คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
- ton40
- ขาประจำ
- โพสต์: 372
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ก.ค. 2011, 13:50
- team: ทั่วริ่งอิสระ
- Bike: BERGAMONT
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
มีพระสูตรที่พระพุทธองค์ได้ทรงตรัส การลงโทษสัตว์นรกของนายนิรยบาล มาฝากครับ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๔ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๖ มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์
พาลบัณฑิตสูตร
" ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่พระวิหารเชตวัน อารามของ
อนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี สมัยนั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียก
ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระดำรัสแล้ว ฯ
พระผู้มีพระภาคได้ตรัสดังนี้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ลักษณะ
เครื่องหมาย เครื่องอ้าง ว่าเป็นพาลของคนพาลนี้มี ๓ อย่าง ๓ อย่างเป็นไฉน
ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนพาลในโลกนี้มักคิดความคิดที่ชั่ว มักพูดคำพูดที่ชั่ว มักทำ
การทำที่ชั่ว ถ้าคนพาลจักไม่เป็นผู้คิดความคิดที่ชั่ว พูดคำพูดที่ชั่ว และทำการ
ทำที่ชั่ว บัณฑิตพวกไหนจะพึงรู้จักเขาได้ว่า ผู้นี้เป็นคนพาล เป็นอสัตบุรุษ
เพราะคนพาลมักคิดความคิดที่ชั่ว มักพูดคำพูดที่ชั่ว และมักทำการทำที่ชั่ว ฉะนั้น
พวกบัณฑิตจึงรู้ได้ว่า นี่เป็นคนพาล เป็นอสัตบุรุษ ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนพาล
นั้นนั่นแล ย่อมเสวยทุกข์โทมนัส ๓ อย่างในปัจจุบัน ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าคนพาลนั่งในสภาก็ดี ริมถนนรถก็ดี
ริมทางสามแพร่งก็ดี ชนในที่นั้นๆ จะพูดถ้อยคำที่พอเหมาะพอสมแก่เขา ถ้าคน
พาลมักเป็นผู้ทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วง มักถือเอาสิ่งของที่เจ้าของมิได้ให้ มักประพฤติผิดในกาม
มักพูดเท็จ มีปรกติตั้งอยู่ในความประมาทเพราะดื่มน้ำเมาคือสุราและเมรัย
ในเรื่องที่ชนพูดถ้อยคำที่พอเหมาะพอสมแก่เขานั้นแล คนพาลจะมี
ความรู้สึกอย่างนี้ว่า ปรกติเหล่านั้นมีอยู่ในเรา และเราก็ปรากฏในปรกติเหล่านั้น
ด้วย ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนพาลย่อมเสวยทุกข์ โทมนัสข้อที่หนึ่งดังนี้ในปัจจุบัน ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ประการอื่นยังมีอีก คนพาลเห็นราชา
ทั้งหลายจับโจรผู้ประพฤติผิดมาแล้ว สั่งลงกรรมกรณ์ต่างชนิด คือ
(๑) โบยด้วยแส้บ้าง
(๒) โบยด้วยหวายบ้าง
(๓) ตีด้วยตะบองสั้นบ้าง
(๔) ตัดมือบ้าง
(๕) ตัดเท้าบ้าง
(๖) ตัดทั้งมือทั้งเท้าบ้าง
(๗) ตัดหูบ้าง
(๘) ตัดจมูกบ้าง
(๙) ตัดทั้งหูทั้งจมูกบ้าง
(๑๐) ลงกรรมกรณ์วิธี หม้อเคี่ยวน้ำส้ม บ้าง
(๑๑) ลงกรรมกรณ์วิธี ขอดสังข์ บ้าง
(๑๒) ลงกรรมกรณ์วิธี ปากราหู บ้าง
(๑๓) ลงกรรมกรณ์วิธี มาลัยไฟ บ้าง
(๑๔) ลงกรรมกรณ์วิธี คบมือ บ้าง
(๑๕) ลงกรรมกรณ์วิธี ริ้วส่าย บ้าง
(๑๖) ลงกรรมกรณ์วิธี นุ่งเปลือกไม้ บ้าง
(๑๗) ลงกรรมกรณ์วิธี ยืนกวาง บ้าง
(๑๘) ลงกรรมกรณ์วิธี เกี่ยวเหยื่อเบ็ด บ้าง
(๑๙) ลงกรรมกรณ์วิธี เหรียญกษาปณ์ บ้าง
(๒๐) ลงกรรมกรณ์วิธี แปรงแสบ บ้าง
(๒๑) ลงกรรมกรณ์วิธี กางเวียน บ้าง
(๒๒) ลงกรรมกรณ์วิธี ตั่งฟาง บ้าง
(๒๓) ราดด้วยน้ำมันเดือดๆ บ้าง
(๒๔) ให้สุนัขทึ้งบ้าง
(๒๕) ให้นอนหงายบนหลาวทั้งเป็นๆ บ้าง
(๒๖) ตัดศีรษะด้วยดาบบ้าง
ในขณะที่เห็นนั้น คนพาลจะมีความรู้สึกอย่างนี้ว่า เพราะเหตุแห่งกรรมชั่วปานใด
แล ราชาทั้งหลายจึงจับโจรผู้ประพฤติผิดมาแล้ว สั่งลงกรรมกรณ์ต่างชนิด คือ
โบยด้วยแส้บ้าง ฯลฯ ตัดศีรษะด้วยดาบบ้าง ก็ปรกติเหล่านั้นมีอยู่ในเรา และเรา
ก็ปรากฏในปรกติเหล่านั้นด้วย ถ้าแม้ราชาทั้งหลายรู้จักเรา ก็จะจับเราแล้วสั่งลง
กรรมกรณ์ต่างชนิด คือ โบยด้วยแส้บ้าง ฯลฯ ให้นอนหงายบนหลาวทั้งเป็นๆ
บ้าง ตัดศีรษะด้วยดาบบ้าง ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนพาลย่อมเสวยทุกข์โทมนัสข้อ
ที่สองแม้ดังนี้ในปัจจุบัน ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ประการอื่นยังมีอีก กรรมลามกที่คนพาลทำ
ไว้ในก่อน คือ กายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต ย่อมปกคลุม ครอบงำคนพาล
ผู้อยู่บนตั่ง หรือบนเตียง หรือนอนบนพื้นดินในสมัยนั้น เปรียบเหมือนเงายอด
ภูเขาใหญ่ ย่อมปกคลุม ครอบงำแผ่นดินในสมัยเวลาเย็น ฉันใด ดูกรภิกษุ
ทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกันแล กรรมลามกที่คนพาลทำไว้ในก่อน คือ กายทุจริต
วจีทุจริต มโนทุจริต ย่อมปกคลุม ครอบงำคนพาลผู้อยู่บนตั่ง หรือบนเตียง
หรือนอนบนพื้นดินในสมัยนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในสมัยนั้น คนพาลจะมี
ความรู้สึกอย่างนี้ว่า เราไม่ได้ทำความดี ไม่ได้ทำกุศล ไม่ได้ทำเครื่องป้องกัน
ความหวาดกลัวไว้ ทำแต่ความชั่ว ทำแต่ความร้าย ทำแต่ความเลว ละโลกนี้
ไปแล้ว จะไปสู่คติของคนที่ไม่ได้ทำความดี ไม่ได้ทำกุศล ไม่ได้ทำเครื่องป้อง
กันความหวาดกลัวไว้ ซึ่งทำแต่ความชั่ว ความร้าย และความเลว เป็นกำหนด
คนพาลนั้นย่อมเศร้าโศก ลำบากใจ คร่ำครวญ ร่ำไห้ ทุ่มอก ถึงความหลงพร้อม
ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนพาลย่อมเสวยทุกข์โทมนัสข้อที่สามดังนี้แลในปัจจุบัน ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนพาลนั้นนั่นแลประพฤติทุจริต ทางกาย
ทางวาจา ทางใจแล้ว เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลเมื่อจะกล่าวถึงอบาย ซึ่งเขาพูดหมายถึงนรกนั่นแลโดย
ชอบ พึงกล่าวได้ว่าเป็นสถานที่ไม่น่าปรารถนา ไม่น่าใคร่ ไม่น่าพอใจส่วนเดียว
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพียงเท่านี้แม้จะเปรียบอุปมาจนถึงนรกเป็นทุกข์ ก็ไม่ใช่
ง่ายนัก ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหล่านายนิรยบาลจะให้คนพาลนั้นกระทำ
เหตุชื่อการจำ ๕ ประการคือ ตรึงตะปูเหล็กแดงที่มือข้างที่ ๑ ข้างที่ ๒ ที่เท้า
ข้างที่ ๑ ข้างที่ ๒ และที่ทรวงอกตรงกลาง คนพาลนั้นจะเสวยเวทนาอันเป็น
ทุกข์กล้า เจ็บแสบ อยู่ในนรกนั้น และยังไม่ตายตราบเท่าบาปกรรมยังไม่สิ้นสุด ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหล่านายนิรยบาลจะจับคนพาลนั้นขึงพืดแล้วเอาผึ่ง
ถาก คนพาลนั้นจะเสวยเวทนาอันเป็นทุกข์กล้า เจ็บแสบอยู่ในนรกนั้น และยัง
ไม่ตายตราบเท่าบาปกรรมยังไม่สิ้นสุด ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหล่านายนิรยบาลจะจับคนพาลนั้นเอาเท้าขึ้นข้างบน
เอาหัวลงข้างล่างแล้วถากด้วยพร้า คนพาลนั้นจะเสวยเวทนาอันเป็นทุกข์กล้า เจ็บ
แสบ อยู่ในนรกนั้น และยังไม่ตายตราบเท่าบาปกรรมยังไม่สิ้นสุด ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหล่านายนิรยบาลจะเอาคนพาลนั้นเทียมรถแล้ว ให้
วิ่งกลับไปกลับมาบนแผ่นดินที่มีไฟติดทั่ว ลุกโพลงโชติช่วง คนพาลนั้นจะเสวย
เวทนาอันเป็นทุกข์กล้า เจ็บแสบ อยู่ในนรกนั้น และยังไม่ตายตราบเท่าบาป
กรรมยังไม่สิ้นสุด ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหล่านายนิรยบาลจะให้คนพาลนั้นปีนขึ้นปีนลงซึ่ง
ภูเขาถ่านเพลิงลูกใหญ่ที่มีไฟติดทั่ว ลุกโพลง โชติช่วง คนพาลนั้นจะเสวย
เวทนาอันเป็นทุกข์กล้า เจ็บแสบ อยู่ในนรกนั้น และยังไม่ตายตราบเท่าบาป
กรรมยังไม่สิ้นสุด ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหล่านายนิรยบาลจะจับคนพาลนั้นเอาเท้าขึ้นข้างบน
เอาหัวลงข้างล่าง แล้วพุ่งลงไปในหม้อทองแดงที่ร้อนมีไฟติดทั่ว ลุกโพลง
โชติช่วง คนพาลนั้นจะเดือดเป็นฟองอยู่ในหม้อทองแดงนั้น เขาเมื่อเดือดเป็น
ฟองอยู่ จะพล่านขึ้นข้างบนครั้งหนึ่งบ้าง พล่านลงข้างล่างครั้งหนึ่งบ้าง พล่านไป
ด้านขวาครั้งหนึ่งบ้าง จะเสวยเวทนาอันเป็นทุกข์กล้า เจ็บแสบ อยู่ในหม้อ
ทองแดงนั้น และยังไม่ตายตราบเท่าบาปกรรมยังไม่สิ้นสุด ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหล่านายนิรยบาลจะโยนคนพาลนั้นเข้าไปในมหานรก
ก็มหานรกนั้นแล
มีสี่มุมสี่ประตูแบ่งไว้โดยส่วนเท่ากันมีกำแพงเหล็กล้อมรอบ
ครอบไว้ด้วยแผ่นเหล็ก พื้นของนรกใหญ่นั้นล้วนแล้วด้วยเหล็ก
ลุกโพลงประกอบด้วยไฟ แผ่ไปตลอดร้อยโยชน์รอบด้าน
ประดิษฐานอยู่ทุกเมื่อ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวเรื่องนรกแม้โดยอเนกปริยายแล เพียงเท่านี้
จะกล่าวให้ถึงกระทั่งนรกเป็นทุกข์ไม่ใช่ทำได้ง่าย ฯ"
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๔ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๖ มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์
พาลบัณฑิตสูตร
" ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่พระวิหารเชตวัน อารามของ
อนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี สมัยนั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียก
ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระดำรัสแล้ว ฯ
พระผู้มีพระภาคได้ตรัสดังนี้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ลักษณะ
เครื่องหมาย เครื่องอ้าง ว่าเป็นพาลของคนพาลนี้มี ๓ อย่าง ๓ อย่างเป็นไฉน
ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนพาลในโลกนี้มักคิดความคิดที่ชั่ว มักพูดคำพูดที่ชั่ว มักทำ
การทำที่ชั่ว ถ้าคนพาลจักไม่เป็นผู้คิดความคิดที่ชั่ว พูดคำพูดที่ชั่ว และทำการ
ทำที่ชั่ว บัณฑิตพวกไหนจะพึงรู้จักเขาได้ว่า ผู้นี้เป็นคนพาล เป็นอสัตบุรุษ
เพราะคนพาลมักคิดความคิดที่ชั่ว มักพูดคำพูดที่ชั่ว และมักทำการทำที่ชั่ว ฉะนั้น
พวกบัณฑิตจึงรู้ได้ว่า นี่เป็นคนพาล เป็นอสัตบุรุษ ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนพาล
นั้นนั่นแล ย่อมเสวยทุกข์โทมนัส ๓ อย่างในปัจจุบัน ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าคนพาลนั่งในสภาก็ดี ริมถนนรถก็ดี
ริมทางสามแพร่งก็ดี ชนในที่นั้นๆ จะพูดถ้อยคำที่พอเหมาะพอสมแก่เขา ถ้าคน
พาลมักเป็นผู้ทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วง มักถือเอาสิ่งของที่เจ้าของมิได้ให้ มักประพฤติผิดในกาม
มักพูดเท็จ มีปรกติตั้งอยู่ในความประมาทเพราะดื่มน้ำเมาคือสุราและเมรัย
ในเรื่องที่ชนพูดถ้อยคำที่พอเหมาะพอสมแก่เขานั้นแล คนพาลจะมี
ความรู้สึกอย่างนี้ว่า ปรกติเหล่านั้นมีอยู่ในเรา และเราก็ปรากฏในปรกติเหล่านั้น
ด้วย ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนพาลย่อมเสวยทุกข์ โทมนัสข้อที่หนึ่งดังนี้ในปัจจุบัน ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ประการอื่นยังมีอีก คนพาลเห็นราชา
ทั้งหลายจับโจรผู้ประพฤติผิดมาแล้ว สั่งลงกรรมกรณ์ต่างชนิด คือ
(๑) โบยด้วยแส้บ้าง
(๒) โบยด้วยหวายบ้าง
(๓) ตีด้วยตะบองสั้นบ้าง
(๔) ตัดมือบ้าง
(๕) ตัดเท้าบ้าง
(๖) ตัดทั้งมือทั้งเท้าบ้าง
(๗) ตัดหูบ้าง
(๘) ตัดจมูกบ้าง
(๙) ตัดทั้งหูทั้งจมูกบ้าง
(๑๐) ลงกรรมกรณ์วิธี หม้อเคี่ยวน้ำส้ม บ้าง
(๑๑) ลงกรรมกรณ์วิธี ขอดสังข์ บ้าง
(๑๒) ลงกรรมกรณ์วิธี ปากราหู บ้าง
(๑๓) ลงกรรมกรณ์วิธี มาลัยไฟ บ้าง
(๑๔) ลงกรรมกรณ์วิธี คบมือ บ้าง
(๑๕) ลงกรรมกรณ์วิธี ริ้วส่าย บ้าง
(๑๖) ลงกรรมกรณ์วิธี นุ่งเปลือกไม้ บ้าง
(๑๗) ลงกรรมกรณ์วิธี ยืนกวาง บ้าง
(๑๘) ลงกรรมกรณ์วิธี เกี่ยวเหยื่อเบ็ด บ้าง
(๑๙) ลงกรรมกรณ์วิธี เหรียญกษาปณ์ บ้าง
(๒๐) ลงกรรมกรณ์วิธี แปรงแสบ บ้าง
(๒๑) ลงกรรมกรณ์วิธี กางเวียน บ้าง
(๒๒) ลงกรรมกรณ์วิธี ตั่งฟาง บ้าง
(๒๓) ราดด้วยน้ำมันเดือดๆ บ้าง
(๒๔) ให้สุนัขทึ้งบ้าง
(๒๕) ให้นอนหงายบนหลาวทั้งเป็นๆ บ้าง
(๒๖) ตัดศีรษะด้วยดาบบ้าง
ในขณะที่เห็นนั้น คนพาลจะมีความรู้สึกอย่างนี้ว่า เพราะเหตุแห่งกรรมชั่วปานใด
แล ราชาทั้งหลายจึงจับโจรผู้ประพฤติผิดมาแล้ว สั่งลงกรรมกรณ์ต่างชนิด คือ
โบยด้วยแส้บ้าง ฯลฯ ตัดศีรษะด้วยดาบบ้าง ก็ปรกติเหล่านั้นมีอยู่ในเรา และเรา
ก็ปรากฏในปรกติเหล่านั้นด้วย ถ้าแม้ราชาทั้งหลายรู้จักเรา ก็จะจับเราแล้วสั่งลง
กรรมกรณ์ต่างชนิด คือ โบยด้วยแส้บ้าง ฯลฯ ให้นอนหงายบนหลาวทั้งเป็นๆ
บ้าง ตัดศีรษะด้วยดาบบ้าง ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนพาลย่อมเสวยทุกข์โทมนัสข้อ
ที่สองแม้ดังนี้ในปัจจุบัน ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ประการอื่นยังมีอีก กรรมลามกที่คนพาลทำ
ไว้ในก่อน คือ กายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต ย่อมปกคลุม ครอบงำคนพาล
ผู้อยู่บนตั่ง หรือบนเตียง หรือนอนบนพื้นดินในสมัยนั้น เปรียบเหมือนเงายอด
ภูเขาใหญ่ ย่อมปกคลุม ครอบงำแผ่นดินในสมัยเวลาเย็น ฉันใด ดูกรภิกษุ
ทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกันแล กรรมลามกที่คนพาลทำไว้ในก่อน คือ กายทุจริต
วจีทุจริต มโนทุจริต ย่อมปกคลุม ครอบงำคนพาลผู้อยู่บนตั่ง หรือบนเตียง
หรือนอนบนพื้นดินในสมัยนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในสมัยนั้น คนพาลจะมี
ความรู้สึกอย่างนี้ว่า เราไม่ได้ทำความดี ไม่ได้ทำกุศล ไม่ได้ทำเครื่องป้องกัน
ความหวาดกลัวไว้ ทำแต่ความชั่ว ทำแต่ความร้าย ทำแต่ความเลว ละโลกนี้
ไปแล้ว จะไปสู่คติของคนที่ไม่ได้ทำความดี ไม่ได้ทำกุศล ไม่ได้ทำเครื่องป้อง
กันความหวาดกลัวไว้ ซึ่งทำแต่ความชั่ว ความร้าย และความเลว เป็นกำหนด
คนพาลนั้นย่อมเศร้าโศก ลำบากใจ คร่ำครวญ ร่ำไห้ ทุ่มอก ถึงความหลงพร้อม
ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนพาลย่อมเสวยทุกข์โทมนัสข้อที่สามดังนี้แลในปัจจุบัน ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนพาลนั้นนั่นแลประพฤติทุจริต ทางกาย
ทางวาจา ทางใจแล้ว เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลเมื่อจะกล่าวถึงอบาย ซึ่งเขาพูดหมายถึงนรกนั่นแลโดย
ชอบ พึงกล่าวได้ว่าเป็นสถานที่ไม่น่าปรารถนา ไม่น่าใคร่ ไม่น่าพอใจส่วนเดียว
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพียงเท่านี้แม้จะเปรียบอุปมาจนถึงนรกเป็นทุกข์ ก็ไม่ใช่
ง่ายนัก ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหล่านายนิรยบาลจะให้คนพาลนั้นกระทำ
เหตุชื่อการจำ ๕ ประการคือ ตรึงตะปูเหล็กแดงที่มือข้างที่ ๑ ข้างที่ ๒ ที่เท้า
ข้างที่ ๑ ข้างที่ ๒ และที่ทรวงอกตรงกลาง คนพาลนั้นจะเสวยเวทนาอันเป็น
ทุกข์กล้า เจ็บแสบ อยู่ในนรกนั้น และยังไม่ตายตราบเท่าบาปกรรมยังไม่สิ้นสุด ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหล่านายนิรยบาลจะจับคนพาลนั้นขึงพืดแล้วเอาผึ่ง
ถาก คนพาลนั้นจะเสวยเวทนาอันเป็นทุกข์กล้า เจ็บแสบอยู่ในนรกนั้น และยัง
ไม่ตายตราบเท่าบาปกรรมยังไม่สิ้นสุด ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหล่านายนิรยบาลจะจับคนพาลนั้นเอาเท้าขึ้นข้างบน
เอาหัวลงข้างล่างแล้วถากด้วยพร้า คนพาลนั้นจะเสวยเวทนาอันเป็นทุกข์กล้า เจ็บ
แสบ อยู่ในนรกนั้น และยังไม่ตายตราบเท่าบาปกรรมยังไม่สิ้นสุด ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหล่านายนิรยบาลจะเอาคนพาลนั้นเทียมรถแล้ว ให้
วิ่งกลับไปกลับมาบนแผ่นดินที่มีไฟติดทั่ว ลุกโพลงโชติช่วง คนพาลนั้นจะเสวย
เวทนาอันเป็นทุกข์กล้า เจ็บแสบ อยู่ในนรกนั้น และยังไม่ตายตราบเท่าบาป
กรรมยังไม่สิ้นสุด ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหล่านายนิรยบาลจะให้คนพาลนั้นปีนขึ้นปีนลงซึ่ง
ภูเขาถ่านเพลิงลูกใหญ่ที่มีไฟติดทั่ว ลุกโพลง โชติช่วง คนพาลนั้นจะเสวย
เวทนาอันเป็นทุกข์กล้า เจ็บแสบ อยู่ในนรกนั้น และยังไม่ตายตราบเท่าบาป
กรรมยังไม่สิ้นสุด ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหล่านายนิรยบาลจะจับคนพาลนั้นเอาเท้าขึ้นข้างบน
เอาหัวลงข้างล่าง แล้วพุ่งลงไปในหม้อทองแดงที่ร้อนมีไฟติดทั่ว ลุกโพลง
โชติช่วง คนพาลนั้นจะเดือดเป็นฟองอยู่ในหม้อทองแดงนั้น เขาเมื่อเดือดเป็น
ฟองอยู่ จะพล่านขึ้นข้างบนครั้งหนึ่งบ้าง พล่านลงข้างล่างครั้งหนึ่งบ้าง พล่านไป
ด้านขวาครั้งหนึ่งบ้าง จะเสวยเวทนาอันเป็นทุกข์กล้า เจ็บแสบ อยู่ในหม้อ
ทองแดงนั้น และยังไม่ตายตราบเท่าบาปกรรมยังไม่สิ้นสุด ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหล่านายนิรยบาลจะโยนคนพาลนั้นเข้าไปในมหานรก
ก็มหานรกนั้นแล
มีสี่มุมสี่ประตูแบ่งไว้โดยส่วนเท่ากันมีกำแพงเหล็กล้อมรอบ
ครอบไว้ด้วยแผ่นเหล็ก พื้นของนรกใหญ่นั้นล้วนแล้วด้วยเหล็ก
ลุกโพลงประกอบด้วยไฟ แผ่ไปตลอดร้อยโยชน์รอบด้าน
ประดิษฐานอยู่ทุกเมื่อ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวเรื่องนรกแม้โดยอเนกปริยายแล เพียงเท่านี้
จะกล่าวให้ถึงกระทั่งนรกเป็นทุกข์ไม่ใช่ทำได้ง่าย ฯ"
- Saturn Sky
- ขาประจำ
- โพสต์: 40184
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ธ.ค. 2008, 17:24
- Tel: ☎ หมดเวลา 555+☎
- team: ช่วงสับสน555
- Bike: ★จำยี่ห้อไม่ได้อ่ะ5555..•
- ตำแหน่ง: secret
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
เปล่า"หยิ่ง"!!! แค่ นิ่ง ดูเชิง
- Saturn Sky
- ขาประจำ
- โพสต์: 40184
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ธ.ค. 2008, 17:24
- Tel: ☎ หมดเวลา 555+☎
- team: ช่วงสับสน555
- Bike: ★จำยี่ห้อไม่ได้อ่ะ5555..•
- ตำแหน่ง: secret
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
ton40 เขียน:สัตว์ที่เกิดแล้วมีอัตภาพร่างกายใหญ่โตทันที ที่เรียกว่า โอปปาติกะ นั้นมี 2 จำพวกคือ โอปปาติกะที่เกิดในกามภูมิ กับโอปปาติกะที่เกิดในรูปภูมิSaturn Sky เขียน:สัตว์ที่เกิดขึ้นโตทีเดียวโดยแน่นอนมีกี่จำพวก? คืออะไรบ้าง?![]()
1.โอปปาติกะ ที่เกิดในกามภูมิ ได้แก่ สัตว์นรก เปรต อสุรกาย มนุษย์ในสมัยต้นกัปป์ เทวดาชั้นต่างๆ
2.โอปปาติกะ ที่เกิดในรูปภูมิ ได้แก่ รูปพรหม 16 ชั้น
หืออออ..มีผู้ใจดีที่สุดมาตอบจนได้แหละนะ คิดว่าจะปุจฉารอเก้อซะแล้ว ขอบคุณค่ะ
เปล่า"หยิ่ง"!!! แค่ นิ่ง ดูเชิง
- Saturn Sky
- ขาประจำ
- โพสต์: 40184
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ธ.ค. 2008, 17:24
- Tel: ☎ หมดเวลา 555+☎
- team: ช่วงสับสน555
- Bike: ★จำยี่ห้อไม่ได้อ่ะ5555..•
- ตำแหน่ง: secret
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
ขออนุญาติเพิ่มเติมต่อจากคุณต้นนะคะSaturn Sky เขียน:สัตว์ที่เกิดขึ้นโตทีเดียวโดยแน่นอนมีกี่จำพวก? คืออะไรบ้าง?![]()
วิสัชชนา...สัตว์ที่เป็นโอปปาติกกำเนิดได้อย่างเดียวมี 24 จำพวกคือ
1.สัตว์นรก๑
2.นิชณามตัณหิกเปรต๑
3.เทวดาที่อยู่ในชั้นจาตุมหาราชิกา๑ (เว้นภูมมัฏเทวดา)
4.เทวดาที่อยู่ในเทวภูมิเบื้องบน๕
5.รูปพรหม๑๖
อภิธรรมมิกะตรี ปริจเฉทที่๖
เปล่า"หยิ่ง"!!! แค่ นิ่ง ดูเชิง
- Saturn Sky
- ขาประจำ
- โพสต์: 40184
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ธ.ค. 2008, 17:24
- Tel: ☎ หมดเวลา 555+☎
- team: ช่วงสับสน555
- Bike: ★จำยี่ห้อไม่ได้อ่ะ5555..•
- ตำแหน่ง: secret
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
ปจุฉา....สมุฏฐาน แปลว่า ธรรที่เป็นเหตุให้รูปเกิด มี กี่จำพวก อะไรบ้าง?

เปล่า"หยิ่ง"!!! แค่ นิ่ง ดูเชิง
- sakalot
- ขาประจำ
- โพสต์: 55569
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ต.ค. 2009, 15:20
- Tel: Inferno Call☎
- team: ...endless team.. ☭....
- Bike: La blackline...& JaVa Team ♫ ♬ ♪ ♩
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
สมุฏฐานที่ทำให้เกิดรูปมี ๔ คือ กรรม จิต อุตุ อาหารSaturn Sky เขียน:ปจุฉา....สมุฏฐาน แปลว่า ธรรที่เป็นเหตุให้รูปเกิด มี กี่จำพวก อะไรบ้าง?![]()
ในสมุฏฐานของอาการ ๔๒ แสดงไว้ว่า
๑. สสัมภารปฐวี ๒๐ อาการนั้น เฉพาะ อุทฺริยํ อาหารใหม่ กรีสํ อาหารเก่า รวม ๒ อาการ
นี้ มีอุตุเป็นสมุฏฐานแต่อย่างเดียว ส่วนที่เหลืออีก ๑๘ อาการนั้น มีสมุฏฐานทั้ง ๔
๒. สสัมภารอาโป ๑๒ อาการนั้น เฉพาะ ปุพฺโพ น้ำหนอง, มุตฺตํ น้ำมูตร รวม ๒ อาการนี้
มีอุตุเป็นสมุฏฐานแต่อย่างเดียว เสโท เหงื่อ, อสฺสุ น้ำตา, เขโฬ น้ำลาย, สิงฺฆาณิกา
น้ำมูก, รวม ๔ อาการ นี้มีจิตกับอุตุเป็นสมุฏฐาน คือ มี สมุฏฐาน ๒ อย่าง ส่วนที่
เหลืออีก ๖ อาการนั้น มีสมุฏฐานทั้ง ๔
๓. สสัมภารเตโช ๔ อาการนั้น เฉพาะปาจกเตโช ไฟที่ย่อยอาหาร (ไฟธาตุ) นี้ มีกรรม
เป็นสมุฏฐานแต่อย่างเดียว ส่วนที่เหลืออีก ๓ คือ อุสมาเตโช ชิรณเตโช สนฺตาปน
เตโช นั้นมีสมุฏฐานทั้ง ๔
๔. สสัมภารวาโย ๖ อาการนั้น เฉพาะ อสฺสาสปสฺสาสวาโย ลมหายใจเข้า หายใจออก
มีจิตเป็นสมุฏฐานแต่อย่างเดียว ส่วนที่เหลืออีก ๕ อาการนั้น มีสมุฏฐานทั้ง ๔
จากเนื้อหาตรงส่วนที่ขีดเส้นใต้และตัวหนาที่ว่ามีสมุฏฐาน 2 บ้าง 4 บ้าง ยก
ตัวอย่างเช่น เสโท เหงื่อ, อสฺสุ น้ำตา, เขโฬ น้ำลาย, สิงฺฆาณิกา น้ำมูก, รวม ๔
อาการ นี้ มีจิตกับอุตุเป็นสมุฏฐาน คือ มีสมุฏฐาน ๒ อย่าง
ตามความเข้าใจหมายถึงว่า เหงื่อ, น้ำตา และอื่นๆ ดังที่กล่าวเหล่านี้ เกิดจากจิต
เป็นสมุฏฐานก็ได้ หรือเกิดจากอุตุเป็นสมุฏฐานก็ได้ เช่น ในบางครั้งเหงื่อออก ก็อาจ
เกิดจากจิตเป็นสมุฏฐาน อย่างเช่นเวลาที่ตื่นเต้น หรือบางครั้งเหงื่อออกก็อาจเกิดจาก
อุตุเป็นสมุฏฐาน เช่น เวลาร้อนอบอ้าว เข้าใจเช่นนี้ถูกต้องหรือไม่ครับ
และตรงส่วนต่อไปที่ว่า ส่วนที่เหลืออีก ๖ อาการนั้น มีสมุฏฐานทั้ง ๔ หมายความ
ว่าใน 6 อาการนั้น เวลาที่อาการใดอาการหนึ่งเกิดขึ้น เกิดจากกรรมก็ได้ จิตก็ได้ อุตุ
ก็ได้ อาหารก็ได้ เข้าใจอย่างนี้ใช่หรือไม่ครับ หรือหมายความว่าแต่ละอาการจะต้อง
ประกอบด้วยสมุฏฐานทั้ง 4 จึงจะเกิดขึ้นได้ครับ
❤..ต้องใช้หินสองก้อนถึงจะเกิดไฟได้.....ไม่อาจขาดไป แม้เพียงก้อนใดก้อนหนึ่ง....
*..จะเดินเคียงข้างกัน ตลอดไป..*♡♡ ♡☀
♂➸....สู้ต่อไป ทาเคชิ....★♡
*..จะเดินเคียงข้างกัน ตลอดไป..*♡♡ ♡☀
♂➸....สู้ต่อไป ทาเคชิ....★♡
- sakalot
- ขาประจำ
- โพสต์: 55569
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ต.ค. 2009, 15:20
- Tel: Inferno Call☎
- team: ...endless team.. ☭....
- Bike: La blackline...& JaVa Team ♫ ♬ ♪ ♩
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
...อาจารย์ที่วัดเป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน...อาจารย์บอกว่าโรคเกิดจากกรรม ต้องแก้ด้วยกรรม.....
❤..ต้องใช้หินสองก้อนถึงจะเกิดไฟได้.....ไม่อาจขาดไป แม้เพียงก้อนใดก้อนหนึ่ง....
*..จะเดินเคียงข้างกัน ตลอดไป..*♡♡ ♡☀
♂➸....สู้ต่อไป ทาเคชิ....★♡
*..จะเดินเคียงข้างกัน ตลอดไป..*♡♡ ♡☀
♂➸....สู้ต่อไป ทาเคชิ....★♡
- ton40
- ขาประจำ
- โพสต์: 372
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ก.ค. 2011, 13:50
- team: ทั่วริ่งอิสระ
- Bike: BERGAMONT
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
เห็นด้วยคน ครับ...sakalot เขียน:...อาจารย์ที่วัดเป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน...อาจารย์บอกว่าโรคเกิดจากกรรม ต้องแก้ด้วยกรรม.....![]()
- sakalot
- ขาประจำ
- โพสต์: 55569
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ต.ค. 2009, 15:20
- Tel: Inferno Call☎
- team: ...endless team.. ☭....
- Bike: La blackline...& JaVa Team ♫ ♬ ♪ ♩
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
ton40 เขียน:เห็นด้วยคน ครับ...sakalot เขียน:...อาจารย์ที่วัดเป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน...อาจารย์บอกว่าโรคเกิดจากกรรม ต้องแก้ด้วยกรรม.....![]()
❤..ต้องใช้หินสองก้อนถึงจะเกิดไฟได้.....ไม่อาจขาดไป แม้เพียงก้อนใดก้อนหนึ่ง....
*..จะเดินเคียงข้างกัน ตลอดไป..*♡♡ ♡☀
♂➸....สู้ต่อไป ทาเคชิ....★♡
*..จะเดินเคียงข้างกัน ตลอดไป..*♡♡ ♡☀
♂➸....สู้ต่อไป ทาเคชิ....★♡
- ton40
- ขาประจำ
- โพสต์: 372
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ก.ค. 2011, 13:50
- team: ทั่วริ่งอิสระ
- Bike: BERGAMONT
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
ได้ไปพบข้อความที่เขาจัด มงคล 38 ประการ ให้เป็นหมวดหมู่อย่างน่าสนใจ จึงนำมาฝาก ครับ
" มงคลชีวิต 38 ประการ
มงคลหมู่ที่ 1 ฝึกให้เป็นคนดี
มงคลที่ 1 ไม่คบคนพาล
มงคลที่ 2 คบบัณฑิต
มงคลที่ 3 บูชาบุคคลที่ควรบูชา
มงคลหมู่ที่ 2 สร้างความพร้อมในการฝึกตนเอง
มงคลที่ 4 อยู่ในถิ่นที่เหมาะสม
มงคลที่ 5 มีบุญวาสนามาก่อน
มงคลที่ 6 ตั้งตนไว้ชอบ
มงคลหมู่ที่ 3 ฝึกตนให้เป็นคนมีประโยชน์
มงคลที่ 7 พหูสูต
มงคลที่ 8 มีศิลปะ
มงคลที่ 9 มีวินัย
มงคลที่ 10 มีวาจาสุภาษิต
มงคลหมู่ที่ 4 บำเพ็ญประโยชน์ต่อครอบครัว
มงคลที่ 11 บำรุงบิดา-มารดา
มงคลที่ 12 เลี้ยงดูบุตร
มงคลที่ 13 สงเคราะห์ภรรยา-สามี
มงคลที่ 14 ทำงานไม่คั่งค้าง
มงคลหมู่ที่ 5 บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม
มงคลที่ 15 บำเพ็ญทาน
มงคลที่ 16 ประพฤติธรรม
มงคลที่ 17 สงเคราะห์ญาติ
มงคลที่ 18 ทำงานที่ไม่มีโทษ
มงคลหมู่ที่ 6 ปรับเตรียมสภาพใจให้พร้อม
มงคลที่ 19 งดเว้นจากบาป
มงคลที่ 20 สำรวมจากการดื่มน้ำเมา
มงคลที่ 21 ไม่ประมาทในธรรม
มงคลหมู่ที่ 7 การแสวงหาธรรมะเบื้องต้นใส่ตัว
มงคลที่ 22 มีความเคารพ
มงคลที่ 23 มีความถ่อมตน
มงคลที่ 24 มีความสันโดษ
มงคลที่ 25 มีความกตัญญู
มงคลที่ 26 ฟังธรรมตามกาล
มงคลหมู่ที่ 8 การแสวงหาธรรมะเบื้องสูงใส่ตัวเต็มที่
มงคลที่ 27 มีความอดทน
มงคลที่ 28 เป็นคนว่าง่าย
มงคลที่ 29 เห็นสมณะ
มงคลที่ 30 สนทนาธรรมตามกาล
มงคลหมู่ที่ 9 การฝึกภาคปฏิบัติเพื่อกำจัดกิเลสให้สิ้นไป
มงคลที่ 31 บำเพ็ญตบะ
มงคลที่ 32 ประพฤติพรหมจรรย์
มงคลที่ 33 เห็นอริยสัจ
มงคลที่ 34 ทำพระนิพพานให้แจ้ง
มงคลหมู่ที่ 10 ผลจากการปฎิบัติจนหมดกิเลส
มงคลที่ 35 จิตใจไม่หวั่นไหวในโลกธรรม
มงคลที่ 36 จิตไม่โศก
มงคลที่ 37 จิตปราศจากธุลี
มงคลที่ 38 จิตเกษม "
" มงคลชีวิต 38 ประการ
มงคลหมู่ที่ 1 ฝึกให้เป็นคนดี
มงคลที่ 1 ไม่คบคนพาล
มงคลที่ 2 คบบัณฑิต
มงคลที่ 3 บูชาบุคคลที่ควรบูชา
มงคลหมู่ที่ 2 สร้างความพร้อมในการฝึกตนเอง
มงคลที่ 4 อยู่ในถิ่นที่เหมาะสม
มงคลที่ 5 มีบุญวาสนามาก่อน
มงคลที่ 6 ตั้งตนไว้ชอบ
มงคลหมู่ที่ 3 ฝึกตนให้เป็นคนมีประโยชน์
มงคลที่ 7 พหูสูต
มงคลที่ 8 มีศิลปะ
มงคลที่ 9 มีวินัย
มงคลที่ 10 มีวาจาสุภาษิต
มงคลหมู่ที่ 4 บำเพ็ญประโยชน์ต่อครอบครัว
มงคลที่ 11 บำรุงบิดา-มารดา
มงคลที่ 12 เลี้ยงดูบุตร
มงคลที่ 13 สงเคราะห์ภรรยา-สามี
มงคลที่ 14 ทำงานไม่คั่งค้าง
มงคลหมู่ที่ 5 บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม
มงคลที่ 15 บำเพ็ญทาน
มงคลที่ 16 ประพฤติธรรม
มงคลที่ 17 สงเคราะห์ญาติ
มงคลที่ 18 ทำงานที่ไม่มีโทษ
มงคลหมู่ที่ 6 ปรับเตรียมสภาพใจให้พร้อม
มงคลที่ 19 งดเว้นจากบาป
มงคลที่ 20 สำรวมจากการดื่มน้ำเมา
มงคลที่ 21 ไม่ประมาทในธรรม
มงคลหมู่ที่ 7 การแสวงหาธรรมะเบื้องต้นใส่ตัว
มงคลที่ 22 มีความเคารพ
มงคลที่ 23 มีความถ่อมตน
มงคลที่ 24 มีความสันโดษ
มงคลที่ 25 มีความกตัญญู
มงคลที่ 26 ฟังธรรมตามกาล
มงคลหมู่ที่ 8 การแสวงหาธรรมะเบื้องสูงใส่ตัวเต็มที่
มงคลที่ 27 มีความอดทน
มงคลที่ 28 เป็นคนว่าง่าย
มงคลที่ 29 เห็นสมณะ
มงคลที่ 30 สนทนาธรรมตามกาล
มงคลหมู่ที่ 9 การฝึกภาคปฏิบัติเพื่อกำจัดกิเลสให้สิ้นไป
มงคลที่ 31 บำเพ็ญตบะ
มงคลที่ 32 ประพฤติพรหมจรรย์
มงคลที่ 33 เห็นอริยสัจ
มงคลที่ 34 ทำพระนิพพานให้แจ้ง
มงคลหมู่ที่ 10 ผลจากการปฎิบัติจนหมดกิเลส
มงคลที่ 35 จิตใจไม่หวั่นไหวในโลกธรรม
มงคลที่ 36 จิตไม่โศก
มงคลที่ 37 จิตปราศจากธุลี
มงคลที่ 38 จิตเกษม "
- sakalot
- ขาประจำ
- โพสต์: 55569
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ต.ค. 2009, 15:20
- Tel: Inferno Call☎
- team: ...endless team.. ☭....
- Bike: La blackline...& JaVa Team ♫ ♬ ♪ ♩
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
❤..ต้องใช้หินสองก้อนถึงจะเกิดไฟได้.....ไม่อาจขาดไป แม้เพียงก้อนใดก้อนหนึ่ง....
*..จะเดินเคียงข้างกัน ตลอดไป..*♡♡ ♡☀
♂➸....สู้ต่อไป ทาเคชิ....★♡
*..จะเดินเคียงข้างกัน ตลอดไป..*♡♡ ♡☀
♂➸....สู้ต่อไป ทาเคชิ....★♡
- ton40
- ขาประจำ
- โพสต์: 372
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ก.ค. 2011, 13:50
- team: ทั่วริ่งอิสระ
- Bike: BERGAMONT
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
การออกกำลังกายน่าจะจัดเป็นกรรมอย่างหนึ่ง แต่ท่านเป็นพระจึงออกกำลังกายด้วยวิธีแบบฆราวาสคงจะไม่สะดวก และพระส่วนมากท่านก็คงจะไม่ค่อยอยากจะการออกกำลังกายกัน คงเพราะกลัวถูกชาวบ้านว่า ว่าไม่สำรวม มั้งครับ....sakalot เขียน:ton40 เขียน:เห็นด้วยคน ครับ...sakalot เขียน:...อาจารย์ที่วัดเป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน...อาจารย์บอกว่าโรคเกิดจากกรรม ต้องแก้ด้วยกรรม.....![]()
......ผมว่าจะแนะนำอาจารย์ให้ออกกำลังกาย...แต่ไม่กล้าพูดครับ
![]()
- sakalot
- ขาประจำ
- โพสต์: 55569
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ต.ค. 2009, 15:20
- Tel: Inferno Call☎
- team: ...endless team.. ☭....
- Bike: La blackline...& JaVa Team ♫ ♬ ♪ ♩
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
[quote="ton40""sakalot"]
......ผมว่าจะแนะนำอาจารย์ให้ออกกำลังกาย...แต่ไม่กล้าพูดครับ
[/quote]
การออกกำลังกายน่าจะจัดเป็นกรรมอย่างหนึ่ง แต่ท่านเป็นพระจึงออกกำลังกายด้วยวิธีแบบฆราวาสคงจะไม่สะดวก และพระส่วนมากท่านก็คงจะไม่ค่อยอยากจะการออกกำลังกายกัน คงเพราะกลัวถูกชาวบ้านว่า ว่าไม่สำรวม มั้งครับ....
[/quote]
...อาจารย์อายุน้อยกว่าผม...แต่อ่อนแอกว่าผมมากเลย....เพราะท่านออกกำลังกายไม่ได้.....ตอนผมบวชผมยกของหนัก กวาด...ตัดต้นไม้....
.....
ton40 เขียน:เห็นด้วยคน ครับ...sakalot เขียน:...อาจารย์ที่วัดเป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน...อาจารย์บอกว่าโรคเกิดจากกรรม ต้องแก้ด้วยกรรม.....![]()
การออกกำลังกายน่าจะจัดเป็นกรรมอย่างหนึ่ง แต่ท่านเป็นพระจึงออกกำลังกายด้วยวิธีแบบฆราวาสคงจะไม่สะดวก และพระส่วนมากท่านก็คงจะไม่ค่อยอยากจะการออกกำลังกายกัน คงเพราะกลัวถูกชาวบ้านว่า ว่าไม่สำรวม มั้งครับ....
❤..ต้องใช้หินสองก้อนถึงจะเกิดไฟได้.....ไม่อาจขาดไป แม้เพียงก้อนใดก้อนหนึ่ง....
*..จะเดินเคียงข้างกัน ตลอดไป..*♡♡ ♡☀
♂➸....สู้ต่อไป ทาเคชิ....★♡
*..จะเดินเคียงข้างกัน ตลอดไป..*♡♡ ♡☀
♂➸....สู้ต่อไป ทาเคชิ....★♡
- ton40
- ขาประจำ
- โพสต์: 372
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ก.ค. 2011, 13:50
- team: ทั่วริ่งอิสระ
- Bike: BERGAMONT
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
บ้านผมก็เป็นบ้านไม้ชั้นเดียวเกือบ 40 ปีแล้ว ปลวกมันกินทั้งผนัง วงกบ ขื่อ แปร ซะพรุนไปหมด(40 %ได้)ต้องหาแผ่นที่ไม่ใช่ไม้มาแปะเป็นจุดๆ เหลือแต่เสา โครงสร้างบางจุด พื้นไม้ที่เป็นไม้เนื้อแข็ง ก็รอสิ้นปีช่างที่เป็นญาติกันเขาจะมาสร้างให้ใหม่ ตอนนี้ก็อยู่รวมกับปลวกเขาไปก่อน และต้องคอยดูว่าตรงไหนมันจะพังลงมา พอดีบ้านข้างๆเป็นตึก ปลวกมันเลยมาลุมสกัมบ้านผมอยู่หลังเดียว.....sakalot เขียน:...ก็เคยได้ยินมาบ้างครับ....ขอบคุณครับ...วันนี้ผิดศิลจนได้...ข้อ 1 อุตส่าห์รักษามานาน....ปลวกเล่นแทะวงกบบ้าน..แต่ก่อนก็ปัดออก ตอนนี้เล่นแทะข้างใน....ทำรังด้วย ไม่รู้จะทำยังไง...เลยฉีดไปหน่อย
...บ้านใกล้ๆกันก็ว่า เค้ากำจัดปลวกยังไงก็ไม่หมด เพราะมาจากบ้านเรา....บ้านเราไม่ยอมฆ่าปลวก
![]()
- sakalot
- ขาประจำ
- โพสต์: 55569
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ต.ค. 2009, 15:20
- Tel: Inferno Call☎
- team: ...endless team.. ☭....
- Bike: La blackline...& JaVa Team ♫ ♬ ♪ ♩
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
ton40 เขียน:บ้านผมก็เป็นบ้านไม้ชั้นเดียวเกือบ 40 ปีแล้ว ปลวกมันกินทั้งผนัง วงกบ ขื่อ แปร ซะพรุนไปหมด(40 %ได้)ต้องหาแผ่นที่ไม่ใช่ไม้มาแปะเป็นจุดๆ เหลือแต่เสา โครงสร้างบางจุด พื้นไม้ที่เป็นไม้เนื้อแข็ง ก็รอสิ้นปีช่างที่เป็นญาติกันเขาจะมาสร้างให้ใหม่ ตอนนี้ก็อยู่รวมกับปลวกเขาไปก่อน และต้องคอยดูว่าตรงไหนมันจะพังลงมา พอดีบ้านข้างๆเป็นตึก ปลวกมันเลยมาลุมสกัมบ้านผมอยู่หลังเดียว.....sakalot เขียน:...ก็เคยได้ยินมาบ้างครับ....ขอบคุณครับ...วันนี้ผิดศิลจนได้...ข้อ 1 อุตส่าห์รักษามานาน....ปลวกเล่นแทะวงกบบ้าน..แต่ก่อนก็ปัดออก ตอนนี้เล่นแทะข้างใน....ทำรังด้วย ไม่รู้จะทำยังไง...เลยฉีดไปหน่อย
...บ้านใกล้ๆกันก็ว่า เค้ากำจัดปลวกยังไงก็ไม่หมด เพราะมาจากบ้านเรา....บ้านเราไม่ยอมฆ่าปลวก
![]()
![]()
❤..ต้องใช้หินสองก้อนถึงจะเกิดไฟได้.....ไม่อาจขาดไป แม้เพียงก้อนใดก้อนหนึ่ง....
*..จะเดินเคียงข้างกัน ตลอดไป..*♡♡ ♡☀
♂➸....สู้ต่อไป ทาเคชิ....★♡
*..จะเดินเคียงข้างกัน ตลอดไป..*♡♡ ♡☀
♂➸....สู้ต่อไป ทาเคชิ....★♡