My travel today :)

รายงาน/รูป "สรุปทริป" จากที่ได้ปั่นมา
รูปประจำตัวสมาชิก
Chompoo
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1489
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ธ.ค. 2009, 11:55

Re: My travel today :)

โพสต์ โดย Chompoo »

สถานีที่สิบสาม โพธาราม

รูปภาพ

สถานีที่สิบสี่ คลองตาคต

รูปภาพ

สถานีที่สิบห้า มองไม่เห็นอีกแล้ว

รูปภาพ

สถานีที่สิบหก เห็นแต่ที่สับราง ในสถานี

รูปภาพ

แล้วก็สถานีที่สิบเจ็ด ...

รูปภาพ

สถานีที่สิบแปด..

รูปภาพ

สถานีที่สิบเก้า ...หนองปลาดุก

รูปภาพ


รูปภาพ

สถานีที่ยี่สิบ บางตาล

รูปภาพ

สถานีที่ยี่สิบเอ็ด โพรงมะเดื่อ

รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
Chompoo
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1489
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ธ.ค. 2009, 11:55

Re: My travel today :)

โพสต์ โดย Chompoo »

สถานีที่ยี่สิบสอง ....

รูปภาพ

สถานีที่ยี่สิบสาม พระราชวังสนามจันทร์

รูปภาพ

สถานีที่ยี่สิบสี่ นครปฐม ใกล้ กทม แล้ว

รูปภาพ

สถานียี่สิบห้า ... อะไร แว๊บ...

รูปภาพ

สถานียี่สิบหก รอรถไฟด่วน แซง...ไปก่อน

รูปภาพ

แซง.. ไปแล้ว

รูปภาพ

สถานียี่สิบเจ็ด ท่าฉอบ??

รูปภาพ

สถานียี่สิบแปด มืดแล้ว...

รูปภาพ

สถานียี่สิบเก้า ยิ่งมืด..

รูปภาพ


รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
Chompoo
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1489
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ธ.ค. 2009, 11:55

Re: My travel today :)

โพสต์ โดย Chompoo »

สถานีสามสิบ มืดสนิท..

รูปภาพ

สถานีสามสิบเอ็ด ฉิมพลี/?

รูปภาพ

สถานีสามสิบสอง ตลิ่งชัน

รูปภาพ

สถานีที่สามสิบสาม นางบ้านรู
จอดนิ่ง ตรงนี้ น้าน.. นาน.. สงสัยติดรู

รูปภาพ

เดินทางต่อ...

รูปภาพ

เข้าโค้ง...

รูปภาพ

สถานีสามสิบสี่ นวด99.-บาท :D บางซื่อ ครับ

รูปภาพ

สถานีสามสิบห้า สามเสน

รูปภาพ

ผ่านสถานี จิตรลดา

รูปภาพ

เริ่มใกล้ แสง สี ระยับ..

รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
SENG9
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2294
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ต.ค. 2008, 20:44
Tel: 0859225888
team: O2 MAX ขาโหด
Bike: Conago C50 Connondale slice trek8500 KHS team พับน้อง DA

Re: My travel today :)

โพสต์ โดย SENG9 »

ยิงมุก....กะจาย......55555
รูปประจำตัวสมาชิก
Chompoo
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1489
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ธ.ค. 2009, 11:55

Re: My travel today :)

โพสต์ โดย Chompoo »

เห็นชานชลา หัวลำโพงแล้ว

รูปภาพ


เงียบจัง..

รูปภาพ


สามทุ่มตรงพอดี.. จากบ่ายสามโมงที่หัวหิน รวมเวลา หกชั่วโมง :D

รูปภาพ



ถึงหัวลำโพง เจ้าวาซาบิของผม หลับสนิท
เป็นหน้าที่ของผมต้องปลุก แถมอุ้ม ลงจากรถไฟ จูงมันออกจากสถานีฯ..
กลับบ้านกันได้แล้ว...

รูปภาพ


วันนี้เป็นหนึ่งวันที่ได้ใช้เวลา และชีวิตอย่างเพลิดเพลิน
ทั้งการปั่นจักรยาน และนั่งรถไฟ
ผมปั่นไปส่งน้องอรรจฯ ออกจากอัมพวา สมุทรสงคราม พร้อม วี, ที และอรรจ เวลาประมาณแปดโมงเช้า ถึงหัวหินสองทุ่ม
โดยเฉพาะช่วงสุดท้ายจากเขื่อนเพชรฯ ถึงหัวหิน ไม่ได้ปั่นฯ รอทีม แล้ว เนื่องจาก ที บอกว่าพี่ หกโมงเย็นแล้ว
จนออกถึงถนนสายหลักเพชรเกษม หกโมงครึ่ง เห็นป้ายบอกระยะทางอีก 15กม.ถึง ชะอำ แค่ชะอำก็มืดแน่
เลยหมอบปั่นฯ ถึงชะอำ เห็นป้ายหัวหิน อีก 30กม. ตอนนี้ไไม่ได้ปั่นทัวร์ริ่งแล้ว ปั่นฯ แบบเตรียมซ้อมไปแข่ง..
ใช้เวลาไปสิบสองชั่วโมง แม้จะต้องรอน้องเป็นระยะ ๆ แต่ก็สนุก.. เพลิดเพลิน

และยังพบสัจจะธรรม ช่วงนั่งรถไฟกลับกรุงเทพฯ 6ชม. ว่า...

การจากลา เหมือนจากกันนานแสนนาน แต่ยังติดต่อใครได้ มันก็ยังอยู่ในมิติเดียวกัน
เมื่อจากลา แล้วติดต่อกันไม่ได้ มันก็อยู่กันคนละมิติแล้ว... สวัสดีสำหรับทริปนี้
รูปประจำตัวสมาชิก
veenono
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 15565
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 พ.ย. 2008, 21:12
Tel: 089 776-9110
team: ฝ่ายข่าวชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย TCC.
Bike: รถถีบไทยใช้ใจขับเคลื่อน ใต้แสงเดือนและตะวัน http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6#p3343446
ตำแหน่ง: 4/35ม.6ถ.เลียบคลองภาษีเจริญฝั่งใต้ แขวง/เขต หนองแขม กรุงเทพฯ10160

Re: My travel today :)

โพสต์ โดย veenono »

ดูเพลิดเพลินแบบตาลายเลยครับเฮีย ขอบคุณมากๆนะครับ
ที่เอื้อเฟื้อหลายๆอย่าง มีโอกาสจะตอบแทนครับผม
พูดคุยทักทาย-แนะนำทาง facebookและอีกหลายๆกิจกรรมจาก veenono คลิ๊กเลย
ทริป" รักนี้ให้เธอ Tour of Myanmar Meakhong Challenge2013"
จงทำกรรมดี ละเว้นกรรมชั่ว เป็นผู้ให้จะได้ ลดความเห็นแก่ตัว
จักรยานก็เหมือนเม็ดข้าวเม็ดถั่วเม็ดงา ใครปลูกใครหว่านก็ดีมีประโยชน์ต่อสัตว์โลกทั้งนั้นทำไปเถอะ
รูปประจำตัวสมาชิก
K-Ming
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 294
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ม.ค. 2011, 06:56
Tel: 084-3323551
team: NONE
Bike: Merida 2011

Re: My travel today :)

โพสต์ โดย K-Ming »

สวัสดีครับพี่Chompoo
พอได้ไอเดียแล้ว..เลยคิดว่าอาทิตย์นี้..ปั่นไปหัวหินดีกว่า
แล้วก็กลับด้วยรถไฟคืนนั้นเลย..
รถที่เอาจักรยานขึ้นมีรอบกี่โมงบ้างครับพี่..ค่าระวางเท่าไหรเอ๋ย..
ถีบแม่งลูกเดียว...

กทม-หัวหิน: http://www.facebook.com/media/set/?set= ... 0982695127
เขาใหญ่-เขายายเที่ยง-กทม: http://thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=56&t=665646
รูปประจำตัวสมาชิก
Chompoo
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1489
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ธ.ค. 2009, 11:55

Re: My travel today :)

โพสต์ โดย Chompoo »

สวัสดี MIng,

หัวหิน-กทม. บ่ายสองโมงสิบนาที เป็นรถฟรี รับตั๋วบ่ายโมงครึ่ง คนฟรี ค่ารถจักรยาน 90 บาท
ส่วนกลางคืน ประมาณตีหนึ่ง เที่ยวนี้เสียเงินทั้งคน ทั้งรถ รายละเอียด ถาม T ว่าบรรยากาศตอนกลางคืนเป็นยังไง :D
รูปประจำตัวสมาชิก
Chompoo
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1489
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ธ.ค. 2009, 11:55

Re: My travel today :)

โพสต์ โดย Chompoo »

คำแนะนำสำหรับการฝึกปั้นจักรยาน
จักรยานของคุณมีกี่เกียร์ลืมไปก่อนเลย ใช้เกียร์ที่แนะนำให้ไปก่อน อย่าเพิ่งเล่นเกียร์

เวลาขี่ให้หลังตรงอยู่เสมอ แล้วโน้มตัวไปหาแฮนด์ด้วยการใช้สะโพกเป็นจุดหมุน อย่าให้หลังค่อม

ดื่มน้ำทุก 15 นาที น้ำหนึ่งกระติก (เล็ก) ควรจะหมดในเวลาหนึ่งชั่วโมง

เพื่อป้องกันอาการเดินขาถ่าง ถ้าหาวาสลินได้สะดวก ก็จัดการทาให้ทั่วขาหนีบ แล้วค่อยใส่กางเกง

หลังจากการขี่จักรยานทุกครั้งให้รีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า กางเกงจักรยานที่เพิ่งใช้ให้ซักทันที อย่าทิ้งข้ามวันข้ามคืน ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคซักด้วยก็ดี แล้วตากให้แห้งสนิท(ไม่ควรตากแดด)ก่อนเก็บเสมอ

บทเรียนที่1
ใช้นาฬิกาตั้งเวลาไว้15นาที แล้วก็ขี่จักรยานออกไปเรื่อยๆ ครบ15นาทีตรงไหนก็ขี่กลับเส้นทางเดิม ถ้าไม่แวะไปที่ไหนก็จะใช้เวลาขี่ราวๆครึ่งชั่วโมงพอดี เราจะใช้เวลาบนจักรยานวันละครึ่งชั่วโมงนี้ประมาณ 4-6 วันติดๆกันเลยก็ดี แต่หลังจากหมด 4-6 วันแรกนี้แล้วขอบังคับให้หยุดขี่ เอาโซ่ล่ามจักรยานไว้เลย 1-2 วันเพื่อเป็นการพักร่างกาย

หลักการปั่นจักรยาน
ตามสูตรที่ฝึกต้องซอยขากันเร็ว 80 รอบ/นาที วิธีหัดก็คือขี่จักรยานด้วยเกียร์ต่ำ (ออกแรงขาน้อย แต่จักรยานไม่ค่อยวิ่ง ถ้าจักรยานของคุณมีเลขบอกเกียร์ที่มือสับเกียร์ ก็ลองปรับให้มือสับข้างซ้ายอยู่เลข 2 มือสับข้างขวาอยู่เลข 3) ขี่จักรยานด้วยความเร็วพอสมควร แล้วเริ่มจับเวลา (ด้วยนาฬิกาข้อมือ, มาตรวัดความเร็วที่ติดจักรยาน)

ใช้หัวเข่าขวาเป็นหลัก ทุกครั้งที่เข่าขวาขึ้นมาสุดก็ให้นับ 1 ขึ้นมาสุดอีกครั้งนับ2 ไปเรื่อยๆ จนครบ 15 วินาที นับได้กี่ครั้งก็คูณด้วย 4 จะได้จำนวนครั้งต่อนาทีที่ขาเราปั่นจักรยาน ดูว่าถ้าเกิน 80 ก็ชะลอขาลงหน่อยแล้วก็นับใหม่อีก 15 วินาที หรือน้อยกว่า80ก็ซอยขาปั่นเร็วขึ้นอีกหน่อยแล้วก็นับใหม่อีก 15 วินาที ลองจนกว่าจะนับเข่าขวาขึ้นมาสุดได้ 20 ครั้งใน 15 วินาที(ก็เท่ากับ 80 รอบต่อนาที) ก็ให้ปั่นด้วยความเร็วคงที่ขนาดนั้นไปให้ตลอดโดยไม่มีการเปลี่ยนเกียร์ ถ้าใครไม่มีมาตรวัดความเร็วติดจักรยานก็คอยเช็คด้วยการจับเวลานับหัวเข่าอยู่เรื่อยด้วย เพราะหัดปั่นขาเร็วขนาดนี้สำหรับคนไม่เคยจะบอกกันเป็นเสียงเดียวว่า “เหนื่อยจัง” แล้วก็จะผ่อนความเร็วลงไปเพราะความไม่ชิน(ซึ่งเป็นกันทุกคน โดยเฉพาะช่วงสัปดาห์แรกนี้) แต่เชื่อไหมว่าคนที่ใช้หลักสูตรนี่ เดี๋ยวนี้ปั่นกันเป็นปรกติที่ 85-90 รอบต่อนาทีกันทุกคน โดยไม่มีใครบ่นว่าเหนื่อยหรือเร็วไปซักคนเลย ขอให้ตั้งใจทำความเคยชินกับการซอยขาที่ 80 รอบต่อนาทีนี้ให้ได้นะเพราะสำคัญมาก ซึ่งโดยส่วนใหญ่ถ้าตั้งใจก็จะคุ้นเคยในเวลาแค่ไม่เกินสัปดาห์ ขาเราก็จะเคยชินกลายเป็นความจำโดยอัตโนมัติ คราวนี้แทบไม่ต้องนับหัวเข่ากันเลย

การปฏิบัติบทเรียนที่1
1.เลือกใช้เกียร์ให้ถูกต้อง(มือสับเกียร์ข้างซ้ายเลข2-จานกลาง/มือสับเกียร์ข้างขวาเลข2หรือ3) แล้วก็ใช้เกียร์นั้นไปตลอดโดยไม่มีการเปลี่ยนเกียร์

2.ปั่นขาที่80รอบต่อนาทีให้ตลอดเวลา โดยไม่มีการฟรี หรือ หยุดรถ(ถ้าไม่จำเป็น)จนกว่าจะครบเวลา (ในสัปดาห์แรกนี้ก็คือครึ่งชั่วโมง) หัดปั่นในทางราบ ไม่มีเนินเขา จะได้ไม่ต้องเปลี่ยนเกียร์ สามารถปั่นขาที่ความเร็วคงที่,ออกแรงได้คงที่ ได้ตลอดเวลา ออกไปฝึกปั่นแต่ละครั้งอย่าใช้เวลามากกว่าครึ่งชั่วโมงสำหรับสัปดาห์แรกนี้ ถ้าระบมเดี๋ยวจะฝึกขี่กันได้ไม่ต่อเนื่อง
ให้เวลาในการฝึกช่วงแรกนี้ 4-6 วัน ถ้าสามารถฝึกติดต่อกันได้ทุกวันจะทำให้ร่างกายชินกับจักรยานได้เร็วขึ้น จากนั้นพักการฝึก 1-2 วันโดยไม่มีการขึ้นขี่จักรยานเลย เป็นการจบการฝึกในช่วงแรก

3.สัปดาห์ที่สองใช้เกียร์เดิม ปั่นขาที่ 80 รอบ/นาทีเท่าเดิม แต่เพิ่มเวลาในการขี่เป็นวันละไม่เกิน 1 ชม.(อย่าน้อยกว่า 45 นาที คงจะเจียดเวลาได้) ฝึก 4-6 วันเหมือนเดิม แล้วก็หยุดพัก 1-2 วัน เป็นอันจบบทเรียนที่หนึ่ง

บทเรียนที่2
ผ่านการฝึกมา 2 ยกแล้ว ถึงตอนนี้ร่างกายของแต่ละคนก็ควรจะชินกับท่าทางในการปั่นจักรยานกันแล้ว ระบบการทำงานต่างๆในร่างกายก็ควรจะดีขึ้นด้วย กล้ามเนื้อขาที่ใช้ในการปั่นขาจาน(หรือถีบลูกบันได)ก็ได้รับการโปรแกรมให้ปั่นที่ความเร็วรอบสูงแล้ว คราวนี้เรามาเริ่มออกกำลังกันจริงๆล่ะ ที่ผ่านมาสองสัปดาห์นั่นแค่อุ่นเครื่องเท่านั้นเอง

หัดใช้เกียร์
ผ่านโปรแกรมฝึกแล้วคราวนี้เล่นไม่ยาก เพราะขาเราจะชินกับการปั่นที่ 80 รอบ/นาทีกันแล้ว ก็ยึดรอบขานี้ไว้เป็นหลัก ไม่ว่าเราจะอยู่ที่เกียร์ไหน-ความเร็วเท่าไร ก็ให้รักษารอบการปั่นไว้เท่านี้เสมอ

แล้วจะใช้ยังไงบ้าง? ก็ต้องมาทำความเข้าใจกับการทำงานของอุปกรณ์ติดจักรยานของเรากันก่อน มาดูกันที่มือสับเกียร์ทั้งข้างซ้ายและขวา ตัวเลขน้อยคือเกียร์ที่ใช้กับความเร็วต่ำ(แต่ใช้แรงน้อย) ตัวเลขมากใช้กับความเร็วสูง(แต่ต้องออกแรงมาก) มือสับข้างขวาจะใช้ในการเปลี่ยนแนวโซ่ไปยังเฟืองขนาดต่างๆที่ล้อหลัง เฟืองเล็กคือเกียร์สูง(ตัวเลขมาก-ต้องออกแรงมาก) เฟืองใหญ่คือเกียร์ต่ำ(ตัวเลขน้อย-ออกแรงน้อย) การเปลี่ยนเกียร์ด้วยมือขวานี้จะให้ความเร็วในแต่ละเกียร์ไม่กระโดดต่างกันมาก ซึ่งการเปลี่ยนเกียร์ในการขับขี่โดยทั่วไปแล้วเราจะใช้มือขวานี้เป็นหลัก

มือเกียร์ขวา
เราจะเปลี่ยนเกียร์ด้วยมือขวาตามความเร็วของจักรยาน เช่น จากหยุดอยู่กับที่เริ่มออกตัวก็ควรจะใช้เกียร์1 พอขี่ไปหน่อยเริ่มมีความเร็วก็เปลี่ยนเป็นเกียร์2 เร็วขึ้นอีกก็เปลี่ยนเป็นเกียร์3 ไปเรื่อยๆ เวลาลดความเร็วลงมาก็ให้เปลี่ยนเกียร์ต่ำลงมาด้วยเช่นกัน จนรถหยุดก็จะอยู่ที่เกียร์1 เหมือนตอนเริ่มต้นขี่ แต่เวลาใช้งานจริงๆแล้วเกียร์หนึ่งนี่จะเบามากเกินไป เรามักจะเริ่มออกรถกันที่เกียร์สอง หรือ สาม กันมากกว่า

เรื่องที่ต้องจำตรงนี้คือระบบเกียร์ของจักรยานส่วนใหญ่จะทำงานต่อเมื่อมีการขับโซ่ให้หมุนไปข้างหน้าเท่านั้น เวลาชะลอความเร็วแล้วต้องเปลี่ยนมาเป็นเกียร์ต่ำก็ให้ปั่นบันไดเดินหน้าไปด้วย

มือเกียร์ซ้าย
มือสับเกียร์ข้างซ้ายจะเปลี่ยนแนวโซ่ไปยังจานโซ่ซึ่งมี 3 ขนาด เล็ก-กลาง-ใหญ่ จากขนาดที่ต่างกันมากนี้ทำให้ความเร็วของแต่ละเกียร์ต่างกันมากด้วย การที่จะเลือกใช้จานโซ่ไหนก็ขึ้นอยู่กับสภาพเส้นทางที่เราจะไป เช่น
จานเล็ก(เกียร์หมายเลข 1) ใช้ในทางที่ไปได้ด้วยความเร็วต่ำแต่ต้องการกำลังมากๆ ช่วงขึ้นเขา หรือ ลุยโคลนลึกๆ

จานใบกลาง(เกียร์หมายเลข2) สภาพ ทั่วๆไปเราก็จะใช้ เป็นหลัก

จานใหญ่(เกียร์หมายเลข3) ใช้ช่วงที่ต้องการความเร็วสูง เช่น ตอนลงเขา และสำหรับทางในป่า

ถ้าใครใช้รถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อ ก็ให้นึกง่ายๆว่าจานเล็กสุดก็คือเกียร์ 4L จานกลางก็คือเกียร์ 4H หรือ Full Time 4WD ส่วนจานใบใหญ่ก็คือเกียร์ 2H นั่นแหละค่ะ ใช้เหมือนกันเลยทีเดียวแหละ

การปฏิบัติบทเรียนที่2
เริ่มด้วยการใช้จานโซ่ขนาดกลาง (มือสับเกียร์ข้างซ้ายชี้เลข2) มือสับข้างขวาชี้เลข2เช่นกัน เราจะใช้แต่เกียร์ที่มือขวาเท่านั้น

มือสับเกียร์ข้างซ้ายปล่อยทิ้งไว้อย่างนั้นไม่ต้องไปยุ่งอะไร

ออกรถปั่นไปจนกว่าขาจะซอยอยู่ที่ 80 รอบ/นาทีหรือมากกว่า แล้วเปลี่ยนเกียร์ที่มือขวาเป็นเกียร์3 รอบขาของเราจะตกลงมาต่ำกว่า 80 รอบต่อนาที เร่งซอยขาจนได้ 80 รอบ/นาทีหรือมากกว่า แล้วเปลี่ยนเป็นเกียร์4 รอบขาจะต่ำกว่า 80 รอบอีกแล้ว เร่งซอยขาจนได้ 80 รอบต่อนาทีหรือมากกว่า แล้วเปลี่ยนเป็นเกียร์5 พยายามซอยขาขึ้นมาที่ 80 รอบ/นาทีอีก แล้วคงความเร็วขนาดนั้นไว้ซักพัก ถึงตรงนี้คุณจะมีทางเลือก 3 ทาง

1. คุณยังมีแรงเหลือเฟือแล้วก็อยากไปเร็วขึ้นอีก ก็เปลี่ยนเป็นเกียร์สูงขึ้นได้เรื่อยๆ

2. คุณอยากปั่นด้วยความเร็วขนาดนี้แหละ ก็รักษารอบขาไว้ประมาณนี้

3. คุณรู้สึกเหนื่อยและต้องออกแรงที่ขามาก ก็ให้ลดเกียร์ต่ำลงมาหนึ่งเกียร์ และพยายามคงรอบขาไว้แถวๆ 80 รอบ/นาที

ใช้วิธีซอยขาให้ได้ประมาณ 80-90 รอบ/นาทีนี้ แล้วถามความรู้สึกของขาคุณเองว่าเกียร์ที่ใช้อยู่นั้นหนักไป(ใช้เกียร์สูงไป) หรือ เบาไป(ใช้เกียร์ต่ำไป) แล้วก็เปลี่ยนเกียร์ขึ้นหรือลงทีละ 1 เกียร์ให้พอดีกับแรงขา
ดื่มน้ำทุก 10-15 นาที พอ1/2 ชม.ก็จอดพักซักหน่อย แล้วก็เริ่มปั่นกลับบ้าน

การฝึกในช่วงสัปดาห์ที่3นี้ พยายามใช้เวลาให้ได้ 60-90 นาที/วัน ครบ 4-6 วันแล้วก็อย่าลืมพักเต็มๆอีกวันก่อนการฝึกในช่วงที่4ด้วย ฝึกความชำนาญในการเปลี่ยนเกียร์ด้วยมือขวานี้ให้คล่องในทุกๆเกียร์

คำแนะนำสำหรับการหัดใช้เกียร์

มือสับเกียร์ข้างซ้ายอย่าเพิ่งไปเล่น ใช้สมาธิกับการใช้เกียร์ที่มือขวาก็พอแล้ว

พยายามใช้ให้หมดทุกเกียร์(มือขวา) จับความสัมพันธ์ของเกียร์กับความเร็วในแต่ละเกียร์ และกับแรงที่ต้องใช้ รักษารอบขาให้อยู่ในช่วง 80-90 รอบ/นาทีตลอดการฝึก

จะเลือกใช้เกียร์ไหนก็ให้ถามขาของคุณเอง ว่าเบาไป หรือ หนักไป
เวลาเปลี่ยนเกียร์ทุกครั้งให้ผ่อนแรงถีบบันไดลง แต่อย่าหยุดปั่น จะทำให้การเปลี่ยนเกียร์นุ่มนวลขึ้น

อย่าเพิ่งขึ้นเขา รอให้ฝึกสำเร็จก่อนค่ะ

บทเรียนที่3
เรามาลองใช้มือสับเกียร์ข้างซ้ายกันบ้าง ขาของแต่ละคนก็น่าจะมีแรงพอจะปั่นด้วยจานโซ่ใบใหญ่สุดได้สบายๆ ช่วงนี้เราจะค่อนข้างฟรีสไตล์ ขอให้คุณๆทำความรู้จักกับจักรยานเสือภูเขาของคุณให้ได้มากที่สุด เวลาในการขี่ในแต่ละวันไม่จำกัด ขออย่าน้อยกว่า 90 นาทีเป็นใช้ได้

การปฏิบัติบทเรียนที่3

ปั่นจักรยานด้วยความเร็วพอสมควรในเกียร์ 3 หรือ 4 แล้วใช้มือซ้ายเปลี่ยนเกียร์จาก 2 ไป 3 ผ่อนแรงถีบบันไดเล็กน้อย สังเกตดูรอบขาด้วยนะคะว่าตกมาเยอะแค่ไหน ลองซอยขาขึ้นไปที่ 80-90 รอบ/นาทีลองเปลี่ยนเกียร์ที่มือขวาให้สูงขึ้นเรื่อยๆ ออกแรงปั่นเยอะหน่อย ดูว่าที่เกียร์สูงสุดนั้นคุณจะยังปั่นขาที่ 80 รอบ/นาทีได้มัย ?

ถ้าได้-นานแค่ไหน ? ก่อนจะหมดแรง ลองเปลี่ยนเป็นเกียร์ต่ำดูบ้าง เปลี่ยนเกียร์ไปที่เลข1 ทั้งสองข้าง ชะลอความเร็วลงมาจนเกือบหยุด ลองปั่นขาดู ลองเกียร์ให้ครบทุกตำแหน่งว่ารู้สึกอะไรบ้าง การเปลี่ยนเกียร์ยาก-ง่ายแค่ไหน? การออกแรงขาเป็นอย่างไร? เลี่ยงภูเขา ดื่มน้ำ พักผ่อน เหมือนที่เคยฝึกกันมา

เมื่อจบช่วงที่สี่นี้ก็เท่ากับว่าคุณๆทั้งหลายได้ปูพื้นฐานที่ดีสำหรับการเป็นนักเล่นจักรยานเสือภูเขาอย่างเต็มตัวแล้วนะคะ คุณๆจะมีทักษะและกำลังขาในการปั่นจักรยานไปไหนๆได้สบาย ใครที่ติดมาตรวัดระยะทางไว้ด้วยก็ลองดูซิคะว่าคุณใช้ระยะทางไปทั้งหมดเท่าไหร่ในการปูพื้นฐานให้ขาของคุณ และหลายๆคนที่ฝึกแบบเต็มที่ส่วนใหญ่จะได้ระยะทางมากกว่า 1,000กม. ในเวลาแค่เดือนเดียว! อย่าลืมว่าการฝึกขั้นพื้นฐานเป็นเรื่องสำคัญมากในการก้าวขึ้นไปสู่ขั้นที่สูงขึ้น อย่างใครที่เคยเรียนเทนนิสอย่างถูกต้องก็คงจำได้นะคะว่าต้องรำไม้เปล่าๆกันอยู่ตั้งหลายนานกว่าจะได้ลงตีลูกจริงๆ หรืออย่างนักกอล์ฟก็ต้องหมั่นซ้อมวงสวิงกันอยู่ตลอด เพราะพื้นฐานที่ถูกต้องเหล่านี้แหละที่จะนำเราไปสู่การพัฒนาระดับฝีมือที่สูงขึ้นค่ะ แต่ละอาทิตย์ถ้าไม่มีเวลาที่จะขี่จักรยานกันได้ทุกวัน ก็ขอให้ใช้วันหยุดของคุณไปในการปั่นจักรยานไกลๆ (มากกว่า 60กม.) ซักวัน เพื่อรักษาสภาพความพร้อมของร่างกายไว้ให้ได้มากที่สุด

ทำไมต้องซอยขาที่ 80 รตน.หรือมากกว่า ? เหตุผลมีหลายอย่างค่ะ

1.เพราะต้องการให้หัวเข่าปลอดภัยจากอาการบาดเจ็บ อย่าลืมว่าต้องปรับตำแหน่งและความสูงของเบาะให้ถูกต้องด้วยนะคะ เพราะถ้าหากปรับเบาะไม่ถูกต้องแล้ว การซอยขาเร็วก็ช่วยอะไรไม่ได้มากนัก การปั่นซอยขาได้เร็วเป็นตัวชี้ว่าขาเราออกแรงไม่มากจนเกินไป แรงกดที่กระทำต่อกระดูกหัวเข่าชิ้นต่างๆจึงไม่มากนักด้วย การสึกหรอก็น้อยตาม และจากการตั้งตำแหน่งเบาะที่ถูกต้องกับรอบขาที่สูงโดยที่แรงกดไม่มากนี้จะทำให้ชิ้นส่วนต่างๆของหัวเข่าได้ขัดถูกันอย่างดี การเคลื่อนไหวของหัวเข่าก็จะราบลื่นตามไปด้วย

2.ลดหรือเลี่ยงอาการบาดเจ็บ หรืออาการอักเสบของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นของขา จากเหตุที่ว่าขาเราไม่ต้องออกแรงมากไงคะ กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นทั้งหลายก็พลอยสบายไปด้วย ผลพลอยได้จากการที่กล้ามเนื้อไม่ต้องออกแรงเค้นมาก และการซอยขาที่สม่ำเสมอไม่มีการกระแทกกระทั้นเหมือนกีฬาอย่างอื่น ทำให้กล้ามเนื้อขาของนักจักรยานที่ฝึกตามสูตรนี้มีรูปทรงที่สวย ไม่ปูดโปนอย่างนักฟุตบอลหรือนักวิ่งแน่นอนค่ะ(สาวๆทั้งหลายสบายใจได้)

3.มาจากห้องวิจัยด้านกีฬา(ของฝรั่ง)ว่า การซอยขาปั่นจักรยานที่ 80-90 รตน.นี้เป็นช่วงที่เราได้ประสิทธิภาพโดยรวมจากร่างกามากที่สุด คือได้กำลังจากขามากแต่ขณะเดียวกันก็ใช้พลังงานจากกล้ามเนื้อน้อย และการขจัดกรดแลคติคที่เป็นของเสียจากการออกกำลังของกล้ามเนื้อก็มีอัตราที่สูง พูดง่ายๆว่าถ้าให้ใครซักคนทานอาหารที่ปริมาณเท่าๆกันแล้วปั่นจักรยาน การใช้รอบขา 80-90 รตน.นี้จะไปได้ไกลที่สุดก่อนจะหมดแรงหรือล้าจนปั่นไม่ไหว เมื่อเทียบกับการที่ใช้รอบขามากหรือน้อยกว่า

4.มาจากห้องแล็บ คือว่าการปั่นขาที่ 80-90 รตน.นี้จะสามารถเร่งความเร็วขาขึ้นไปที่รอบสูงได้ดีกว่าการปั่นขาที่รอบต่ำกว่านี้ และสามารถส่งต่อเกียร์ที่สูงขึ้นได้ดีกว่า พูดง่ายๆว่าเร่งแซงได้เร็วขึ้นกว่าการปั่นขาที่รอบต่ำ ถ้าเทียบเป็นรถยนต์ก็ลองดูสิคะว่าจากความเร็ว 60 กม./ชม.ขึ้นไปที่ความเร็ว 100 กม./ชม.นั้น ถ้าใช้เกียร์สี่จะกินเวลาเท่าไหร่? แล้วลองใช้เกียร์สามที่ต้องใช้รอบสูงขึ้นจะใช้เวลาน้อยลงแค่ไหน พอจะเห็นภาพกันหรือเปล่าคะ?

5.เป็นการถนอมระบบขับเคลื่อนของจักรยานคันเก่งของเราให้ทนขึ้น ซึ่งก็คล้ายกับเหตุผลข้อแรกนั่นแหละค่ะแต่มาประยุกต์ใช้กับจักรยานแทน แค่ห้าข้อนี่ก็น่าจะจูงใจให้มาหัด “ซอยยิกๆ” กันบ้างแล้วนะคะ
ทำไมต้องดื่มน้ำเยอะ?กีฬาจักรยานเป็นกีฬาที่มีอะไรแปลกๆหลายอย่าง คือเรื่องดื่มน้ำนี่แหละ คนที่ขี่จักรยานส่วนใหญ่ถ้าแดดไม่ร้อน หรือขี่อยู่แค่ใกล้ๆก็จะไม่ค่อยนึกถึงเรื่องกระหายน้ำกัน เหตุก็เพราะขณะที่เราขี่จักรยานฝ่าอากาศไปนั้น ลมที่มาปะทะตัวเราจะพาเหงื่อให้ระเหยไปอย่างรวดเร็ว เราจึงไม่รู้สึกร้อน แล้วก็พลอยไม่กระหายน้ำไปด้วย ไม่เหมือนกีฬาอย่างอื่นที่เล่นอยู่กับที่และการเคลื่อนที่ผ่านอากาศก็ไม่ต่อเนื่องเช่น เทนนิส บาสเกตบอล ฯลฯ ที่พอหยุดเคลื่อนไหวแล้วจะรู้สึกร้อนวูบขึ้นมาทันที ก็เลยต้องหาน้ำดื่มคลายร้อนกันโดยอัตโนมัติ แต่อย่าลืมว่าขณะที่เราออกแรงปั่นจักรยาน ร่างกายก็ต้องเกิดความร้อนขึ้นเช่นกัน แล้วความร้อนนี้ก็ถูกควบคุมโดยน้ำในร่างกายที่ออกมาเป็นเหงื่อ เราจึงต้องทดแทนน้ำส่วนที่เป็นเหงื่อนี้ด้วยการดื่มน้ำเพิ่มเข้าไปเช่นกัน ไม่เช่นนั้นหากเสียน้ำในรูปของเหงื่อหรือปัสสาวะมากเกินไปก็จะเกิดอันตรายได้ ดังนั้นจึงควรฝึกดื่มน้ำในขณะขี่จักรยานให้เยอะๆไว้จนเป็นนิสัยค่ะ

ทำไมต้องมีวันหยุดพัก,ฝึกปั่นทุกวันไม่ได้หรือ? ก็มีหลายเหตุผลอีกแหละค่ะ หนึ่งคือเพื่อเป็นการปรับร่างกายให้เคยชินกับการฝึก จากการทดลองของฝรั่งเค้าพบว่า ถ้าตะบี้ตะบันฝึกทุกวันแล้ว อัตราการก้าวหน้าในการปรับตัวของร่างกายจะไม่ค่อยดี สู้ฝึกๆหยุดๆไม่ได้ ซึ่งจากการทดลองก็เลยพบเหตุที่สองคือสภาพที่เรียกว่า “โอเวอร์เทรนนิ่ง” (Overstraining) คือ อาการโทรมจากการฝึกซ้อมมากเกินไปสภาพนี้จะทำให้ประสิทธิภาพของร่างกายตกต่ำลงอีกต่างหาก และอาจเกิดอันตรายด้วยหากยังดันทุรังฝึกหนักต่อไป ไว้จะมาแจงรายละเอียดกันเมื่อมีโอกาสหรืออาจต้องขอความรู้จากนักวิชาการตัวจริงให้มาช่วยวิสัชนากันหน่อย

ทำไมต้องให้รีบซักชุดที่ขี่จักรยาน? เหตุผลก็คือไม่ให้เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคไงคะ เพราะทั้งเหงื่อ ทั้งฝุ่น ทั้งขี้ไคล ขี้โคลน ฯลฯ จะทำให้ชุดเก่งของคุณๆเป็นแหล่งอาหารอันสมบูรณ์ของแบคทีเรียทั้งหลาย ไม่เชื่อก็ลองทิ้งไว้ไม่ซักสิคะ ไม่เกิน3วันเท่านั้นแหละ…เป็นศพ..เอ๊ย!..กลิ่นตลบ คราวนี้ถ้าซักไม่สะอาดจริงชุดของคุณโดยเฉพาะเป้ากางเกงก็จะเป็นบ้านอันแสนสุขของเหล่าแบคทีเรีย เวลาปั่นจักรยานครั้งต่อไปเมื่อขาหนีบของคุณเสียดสีกัน ไม่ต้องถึงกับเป็นแผลหรอกค่ะ แค่เป็นรอยถลอกบางๆเท่านั้นแหละ เจ้าแบคทีเรียทั้งหลายก็จะเข้าไปยังชั้นใต้ผิวหนังของคุณ แล้วก็ขยายตัวก่อให้เกิดอาการอักเสบ-ระบมขึ้นไง

ผมเล่นจักรยานมานานแล้ว จำเป็นที่จะต้องมาเริ่มโปรแกรมปั่นพื้นฐานของมือใหม่นี้ด้วยหรือเปล่า?

โปรแกรมนี้มีจุดประสงค์ที่จะปูพื้นฐานที่ถูกต้องให้กับผู้ที่รักจะเล่นจักรยาน(ทุกชนิด)ในแบบที่ถูกต้อง ก็ลองถามตัวคุณเองดูนะคะว่าคุณได้เริ่มต้นเล่นจักรยานมาอย่างถูกต้องหรือเปล่า? โดยการดูว่า 1) ร่างกายของคุณปรับตัวเข้ากับจักรยานได้ดีหรือไม่? 2) ในการขี่จักรยานโดยปรกติคุณใช้รอบขาสูง 80-90 รตน.หรือไม่? 3) คุณใช้เกียร์ได้คล่องและถูกต้องหรือไม่? ถ้าคุณตอบ “ไม่ ” ตั้งแต่หนึ่งข้อขึ้นไปแล้วคุณอยากจะเล่นจักรยานให้ได้ดีไม่มีการบาดเจ็บจากการออกกำลัง ก็คิดว่าคุ้มค่าที่คุณจะมาเริ่มฝึกใหม่ตามโปรแกรม
ขณะฝึกตามโปรแกรม จะหยุดพักได้บ่อยแค่ไหน? หยุดพักได้เมื่อคุณขี่ได้ครึ่งหนึ่งของเวลาที่คุณตั้งใจจะขี่ค่ะ อย่างเช่นถ้าคุณอยู่ในช่วงแรกของบทเรียนที่หนึ่ง คุณก็จะหยุดพักได้เมื่อขี่ไปแล้ว 15 นาที แต่ในขณะที่ปั่นอยู่ใน15นาทีนั้น อย่าหยุดปั่นขาบ่อยหรือไม่ควรหยุดปั่นขาเลย (ยกเว้นในจุดที่ต้องชะลอความเร็ว เช่น ตามทางแยก หรือ ต้องเหล่หนุ่ม-เหล่สาว ฯลฯ) เพราะการซอยขาตลอดเวลาจะทำให้กล้ามเนื้อขาของเรา “จำ” การซอยขาที่ 80 รตน.นี้ได้เร็วขึ้น และทำให้ระบบการหายใจ, การเผาผลาญอาหาร ฯลฯ ของร่างกายทำงานได้คงที่ด้วยซึ่งจะเป็นผลดีต่อร่างกายของเราเองค่ะ แต่ทุกอย่างย่อมมีข้อยกเว้นเสมอ ดังนั้น จงหยุดพักได้บ่อยเท่าที่คุณอยากจะพักนั่นแหละค่ะ ไม่มีใครจะรู้ดีไปกว่าตัวคุณเองหรอก

ขอบคุณ คุณลุงภพ
คัดลอกจากเว็ปมาให้ครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
Chompoo
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1489
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ธ.ค. 2009, 11:55

Re: My travel today :)

โพสต์ โดย Chompoo »

เมื่อวันที่ 18-25 กรกฏาคม 2554 ที่ผ่านมา..
ผมมีโอกาสเข้าร่วมค่ายสุขภาพแบบแพทย์วิถีธรรม ของคุณหมอเขียว ใจเพชร กล้าจน ที่ อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร
เอาเรื่องราว ดีๆ มาฝากกันครับ

ครั้งนี้ผมคิดจะนำจักรยานไปเมื่อกัน แต่คิดอีกที แทนที่จะสนุก จะเป็นภาระเปล่า การเดินทางจึงใช้บริการรถตู้ จากกรุงเทพฯ ตรงไปถึงค่าย ที่ดอนตาล ดีกว่า
ค่าบริการคนละ 600 บาท นัดพบกันที่ ปั๊ม ปตท. ตรงข้าม ม.หอการค้า จากกรุงเทพฯ หกโมงเช้า ถึงค่ายฯ สองทุ่มพอดี

ทำไมใช้เวลามากขนาดนี้ ก็รถตู้เราใช้แก๊ส NGV ก็ต้องเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปั๊มฯ ครับ และเราก็พักทานข้าวเย็นที่เมืองมุกดาหาร ก่อนเข้าค่ายฯ ซึ่งห่างกันเพียง 30กม.

พอถึง ผมก็ตรงไปลงทะเบียนฯ เพื่อหาที่นอน และยืมของใช้ เช่น ถาดทานข้าว ช้อน แก้วดื่มน้ำ และผ้าห่ม ครั้งนี้ผมแบกเป้ พร้อมนำเต๊นท์ และถุงนอนไปเอง เนื่องจากเจ้าหน้าที่แจ้งว่ามีคนเข้าร่วมกิจกรรมฯ มาก

แล้วสิ่งที่แรกที่ผมทำเมื่อเวลาสามทุ่มของวันนั้น ก็คือ กางเต๊นท์หาที่นอน..

รูปภาพ

เต้นท์สีเขียว..ตรงกลาง เป็นเต้นท์ที่นำไปเอง ไปกางประมาณเวลาสามทุ่มท่ามกลางความมืด ตื่นมาเราอยู่ตรงนี้เอง
รูปภาพ

รูปภาพ

เริ่มการอบรม
รูปภาพ

จอภาพแสดงงานฯ ที่คุณหมอเขียวไปรับรางวัล คน ค้น คน
รูปภาพ

อาหารกลางวันมื้อแรก ที่สวนป่านาบุญ
รูปภาพ

รถจากทั่วสารทิศฯ ที่มาที่นี่ ห้องน้ำชายเห็นอยู่ไกล สะอาด สะอ้าน
รูปภาพ

น้องเอ๋ เป็นจิตอาสา มาช่วยทำงานที่นี่ช่วงมีการอบรมฯ กำลังสาธิตการนวดหน้า (ขณะนี้กำลังศึกษาป.เอก)
รูปภาพ
แก้ไขล่าสุดโดย Chompoo เมื่อ 27 ก.ค. 2011, 17:52, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
Chompoo
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1489
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ธ.ค. 2009, 11:55

Re: My travel today :)

โพสต์ โดย Chompoo »

จิตอาสาฯ อีกสองท่าน กำลังสาธิตการใช้น้ำกลั่น และน้ำคลอโรฟิลล์ สำหรับการพอก ประคบ..

รูปภาพ


สาธิตการพอกด้วยสมุนไพรฤทธ์เย็น
รูปภาพ

สาธิตการประคบด้วยลูกประคบสมุนไพรฤทธ์เย็น
รูปภาพ

สาธิตการอบตัวด้วยสมุนไพรฤทธ์เย็น
รูปภาพ

การหยอดหู หยอดตา หยอดจมูก
รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
Chompoo
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1489
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ธ.ค. 2009, 11:55

Re: My travel today :)

โพสต์ โดย Chompoo »

ธรรมชาติบำบัด ปรับสมดุล(ร้อน-เย็น) แบบสุขภาพดีวิถีพุทธ
คือ การดูแลสุขภาพตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง
ตามหลักแพทย์ทางเลือกวิถีพุทธ (บุญนิยม)

เป็นการดูแลสุขภาพที่นำเอาจุดดีของวิทยาศาตร์สุขภาพ
แผบปัจจุบัน แผนไทย แผนทางเลือก และ แผนพื้นบ้าน
รวมถึงหลัก 8 อ.เพื่อสุขภาพที่ดีของสถาบันบุญนิยม
มาบริหารจัดการองค์ความรู้ ประยุกต์ผสมผสานบูรณาการ
ด้วยพุทธธรรมะ และ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

โดยให้เหมาะสมและสามารถแก้ไขหรือลดปัญหา
สุขภาพที่ต้นเหตุ ณ สภาพสังคมสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน

คุณหมอเขียว มาแล้วครับ
รูปภาพ


การมีสุขภาพที่ดี คือ การทำให้ได้ตามที่รู้
ไม่ใช่แค่รู้แล้ว จะมีสุขภาพที่ดีได้
ซึ่งการสร้างพฤติกรรมสุขภาพที่ดีเป็นเรื่องสำคัญที่สุด
ที่ต้องฝึกฝนทำอย่างต่อเนื่องจนเป็นปกติสุขของวิถีชีวิต
นั่นคือ ความสำเร็จของการดูแลสุขภาพอย่างแท้จริง
ที่เรามุ่งหวังอยากให้พี่น้องผองเพื่อนทุกๆ ท่านได้รับ.

สังคมโลก ไม่ได้ขาดแคลน ...
คนเรียนสูง แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาทุกข์ของชีวิต
อย่างเที่ยงแท้ถาวรได้
สังคมโลก ไม่ได้ขาดแคลน ...
คนมีความรู้ตามตำรา แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาทุกข์ของชีวิต
อย่างเที่ยงแท้ถาวรได้

สังคมโลก ไม่ได้ขาดแคลน ...
คนมีใบรับรองหรือมีใบประกาศต่างๆ แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหา
ทุกข์ของชีวิต อย่างเที่ยงแท้ถาวรได้

สังคมโลก ไม่ได้ขาดแคลน ...
คนมีคุณสมบัติเก่งสารพัดรูปแบบ แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหา
ทุกข์ของชีวิตอย่างเที่ยงแท้ถาวรได้

แต่สังคมโลก กำลัง ขาดแคลน และต้องการ ...

ผู้ที่เรียนสูงหรือต่ำก็ได้ มีความรู้ตามตำราหรือไม่มีก็ได้
มีใบรับรองใบประกาศต่างๆหรือไม่มีก็ได้
มีคุณสมบัติเก่งสารพัดรูปแบบหรือไม่มีก็ได้
ที่มีคุณสมบัติอันจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่งก็ คือ
เป็นผู้ที่มีความรู้ในความจริงของการแก้ไขปัญหาทุกข์ของชีวิต
อย่างหยั่งลึกเข้าไปจนถึงต้นเหตุ รากเหง้า แห่งทุกข์
และได้ลงมือปฏิบัติ พิสูจน์จนปัญหาทุกข์ของชีวิตลดน้อยลง ๆ
หรือจนถึงที่สุด จิตวิญญาณไม่ทุกข์เลย อย่างเที่ยงแท้ถาวร
พร้อม ๆ กับการมีสุขภาพที่ดีด้วย

หมอที่เก่งที่สุดก็คือ ตัวเราเอง


และเครื่องมือที่แท้จริงในการบำบัดรักษาโรคคือ ร่างกายของเราเอง...และเครื่องมือที่แท้จริงในการบำบัดรักษาโรคคือ ร่างกายของเราเอง..
แก้ไขล่าสุดโดย Chompoo เมื่อ 27 ก.ค. 2011, 17:24, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
Chompoo
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1489
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ธ.ค. 2009, 11:55

Re: My travel today :)

โพสต์ โดย Chompoo »

อาหารมื้อเย็น ล้างพิษ
รูปภาพ

หลังมื้อเย็น เข้าร่วมกลุ่มฯ แนะนำตัว พูดคุย
รูปภาพ

เรามาจากที่กัน และสิ่งที่ผมเริ่มสัมผัสได้.. ก็คือ ส่วนใหญ่มากกว่า 95% เดินทางมาที่นี่ เนื่องจากการเจ็บป่วย ไม่ว่า..
ป่วยน้อย ๆ เช่น ปวดหัวเป็นประจำ จนไปถึงป่วยมาก.. เช่น มะเร็ง...

เพราะการทักทาย.. ที่ผมได้รับครั้งแรก คือคำถามว่า มาที่นี่.. เป็นอะไรหรือครับ ผมงง... :o :o

เช้าวันที่สอง..

จะมีเสียงเพลงปลุกตั้งแต่ตีสามครื่ง แล้วเราก็พร้อมกันที่ศาลา เพื่อสวดมนต์พร้อมกัน
รูปภาพ


รูปภาพ

ผู้นำสวดมนต์
รูปภาพ

หลังจากนั้นก็ทำสมาธิ แล้วนำดวยการเดินเร็ว ๆ ต่อด้วยการสอนกดจุดลมปราณ และโยคะ

เริ่มอบรม.. กันต่อ
รูปภาพ

อาหารกลางวัน วันที่สอง ล้างพิษกันเต็มที่
รูปภาพ
แก้ไขล่าสุดโดย Chompoo เมื่อ 27 ก.ค. 2011, 17:36, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
Chompoo
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1489
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ธ.ค. 2009, 11:55

Re: My travel today :)

โพสต์ โดย Chompoo »

ภาพถ่ายครอบครัวคุณหมอเขียว
รูปภาพ


คุณหมอเขียว ช่วงวัยรุ่น
รูปภาพ

ภาพถ่ายแสดงความอบอุ่น การดูแล เอาใจใส่ ของผู้มาดูแลตนเอง
รูปภาพ

ส่วนนี้ คือส่วนที่ทุกท่านต้องมาลงทะเบียนก่อนเข้าพัก เข้าอบรมฯ
รูปภาพ

ฐานงานต่างที่ทุกท่าน ร่วมกันเป็นจิตอาส ช่วยกันทำ ผมอยู่กลุ่มสอง
รูปภาพ

รายละเอียดสำหรับผู้ต้องการเดินทางกลับ กทม.
รูปภาพ

ตารางการร่วมกิจกรรมแต่ละวัน
รูปภาพ

คุณหมอเขียว เริ่มบรรยาย วันที่สอง
รูปภาพ

เรื่องที่เรียนรู้วันนี้
รูปภาพ

เจาะถึงระดับเซลล์
รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
Chompoo
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1489
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ธ.ค. 2009, 11:55

Re: My travel today :)

โพสต์ โดย Chompoo »

๋ผ่านไปสองวัน สิ่งที่ผมได้รับรู้จากผู้มีจิดอาสา ที่มาทำงานที่นี่ ทุกท่านทำงานไม่มีรายได้ มาช่วยด้วยพลังแห่งความดีมีน้ำใจ

โดยเฉพาะ คุณหมอเขียว รักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคเรื้อรัง ไม่ใช่โรคติดต่อ ด้วยโครงการ ศูนย์บาท รักษาทุกโรค..

ผมอยู่มาสองวันแล้วครับ นอกจากค่ารถวันแรกแล้ว ยังไม่ได้ใช้เงินซักบาท.. ก็ทุกอย่างฟรี ที่พัก อาหาร เครื่องดื่ม ที่จิตอาสาที่นี่ทำด้วยความเต็มใจ..

และสิ่งที่เห็นขณะนี้ เรามีผู้เข้าร่วมค่าย เกือบสี่ร้อยคน คุณหมอทำได้ไง.... ทุกเรื่องราวอยู่ที่นี่ครับ

http://www.morkeaw.net
แก้ไขล่าสุดโดย Chompoo เมื่อ 29 ก.ค. 2011, 17:43, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
ตอบกลับ

กลับไปยัง “สรุปทริป / รายงานการปั่น”