จากที่วางแผนไว้ วันที่ 15-17 จะขี่เล่นไปนอนสัตหีบหนึ่งคืน ระยะทางก็ 140 โลโดยประมาณ และค่อยกลับมานอนเกาะสีชังอีกหนึ่งคืน วันอาทิตย์ขี่กลับกทมกัน โดยนัดคุณเฮงไว้ที่หน้าสถานตากอากาศบางปู หกโมงเช้า สรุปผิดแผน ยอมแพ้ธรรมชาติ
ดูภาพไปก่อน ถ่ายด้วยมือถือ ชัดบ้าง มัวบ้าง กว่าจะควักมาปลดล็อค เปิดกล้อง ใส่แว่น ลำบากยากเข็นจริงๆ
แต่สนุกตลอดทริป ซาดิสได้ใจดี คิคิ ทริปนี้ตั้งเป่าไว้ที่สัตหีบ แต่จบแค่เกาะสีชัง ลมแรงมาก จากชลบุรีไปโต้ลมเต็มๆ รองเท้าที่ใส่ไปก็กัด แล้วก็พื้นหลุดด้วย ขี่ไม่ดีเลย เลยเอาแค่ที่ได้พอ โอ่เอ๋ไปกว่าจะข้ามเรือก็บ่ายสองโมงพอดี ขึ้นเกาะสี่โมงแล้ว เอารายละเอียดพื้นๆ ก่อนแล้วกั
ระยะทางจากสี่แยกศรีนครินท์-บางนาตราด ถึงเกาะลอย ศรีราชา 105 กิโลพอดี ทั้งสุขุมวิทสายเก่า หรือบางนาตราด ระยะทางพอๆ กัน แต่สายเก่าลมแรง พัดข้างๆ ทั้งไปทั้งกลับ บางนาตราดพื้นถนนแย่กว่ามาก แต่กลางคืนไฟสว่าง ปลอดภัยกว่า
ขึ้นเรือที่เกาะลอย มี 3 บริษัท นาวาประทีป แสงประทีป สีชังพาเลซ ดูจากสีของเรือไม่เหมือนกัน จากคำบอกเล่า เจ้าที่สามนิสัยดีสุด คนแก่ไม่เก็บตังด้วย และจะบริการจักรยานดีกว่าเจ้าอื่นๆ ลุงพุ่มฝากมาบอก ค่าเรือคนละ 40 บาท เท่ากันหมด จักรยานอีกคันละ 30 บาท แต่ผมไปกันเทศกาลคนเยอะ โดนซะ คันละ 60 คิคิ โง่ตั้งแต่ยังไม่ขึ้นเกาะ มาฉลาดตอนขากลับ นั่งเรือประมาณ 1 ชม. เรือใหญ่ไม่น่ากลัว
บนเกาะมีมอไซด์ให้เช่าวันละประมาณ 300 จักรยานก็มี แต่เนินชันๆ เยอะ ถ้าไม่แข็งแรงมีเข็นตลอดทาง
อาหารการกินปกติ เหมือนบนฝั่ง ราคายุติธรรม ไม่มีบวกเพิ่ม มีเซเว่นใกล้ๆ ท่าเรือ น้ำท่าอุดมสมบูรณ์ น้ำดื่มตามวัด หน่วยราชการมีบริการตู้กดน้ำเย็นหลายแห่ง ฟรีหมด ดูจะเยอะกว่าใน กทม เสียอีก
ที่ัพัก มีหลายราคา ตั้งแต่ ร้องสองร้าย ถึงเป็นบ้านทั้งหลัง กระจัดกระจายรอบๆ เกาะ ไม่หนาแน่น เที่ยวได้สนุกทั้งเกาะ ทั้งวิวภูเขา ทะเล หน้าผมริมทะเล เลือกเอาตามชอบใจ หรือจะกางเต้น ก็ได้ทุกที่ ทั้งฟรี และเสียเงิน มีบริการอาบน้ำหลายจุด ชาวเกาะหลายๆ คนบอกอย่างภูมิใจและมั่นใจมากว่า บนเกาะปลอดภัยมาก อยากกางตรงไหนก็กางไปเถอะ ได้ทุกที่ รับรองความปลอดภัย ขโมยโจรไม่มี จักรยานไม่ต้องกลัวหาย แต่จะมีก็แต่พวกมาเที่ยวแหละ ขโมยกันเอง เป็นคำพูดที่น่าเชื่อถือมาก เพราะหลายคนพูดเสียงเดียวกันน่าภูมิใจแทนจริงๆ แต่ไปเยอะๆ เอาแปล หรือถุงนอนไปนอนตามศาลาก็ได้ ไม่ต้องแบกเต้นไปให้หนัก ที่พัก ศาลา เก้าอี้ริมทะเล มีเยอะ ไม่มีเจ้าของจับจอง มีให้เลือกนั่งตามสบาย คนไม่เยอะ
ถนนหนทางเทคอนกรีตหมด แต่มีทางลัด ทางเล็กเป็นแทรคสำหรับจักรยานอยู่ทั่วไป ถ้าไม่กลัวหลง มีเนินชันๆ ให้ประลองกำลังหลายเนิ ขี่สนุก วนได้รอบเกาะ ต้นไม่ใหญ่ อายุยืน เป็นล่มเงาทั้งสองข้างทาง
นักท่องเที่ยวกระจายทั่วเกาะ ไม่แออัด ไม่มีถนนฮิปปี้ให้รกลูกตา ชาวบ้านอยู่อย่างวิถีพืืนบ้าน ไม่จ้องหากินกันนักท่องเที่ยวจนเกินไป มีวัด สำนักปฎิบัติธรรมกระจายอยู่หลายแห่ง ไปนั่งเล่นนอนเล่นได้ เป็นที่ๆ น่าไปนั่งๆ นอนๆ เฉยๆ หรืออ่านหนังสือริมทะเล ทำตัวเป็นแมงกระพรุนลอยไปตามกาลเวลา ค่าครองชีพไม่สูง อากาศดี ใครชอบถ่ายรูปมีมุมสวยๆ เยอะ สร้างจินตนาการได้ดี สรุปดีหลายอย่าง
ข้อเสีย คือ หาดทรายไม่สวย ที่เล่นน้ำมีน้อย ไม่มีฝรั่งอาบแดด น้ำไม่ใสเหมือนเกาะไกลๆ ขี้เกียจแบกจักรยานลงเรือ ไม่มีแฟนสวยๆ ให้ควงไปด้วย
อ่านแล้วอาจสับสน ขี้เกียจเรียบเรียงความคิด วกไปวนมาบ้างก็ขออภัยนะครับ ทริปหน้า เลียบๆเคียงๆ อัมพวาแน่ๆ เร็วๆ นี้
ปล. ขากลับ บัดดี้ผมทิ้งผมไว้ที่สะพานบางปะกงแล้วหายไปเลย ผมขี้มาทางสุขุมวิทสายเก่า ปวดขี้ตั้งแต่บางบ่อ อั้นมาถึงบ้านเลย
ภาพมีแค่ครึ่งเดียวถ่านหมดพอดี

ลมแรงนะ

บนเกาะมีเซเว่นด้วย ราคาเท่ากัน ไม่อดตาย

ตัดมาเข้าวังเก่าเลย


สวยไหม


มุมกล้องยอดนิยม









ดอกไม้นี้เห็นแล้วอดถ่ายรูปไม่ได้จริงๆ ทั้งสวย ทั้งหอม มีความสมดุลอยู่ในตัว

ทางแทรคมันๆ ก็มีให้ลุยทั้งวัน

เล่นกับมาโคร มือถือซะหน่อย


ต้นโพธิต้นนี้ เป็นหนึ่งในสามต้นที่นำเข้ามาปลูกในประเทศไทย เค้าว่ามานะ

แหลมงู

สุดปลายแหลม ก็ี่ไปถึง แต่ขี้เกียจควักมาถ่ายแล้ว

บรรยากาส พิธีเวียนเทียน ชาวบ้าน คนท้องถิ่นเป็นมิตร น่ารักมาก มีนักท่องเที่ยวน้อยกว่า ทำให้รู้สึกว่าแทรกซึมไปกับวิถีชีวิตคนพื้นเมืองจริงๆ ชอบๆ

เติมน้ำมันซะหน่อย ไกลๆ ขาดไม่ได้

นอนกันที่บ้านลุงพุ่ม ลมเ็ย็นสบาย ไม่เสียตัง

จบวันแรก อย่างรวดเร็ว หุหุ
อยากจะอวดหลายอย่าง แต่ยังขี้เกียจพิม
































