ซึ่งเป็นรายได้ชุมชนแบบพอเพียง เพื่อให้ผู้ปั่นมั่นใจว่ารถจะยังอยู่เมื่อกลับมา
..... ความคิดในการสร้างและปรับปรุงทางสัญจรและทางจักรยานใยแมงมุมในกระเพาะหมูพี่โปษัณต์
บอกว่าควรที่จะเอื้อประโยชน์ต่อชุมชนเป็นอันดับต้นๆเป็นหลักก่อน ซึ่งนักท่องเที่ยวเป็นผลรองลง
มาดังนั้นเมื่อชาวชุมชนหันมาใช้จักรยานมากขึ้นการเดินทางและการใช้ชีวิตก็จะช้าลงนั่นหมายถึง
การจะได้สัมผัสและเรียนรู้ธรรมชาติในบ้านตนพร้อมทั้งรู้ถึงประโยชน์เพื่อจะได้อนุรักษ์ไว้ด้วยความ
หวงแหนและยังจะอธิบายแก่นักท่องเที่ยวได้
ขอสนับสนุนแนวคิดดีดีแบบนี้ครับ
อย่างผมเคยไป ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง เมื่อ 2 ปีก่อน จะหาที่จอดจักรยาน ก็เสียวว่า ขากลับต้องนั่งรถอย่างอื่นกลับ
การมีที่จอดแบบมั่นใจ ทำให้เที่ยวได้สบายใจจริง ๆ ครับ
ผมขอเสนอเลยนะครับ ชุมชนท่องเที่ยวไหน จะจัดที่จุดล๊อครถหรือจอดรถ
อยากให้จัดระเบียบเป็นเรื่องราวอย่างน้อยต้องแลกบัตร หรือลงชื่อ รับบัตรจอด คิดเงินค่าจอดด้วยก็ไม่เป็นไรครับ (แต่ไม่อยากให้เกิน 5-10 บาท) ส่วนบ้านหรือจุดให้จอด ก็มีขายน้ำดื่ม เป็นรายได้เสริม .... เพราะ่อ่านกระทู้คนไปเที่ยวตลาดน้ำดอนหวายอันนึง บางคนบอกว่าต้องผลัดเวรกันดูรถ
ส่วนที่ว่าให้คนในชุมชน มาเป็นคนใช้จักรยานด้วย ผมว่านี่คือหัวใจสำคัญเลยครับ เพราะนึกดู ถุ้าเราขี่จักรยานไปเที่ยวแหล่งเที่ยวซักแห่ง แต่คนหรือเด็กในแถบนั้น มันล่อแว๊นกันสนั่น แถมมีอคติแอบหมั่นไส้ คนใส่หมวกหนำเลี๊ยบ ที่มาเที่ยว บรรยาศแบบนี้ ก็คงไม่ดีแน่
.. ที่สำคัญผมว่า ความคิดของคนขี่จักรยาน คิดดี ทำดี ... ไม่ต้องไปรอ ฝ่ายราชการหรอกครับ ทำบุกเบิก
เป็น บางกระสอบ model ไปเลยครับ
