เสแดง...เป็นคนหนึ่งในคณะที่ยอมครับยอม ยอมแพ้กะไอ้เฟืองชุดเก่าที่ติดรถตอนเริ่มออกจากรุงเทพ ยอมสั่งเฟืองชุดใหม่จากกรุงเทพให้ทางร้านจัดส่งทางไปรษณีย์...ไปรับและแปลงกันแถวเชียงกลาง
ขนาดเสแดง โมเฟืองแล้ว ตอนปั่นขึ้นเขา ยังตัดพ้อผม...ปั่นจบงวดนี้ ผมกลับบ้าน แม่มมม...ผมจะซ้อมเข็นแม่มมมทั้งปี จะได้เข็นได้มันหน่อย แบบว่าปีที่แล้วเหนื่อยกะการเข็น ไม่ได้ซ้อมเข็นเตรียมรับมือไปเลย ตัวมันเอียงเข็นไม่มัน
ครับเสแดง ถึงขั้นออกปากต้องซ้อมเข็น เตรียมไปปั่นแก้มือกะไอ้ทุกดอยทุกภูปีที่แล้วครับ
เทียบกับ"จู๋"
จู๋ที่ใช้เสือหมอบแท้ ชุดขับเคลื่อนก็ชุดขับเฟืองเสือหมอบแท้...ไม่มีแปลง ให้เสียชื่อรถเสือหมอบ "จู๋" มันว่านะครับ ตอนที่ผมถามมันว่า "เฮ้ยยย...จู๋ ไม่โมเฟืองซักหน่อยหรือ"
ปรกติ...แต่ละวันผมออกจากที่พักคนสุดท้าย
แต่ทุกวัน...ก็ยังมีจู๋ที่ออกทีหลังผม คนท้ายสุด
ผมปั่นไป ไปซักครึ่งวัน หรือถึงที่ตั้งแค้มป์ในตอนเย็น ก็จะเห็นจู๋...ที่มักจะถึงที่พักก่อนผม ทุกวัน ผมไม่ค่อยจะเห็นจู๋ระหว่างปั่น
เลยไม่รู้ว่าจู๋มีเทคนิดการปั่นขึ้นเขาอย่างไร กับเขาชันๆแต่ละวันที่คณะเจอ
แต่ก็เห็นจนได้ครับ
วันนั้นเป็นช่วงปั่นจากน่าน ไปปัว ซึ่งทางก็ไม่ได้ชันมากนัก ผมปั่นๆอยู่...ตอนกำลังอัดตัวขึ้นเนินยาว
ถึงได้เห็นจู๋
จู๋อยู่ข้างหลังผม อยู่ในท่าสองมือดันรถ สองตีน"วิ่ง"ครับ
ครับจู๋ ไม่ได้จูงรถนะครับ แต่จู๋ดันรถแล้วก็วิ่ง วิ่งพอพ้นเนินก็กระโจนขึ้นรถปั่นไปโดยเร็ว แป้บเดียวก็หายลับไปกับทางโค้งที่มันบัง
ตกเย็นผมก็บอกพรรคพวก "เฮ้ยยย...จู๋มันไม่ได้เข็นนะโว้ย มันวิ่ง"
ทุกคนบอก รู้และเห็นกันทุกวัน ตลอดทุกภูที่พวกเราปั่นอัดตัวกัน จู๋มันใช้วิธีดันรถแล้ววิ่งขึ้นแต่ละเนินครับท่าน
โอโฮ...จู๋(มัน)แข็งแรงจริงๆ
อย่าลืมนะครับ..."มัน"ชื่อ"จู๋" เดี๋ยวจะอ่านผิดเรื่องไป
หลายวันก่อน เพราะผมรู้จู๋ไม่เล่นเน็ต แถมคนที่เป็นสื่อกลางคอยส่งข่าว เกี่ยวกะคณะถึงจู๋ คือเสือยุ่ง ก็โดนงานยุ่งเสียรัดตัว ไม่เจอจู๋
ผมโทรถามจู๋ บอกโปรแกรการปั่นครั้งที่สอง เผื่อให้จู๋เตรียมตัว จู่"มัน"ยืนยัน ไม่ยอมโมรถครับ
ก็เขียนเรียนมาให้ท่านที่อ่านชั่งใจ หากจะไปปั่นกะคณะคนเกษียณชวนปั่นปีนี้ จะเอาแบบเสแดงปีที่แล้ว ที่ต้องซ้อมเข็น หรือจะโมรถซ้ำอีกทีก่อนที่จะไปลุยใหม่ เผื่อแรงพอมันจะไม่ต้องใช้วิธีเข็นที่ลงทุนซ้อม
หรือจะเอาแบบจู๋...รถสุดโหด แต่คนปั่นโครตแข็งแรง เล่นเข็นรถวิ่งให้พ้นแต่ละเนิน
เชิญเลือกเอาคร้าบบบ