เดี๋ยวก่อนๆข้อความตรงนี้ton40 เขียน:" ยังมั่นใจชั้นดุสิตค่ะ เพราะวางแผนไว้หมดแล้ว
อธิฐานจิต หากได้เกิดเป็นเทวดา ก็ขอให้เป็นเทวดาที่มีปัญญา มีญาน
สัมปยุต ไม่หลงเพลิดเพลินไปกับกามคุณทั้งหลาย...พอศาสนาพุทธ
จะครบห้าพันปี พระบรมสารีริกธาตุของพระทุทธเจ้าโคดม ที่พระองค์
ได้ทรงอธิษฐานไว้ด้วยอำนาจอภิญญาก่อนเสด็จปรินิพพาน
จะมารวมตัวกันเป็นองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เทศนาสั่งสอนเหล่าเทพ
เทวดาทั้งหลายที่ ณ ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ 7 วัน 7 คืน
นั่นแหละ ๆ เราจะขอมรรคผลนิพพานในสมัยนั้น ขอขึ้นไปรอ
ข้างบนดีกว่านะ...ข้างล่างนี้ไม่ไหว ความคับแค้นใจเยอะเกิน
ไม่หวังเยอะเกินไปใช่ไหม ไม่นานมานี้ถูกสอนว่าให้หวังสูงเข้าไว้ "
เดี๋ยวก่อนๆข้อความตรงนี้
"พระองค์ได้ทรงอธิษฐานไว้ด้วยอำนาจอภิญญาก่อนเสด็จปรินิพพาน
จะมารวมตัวกันเป็นองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เทศนาสั่งสอนเหล่าเทพ
เทวดาทั้งหลายที่ ณ ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ 7 วัน 7 คืน
นั่นแหละ ๆ เราจะขอมรรคผลนิพพานในสมัยนั้น "
ที่ว่าทรงแสดงธรรมโปรดเทวดานั้น ในตัวคัมภีร์ไม่ได้กล่าวไว้ ไม่ทราบเหมือนกันว่ามากันอย่างไร
เพราะเสียง คำพูดนั้นต้องเกิดจากจิตในขณะปัจจุบัน ก็ในเมื่อพระพุทธองค์ปรินิพพานแล้วไม่มีจิตแล้ว จะแสดงธรรมได้อย่างไร
อีกอย่าง การที่พระพุทธองค์จะแสดงธรรมนั้นท่านจะต้องพิจารณาถึงเหล่าเวไนยสัตว์ที่จะได้บรรลุธรรมก่อนที่จะแสดงในช่วงเวลาเช้ามึดของแต่ละวันซึ่งเป็นพุทธกิจของพระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ ท่านจะไม่แสดงธรรมพร่ำเพื่อแบบเหวี่ยงแหจับปลา และเวไนยสัตว์ที่จะบรรลุธรรมจากการฟังธรรมที่มาจากพระพุทธองค์โดยเฉพาะเท่านั้นที่เป็นพุทธเวไนยก็ไม่มีอีกแล้ว พุทธเวไนยคนสุดท้ายก็คือ สุภัททปริภาชกในคืนวันปรินิพพานนั่นเอง พระพุทธองค์ต้องทนต่อทุกขเวทนามากมายในการเดินทางก็เพื่อทรงโปรดสุภัททปริภาชกท่านนี้คนเดียว เรื่องอื่นๆเป็นเพียงปลีกย่อยเท่านั้น
เทวดาส่วนมากในสวรรค์ ในพรหมโลกก็เป็นพระอริยบุคคลกัน เพราะในหลายๆพระสูตรที่พระพุทธองค์แสดงแล้ว เหล่าเทวดา พรหมได้บรรลุธรรมอย่างหาประมาณมิได้ เกรงว่าไปแล้วจะไม่รู้ว่าใครเป็นใครนั่นนะสิ..![]()
![]()
แต่ถ้าพวกเราไปเป็นเทวดาปุถุชนด้วยแล้วคงเพลินติดกับกามคุณที่ละเอียดประณีตเลอเลิศแบบงอมแงมแงมยิ่งกว่ายาเสพติดแน่ๆๆ ขนาดกามคุณในโลกมนุษย์ที่หยาบมากๆยังติดกันขนาดนี้ คงจะลืมเวลาไปฟังธรรม หรือไม่คงบอกกับเพื่อนๆเทวดาว่า เอาไว้ก่อน เสร็จงานทางนี้ก่อนแล้วจะไปกำลังเพลิดเพลินอยู่จ้า..![]()
![]()
ถ้าจะให้ชัวร์ๆแน่ๆต้องสูงกว่าเทวดา ซิจ๊ะ จะบอกให้...![]()
![]()
"พระองค์ได้ทรงอธิษฐานไว้ด้วยอำนาจอภิญญาก่อนเสด็จปรินิพพาน
จะมารวมตัวกันเป็นองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เทศนาสั่งสอนเหล่าเทพ
เทวดาทั้งหลายที่ ณ ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ 7 วัน 7 คืน
นั่นแหละ ๆ เราจะขอมรรคผลนิพพานในสมัยนั้น "
ไม่รู้เหมือนกันว่ามาจากไหน เห็นพระอาจารย์ที่สอนอภิธรรมเคยพูด เด๋วพรุ่งนี้จะ
หาข้อมูลเรื่องนี้ให้นะ...ใน google ก็มีโต้เถียงกันเยอะแยะค่ะเกี่ยวกับเรื่องนี้
มันจะจริงแท้แค่ไหน แต่ก็เป็นเรื่องที่ให้เราหมั่นเพียรทำความดี ทำไว้ก็มิเีสีย
หลายมิใช่หรือ มีแต่กำไร ไม่มีขาดทุน....
ก็ในเมื่อพระพุทธองค์ปรินิพพานแล้วไม่มีจิตแล้ว จะแสดงธรรมได้อย่างไร
ในเรื่อง นิพพาน ปรินิพพาน ในความเข้าใจของแอ๋วยังไม่ถ่องแท้
ถึงขั้นโต้แย้งได้ ดังนั้นขอผ่านนะคะ
แต่ถ้าพวกเราไปเป็นเทวดาปุถุชนด้วยแล้วคงเพลินติดกับกามคุณที่ละเอียดประณีตเลอเลิศแบบงอมแงมแงม
ยิ่งกว่ายาเสพติดแน่ๆๆ ขนาดกามคุณในโลกมนุษย์ที่หยาบมากๆยังติดกันขนาดนี้ คงจะลืมเวลาไปฟังธรรม
หรือไม่คงบอกกับเพื่อนๆเทวดาว่า เอาไว้ก่อน เสร็จงานทางนี้ก่อนแล้วจะไปกำลังเพลิดเพลินอยู่จ้า
จริงดังคุณต้นว่าค่ะ ดังนั้นถึงบอกว่า ยังไงขอเป็นเทวดาแบบมีญานสัมปยุตตจิตไงคะ
ถ้าจะให้ชัวร์ๆแน่ๆต้องสูงกว่าเทวดา ซิจ๊ะ จะบอกให้
เป็นเทวดาที่มีญานสัมปยุตตจิตให้ได้ก่อน แล้วค่อยร่อนต่อไปเรื่อย ๆ เรียกว่า
ไปบำเพ็ยเพียรอย่างหนักหน่วงกันตรงตุสิตเลย
ก็ทำนะ ถ้าบวชได้บวชไปแระ อิอิ