครจะทำไม
อีกอย่างพิธีการบนเวทีมากไป คนที่รออยู่ก็ร้อน ก็บ่นกันไป หนีออกไปบ้าง

ถ้าจะปรับปรุงก็คงต้องเริ่มตั้งแต่กำหนดการต่างๆ ดูเวลาเผื่อๆไว้เยอะๆ
คนมากๆกว่าจะรวมได้กว่าจะครบหางแถว เน้นการรณรงค์ระหว่างทางดีกว่า
จัดรถนำขบวนพร้อมเครื่องขยายเสียงประชาสัมพันธ์ตลอดเส้นทาง
ควบคุมความเร็ว 15 - 20 โล/ชม
ประกาศขอโทษเพื่อนร่วมทางด้วย ที่ทำให้เดือดร้อนจากกิจกรรม
อาจมีการขอความร่วมมือจากหน่อยงานหลักๆระหว่างทางให้คอยบรการน้ำในเส้นทางที่ผ่าน
ให้พนักงาน ข้าราชการ ชาวบ้านแถวๆนั้น ออกมาให้กำลังใจซึ่งกันและกัน
ที่สำคัญต้องมีรถเก็บตกท้ายขบวนด้วย

มีอะไรอีกเยอะครับ เหมือนกับหลายๆท่านว่ามานั่นแหละครับ
ปัญหาหลักไม่ได้อยู่ที่สต๊าฟ
แต่อยู่ที่วิธีการ การจัดการ รวมทั้งตารางเวลามากกว่า
ที่สำคัญอยากให้เน้น ระหว่างทาง ไม่ใช่เน้นบนเวที
เพราะคนที่เห็นบนเวทีก็คือพวกเรากันเองทั้งนั้น
แต่ระหว่างทางคือคนใช้รถใช้ถนนโดยทั่วไป ที่เราอยากให้เขาร่วม
หรือให้ความเห็นใจพวกเราชาวจักรยานไม่ใช่หรือ?

แถมอีกหน่อยถ้านัดรวมกันที่สนามหลวงมันอาจจะไกลไป
คงต้องตัดใจแยกจัดกันซัก 3-4 โซนก็ได้ครับระยะทางปั่นจะได้สั้นลง
ไม่ต้องตื่นกันแต่ดึกดื่น ทรมานร่างกาย ร่างกายไม่พร้อมอันตรายด้วย
+ 11 :lol: แถมท้ายครับ การประชาสัมพันธ์ ควรให้ชัดเจนไปเลย
ระยะทางเท่าไร , ปิดการจรจรไหม , กลับเมื่อไรอย่างไร , เร็วแค่ไหน ฯลฯ

เพราะมันคือ ข้อมูลในการตัดสินใจของมือใหม่ว่าจะไปด้วยหรือไม่
ทันทีที่ท่านพาเขาออกไปอยู่ในภาวะเสี่ยง เพื่อประสงค์......ควรรับผิดชอบ
แจ้งข้อมูลให้ถูกต้อง
:D :D ได้ข้อมูล ชี้แนะ ติติง มาได้เยอะแยะเลย..ที่เหลือก็เอาไปเป็นการบ้าน ลองแก้ สำหรับ งานครั้งต่อไปได้แล้ว... :D :D นี่สิ ชาวจักรยานด้วยกัน ก็ต้องช่วยกันชี้แนะ... :lol: :lol:
กระทู้ทริปยาวๆที่สุดในชีวิตของผม..มาเดินทางไปพร้อมกับผมได้ที่กระทู้นี้..กด...ภาพประกอบหนังสือ ทิเบตสองขา จากแดนไทย สู่หลังคาโลก..
หยุดปั่นสักวัน ไปเที่ยวงานเทศกาลโยเกิร์ต บนหลังคาโลกกันเถอะ..กด..Shoton Festival เทศกาลโยเกิร์ต..
wp814
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 48
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 เม.ย. 2011, 13:06
team: Lonely Cyclist
Bike: yeah, Trek 3900, STRiDA 5.0

Re: car free day ถ้าผมมือใหม่

โพสต์ โดย wp814 »

หวัดดีครับ ผมมือใหม่สุดๆเหมือนกัน เพิ่งได้รถพับไม่ถึงเดือน และเป็นกระทู้แรก

รู้สึกเหมือนพี่น้องข้างบนหลายๆท่านครับ เหมือนโดดเดี่ยวยังไงก็ไม่รู้ ปั่นจากลานพระรูป ตอนแรกก็สนุกดี แต่ระหว่างทางสายตาไปเจอกับคนใช้รถยนต์บางคนมองขบวนด้วยสายตา..... :evil: ขณะที่เราแหกไฟแดงกัน พอไปถึง ก็ไปยืนตากแดด-แจกธง (ใครก็ไม่รู้เสื้อเขียวๆมายัดใส่มือแล้วบอกช่วยแจกหน่อย และเค้าก็หายไปในร่มเต้นท์?) จนเค้าพูดๆอะไรที่เวที ไม่รู้เรื่อง เพราะอยู่ในเชือกที่กั้นเป็นเลขกลางสนาม มีคอปเต้อร์บังคับมาบินวนๆ พอไชโยเสร็จ..เอาไงต่อดี ร้อนแล้ว(เว้ย) มีเสียงประกาศบอก กลับไปตากแดดต่อ เมื่อกี้คอบเตอร์ถ่ายรูปได้ไม่ดี ขอถ่ายใหม่ แต่ไม่ไหวแล้ว ร้อนเกิน เลยไปหาร่มเงาต้นไม้ อ้อเจอแล้ว ที่กินข้าวอยู่นี่เอง ขณะกินข้าวหมูแดงอยู่ ได้ยินเค้าคุยกันว่าเดี๋ยวเค้าจะไปขี่รอบเกาะรัตนโกสินทร์ ทางเต้นท์จะประกาศเรียก ... ไปมั่งดีกว่าตรู... กินเสร็จ เดินจูงรถไปแถวเวที "ขบวนออกไปแล้วครับ"...ไม่ได้ยินจริงๆ ว่าเค้าประกาศตอนไหน สุดท้าย ทำอะไรต่อดี กลับบ้านดีกว่า แต่เอ้...จะกลับไงดีฟระ ไม่เคยลงถนนเองเลย.... :? มองหากลุ่มที่คาดว่าจะไปทางถนนพระอาทิตย์...จากนั้นก็ตามเขาไปด้วยความตื่นเต้น+ปอดแหก

จากนั้น ผมก็ได้ปั่นบนถนน(เกือบ)เดี่ยวๆ สนามหลวง-วชิระ ขากลับเพราะไม่รู้จะกลับกับใคร เกาะรถเสือหมอบกับฟิ๊กส์ได้แป๊บเดียว ก็เห็นแค่หลังไว ๆ แล้ว แถมมีรถเมล์มาดูดตรูดอีก... :lol: ยังไงขอบคุณรถเสือหมอบกับฟิ๊กส์กลุ่มนั้นด้วยครับ ที่พาผมไปถึงข้างบ้านพระอาทิตย์โดยไม่รู้ตัว แล้วก็เสือหมอบอีกกลุ่มนึงที่ใส่เสื้อตราสิงห์บนถนนสามเสนที่ช่วยนำแบบห่างๆเพราะปั่นเร็วมาก (โดยไม่รู้ตัวเช่นกัน)...คงกลับแถวบางกระบือพอดี...

ยังไงงานนี้ มันก็ได้จุดประกายให้ bike to work ได้มากขึ้นอีกครับ เพราะรู้สึกกล้าขึ้นอีกเยอะ...ตอนนี้กล้าปั่นจากบางพลัด-วชิระแล้ว..
อย่างไรก็ตาม car-free day ปีหน้าคงต้องคิดอีกนิด ว่าจะไปเพื่อจุดประสงค์ใดครับ
"อดทน" คือคำศักดิ์สิทธิ์
  • "อด" คือไม่ได้ในสิ่งที่อยากได้ อยากมี อยากเป็น
    "ทน" คือได้ในสิ่งที่ไม่อยากได้ ไม่อยากมี ไม่อยากเป็น
ต้องมีคำนี้ไว้เพื่อการดำรงชีวิตที่ถูกต้อง เพราะชีวิตมักจะเจออะไรๆ ที่ไม่สมหวังเสมอ
รูปประจำตัวสมาชิก
โอ๊ตนนท์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 11110
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 00:56
Tel: 0878229217
team: กลุ่ม รวมมิตร
Bike: mongoose tyax elite pro2005&2007,jamis draka xc pro,fishbone bigass,LA X-Limited,Stark str trial,Intense M1,Bromton
ตำแหน่ง: 117/56 ม 5 ซ ไพลินสนธิ ต บางกระสอ อ เมือง จ นนทบุรี 11000

Re: car free day ถ้าผมมือใหม่

โพสต์ โดย โอ๊ตนนท์ »

wp814 เขียน:หวัดดีครับ ผมมือใหม่สุดๆเหมือนกัน เพิ่งได้รถพับไม่ถึงเดือน และเป็นกระทู้แรก

รู้สึกเหมือนพี่น้องข้างบนหลายๆท่านครับ เหมือนโดดเดี่ยวยังไงก็ไม่รู้ ปั่นจากลานพระรูป ตอนแรกก็สนุกดี แต่ระหว่างทางสายตาไปเจอกับคนใช้รถยนต์บางคนมองขบวนด้วยสายตา..... :evil: ขณะที่เราแหกไฟแดงกัน พอไปถึง ก็ไปยืนตากแดด-แจกธง (ใครก็ไม่รู้เสื้อเขียวๆมายัดใส่มือแล้วบอกช่วยแจกหน่อย และเค้าก็หายไปในร่มเต้นท์?) จนเค้าพูดๆอะไรที่เวที ไม่รู้เรื่อง เพราะอยู่ในเชือกที่กั้นเป็นเลขกลางสนาม มีคอปเต้อร์บังคับมาบินวนๆ พอไชโยเสร็จ..เอาไงต่อดี ร้อนแล้ว(เว้ย) มีเสียงประกาศบอก กลับไปตากแดดต่อ เมื่อกี้คอบเตอร์ถ่ายรูปได้ไม่ดี ขอถ่ายใหม่ แต่ไม่ไหวแล้ว ร้อนเกิน เลยไปหาร่มเงาต้นไม้ อ้อเจอแล้ว ที่กินข้าวอยู่นี่เอง ขณะกินข้าวหมูแดงอยู่ ได้ยินเค้าคุยกันว่าเดี๋ยวเค้าจะไปขี่รอบเกาะรัตนโกสินทร์ ทางเต้นท์จะประกาศเรียก ... ไปมั่งดีกว่าตรู... กินเสร็จ เดินจูงรถไปแถวเวที "ขบวนออกไปแล้วครับ"...ไม่ได้ยินจริงๆ ว่าเค้าประกาศตอนไหน สุดท้าย ทำอะไรต่อดี กลับบ้านดีกว่า แต่เอ้...จะกลับไงดีฟระ ไม่เคยลงถนนเองเลย.... :? มองหากลุ่มที่คาดว่าจะไปทางถนนพระอาทิตย์...จากนั้นก็ตามเขาไปด้วยความตื่นเต้น+ปอดแหก

จากนั้น ผมก็ได้ปั่นบนถนน(เกือบ)เดี่ยวๆ สนามหลวง-วชิระ ขากลับเพราะไม่รู้จะกลับกับใคร เกาะรถเสือหมอบกับฟิ๊กส์ได้แป๊บเดียว ก็เห็นแค่หลังไว ๆ แล้ว แถมมีรถเมล์มาดูดตรูดอีก... :lol: ยังไงขอบคุณรถเสือหมอบกับฟิ๊กส์กลุ่มนั้นด้วยครับ ที่พาผมไปถึงข้างบ้านพระอาทิตย์โดยไม่รู้ตัว แล้วก็เสือหมอบอีกกลุ่มนึงที่ใส่เสื้อตราสิงห์บนถนนสามเสนที่ช่วยนำแบบห่างๆเพราะปั่นเร็วมาก (โดยไม่รู้ตัวเช่นกัน)...คงกลับแถวบางกระบือพอดี...

ยังไงงานนี้ มันก็ได้จุดประกายให้ bike to work ได้มากขึ้นอีกครับ เพราะรู้สึกกล้าขึ้นอีกเยอะ...ตอนนี้กล้าปั่นจากบางพลัด-วชิระแล้ว..
อย่างไรก็ตาม car-free day ปีหน้าคงต้องคิดอีกนิด ว่าจะไปเพื่อจุดประสงค์ใดครับ
:mrgreen: :mrgreen: ...สู้ต่อไป..ทาเคชิ... :lol: :lol:
กระทู้ทริปยาวๆที่สุดในชีวิตของผม..มาเดินทางไปพร้อมกับผมได้ที่กระทู้นี้..กด...ภาพประกอบหนังสือ ทิเบตสองขา จากแดนไทย สู่หลังคาโลก..
หยุดปั่นสักวัน ไปเที่ยวงานเทศกาลโยเกิร์ต บนหลังคาโลกกันเถอะ..กด..Shoton Festival เทศกาลโยเกิร์ต..
จักรยานลูกอ่อน
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 208
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ม.ค. 2009, 16:27
Bike: TREK - TIME RX - STRiDA LT.

Re: car free day ถ้าผมมือใหม่

โพสต์ โดย จักรยานลูกอ่อน »

wp814 เขียน:หวัดดีครับ ผมมือใหม่สุดๆเหมือนกัน เพิ่งได้รถพับไม่ถึงเดือน และเป็นกระทู้แรก

รู้สึกเหมือนพี่น้องข้างบนหลายๆท่านครับ เหมือนโดดเดี่ยวยังไงก็ไม่รู้ ปั่นจากลานพระรูป ตอนแรกก็สนุกดี แต่ระหว่างทางสายตาไปเจอกับคนใช้รถยนต์บางคนมองขบวนด้วยสายตา..... :evil: ขณะที่เราแหกไฟแดงกัน พอไปถึง ก็ไปยืนตากแดด-แจกธง (ใครก็ไม่รู้เสื้อเขียวๆมายัดใส่มือแล้วบอกช่วยแจกหน่อย และเค้าก็หายไปในร่มเต้นท์?) จนเค้าพูดๆอะไรที่เวที ไม่รู้เรื่อง เพราะอยู่ในเชือกที่กั้นเป็นเลขกลางสนาม มีคอปเต้อร์บังคับมาบินวนๆ พอไชโยเสร็จ..เอาไงต่อดี ร้อนแล้ว(เว้ย) มีเสียงประกาศบอก กลับไปตากแดดต่อ เมื่อกี้คอบเตอร์ถ่ายรูปได้ไม่ดี ขอถ่ายใหม่ แต่ไม่ไหวแล้ว ร้อนเกิน เลยไปหาร่มเงาต้นไม้ อ้อเจอแล้ว ที่กินข้าวอยู่นี่เอง ขณะกินข้าวหมูแดงอยู่ ได้ยินเค้าคุยกันว่าเดี๋ยวเค้าจะไปขี่รอบเกาะรัตนโกสินทร์ ทางเต้นท์จะประกาศเรียก ... ไปมั่งดีกว่าตรู... กินเสร็จ เดินจูงรถไปแถวเวที "ขบวนออกไปแล้วครับ"...ไม่ได้ยินจริงๆ ว่าเค้าประกาศตอนไหน สุดท้าย ทำอะไรต่อดี กลับบ้านดีกว่า แต่เอ้...จะกลับไงดีฟระ ไม่เคยลงถนนเองเลย.... :? มองหากลุ่มที่คาดว่าจะไปทางถนนพระอาทิตย์...จากนั้นก็ตามเขาไปด้วยความตื่นเต้น+ปอดแหก

จากนั้น ผมก็ได้ปั่นบนถนน(เกือบ)เดี่ยวๆ สนามหลวง-วชิระ ขากลับเพราะไม่รู้จะกลับกับใคร เกาะรถเสือหมอบกับฟิ๊กส์ได้แป๊บเดียว ก็เห็นแค่หลังไว ๆ แล้ว แถมมีรถเมล์มาดูดตรูดอีก... :lol: ยังไงขอบคุณรถเสือหมอบกับฟิ๊กส์กลุ่มนั้นด้วยครับ ที่พาผมไปถึงข้างบ้านพระอาทิตย์โดยไม่รู้ตัว แล้วก็เสือหมอบอีกกลุ่มนึงที่ใส่เสื้อตราสิงห์บนถนนสามเสนที่ช่วยนำแบบห่างๆเพราะปั่นเร็วมาก (โดยไม่รู้ตัวเช่นกัน)...คงกลับแถวบางกระบือพอดี...

ยังไงงานนี้ มันก็ได้จุดประกายให้ bike to work ได้มากขึ้นอีกครับ เพราะรู้สึกกล้าขึ้นอีกเยอะ...ตอนนี้กล้าปั่นจากบางพลัด-วชิระแล้ว..
อย่างไรก็ตาม car-free day ปีหน้าคงต้องคิดอีกนิด ว่าจะไปเพื่อจุดประสงค์ใดครับ
อ่านแล้วสนุกดีครับ ขี่ไปทำงานคล่องแล้วมาตั้งกระทู้เล่าให้ฟังอีกนะฮะ :D :D
"คนจัญไร ชอบความถูกใจมากกว่าความถูกต้อง "
รูปประจำตัวสมาชิก
Teaw_trek
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 338
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 พ.ค. 2009, 20:56
team: 99 City Bike
Bike: trek

Re: car free day ถ้าผมมือใหม่

โพสต์ โดย Teaw_trek »

ลองดูครับ
เดี่ยว ๆ ทั้งนั้น สร้างความมั่นใจ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=53&t=77837
raiarj
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2020
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ส.ค. 2010, 08:31
Tel: 086-797 8949
Bike: รถเหล็ก สนิ่มสนิ่ม สีเดิมเดิม

Re: car free day ถ้าผมมือใหม่

โพสต์ โดย raiarj »

wp814 เขียน:หวัดดีครับ ผมมือใหม่สุดๆเหมือนกัน เพิ่งได้รถพับไม่ถึงเดือน และเป็นกระทู้แรก

รู้สึกเหมือนพี่น้องข้างบนหลายๆท่านครับ เหมือนโดดเดี่ยวยังไงก็ไม่รู้ ปั่นจากลานพระรูป ตอนแรกก็สนุกดี แต่ระหว่างทางสายตาไปเจอกับคนใช้รถยนต์บางคนมองขบวนด้วยสายตา..... :evil: ขณะที่เราแหกไฟแดงกัน พอไปถึง ก็ไปยืนตากแดด-แจกธง (ใครก็ไม่รู้เสื้อเขียวๆมายัดใส่มือแล้วบอกช่วยแจกหน่อย และเค้าก็หายไปในร่มเต้นท์?) จนเค้าพูดๆอะไรที่เวที ไม่รู้เรื่อง เพราะอยู่ในเชือกที่กั้นเป็นเลขกลางสนาม มีคอปเต้อร์บังคับมาบินวนๆ พอไชโยเสร็จ..เอาไงต่อดี ร้อนแล้ว(เว้ย) มีเสียงประกาศบอก กลับไปตากแดดต่อ เมื่อกี้คอบเตอร์ถ่ายรูปได้ไม่ดี ขอถ่ายใหม่ แต่ไม่ไหวแล้ว ร้อนเกิน เลยไปหาร่มเงาต้นไม้ อ้อเจอแล้ว ที่กินข้าวอยู่นี่เอง ขณะกินข้าวหมูแดงอยู่ ได้ยินเค้าคุยกันว่าเดี๋ยวเค้าจะไปขี่รอบเกาะรัตนโกสินทร์ ทางเต้นท์จะประกาศเรียก ... ไปมั่งดีกว่าตรู... กินเสร็จ เดินจูงรถไปแถวเวที "ขบวนออกไปแล้วครับ"...ไม่ได้ยินจริงๆ ว่าเค้าประกาศตอนไหน สุดท้าย ทำอะไรต่อดี กลับบ้านดีกว่า แต่เอ้...จะกลับไงดีฟระ ไม่เคยลงถนนเองเลย.... :? มองหากลุ่มที่คาดว่าจะไปทางถนนพระอาทิตย์...จากนั้นก็ตามเขาไปด้วยความตื่นเต้น+ปอดแหก

จากนั้น ผมก็ได้ปั่นบนถนน(เกือบ)เดี่ยวๆ สนามหลวง-วชิระ ขากลับเพราะไม่รู้จะกลับกับใคร เกาะรถเสือหมอบกับฟิ๊กส์ได้แป๊บเดียว ก็เห็นแค่หลังไว ๆ แล้ว แถมมีรถเมล์มาดูดตรูดอีก... :lol: ยังไงขอบคุณรถเสือหมอบกับฟิ๊กส์กลุ่มนั้นด้วยครับ ที่พาผมไปถึงข้างบ้านพระอาทิตย์โดยไม่รู้ตัว แล้วก็เสือหมอบอีกกลุ่มนึงที่ใส่เสื้อตราสิงห์บนถนนสามเสนที่ช่วยนำแบบห่างๆเพราะปั่นเร็วมาก (โดยไม่รู้ตัวเช่นกัน)...คงกลับแถวบางกระบือพอดี...

ยังไงงานนี้ มันก็ได้จุดประกายให้ bike to work ได้มากขึ้นอีกครับ เพราะรู้สึกกล้าขึ้นอีกเยอะ...ตอนนี้กล้าปั่นจากบางพลัด-วชิระแล้ว..
อย่างไรก็ตาม car-free day ปีหน้าคงต้องคิดอีกนิด ว่าจะไปเพื่อจุดประสงค์ใดครับ
อ่านแล้วก็นึกถึงอดีตของตัวเอง เมื่อประมาณเกือบสองปีที่แล้ว ผมก็เริ่มต้นด้วยรถพับล้อ 20 ทริปแรกเป็นการปั่นไปกับพวกรุ่นใหญ่ตอนหัวค่ำ่กลางคืนแถวๆเยาวราช
จำได้ว่า กลัวแทบตาย หลังจากนั้นก็เป็นทริปทางไกลไปตลาดโก้งโค้งและพบว่ารถพับไม่เหมาะกับตัวเอง เลยขยับมาเล่นอย่างอื่น จนมาจบที่หมอบ

แล้วได้มีโอกาศเข้าร่วมปั่นในงาน Car Free Day 2010 ในครั้งนั้น ได้เห็นสายตาของผู้ใช้รถชนิดอื่นๆมองพวกเราแปลกๆ ตอนนั้นก็หวังว่า ปีหน้าครั้งหน้าคงจะมีการปรับปรุงให้ดีขึ้น
ปีนี้จึงตัดสินใจเข้าร่วมอีกครั้งหนึ่ง โดยส่วนตัว พบว่าปีนี้ก็ยังไม่มีการพัฒนา และโดยส่วนตัวก็เห็นว่า ปีที่แล้วจัดได้ดีกว่า ฉนั้นปีหน้าโอกาศในการเข้าร่วมคงมีน้อยลงครับ
เพราะคิดว่าการจัดงานในครั้งนี้ มีผลกระทบทำให้ผู้ใช้รถชนิดอื่นไม่สะดวกเป็นวงกว้าง ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้นนะครับ

มี จขก หลายๆท่านให้ความหวังไว้ว่า ควรจะมีการนำบทเรียนของปีนี้ไปปรับปรุงในปีหน้า แต่โดยส่วนตัว ไม่แน่ใจว่า คณะผู้จัดงานจะนำไปปฏิบัติแก้ไขอะไรหรือเปล่านะครับ
เพราะ บรรดา จขก ทั้งหลายก็ไม่ได้เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดงานอยู่แล้ว เป็นเพียง ประชาชนที่ไปร่วมงานเท่านั้น ความเห็นของพวกเราคงไม่ส่งผลใดต่อการบริหารจัดการใดๆได้

เหนื่อยครับ แต่ก็ยังคงปั่นต่อไปจนกว่าจะไม่มีแรงปั่นครับ :(
รูปประจำตัวสมาชิก
เสือเที่ยง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1351
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 22:16
Tel: 081-3722676
team: หมอบเมียเด็ก
Bike: polygon

Re: car free day ถ้าผมมือใหม่

โพสต์ โดย เสือเที่ยง »

เสือเมือง เขียน: จุดที่ 9 เลียบทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ขอน้อมรับและขออภัยทุกๆท่านไว้ ณ ที่นี้ครับและจะรับไว้พิจารณาทุกประเด็น

1.เรื่องเวลาออกเดินทาง 5.30-6.30 น.ลงทะเบียน แต่ 6.20 น.ออกเดินทาง อันนี้ขอรับผิดเต็มๆครับ เพราะคิดแต่เพียงว่าจะต้องพากลุ่มที่ 9 (รามอินทรา)ไปพบกับกลุ่มที่ 4 (หัวหมาก)ที่ถนนเพชรบุรีให้ทันตามกำหนด เพราะระยะทางเราไกลกว่าเป็นสิบโล

2.เส้นทางการเดินทาง เดิมทีผมกำหนดไว้ว่าจะไม่ขึ้นสะพาน(สะพานข้ามแยกลาดพร้าว) แต่สมาชิกจักรยานหลายท่านบอกว่าต้องขึ้นสะพานจึงจะไปทันกลุ่มที่ 4 ลืมนึกถึงกลุ่มจักรยานแม่บ้านและขาใหม่ อันนี้ก็ขอรับผิดอีกครับ ที่ไม่คิดให้ถี่ถ้วน เพราะทั้งอันตรายและหมดแรงกันเป็นแถว

3.จุดที่ 9 กลุ่มจักรยานมีหลายกลุ่ม ขาแรง ขาอ่อน และขาใหม่ และขาไม่เคยปั่นเลย ทำให้กลุ่มจักรยานมีหลากหลาย จึงมีการปั่นทำความเร็ว ซึ่งผมพยายามคุมความเร็วแล้ว แต่คุมไม่ได้ครับ ขอรับผิดอีกครับ (ขนาดมี ว.8 ตัว บอกพี่เทศกิจแล้วว่า อย่าขับเร็วเกิน 17 กม/ชม.)

4.เมื่อถึงท้องสนามหลวงแล้ว ขากลับให้ประชาสัมพันธ์ประกาศเรียกรวมพลกลุ่มที่ 9 จะเดินทางกลับรามอินทรา ประกาศติดต่อกัน เว้น 5 นาที ประมาณ ครึ่งชั่วโมง ก็ได้สมาชิกมาไม่ถึง 20 คน จึงเดินทางกลับ ข้อนี้ผมผิดตรงที่ไม่ได้กำหนดเวลาเดินทางกลับและจุดนัดพบขากลับ ที่แน่นอน

5.ผิดอีกตรงที่มันไม่ใช่ Car Free Day จริงๆเพราะกรุงเทพมหานครและหน่วยงานภาครัฐบาลไม่ได้มีการเตรียมงานและประชาสัมพันธ์อย่างจริงจัง เช่น การกั้นเลนจักรยานชั่วคราวในวันนั้น อาจไม่ถึงต้องปิดถนน และ ไม่มีการรณรงค์ให้หยุดการใช้รถยนต์สักวันอย่างที่ทั่วโลกเขาทำกัน แต่กลับสนับสนุนให้ซื้อรถยนต์กันเยอะๆลดให้อีก 100,000 บาทด้วย

อย่างไรก็ตาม เสือเมืองต้องขออภัยทุกๆท่านไว้นะที่นี้ด้วย ปีหน้าอาจต้องขอพิจารณาตัวเองอีกครั้ง ความจริงปีนี้ผมว่าจะไม่เอาแล้ว เพราะรู้ปัญหาอยู่ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่สุดท้ายก็ต้องเข้ามารับงานนี้จนได้ทั้งๆที่ผมเป็นไข้มาตั้งแต่วันเสาร์ เลยต้องขับรถปิดท้ายขบวน แต่ก็ช่วยเหลือน้อง 2 คนมาได้เพราะหมดแรงหลังจากปั่นขึ้นสะพานลาดพร้าว ขออภัยจริงๆครับ

เสือเมือง


ผมเป็นนักปั่นคนหนึ่งที่ไม่เคยรู้จักกับท่านเสือเมืิอง แต่อยากจะบอกว่าผมปลื้มจริงๆครับกับข้อความข้างบน นี่แหละครับจักรยานมันก็คือกีฬาชนิดหนึ่งที่สอนให้ผู้เล่นมีน้ำใจเป็นนักกีฬา ท่านเสือเมืองอย่าเพิ่งท้อแท้ถอดใจไปก่อนนะครับไม่เช่นนั้นปีหน้าก็จะยิ่งมีนักปั่นหน้าใหม่ๆเพิ่มขึ้นมาอีก แล้วถ้าไม่มีมืออาชีพอย่างท่านพี่คุมเกมแล้วลองคิดดูสิครับว่าจะมีปัญหามากกว่านี้ขนาดใหน"คนที่ไม่ผิด คือ คนที่ไม่เคยทำอะไรเลย" เป็นกำลังใจให้ครับท่านเสือเมือง
อยากมีความสุขแค่เพียงข้ามคืนให้กินเหล้า
อยากมีความสุขแค่สองสามปีให้มีเมียน้อย
อยากมีความสุขตลอดชีวิตให้อยู่อย่างพอเพียง
รูปประจำตัวสมาชิก
เสือเที่ยง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1351
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 22:16
Tel: 081-3722676
team: หมอบเมียเด็ก
Bike: polygon

Re: car free day ถ้าผมมือใหม่

โพสต์ โดย เสือเที่ยง »

โอ๊ตนนท์ เขียน::geek: :geek: ปีนี้ผมอดไปร่วมงาน...แต่ได้ยินจาก..เพื่อนๆชาวจักรยาน ที่มาระบายแล้ว..ก็พอเห็นภาพเลยครับ.....
.....ยังไงเสีย..ปัญหา มีไว้แก้ไม่ได้มีไว้ให้หนี..เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นในปีนี้..ปีหน้า เราก็ต้องจัดการให้ดีขึ้น..อย่าเพิ่งหนีกันครับ..เพราะถ้าทุกคนไม่เดินหน้าต่อแต่ถอยคนล่ะก้าว..มันก็ไม่มีวันที่..การรณรงค์จะก้าวหน้าได้อีก....
....มาช่วยกันคิด หรือวิจารณ์กันดีกว่า ว่า..อะไรที่คิดว่าไม่ดี..แล้วมาเสนอความคิด จะแก้อย่างไร?... :roll: :roll:
....เรื่องน้ำ..ที่ได้อ่านว่า ไม่มีเพียงพอแจกจ่าย..เนื่องจากสปอนเซอร์ไม่มา หรือไม่มี ผมเองก็ไม่ทราบ..ถ้าจะแก้สถานการณ์เกิดขึ้นแบบนี้อีก..ในปีหน้าจะแก้อย่างไร?..จะขออาสา ขับรถกระบะ บรรทุก น้ำดื่ม ไปจอด ดักรอ ตามจุดต่างๆ ของเส้นทาง..หรือ อาจทำแผนที่ของงาน ว่ามีในพื้นที่งาน มีจุดอะไรสำคัญบ้าง..ถ้าได้ชมรมจักรยาน หรือกลุ่มจักรยาน ใหญ่ๆมาช่วย(เคยไปทริปจักรยานกับกลุ่มรวมมิตร กลุ่มเจ้าภาพนำทริป บางทริป นำรถเซอร์วิส บรรทุกน้ำมาให้บริการด้วย :D :D )คงจะดีไม่น้อย ถือว่ามีส่วนร่วม ในงานๆนี้..ถังน้ำดื่ม สักสองสามถังต่อคันใส่น้ำแข็ง ให้คนมาแวะเติมน้ำหรือดื่มน้ำได้...อาจจะมาสนับสนุนหลายๆกลุ่ม หลายๆชมรม..แล้วแต่ชมรมไหน อยากช่วยอะไร เครื่องดื่ม ขนม กล้วยหอม..(หาถุงขยะรองรับด้วยและ ประกาศขอความร่วมมืออย่าทิ้งขยะลงพื้น ถนน)ก็ตามศรัทธา.. :D :D ..การทำอีเว้นท์ น่าจะมีแผนที่ งาน ให้ผู้ร่วมงานทราบว่าจุดไหน บริการ น้ำดื่ม จุดไหนบริการอาหาร จุดไหน เป็นซุ้ม ร้านค้า...สำหรับ การเปิดร้านค้า ผมดูคิดว่าไม่น่าผิด..ถือเป็นสีสรร ของงานอีกอย่างนึง..ไม่ถึงขนาดไบค์โชว์ หรือไบค์เอ๊กซ์โปร อะไร..สมมุติ ว่าคนปั่นจักรยานมา ทำแว่นหาย ลืมเอาแว่น หรืออยากได้แว่นใหม่สักอัน..ก็อาจจะซื้อได้ที่งาน จะให้ไปซื้อที่อื่น ก็คงจะไม่ทันการ... เสื้อผ้าที่ระลึก..คนอยากได้เสื้อเกี่ยวกับงาน หาซื้อไปฝาก ญาติๆ ที่บ้าน หรือเพื่อนที่ไม่มา ปั่นก็ได้.. ผมเลยว่า เปิดร้านในงาน มันยังเป็นสีสรร และยังพอมีประโยชน์อยู่บ้างครับ...
....ความเป็นระเบียบ ในการปั่นรณรงค์...พยายามประกาศ ให้ผู้ร่วมงานเข้าใจ แนวทางปฎิบัติ ไปพร้อมๆกัน เช่น การจัดแถวกี่แถว..(ซึ่งก็มีแตกแถว) หรืออาจ บอกผู้ร่วมงานว่า เราจะปั่นเฉพาะเลนซ้ายสุดเท่านั้น ขอความร่วมมือ กับผู้มาร่วมรณรงค์ ให้ความร่วมมือ โดยมีสต๊าฟ อยู่ทางขวามือ ของเลนแรก..เพื่อคุมไม่ให้ ผู้่ร่วมปั่น ออกมาเลยเลน และเป็นการ ดูและความปลอดภัยเบื้องต้น หากทางข้างหน้า มีรถจอดข้างทาง..ก็ช่วยมองหลังของแถวด้วยว่า มีรถตามหลังมาหรือไม่.. การบอกกล่าว ขอให้อยู่ในความสุภาพ ให้สมกับเป็นสต๊าฟ เพื่อให้ผู้ร่วมรณรงค์ไม่เกิดความเครียด..ยิ้มแย้มแจ่มใสเข้าไว้..
....ความเร็วในการปั่น..เมื่อมีรถนำขบวน คิดว่ารถนำขบวนวิ่งเร็วเกินไป..สต๊าฟถ้าสามารถติดต่อกับรถ นำได้ ก็จะดี..เพราะว่า ความเร็วไมล์ในรถ กับจักรยาน มันไม่เท่ากัน..คนนำอาจจะ ไม่ทราบความเร็วจริงๆ ของจักรยาน
...การเคารพกฎจราจร..สต๊าฟ ก็คงต้องช่วยดูแล ควรมีนกหวีด เป่าให้สัญญาณ เมื่อเราเจอไฟแดง...ขอความร่วมมือ ผู้ ร่วมรณรงค์ เข้าใจ กฎจราจร..อย่าฝ่าไฟแดง ซึ่งอันตรายมาก..เมื่อไฟแดง สต๊าฟเห็นว่า ไม่ทันไฟ..ก็ควรเป่าหยุดบอกพยายามปั่นดักหน้า และให้สัญญาณมือ..หรือมีธง สัญลักษณ์ให้หยุด ว่าอย่าไปให้หยุด และขอร้อง ให้ผู้ร่วมรณรงค์ ให้ความร่วมมือ..ถ้าหากเราฝ่าไฟแดง ไม่ใช่เป็นการเสี่ยงอันตราย และไม่เคารพกฎจราจรเท่านั้น....แต่ภาพลักษณ์ ของจักรยาน จากสายตาผู้คนที่พบเห็นเขาจะมองว่าเราไม่เป็นระเบียบ กีดขวางจราจร ..และเพิ่มความหงุดหงิด ให้กับคน ที่รอใช้ถนนด้วย..หยุดรอสัญญาณไฟ สัก ไม่เกินนาที..คงไม่ทำให้ขบวนเสียหายมากนัก ถ้าหาก ความเร็ว คงที่ ไม่เร็วไป หรือช้าไป..คำนึงถึง คนใช้จักรยานแม่บ้านด้วย..
....ระเบียบแผนงาน หรือกำหนดการ มีติดไว้ที่หน้างาน อีกเพื่อให้ผู้ร่วมรณรงค์ มาอ่านและทราบพร้อมกันว่า พิธีการ จะมีอะไร ราวๆกี่โมงบ้าง..อย่าลืมเป้าหมายของการรณรงค์คืออะไร...ทำอย่างไรให้คนที่เห็นเราปั่นรณรงค์ เข้าใจว่า เรามาปั่นเพื่ออะไร...
....เข้าใจอยู่ว่า..การรณรงค์ไม่ได้มีเฉพาะ ชาวจักรยาน ที่ชำนาญการใช้จักรยาน ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว..ยังมี ชาวบ้าน(ซึ่งอยากให้เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักๆ ที่หันมาใช้จักรยานกันจริงๆ เพื่อเพิ่มประชากรชาวจักรยาน)..เราอาจต้องดูแลเอาใจใส่ พูดคุย ให้ความรู้ ให้กำลังใจมากๆหน่อย..จักรยานแม่บ้าน อาจจะปั่นช้า เพราะไม่มีเกียร์ หรือยังขี่ไม่ชำนาญก็ตาม..อยากให้เพื่อนๆ ชาวจักรยาน ที่ชำนาญแล้ว ช่วยปั่นประกบดุแลหน่อย ไม่จำเป็นต้องเป็นสต๊าฟ ก็สามารถดูแลได้เช่นกัน..เรามาปั่นรณรงค์ ไม่ได้มาแข่ง ทำเวลา ยังไง สละเวลามาช่วยสต๊าฟ ดูแล ชาวจักรยาน แม่บ้าน ชาวบ้าน ที่มาร่วมงานด้วยก็จะดีครับ..ปั่นไปคุยไป เชียร์ไปให้กำลังใจซึ่งกันและกัน...เขาจะได้มีกำลังใจที่จะมาปั่น..ถ้าหาก เกิดมีสมาชิกคนนึง..ปั่นหนีไปเลย หรือไม่สนใจ..ชาวจักรยานชาวบ้าน เขาก็จะขาดความมั่นใจ..ว่าเขาจะมาปั่นจักรยานได้เหรอ?ปั่นตามไม่ทัน..สุดท้าย ก็หมดกำลังใจเลย...
.....ยังไง.ปีหน้า ผมก็อยากขอให้ ชาวจักรยานมาร่วมด้วยช่วยกันเหมือนเดิมแหล่ะครับ..ปีนี้ อาจผิดพลาด ถ้าเพื่อนหนี..ไปทีล่ะคน สองคน บ๊ายบายกันหมด..สุดท้ายมันก็ไม่เกิดการพัฒนาที่ดีขึ้น..บทเรียน สิ่งใดที่พลาดหรือผิด..ปีหน้า ผมว่าต้องได้รับการแก้ไขหล่ะครับ..ผู้จัดและทีมงาน ก็คงอยากให้งาน ออกมาดีๆ..แต่บางครั้งก็สุดวิสัยจริงๆ..ยังไงก็คงต้องช่วยกันแหล่ะครับ..ใครมีความเห็นอะไร คิดว่า ควรแก้อย่างไร..อยากให้มาบอกกล่าวกันเยอะๆ เพื่อนเป็นข้อมูล ไว้ซ่อมครั้งต่อไปครับ.. :oops: :oops:


นี่แหละครับผมว่าตัวอักษรทุกตัวที่มันออกมาจากหัวใจคนจักรยาน
อยากมีความสุขแค่เพียงข้ามคืนให้กินเหล้า
อยากมีความสุขแค่สองสามปีให้มีเมียน้อย
อยากมีความสุขตลอดชีวิตให้อยู่อย่างพอเพียง
รูปประจำตัวสมาชิก
เสือโก๋หน้าวัง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1276
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ส.ค. 2008, 19:59
Tel: 081XXXXXXX
team: Bike to Work
Bike: Trek 6500

Re: car free day ถ้าผมมือใหม่

โพสต์ โดย เสือโก๋หน้าวัง »

มาปักไว้อ่านครับ วันนั้นผม คาร์ฟรีเดิน ไม่ได้ปั่นเลย
:arrow: รู้สึกว่าแต่งชุดแข่งเต็มยศไปร่วมงานรณรงค์มันคล้ายกิ้งก่าในป่าคอนกรีตมั้ยครับ
:arrow: รู้สึกมั้ยว่างานนี้เป็นมหกรรมรวมพลเพื่อไปรับของล่อ...เฮ้ยม่ายช่าย เค้าต้องเรียกว่าของที่ระลึกตะหาก (ขออนุญาต แรงส์..เพราะรู้สึกว่าความกระตือรือล้นเรื่องนี้มีมากกว่า Content จริงๆของงาน)

การเข้าถึงได้ของภาคประชาชน มีปัญหามาทุกปี บ่นกันมาทุกปี เตือนกันมาทุกปี....
แต่คิดอีกมุมก็น่าภูมิใจมิใช่เหรอครับที่คนมาร่วมงานตั้ง 6000 กว่าคน ถือว่าไม่น้อยเลยนะ ไหนจะต่างจังหวัดอีก (หลายคนไม่ทราบว่างานนี้มี KPI คือปริมาณ...)

อย่างไรก็ตาม การจัดงานแบบนี้มันเหนื่อยนะครับ คนไม่ทำไม่รู้ ขอบคุณสำหรับทุกๆความตั้งใจดีๆครับ
เห็นทุกข์ตัวเดียว ทุกอย่างจะดีเอง....
ตอบกลับ

กลับไปยัง “สรุปทริป / รายงานการปั่น”