คนเกษียณ..เรียนลัด ......ทุ่งช้าง-หลวงพระบาง…บันทึกการเดินทาง...สู่ฝัน
- ศิกษก
- สมาชิก
- โพสต์: 19
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 มิ.ย. 2011, 18:19
- Tel: 0852659940
- Bike: รถถีบธรรมดา
- ตำแหน่ง: กาญจนบุรี
Re: คนเกษียณ..เรียนลัด ......ทุ่งช้าง-หลวงพระบาง…บันทึกการเดินทาง...สู่ฝัน
หรอยจังหูครับลุง
ยังกะอ่านนิยาย สุดยอดครับ ชอบๆๆๆครับ
ยังกะอ่านนิยาย สุดยอดครับ ชอบๆๆๆครับ
...จะถูกจะแพง ขอให้ขามีแรงก็พอ...
I LOVE BIKE>>> I LIKE PITBULL
I LOVE BIKE>>> I LIKE PITBULL
- มัลลิกา เจริญวงศ์
- ขาประจำ
- โพสต์: 243
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 พ.ย. 2009, 10:03
- Tel: 043342858
- team: ไม่มี
- Bike: Surly Long-Necked Trucker, Thorn Red Karen NKK
-
ปรีชา โชคสมบัติ
- สมาชิก
- โพสต์: 77
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ก.พ. 2011, 18:02
- Tel: 0814885209
- team: ps. sport
- Bike: khs
Re: คนเกษียณ..เรียนลัด ......ทุ่งช้าง-หลวงพระบาง…บันทึกการเดินทาง...สู่ฝัน
อีก 1 ปี คงได้มีโอกาส ขอบคุณสำหรับการเล่าประสบการณ์พร้อมภาพถ่าย ทำให้มีความรู้สึกเหมือนร่วมเดินทางไปด้วยเลย และจะจำเส้นทางนี้ไว้ เมื่อมีโอกาส จะเจริญรอยตามท่านผู้อาวุโสทั้งหลายบ้าง และถ้าในอนาคตท่าน จะออกทัวร์ที่ไหน เอิญกันบ้าง เผื่อว่าจะพอมีเวลาไปร่วมด้วย
- เอส-เมอร์ริด้า
- ขาประจำ
- โพสต์: 10763
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:41
- Tel: 087-818-9071
- team: Bike Joy/ทีมล้างตา/ทีมอกาลิโก
- Bike: MERIDA Karahari 510, rocky moutain,แหม่ม Brompton
- ติดต่อ:
Re: คนเกษียณ..เรียนลัด ......ทุ่งช้าง-หลวงพระบาง…บันทึกการเดินทาง...สู่ฝัน
เป็นสรุปทริปที่สมบูรณ์ทั้งเนื้อหา และภาพถ่าย ชอบมากๆ การบรรยายได้น่าติดตามไม่รู้เบื่อ สำนวนการเขียนเหมือนได้สัมผัสไปด้วยเลย และสไตร์การปั่นแบบนี้ มันช่วงสุขใจเหลือคณาแล้วครับ ติดตามชมต่อภาคสองนะครับ ขอบคุณครับ
คติประจำใจ : ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
- ทิวากร
- ขาประจำ
- โพสต์: 6591
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 08:24
- Tel: 081-977692สอง
- team: ขุนหาญทีม
- Bike: เปลี่ยนเป็นเทคแล้ว
Re: คนเกษียณ..เรียนลัด ......ทุ่งช้าง-หลวงพระบาง…บันทึกการเดินทาง...สู่ฝัน
คุณไม่รู้หรอกว่าอะไรคือของปลอม ถ้ายังไม่เคยเห็นของจริง
บึงกาฬ-ชายแดนลาวเวียดนาม-ฮานอย..กดครับ
สำราจเส้นทางสายใหม่ ไปกัมพูชาพริบตาเดียว ชมนครวัด นครธมด้วยกัน..กดเบาๆครับ
อุ้มผาง ทีลอซู ถนนลอยฟ้า http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=267185
เวียงจันทน์-หลวงพระบาง http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=332042
บึงกาฬ-ชายแดนลาวเวียดนาม-ฮานอย..กดครับ
สำราจเส้นทางสายใหม่ ไปกัมพูชาพริบตาเดียว ชมนครวัด นครธมด้วยกัน..กดเบาๆครับ
อุ้มผาง ทีลอซู ถนนลอยฟ้า http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=267185
เวียงจันทน์-หลวงพระบาง http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=332042
-
ธีระพล
- ขาประจำ
- โพสต์: 1987
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 มิ.ย. 2009, 10:57
- ติดต่อ:
Re: คนเกษียณ..เรียนลัด ......ทุ่งช้าง-หลวงพระบาง…บันทึกการเดินทาง...สู่ฝัน
สวัสดีครับ คุณนู๋เล็ก มาติดตาม เรื่องทริปที่สาม ตอน ทุ่งช้าง - หลวงพระบาง ทริปนี้ภาพถ่ายเป็นธรรมชาติและคมชัดมาก ผมอ่านทุกตัวอักษรที่บรรยายในภาพ ยอดเยียมจริง ๆครับ ขอติดตามเรื่องราวผจญภัยตอนต่อไป และขอเป็นกำลังใจในทริปที่สี่ ครับ
สติคือความระลึกได้ สัมปชัญญะคือความรู้ตัว เป็นธรรมมีอุปการะอย่างยิ่ง
ถ้าหากขาดสติแล้ว ไม่ว่าทางโลกและทางธรรมจะดำเนินไปในทางที่ดีไม่ได้"
ถ้าหากขาดสติแล้ว ไม่ว่าทางโลกและทางธรรมจะดำเนินไปในทางที่ดีไม่ได้"
- นู๋เล็ก
- ขาประจำ
- โพสต์: 1003
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ม.ค. 2011, 00:14
- Tel: 0880917500
- team: -
- Bike: SURLY,NOBEL STAR
Re: คนเกษียณ..เรียนลัด ......ทุ่งช้าง-หลวงพระบาง…บันทึกการเดินทาง...สู่ฝัน
คนเกษียณ..เรียนลัด (2) ......ทุ่งช้าง-หลวงพระบาง…บันทึกการเดินทาง...สู่ฝัน
ผมขอรายงานต่อเลยนะครับ
อุดมไซย-ปากมอง
เพราะวันนี้ระยะทางไปปากมอง ค่อนข้างยาว 90 กว่า กม....



กองหลังสามคนวันนี้เร็วกว่าทุกวัน พวกเราทำอาหารทานกันในห้องและออกจากที่พักเวลา 8.15 น.
อย่างไรก็ตามทัวริ่งสบายๆสไตล์ อ.จารึก ก็ยังปั่นแวะเข้าไปชมเมืองอุดมไซย จนสุดถนน กว่าจะออกมาถึงสามแยกห้วยลิงก็ 9.30 น.แล้ว
การปั่นวันนี้คุยกันว่า อ.จารึกและคุณตู่...จะปั่นล่วงหน้าไปก่อนและจะหยุดรอผมทุกๆ 10 กม.




อุดมไซย-ปากมอง เป็นวันที่ห้าแห่งความทรมาน...วันนี้อารมณ์ปั่นของผมแทบไม่มีเลยครับ ...
ปั่นติดต่อกันมายาวๆสี่วันแล้ว ยังไม่ได้พักเลย... ปกติปั่นซ้อมแถวบ้านถ้าปั่นหนักๆสัก 60 กม.รุ่งขึ้นก็จะพักสัก 1 วัน ตามอายุครับ
วันนี้ตามันร้อนผ่าว ปวดเมื่อยทั่วตัว และมีน้ำมูกตลอดทาง
ปั่นออกจากแยกห้วยลิงมาทางปากมอง ทางเริ่มขึ้นเขาชันและถนนก็ชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อตลอด...ปั่นได้สักพักก็มีฝนโปรยละอองลงมา ปั่นไปต้องสั่งขี้มูกไป
แต่ในใจคิดว่าปั่นไม่ไหวเมื่อไรก็หยุด...วันนี้ผมปั่นช้ามากครับเพราะกลัวว่าจะหมดแรงกลางทาง ผมปั่นไปพักไปเกือบจะทุกๆ 20 นาที ..




ปั่นมาได้สักหนึ่งชั่วโมง อ.จารึกกับคุณตู่ก็รออยู่ที่ร้านอาหารภูช้างดำ เจ้าของเป็นหญิงสูงวัย ไปๆมาๆเมืองไทยที่อุดร หนองคาย บ่อยมาก อ.จารึกผูกมิตรไว้เผื่อในวันหน้าจะนำคณะผู้เฒ่าปั่นมาเที่ยว และพักกางเต้นท์ที่นี่แทนที่จะเข้าเมืองอุดมไซย เพราะวิวของภูเขาช้างดำสวยงามมาก



เมื่อปั่นต่อทางก็มีแต่ขึ้นเขาและถนนก็ชำรุด ปั่นไปก็ต้องระวังรถล้มเพราะเป็นหินร่อนเสียส่วนใหญ่ ต้องใช้สมาธิเป็นอย่างมาก ผมจดจ่อกับทางข้างหน้ารถมากขนาดที่คุณตู่จอดรถอยูข้างทางผมยังมองไม่เห็นเลย อย่างไรก็ตามผมก็ยังมีแก่ใจแวะถ่ายรูปและถือโอกาสพักเหนื่อยไปด้วย อ.จารึกคงเห็นท่าทางผมไม่ค่อยดีเลยมาปั่น ตามหลังผมเช่นเดิม ปล่อยให้คุณตู่ปั่นล่วงหน้าหาวิวถ่ายรูปไปคนเดียวแม้จะอยู่บนเขาชาวบ้านก็หักร้างถางป่าปลูกข้าวโพดเป็นส่วนใหญ่






ประมาณเที่ยงเราก็หยุดพักที่บ้านในชุมชนซึ่งเจ้าของบ้านคงออกไปทำไร่ อาศัยชานบ้านเขาทำอาหารทาน
มีเด็กน้อยสองคนมาดูและเล่นอยู่ข้างๆพร้อมกับลูกหมาน่ารักอีก 5 ตัว ซึ่งพยายามจะเข้ามากินอาหารของเรา...




ปั่นออกมาอีกชั่วโมงเศษคุณตู่ก็หยุดทานเฝอที่ร้านค้าข้างทาง เมื่อผมและ อ.จารึกมาถึงก็จอดทานด้วย ผมสั่งโค๊ก ตามด้วยกาแฟกระป๋องของบ้านเราด้วย
เกือบบ่ายสามโมงผมปั่นมาหยุดพักถ่ายรูปชาวบ้านข้างทางเห็นมีปลูกดอกทานตะวันกำลังบานสะพรั่งสวยดี
อ.จารึกก็แวะคุยกับชาวบ้านอีกตามเดิม คุณตู่ตอนนี้ปั่นล่วงหน้าไปหายไปไม่เห็นหลัง เข้าใจว่าคงทิ้งพวกเราสัก 10 กิโลเมตรแล้ว ....




การปั่นต่อไปก็คงมีการขึ้นเขายาวๆเช่นเดิม ตอนลงเขาก็เป็นถนนขรุขระทำความเร็วไม่ได้เลย แสงแดดยังคงแผดกล้า ร้อนอบอ้าวมาก...
ผมเริ่มเพลียมาก..กดบันไดแทบไม่ลง และยังต้องสั่งน้ำมูกไปตลอด..




เมื่อมองดูหลักกิโลเมตรและแอบคำนวณในใจคิดว่าเหลือระยะทางอีกราว 50 กม.ความเร็วที่ปั่นมาได้ถ้าขึ้นเขาก็คงอยู่ที่ 4 กม/ชม. ถัวเฉลี่ยลงเขาแล้ว
คงต้องใช้เวลาปั่นอีกสัก 6-7 ชม.ไม่รวมพัก อาจจะถึงที่พักราวๆเที่ยงคืนแน่... ถ้าขายังปั่นไหวและหัวใจบอลลูนไม่ทำพิษก็ไม่มีวันยอมละครับ...หรือ...
อีกทางเลือกหนึ่งคือ...หาที่เหมาะๆกางเต้นท์นอนข้างทาง เสบียงอาหารเราก็มีสำรองในยามฉุกเฉิน ไม่ต้องกลัวอะไร
จนประมาณห้าโมงเย็นแล้ว แดดก็ยังไม่มีทีท่าจะหลุบลงเลย ปั่นผ่านหมู่บ้าน ชาวบ้านกำลังอาบน้ำอยู่ แสดงว่าเสร็จจากงานประจำวันแล้ว...
ช่วงนี้ อ.จารึกโชว์ความสามารถอีกแล้วครับ อ.ได้โบกรถของชาวบ้านที่ขับมา เขาก็จอด เป็นรถที่ใช้บรรทุกวัวชน ไปขายที่เมืองไทย
ได้ขออาศัยติดรถไปลงข้างหน้าตรงไหนก็ได้ที่เขาจะไป เขาจะไปที่บ้านหลัก 55 เราก็จะได้ตัวช่วยอีกราว 15 กม.
จึงขึ้นรถมา...คนขับมากับน้องชายอีกหนึ่งคน นั่งคู่กันอยู่ตอนหน้า เราขอให้เขาช่วยแวะรับคุณตู่ข้างหน้าด้วย....



คุณตู่เล่าว่า ปั่นมา รออยู่นานมาก ต้มกาแฟกินและพักครู่ใหญ่แล้ว กำลังจะออกปั่นย้อนกลับไปดูเลย พวกเราสามคนก็ได้อาศัยรถบรรทุกวัว มา
ผมยืนดันจักรยานอยู่ด้านซ้าย คุณตู่อยู่กลาง อ.จารึกอยู่ด้านขวา ใช้เชือกล่ามวัวผูกจักรยานไว้
เส้นทางที่รถผ่านก็ยังคงขึ้นเขา..ลูกแล้ว..ลูกเล่า..สุดลูกหู..ลูกตา... ถนนก็ยังคงเป็นหลุมเป็นบ่อ
ในใจยังคิดว่า ขนาดรถยนต์ยังแย่เลย ถ้าเราปั่นจักรยานจะเป็นอย่างไรไม่อยากคิดเลยครับ



ราวครึ่งชั่วโมงต่อมารถก็จอดที่ชุมชนตลาดข้างทาง คนขับโผล่หน้ามาถามเราว่าจะซื้ออะไรไหม พวกเราไม่ซื้ออะไร คนขับก็ขับต่อไป
พวกเรายังนึกว่าเมื่อไรจะถึงบ้านหลัก 55 นะเพราะรู้สึกว่าอาศัยรถมานานแล้ว ยืนมาบนรถที่ต้องคอยประคองจักรยาน ขึ้นเขาลงหลุมเอียงไปเอียงมานี่ไม่สนุกเลย
ลมก็เย็นจนรู้สึกหนาว ผมน้ำมูกไหลออกมาตลอดจะเช็ดก็ไม่ได้เพราะมือซ้ายต้องจับข้างกระบะไว้ ตัวต้องดันจักรยานของผมไว้ มือขวาก็จับแฮนด์รถคุณตู่อีก ทุลักทุเลมาก ไม่รู้ว่าผมเผลอไปจับโดนไมล์รถของคุณตู่ตอนไหนกลายเป็น..รีเซท..ทำให้ข้อมูลการเดินทางที่ผ่านมาหายหมดเลย..ต้องขอโทษด้วยครับไม่ได้ตั้งใจเลย


ความมืดปกคลุมเข้ามาแล้ว...รถบรรทุกวัวได้เปิดไฟหน้า และยังคงวิ่ง ขึ้นเขา ลงเขา กระเทือนไปกระเทือนมา อยู่อย่างไม่มีทีท่าว่าจะถึงบ้านหลัก 55 สักที
พวกเราเริ่มเฉลียวใจว่าสงสัยเขาจะไปส่งให้ถึงปากมองเลยก็ได้ คงจะนึกสงสารพวกเราว่า ถ้าส่งแค่บ้านหลัก 55 พวกเราก็ไม่มีปัญญาปั่นท่ามกลางความมืดและหลุมบ่อแน่
ก็น่าจะจริงอย่างที่เขาคิดครับ...ถ้าส่งเรากลางทางก็คงไม่สามารถปั่นต่อได้แน่ ...




ประมาณหนึ่งทุ่มรถบรรทุกวัวก็มาถึงปากมองตามที่เราคิด เขาจอดรถเลยสามแยก หน้าร้านอาหารพอดี...
คนขับลงมาบอกว่าส่งให้ถึงที่เลยเพราะกลัวเราลำบากเห็นเป็นคนไทย ไทยลาวไม่ใช่อื่นไกลพี่น้องกัน
เราขอบคุณและช่วยเหลือค่าน้ำมันให้เล็กน้อย...พร้อมทั้งชวนเขาทั้งสองคนทานอาหารเย็นกัน ....
ร้านอาหาร ขายอาหารพื้นเมือง เราให้เขาเป็นคนสั่งอาหาร มีข้าวเหนียว ผัดเนื้อกวาง ปลาย่าง ผัดเห็ด น้ำพริก ผักหลากหลายชนิด หน่อไม้ลวก
เราทานกันแบบไม่บันยะบันยังเพราะหิวโซกันทุกคน...เราทราบว่าคนขับรถบรรทุกวัวชื่อ ไซมอน บ้านอยู่ที่ โพนสะหวัน เคยทำงานเป็นไกด์อยู่หลายปี ปัจจุบันรับจ้างขนวัวชนไปส่งเมืองไทย ส่วนน้องชายจบกฎหมายกำลังจะเป็นทนายความ เราคุยกันอยู่นานเพราะเขาก็คุยเก่งทั้งพี่ทั้งน้อง


อ.จารึกโทรสอบถามกองหน้าถึงที่พัก...เราต้องปั่นไปอีกราวหนึ่ง กม....ที่พักอยู่ในสถานีขนส่ง ชื่อเรือนพักแก้วสว่างแต่ละคนต่างก็เล่าประสบการณ์การปั่นในวันนี้ให้กันฟัง..ทุกคนยังเป็นห่วงผมว่าคงแย่แน่ๆ เพราะพวกขาแข็งๆเจอสภาพถนนแบบนี้ก็เล่นเอาแย่เหมือนกัน....บอกว่าถนนมันไม่มีโบนัสให้เลย หมายความว่าตอนลงเขาก็ทำความเร็วไม่ได้ครับ
ในวันนี้ผมปั่นได้ระยะทาง 46.57 กม. ความเร็วเฉลี่ย 7.6 กม/ชม. ความเร็วสูงสุด 38.6 กม/ชม.
ช่วงที่ขึ้นรถบรรทุกวัว ประมาณ 50 กม. ถนนช่วงนี้ผมยังคิดว่า ถ้าร่างกายพร้อม 100% ละก็คงมีโอกาสมาแก้มืออีกแน่ๆ ในคืนนั้นผมต้องทานยาดีคอลเจนแล้วเพราะมีอาการหวัดมากขึ้น และไปนอนห้องเดียวกับพี่สมชายเสือร้ายจากเพชรบูรณ์...
อ.จารึกแยกตัวไปกางเต้นท์นอนที่สนามหญ้าด้วยไม่ชอบนอนอุดอู้ในห้อง...ก่อนนอน อ.จารึก บอกว่าพรุ่งนี้ปั่นสบายๆ ระยะทางเพียง 30 กม.เท่านั้น
แต่ในวันมะรืนที่จะปั่นไปหลวงพระบาง ต้องปั่นกลับมาที่ปากมองก่อนแล้วจึงไปหลวงพระบางอีก 80 กม.เท่ากับว่าวันมะรืนต้องปั่นถึง 110 กม.
แก้ไขล่าสุดโดย นู๋เล็ก เมื่อ 03 ก.ค. 2012, 09:05, แก้ไขแล้ว 8 ครั้ง
http://thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=53&t=322520
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=344145
- Ratkorn Kulbul
- ขาประจำ
- โพสต์: 1085
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2011, 15:49
- Tel: 0896485466
- team: ชมรมจักรยานจังหวัดตรัง,สมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย
- Bike: TREK
- ตำแหน่ง: 153 ถ.พระราม 6 อ.เมือง จ.ตรัง 92000
- ติดต่อ:
Re: คนเกษียณ..เรียนลัด ......ทุ่งช้าง-หลวงพระบาง…บันทึกการเดินทาง...สู่ฝัน
ยิ่งดูยิ่งมันครับ ไปกันได้ยังไง เหลือเชื่อทางลำบากทั้งนั้น สุดยอดจริงๆ คนเกษียณ (ตอนนี้อยากเกษียณเหมือนกันครับ 48 แล้วครับ) รอชมต่อนะ สวัสดีครับ
- hs6qe
- ขาประจำ
- โพสต์: 1621
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ส.ค. 2008, 00:03
- Tel: 055 671376 0922611458
- team: ชมรมจักรยานศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย
- Bike: Rocky Mountain,salsa,Trek 520,Rit Touring
- ตำแหน่ง: 603 หมู่ 1 ต.หาดเสี้ยว อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย 64130
- ติดต่อ:
Re: คนเกษียณ..เรียนลัด ......ทุ่งช้าง-หลวงพระบาง…บันทึกการเดินทาง...สู่ฝัน
สวัสดีำพี่นู๋เล็ก ผมเพิ่งจะฟื้นไข้ มาอ่านสรุปของพี่ ได้อารมณ์ดีจริง ๆ........555
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=705ศรีสัชฯเปิดห้องเสวนา
ทัวริ่ง.....ไม่ลอง.....ไม่รู้......
http://www.facebook.com/somsak.srephatravit
ทัวริ่ง.....ไม่ลอง.....ไม่รู้......
http://www.facebook.com/somsak.srephatravit
- นู๋เล็ก
- ขาประจำ
- โพสต์: 1003
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ม.ค. 2011, 00:14
- Tel: 0880917500
- team: -
- Bike: SURLY,NOBEL STAR
Re: คนเกษียณ..เรียนลัด ......ทุ่งช้าง-หลวงพระบาง…บันทึกการเดินทาง...สู่ฝัน
คนเกษียณ..เรียนลัด (3) ต่อ ......ทุ่งช้าง-หลวงพระบาง…บันทึกการเดินทาง...สู่ฝัน
ช่วงนี้ต้องลงเรื่องปั่นเป็นวันๆครับ เพราะแถวบ้านฝนตกหนัก แถมมีไฟฟ้าดับอีกต่างหาก
...เชิญอ่านต่อครับ...
ปากมอง-หนองเขียว
วันที่ 12 มิ.ย.54 เป็นการปั่นวันที่หก พี่สมชายตื่นราวหกโมงเช้า แล้วออกไปวอร์มร่างกายที่สนามหญ้า ซึ่งเป็นการปฎิบัติเช่นนี้ทุกวัน ถึงว่าแข็งแรงเชียว...
ผมตื่นขึ้นอย่างจริงจังตอนเจ็ดโมงเช้า...ยาแก้หวัดช่วยให้ผมไม่มีไข้อีกแต่ก็ยังคงไอเช่นเดิม เมื่อออกมาพวกกองหน้าก็เริ่มจะทยอยออกปั่นกัน..แต่ยังมีโอกาสได้ถ่ายรูปร่วมกัน....





เราสามคนกองหลังจัดการกับอาหารมื้อเช้าที่กองหน้าทำไว้เผื่อ....
อ.จารึกบ่นว่า...เมื่อคืนกางเต้นท์นอนกลางแจ้งรู้สึกจะโดนน้ำค้างมีอาการไม่ค่อยดีครั่นเนื้อครั่นตัว เหมือนจะเป็นไข้
เนื่องจากระยะทางวันนี้ไม่มากนักผมเลยขอปั่นล่วงหน้าไปก่อน ใจจริงแล้วผมไม่อยากเป็นตัวถ่วงของ อ.จารึก และคุณตู่ มากกว่า
แต่ อ.จารึกก็บอกว่า นี่คือหลักสูตรใหม่ ให้นู๋เล็กปั่นเดี่ยว เรียนลัด ปั่นคนเดียวในต่างแดน
ผมปั่นออกมาตอน 9.10 น. ปั่นมาถึงสามแยกที่มาจากอุดมไซยเมื่อวาน เลี้ยวขวามุ่งหน้าไปหนองเขียว เส้นทางวันนี้ก็เป็นการปั่นในทางราบมีขึ้นเนินชันๆบ้าง แต่มีลงเนินชันยาวๆมากกว่า แสงแดดแรงเหมือนทุกวันแต่ไม่ค่อยอบอ้าวเพราะมีลมพัดเอื่อยๆ...
ประมาณ 45 นาที ผมก็มาจอดตรงสะพานข้ามลำน้ำก่อนแยกเข้าบ้านน้ำลา...ลำน้ำทั้งซ้ายและขวาของสะพานใหลทอดยาวไปท่ามกลางความเขียวขจีของป่าไม้
ซึ่งมีฉากหลังเป็นทิวเขายาวพาดขวางอยู่ สภาพป่ายังอุดมสมบูรณ์.... ผมปั่นต่อมาอีกสิบกว่านาทีพบเพิงของชาวนาและข้าวที่ปลูกกำลังเขียวสดสวยงามมากจึงหยุดถ่ายรูป และอีกสิบนาทีต่อมาสองข้างทางเริ่มเป็นป่าเขาผมก็หยุดถ่ายรูปอีก....สำหรับคนที่ชอบถ่ายรูปธรรมชาติ จะมีความสุขมากในการกดชัตเตอร์ เก็บความทรงจำ





ผมปั่นไปถ่ายรูปไปเรื่อยๆมีความสบายใจมากเพราะไม่ต้องกังวลเรื่องระยะทาง ประมาณ 11 โมงผมเข้าเขตหมู่บ้านมีเด็กผู้หญิงขี่รถถีบจับแฮนด์ด้วยมือซ้ายมือขวากางร่ม
มีเด็กผู้ชายซึ่งเดาว่าเป็นน้องยืนอยู่บนขาดุมล้อด้านหลังสองมือโอบเอวพี่สาวไว้ นับว่าพี่สาวเก่งจริงๆ...
ผมจอดรถหลบแดดที่ร้านค้า แม่ค้าก็ไปยกน้ำเย็นมาให้ผมหนึ่งขวดเจออีกแล้วน้ำใจอันดีของชาวลาว ผมถามถึงทางไปหนองเขียว แกก็ให้ตรงไปโลดและอธิบายว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นธรรมชาติมาก มีนักท่องเที่ยวมากันมากแต่ช่วงนี้คนน้อยเพราะอากาศร้อน ผมหยุดที่จุดนี้ประมาณ 15 นาทีก็ออกปั่นต่อ...


สักพักพบว่าบ้านหลังหนึ่งมีควันไฟลอยอ้อยอิ่งขึ้นมา ปรากฏว่าเป็นบ้านต้มเหล้าครับคนลาวมักต้มเหล้าแบบนี้ เหล้าขาวเหมือนบ้านเรา ไม่ใช่เหล้าเถื่อนนะครับ
ถูกต้องตามกฎหมาย เขาต้องเสียภาษีให้หลวง ต่อปีไม่มากครับ เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านง่ายๆ....
เอาข้าวเหนียว ของเวียดนาม เค้าว่ามันดีกว่าของลาวปลูกเอง...แช่น้ำหมักไว้อย่างน้อย 10 วัน ให้เป็นแอลกอฮอล์ แล้วเอาไปต้ม
เมื่อไอลอยขึ้นไปกระทบกับกะละมังน้ำเย็นข้างบนก็จะกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ...หยดลงบนรางเหล็กที่เสียบเอาไว้เอียงๆ แล้วไหลออกมาที่ปลายท่อ...
จะมีหลายน้ำ น้ำแรกๆจะเข้มข้นหรือดีกรีแรงนั่นแหละครับ น้ำหลังๆความเข้มข้นก็ลดลงตามลำดับ แล้วเอาไปผสมกัน
บรรจุแกลลอนหรือขวด ส่งไปขาย เอาไปดองเหล้าเหมือนที่เคยเห็นๆกัน...
ใครอยากทำเล่นก็ได้ แต่ระวังหน่อยนะครับ แบบนี้บ้านเราเรียกว่าเหล้าเถื่อน ถูกจับสถานเดียว...
ความจริงถ้ารัฐใจกว้าง ให้ทำแล้วเก็บภาษี ชาวบ้านก็คงไม่ต้องไปซื้อเหล้าของบริษัทใหญ่ๆที่ผูกขาดอยู่ไม่กี่รายหรอกครับ




ประมาณ 5 กม.ก็มีป้ายยินดีต้อนรับสู่เมืองงอย แขวงหลวงพระบาง ถัดไปด้านขวามือเป็นสวนป่าสักซึ่งน่าจะปลูกมาเป็นสิบปีแล้ว ด้านซ้ายเป็นป่าและภูเขา
ผมปั่นชื่นชมธรรมชาติอย่างมีความสุข ลืมความเหน็ดเหนื่อยและอาการหวัดเสียสนิท สักพักแสงแดดก็ถูกบดบังด้วยเมฆเป็นระยะๆ
ถนนเริ่มปั่นขนานไปกับลำน้ำด้านขวามือ พอมีช่องว่างผมก็จอดรถยื่นกล้องออกไปถ่ายรูปวิวลำน้ำและขุนเขา...



เวลาเที่ยงตรง ผมปั่นมาถึงทางแยกขวามือเข้าเมืองงอย ผมสงสัยว่าเราจะมาหนองเขียว แต่นี่มันเมืองงอย สงสัยจะยังไม่ถึง...
ผมลองปั่นไปทางขวามือเข้าเมืองงอย ถนนเป็นลูกรัง สอบถามชาวบ้านถึงหนองเขียว...
ชาวบ้านก็ว่าที่นี่แหละหนองเขียวละ ผมเลยถึงบางอ้อว่าเมืองงอยกับหนองเขียวคือที่เดียวกัน....
ได้ถามถึงนักปั่นจักรยาน 9 คน ที่ปั่นมาก่อน...เขาบอกว่าไม่เห็น แต่มีอยู่คนปั่นเข้ามาแล้วก็ปั่นออกไปแล้ว...ถามถึงร้านอาหารเขาก็ชี้ไปข้างหน้าทางที่นักปั่นปั่นกลับไป
ผมเลยปั่นต่อไป ผ่านหมู่บ้าน ผ่านตลาดซึ่งวายแล้ว ผ่านโรงเรียนประถมศึกษา และโรงเรียนมัธยมศึกษาเมืองงอย ฯลฯ






พักเดียวก็ออกมาบรรจบกับอีกถนน ซึ่งก็คือถนนที่ผมปั่นมานั่นเองเพียงแต่ผมปั่นแยกเข้าหมู่บ้าน ทางด้านขวามือมีสะพานยาวทอดข้ามแม่น้ำอู...
มีป้ายหลายป้ายชี้ไปแหล่งท่องเที่ยงต่างๆ นักท่องเที่ยวหลายชาติหลายภาษาเดินกันอยู่ไม่น้อย มีร้านอาหารอยู่เชิงสะพาน ...
ความที่กำลังหิวเลยสั่งเฝอมาทาน ชามใหญ่มาก พร้อมโค๊กอีกหนึ่งกระป๋อง เล่นเอาอิ่มเลย ผมมองหา อ.จารึก และคุณตู่ ก็ยังไม่เห็นมาเลย



ระยะทางที่ปั่นมาวันนี้ 32.10 กม ความเร็วเฉลี่ย 12.7 กม/ชม. ความเร็วสูงสุด 42.7 กม/ชม. ใช้เวลาปั่น 2.30 ชม.
ผมคิดว่าวันนี้เป็นการปั่นลงเนินเสียส่วนใหญ่ ถ้าพรุ่งนี้ปั่นกลับไปปากมองคงต้องเพิ่มเวลาอีกสัก 1 ชม.เพราะขึ้นเนินเป็น 3.30 ชม.
รวมกับต้องไปหลวงพระบางอีก 80 กม ถนนเป็นอย่างไรก็ยังไม่ทราบ แต่ต้องมีภูเขาแน่ๆ ฝีเท้าอย่างผมประเมินความสามารถตัวเองแล้ว...
ปั่นพรุ่งนี้ต้องมี อย่างน้อย12 ชม.... ดังนั้นถ้าผมปั่นกลับไปปากมองวันนี้เลยไม่เกินห้าโมงเย็นก็คงถึง สภาพร่างกายวันนี้ยังดีอยู่ คืนนี้ไปนอนปากมองที่เดิม
พรุ่งนี้ออกปั่นแต่เช้า...ก็คงจะถึงหลวงพระบาง ไม่ช้ากว่าพวกที่ปั่นจากหนองเขียว สักเท่าใดนัก
เมื่ออิ่มแล้วผมก็ปั่นข้ามสะพานไปฝั่งตรงข้ามได้จอดถ่ายรูปทั้งสองด้านของสะพานไปด้วย ที่เชิงสะพานฝั่งซ้ายมีเรือนพักตั้งอยู่หลายหลัง
ปรากฏว่าพี่สิงขรโบกมือทักทายผมอยู่ ผมเจอที่พักแล้ว สักพักเสือสร้อยได้เดินออกมา บอกว่า ที่หนองเขียวมีท่าเรือไปหลวงพระบาง
และกลุ่มผู้เฒ่าไม้ค้ำตะวันอยากจะนั่งเรือชมทิวทัศน์สองฝั่งไปหลวงพระบาง แต่รอปรึกษากันก่อน...
สภาพเรือนพักแม่น้ำอูที่ว่า อยู่ริมแม่น้ำอู บรรยากาศดี ... พี่สิงขรกำลังโบกมือทักทายผู้มาถึงบ้วยครับ

สักพักเมื่อ อ.จารึก และคุณตู่มาถึง ก็มีการหารือกัน สรุปว่าพรุ่งนี้นั่งเรือไปหลวงพระบางกันแต่เช้า
ผมได้บอก อ.จารึก ถึงความคิดที่ผมจะปั่นกลับไปนอนที่ปากมอง อ.จารึก บอกว่าถึงพรุ่งนี้ไม่ได้ไปทางเรือ ก็ไม่ต้องซีเรียส อยู่ชมวิวทิวทัศน์ที่หนองเขียวให้จุใจก่อนดีกว่า พรุ่งนี้ปั่นไปไม่ถึงก็ไม่เป็นไร โบกรถได้อยู่แล้ว...
อือ..ดีไปอย่าง ปั่น สบายๆ สไตล์ จารึกนี่ไม่ต้องคิดอะไรมากจริง ๆ
หลังจากเอาสัมภาระเข้าที่พักแล้วผมก็ปั่นออกไปชมทิวทัศน์ซึ่งส่วนใหญ่คือ ป่า เขา วัด ส่วนถ้ำนั้นไม่ได้ขึ้นไปเพราะต้องจอดจักรยานไว้ข้างนอก
ผมเที่ยวจนเย็นจึงกลับมายังที่พักพบว่า อ.จารึก ซึ่งนอนหลับตั้งแต่ผมออกไปก็ยังนอนหลับอยู่
เรือนพักในวันนี้อยู่ริมแม่น้ำอู วิวดีมาก แต่เจ้าของเรือนพักโกงเรา โดยพวกเราจองห้องไว้ 6 ห้อง จะนอนห้องละ 2 คน
แต่เราใช้เพียง 5 ห้อง เพราะนอนกันห้องละ 3 คน จ่ายเงินกันเรียบร้อยแล้ว ห้องที่เหลืออยู่ 1 ห้อง เขาเอาไปให้ฝรั่งเช่า
พอเราจะขอห้องคืนเขาก็บอกให้เช่าไปแล้ว และก็ไม่ยอมคืนเงินให้เราทะเลาะกันอยู่นาน เจ้าลูกชายมันยังหนุ่มอยู่พูดจาไม่ดีเลย
ในที่สุดพวกเราจำต้องยอมเพราะไม่อยากมีเรื่องและมันเอาน้ำเย็นขวดเล็ก 10 ขวดมาให้เราแทน
จำไว้ครับชื่อเรือนพักแม่น้ำอู เชิงสะพานด้านซ้ายมือเลย ถ้าใครไปอย่าได้อุดหนุนเลยโกงกันซึ่งๆหน้า
เรื่องนี้ทำให้ผู้เฒ่าไม้ค้ำตะวันทั้ง 3 ท่าน ซึ่งใคร ๆ ก็ยอมรับว่าเขี้ยวลากดินต้องมีอันเขี้ยวหักเลยครับ

สามพูเฒ่าผู้ยิ่งใหญ่แห่งไม้ค้ำตะวัน อ.ชอบ-พี่ไพศาล-เฮียหมง (คนที่สี่คือเสือสมชายจากแดนมะขามหวาน)
ซึ่งใครๆก็ยกให้ว่าเขี้ยวลากดิน ต้องมีอันเขี้ยวหักซะแล้ว ด้วยเล่ห์เจ้าของเรื่อนพักแม่น้ำอู ใครจะไปพักต้องระวังให้ดีเด้อ
แต่..ที่อื่นมีถมไปครับ..อย่าเสี่ยงดีกว่า

นี่แหละครับเรือนพักแม่น้ำอู ที่หักเขี้ยวสามพูเฒ่าไม้ค้ำตะวันมาแล้ว... พี่มานะ เสือแปลงยาว ยืนด้วยมาดเท่ห์ครับ

มื้อค่ำเราไปทานอาหารกันที่ร้านอาหารซึ่งหญิงไทยเป็นเจ้าของและเป็นคนบ้านเดียวกับพี่สมชาย อาหารอร่อยและราคาก็แสนถูก แต่ช้ามาก
เขาบอกว่าจะกินอาหารอร่อยต้องใจเย็น ๆ ร้านนี้อัธยาศัยดีขอเชียร์ครับ กลุ่มเราเข้ามานั่งทานกันเป็นโต๊ะแรก อาหารเลยได้เร็ว...
ส่วนพวกที่มาทีหลัง ทั้งฝรั่งชาติต่างๆและสิงคโปร์ซึ่งทะยอยกันมาจนเต็มร้าน ต้องรออาหารกัน 40 – 50 นาที ถ้าใครหิวมากแนะนำให้ไปร้านอื่นครับ
ความที่เป็นคนไทยด้วยกัน..เราเลยให้เขาจัดเตรียมอาหารกล่องใช้เป็นเสบียงในวันพรุ่งนี้ตอนนั่งเรือ...เพราะเรือจะต้องใช้เวลาถึง 6 ชม. ในการแล่นไปหลวงพระบาง
คืนนั้นผมก็ทานยาดีคอลเจนอีกเพราะพรุ่งนี้ไม่ได้ปั่น ต้องรีบทานยารักษาตัวให้หาย เนื่องจากยังมีโปรแกรมปั่นกลับไทยหลังจากที่เข้าหลวงพระบางแล้ว

ต่อไปตอนสี่ เข้าหลวงพระบางแล้วครับ...โปรดติดตาม...

ปากมอง-หนองเขียว
ผมตื่นขึ้นอย่างจริงจังตอนเจ็ดโมงเช้า...ยาแก้หวัดช่วยให้ผมไม่มีไข้อีกแต่ก็ยังคงไอเช่นเดิม เมื่อออกมาพวกกองหน้าก็เริ่มจะทยอยออกปั่นกัน..แต่ยังมีโอกาสได้ถ่ายรูปร่วมกัน....





เราสามคนกองหลังจัดการกับอาหารมื้อเช้าที่กองหน้าทำไว้เผื่อ....
อ.จารึกบ่นว่า...เมื่อคืนกางเต้นท์นอนกลางแจ้งรู้สึกจะโดนน้ำค้างมีอาการไม่ค่อยดีครั่นเนื้อครั่นตัว เหมือนจะเป็นไข้
เนื่องจากระยะทางวันนี้ไม่มากนักผมเลยขอปั่นล่วงหน้าไปก่อน ใจจริงแล้วผมไม่อยากเป็นตัวถ่วงของ อ.จารึก และคุณตู่ มากกว่า
แต่ อ.จารึกก็บอกว่า นี่คือหลักสูตรใหม่ ให้นู๋เล็กปั่นเดี่ยว เรียนลัด ปั่นคนเดียวในต่างแดน
ผมปั่นออกมาตอน 9.10 น. ปั่นมาถึงสามแยกที่มาจากอุดมไซยเมื่อวาน เลี้ยวขวามุ่งหน้าไปหนองเขียว เส้นทางวันนี้ก็เป็นการปั่นในทางราบมีขึ้นเนินชันๆบ้าง แต่มีลงเนินชันยาวๆมากกว่า แสงแดดแรงเหมือนทุกวันแต่ไม่ค่อยอบอ้าวเพราะมีลมพัดเอื่อยๆ...
ประมาณ 45 นาที ผมก็มาจอดตรงสะพานข้ามลำน้ำก่อนแยกเข้าบ้านน้ำลา...ลำน้ำทั้งซ้ายและขวาของสะพานใหลทอดยาวไปท่ามกลางความเขียวขจีของป่าไม้
ซึ่งมีฉากหลังเป็นทิวเขายาวพาดขวางอยู่ สภาพป่ายังอุดมสมบูรณ์.... ผมปั่นต่อมาอีกสิบกว่านาทีพบเพิงของชาวนาและข้าวที่ปลูกกำลังเขียวสดสวยงามมากจึงหยุดถ่ายรูป และอีกสิบนาทีต่อมาสองข้างทางเริ่มเป็นป่าเขาผมก็หยุดถ่ายรูปอีก....สำหรับคนที่ชอบถ่ายรูปธรรมชาติ จะมีความสุขมากในการกดชัตเตอร์ เก็บความทรงจำ



มีเด็กผู้ชายซึ่งเดาว่าเป็นน้องยืนอยู่บนขาดุมล้อด้านหลังสองมือโอบเอวพี่สาวไว้ นับว่าพี่สาวเก่งจริงๆ...

สักพักพบว่าบ้านหลังหนึ่งมีควันไฟลอยอ้อยอิ่งขึ้นมา ปรากฏว่าเป็นบ้านต้มเหล้าครับคนลาวมักต้มเหล้าแบบนี้ เหล้าขาวเหมือนบ้านเรา ไม่ใช่เหล้าเถื่อนนะครับ
ถูกต้องตามกฎหมาย เขาต้องเสียภาษีให้หลวง ต่อปีไม่มากครับ เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านง่ายๆ....
เอาข้าวเหนียว ของเวียดนาม เค้าว่ามันดีกว่าของลาวปลูกเอง...แช่น้ำหมักไว้อย่างน้อย 10 วัน ให้เป็นแอลกอฮอล์ แล้วเอาไปต้ม
เมื่อไอลอยขึ้นไปกระทบกับกะละมังน้ำเย็นข้างบนก็จะกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ...หยดลงบนรางเหล็กที่เสียบเอาไว้เอียงๆ แล้วไหลออกมาที่ปลายท่อ...
จะมีหลายน้ำ น้ำแรกๆจะเข้มข้นหรือดีกรีแรงนั่นแหละครับ น้ำหลังๆความเข้มข้นก็ลดลงตามลำดับ แล้วเอาไปผสมกัน
บรรจุแกลลอนหรือขวด ส่งไปขาย เอาไปดองเหล้าเหมือนที่เคยเห็นๆกัน...
ใครอยากทำเล่นก็ได้ แต่ระวังหน่อยนะครับ แบบนี้บ้านเราเรียกว่าเหล้าเถื่อน ถูกจับสถานเดียว...
ความจริงถ้ารัฐใจกว้าง ให้ทำแล้วเก็บภาษี ชาวบ้านก็คงไม่ต้องไปซื้อเหล้าของบริษัทใหญ่ๆที่ผูกขาดอยู่ไม่กี่รายหรอกครับ




ผมปั่นชื่นชมธรรมชาติอย่างมีความสุข ลืมความเหน็ดเหนื่อยและอาการหวัดเสียสนิท สักพักแสงแดดก็ถูกบดบังด้วยเมฆเป็นระยะๆ
ถนนเริ่มปั่นขนานไปกับลำน้ำด้านขวามือ พอมีช่องว่างผมก็จอดรถยื่นกล้องออกไปถ่ายรูปวิวลำน้ำและขุนเขา...
เวลาเที่ยงตรง ผมปั่นมาถึงทางแยกขวามือเข้าเมืองงอย ผมสงสัยว่าเราจะมาหนองเขียว แต่นี่มันเมืองงอย สงสัยจะยังไม่ถึง...
ผมลองปั่นไปทางขวามือเข้าเมืองงอย ถนนเป็นลูกรัง สอบถามชาวบ้านถึงหนองเขียว...
ชาวบ้านก็ว่าที่นี่แหละหนองเขียวละ ผมเลยถึงบางอ้อว่าเมืองงอยกับหนองเขียวคือที่เดียวกัน....
ได้ถามถึงนักปั่นจักรยาน 9 คน ที่ปั่นมาก่อน...เขาบอกว่าไม่เห็น แต่มีอยู่คนปั่นเข้ามาแล้วก็ปั่นออกไปแล้ว...ถามถึงร้านอาหารเขาก็ชี้ไปข้างหน้าทางที่นักปั่นปั่นกลับไป
ผมเลยปั่นต่อไป ผ่านหมู่บ้าน ผ่านตลาดซึ่งวายแล้ว ผ่านโรงเรียนประถมศึกษา และโรงเรียนมัธยมศึกษาเมืองงอย ฯลฯ






พักเดียวก็ออกมาบรรจบกับอีกถนน ซึ่งก็คือถนนที่ผมปั่นมานั่นเองเพียงแต่ผมปั่นแยกเข้าหมู่บ้าน ทางด้านขวามือมีสะพานยาวทอดข้ามแม่น้ำอู...
มีป้ายหลายป้ายชี้ไปแหล่งท่องเที่ยงต่างๆ นักท่องเที่ยวหลายชาติหลายภาษาเดินกันอยู่ไม่น้อย มีร้านอาหารอยู่เชิงสะพาน ...
ความที่กำลังหิวเลยสั่งเฝอมาทาน ชามใหญ่มาก พร้อมโค๊กอีกหนึ่งกระป๋อง เล่นเอาอิ่มเลย ผมมองหา อ.จารึก และคุณตู่ ก็ยังไม่เห็นมาเลย


ระยะทางที่ปั่นมาวันนี้ 32.10 กม ความเร็วเฉลี่ย 12.7 กม/ชม. ความเร็วสูงสุด 42.7 กม/ชม. ใช้เวลาปั่น 2.30 ชม.
ผมคิดว่าวันนี้เป็นการปั่นลงเนินเสียส่วนใหญ่ ถ้าพรุ่งนี้ปั่นกลับไปปากมองคงต้องเพิ่มเวลาอีกสัก 1 ชม.เพราะขึ้นเนินเป็น 3.30 ชม.
รวมกับต้องไปหลวงพระบางอีก 80 กม ถนนเป็นอย่างไรก็ยังไม่ทราบ แต่ต้องมีภูเขาแน่ๆ ฝีเท้าอย่างผมประเมินความสามารถตัวเองแล้ว...
ปั่นพรุ่งนี้ต้องมี อย่างน้อย12 ชม.... ดังนั้นถ้าผมปั่นกลับไปปากมองวันนี้เลยไม่เกินห้าโมงเย็นก็คงถึง สภาพร่างกายวันนี้ยังดีอยู่ คืนนี้ไปนอนปากมองที่เดิม
พรุ่งนี้ออกปั่นแต่เช้า...ก็คงจะถึงหลวงพระบาง ไม่ช้ากว่าพวกที่ปั่นจากหนองเขียว สักเท่าใดนัก
เมื่ออิ่มแล้วผมก็ปั่นข้ามสะพานไปฝั่งตรงข้ามได้จอดถ่ายรูปทั้งสองด้านของสะพานไปด้วย ที่เชิงสะพานฝั่งซ้ายมีเรือนพักตั้งอยู่หลายหลัง
ปรากฏว่าพี่สิงขรโบกมือทักทายผมอยู่ ผมเจอที่พักแล้ว สักพักเสือสร้อยได้เดินออกมา บอกว่า ที่หนองเขียวมีท่าเรือไปหลวงพระบาง
และกลุ่มผู้เฒ่าไม้ค้ำตะวันอยากจะนั่งเรือชมทิวทัศน์สองฝั่งไปหลวงพระบาง แต่รอปรึกษากันก่อน...

สักพักเมื่อ อ.จารึก และคุณตู่มาถึง ก็มีการหารือกัน สรุปว่าพรุ่งนี้นั่งเรือไปหลวงพระบางกันแต่เช้า
ผมได้บอก อ.จารึก ถึงความคิดที่ผมจะปั่นกลับไปนอนที่ปากมอง อ.จารึก บอกว่าถึงพรุ่งนี้ไม่ได้ไปทางเรือ ก็ไม่ต้องซีเรียส อยู่ชมวิวทิวทัศน์ที่หนองเขียวให้จุใจก่อนดีกว่า พรุ่งนี้ปั่นไปไม่ถึงก็ไม่เป็นไร โบกรถได้อยู่แล้ว...
อือ..ดีไปอย่าง ปั่น สบายๆ สไตล์ จารึกนี่ไม่ต้องคิดอะไรมากจริง ๆ
หลังจากเอาสัมภาระเข้าที่พักแล้วผมก็ปั่นออกไปชมทิวทัศน์ซึ่งส่วนใหญ่คือ ป่า เขา วัด ส่วนถ้ำนั้นไม่ได้ขึ้นไปเพราะต้องจอดจักรยานไว้ข้างนอก
ผมเที่ยวจนเย็นจึงกลับมายังที่พักพบว่า อ.จารึก ซึ่งนอนหลับตั้งแต่ผมออกไปก็ยังนอนหลับอยู่
เรือนพักในวันนี้อยู่ริมแม่น้ำอู วิวดีมาก แต่เจ้าของเรือนพักโกงเรา โดยพวกเราจองห้องไว้ 6 ห้อง จะนอนห้องละ 2 คน
แต่เราใช้เพียง 5 ห้อง เพราะนอนกันห้องละ 3 คน จ่ายเงินกันเรียบร้อยแล้ว ห้องที่เหลืออยู่ 1 ห้อง เขาเอาไปให้ฝรั่งเช่า
พอเราจะขอห้องคืนเขาก็บอกให้เช่าไปแล้ว และก็ไม่ยอมคืนเงินให้เราทะเลาะกันอยู่นาน เจ้าลูกชายมันยังหนุ่มอยู่พูดจาไม่ดีเลย
ในที่สุดพวกเราจำต้องยอมเพราะไม่อยากมีเรื่องและมันเอาน้ำเย็นขวดเล็ก 10 ขวดมาให้เราแทน
จำไว้ครับชื่อเรือนพักแม่น้ำอู เชิงสะพานด้านซ้ายมือเลย ถ้าใครไปอย่าได้อุดหนุนเลยโกงกันซึ่งๆหน้า
เรื่องนี้ทำให้ผู้เฒ่าไม้ค้ำตะวันทั้ง 3 ท่าน ซึ่งใคร ๆ ก็ยอมรับว่าเขี้ยวลากดินต้องมีอันเขี้ยวหักเลยครับ
ซึ่งใครๆก็ยกให้ว่าเขี้ยวลากดิน ต้องมีอันเขี้ยวหักซะแล้ว ด้วยเล่ห์เจ้าของเรื่อนพักแม่น้ำอู ใครจะไปพักต้องระวังให้ดีเด้อ
แต่..ที่อื่นมีถมไปครับ..อย่าเสี่ยงดีกว่า

มื้อค่ำเราไปทานอาหารกันที่ร้านอาหารซึ่งหญิงไทยเป็นเจ้าของและเป็นคนบ้านเดียวกับพี่สมชาย อาหารอร่อยและราคาก็แสนถูก แต่ช้ามาก
เขาบอกว่าจะกินอาหารอร่อยต้องใจเย็น ๆ ร้านนี้อัธยาศัยดีขอเชียร์ครับ กลุ่มเราเข้ามานั่งทานกันเป็นโต๊ะแรก อาหารเลยได้เร็ว...
ส่วนพวกที่มาทีหลัง ทั้งฝรั่งชาติต่างๆและสิงคโปร์ซึ่งทะยอยกันมาจนเต็มร้าน ต้องรออาหารกัน 40 – 50 นาที ถ้าใครหิวมากแนะนำให้ไปร้านอื่นครับ
ความที่เป็นคนไทยด้วยกัน..เราเลยให้เขาจัดเตรียมอาหารกล่องใช้เป็นเสบียงในวันพรุ่งนี้ตอนนั่งเรือ...เพราะเรือจะต้องใช้เวลาถึง 6 ชม. ในการแล่นไปหลวงพระบาง
คืนนั้นผมก็ทานยาดีคอลเจนอีกเพราะพรุ่งนี้ไม่ได้ปั่น ต้องรีบทานยารักษาตัวให้หาย เนื่องจากยังมีโปรแกรมปั่นกลับไทยหลังจากที่เข้าหลวงพระบางแล้ว
แก้ไขล่าสุดโดย นู๋เล็ก เมื่อ 03 ก.ค. 2012, 09:29, แก้ไขแล้ว 8 ครั้ง
http://thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=53&t=322520
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=344145
-
Jakphant
- ขาประจำ
- โพสต์: 118
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 เม.ย. 2009, 04:32
- Tel: 0813534365
- Bike: jeep
Re: คนเกษียณ..เรียนลัด ......ทุ่งช้าง-หลวงพระบาง…บันทึกการเดินทาง...สู่ฝัน
สุดยอดครับ ผมก็ฝันว่าจะไปเส้นทางนี้เร็วๆนี้เหมือนกันครับ
- พิงธรรม์
- ขาประจำ
- โพสต์: 3400
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 13:35
- Tel: 08-7938-2688
- team: สถาบันการปั่นท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ
- Bike: ทัวริ่ง Trek 470
- ตำแหน่ง: 181 ซอยพระรามเก้า 41 ถนนเสรีเก้า เขตสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพ 10250
- ติดต่อ:
Re: คนเกษียณ..เรียนลัด ......ทุ่งช้าง-หลวงพระบาง…บันทึกการเดินทาง...สู่ฝัน
ติดตามอ่าน...ตามเรื่องราว ก่อนเข้านอน
อ้าวววว...เจอข่าวพี่สมศักดิ์ เดี้ยงเหมือนกัลลล
ขอให้หายโดยเร็วครับพี่
ส่วนผม...เริ่มซ้อมวิ่งได้แล้วครับ หากหายมีแรงพอ ทั้งหากทำกระทู้ชวนปั่น ๖๕ วันรอบสองได้สำเร็จ...จบสิ่งห่วง ทริปเวียดนามที่ทำท่าว่าจะเลิก อาจจะหวนฟื้น...ไปกันครับ
ขอรอดูทั้งสุขภาพตัวเอง กะงานชวนปั่นทำให้เสร็จให้หมดห่วงเสียก่อน
อีกทั้ง...ต้องรอติดตามอ่านสรุปทริปของ "นู๋เล็ก" ต่อด้วยครับ

อ้าวววว...เจอข่าวพี่สมศักดิ์ เดี้ยงเหมือนกัลลล
ขอให้หายโดยเร็วครับพี่
ส่วนผม...เริ่มซ้อมวิ่งได้แล้วครับ หากหายมีแรงพอ ทั้งหากทำกระทู้ชวนปั่น ๖๕ วันรอบสองได้สำเร็จ...จบสิ่งห่วง ทริปเวียดนามที่ทำท่าว่าจะเลิก อาจจะหวนฟื้น...ไปกันครับ
ขอรอดูทั้งสุขภาพตัวเอง กะงานชวนปั่นทำให้เสร็จให้หมดห่วงเสียก่อน
อีกทั้ง...ต้องรอติดตามอ่านสรุปทริปของ "นู๋เล็ก" ต่อด้วยครับ
Touring in Style...by Jaruek
ประวัติคนเกษียณชวนปั่นประเพณีปีละครั้ง ฉบับย่อ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=885
-
โรจน์ เสือกะเทิน
- ขาประจำ
- โพสต์: 2233
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 19:09
- Tel: 081-9998233
- team: Phimai-MTB
- Bike: Z"Dale
- ติดต่อ:
Re: คนเกษียณ..เรียนลัด ......ทุ่งช้าง-หลวงพระบาง…บันทึกการเดินทาง...สู่ฝัน
...อ่านเพลินดีมากครับ เหมือนสารคดีส่องโลกเลยครับ...
ID Line Rote phimai
..เที่ยวเวียดนามกลาง...http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkato ... 51416&st=1
..เที่ยวเวียดนามกลาง...http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkato ... 51416&st=1
-
ลิขิต
- สมาชิก
- โพสต์: 58
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ก.ย. 2008, 11:46
- Tel: 045-261760
- team: The warin-ubon cycling club.
- Bike: Mosso
Re: คนเกษียณ..เรียนลัด ......ทุ่งช้าง-หลวงพระบาง…บันทึกการเดินทาง...สู่ฝัน
เข้ามาชมครับ บรรยายได้ดีมาก บางครั้งคิดว่าอ่านนิยาย หลวงพะบาง เวียงจัน คงมันส์กว่านี้แน่ 
- 00
- ขาประจำ
- โพสต์: 763
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 พ.ย. 2009, 10:37
- Tel: 086 - 68020 - สี่แปด
- team: ♪♫ เสือตะพานหิน ♪♫ '
- Bike: GARY FISHER advance
Re: คนเกษียณ..เรียนลัด ......ทุ่งช้าง-หลวงพระบาง…บันทึกการเดินทาง...สู่ฝัน
ภาพสวยมากครับ ถ้าเป็นมินิจะไปไหวไหมครับ 
♪ ♫ หนึ่งในคณะกรรมการสมาคมคนรักครอบครัวแห่งสะหะปะซาซาด ♪ ♫
♪ ♫ Ultimate Humangosaur ♪ ♫
ID Line : 0866802048
♪ ♫ Ultimate Humangosaur ♪ ♫
ID Line : 0866802048