อยากทราบเพื่อความแน่ใจ รถที่ Stiff จะกิน Watt น้อยกว่ารถที่ Flex ใช่ไหมครับ?
แล้วมันกิน Watt ต่างกันกี่ % สมมติ TCR1 AL VS. Nirone7 โดยตัดตัวแปรด้าน นน. และ Friction ออกคิดซะว่าเท่ากัน ?
ใครมีข้อมูลช่วยแชร์ด้วยครับ
การกิน Watt กับความ Stiff/Flex ของเฟรม
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
- Rangsimon
- ขาประจำ
- โพสต์: 918
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ม.ค. 2011, 09:15
- Tel: 0891777192
- team: ลุงโท - Novice Team
- Bike: Spe Hardrock ,Giant Hard line 7000,Trek 1.9 Astana,Roubaix Pro SL
การกิน Watt กับความ Stiff/Flex ของเฟรม
เขาว่า..การตี Hole in one ต้องใช้ดวง...แต่การตีใกล้ธง 2-3 ฟุตทุกครั้งต้องใช้ฝีมือ
จงใช้สมองนำความรู้สึก
จงใช้สมองนำความรู้สึก
- toryudya
- ขาประจำ
- โพสต์: 267
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 พ.ย. 2010, 18:20
- Bike: Roadrace903, Matts40D
Re: การกิน Watt กับความ Stiff/Flex ของเฟรม
คงหาคำตอบยากส์ครับ ต้องหาใครซักคนที่มีอุปกรณ์ในการวัดมาทดสอบ เพราะไมสามารถใช้ความรู้สึกได้ ต้องวัดหาค่าออกมา
ว่าแต่ใครจะทำหล่ะครับ
ว่าแต่ใครจะทำหล่ะครับ
- velocity
- ขาประจำ
- โพสต์: 1063
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 มิ.ย. 2009, 10:15
- Tel: 081 595 5975
- Bike: VENGE ViAS
- ตำแหน่ง: เชียงใหม่
- ติดต่อ:
Re: การกิน Watt กับความ Stiff/Flex ของเฟรม
เป็นคำถามที่ตอบแบบฟันธงยากมากครับ
ถ้าใช้ powermeter ที่ชุดขาจาน ก็ยากที่จะบอกถึงความแตกต่างเพราะ กำลังที่ส่งผ่านชุดจานจะผ่านใบจานไปที่โซ่ถึงชุดขับเคลื่อนเลย
โดยทฤษฎีแล้วก็เป็นอย่างที่สงสัยครับ คือเฟรมที่แข็งกว่าจะมีการยืดหยุ่นตัวน้อยทำหใ้การส่งถ่ายกำลังมีประสิทธิภาพกว่าเฟรมที่อ่อน หรือมีการบิดตัวมากกว่า แต่ปัจจัยอื่นๆเช่นเทคนิคในการปั่นก็เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องนำมาพิจารณาด้วย
ในส่วนนี้ถ้าเป็นในต่างประเทศเค้าจะทดสอบเฟรมโดยใช้การวัดการบิดตัวในแนวดิ่้ง หรือแนนนอน เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบความแข็งของเฟรมในแต่ละยี่ห้อซึ่งก็ยังมีการทดสอบที่แตกต่างกันไปตามแต่ละสำนัก
โดยสรุปผมคิดว่าเฟรมระดับดีๆมีค่าความแข็งไม่ได้ต่างกันมากๆ จนเป็นปัญหาแต่อย่างใด อุปกรณ์โดยรวมทั้งหมดล้วนมีความสำคัญทั้งสิ้น
ขอตอบตามโจทย์ว่าถ้าจะเทียบเฟรม 2 รุ่นว่าตัวไหนแข็งกว่ากัน ควรเทียบจากการบิดตัวของเฟรมล้วนๆ โดยสามารถหาข้อมูลจากสื่อหรือเวปต่างประเทสได้ครับ
ฝากไว้นิดนึง
1.เฟรมที่แข็งมากๆใช่ว่าจะดีเสมอไปเพราะในระยะยาวเฟรมที่มีความกระด้างมากจะทำให้กล้ามเนื้อล้าเร็วอีกด้วยเมื่อขี่ไกลๆ
2.รถแต่ละรุ่นไซส์ต่างกันไม่จำเป็นจะต้องมีค่าความแข็งหรือยืดหยุ่นในอัตราส่วนเดียวกัน พูดง่ายๆว่ารถรุ่นนี้เหรมไซส์เล็กขี่กำลับงดี แต่ถ้าเป็นไซส์ใหญ่มากกว่าอาจจะอ่อนกว่ามากก็ได้
3.เฟรมที่มีความแข็งมากๆอาจจะไม่มีประโยชน์อะไรเลยถ้ากำลังใช้ของคนที่ขี่ (POWER OUTPUT)ไม่ได้สูงมากมาย แต่อาจจะเหมาะกับสปริทร์เตอร์ที่ระเบิดค่า WATT สูงได้สูงมากกว่า (สังเกตุสปริ้ทร์เตอร์ปัจจุบันสส่วนใหญ่ใช้แฮนด์และคอแฮนด์อลูมิเนียม)
ถ้าใช้ powermeter ที่ชุดขาจาน ก็ยากที่จะบอกถึงความแตกต่างเพราะ กำลังที่ส่งผ่านชุดจานจะผ่านใบจานไปที่โซ่ถึงชุดขับเคลื่อนเลย
โดยทฤษฎีแล้วก็เป็นอย่างที่สงสัยครับ คือเฟรมที่แข็งกว่าจะมีการยืดหยุ่นตัวน้อยทำหใ้การส่งถ่ายกำลังมีประสิทธิภาพกว่าเฟรมที่อ่อน หรือมีการบิดตัวมากกว่า แต่ปัจจัยอื่นๆเช่นเทคนิคในการปั่นก็เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องนำมาพิจารณาด้วย
ในส่วนนี้ถ้าเป็นในต่างประเทศเค้าจะทดสอบเฟรมโดยใช้การวัดการบิดตัวในแนวดิ่้ง หรือแนนนอน เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบความแข็งของเฟรมในแต่ละยี่ห้อซึ่งก็ยังมีการทดสอบที่แตกต่างกันไปตามแต่ละสำนัก
โดยสรุปผมคิดว่าเฟรมระดับดีๆมีค่าความแข็งไม่ได้ต่างกันมากๆ จนเป็นปัญหาแต่อย่างใด อุปกรณ์โดยรวมทั้งหมดล้วนมีความสำคัญทั้งสิ้น
ขอตอบตามโจทย์ว่าถ้าจะเทียบเฟรม 2 รุ่นว่าตัวไหนแข็งกว่ากัน ควรเทียบจากการบิดตัวของเฟรมล้วนๆ โดยสามารถหาข้อมูลจากสื่อหรือเวปต่างประเทสได้ครับ
ฝากไว้นิดนึง
1.เฟรมที่แข็งมากๆใช่ว่าจะดีเสมอไปเพราะในระยะยาวเฟรมที่มีความกระด้างมากจะทำให้กล้ามเนื้อล้าเร็วอีกด้วยเมื่อขี่ไกลๆ
2.รถแต่ละรุ่นไซส์ต่างกันไม่จำเป็นจะต้องมีค่าความแข็งหรือยืดหยุ่นในอัตราส่วนเดียวกัน พูดง่ายๆว่ารถรุ่นนี้เหรมไซส์เล็กขี่กำลับงดี แต่ถ้าเป็นไซส์ใหญ่มากกว่าอาจจะอ่อนกว่ามากก็ได้
3.เฟรมที่มีความแข็งมากๆอาจจะไม่มีประโยชน์อะไรเลยถ้ากำลังใช้ของคนที่ขี่ (POWER OUTPUT)ไม่ได้สูงมากมาย แต่อาจจะเหมาะกับสปริทร์เตอร์ที่ระเบิดค่า WATT สูงได้สูงมากกว่า (สังเกตุสปริ้ทร์เตอร์ปัจจุบันสส่วนใหญ่ใช้แฮนด์และคอแฮนด์อลูมิเนียม)
บริการด้วยใจ ไม่ใช่ธุรกิจ
STRAVA ส่วนตัว http://app.strava.com/athletes/393418
THAI's 1st RETÜL certified fitter
THAI's 1st F.I.S.T certified fitter
ASIA's 1st IBFI certified fitter
Body Geometry certified fitter
ISCO certified fitter
STRAVA ส่วนตัว http://app.strava.com/athletes/393418
THAI's 1st RETÜL certified fitter
THAI's 1st F.I.S.T certified fitter
ASIA's 1st IBFI certified fitter
Body Geometry certified fitter
ISCO certified fitter
- phongsiri
- ขาประจำ
- โพสต์: 5777
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ก.พ. 2009, 11:25
- Tel: -
- team: Nong Khai Cycling Club
Re: การกิน Watt กับความ Stiff/Flex ของเฟรม
ผมว่าเรื่องของ Aerodynamic ของแต่ละเฟรมก็เข้ามาส่วนด้วยนะครับ เพียงแค่ ความแข็งอย่างเดียว อาจจะชีวัดได้ไม่พอเพราะตอนนี้เหมือนทุกยี่ห้อจะเร่งทำเฟรมทรงแอโร่แข่งกันเลยครับ โดยเฉพาะรถไทม์ไทรอัล ช่วงปีสองปีมานี้มีการออกรุ่นใหม่ๆมาแทบจะทุกยี่ห้อกันเลยทีเดียวเชียว
ชีวิตที่ผ่านมานั้นมันคุ้มค่าจริงหรือ และตอนนี้ได้ทำอะไรเพื่อจะก้าวต่อไปแล้วหรือยัง
If not now. When? Let's get start.
คิดมากเกินไป ก็ออกทะเลไปเรื่อยๆ
If not now. When? Let's get start.
คิดมากเกินไป ก็ออกทะเลไปเรื่อยๆ
-
bobbagum
- ขาประจำ
- โพสต์: 326
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2011, 21:24
- Bike: GT Grade/GT Zaskar
Re: การกิน Watt กับความ Stiff/Flex ของเฟรม
วัดยากนะ วัดว่าแข็งเท่าใหร่ง่าย แต่การส่งกำลังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ระบบขับเคลื่อน ท่านั่งหรือเวลายืนโยก เสต็ม,แฮนด์ ฯลฯ มันไม่ใข่ความแข็งที่กะโหลกจุดเดียวที่มีผล
ต่อให้เอามิเตอร์ติดที่จานตัว ที่ดุมอีกตัววัดเทียบกันความสุญเสียก็ได้แต่จุดเดียว จะเป็นวัดความสุญเสียจากระบบขับเคลื่อนมากกว่า ไอ้แรงจากแฮนด์ เบาะ บันไดวัดไม่ได้
จะเอาขึ้นลูกกลิ้งวัดทีี่ล้อตัวคนปั่นจะกลายเป็นตัวแปรที่ควบคุมยากกว่าซะอีก คงต้องเฉลี่ยเอา ปกติขี่คันนี้HRเท่านี้ได้วัตต์เท่าใหร่เทียบกับอีกคัน
ต่อให้เอามิเตอร์ติดที่จานตัว ที่ดุมอีกตัววัดเทียบกันความสุญเสียก็ได้แต่จุดเดียว จะเป็นวัดความสุญเสียจากระบบขับเคลื่อนมากกว่า ไอ้แรงจากแฮนด์ เบาะ บันไดวัดไม่ได้
จะเอาขึ้นลูกกลิ้งวัดทีี่ล้อตัวคนปั่นจะกลายเป็นตัวแปรที่ควบคุมยากกว่าซะอีก คงต้องเฉลี่ยเอา ปกติขี่คันนี้HRเท่านี้ได้วัตต์เท่าใหร่เทียบกับอีกคัน