ผมขอไปพักผ่อนที่ หน่วยจัดการ อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง(หนองแม่นา)
หน่วยจัดการอุทยานแห่งชฃาติทุ่งแสลงหลวงที่ 1 (หนองแม่นา) มีที่ทำการอุทยานฯ อยู่ที่ตำบลหนองแม่นา อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นสาขาย่อยรองจาก ที่ทำการสำนักงานใหญ่ (กม. 80) ซึ่งอุทยานแห่งชาติ ทุ่งแสลงหลวงมีเนื้อที่ทั้งหมด 789,000 ไร่ หรือประมาณ 1,262.55 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่อำเภอวังทอง อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก อำเภอหล่มสัก อำเภอชนแดน อำเภอเมือง อำเภอเขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ โดยได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 92 ตอน 101 ลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2518 จัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ นับเป็นลำดับที่ 3 ของประเทศ
สภาพภูมิประเทศทั่วไป มีลักษณะเป็นภูเขาคล้ายหลังเต่าสูง ๆ ทางด้านตะวันตกเป็นเทือกเขา หินปูนทอดเป็นแนวยาวเหนือใต้ ตอนกลาง ประกอบด้วยเทือกเขาสูงหลายแห่ง มีจุดสูงสุด คือบริเวณเขาแค สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,028 เมตร อันเป็น ต้นน้ำลำธารหลายสาย เช่น ห้วยเข็กใหญ่ ห้วยเข็กน้อย ลำน้ำทุ้ม คลองชมพู และคลองวังทอง มีสภาพธรรมชาติ ทิวทัศน์ และเอกลักษณ์ ทางธรรมชาติ ที่สวยงามอันเป็นทุ่งหญ้าธรรมชาติ แบบสะวันนาสลับป่าสน และป่าดิบชื้น ที่สมบูรณ์ที่สุดอีกแห่งของประเทศไทย
ลักษณะภูมิอากาศ
ในระหว่างเดือน มีนาคม - มิถุนายน ของทุกปี เป็นช่วงที่อุณหภูมิสูงสุดประมาณ 29 องศาเซลเซียส ฤดูฝนจะอยู่ในช่วงเดือน กรกฎาคม - ตุลาคม และฤดูหนาวระหว่างเดือน พฤศจิกายน - กุมภาพันธ์ อากาศจะหนาวเย็นมาก
การเดินทางสู่หน่วยจัดการอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงที่ 1 (หนองแม่นา) สามารถเดินทางได้ดังนี้
จากจังหวัดเพชรบูรณ์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 21 (ไปอำเภอหล่มสัก ระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตร ถึงบ้านนางั่ว เลี้ยวซ้าย ที่สามแยกนางั่ว ทางหลวงหมายเลข 2258 ขึ้นเขาค้อผ่านสี่แยกบ้านสะเดาพงษ์ ผ่านพระตำหนักเขาค้อ ตรงไปจนถึง บ้านทานตะวันเลี้ยวขวาตามทางไปประมาณ 4 กิโลเมตร จะถึงหน่วยจัดการ อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงที่ 1 (หนองแม่นา)
จากจังหวัดพิษณุโลก ใช้ทางหลวงหมายเลข 12 สาย พิษณุโลก-หล่มสัก ประมาณ 100 กิโลเมตร เลี้ยวขวาที่สามแยกแคมป์สน เข้าสู่เขาค้อ ผ่านหน้าอำเภอเขาค้อ ถึงสี่แยก บ้านสะเดาพงษ์ เลี้ยวขวาตามทางหลวงหมายเลข 2258 ผ่านพระตำหนัก เขาค้อ ตรงไปจนถึงบ้านทานตะวัน เลี้ยวขวาตามทางลูกรังประมาณ 4 กิโลเมตร จะถึงหน่วยจัดการอุทยานแห่งชาติ ทุ่งแสลงหลวงที่ 1 (หนองแม่นา)
พันธุ์ไม้ และสัตว์ป่า
สภาพป่าประกอบด้วยป่าดงดิบเขา ป่าดงดิบแล้ง ป่าสนเขา ป่าเต็งรง ป่าเบญจพรรณ และทุ่งหญ้า ขึ้นสลับกันเป็นชั้น ๆ ตามความสูง ของภูเขา และความชื้นของผิวดินบางบริเวณ สามารถมองเห็นความแตกต่างของพันธุ์ไม้ ได้อย่างชัดเจน พรรมไม้ที่สำคัญ ได้แก่ ไม้สน 2 ใบ ก่อ บาง ตะเคียน มะม่วงป่า แดงน้ำ มะค่า สัก เก็ดแดง เก็ดดำ ประดู่ นอกจากนี้ยังมีพรรมไม้ ที่หายาก เช่น เสม็ดแดง ที่ขึ้นตามป่าผุ แต่กลับมาขึ้นในป่าดิบชื้น ต้นค้อ เป็นชื่อที่ใช้เรียกชื่อเขาค้อ ปัจจุบันหาดูได้ยาก เพราะถูกทำลายไปมาก สัตว์ป่าที่พบได้แก่ ช้าง เสือ เก้ง กวาง ลิง ค่า หมู่ป่า กระต่าย กระรอก และนกนานาชนิด
สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
ทุ่งแสลงหลวง เป็นทุ่งหญ้าแบบสะวันนา อยู่ห่างจากที่ทำการฯ หนองแม่นาประมาณ 25 กิโลเมตร ตามเส้นทางจะตัด ผ่านป่า เบญจพรรณ จากสภาพที่เป็นพื้นที่ ทุ่งหญ้าโล่งกว้างใหญ่ มีภูเขาสูงเป็นฉากหลัง มีพันธุ์ไม้ดอกต่าง ๆ และต้นสนสองใบขนาดใหญ่ ขึ้นแทรกอยู่มากมาย
ทุ่งนางพญา อยู่ทางทิศใต้ของที่ทำการฯ หนองแม่นาประมาณ 15 กิโลเมตร สภาพทั่วไปเป็นทุ่งหญ้าแบบสะวันนา ล้อมรอบด้วย ป่าสนเขา และป่าดิบเขา ต้นสนที่ขึ้นอยู่ในป่าแห่งนี้มีขนาดสูงใหญ่มากกว่าที่ใด ๆ ในประเทศไทย ตามกิ่งสน จะพบป่าไม้อิงอาศัย ที่หาชมได้ยาก นั่นคือเอื้องชะนี และเอื้องคำปากไก่
ทุ่งโนนสน เป็นทุ่งหญ้าแบบสะวันนาสลับกับป่าสนเขา ตั้งอยู่ใจกลางอุทยาน บนยอดเขาโคกสน ลักษณะคล้ายทุ่งแสลงหลวง และทุ่งนางพญา ในช่วงปลายฝนต้นหนาวจะมีดอกไม้หลายชนิด ผลัดกันเบ่งบานสะพรั่ง เช่น ดุสิตา เอื้องม้าวิ่ง กระดุมเงิน กระดุมทอง เอื้องนวลจันทร์ ยี่โถปีนัง หงอนนาค หม้อข้าวหม้อแกงลิง หยาดน้ำค้าง ฯลฯ เหมาะแแก่การเดินป่า และพักแรม โดยเดินทาง จากที่ทำการฯ หนองแม่นา ประมาณ 31 กิโลเมตร เป็นทางรถยนต์ประมาณ 17 กิโลเมตร เดินเท้า 14 กิโลเมตร
แก่งวังน้ำเย็น ห่างจากที่ทำการฯ หนองแม่นาประมาณ 7 กิโลเมตร อยู่ระหว่างเส้นทางเดียวกับทุ่งโนนสน ระหว่างเส้นทาง นั้นสภาพ ป่าจะค่อยๆ เปลี่ยนไป จากทุ่งหญ้าป่าเต็งรัง สลับด้วยป่าสนและป่าเบญจพรรณ ส่วนบริเวณป่าดิบชื้นริมลำธารน้ำตก จะมีความหลากหลาย ของพืชพรรณไม้ใหญ่ที่พื้นป่าก็มีพรรณไม้แปลกตาขึ้นอยู่มากมาย อย่างพืชจำพวกเฟิร์นและบอนต่าง ๆ
เส้นทางเดินท้าศึกษาธรรมชาติ ทุ่งนา ผกค. ห่างจากที่ทำการฯ หนองแม่นาประมาณ 4 กิโลเมตร เมื่อเริ่มเดินเข้าสู่เส้นทาง จะพบทุ่งนาประมาณ 30-40 ไร่ ที่ทางอุทยานฯ ได้จำลองมาจากแปลงนาเดิมของ ผกค. (ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์) โดยอาศัยน้ำ จากลำธารเล็ก ๆ ที่ไหลจากที่ราบสูงของภูเขาเป็นลำธารที่ ผกค. ได้สร้างขึ้นในอดีต บริเวณทุ่งนาจะมีดอกกระเจียว หลากสีเบ่งบาน ทั่วท้องทุ่ง จากนั้นสามารถเดินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติได้ในวงรอบประมาณ 4 กิโลเมตร
บริเวณจุดศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จะเจอกระดูกช้าง
เราไปครั้งนี้ เจอกับนักท่องเที่ยวประมาณ 3 กลุ่ม ดูเงียบสงบ และปลอดภัย เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลเป็นอย่างดี
บริเวณจุดกางเต้นท์จุดนี้ ผมชอบเนื่องจากไม่มีแสงสว่างบริเวณทางเดิน จะมีก็บริเวณห้องน้ำ
ซึ่งห้องน้ำก็สะอาดใช้ได้ครับ
บริเวณลานกางเต้นท์ ตอนที่เราไปฝนเพิ่งหยุดตก เราก็เจอกับสายหมอกสบายๆ
ที่นอนของเราครับ เรากางเต้นท์ใต้ศาลา 6 เหลี่ยม ซึ่งมีขนาดใหญ่ ค่ากางเต้นท์แสนถูก ถ้านำเต้นท์มาเองคิดท่านละ 30 บาท
บ้านพัก
บริเวณหน่วยจัดการอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงที่ 1 (หนองแม่นา) มีบ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยวจำนวน 5หลัง(หลังใหญ่) พักได้หลังละ 6-12 คน และบ้าน พักรวม แบบค่ายพักแรม 2 หลัง พักได้หลังละ 40 คน
สำหรับนักท่องเที่ยว ที่ต้องการพักแรม แบบกางเต็นท์ ต้องเตรียมเต็นท์มาเอง โดยเสียค่าธรรมเนียม คนละ 30 ต่อคนต่อคืน โดยทางอุทยานได้จัดเตรียมบริเวณกางเต็นท์ไว้ให้
มีห้องน้ำไว้บริการอย่างเพียงพอ (ข้อมูล ณ มี.ค 52)
บ้านพักที่นี้จะหลังใหญ่มาก มุมมองกว้าง 180 องศา บรรยากาศดีมากครับ มองเห็นวิวทุ่งกว้าง มีระเบียงนั่งเล่น
ตอนกลางคืน สามารถมองเห็นกว้าง เก้ง ได้อย่างสบาย(เนื่องจากตอนที่เราไปส่องสัตว์จะผ่านบริเวณนี้ด้วย)
ครั้งนี้กลุ่มเราได้ ได้ส่องสัตว์ โดยติดต่อกับเจ้าหน้าที่ ณ ศูนย์นักท่องเที่ยว(คิดค่าบริการ 600บาทต่อเที่ยว) โดยจะมีรถกระบะให้เรานั่ง
ด้านหลังและมีเจ้าหน้าถือสปอร์ทไลท์ส่องนำทางให้ (ความคิดผมเท่าที่เคยไปส่องสัตว์ที่เขาใหญ่ ผมว่าที่นี่ดูจะเข้าท่ากว่านะ ที่เขาใหญ่
นักท่องเที่ยวจะเยอะ ดูวุ่นวายไปหมด)
ออ.ครั้งนี้เราได้เจอกับ เจ้างูเหลือม กว้าง เก้ง เนื้อทราย
เราใช้เวลาในการส่องโดยประมาณ 45 นาที
วันรุ่งขึ้นเราก็ไปเที่ยวต่อที่ แก่งบางระจัน เพื่อชมผีเสื้อ ล่องเรือ และชมแมงกระพรุนน้ำจืด ครับ(ว่างๆจะนำมาให้ชมครับ)
http://www.khonkaenlink.info/upload
ขอบคุณครับ