คนเกษียณ..เรียนลัด ......ทุ่งช้าง-หลวงพระบาง…บันทึกการเดินทาง...สู่ฝัน

รายงาน/รูป "สรุปทริป" จากที่ได้ปั่นมา
รูปประจำตัวสมาชิก
ศิกษก
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 มิ.ย. 2011, 18:19
Tel: 0852659940
Bike: รถถีบธรรมดา
ตำแหน่ง: กาญจนบุรี

Re: คนเกษียณ..เรียนลัด ......ทุ่งช้าง-หลวงพระบาง…บันทึกการเดินทาง...สู่ฝัน

โพสต์ โดย ศิกษก »

หรอยจังหูครับลุง
ยังกะอ่านนิยาย สุดยอดครับ ชอบๆๆๆครับ
...จะถูกจะแพง ขอให้ขามีแรงก็พอ...
I LOVE BIKE>>> I LIKE PITBULL
รูปประจำตัวสมาชิก
มัลลิกา เจริญวงศ์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 243
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 พ.ย. 2009, 10:03
Tel: 043342858
team: ไม่มี
Bike: Surly Long-Necked Trucker, Thorn Red Karen NKK

Re: คนเกษียณ..เรียนลัด ......ทุ่งช้าง-หลวงพระบาง…บันทึกการเดินทาง...สู่ฝัน

โพสต์ โดย มัลลิกา เจริญวงศ์ »

:P :P
ปรีชา โชคสมบัติ
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 77
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ก.พ. 2011, 18:02
Tel: 0814885209
team: ps. sport
Bike: khs

Re: คนเกษียณ..เรียนลัด ......ทุ่งช้าง-หลวงพระบาง…บันทึกการเดินทาง...สู่ฝัน

โพสต์ โดย ปรีชา โชคสมบัติ »

:lol: :lol: :lol: สุดยอดคุณพี่คนเกษียณ...เรียนลัด อิจฉาจังอยากไปด้วยจัง คิดไว้ 2 ปีแล้วจากปั่นจักรยานไป แต่หาเวลาไม่ได้ เลยคงต้องรอเกษียณก่อน
อีก 1 ปี คงได้มีโอกาส ขอบคุณสำหรับการเล่าประสบการณ์พร้อมภาพถ่าย ทำให้มีความรู้สึกเหมือนร่วมเดินทางไปด้วยเลย และจะจำเส้นทางนี้ไว้ เมื่อมีโอกาส จะเจริญรอยตามท่านผู้อาวุโสทั้งหลายบ้าง และถ้าในอนาคตท่าน จะออกทัวร์ที่ไหน เอิญกันบ้าง เผื่อว่าจะพอมีเวลาไปร่วมด้วย :lol: :lol: :lol:
รูปประจำตัวสมาชิก
เอส-เมอร์ริด้า
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 10763
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:41
Tel: 087-818-9071
team: Bike Joy/ทีมล้างตา/ทีมอกาลิโก
Bike: MERIDA Karahari 510, rocky moutain,แหม่ม Brompton
ติดต่อ:

Re: คนเกษียณ..เรียนลัด ......ทุ่งช้าง-หลวงพระบาง…บันทึกการเดินทาง...สู่ฝัน

โพสต์ โดย เอส-เมอร์ริด้า »

เป็นสรุปทริปที่สมบูรณ์ทั้งเนื้อหา และภาพถ่าย ชอบมากๆ การบรรยายได้น่าติดตามไม่รู้เบื่อ สำนวนการเขียนเหมือนได้สัมผัสไปด้วยเลย และสไตร์การปั่นแบบนี้ มันช่วงสุขใจเหลือคณาแล้วครับ ติดตามชมต่อภาคสองนะครับ ขอบคุณครับ
คติประจำใจ : ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
รูปประจำตัวสมาชิก
ทิวากร
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6591
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 08:24
Tel: 081-977692สอง
team: ขุนหาญทีม
Bike: เปลี่ยนเป็นเทคแล้ว

Re: คนเกษียณ..เรียนลัด ......ทุ่งช้าง-หลวงพระบาง…บันทึกการเดินทาง...สู่ฝัน

โพสต์ โดย ทิวากร »

:D ติดตามการเรียนลัด ที่น่าชมมากครับ
คุณไม่รู้หรอกว่าอะไรคือของปลอม ถ้ายังไม่เคยเห็นของจริง

บึงกาฬ-ชายแดนลาวเวียดนาม-ฮานอย..กดครับ

สำราจเส้นทางสายใหม่ ไปกัมพูชาพริบตาเดียว ชมนครวัด นครธมด้วยกัน..กดเบาๆครับ

อุ้มผาง ทีลอซู ถนนลอยฟ้า http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=267185

เวียงจันทน์-หลวงพระบาง http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=332042
ธีระพล
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1987
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 มิ.ย. 2009, 10:57
ติดต่อ:

Re: คนเกษียณ..เรียนลัด ......ทุ่งช้าง-หลวงพระบาง…บันทึกการเดินทาง...สู่ฝัน

โพสต์ โดย ธีระพล »

สวัสดีครับ คุณนู๋เล็ก มาติดตาม เรื่องทริปที่สาม ตอน ทุ่งช้าง - หลวงพระบาง ทริปนี้ภาพถ่ายเป็นธรรมชาติและคมชัดมาก ผมอ่านทุกตัวอักษรที่บรรยายในภาพ ยอดเยียมจริง ๆครับ ขอติดตามเรื่องราวผจญภัยตอนต่อไป และขอเป็นกำลังใจในทริปที่สี่ ครับ
สติคือความระลึกได้ สัมปชัญญะคือความรู้ตัว เป็นธรรมมีอุปการะอย่างยิ่ง
ถ้าหากขาดสติแล้ว ไม่ว่าทางโลกและทางธรรมจะดำเนินไปในทางที่ดีไม่ได้"
รูปประจำตัวสมาชิก
นู๋เล็ก
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1003
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ม.ค. 2011, 00:14
Tel: 0880917500
team: -
Bike: SURLY,NOBEL STAR

Re: คนเกษียณ..เรียนลัด ......ทุ่งช้าง-หลวงพระบาง…บันทึกการเดินทาง...สู่ฝัน

โพสต์ โดย นู๋เล็ก »

:D :D :D
คนเกษียณ..เรียนลัด (2) ......ทุ่งช้าง-หลวงพระบาง…บันทึกการเดินทาง...สู่ฝัน

ผมขอรายงานต่อเลยนะครับ

อุดมไซย-ปากมอง

;) ;) เช้าวันรุ่งขึ้น 11 มิ.ย.54...อาการไข้หวัดของผมเริ่มหนักขึ้นไอและมีน้ำมูกใหล พรรคพวกกองหน้าต่างทยอยปั่นกันตั้งแต่ 7 โมงเช้า
เพราะวันนี้ระยะทางไปปากมอง ค่อนข้างยาว 90 กว่า กม....



รูปภาพ รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

กองหลังสามคนวันนี้เร็วกว่าทุกวัน พวกเราทำอาหารทานกันในห้องและออกจากที่พักเวลา 8.15 น.
อย่างไรก็ตามทัวริ่งสบายๆสไตล์ อ.จารึก ก็ยังปั่นแวะเข้าไปชมเมืองอุดมไซย จนสุดถนน กว่าจะออกมาถึงสามแยกห้วยลิงก็ 9.30 น.แล้ว
การปั่นวันนี้คุยกันว่า อ.จารึกและคุณตู่...จะปั่นล่วงหน้าไปก่อนและจะหยุดรอผมทุกๆ 10 กม. ;)

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

อุดมไซย-ปากมอง เป็นวันที่ห้าแห่งความทรมาน...วันนี้อารมณ์ปั่นของผมแทบไม่มีเลยครับ ...
ปั่นติดต่อกันมายาวๆสี่วันแล้ว ยังไม่ได้พักเลย... ปกติปั่นซ้อมแถวบ้านถ้าปั่นหนักๆสัก 60 กม.รุ่งขึ้นก็จะพักสัก 1 วัน ตามอายุครับ
วันนี้ตามันร้อนผ่าว ปวดเมื่อยทั่วตัว และมีน้ำมูกตลอดทาง :cry: :cry:

ปั่นออกจากแยกห้วยลิงมาทางปากมอง ทางเริ่มขึ้นเขาชันและถนนก็ชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อตลอด...ปั่นได้สักพักก็มีฝนโปรยละอองลงมา ปั่นไปต้องสั่งขี้มูกไป
แต่ในใจคิดว่าปั่นไม่ไหวเมื่อไรก็หยุด...วันนี้ผมปั่นช้ามากครับเพราะกลัวว่าจะหมดแรงกลางทาง ผมปั่นไปพักไปเกือบจะทุกๆ 20 นาที ..

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

ปั่นมาได้สักหนึ่งชั่วโมง อ.จารึกกับคุณตู่ก็รออยู่ที่ร้านอาหารภูช้างดำ เจ้าของเป็นหญิงสูงวัย ไปๆมาๆเมืองไทยที่อุดร หนองคาย บ่อยมาก อ.จารึกผูกมิตรไว้เผื่อในวันหน้าจะนำคณะผู้เฒ่าปั่นมาเที่ยว และพักกางเต้นท์ที่นี่แทนที่จะเข้าเมืองอุดมไซย เพราะวิวของภูเขาช้างดำสวยงามมาก

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

เมื่อปั่นต่อทางก็มีแต่ขึ้นเขาและถนนก็ชำรุด ปั่นไปก็ต้องระวังรถล้มเพราะเป็นหินร่อนเสียส่วนใหญ่ ต้องใช้สมาธิเป็นอย่างมาก ผมจดจ่อกับทางข้างหน้ารถมากขนาดที่คุณตู่จอดรถอยูข้างทางผมยังมองไม่เห็นเลย อย่างไรก็ตามผมก็ยังมีแก่ใจแวะถ่ายรูปและถือโอกาสพักเหนื่อยไปด้วย อ.จารึกคงเห็นท่าทางผมไม่ค่อยดีเลยมาปั่น ตามหลังผมเช่นเดิม ปล่อยให้คุณตู่ปั่นล่วงหน้าหาวิวถ่ายรูปไปคนเดียวแม้จะอยู่บนเขาชาวบ้านก็หักร้างถางป่าปลูกข้าวโพดเป็นส่วนใหญ่

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

:roll: ในที่สุด 17 กม.แห่งความทรมานผ่านพ้นไป เพราะเป็นทางขึ้นเขาตลอดแทบจะไม่มีทางราบเลย...
ประมาณเที่ยงเราก็หยุดพักที่บ้านในชุมชนซึ่งเจ้าของบ้านคงออกไปทำไร่ อาศัยชานบ้านเขาทำอาหารทาน
มีเด็กน้อยสองคนมาดูและเล่นอยู่ข้างๆพร้อมกับลูกหมาน่ารักอีก 5 ตัว ซึ่งพยายามจะเข้ามากินอาหารของเรา...

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ


ปั่นออกมาอีกชั่วโมงเศษคุณตู่ก็หยุดทานเฝอที่ร้านค้าข้างทาง เมื่อผมและ อ.จารึกมาถึงก็จอดทานด้วย ผมสั่งโค๊ก ตามด้วยกาแฟกระป๋องของบ้านเราด้วย
เกือบบ่ายสามโมงผมปั่นมาหยุดพักถ่ายรูปชาวบ้านข้างทางเห็นมีปลูกดอกทานตะวันกำลังบานสะพรั่งสวยดี
อ.จารึกก็แวะคุยกับชาวบ้านอีกตามเดิม คุณตู่ตอนนี้ปั่นล่วงหน้าไปหายไปไม่เห็นหลัง เข้าใจว่าคงทิ้งพวกเราสัก 10 กิโลเมตรแล้ว ....

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ


การปั่นต่อไปก็คงมีการขึ้นเขายาวๆเช่นเดิม ตอนลงเขาก็เป็นถนนขรุขระทำความเร็วไม่ได้เลย แสงแดดยังคงแผดกล้า ร้อนอบอ้าวมาก... :(
ผมเริ่มเพลียมาก..กดบันไดแทบไม่ลง และยังต้องสั่งน้ำมูกไปตลอด..

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

เมื่อมองดูหลักกิโลเมตรและแอบคำนวณในใจคิดว่าเหลือระยะทางอีกราว 50 กม.ความเร็วที่ปั่นมาได้ถ้าขึ้นเขาก็คงอยู่ที่ 4 กม/ชม. ถัวเฉลี่ยลงเขาแล้ว
คงต้องใช้เวลาปั่นอีกสัก 6-7 ชม.ไม่รวมพัก อาจจะถึงที่พักราวๆเที่ยงคืนแน่... ถ้าขายังปั่นไหวและหัวใจบอลลูนไม่ทำพิษก็ไม่มีวันยอมละครับ...หรือ...
อีกทางเลือกหนึ่งคือ...หาที่เหมาะๆกางเต้นท์นอนข้างทาง เสบียงอาหารเราก็มีสำรองในยามฉุกเฉิน ไม่ต้องกลัวอะไร

จนประมาณห้าโมงเย็นแล้ว แดดก็ยังไม่มีทีท่าจะหลุบลงเลย ปั่นผ่านหมู่บ้าน ชาวบ้านกำลังอาบน้ำอยู่ แสดงว่าเสร็จจากงานประจำวันแล้ว...
ช่วงนี้ อ.จารึกโชว์ความสามารถอีกแล้วครับ อ.ได้โบกรถของชาวบ้านที่ขับมา เขาก็จอด เป็นรถที่ใช้บรรทุกวัวชน ไปขายที่เมืองไทย
ได้ขออาศัยติดรถไปลงข้างหน้าตรงไหนก็ได้ที่เขาจะไป เขาจะไปที่บ้านหลัก 55 เราก็จะได้ตัวช่วยอีกราว 15 กม.
จึงขึ้นรถมา...คนขับมากับน้องชายอีกหนึ่งคน นั่งคู่กันอยู่ตอนหน้า เราขอให้เขาช่วยแวะรับคุณตู่ข้างหน้าด้วย.... :P :P

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

คุณตู่เล่าว่า ปั่นมา รออยู่นานมาก ต้มกาแฟกินและพักครู่ใหญ่แล้ว กำลังจะออกปั่นย้อนกลับไปดูเลย พวกเราสามคนก็ได้อาศัยรถบรรทุกวัว มา
ผมยืนดันจักรยานอยู่ด้านซ้าย คุณตู่อยู่กลาง อ.จารึกอยู่ด้านขวา ใช้เชือกล่ามวัวผูกจักรยานไว้
เส้นทางที่รถผ่านก็ยังคงขึ้นเขา..ลูกแล้ว..ลูกเล่า..สุดลูกหู..ลูกตา... ถนนก็ยังคงเป็นหลุมเป็นบ่อ
ในใจยังคิดว่า ขนาดรถยนต์ยังแย่เลย ถ้าเราปั่นจักรยานจะเป็นอย่างไรไม่อยากคิดเลยครับ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

ราวครึ่งชั่วโมงต่อมารถก็จอดที่ชุมชนตลาดข้างทาง คนขับโผล่หน้ามาถามเราว่าจะซื้ออะไรไหม พวกเราไม่ซื้ออะไร คนขับก็ขับต่อไป
พวกเรายังนึกว่าเมื่อไรจะถึงบ้านหลัก 55 นะเพราะรู้สึกว่าอาศัยรถมานานแล้ว ยืนมาบนรถที่ต้องคอยประคองจักรยาน ขึ้นเขาลงหลุมเอียงไปเอียงมานี่ไม่สนุกเลย
ลมก็เย็นจนรู้สึกหนาว ผมน้ำมูกไหลออกมาตลอดจะเช็ดก็ไม่ได้เพราะมือซ้ายต้องจับข้างกระบะไว้ ตัวต้องดันจักรยานของผมไว้ มือขวาก็จับแฮนด์รถคุณตู่อีก ทุลักทุเลมาก ไม่รู้ว่าผมเผลอไปจับโดนไมล์รถของคุณตู่ตอนไหนกลายเป็น..รีเซท..ทำให้ข้อมูลการเดินทางที่ผ่านมาหายหมดเลย..ต้องขอโทษด้วยครับไม่ได้ตั้งใจเลย :oops:

รูปภาพ

รูปภาพ


ความมืดปกคลุมเข้ามาแล้ว...รถบรรทุกวัวได้เปิดไฟหน้า และยังคงวิ่ง ขึ้นเขา ลงเขา กระเทือนไปกระเทือนมา อยู่อย่างไม่มีทีท่าว่าจะถึงบ้านหลัก 55 สักที
พวกเราเริ่มเฉลียวใจว่าสงสัยเขาจะไปส่งให้ถึงปากมองเลยก็ได้ คงจะนึกสงสารพวกเราว่า ถ้าส่งแค่บ้านหลัก 55 พวกเราก็ไม่มีปัญญาปั่นท่ามกลางความมืดและหลุมบ่อแน่
ก็น่าจะจริงอย่างที่เขาคิดครับ...ถ้าส่งเรากลางทางก็คงไม่สามารถปั่นต่อได้แน่ ... :roll:

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

ประมาณหนึ่งทุ่มรถบรรทุกวัวก็มาถึงปากมองตามที่เราคิด เขาจอดรถเลยสามแยก หน้าร้านอาหารพอดี... ;)
คนขับลงมาบอกว่าส่งให้ถึงที่เลยเพราะกลัวเราลำบากเห็นเป็นคนไทย ไทยลาวไม่ใช่อื่นไกลพี่น้องกัน
เราขอบคุณและช่วยเหลือค่าน้ำมันให้เล็กน้อย...พร้อมทั้งชวนเขาทั้งสองคนทานอาหารเย็นกัน ....

ร้านอาหาร ขายอาหารพื้นเมือง เราให้เขาเป็นคนสั่งอาหาร มีข้าวเหนียว ผัดเนื้อกวาง ปลาย่าง ผัดเห็ด น้ำพริก ผักหลากหลายชนิด หน่อไม้ลวก
เราทานกันแบบไม่บันยะบันยังเพราะหิวโซกันทุกคน...เราทราบว่าคนขับรถบรรทุกวัวชื่อ ไซมอน บ้านอยู่ที่ โพนสะหวัน เคยทำงานเป็นไกด์อยู่หลายปี ปัจจุบันรับจ้างขนวัวชนไปส่งเมืองไทย ส่วนน้องชายจบกฎหมายกำลังจะเป็นทนายความ เราคุยกันอยู่นานเพราะเขาก็คุยเก่งทั้งพี่ทั้งน้อง

รูปภาพ

รูปภาพ

อ.จารึกโทรสอบถามกองหน้าถึงที่พัก...เราต้องปั่นไปอีกราวหนึ่ง กม....ที่พักอยู่ในสถานีขนส่ง ชื่อเรือนพักแก้วสว่างแต่ละคนต่างก็เล่าประสบการณ์การปั่นในวันนี้ให้กันฟัง..ทุกคนยังเป็นห่วงผมว่าคงแย่แน่ๆ เพราะพวกขาแข็งๆเจอสภาพถนนแบบนี้ก็เล่นเอาแย่เหมือนกัน....บอกว่าถนนมันไม่มีโบนัสให้เลย หมายความว่าตอนลงเขาก็ทำความเร็วไม่ได้ครับ :lol: :lol:

ในวันนี้ผมปั่นได้ระยะทาง 46.57 กม. ความเร็วเฉลี่ย 7.6 กม/ชม. ความเร็วสูงสุด 38.6 กม/ชม.
ช่วงที่ขึ้นรถบรรทุกวัว ประมาณ 50 กม. ถนนช่วงนี้ผมยังคิดว่า ถ้าร่างกายพร้อม 100% ละก็คงมีโอกาสมาแก้มืออีกแน่ๆ ในคืนนั้นผมต้องทานยาดีคอลเจนแล้วเพราะมีอาการหวัดมากขึ้น และไปนอนห้องเดียวกับพี่สมชายเสือร้ายจากเพชรบูรณ์...

อ.จารึกแยกตัวไปกางเต้นท์นอนที่สนามหญ้าด้วยไม่ชอบนอนอุดอู้ในห้อง...ก่อนนอน อ.จารึก บอกว่าพรุ่งนี้ปั่นสบายๆ ระยะทางเพียง 30 กม.เท่านั้น
แต่ในวันมะรืนที่จะปั่นไปหลวงพระบาง ต้องปั่นกลับมาที่ปากมองก่อนแล้วจึงไปหลวงพระบางอีก 80 กม.เท่ากับว่าวันมะรืนต้องปั่นถึง 110 กม. :o :o :o

:P :P กรุณาติดตามต่อ ตอน 3 ครับ :P :P
แก้ไขล่าสุดโดย นู๋เล็ก เมื่อ 03 ก.ค. 2012, 09:05, แก้ไขแล้ว 8 ครั้ง
:arrow: คนเกษียณ..เขียนให้อ่าน.....สว.มือใหม่หัวใจบอลลูน..
http://thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=53&t=322520

:arrow:คนเกษียณ....เขียนให้อ่าน (2) ... ซ้อมปั่นเขาเขียว....เดี๋ยวเดียวก็ถึง
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=344145
รูปประจำตัวสมาชิก
Ratkorn Kulbul
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1085
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2011, 15:49
Tel: 0896485466
team: ชมรมจักรยานจังหวัดตรัง,สมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย
Bike: TREK
ตำแหน่ง: 153 ถ.พระราม 6 อ.เมือง จ.ตรัง 92000
ติดต่อ:

Re: คนเกษียณ..เรียนลัด ......ทุ่งช้าง-หลวงพระบาง…บันทึกการเดินทาง...สู่ฝัน

โพสต์ โดย Ratkorn Kulbul »

ยิ่งดูยิ่งมันครับ ไปกันได้ยังไง เหลือเชื่อทางลำบากทั้งนั้น สุดยอดจริงๆ คนเกษียณ (ตอนนี้อยากเกษียณเหมือนกันครับ 48 แล้วครับ) รอชมต่อนะ สวัสดีครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
hs6qe
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1621
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ส.ค. 2008, 00:03
Tel: 055 671376 0922611458
team: ชมรมจักรยานศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย
Bike: Rocky Mountain,salsa,Trek 520,Rit Touring
ตำแหน่ง: 603 หมู่ 1 ต.หาดเสี้ยว อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย 64130
ติดต่อ:

Re: คนเกษียณ..เรียนลัด ......ทุ่งช้าง-หลวงพระบาง…บันทึกการเดินทาง...สู่ฝัน

โพสต์ โดย hs6qe »

สวัสดีำพี่นู๋เล็ก ผมเพิ่งจะฟื้นไข้ มาอ่านสรุปของพี่ ได้อารมณ์ดีจริง ๆ........555
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=705ศรีสัชฯเปิดห้องเสวนา
ทัวริ่ง.....ไม่ลอง.....ไม่รู้......
http://www.facebook.com/somsak.srephatravit
รูปประจำตัวสมาชิก
นู๋เล็ก
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1003
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ม.ค. 2011, 00:14
Tel: 0880917500
team: -
Bike: SURLY,NOBEL STAR

Re: คนเกษียณ..เรียนลัด ......ทุ่งช้าง-หลวงพระบาง…บันทึกการเดินทาง...สู่ฝัน

โพสต์ โดย นู๋เล็ก »

คนเกษียณ..เรียนลัด (3) ต่อ ......ทุ่งช้าง-หลวงพระบาง…บันทึกการเดินทาง...สู่ฝัน

8-) ช่วงนี้ต้องลงเรื่องปั่นเป็นวันๆครับ เพราะแถวบ้านฝนตกหนัก แถมมีไฟฟ้าดับอีกต่างหาก ;) ...เชิญอ่านต่อครับ...

ปากมอง-หนองเขียว

:P :P วันที่ 12 มิ.ย.54 เป็นการปั่นวันที่หก พี่สมชายตื่นราวหกโมงเช้า แล้วออกไปวอร์มร่างกายที่สนามหญ้า ซึ่งเป็นการปฎิบัติเช่นนี้ทุกวัน ถึงว่าแข็งแรงเชียว...
ผมตื่นขึ้นอย่างจริงจังตอนเจ็ดโมงเช้า...ยาแก้หวัดช่วยให้ผมไม่มีไข้อีกแต่ก็ยังคงไอเช่นเดิม เมื่อออกมาพวกกองหน้าก็เริ่มจะทยอยออกปั่นกัน..แต่ยังมีโอกาสได้ถ่ายรูปร่วมกัน....

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

เราสามคนกองหลังจัดการกับอาหารมื้อเช้าที่กองหน้าทำไว้เผื่อ....
อ.จารึกบ่นว่า...เมื่อคืนกางเต้นท์นอนกลางแจ้งรู้สึกจะโดนน้ำค้างมีอาการไม่ค่อยดีครั่นเนื้อครั่นตัว เหมือนจะเป็นไข้
เนื่องจากระยะทางวันนี้ไม่มากนักผมเลยขอปั่นล่วงหน้าไปก่อน ใจจริงแล้วผมไม่อยากเป็นตัวถ่วงของ อ.จารึก และคุณตู่ มากกว่า
แต่ อ.จารึกก็บอกว่า นี่คือหลักสูตรใหม่ ให้นู๋เล็กปั่นเดี่ยว เรียนลัด ปั่นคนเดียวในต่างแดน

ผมปั่นออกมาตอน 9.10 น. ปั่นมาถึงสามแยกที่มาจากอุดมไซยเมื่อวาน เลี้ยวขวามุ่งหน้าไปหนองเขียว เส้นทางวันนี้ก็เป็นการปั่นในทางราบมีขึ้นเนินชันๆบ้าง แต่มีลงเนินชันยาวๆมากกว่า แสงแดดแรงเหมือนทุกวันแต่ไม่ค่อยอบอ้าวเพราะมีลมพัดเอื่อยๆ...
ประมาณ 45 นาที ผมก็มาจอดตรงสะพานข้ามลำน้ำก่อนแยกเข้าบ้านน้ำลา...ลำน้ำทั้งซ้ายและขวาของสะพานใหลทอดยาวไปท่ามกลางความเขียวขจีของป่าไม้
ซึ่งมีฉากหลังเป็นทิวเขายาวพาดขวางอยู่ สภาพป่ายังอุดมสมบูรณ์.... ผมปั่นต่อมาอีกสิบกว่านาทีพบเพิงของชาวนาและข้าวที่ปลูกกำลังเขียวสดสวยงามมากจึงหยุดถ่ายรูป และอีกสิบนาทีต่อมาสองข้างทางเริ่มเป็นป่าเขาผมก็หยุดถ่ายรูปอีก....สำหรับคนที่ชอบถ่ายรูปธรรมชาติ จะมีความสุขมากในการกดชัตเตอร์ เก็บความทรงจำ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

:) ผมปั่นไปถ่ายรูปไปเรื่อยๆมีความสบายใจมากเพราะไม่ต้องกังวลเรื่องระยะทาง ประมาณ 11 โมงผมเข้าเขตหมู่บ้านมีเด็กผู้หญิงขี่รถถีบจับแฮนด์ด้วยมือซ้ายมือขวากางร่ม
มีเด็กผู้ชายซึ่งเดาว่าเป็นน้องยืนอยู่บนขาดุมล้อด้านหลังสองมือโอบเอวพี่สาวไว้ นับว่าพี่สาวเก่งจริงๆ...

:P ผมจอดรถหลบแดดที่ร้านค้า แม่ค้าก็ไปยกน้ำเย็นมาให้ผมหนึ่งขวดเจออีกแล้วน้ำใจอันดีของชาวลาว ผมถามถึงทางไปหนองเขียว แกก็ให้ตรงไปโลดและอธิบายว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นธรรมชาติมาก มีนักท่องเที่ยวมากันมากแต่ช่วงนี้คนน้อยเพราะอากาศร้อน ผมหยุดที่จุดนี้ประมาณ 15 นาทีก็ออกปั่นต่อ...

รูปภาพ

รูปภาพ

สักพักพบว่าบ้านหลังหนึ่งมีควันไฟลอยอ้อยอิ่งขึ้นมา ปรากฏว่าเป็นบ้านต้มเหล้าครับคนลาวมักต้มเหล้าแบบนี้ เหล้าขาวเหมือนบ้านเรา ไม่ใช่เหล้าเถื่อนนะครับ
ถูกต้องตามกฎหมาย เขาต้องเสียภาษีให้หลวง ต่อปีไม่มากครับ เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านง่ายๆ....

เอาข้าวเหนียว ของเวียดนาม เค้าว่ามันดีกว่าของลาวปลูกเอง...แช่น้ำหมักไว้อย่างน้อย 10 วัน ให้เป็นแอลกอฮอล์ แล้วเอาไปต้ม
เมื่อไอลอยขึ้นไปกระทบกับกะละมังน้ำเย็นข้างบนก็จะกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ...หยดลงบนรางเหล็กที่เสียบเอาไว้เอียงๆ แล้วไหลออกมาที่ปลายท่อ...
จะมีหลายน้ำ น้ำแรกๆจะเข้มข้นหรือดีกรีแรงนั่นแหละครับ น้ำหลังๆความเข้มข้นก็ลดลงตามลำดับ แล้วเอาไปผสมกัน
บรรจุแกลลอนหรือขวด ส่งไปขาย เอาไปดองเหล้าเหมือนที่เคยเห็นๆกัน...

ใครอยากทำเล่นก็ได้ แต่ระวังหน่อยนะครับ แบบนี้บ้านเราเรียกว่าเหล้าเถื่อน ถูกจับสถานเดียว...
ความจริงถ้ารัฐใจกว้าง ให้ทำแล้วเก็บภาษี ชาวบ้านก็คงไม่ต้องไปซื้อเหล้าของบริษัทใหญ่ๆที่ผูกขาดอยู่ไม่กี่รายหรอกครับ :lol: :lol: :lol:

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

:) ประมาณ 5 กม.ก็มีป้ายยินดีต้อนรับสู่เมืองงอย แขวงหลวงพระบาง ถัดไปด้านขวามือเป็นสวนป่าสักซึ่งน่าจะปลูกมาเป็นสิบปีแล้ว ด้านซ้ายเป็นป่าและภูเขา
ผมปั่นชื่นชมธรรมชาติอย่างมีความสุข ลืมความเหน็ดเหนื่อยและอาการหวัดเสียสนิท สักพักแสงแดดก็ถูกบดบังด้วยเมฆเป็นระยะๆ
ถนนเริ่มปั่นขนานไปกับลำน้ำด้านขวามือ พอมีช่องว่างผมก็จอดรถยื่นกล้องออกไปถ่ายรูปวิวลำน้ำและขุนเขา... 8-)



รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

เวลาเที่ยงตรง ผมปั่นมาถึงทางแยกขวามือเข้าเมืองงอย ผมสงสัยว่าเราจะมาหนองเขียว แต่นี่มันเมืองงอย สงสัยจะยังไม่ถึง... :? :?
ผมลองปั่นไปทางขวามือเข้าเมืองงอย ถนนเป็นลูกรัง สอบถามชาวบ้านถึงหนองเขียว...
ชาวบ้านก็ว่าที่นี่แหละหนองเขียวละ ผมเลยถึงบางอ้อว่าเมืองงอยกับหนองเขียวคือที่เดียวกัน....

ได้ถามถึงนักปั่นจักรยาน 9 คน ที่ปั่นมาก่อน...เขาบอกว่าไม่เห็น แต่มีอยู่คนปั่นเข้ามาแล้วก็ปั่นออกไปแล้ว...ถามถึงร้านอาหารเขาก็ชี้ไปข้างหน้าทางที่นักปั่นปั่นกลับไป
ผมเลยปั่นต่อไป ผ่านหมู่บ้าน ผ่านตลาดซึ่งวายแล้ว ผ่านโรงเรียนประถมศึกษา และโรงเรียนมัธยมศึกษาเมืองงอย ฯลฯ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ


พักเดียวก็ออกมาบรรจบกับอีกถนน ซึ่งก็คือถนนที่ผมปั่นมานั่นเองเพียงแต่ผมปั่นแยกเข้าหมู่บ้าน ทางด้านขวามือมีสะพานยาวทอดข้ามแม่น้ำอู...
มีป้ายหลายป้ายชี้ไปแหล่งท่องเที่ยงต่างๆ นักท่องเที่ยวหลายชาติหลายภาษาเดินกันอยู่ไม่น้อย มีร้านอาหารอยู่เชิงสะพาน ...
ความที่กำลังหิวเลยสั่งเฝอมาทาน ชามใหญ่มาก พร้อมโค๊กอีกหนึ่งกระป๋อง เล่นเอาอิ่มเลย ผมมองหา อ.จารึก และคุณตู่ ก็ยังไม่เห็นมาเลย

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

ระยะทางที่ปั่นมาวันนี้ 32.10 กม ความเร็วเฉลี่ย 12.7 กม/ชม. ความเร็วสูงสุด 42.7 กม/ชม. ใช้เวลาปั่น 2.30 ชม.
ผมคิดว่าวันนี้เป็นการปั่นลงเนินเสียส่วนใหญ่ ถ้าพรุ่งนี้ปั่นกลับไปปากมองคงต้องเพิ่มเวลาอีกสัก 1 ชม.เพราะขึ้นเนินเป็น 3.30 ชม.
รวมกับต้องไปหลวงพระบางอีก 80 กม ถนนเป็นอย่างไรก็ยังไม่ทราบ แต่ต้องมีภูเขาแน่ๆ ฝีเท้าอย่างผมประเมินความสามารถตัวเองแล้ว...
ปั่นพรุ่งนี้ต้องมี อย่างน้อย12 ชม.... ดังนั้นถ้าผมปั่นกลับไปปากมองวันนี้เลยไม่เกินห้าโมงเย็นก็คงถึง สภาพร่างกายวันนี้ยังดีอยู่ คืนนี้ไปนอนปากมองที่เดิม
พรุ่งนี้ออกปั่นแต่เช้า...ก็คงจะถึงหลวงพระบาง ไม่ช้ากว่าพวกที่ปั่นจากหนองเขียว สักเท่าใดนัก 8-) 8-)

เมื่ออิ่มแล้วผมก็ปั่นข้ามสะพานไปฝั่งตรงข้ามได้จอดถ่ายรูปทั้งสองด้านของสะพานไปด้วย ที่เชิงสะพานฝั่งซ้ายมีเรือนพักตั้งอยู่หลายหลัง
ปรากฏว่าพี่สิงขรโบกมือทักทายผมอยู่ ผมเจอที่พักแล้ว สักพักเสือสร้อยได้เดินออกมา บอกว่า ที่หนองเขียวมีท่าเรือไปหลวงพระบาง
และกลุ่มผู้เฒ่าไม้ค้ำตะวันอยากจะนั่งเรือชมทิวทัศน์สองฝั่งไปหลวงพระบาง แต่รอปรึกษากันก่อน...

:P :P สภาพเรือนพักแม่น้ำอูที่ว่า อยู่ริมแม่น้ำอู บรรยากาศดี ... พี่สิงขรกำลังโบกมือทักทายผู้มาถึงบ้วยครับ

รูปภาพ

สักพักเมื่อ อ.จารึก และคุณตู่มาถึง ก็มีการหารือกัน สรุปว่าพรุ่งนี้นั่งเรือไปหลวงพระบางกันแต่เช้า
ผมได้บอก อ.จารึก ถึงความคิดที่ผมจะปั่นกลับไปนอนที่ปากมอง อ.จารึก บอกว่าถึงพรุ่งนี้ไม่ได้ไปทางเรือ ก็ไม่ต้องซีเรียส อยู่ชมวิวทิวทัศน์ที่หนองเขียวให้จุใจก่อนดีกว่า พรุ่งนี้ปั่นไปไม่ถึงก็ไม่เป็นไร โบกรถได้อยู่แล้ว...
อือ..ดีไปอย่าง ปั่น สบายๆ สไตล์ จารึกนี่ไม่ต้องคิดอะไรมากจริง ๆ

หลังจากเอาสัมภาระเข้าที่พักแล้วผมก็ปั่นออกไปชมทิวทัศน์ซึ่งส่วนใหญ่คือ ป่า เขา วัด ส่วนถ้ำนั้นไม่ได้ขึ้นไปเพราะต้องจอดจักรยานไว้ข้างนอก
ผมเที่ยวจนเย็นจึงกลับมายังที่พักพบว่า อ.จารึก ซึ่งนอนหลับตั้งแต่ผมออกไปก็ยังนอนหลับอยู่

เรือนพักในวันนี้อยู่ริมแม่น้ำอู วิวดีมาก แต่เจ้าของเรือนพักโกงเรา โดยพวกเราจองห้องไว้ 6 ห้อง จะนอนห้องละ 2 คน
แต่เราใช้เพียง 5 ห้อง เพราะนอนกันห้องละ 3 คน จ่ายเงินกันเรียบร้อยแล้ว ห้องที่เหลืออยู่ 1 ห้อง เขาเอาไปให้ฝรั่งเช่า
พอเราจะขอห้องคืนเขาก็บอกให้เช่าไปแล้ว และก็ไม่ยอมคืนเงินให้เราทะเลาะกันอยู่นาน เจ้าลูกชายมันยังหนุ่มอยู่พูดจาไม่ดีเลย
ในที่สุดพวกเราจำต้องยอมเพราะไม่อยากมีเรื่องและมันเอาน้ำเย็นขวดเล็ก 10 ขวดมาให้เราแทน :x :x :x
จำไว้ครับชื่อเรือนพักแม่น้ำอู เชิงสะพานด้านซ้ายมือเลย ถ้าใครไปอย่าได้อุดหนุนเลยโกงกันซึ่งๆหน้า
เรื่องนี้ทำให้ผู้เฒ่าไม้ค้ำตะวันทั้ง 3 ท่าน ซึ่งใคร ๆ ก็ยอมรับว่าเขี้ยวลากดินต้องมีอันเขี้ยวหักเลยครับ :lol: :lol: :lol:

:P :P สามพูเฒ่าผู้ยิ่งใหญ่แห่งไม้ค้ำตะวัน อ.ชอบ-พี่ไพศาล-เฮียหมง (คนที่สี่คือเสือสมชายจากแดนมะขามหวาน)
ซึ่งใครๆก็ยกให้ว่าเขี้ยวลากดิน ต้องมีอันเขี้ยวหักซะแล้ว ด้วยเล่ห์เจ้าของเรื่อนพักแม่น้ำอู ใครจะไปพักต้องระวังให้ดีเด้อ
แต่..ที่อื่นมีถมไปครับ..อย่าเสี่ยงดีกว่า :cry: :cry:

รูปภาพ

;) นี่แหละครับเรือนพักแม่น้ำอู ที่หักเขี้ยวสามพูเฒ่าไม้ค้ำตะวันมาแล้ว... พี่มานะ เสือแปลงยาว ยืนด้วยมาดเท่ห์ครับ

รูปภาพ


มื้อค่ำเราไปทานอาหารกันที่ร้านอาหารซึ่งหญิงไทยเป็นเจ้าของและเป็นคนบ้านเดียวกับพี่สมชาย อาหารอร่อยและราคาก็แสนถูก แต่ช้ามาก
เขาบอกว่าจะกินอาหารอร่อยต้องใจเย็น ๆ ร้านนี้อัธยาศัยดีขอเชียร์ครับ กลุ่มเราเข้ามานั่งทานกันเป็นโต๊ะแรก อาหารเลยได้เร็ว...
ส่วนพวกที่มาทีหลัง ทั้งฝรั่งชาติต่างๆและสิงคโปร์ซึ่งทะยอยกันมาจนเต็มร้าน ต้องรออาหารกัน 40 – 50 นาที ถ้าใครหิวมากแนะนำให้ไปร้านอื่นครับ
ความที่เป็นคนไทยด้วยกัน..เราเลยให้เขาจัดเตรียมอาหารกล่องใช้เป็นเสบียงในวันพรุ่งนี้ตอนนั่งเรือ...เพราะเรือจะต้องใช้เวลาถึง 6 ชม. ในการแล่นไปหลวงพระบาง
คืนนั้นผมก็ทานยาดีคอลเจนอีกเพราะพรุ่งนี้ไม่ได้ปั่น ต้องรีบทานยารักษาตัวให้หาย เนื่องจากยังมีโปรแกรมปั่นกลับไทยหลังจากที่เข้าหลวงพระบางแล้ว :P :P :P

:o :o ต่อไปตอนสี่ เข้าหลวงพระบางแล้วครับ...โปรดติดตาม... :D :D
แก้ไขล่าสุดโดย นู๋เล็ก เมื่อ 03 ก.ค. 2012, 09:29, แก้ไขแล้ว 8 ครั้ง
:arrow: คนเกษียณ..เขียนให้อ่าน.....สว.มือใหม่หัวใจบอลลูน..
http://thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=53&t=322520

:arrow:คนเกษียณ....เขียนให้อ่าน (2) ... ซ้อมปั่นเขาเขียว....เดี๋ยวเดียวก็ถึง
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=344145
Jakphant
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 118
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 เม.ย. 2009, 04:32
Tel: 0813534365
Bike: jeep

Re: คนเกษียณ..เรียนลัด ......ทุ่งช้าง-หลวงพระบาง…บันทึกการเดินทาง...สู่ฝัน

โพสต์ โดย Jakphant »

สุดยอดครับ ผมก็ฝันว่าจะไปเส้นทางนี้เร็วๆนี้เหมือนกันครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
พิงธรรม์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 13:35
Tel: 08-7938-2688
team: สถาบันการปั่นท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ
Bike: ทัวริ่ง Trek 470
ตำแหน่ง: 181 ซอยพระรามเก้า 41 ถนนเสรีเก้า เขตสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพ 10250
ติดต่อ:

Re: คนเกษียณ..เรียนลัด ......ทุ่งช้าง-หลวงพระบาง…บันทึกการเดินทาง...สู่ฝัน

โพสต์ โดย พิงธรรม์ »

ติดตามอ่าน...ตามเรื่องราว ก่อนเข้านอน

อ้าวววว...เจอข่าวพี่สมศักดิ์ เดี้ยงเหมือนกัลลล :o :o

ขอให้หายโดยเร็วครับพี่

ส่วนผม...เริ่มซ้อมวิ่งได้แล้วครับ หากหายมีแรงพอ ทั้งหากทำกระทู้ชวนปั่น ๖๕ วันรอบสองได้สำเร็จ...จบสิ่งห่วง ทริปเวียดนามที่ทำท่าว่าจะเลิก อาจจะหวนฟื้น...ไปกันครับ

ขอรอดูทั้งสุขภาพตัวเอง กะงานชวนปั่นทำให้เสร็จให้หมดห่วงเสียก่อน

อีกทั้ง...ต้องรอติดตามอ่านสรุปทริปของ "นู๋เล็ก" ต่อด้วยครับ :lol: :lol:

:D :D :D


Touring in Style...by Jaruek
ประวัติคนเกษียณชวนปั่นประเพณีปีละครั้ง ฉบับย่อ

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=885
โรจน์ เสือกะเทิน
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2233
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 19:09
Tel: 081-9998233
team: Phimai-MTB
Bike: Z"Dale
ติดต่อ:

Re: คนเกษียณ..เรียนลัด ......ทุ่งช้าง-หลวงพระบาง…บันทึกการเดินทาง...สู่ฝัน

โพสต์ โดย โรจน์ เสือกะเทิน »

...อ่านเพลินดีมากครับ เหมือนสารคดีส่องโลกเลยครับ... :D :D
ID Line Rote phimai
..เที่ยวเวียดนามกลาง...http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkato ... 51416&st=1
ลิขิต
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 58
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ก.ย. 2008, 11:46
Tel: 045-261760
team: The warin-ubon cycling club.
Bike: Mosso

Re: คนเกษียณ..เรียนลัด ......ทุ่งช้าง-หลวงพระบาง…บันทึกการเดินทาง...สู่ฝัน

โพสต์ โดย ลิขิต »

เข้ามาชมครับ บรรยายได้ดีมาก บางครั้งคิดว่าอ่านนิยาย หลวงพะบาง เวียงจัน คงมันส์กว่านี้แน่ :oops:
รูปประจำตัวสมาชิก
00
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 763
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 พ.ย. 2009, 10:37
Tel: 086 - 68020 - สี่แปด
team: ♪♫ เสือตะพานหิน ♪♫ '
Bike: GARY FISHER advance

Re: คนเกษียณ..เรียนลัด ......ทุ่งช้าง-หลวงพระบาง…บันทึกการเดินทาง...สู่ฝัน

โพสต์ โดย 00 »

ภาพสวยมากครับ ถ้าเป็นมินิจะไปไหวไหมครับ :D
♪ ♫ หนึ่งในคณะกรรมการสมาคมคนรักครอบครัวแห่งสะหะปะซาซาด ♪ ♫
♪ ♫ Ultimate Humangosaur ♪ ♫
ID Line : 0866802048
ตอบกลับ

กลับไปยัง “สรุปทริป / รายงานการปั่น”