Saturn Sky เขียน:ต้องพิมพ์เอง ไม่อยากเอากรูเกิลกลัวข้อมูลไม่ชัวร์ เยอะเหมือนกันนะ
แอ๋วพิมพ์จากหนังสืออภิธรรม ปริจเฉทที่ ๕ อ่ะ เฮียไปแต่งกลอนรอก่อนละกันไป
คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
- sakalot
- ขาประจำ
- โพสต์: 55569
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ต.ค. 2009, 15:20
- Tel: Inferno Call☎
- team: ...endless team.. ☭....
- Bike: La blackline...& JaVa Team ♫ ♬ ♪ ♩
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
❤..ต้องใช้หินสองก้อนถึงจะเกิดไฟได้.....ไม่อาจขาดไป แม้เพียงก้อนใดก้อนหนึ่ง....
*..จะเดินเคียงข้างกัน ตลอดไป..*♡♡ ♡☀
♂➸....สู้ต่อไป ทาเคชิ....★♡
*..จะเดินเคียงข้างกัน ตลอดไป..*♡♡ ♡☀
♂➸....สู้ต่อไป ทาเคชิ....★♡
- sakalot
- ขาประจำ
- โพสต์: 55569
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ต.ค. 2009, 15:20
- Tel: Inferno Call☎
- team: ...endless team.. ☭....
- Bike: La blackline...& JaVa Team ♫ ♬ ♪ ♩
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
Saturn Sky เขียน:ดีแล้ว เราจะได้ไม่อยู่ชั้นเดียวกัน ไม่งั้นเด๋วพากันตาย ทะเลาะกันทุกวัน โกรธกันก็ตายsakalot เขียน:Saturn Sky เขียน:![]()
![]()
เด๋วนี้ตายด้านเหรอ อิอิ ว่าจะลงข้อมูลสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ซะหน่อยเฮีย
![]()
.....อยากรู้เหมือนกันครับ...ยังไม่อยากไปถึงดุสิต
![]()
![]()
![]()
❤..ต้องใช้หินสองก้อนถึงจะเกิดไฟได้.....ไม่อาจขาดไป แม้เพียงก้อนใดก้อนหนึ่ง....
*..จะเดินเคียงข้างกัน ตลอดไป..*♡♡ ♡☀
♂➸....สู้ต่อไป ทาเคชิ....★♡
*..จะเดินเคียงข้างกัน ตลอดไป..*♡♡ ♡☀
♂➸....สู้ต่อไป ทาเคชิ....★♡
- ton40
- ขาประจำ
- โพสต์: 372
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ก.ค. 2011, 13:50
- team: ทั่วริ่งอิสระ
- Bike: BERGAMONT
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
ก๊อปมาจากพระไตรปิฎกบ้าง คัมภีร์ต่างๆทางพระพุทธศาสนาบ้าง ของผู้รู้ในยุคปัจจุบันบ้าง ก็ยังคิดเองบ่ได้ดอกเน่อ...Saturn Sky เขียน:ton40 เขียน:สวัสดีครับคุณหลังเต่าผู้มากประสบการณ์ คุณหลังเต่ามีคติธรรม ข้อคิดดีๆก็ลงเผื่ิอแผ่เพื่อนๆสมาชิกด้วยครับอย่าเพิ่งรีบหนีไปสบายก่อนซิครับ ที่ผมลงไว้ก็กอปของคนอื่นมาทั้งนั้นล่ะครับ เห็นว่าดีมีประโยชน์ก็เลยนำมาลงไว้ครับ...บันทึกหลังเต่า เขียน:![]()
แต่ววว เห็นภาษาธรรมะแต่ละท่านแล้ว อันนี้คุณเต่าขอบายไปยุบหนอพองหนอก่อนเน้อ อิอิ![]()
![]()
ก๊อปของใครมาเหรอเจ้าคะ ใหนรองแจงหน่อยซิ คริคริ
- sakalot
- ขาประจำ
- โพสต์: 55569
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ต.ค. 2009, 15:20
- Tel: Inferno Call☎
- team: ...endless team.. ☭....
- Bike: La blackline...& JaVa Team ♫ ♬ ♪ ♩
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
[quote="ton40""Saturn Sky"]
ก๊อปของใครมาเหรอเจ้าคะ ใหนรองแจงหน่อยซิ คริคริ[/quote]
ก๊อปมาจากพระไตรปิฎกบ้าง คัมภีร์ต่างๆทางพระพุทธศาสนาบ้าง ของผู้รู้ในยุคปัจจุบันบ้าง ก็ยังคิดเองบ่ได้ดอกเน่อ...
[/quote]
...บางเรื่องผมรู้แล้ว ยังก๊อบมาเลย...ขี้เกียจพิมพ์
ton40 เขียน:สวัสดีครับคุณหลังเต่าผู้มากประสบการณ์ คุณหลังเต่ามีคติธรรม ข้อคิดดีๆก็ลงเผื่ิอแผ่เพื่อนๆสมาชิกด้วยครับอย่าเพิ่งรีบหนีไปสบายก่อนซิครับ ที่ผมลงไว้ก็กอปของคนอื่นมาทั้งนั้นล่ะครับ เห็นว่าดีมีประโยชน์ก็เลยนำมาลงไว้ครับ...บันทึกหลังเต่า เขียน:![]()
แต่ววว เห็นภาษาธรรมะแต่ละท่านแล้ว อันนี้คุณเต่าขอบายไปยุบหนอพองหนอก่อนเน้อ อิอิ![]()
![]()
ก๊อปของใครมาเหรอเจ้าคะ ใหนรองแจงหน่อยซิ คริคริ[/quote]
ก๊อปมาจากพระไตรปิฎกบ้าง คัมภีร์ต่างๆทางพระพุทธศาสนาบ้าง ของผู้รู้ในยุคปัจจุบันบ้าง ก็ยังคิดเองบ่ได้ดอกเน่อ...
❤..ต้องใช้หินสองก้อนถึงจะเกิดไฟได้.....ไม่อาจขาดไป แม้เพียงก้อนใดก้อนหนึ่ง....
*..จะเดินเคียงข้างกัน ตลอดไป..*♡♡ ♡☀
♂➸....สู้ต่อไป ทาเคชิ....★♡
*..จะเดินเคียงข้างกัน ตลอดไป..*♡♡ ♡☀
♂➸....สู้ต่อไป ทาเคชิ....★♡
- Saturn Sky
- ขาประจำ
- โพสต์: 40184
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ธ.ค. 2008, 17:24
- Tel: ☎ หมดเวลา 555+☎
- team: ช่วงสับสน555
- Bike: ★จำยี่ห้อไม่ได้อ่ะ5555..•
- ตำแหน่ง: secret
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
ดาวดึงส์ภูิมิ
ดาวดึงส์ภูมิ หรือดาวติงสาภูมิ มีความหมาย ๒ นัย นัยหนึ่งว่าเป็นที่เกิดของบุคคล ๓๓ คน
คือเกิดเป็นพระอินทร์๑ เกิดเป็นเทวดาผู้เป็นใหญ่อีก ๓๒
ส่วนความหมายอีกนัยหนึ่ง เป็นพื้นแ่ผ่นดินที่ปรากฏขึ้นในโลกเป็นครั้งแรกก่อนพื้นดินส่วนอื่น
เพราะภูมินี้อยู่บนยอดเขาสิเนรุ
ในดาวดึง ทิศตะวันออก มีสวน นันทวัน
ทิศตะวันตก มีสวน จิตรลดาวัน
ทิศเหนือ มีสวน มิสสกวัน
ทิศใต้ มีสวน ผารุสกวัน
ทิศตะวันออกเฉียงเหนือมี ๒ส่วน ส่วนหนึ่งชื่อ ปุณฑริกะ มีต้นปาริฉัตตก์ที่
ใหญ่โตมาก ใต้ร่มปาิฉัตตก์ มีแท่นปัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ แท่นนี้ เมื่อพระพุทธเจ้า
เสด็จไปเทศนาโปรดพระพุทธมารดา ก็ใช้เป็นที่ประทบแสดงพระธรรมเทศนา มีศาลา
สุธัมมา เป็นที่ประชุมฟังธรรม มีเจดีย์แก้วมรกต ชื่อว่า พระจุฬามณี บรรจุพระเขี้ยวแก้ว
(ข้างขวา) กับบรรจุพระเกศา (ที่ทรงตัดออกตอนเสด็จออกทรงผนวช) อีกส่วนหนึ่ง ชื่อ
สวนมหาวันมีสระชื่อสุนันทา สวนนี้เป็นที่ประทับสำราญพระอิริยาบถของท้าวสักกเทวราช
ที่ศาลาสุธัมมา ตามปกติมีพรหม ชื่อ สนังกุมาระ เป็นผู้เสด็จลงมาแสดงธรรม แต่ในบาง
โอกาส ท้าวสักกเทวราช หรือเทวดาองค์อื่นที่ทรงความรู้ในธรรมดี ก็เป็นผู้แสดง
เทวดาตั้งแต่ชั้นดาวดึงส์นี้ขึ้นไป ปฏิสนธิด้วย โอปปาติกกำเนิดอย่างเดียวเท่านั้น
เทวดาชั้นเดียวกัน ย่อมเห็นซึ่งกันและกันได้ และเห็นผู้ที่อยู่ชั้นต่ำกว่าตนได้ด้วย
แต่ไม่สามารถเห็นผู้ที่อยู่ในชั้นที่สูงกว่าตนไ้ด้
ท้าวสักกเทวราช หรือท้าวโกสีย์อัมรินทร์ ซึ่งเรียกกันสั้นๆว่า พระอินทร์นี้อยู่ใน
ชั้นดาวดึงส์ แต่เป็นผู้ปกครองเทพยดาทั้งในชั้นดาวดึงส์และชั้นจาดุมมหาราชิกาด้วย
บางทีก็เรียกท้าวสหัสสนัย คือท้าวพันตา เพราะจักขุดีมากเห็นได้ชัดเจน และเห็นได้ไกล
มากเท่ากับดวงตาตั้ืงพันดวง
พระอินทร์องค์ปัจจุบันนี้ สำเร็จเป็นพระโสดาบันแล้ว เมื่อจุติจากเทวโลกก็จะมาบังเกิด
เป็นพระเจ้าจักรพรรดิในมนุษย์โลก และจะได้สำเร็จเป็นพระสกทาคามี จุติจากมนุษย์
โลกจะไปบังเกิดในชั้นดาวดึงส์อีก คราวนี้ได้สำเร็จเป็นพระอนาคามี จุติทีนี้ก็จะได้ไป
บังเกิดในชั้นสุทธาวาส ตั้งแต่ชั้น อวิหา เป็นต้นไปตามลำดับจนถึงชั้น อกนิฏฐา
และสำเร็จเป็นพระอรหันต์แล้วปรินิพพานในชั้นนั้น
เทวดาในดาวดึงส์ภูมินี้มี ๒ จำพวก คือ ภูมมัฏฐเทวดา อาศัย
พื้นแผ่นดินอยู่ และอากาสัฏฐเทวดา มีวิมานลอยอยู่ในอากาศเป็นที่อยู่
อ่านแล้วก็ยินดีกะท่านท้าวสักกะนะ สำเร็จเป็นโสดาบันแล้ว

ดาวดึงส์ภูมิ หรือดาวติงสาภูมิ มีความหมาย ๒ นัย นัยหนึ่งว่าเป็นที่เกิดของบุคคล ๓๓ คน
คือเกิดเป็นพระอินทร์๑ เกิดเป็นเทวดาผู้เป็นใหญ่อีก ๓๒
ส่วนความหมายอีกนัยหนึ่ง เป็นพื้นแ่ผ่นดินที่ปรากฏขึ้นในโลกเป็นครั้งแรกก่อนพื้นดินส่วนอื่น
เพราะภูมินี้อยู่บนยอดเขาสิเนรุ
ในดาวดึง ทิศตะวันออก มีสวน นันทวัน
ทิศตะวันตก มีสวน จิตรลดาวัน
ทิศเหนือ มีสวน มิสสกวัน
ทิศใต้ มีสวน ผารุสกวัน
ทิศตะวันออกเฉียงเหนือมี ๒ส่วน ส่วนหนึ่งชื่อ ปุณฑริกะ มีต้นปาริฉัตตก์ที่
ใหญ่โตมาก ใต้ร่มปาิฉัตตก์ มีแท่นปัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ แท่นนี้ เมื่อพระพุทธเจ้า
เสด็จไปเทศนาโปรดพระพุทธมารดา ก็ใช้เป็นที่ประทบแสดงพระธรรมเทศนา มีศาลา
สุธัมมา เป็นที่ประชุมฟังธรรม มีเจดีย์แก้วมรกต ชื่อว่า พระจุฬามณี บรรจุพระเขี้ยวแก้ว
(ข้างขวา) กับบรรจุพระเกศา (ที่ทรงตัดออกตอนเสด็จออกทรงผนวช) อีกส่วนหนึ่ง ชื่อ
สวนมหาวันมีสระชื่อสุนันทา สวนนี้เป็นที่ประทับสำราญพระอิริยาบถของท้าวสักกเทวราช
ที่ศาลาสุธัมมา ตามปกติมีพรหม ชื่อ สนังกุมาระ เป็นผู้เสด็จลงมาแสดงธรรม แต่ในบาง
โอกาส ท้าวสักกเทวราช หรือเทวดาองค์อื่นที่ทรงความรู้ในธรรมดี ก็เป็นผู้แสดง
เทวดาตั้งแต่ชั้นดาวดึงส์นี้ขึ้นไป ปฏิสนธิด้วย โอปปาติกกำเนิดอย่างเดียวเท่านั้น
เทวดาชั้นเดียวกัน ย่อมเห็นซึ่งกันและกันได้ และเห็นผู้ที่อยู่ชั้นต่ำกว่าตนได้ด้วย
แต่ไม่สามารถเห็นผู้ที่อยู่ในชั้นที่สูงกว่าตนไ้ด้
ท้าวสักกเทวราช หรือท้าวโกสีย์อัมรินทร์ ซึ่งเรียกกันสั้นๆว่า พระอินทร์นี้อยู่ใน
ชั้นดาวดึงส์ แต่เป็นผู้ปกครองเทพยดาทั้งในชั้นดาวดึงส์และชั้นจาดุมมหาราชิกาด้วย
บางทีก็เรียกท้าวสหัสสนัย คือท้าวพันตา เพราะจักขุดีมากเห็นได้ชัดเจน และเห็นได้ไกล
มากเท่ากับดวงตาตั้ืงพันดวง
พระอินทร์องค์ปัจจุบันนี้ สำเร็จเป็นพระโสดาบันแล้ว เมื่อจุติจากเทวโลกก็จะมาบังเกิด
เป็นพระเจ้าจักรพรรดิในมนุษย์โลก และจะได้สำเร็จเป็นพระสกทาคามี จุติจากมนุษย์
โลกจะไปบังเกิดในชั้นดาวดึงส์อีก คราวนี้ได้สำเร็จเป็นพระอนาคามี จุติทีนี้ก็จะได้ไป
บังเกิดในชั้นสุทธาวาส ตั้งแต่ชั้น อวิหา เป็นต้นไปตามลำดับจนถึงชั้น อกนิฏฐา
และสำเร็จเป็นพระอรหันต์แล้วปรินิพพานในชั้นนั้น
เทวดาในดาวดึงส์ภูมินี้มี ๒ จำพวก คือ ภูมมัฏฐเทวดา อาศัย
พื้นแผ่นดินอยู่ และอากาสัฏฐเทวดา มีวิมานลอยอยู่ในอากาศเป็นที่อยู่
อ่านแล้วก็ยินดีกะท่านท้าวสักกะนะ สำเร็จเป็นโสดาบันแล้ว
เปล่า"หยิ่ง"!!! แค่ นิ่ง ดูเชิง
- Saturn Sky
- ขาประจำ
- โพสต์: 40184
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ธ.ค. 2008, 17:24
- Tel: ☎ หมดเวลา 555+☎
- team: ช่วงสับสน555
- Bike: ★จำยี่ห้อไม่ได้อ่ะ5555..•
- ตำแหน่ง: secret
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
ton40 เขียน:
ก๊อปมาจากพระไตรปิฎกบ้าง คัมภีร์ต่างๆทางพระพุทธศาสนาบ้าง ของผู้รู้ในยุคปัจจุบันบ้าง ก็ยังคิดเองบ่ได้ดอกเน่อ...![]()
เปล่า"หยิ่ง"!!! แค่ นิ่ง ดูเชิง
- Saturn Sky
- ขาประจำ
- โพสต์: 40184
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ธ.ค. 2008, 17:24
- Tel: ☎ หมดเวลา 555+☎
- team: ช่วงสับสน555
- Bike: ★จำยี่ห้อไม่ได้อ่ะ5555..•
- ตำแหน่ง: secret
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
เฮีย ๆ ก๊อปอ่ะไม่ว่าดอกนะ แต่ก๊อปก็ดูหน่อยยยยยยยย แหมไม่ใช่อ่านแค่หัวหน่อยเดียวsakalot เขียน:...บางเรื่องผมรู้แล้ว ยังก๊อบมาเลย...ขี้เกียจพิมพ์
![]()
ก็ก๊อปวางเลย เดี๊ย ๆ
เปล่า"หยิ่ง"!!! แค่ นิ่ง ดูเชิง
- sakalot
- ขาประจำ
- โพสต์: 55569
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ต.ค. 2009, 15:20
- Tel: Inferno Call☎
- team: ...endless team.. ☭....
- Bike: La blackline...& JaVa Team ♫ ♬ ♪ ♩
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
❤..ต้องใช้หินสองก้อนถึงจะเกิดไฟได้.....ไม่อาจขาดไป แม้เพียงก้อนใดก้อนหนึ่ง....
*..จะเดินเคียงข้างกัน ตลอดไป..*♡♡ ♡☀
♂➸....สู้ต่อไป ทาเคชิ....★♡
*..จะเดินเคียงข้างกัน ตลอดไป..*♡♡ ♡☀
♂➸....สู้ต่อไป ทาเคชิ....★♡
- sakalot
- ขาประจำ
- โพสต์: 55569
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ต.ค. 2009, 15:20
- Tel: Inferno Call☎
- team: ...endless team.. ☭....
- Bike: La blackline...& JaVa Team ♫ ♬ ♪ ♩
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
Saturn Sky เขียน:เฮีย ๆ ก๊อปอ่ะไม่ว่าดอกนะ แต่ก๊อปก็ดูหน่อยยยยยยยย แหมไม่ใช่อ่านแค่หัวหน่อยเดียวsakalot เขียน:...บางเรื่องผมรู้แล้ว ยังก๊อบมาเลย...ขี้เกียจพิมพ์
![]()
ก็ก๊อปวางเลย เดี๊ย ๆทำกุศลจะขี้เกียจทำไม
![]()
❤..ต้องใช้หินสองก้อนถึงจะเกิดไฟได้.....ไม่อาจขาดไป แม้เพียงก้อนใดก้อนหนึ่ง....
*..จะเดินเคียงข้างกัน ตลอดไป..*♡♡ ♡☀
♂➸....สู้ต่อไป ทาเคชิ....★♡
*..จะเดินเคียงข้างกัน ตลอดไป..*♡♡ ♡☀
♂➸....สู้ต่อไป ทาเคชิ....★♡
- บันทึกหลังเต่า
- ขาประจำ
- โพสต์: 969
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.ย. 2010, 15:09
- Tel: โทรจิต777
- team: เรือบก
- Bike: Merida
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
ตามหาสองคนนี้ให้หน่อยค่ะ ไม่ค่อยเห็นเลยหนีไปไหนอยู่เรื่อย ไม่ยอมหันหน้ามาปั่นตากฝนซะมอมแมมเลยป่านนี้ไม่กลับบ้านกลับช่อง
ขำขำนะคะ อุตส่าห์ตามมาพักเบรคคลายเครียดข้ามห้องไม่ว่ากันนะคะ
ขำขำนะคะ อุตส่าห์ตามมาพักเบรคคลายเครียดข้ามห้องไม่ว่ากันนะคะ
- ไฟล์แนบ
-
- IMG_1507.jpg (56.58 KiB) เข้าดูแล้ว 103 ครั้ง
THE MOON REPRESENT MY HEART
- sakalot
- ขาประจำ
- โพสต์: 55569
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ต.ค. 2009, 15:20
- Tel: Inferno Call☎
- team: ...endless team.. ☭....
- Bike: La blackline...& JaVa Team ♫ ♬ ♪ ♩
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
❤..ต้องใช้หินสองก้อนถึงจะเกิดไฟได้.....ไม่อาจขาดไป แม้เพียงก้อนใดก้อนหนึ่ง....
*..จะเดินเคียงข้างกัน ตลอดไป..*♡♡ ♡☀
♂➸....สู้ต่อไป ทาเคชิ....★♡
*..จะเดินเคียงข้างกัน ตลอดไป..*♡♡ ♡☀
♂➸....สู้ต่อไป ทาเคชิ....★♡
- Saturn Sky
- ขาประจำ
- โพสต์: 40184
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ธ.ค. 2008, 17:24
- Tel: ☎ หมดเวลา 555+☎
- team: ช่วงสับสน555
- Bike: ★จำยี่ห้อไม่ได้อ่ะ5555..•
- ตำแหน่ง: secret
- บันทึกหลังเต่า
- ขาประจำ
- โพสต์: 969
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.ย. 2010, 15:09
- Tel: โทรจิต777
- team: เรือบก
- Bike: Merida
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
Saturn Sky เขียน:จองคนซ้ายได้ไหมนะ![]()
กุมาร+เทพบุตร ขี้อ้อนชะมัด แอบนินทาเด๋วโผล่มาเห็นซวยเลยตรู อิอิ
THE MOON REPRESENT MY HEART
- sakalot
- ขาประจำ
- โพสต์: 55569
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ต.ค. 2009, 15:20
- Tel: Inferno Call☎
- team: ...endless team.. ☭....
- Bike: La blackline...& JaVa Team ♫ ♬ ♪ ♩
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
บันทึกหลังเต่า เขียน:Saturn Sky เขียน:จองคนซ้ายได้ไหมนะ![]()
![]()
![]()
55555555555
กุมาร+เทพบุตร ขี้อ้อนชะมัด แอบนินทาเด๋วโผล่มาเห็นซวยเลยตรู อิอิ
❤..ต้องใช้หินสองก้อนถึงจะเกิดไฟได้.....ไม่อาจขาดไป แม้เพียงก้อนใดก้อนหนึ่ง....
*..จะเดินเคียงข้างกัน ตลอดไป..*♡♡ ♡☀
♂➸....สู้ต่อไป ทาเคชิ....★♡
*..จะเดินเคียงข้างกัน ตลอดไป..*♡♡ ♡☀
♂➸....สู้ต่อไป ทาเคชิ....★♡
- ton40
- ขาประจำ
- โพสต์: 372
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ก.ค. 2011, 13:50
- team: ทั่วริ่งอิสระ
- Bike: BERGAMONT
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
ก่อนที่คุณ แอ๋ว จะพาไปชมสวรรค์ ก็ต้องมีการนอนหลับเอาแรงกันก่อน มาดูซิว่าท่านอนของเพื่อนๆสมาชิกจะเข้าลักษณะไหน
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย จตุกนิบาต เล่ม ๒ - หน้าที่ 610
๔. เสยยสูตร ว่าด้วยการนอน ๔ อย่าง
" ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ไสยา (การนอน) ๔ อย่างนี้ ๔ อย่าง
เป็นไฉน คือ เปตไสยา (นอนอย่างคนตาย) ๑ กามโภคีไสยา (นอนอย่าง
คนบริโภคกาม) ๑ สีหไสยา (นอนอย่างราชสีห์) ๑ ตถาคตไสยา (นอนอย่าง
ตถาคต) ๑
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็เปตไสยาเป็นไฉน คนตายโดยมากนอนหงาย
นี้เราเรียกว่า เปตไสยา.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็กามโภคีไสยาเป็นไฉน คนบริโภคกามโดยมาก
นอนตะแคงข้างซ้าย เราเรียกว่า กามโภคีไสยา.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สีหไสยาเป็นไฉน สีหมฤคราชย่อมสำเร็จการ
นอนข้างเบื้องขวา ซ้อนเท้าเลื่อมเท้า สอดหางเข้าในระหว่างโคนขา มันตื่น
ขึ้นแล้ว ยืดกายเบื้องหน้าแล้ว เหลียวดูกายเบื้องหลัง ถ้ามันเห็นความผิดแปลก
หรือความละปกติแห่งกาย มันย่อมเสียใจด้วยเหตุนั้น ถ้ามันไม่เห็นอะไรผิด
ปกติ มันย่อมดีใจด้วยเหตุนั้น นี้เราเรียกว่า สีหไสยา.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ตถาคตไสยาเป็นไฉน ภิกษุในธรรมวินัยนี้
สลัดจากกาม ฯลฯ บรรลุจตุตถฌาน นี้เราเรียกว่า ตถาคตไสยา.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ไสยา (การนอน) ๔ อย่างนี้แล.
จบเสยยสูตรที่ ๔
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย จตุกนิบาต เล่ม ๒ - หน้าที่ 611
อรรถกถาเสยยสูตร
พึงทราบวินิจฉัยในเสยยสูตรที่ ๔ ดังต่อไปนี้ :-
คนตายแล้ว ท่านเรียกว่า เปตะ. บทว่า อุตฺตานา เสนฺติ
ได้แก่ คนตายเหล่านั้นโดยมากนอนหงาย. อีกอย่างหนึ่ง สัตว์ที่เกิดในปิตติวิสัย
ชื่อว่า เปรต. เปรตเหล่านั้น เพราะมีเนื้อและเลือดน้อย มีกระดูกขึ้นระเกะระกะ
ไม่สามารถจะนอนตะแคงได้ จึงได้แต่นอนหงายท่าเดียว.
บทว่า อนตฺตมโน โหติ ความว่า ก็สีหมิคราช เพราะเป็นสัตว์
มีอำนาจมาก วางสองเท้าหน้าไว้ที่เท้าหลังแห่งหนึ่ง สอดหางไว้ในระหว่างขา
กำหนดโอกาสที่เท้าหน้า เท้าหลัง และหางวางอยู่ ทอดศีรษะลงบนเท้าหน้า
ทั้งสองแล้วนอนตลอดวัน เมื่อนอนหลับตื่นขึ้นก็ไม่สะดุ้งตื่น แต่ผงกศีรษะขึ้น
สังเกตโอกาสที่เท้าหน้าเป็นต้นวางอยู่ หากเคลื่อนที่ไร ๆ (ไม่อยู่อย่างเดิม)
ก็ไม่พอใจว่า นี้ไม่สมควรแก่ชาติตระกูลของเจ้าไม่สมควรแก่ความเป็นผู้กล้าหาญ
ดังนี้ จึงนอนในที่นั้นต่อไม่ออกไปแสวงหาอาหาร. บทว่า อนตฺตมโน โหติ
ท่านกล่าวหมายเอาข้อนี้. แต่เมื่ออะไร ๆ ไม่เคลื่อนที่ไป สีหมิคราชจึง
ยินดีว่า นี้สมควรแก่ชาติตระกูลของเจ้า และสมควรแก่ความเป็นผู้กล้าหาญ
ของเจ้า แล้วลุกจากที่นั้นบิดกายสลัดสร้อยคอ บันลือสีหนาท ๓ ครั้งแล้วจึง
ออกหาอาหาร. บทว่า อตฺตมโน โหติ ท่านกล่าวด้วยข้อนั้น .
จบอรรถกถาเสยยสูตรที่ ๔ "
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย จตุกนิบาต เล่ม ๒ - หน้าที่ 610
๔. เสยยสูตร ว่าด้วยการนอน ๔ อย่าง
" ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ไสยา (การนอน) ๔ อย่างนี้ ๔ อย่าง
เป็นไฉน คือ เปตไสยา (นอนอย่างคนตาย) ๑ กามโภคีไสยา (นอนอย่าง
คนบริโภคกาม) ๑ สีหไสยา (นอนอย่างราชสีห์) ๑ ตถาคตไสยา (นอนอย่าง
ตถาคต) ๑
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็เปตไสยาเป็นไฉน คนตายโดยมากนอนหงาย
นี้เราเรียกว่า เปตไสยา.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็กามโภคีไสยาเป็นไฉน คนบริโภคกามโดยมาก
นอนตะแคงข้างซ้าย เราเรียกว่า กามโภคีไสยา.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สีหไสยาเป็นไฉน สีหมฤคราชย่อมสำเร็จการ
นอนข้างเบื้องขวา ซ้อนเท้าเลื่อมเท้า สอดหางเข้าในระหว่างโคนขา มันตื่น
ขึ้นแล้ว ยืดกายเบื้องหน้าแล้ว เหลียวดูกายเบื้องหลัง ถ้ามันเห็นความผิดแปลก
หรือความละปกติแห่งกาย มันย่อมเสียใจด้วยเหตุนั้น ถ้ามันไม่เห็นอะไรผิด
ปกติ มันย่อมดีใจด้วยเหตุนั้น นี้เราเรียกว่า สีหไสยา.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ตถาคตไสยาเป็นไฉน ภิกษุในธรรมวินัยนี้
สลัดจากกาม ฯลฯ บรรลุจตุตถฌาน นี้เราเรียกว่า ตถาคตไสยา.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ไสยา (การนอน) ๔ อย่างนี้แล.
จบเสยยสูตรที่ ๔
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย จตุกนิบาต เล่ม ๒ - หน้าที่ 611
อรรถกถาเสยยสูตร
พึงทราบวินิจฉัยในเสยยสูตรที่ ๔ ดังต่อไปนี้ :-
คนตายแล้ว ท่านเรียกว่า เปตะ. บทว่า อุตฺตานา เสนฺติ
ได้แก่ คนตายเหล่านั้นโดยมากนอนหงาย. อีกอย่างหนึ่ง สัตว์ที่เกิดในปิตติวิสัย
ชื่อว่า เปรต. เปรตเหล่านั้น เพราะมีเนื้อและเลือดน้อย มีกระดูกขึ้นระเกะระกะ
ไม่สามารถจะนอนตะแคงได้ จึงได้แต่นอนหงายท่าเดียว.
บทว่า อนตฺตมโน โหติ ความว่า ก็สีหมิคราช เพราะเป็นสัตว์
มีอำนาจมาก วางสองเท้าหน้าไว้ที่เท้าหลังแห่งหนึ่ง สอดหางไว้ในระหว่างขา
กำหนดโอกาสที่เท้าหน้า เท้าหลัง และหางวางอยู่ ทอดศีรษะลงบนเท้าหน้า
ทั้งสองแล้วนอนตลอดวัน เมื่อนอนหลับตื่นขึ้นก็ไม่สะดุ้งตื่น แต่ผงกศีรษะขึ้น
สังเกตโอกาสที่เท้าหน้าเป็นต้นวางอยู่ หากเคลื่อนที่ไร ๆ (ไม่อยู่อย่างเดิม)
ก็ไม่พอใจว่า นี้ไม่สมควรแก่ชาติตระกูลของเจ้าไม่สมควรแก่ความเป็นผู้กล้าหาญ
ดังนี้ จึงนอนในที่นั้นต่อไม่ออกไปแสวงหาอาหาร. บทว่า อนตฺตมโน โหติ
ท่านกล่าวหมายเอาข้อนี้. แต่เมื่ออะไร ๆ ไม่เคลื่อนที่ไป สีหมิคราชจึง
ยินดีว่า นี้สมควรแก่ชาติตระกูลของเจ้า และสมควรแก่ความเป็นผู้กล้าหาญ
ของเจ้า แล้วลุกจากที่นั้นบิดกายสลัดสร้อยคอ บันลือสีหนาท ๓ ครั้งแล้วจึง
ออกหาอาหาร. บทว่า อตฺตมโน โหติ ท่านกล่าวด้วยข้อนั้น .
จบอรรถกถาเสยยสูตรที่ ๔ "